ผวาสนามบิน 3 แห่งของ “ทย.” ไม่ผ่านมาตรฐานสอบ “ยูแซฟ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833834


นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย หลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารความมั่นคงและความปลอดภัยคมนาคมทางอากาศ ว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเตรียมพร้อม เพื่อรับการตรวจสอบ จากสำนักงานการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ในโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัย สนามบิน หรือยูแซฟ (USAP) ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. นี้ เพราะหากสนามบินขนาดใหญ่ ไม่ผ่านการตรวจ USAP จะส่งผลกระทบอย่างหนัก ทำให้สายการบินจากต่างประเทศ ไม่สามารถลงจอดได้ และเครื่องบินไม่สามารถออกจากสนามบินไทยไปยังต่างประเทศได้ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จึงได้ตั้งคณะกรรมการร่วม อาทิ ตัวแทนจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เพื่อร่วมกันตรวจสอบประเมินผล ด้านการรักษาความปลอดภัยของสนามบินขนาดใหญ่ 11 แห่ง ก่อนไอเคโอเข้าตรวจสอบจริง เพื่อทำให้ทราบปัญหา และแก้ไขได้ก่อนเดือน ก.ค. นี้ แต่หากแก้ไขไม่ทัน ก็ยังแจ้ง ไอเคโอได้ว่ากำลังแก้ไขอยู่ ทั้งนี้ ไอเคโอจะเข้ามาสุ่มตรวจสอบ 11 ท่าอากาศยานของ ทย. ในวันที่ 16-20 ม.ค. นี้ ซึ่ง ทย.ยืนยันว่าพร้อม แต่ก็เป็นห่วง เพราะเคยระบุไปว่ากรณีซื้อเครื่องเอกซเรย์อาวุธ แต่เพิ่งได้งบซื้อและกำลังติดตั้งที่ท่าอากาศยานอุดรธานี กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ต้องใช้เวลาดำเนินการ 300 วัน หรือจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้.

 

หุ้นสหรัฐฯ บวก จากแรงหนุนกลุ่มพลังงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833914


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในวันพุธจากแรงหนุนกลุ่มพลังงาน กลบผลกระทบจากการลดลงของหุ้นบริษัทกลุ่มเภสัชกรรม ที่ลดลงจากคำพูดของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 11 ม.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 98.75 จุด หรือ 0.50% ปิดที่ 19954.28 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 6.42 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 2275.30 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 11.83 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 5563.65 จุด

หุ้นบริษัทกลุ่มเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ลดลงทันที หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอุตสาหกรรมยาว่า รอดพ้นความผิดจากการผลิตยาในต่างประเทศ และตั้งราคาสูงเกินความเป็นจริง ซึ่งเขาจะผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการประกวดราคายา

อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้รับการชดเชยโดยการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม หลังราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น บริษัทกลุ่มเทคโนโลยี เช่น แอปเปิล ก็มีส่วนช่วยหนุนด้วย

 

รัฐเร่งซับน้ำตาชาวใต้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833833


สศค.ชง ครม.ไฟเขียวดอกเบี้ย 3% ยาว 5 ปีแบงก์ไทยพาณิชย์–กสิกรไทยเยียวยาลูกค้าภาคใต้ ที่ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ออกมาตรการพักชำระหนี้ 3–24 เดือน ปล่อยเงินกู้เสริมสภาพคล่อง–ซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหาย หั่นดอกกู้ลง 50–100% ด้าน สศค.ชง ครม.ไฟเขียว ปล่อยกู้เงินผ่านแบงก์เฉพาะกิจ คิดดอกเบี้ยพิเศษ 3% ระยะเวลา 5 ปี

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้ ธนาคารได้ออกมาตรการพิเศษเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้า โดยลูกค้าสินเชื่อรายย่อย เช่น สินเชื่อเคหะ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และสินเชื่อธุรกิจรายย่อย ให้ความช่วยเหลือดังนี้ 1.พักชำระหนี้เป็นเวลาสูงสุด 3 เดือน 2.ลดดอกเบี้ย 50-100% แล้วแต่ประเภทของสินเชื่อ 3.ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระตั้งแต่ 2 เดือน ถึงสูงสุดไม่เกิน 5 ปี แล้วแต่ประเภทสินเชื่อ และลงทะเบียนภายในเดือน มิ.ย.2560
สำหรับลูกค้าธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ธนาคารช่วยเหลือให้ทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางตรง คือ ทรัพย์สินของกิจการได้รับความเสียหาย และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม คือ ทรัพย์สินของกิจการไม่ได้รับความเสียหาย แต่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ผ่านความช่วยเหลือ 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.การพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน 2.การพักชำระเงินต้นพร้อมขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 24 เดือน 3.ยกเว้นการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดชำระ สำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถชำระเงินได้ตามกำหนด สูงสุด 30 วัน

4.เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวสำหรับเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจ สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม หรือสูงสุด 10 ล้านบาท 5.เพิ่มวงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินของกิจการที่เสียหาย ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี ทั้งนี้ ลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบและเข้าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มี.ค.2560

“ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สอบถามและให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆทันที ซึ่งพิจารณาตามความเหมาะสมทางธุรกิจแต่ละรายไป”

ด้านนายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจของธนาคารใน 12 จังหวัดภาคใต้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้าในช่วงประสบอุทกภัย ประกอบด้วย ลดยอดผ่อนชำระหรือพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน รวมถึงการขยายเทอมตั๋วสัญญาใช้เงินและวงเงินการค้าต่างประเทศ และหากสถาน– การณ์คลี่คลายแล้ว ลูกค้าที่ต้องการวงเงินเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ เครื่องจักร รวมถึงชดเชยสต๊อกสินค้าที่เสียหายจากอุทกภัย ธนาคารจะพิจารณาให้วงเงินกู้โดยพักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน และไม่ต้องประเมินราคาหลักประกัน กำหนดให้ขอวงเงินภายใน 31 มี.ค.นี้

“เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ มีลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคาร 14,395 ราย ที่อยู่ใน 12 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งแต่ละรายได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไป ธนาคารกำลังลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหายอย่างใกล้ชิด”

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ สศค.จะมีข้อสรุปมาตรการธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) สนับสนุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ 3% ระยะเวลา 5 ปี ผ่านธนาคารเฉพาะกิจ และกระทรวงการคลังจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารเฉพาะกิจ.

 

คลอดกฎหมายคุมเลเซอร์ป่วนการบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833829


นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารความมั่นคงและความปลอดภัยในภาคการคมนาคมทางอากาศ ว่า เห็นควรให้มีการกำหนดมาตรการการควบคุมและป้องกันภัยคุกคามด้านการบินจากการยิงแสงเลเซอร์ขึ้นฟ้าไปยังห้องนักบินบนเครื่องบิน ถือเป็นการรบกวนการบินและเป็นอันตรายใหม่รวมทั้งการควบคุมและการบริหารจัดการอากาศยานไร้คนขับประเภทโดรนเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการบิน โดยจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงอันตรายดังกล่าว “ได้รับรายงานจากนักบิน เริ่มพบว่ามีการยิงเลเซอร์ที่กระทบนักบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จึงเห็นควรกำหนดมาตรการป้องกันและเร่งดำเนินการปรับแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมกรณีดังกล่าว ”

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาลำแสงสปอตไลต์ หรือลำแสงเลเซอร์สีต่างๆที่ถูกยิงและกวาดขึ้นไปบนท้องฟ้าและส่งผลให้นักบินมีอาการตาพร่ามัวและมองไม่เห็นชั่วขณะ จึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยการบิน โดยเฉพาะช่วงที่นำเครื่องบินร่อนลงจอด ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการป้องกันหรือแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากในทางปฏิบัติการตรวจสอบผู้กระทำผิดทำได้ยาก และบุคคลทั่วไปยังไม่ทราบการยิงเลเซอร์ที่มีความแรงของแสงสูงรบกวนการบิน จึงเห็นควรให้มีการจัดเก็บสถิติข้อมูลเพื่อนำมาประกอบมาตรการและแนวทางต่อไป

“รวมถึงครอบคลุมถึงการยิงเลเซอร์มีทั้งการยิงเล่นหรือการจัดกิจกรรมอีเวนต์ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตการบิน ขั้นตอนในการแจ้งขออนุญาตก่อนทำการยิง และการกำหนดบทลงโทษและบทปรับต่างๆสำหรับผู้ฝ่าฝืน เช่น กระทำผิดครั้งแรก ปรับตั้งแต่ 2,200-4,399 เหรียญสหรัฐฯ หรือหากทำผิดซ้ำและก่อให้เกิดความเสียหาย ปรับสูงสุดถึง 11,000 เหรียญสหรัฐฯ เป็นต้น”.

 

ชาวสวนยางเฮรับเงิน 2 เด้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833826


นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า สิ้นเดือน ม.ค.60 คณะกรรมการ (บอร์ด) กยท.จะพิจารณานำเงินงบประมาณจากกองทุนพัฒนายางพารา ม.49 (5) จำนวน 398 ล้านบาท แจกจ่ายให้ชาวสวนยางที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมประมาณ 70,000 กว่าครัวเรือน เป็นการช่วยเหลือในส่วนเงินสวัสดิการชาวสวนยาง 3,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อเยียวยาค่าครองชีพเกษตรกรชาวสวนยางที่เสียโอกาสในการกรีดยางในช่วงที่น้ำท่วม ต้นยางได้รับความเสียหาย โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย และจะสรุปผลได้ปลายเดือน แต่จะต้องขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท. ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งหมด 1.4 ล้านรายนอกจากนี้ ทาง กยท.จะจ่ายเงินเพื่อเยียวยาให้ชาวสวนในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นเงินสวัสดิการช่วยเหลือตามกองทุนสวัสดิการ เป็นการจ่ายให้แบบเพิ่มจากวงเงินเดิมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้กระทรวงเกษตรฯช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559/60 โดยอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 60 หรืองบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในกรอบวงเงินงบประมาณ 2,259.72 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกรด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ในอัตรา 3,000 บาท/ครัวเรือน โดยต้องเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ตามประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน (อุทกภัย) ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 58 จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนของภาคใต้ ประมาณเดือน ก.พ.60.

 

แบงก์ชาติติวเข้มระบบการเงินดิจิตอล เปิดทดสอบให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833822


น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงิน และเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี (ฟินเทค) เข้ามาใช้บริการ Regulartory Sandbox เพื่อร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่เพื่อประโยชน์ของประชาชนในการรับบริการทางการเงิน ว่า ในขณะนี้ระบบทดสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ ธปท.ผ่านระบบ Sandbox พร้อมที่จะให้ดำเนินการแล้ว และมีฟินเทคในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่เป็นองค์กรเดิมและฟินเทคใหม่ที่เป็นลักษณะสตาร์ทอัพ สนใจเข้ามาพูดคุยเพื่อนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆมาทดสอบร่วมกับ ธปท.แล้วตั้งแต่ต้นปีประมาณ 10 ราย และคาดว่าจะมีเพิ่มเติมอีกในอนาคตทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่เหล่านี้จะไม่ซ้ำกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้เทคโนโลยีเดิมๆ เช่น ระบบการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับคนทั่วไป หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้กันในปัจจุบัน แต่จะเป็นแอพพลิเคชั่น ช่องทางการให้บริการการลงทุน ช่องทางการให้บริการสินเชื่อ และช่องทางการชำระเงินในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยกตัวอย่างที่สมัครเข้ามา เช่น การใช้แอพพลิเคชั่นการโอนเงินสำหรับคนตาบอด การให้กู้โดยตรงระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยพัฒนาระบบการเงินและการชำระเงินไทยให้ไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอลที่ดีขึ้น สนับสนุนสตาร์ทอัพทางการเงินใหม่ ช่วยลดต้นทุนของระบบการเงินเดิม ช่วยให้เกิดค่าบริการทางการเงินในราคาที่เหมาะสม และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

“สถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ประกอบการฟินเทคที่สนใจที่จะเข้ามาร่วมทดสอบจะต้องเป็นบริษัทคนไทยเท่านั้น เพราะ ธปท.ต้องการสนับสนุนบริษัทคนไทยก่อน โดยสามารถส่งแผนการดำเนินการผลิตภัณฑ์ได้ที่ ธปท.”

 

“ทีโอที” ตั้งเป้าขาดทุน 8 พัน ล. เหตุรับภาระค่าเสื่อมหลังแอ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833821


นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2560 ทีโอทีตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ 50,000 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBIDA) 5,000 ล้านบาท แต่เมื่อหักภาษีและค่าเสื่อมแล้ว จะขาดทุน 8,000 ล้านบาท โดยการขาดทุนดังกล่าวถือเป็นการขาดทุนอย่างต่อเนื่องจากปี 2559 เพราะทีโอทีมีภาระค่าเสื่อมจากมูลค่าทรัพย์สินสูงขึ้นด้วย โดยปี 2559 ทีโอทีมีรายได้ 30,800 ล้านบาท มีค่าใช้จ่าย 29,200 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 1,617 ล้านบาท แต่เมื่อหากหักภาษีและค่าเสื่อมแล้วจะขาดทุน 5,800 ล้านบาทสำหรับแผนงานในปี 2560 ที่จะดำเนินการดังนี้ 1.การติดตั้งอินเตอร์เน็ตประชารัฐมูลค่า 15,000 ล้านบาท จำนวน 24,700 หมู่บ้าน ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ 2.การปรับโครงสร้างองค์กรตามมติคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่ต้องจัดตั้งบริษัทลูก 2 บริษัทร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) คือ บริษัท เอ็นจีดีซี จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเคเบิลใยแก้วใต้น้ำและศูนย์บริการข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และบริษัท เอ็นบีเอ็น จำกัด เพื่อให้บริการโครงข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศ โดยจะต้องประเมินทรัพย์สิน กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นและเริ่มดำเนินธุรกิจได้ภายในเดือน ก.ค.2560

3.การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานทั้งเสาโทรคมนาคม การเช่าอุปกรณ์โทรคมนาคม การใช้คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งขณะนี้ได้ตกลงกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวอร์ก ในเครือเอไอเอสแล้ว อยู่ระหว่างการทำสัญญา 10 ปี คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ทีโอทีราว 9,500 ล้านบาทต่อปี และการหาพันธมิตรในการใช้ประโยชน์จากคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์นั้น ก็อยู่ระหว่างหาพันธมิตร 4.การเน้นการปรับปรุงการให้บริการธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพราะถือเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่สร้างรายได้ให้ทีโอที.

 

ตลาดแอร์เดือด “มิตซู” ทุบราคา หวังลุยปลุกกำลังซื้อดันยอดขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833817


นายยาซุชิ โมริยามะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ ภายใต้แบรนด์ “มิตซูบิชิ” เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับราคาเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ลง โดยเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยปรับลดลง 5-10% เชิงพาณิชย์ปรับลดลง 15-20% ซึ่งได้เริ่มดำเนินการปรับลดราคาสินค้าลงมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.59 ที่ผ่านมา เพื่อหวังปลุกกำลังซื้อและกระตุ้นยอดขายเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ ซึ่งหลังปรับลดราคาลง ทำให้ระดับราคาเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ลงมาใกล้เคียงกับรุ่นปกติทันที“ปีงบประมาณ 60 นี้ คาดว่าจะใช้งบทำตลาดและส่งเสริมการขาย 1,050 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำแบรนด์ สร้างการรับรู้ของแบรนด์ และจุดแข็งของบริษัท ภายใต้แนวคิด “เราคิด…จากชีวิตคุณ” พัฒนาสินค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ล่าสุดได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 4 กลุ่ม อาทิ กลุ่มเครื่องปรับอากาศ กลุ่มตู้เย็น กลุ่มพัดลม และกลุ่มปั๊มน้ำ เข้าทำตลาดเสริมทัพ โดยกลุ่มเครื่องปรับอากาศจะเปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกัน 2 รุ่น คือ 3D Move-eye Humman Sensor และรุ่น Econo Air เป็นต้น”.

 

‘ผู้ประกันตน’ เฮ สปส.เพิ่ม 12 สิทธิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2560 04:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833878


ช่วงสายวันที่ 11 ม.ค. ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไปเปรียบเทียบกับระบบประกันหลักสุขภาพแห่งชาติ โดยมีการระบุว่า ระบบประกันหลักสุขภาพแห่งชาติดีกว่าระบบประกันสังคมว่า ข้อมูลบางประเด็นไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมาทาง พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการดูแลลูกจ้างผู้ประกันตน ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์และการให้บริการ ในระยะเวลา 1 ปีเศษที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านบริการทางการแพทย์ให้ผู้ประกันตนถึง 12 รายการ รวมทั้งให้ความสำคัญกับกลไกประชารัฐในการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนมีส่วนในการให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ นำมาปรับปรุงและพัฒนางานประกันสังคมเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุดนพ.สุรเดชกล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกันระหว่าง 2 ระบบ หากเจาะลึกในรายละเอียดจะมีอยู่ 4 เรื่องใหญ่ คือ 1.ยาที่ใช้รักษาในระบบประกันสังคม ผู้ประกันตนจะได้รับยาในบัญชียาหลักเป็นขั้นพื้นฐาน และสามารถเบิกใช้ยาอื่นๆที่อยู่นอกบัญชียาหลัก โดยความเห็นของแพทย์ได้หมด แต่ในอีกระบบจะเป็นยาในบัญชียาหลักเท่านั้น 2.กรณีไตวายเฉียบพลัน การรักษาในระบบประกันสังคมจะจ่ายเพิ่มให้กับสถานพยาบาลครั้งละ 3,000 บาท โดยผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ในระบบอื่นจะเป็นเหมาจ่ายอย่างเดียว

“ถัดมาข้อที่ 3.การบำบัดทดแทนไต กรณีไตวายเรื้อรัง ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมสามารถฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาอย่างถาวรตามสภาพของผู้ป่วย ขณะที่อีกระบบการเข้าถึงสิทธิจะต้องเริ่มจากการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาถาวรก่อนเท่านั้น และ 4.การปลูกถ่ายอวัยวะ ในระบบอื่น เช่น การปลูกถ่ายหัวใจ และปลูกถ่ายตับในเด็ก การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ กระจกตา การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด จำกัดปีละไม่เกิน 30 ราย ขณะที่ระบบประกันสังคม การปลูกถ่ายอวัยวะพร้อมกันมากกว่า 1 รายการ รวมถึงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด การผ่าตัดกระจกตา ทำได้ไม่จำกัดจำนวน นอกเหนือจากทั้ง 4 ข้อแล้ว ระบบประกันสังคมยังดูแลผู้ประกันตนครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิประโยชน์กรณีบำนาญชราภาพ การคุ้มครองทุพพลภาพ และเสียชีวิต การคุ้มครองการว่างงานและสิทธิประโยชน์สงเคราะห์บุตรด้วย” นพ.สุรเดชกล่าว

 

เกเตอเรด-เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ ปรับโฉม-ออกสูตรใหม่ ชิงตลาดเครื่องดื่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ม.ค. 2560 22:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833537


เครื่องดื่มเกลือแร่ “เกเตอเรด” ปรับโฉมใหม่ ดึงนักกีฬาระดับโลกบนแพ็กเกจจิ้งใน 3 รสชาติ ขณะที่ “เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์” ออกสูตรใหม่ “บิวติ ดีเฟนซ์” รวมส่วนผสมจากผลไม้ที่ดีที่สุดทั้ง 10 ชนิด อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์…วันที่ 11 ม.ค. 60 มีรายงานว่า “เกเตอเรด” เครื่องดื่มเกลือแร่อันดับหนึ่งใน 27 ประเทศทั่วโลก โดย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ในเครือเป๊ปซี่โค ได้ปรับโฉมโลโก้และแพ็กเกจจิ้งใหม่ รุกตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ โดยนำโลโก้ใหม่ ที่มีตราสัญลักษณ์ตัว “G” มาใช้เพื่อตอกย้ำชื่อแบรนด์ ภายใต้คอนเซปต์ “เหนือชัยชนะ คือชนะใจตัวเอง” ผ่านฉลากสีสันโดดเด่น พร้อมรูปนักกีฬาระดับโลก ในฐานะโกลบอลพรีเซ็นเตอร์ 3 คน บนแพ็กเกจจิ้ง สำหรับ 3 รสชาติ ได้แก่ ลิโอเนล เมสซี (Lionel Messi) กับกลิ่นมะนาว (Lemon Lime) เซเรนา วิลเลียมส์ (Serena Williams) กับกลิ่นองุ่น (Grape) และอเล็กซิส ซานเชซ (Alexis Sánchez) กับกลิ่นบลูบลาส (Blue Blast)

สำหรับ “เกเตอเรด” โฉมใหม่ มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด 350 มล. ราคา 18 บาท วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ และขนาด 500 มล. ราคา 25 บาท วางจำหน่ายในร้านค้าปลีก ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งสนามกีฬาและฟิตเนสเซ็นเตอร์ต่างๆ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ผ่านทาง www.facebook.com/GatoradeThailand

ขณะที่ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) ออกสูตรใหม่ “เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ สูตร บิวติ ดีเฟนซ์” (Beauti Defense) ลิมิเต็ดอิดิชั่นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี รวมส่วนผสมจากผลไม้ที่ดีที่สุดทั้ง 10 ชนิด ที่อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติสูงกว่าผลไม้ทั่วไปหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็น องุ่นแดง องุ่นขาว สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ แบล็กเคอแรนต์ ราสพ์เบอร์รี่ โกจิเบอร์รี่ ซีบัคธอร์น ทับทิม อาซาอีเบอร์รี่ อะเซอโรลา เชอร์รี่ และความหวานจากสารสกัดหญ้าหวาน ที่ปราศจากแคลอรี อร่อยไม่ผสมน้ำตาล ในขนาด 360 มล. ราคา 20 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ 7-eleven ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมโทร. 0-2319-4949 หรือ Facebook Fanpage : Sappe Beauti Drink