บัซซี่บีส์ รุกตลาดดิจิทัลวอลเลต ตั้งเป้าปี 60 โกยรายได้ 1 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 15:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834286


บัซซี่บีส์ เผยแผนดำเนินธุรกิจปี 60 รุกตลาดเชื่อมระบบเกตเวย์กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาระบบ Eco System สู่การเป็นผู้นำฟินเทครายใหญ่ที่สุดในประเทศในอีก 2 ปี ตั้งเป้าสิ้นปี 60 มีผู้ใช้งานมากกว่า 30 ล้านราย รายได้ 1 พันล้าน …วันที่ 12 ม.ค. 60 มร.ไมเคิล เชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เปิดเผยภาพรวมธุรกิจในปี 2559 ที่ผ่านมา ว่า ปัจจุบัน บัซซี่บีส์มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคน สามารถสร้างรายได้สูงถึง 330 ล้านบาท ส่วนที่เติบโตมากที่สุดมาจากการดำเนินการออกแบบพัฒนาและดูแล CRM Platform ให้กับองค์กรต่างๆ ซึ่งเป็นรายได้หลักสูงกว่า 50% ของรายได้ทั้งหมด

มร.ไมเคิล เชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่อีกมากกว่า 10 องค์กร มีพันธมิตรระดับคอร์ปอเรทรายใหญ่ๆ มากกว่า 40 องค์กร และยังสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดีในตลาดต่างประเทศอีก 7 ประเทศ รวมทั้งยังมีพันธมิตรในส่วนร้านค้าปลีกกว่า 90% และมีการเสนอสิทธิพิเศษมากกว่า 20,000 แคมเปญ

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 บัซซี่บีส์มีแผนที่จะรุกตลาดในการเชื่อมโยงระบบเกตเวย์กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยตั้งเป้าพัฒนาระบบ Eco System ที่แข็งแกร่งอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตตลาดยุคดิจิทัลในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยเป้าหมายในอีก 2 ปีข้างหน้า บัซซี่บีส์จะกลายเป็นผู้นำฟินเทครายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในการให้บริการระบบ Digital Wallet Payment Gateway ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการทำธุรกรรมออนไลน์ให้กับธนาคารต่างๆ ได้ โดยเชื่อมโยงกับผู้ใช้งานให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆ บนแพลตฟอร์ม Wallet ในมือถือได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งขยายการเชื่อมโยงชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ที่นำมาติดตั้งให้กับร้านค้าต่างๆ ได้มากถึง 100,000 เครื่องทั่วประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี 2560 จะมีผู้ใช้งานมากกว่า 30 ล้านราย และมีรายได้อยู่ที่ 1 พันล้านบาท.

 

เอไอเอส-แบล็คแคนยอนเอาใจเด็กจัดโปรฯ รับ “วันเด็ก 60”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 15:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834302


“เอไอเอส” มอบส่วนลดอิ่มอร่อยและความสนุกในสวนสนุกชื่อดังรับวันเด็ก “เทพผดุงพรมะพร้าว” มอบแว่นแก่ลูกหลานพนักงานสานต่อนโยบายส่งเสริมเยาวชน “แบล็คแคนยอน” แจกไอศกรีม…ใกล้ถึงวันเด็กแห่งชาติปี 2560 วันที่ 14 ม.ค.นี้ มีรายงานว่า ภาคเอกชนและธุรกิจต่างจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ เอาใจน้องๆ หนูๆ โดยเอไอเอสหรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มอบส่วนลดอิ่มอร่อยและความสนุกมากมาย เริ่มจากมอบส่วนลดให้เด็กๆ ที่สถานที่เที่ยว และสวนสนุกชื่อดังมากมาย ได้แก่ รับส่วนลดสูงสุด 25% ที่ไดโนซอร์ แพลนเน็ต และนำพอยท์ไปแลกรับส่วนลดได้ที่ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิลด์ มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ สโนว์ แอนด์ ไอซ์ แพลนเน็ต เดอะมอลล์โคราช วันเดอร์ แพลนเน็ต เดอะมอลล์โคราช ฟันเนเรี่ยม ลานสกี 365 และคิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ เอไอเอสยังมอบส่วนลด Kid’s Menu ที่ร้าน Sizzler ทุกสาขา เลือกได้ทั้งเมนูสเต๊ก เนื้อบด เทอริยากิ จูเนียร์ หรือ เมนูฟีช แอนด์ ชิพส์ จูเนียร์ พร้อมฟรีสลัดบาร์กว่า 60 ชนิด เหลือเพียง
159 บาท จากราคาปกติ 199 – 239 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค.2560 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ AIS Privilege Line Official

ขณะที่ นางจรีพร เทพผดุงพร ประธานกรรมการพร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาเยาวชน โดยการมอบทุนการศึกษาและแว่นตา ภายใต้โครงการ แก้วตาชาวเกาะ ให้แก่บุตรและธิดาของพนักงานบริษัทฯ ที่มีผลการเรียนดี และมีปัญหาสุขภาพสายตา ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ตามนโยบายส่งเสริมงานพัฒนาเยาวชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งยึดถือมากว่า 40 ปี

ส่วนแบล็คแคนยอน ร้านกาแฟและอาหารพร้อมมอบความสุขและความอร่อยในวันเด็กแห่งชาติด้วยกิจกรรมสุดพิเศษ Happy Children’s Day แจกไอศกรีมสำหรับเด็กๆ ฟรี และสำหรับผู้ปกครอง เมื่อสั่งกาแฟเย็นแบล็คแคนยอนรับช็อกโกแลตเย็นทันที เฉพาะในวันที่ 14 ม.ค.เท่านั้น ที่ร้านแบล็คแคนยอน.

 

กสทช. เผย สัญญาณมือถือในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ใช้งานได้ปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 15:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834297


กสทช. เผยสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ใช้งานได้เป็นปกติ พร้อมเตรียมแนวทางให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายส่ง SMS แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ..วันที่ 12 ม.ค. 60 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตของโอเปอเรเตอร์ทั้ง 5 ราย ในเขตพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบกับภัยพิบัติอยู่ในขณะนี้ ว่า จากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ได้ส่งผลกระทบต่อเซลล์ไซต์ หรือ สถานีฐานของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ได้รับความเสียหาย รวมประมาณ 130 สถานี โดยแบ่งเป็นเซลล์ไซต์ของ TRUE 70 กว่าสถานี DTAC 29 สถานี และ AWN เสียหายประมาณ 30 กว่าสถานี แต่จนถึงปัจจุบันเซลล์ไซต์ดังกล่าวได้รับการซ่อมแซมแก้ไขจนสามารถใช้งานได้เป็นปกติแล้ว

ในส่วนอินเทอร์เน็ต FIX LINE ของ TOT ที่มีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากสายเคเบิลขาดเป็นเวลา 9 ชั่วโมง และของ CAT ขณะนี้ก็ใช้งานได้เป็นปกติแล้ว สำหรับบางส่วนที่ยังไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอุปกรณ์ที่บ้านของผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้ใช้งานไม่ได้ และไม่มีไฟฟ้าใช้

นอกจากนั้น สำนักงานฯ มีแนวทางที่จะให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายส่งข้อความสั้น (SMS) เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภัยพิบัติกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ โดยจะประสานความร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการให้ข้อมูลแจ้งเหตุต่างๆ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แนวทางนี้สามารถปฏิบัติได้โดยเร็ว

นายฐากร กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (13 ม.ค. 60) สำนักงาน กสทช. จะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสอบคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในบริเวณพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม และบริเวณใกล้เคียง เพื่อทราบสถานะและประสิทธิภาพของการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งเตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับแก้ไขกรณีพบโครงข่ายหรือสัญญาณให้บริการขัดข้องด้วย.

 

ทช. ติดตั้งสะพานเบลีย์ช่วงทับสะแกเสร็จ ส่วนถนน 12 จว. ยังท่วม 123 เส้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 14:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834285


ทางหลวงชนบท เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ แยกทางหลวงหมายเลข 4 กม.358+700 – วัดทางสาย อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ เสร็จแล้ว ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดยังมีพื้นที่ถนน 123 เส้น ถูกน้ำท่วมใน 12 จังหวัด…เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 60 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการซ่อมเส้นทางถนนที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในภาคใต้ ว่า ล่าสุด สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 4 (เพชรบุรี) ได้นำเครื่องจักรกลพร้อมเจ้าหน้าที่ติดตั้งสะพานสำเร็จรูป (สะพานเบลีย์) ถนนทางหลวงชนบทสาย ปข.1029 แยกทางหลวงหมายเลข 4 (กม.358+700) – วัดทางสาย อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ใช้สัญจร โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเวลา 22.30 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 มกราคม 2560)

ส่วนรายงานล่าสุดของเส้นทางถนนต่างๆ ในภาคใต้ที่รับผลกระทบจากอุทกภัย กรมทางหลวงชนบท รายงานว่า (ประจำวันที่ 11 ม.ค. 60 เวลา 18.00 น.) ภาพรวมยังมีถนน ประสบอุทกภัย จำนวน 123 สายทาง ใน 12 จังหวัด คือ นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, พัทลุง, นครศรีธรรมราช, ตรัง, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, กระบี่ ,สงขลา, ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ เส้นทางความเสียหายดังกล่าวแบ่งเป็นถนนที่สัญจรผ่านได้ จำนวน 40 สายทางสัญจรผ่านไม่ได้ จำนวน 20 สายทางเข้าสู่ภาวะปกติ จำนวน 63 สายทาง โดยเส้นทางที่สัญจรผ่านไม่ได้ จำนวน 20 สายทาง แยกเป็น น้ำท่วมสูง ระดับน้ำเฉลี่ย 40-100 ซ.ม. จำนวน 18 สายทาง, น้ำกัดเซาะไหล่ทาง/คอสะพาน/ถนนขาด จำนวน 2 สายทาง อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงชนบท ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนประชาชนให้สัญจรด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเส้นทางแล้ว.

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ คลิกที่นี่

 

สนง.สลากฯ ย้ำเลื่อนวันออกหวยงวด 16 ม.ค. หลบวันครู ไปเป็น 17 ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 14:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834262


โฆษก สนง.สลากฯ เผย ส่งร่าง พ.ร.บ.สลากฯ ให้คลังพิจารณาแล้ว คาดไม่เกินปีนี้มีผลบังคับใช้ พร้อมย้ำเลื่อนออกหวยงวด 16 ม.ค. ไปเป็น 17 ม.ค. เลี่ยงวันครู …เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 60 นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุว่า ขณะนี้ สำนักงานสลากฯ ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่ง พ.ศ. 2517 ที่มีการแก้ไข ไปให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ซึ่งขั้นตอนในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และการสอบถามข้อกฎหมายกับทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งหากแล้วเสร็จจะเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ให้กับคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณา ก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ในเบื้องต้น คาดว่าจะแล้วเสร็จ และมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะแก้ไขเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มโทษของผู้ค้าสลากที่จำหน่ายสลากเกินราคาให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการรวมชุดสลาก ที่มีผลทำให้ราคาสลากปรับตัวสูงขึ้นกว่าราคาหน้าสลาก รวมทั้งมาตรการเกี่ยวกับช่องทางการจำหน่ายสลากในอนาคตด้วย ซึ่งทั้งหมดเชื่อว่าจะส่งผลดีทั้งผู้ค้ารายย่อยและประชาชน

สำหรับการออกสลากประจำงวดเดือนมกราคม 2560 ที่จะถึงนี้ ทางสำนักงานสลากแจ้งขยับวันออกสลากเป็นวันที่ 17 มกราคม 2560 เนื่องจากวันที่ 16 มกราคม เป็นวันครู ที่นับเป็นการเลื่อนวันออกสลากเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้จะออกสลากที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ ตามเวลาปกติ.

 

ทองเปิดตลาดราคาคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,550

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 09:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834025


ทองเปิดตลาดวันที่ 12 ม.ค. ราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,950 ขายออกบาทละ 20,050 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,586.72 ขายออกบาทละ 20,550 บาท…เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,950.00 บาท ขายออกบาทละ 20,050.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,586.72 บาท ขายออกบาทละ 20,550.00 บาท

 

ซ่อมเสร็จทางรถไฟบางสะพาน เปิดเดินรถสายใต้ 11 ขบวนถึงแค่สถานีทุ่งสง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834001


การรถไฟฯ ซ่อมแซมเสร็จ ทางระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง เปิดเดินรถสายใต้ 11 ขบวน ถึงแค่สถานีทุ่งสง ยังคงงดเดินรถ 3 ขบวนไปยะลา-หาดใหญ่-สุไหงโกลก ผู้โดยสารสามารถขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคา…เมื่อวันที่ 12 ม.ค. การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟสายใต้ หลังการซ่อมแซมทางช่วงระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง แล้วเสร็จ สามารถเปิดการเดินรถได้ถึงสถานีชุมทางทุ่งสง โดยจะมีขบวนรถที่เปิดทำการเดินรถได้ทั้งไปและกลับ 11 ขบวน ดังนี้

ขบวนรถเที่ยวไป 1. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 43 กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี (เดินถึงปลายทางสถานีประจวบคีรีขันธ์) 2. ขบวนรถธรรมดา ที่ 261 กรุงเทพ-หัวหิน 3. ขบวนรถเร็ว ที่ 171 กรุงเทพ–สุไหงโกลก (เดินถึงปลายทางสถานีชุมทางทุ่งสง) 4. ขบวนรถธรรมดา ที่ 255 ธนบุรี-หลังสวน (เดินถึงปลายทางสถานีประจวบคีรีขันธ์)
 5. ขบวนรถธรรมดา ที่ 251 ธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์

6. ขบวนรถเร็ว ที่ 173 กรุงเทพ–นครศรีธรรมราช (เดินทางถึงปลายทางสถานีชุมทางทุ่งสง) 7. ขบวนรถเร็ว ที่ 167 กรุงเทพ–กันตัง (เดินทางถึงปลายทางสถานีชุมทางทุ่งสง) 8. ขบวนรถด่วน ที่ 83 กรุงเทพ–ตรัง (เดินทางถึงปลายทางสถานีชุมทางทุ่งสง) 9. ขบวนรถด่วน ที่ 85 กรุงเทพ–นครศรีธรรมราช (เดินทางถึงปลายทางสถานีชุมทางทุ่งสง) 10. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 39 กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี 11. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 41 กรุงเทพ–ยะลา (เดินทางถึงปลายทางสถานีชุมทางทุ่งสง)

ขบวนเที่ยวกลับ 1. ขบวนรถธรรมดา ที่ 252 ประจวบคีรีขันธ์-ธนบุรี 2. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 40 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพ (เดินทางจากต้นทางสถานีประจวบคีรีขันธ์) 3. ขบวนรถธรรมดา ที่ 262 หัวหิน-กรุงเทพ
 4. ขบวนรถธรรมดา ที่ 254 หลังสวน-ธนบุรี (เดินทางจากต้นทางสถานีประจวบคีรีขันธ์) 5. ขบวนรถเร็ว ที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ (เดินทางจากต้นทางสถานีชุมทางทุ่งสง)

6. ขบวนรถเร็ว ที่ 168 กันตัง-กรุงเทพ (เดินทางจากต้นทางสถานีชุมทางทุ่งสง) 7. ขบวนรถด่วน ที่ 86 นครศรีธรรมราช–กรุงเทพ (เดินทางจากสถานีชุมทางทุ่งสง) 8. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 42 ยะลา-กรุงเทพ (เดินทางจากต้นทางสถานีชุมทางทุ่งสง) 9. ขบวนรถด่วน ที่ 84 ตรัง–กรุงเทพ (เดินทางจากสถานีชุมทางทุ่งสง) 10. ขบวนรถเร็ว ที่ 172 สุไหงโกลก–กรุงเทพ (เดินทางจากสถานีชุมทางทุ่งสง) 11. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 38 สุไหงโกลก–กรุงเทพ (เดินทางจากสถานีชุมทางทุ่งสง)

ส่วนขบวนที่งดเดินทาง 1. ขบวนรถเร็ว ที่ 169/170 กรุงเทพ–ยะลา–กรุงเทพ 2. ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ ที่ 31/32 กรุงเทพ–ชุมทางหาดใหญ่–กรุงเทพ และ 3. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 37 กรุงเทพ-สุไหงโกลก ทั้งนี้ จะไม่มีการขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์ โดยผู้โดยสารสามารถขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคา.

 

คลังถอยดึงสหกรณ์สู่อ้อมกอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833846


สมาชิกต่อต้านหนัก-ลั่นเลิกประกันสุขภาพคลังทำไม่สำเร็จสักอย่าง หลังถูกสหกรณ์ออมทรัพย์ต่อต้านอย่างหนัก จากกรณีดึงสหกรณ์จากอ้อมอกกระทรวงเกษตรฯ เช่นเดียวกันค่ารักษาพยาบาลที่จะให้เอกชนดำเนินการก็ต้องยกเลิก หลังถูกต่อต้านจากแพทย์และข้าราชการ ขณะที่ก่อนหน้านี้ประกาศยกเลิกลดภาษีเครื่องสำอางลงเหลือ 0% ไปแล้ว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้กระทรวงการคลังจะเสนอธรรมาภิบาลที่ดีในการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ดีให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำแนวทางที่กระทรวงการคลังวางไว้ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม หลังจากที่กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) ได้หารือกับตัวแทนของสหกรณ์ออมทรัพย์มีข้อสรุปว่า สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนไม่ยอมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง หลังจากที่หารือกันแล้วหลายรอบ

“กระทรวงการคลังและผู้แทนสหกรณ์หารือกันหลายครั้งจนมีข้อสรุปว่า สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ของสหกรณ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ยอมมาอยู่กับกระทรวงการคลัง เพราะเกรงกฎระเบียบที่เข้มงวดตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หลังจากเกิดเหตุเครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่น”

ดังนั้น หากสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลกระทรวงการคลัง ตนก็จะเสนอให้ ครม.ออกหลักเกณฑ์ทางด้านธรรมาภิบาลเพื่อให้สหกรณ์ออมทรัพย์ และเดรดิต ยูเนี่ยนนำไปปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต เช่น ธรรมภิบาลทางด้านการปล่อยสินเชื่อ การบริหารเงินสดและการดูแลผู้ฝากเงิน เป็นต้น เพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ เหมือนกับเครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่น

นายสมชัย กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม.พิจารณานั้น จะนำวิธีการปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ใช้ในการควบคุมดูแลธนาคารพาณิชย์ไปใช้กับสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิต ยูเนี่ยน แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะแยกแยะตามขนาดของสหกรณ์ออมทรัพย์ เช่น ขนาดใหญ่ กลางและเล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมและตรวจสอบจากกระทรวงเกษตรฯ

ส่วนกรณีที่ให้บริษัทประกันชีวิตเอกชนจะเข้ามาดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลข้าราชการนั้น ล่าสุด ตนได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการให้บริษัทเอกชนเข้ามาดูแลเรื่องรักษาพยาบาลข้าราชการแล้ว เพราะถูกต่อต้านจากแพทย์ที่อยู่ข้างเดียวกับบริษัทยาและข้าราชการอย่างหนัก โดยจะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้กรมบัญชีกลางดำเนินการเหมือนเดิม เช่น การเพิ่มความเข้มงวดในการเบิกจ่ายเงิน การควบคุมใช้บัญชียาหลักและการควบคุมค่ารักษาโรค เป็นต้น โดยในปีงบประมาณ 2559 กรมบัญชีกลางได้รับมอบวงเงินค่ารักษาพยาบาล 60,000 ล้านบาท แต่เมื่อถึงสิ้นปีงบ ประมาณ 2559 ค่ารักษาพยาบาลมีการเบิกจ่ายจริงถึง 71,000 ล้านบาท

ส่วนนโยบายใหม่ๆของกระทรวงการคลังในปีนี้ ล่าสุด ได้สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปค้นหาแนวทางการเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศชาติจากดุลบริการ หลังจากดุลการค้าทางด้านการส่งออกไม่สามารถเพิ่มได้มากกว่านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยดุลบริการที่สามารถดำเนินการได้คือ การเป็นศูนย์กลางทางด้านรักษาพยาบาลและทางด้านการศึกษา เป็นต้น โดยจะเน้นไปที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นกรณีพิเศษเหมือนกับที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐ

นายสมชัยกล่าวว่า นอกจากการลงทุนของภาคเอกชนที่จะช่วยทำให้เกิดจุดเปลี่ยนประเทศไทยได้แล้ว ในปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการจัดตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ใส่งบประมาณไว้ถึง 10,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะมีส่วนช่วยในการดึงดูดอุตสาหกรรมที่สำคัญของโลกให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น และเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เอกชนของไทยมีการลงทุนตาม

“กระทรวงการคลังน้อยใจมากที่ในปีที่ผ่านมา ภาคเอกชนไม่ยอมลงทุน ทั้งๆที่ได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรการทางภาษีมากสุดในประวัติศาสตร์ ทั้งอ้อนวอน ทั้งประชาสัมพันธ์ไปมากมาย โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการลง ทุนมาหักภาษีได้ถึง 2 เท่า เช่น การก่อสร้างอาคารสำนักงาน การซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักร เป็นต้น ซึ่งมาตรการนี้ได้สิ้นสุดไปแล้วเมื่อสิ้นปี 2559 แต่เอกชนก็ยังไม่ยอมลงทุน แต่เราก็เข้าใจ ในเมื่อคุณไม่มั่นใจ คุณก็ไม่อยากลงทุน พอมาปีนี้นักลงทุนจะมาขอขยายมาตรการด้านการลงทุนเพิ่มอีก คงต้องรอดูนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ที่จะพิจารณาอีกรอบหรือไม่ และกำลังพิจารณาเงื่อนไขอยู่ เช่น การลงทุนในปีนี้ ต้องมากกว่าปีที่แล้ว เป็นต้น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ปลัดกระทรวงการคลังได้ประกาศยกเลิกมาตรการลดภาษีสินค้าคอสเมติกส์ เช่น น้ำหอม ลิปสติก เป็นต้น ลงเหลือ 0% ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.60 เนื่องจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เพราะการลดภาษีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยในประเทศ.

 

เตือนเศรษฐกิจผันผวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833841


นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จุดเปลี่ยนของประเทศไทยมี 3 เรื่อง คือ 1.ในปลายปีนี้จะเปลี่ยนภาพการเมืองจากการที่จะมีการเลือกตั้งในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าก็ตาม จะมีผลให้นักลงทุนจะรอดูว่าจะมีอะไรการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ ควบคู่กับการที่รัฐบาลนี้ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี จึงน่าสนใจว่าแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีจะออกมาอย่างไร2.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ประชาชนวัยทำงานของไทยเริ่มลดลงและจะลดลงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอดูว่าจะให้ลดลงหรือลดการใช้แรงงาน และการเตรียมเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยจะเป็นอย่างไร

3.การเปลี่ยนสถานการณ์โลกที่ส่งผลมาสู่ประเทศไทย มี 3 เรื่องคือ ประเด็นแรก ดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น เป็นไปได้ที่ในปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสงครามแย่งชิงเงินฝากอีกครั้ง 2.ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกเดิมจากตะวันออกกลางมาอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งจะกระทบทุกประเทศในโลก และ 3. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมีผลต่อประเทศไทย เช่น รถไฟฟ้ากับรถขับเองได้ จะเริ่มนำเสนอในตลาดโลกในอีก 5 ปีนี้ จากเดิมคาดว่า อีก 10-20 ปี.

 

“อนันตพร” ได้ 10 คะแนนเต็ม! โรงไฟฟ้ากระบี่รอวัดใจ “กพช.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833837


พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามดูแลค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะด้านพลังงานไฟฟ้า โดยได้ปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งค่าเอฟทีที่ลดลงของปี 2559 อยู่ที่ 30 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าปัจจุบันในเดือน ม.ค.-เม.ย.นี้จะอยู่ที่ 3.38 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ประเทศสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 92,103 ล้านบาทต่อปี จึงขอให้คะแนนการทำงานของตัวเองในปีที่ผ่านมาเต็ม 10 คะแนน ส่วนความคืบหน้าการเจรจาเครือกัลฟ์ ผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ไอพีพี) 5,000 เมกะวัตต์ ขณะอยู่ระหว่างว่าจะสามารถให้ลดกำลังผลิตลง หรือเลื่อนการสร้างโรงไฟฟ้าออกไปนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 17 ก.พ.นี้ มีวาระพิจารณาการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ 800 เมกะวัตต์ ที่ล่าช้าจนต้องเลื่อนเข้าระบบจากปี 2562 ออกไป ล่าสุด อยู่ระหว่างสอบถามข้อมูลจากประชาชนที่พื้นที่ว่าต้องการโรงไฟฟ้าหรือไม่.