หุ้นไทยปิดตลาดบวก 10.68 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,496.36 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 17:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791752

 

หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่ายเพิ่มขึ้น 10.68 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,496.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,686.61 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 23 พ.ย. 59 รายงานหุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 10.68 จุด เปลี่ยนแปลง 0.72% ดัชนีอยู่ที่ 1,496.36 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 50,686.61 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน).

 

ไตรมาส 3 สินเชื่อ ธอส. ทะลุแสนล้าน พุ่ง 2.79% หนี้เน่าลด 5.60%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 16:43

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791602

 

ธอส. เผยผลงานไตรมาส 3/59 สินเชื่อใหม่ทะยาน 111,420 ล้าน เพิ่มขึ้น 2.79% ดันยอดสินเชื่อคงค้างรวม 906,039 ล้าน เพิ่มขึ้น 5.01% จากสิ้นปี 58 ส่วนหนี้เน่า ลดเหลือ 5.60% ผุดผลิตภัณฑ์หลากหลาย หวังดันยอดสินเชื่อปี 59 ตามเป้าหมาย 170,043 ล้าน

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2559 ณ วันที่ 30 ก.ย. 2559 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนว่า ธนาคารเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 สามารถปล่อยสินเชื่อปล่อยใหม่ ได้ทั้งสิ้น 111,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.79% คิดเป็น 96,319 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3/2559 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2558 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 906,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.01% สินทรัพย์รวม 988,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.77% เงินฝากรวม 791,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.89% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 50,702 ล้านบาท คิดเป็น 5.60% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงจากไตรมาสที่ 2 จำนวน 0.16%

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากธนาคารได้จัดทำมาตรการใหม่สำหรับลูกค้าที่เคยมีปัญหาการผ่อนชำระเพื่อช่วยให้กลับมามีสถานะปกติได้ ส่งผลให้ธนาคารยังคงมีกำไรสุทธิ 7,450 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ที่ระดับแข็งแกร่งมากที่ 16.21% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย


อย่างไรก็ตาม ปีนี้ธนาคารได้จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ส่งผลให้สินเชื่อใหม่ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านประชารัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ให้กู้ วงเงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โครงการบ้าน ธอส.เพื่อข้าราชการ  โครงการบ้าน ธอส.เพื่อผู้สูงอายุ โครงการบ้าน ธอส.เพื่อสานรัก วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ล่าสุดโครงการสินเชื่อบ้าน 63 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ย 0.63% ต่อปี นาน 5 เดือน พ่วงแคมเปญ 4 ฟรี เปิดให้ยื่นคำขอกู้ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ลูกค้าประชาชนให้การตอบรับมากที่สุดและธนาคารได้ขยายกรอบวงเงินรวมกันกว่า 37,500 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีไปถึงตัวเลขสินเชื่อปล่อยใหม่ไตรมาสสุดท้าย ให้เป็นไปตามเป้าหมาย 170,043 ล้านบาท

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี ธนาคารจะยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทำให้คนไทยมีบ้านผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ และผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการสินเชื่อบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่นาน 4 ปีแรก และยังให้ส่วนลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกกตัญญูที่ผ่อนชำระดี 4 ปี พร้อมปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรให้เป็น SMART Organization เพื่อรองรับการเข้ามาของบริการทางเงินรูปแบบใหม่ในอนาคต.

 

นายใหญ่ยันลงทุนค้าปลีกไทยต่อ ปัดขายหุ้น “เทสโก้ โลตัส”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 16:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791672

 

ซีอีโอกลุ่ม “เทสโก้” ยักษ์ค้าปลีกจากสหราชอาณาจักรบินเข้าพบ “รองนายกฯ สมคิด” ยืนยันเดินหน้าลงทุนในไทยต่อทั้งเปิดสาขาและขยายช่องทางออนไลน์ ปฏิเสธขายหุ้นให้กลุ่มใด…

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเดฟ ลูอิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทสโก้ เดินทางจากสหราชอาณาจักรเพื่อเยี่ยมธุรกิจของ เทสโก้ โลตัส ในไทย และในโอกาสนี้ได้เข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อหารือแผนการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และเจตนารมณ์ของกลุ่มเทสโก้ในการยกระดับสินค้าเกษตรในประเทศไทยตลอดห่วงโซ่อาหาร รวมถึงโครงการประชารัฐที่เทสโก้ โลตัส ได้ช่วยสร้างรายได้และการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย

นายเดฟ กล่าวว่า กลุ่มเทสโก้ เชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทย มีความมุ่งมั่นที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดสาขาเพิ่มและขยายช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพสูงในราคาต่ำ นอกจากนี้ ยังจะลงทุนอย่างต่อเนื่องในการปรับลดราคากลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพเพื่อช่วยลูกค้าประหยัด

ทั้งนี้ กลุ่มเทสโก้มีเจตนารมณ์จำหน่ายอาหารสดคุณภาพสูงแก่ลูกค้า จึงวางแผนที่จะลงทุนในการยกระดับสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ผ่านการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยในการร่วมกันวางแผนการเพาะปลูก โดยใช้ความต้องการของตลาดเป็นที่ตั้งเพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด ตลอดจนการพัฒนาการขนส่งให้สามารถคงความสดของสินค้า ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียอาหาร ซึ่งการยกระดับอาหารสดทั้งห่วงโซ่นี้ จะนำไปสู่ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและต้นทุนที่ต่ำลงสำหรับเกษตรกรและเทสโก้ โดยมีคุณภาพอาหารที่สูงขึ้นและราคาที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า นับได้ว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ลูกค้า และเทสโก้เอง

นายเดฟ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากสำหรับกลุ่มเทสโก้ โดยเทสโก้โลตัส เป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกลุ่มเทสโก้ภายนอกสหราชอาณาจักร ให้บริการลูกค้ามากกว่า 15 ล้านคนต่อสัปดาห์และจ้างงานพนักงานประจำกว่า 60,000 คน กลุ่มเทสโก้ มุ่งมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป และไม่มีแผนในการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นในกิจการเทสโก้ โลตัส.

 

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯต.ค. ขยับเดือนที่ 2 ยอดสั่งซื้อเพิ่มรับเทศกาลสิ้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 15:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791492

 

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมต.ค. ขยับที่ระดับ 86.5 ปรับเพิ่มต่อเนื่องเดือนที่ 2 จากคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ ช่วงเทศกาลสิ้นปี แต่ยังกังวลต้นทุนผลิต สภาพคล่องเอสเอ็มอี จากความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน-ศก.โลก…

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ต.ค.59 อยู่ที่ระดับ 86.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.8 ในเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากช่วงฤดูกาลที่มีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเทศกาลในช่วงสิ้นปี ทั้งจากผู้บริโภคภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญจากประเทศจีน ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ ทำให้การผลิตเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงปลายปีทำให้มียอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อต้นทุนการผลิต การแข่งขันด้านราคา ปัญหาสภาพคล่องของ SMEs ตลอดจนความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และสภาวะเศรษฐกิจโลก

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 102.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 102.4 ในเดือน ก.ย. ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่อง และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น มีการสนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการเพื่อนำสินค้าไปแสดงในต่างประเทศ เร่งรัดการจัดทำมาตรฐานสินค้าให้ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม รวมถึงเสนอแนะให้ภาครัฐมีการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรอุปกรณ์และสินค้าที่ผลิตในประเทศเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย.

 

ปราบทัวร์ศูนย์เหรียญได้ผล ท่องเที่ยวไทยโตตามเป้ารายได้แตะ 2.4 ล้านล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 14:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791512

 

รมว.ท่องเที่ยว ยัน ท่องเที่ยวโตตามเป้าปี 59 เชื่อมีรายได้แตะ 2.4 ล้านล้านบาท ในสิ้นปี หลังปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ คาดใน 3 เดือนนี้ นักท่องเที่ยวถึง 9.1 ล้านคน

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีนักท่องเที่ยวเติบโตตามเป้าหมายของปี 59 โดยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.4 ล้านล้านบาท ภายในสิ้นปี จากตัวเลขชัดเจนว่าการปราบทัวร์ผิดกฎหมายส่งผลดีต่อการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ไทยตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากนี้ จากของขวัญพิเศษให้นักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ เช่น มาตรการวีซ่าและกิจกรรมหลากหลาย คาดว่าในช่วง 3 เดือนนี้จะได้ยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปกติ 8.8 ล้านคน เป็น 9.1 ล้านคน คิดเป็น 4% และมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 454,982 ล้านบาท เป็น 483,685 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% โดยจะมีการจ้างงาน กระจายรายได้ไปตามเมืองรอง และรัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นเกินจากเป้าที่ตั้งไว้ ทำให้ฤดูการท่องเที่ยวคึกคัก โดยได้อานิสงส์บวกกับมาตรการดังกล่าว.

 

ค่ายรถยกระดับนัดเช็กระยะผ่านออนไลน์ การันตีเสร็จใน 60 นาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791497

 

“ฟอร์ด ประเทศไทย” ยกระดับบริการหลังการขายเปิดตัวระบบนัดหมายเข้ารับบริการตรวจเช็กผ่านระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์ โดยการันตีการให้บริการแล้วเสร็จภายในเวลา 60 นาที…

นายณรงค์ สีตลายน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ฟอร์ดประเทศไทยยกระดับบริการลูกค้าผ่านกลยุทธ์หลัก 4 ประการ ได้แก่ การให้ความสะดวกในการเข้ารับบริการ การเข้าถึงศูนย์บริการ การสร้างความมั่นใจในคุณภาพของการให้บริการ และการมอบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากโชว์รูมและศูนย์บริการของฟอร์ดให้กับลูกค้า

ล่าสุด เปิดตัวบริการใหม่ “60 Minutes Express Service Guaranteed Online Booking” เป็นครั้งแรกในไทย ให้ลูกค้านัดหมายเข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะผ่านระบบออนไลน์บุ๊กกิ้งแบบเรียลไทม์และการันตีการให้บริการแล้วเสร็จภายในเวลา 60 นาที หากไม่สามารถให้บริการเสร็จตามกำหนด ลูกค้าจะได้รับบริการฟรี โดยลูกค้าสามารถนัดเข้ารับบริการตลอด 7 วัน ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ 30 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ทั้งนี้ แต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ฟอร์ดได้เริ่มเปิดให้ทดลองบริการดังกล่าว ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ 30 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครอบคลุม จ.นนทบุรี ปทุมธานีและสมุทรปราการ รองรับรถได้กว่า 8,000 คันต่อเดือน ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามานัดหมายเข้ารับบริการแล้วกว่า 2,300 ราย

ด้านนายวิชิต ว่องวัฒนาการ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า บริการที่เปิดตัวครั้งนี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการให้บริการรวดเร็ว ทันใจและได้คุณภาพจากฟอร์ด ลูกค้าสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการของฟอร์ดตามสาขาที่ลูกค้าสะดวกผ่านระบบออนไลน์บุ๊กกิ้งที่เว็บไซต์ https://onlinebooking.ford.co.th/ ได้ทุกวันเว้นวันหยุดตามประเพณีและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งระบบดังกล่าว จะมีฐานข้อมูลเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ระหว่างโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศของฟอร์ด เมื่อนัดหมายผ่านระบบแล้ว ลูกค้าจะได้รับการยืนยันทาง SMS ทันทีหลังจากทำการนัดหมายสมบูรณ์ และยังสามารถแก้ไขการนัดหมายได้ 2 วันล่วงหน้าหรือยกเลิกการนัดหมายได้ด้วยตนเองเช่นกัน

 

‘วิริยะ’ จ่ายสินไหม เหยื่อรถทัวร์ตกเหวเขาพลึง เสียชีวิตได้ชดเชย 8 แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791476

 

วิริยะประกันภัย แสดงความเสียใจครอบครัวผู้สูญเสีย อุบัติเหตุรถตกเขาพลึง พร้อมจ่ายสินไหมทดแทน กรณีเสียชีวิต ได้ชดเชยรายละ 8 แสน ส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ดูแลค่ารักษาพยาบาล…

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายประสิทธิ์ สุนะชูแสง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 1 (ภาคเหนือ) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยว บริษัท ขนส่ง จำกัด สาย 999 
สีชมพู-ส้ม ตกในเขาพลึง บนถนนสายที่ 11 เด่นชัย-พิษณุโลก หลักกิโลเมตรที่ 350 หมู่ 7 ต.ด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พ.ย. 2559) และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น บริษัทฯ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง และขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวผู้สูญเสีย จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า รถคันดังกล่าวได้ทำประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3 และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัทฯ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานงาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และพร้อมที่จะจ่ายสินไหมทดแทนแก่ทายาทตามกฎหมายของผู้เสียชีวิตในทันที ตามสิทธิประโยชน์ที่ระบุไว้ในเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ ทั้งนี้กรณีผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยสูงสุด รายละ 800,000 บาท โดยแบ่งเป็นความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 300,000 บาท และความคุ้มครองตามกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ประเภท 3 ในส่วนความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (กรณีความเสียหายต่อชีวิตร่างกายหรืออนามัย) 300,000 บาท และความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย (การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล) อีก 200,000 บาท

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้เข้าดูแล เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล และอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ในช่วงเวลาที่ทุกคนจะส่งมอบความสุขให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง อยากให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขกาย สุขใจอย่างแท้จริง ขอฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนน ให้มีน้ำใจ มีรอยยิ้ม แบ่งปัน และเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมทาง เพื่อเราจะได้ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปด้วยกัน” นายประสิทธิ์ กล่าว

รถทัวร์ ‘ผู้เกษียณอายุ กสท’ ตกเขาพลึงที่อุตรดิตถ์ สรุปดับ 18 เจ็บ 20

 

ค้าปลีกเดินหน้าขยายสาขา ปักหมุดหัวเมืองรอง “บ้านไผ่”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 12:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791462

 

ห้างค้าปลีกยังแข่งขันขยายสาขาไม่หยุด ล่าสุด “บิ๊กซี” เปิดใหม่สาขาบ้านไผ่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาที่ 129 พร้อมจ้างงานประชาชนในท้องถิ่น…

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท บิ๊กซีฯ เปิดให้บริการบิ๊กซีสาขาบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นับเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาที่ 129 ของบิ๊กซี มีพื้นที่รวม 11,846 ตารางเมตร จัดสรรเป็นพื้นที่ขายจำนวน 3,842 ตารางเมตร พร้อมด้วยสินค้าหลากหลายในราคาประหยัดกว่า 21,192 รายการ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งได้จัดเตรียมทั้งในด้านความหลากหลายของสินค้าที่มีคุณภาพในราคาประหยัด การให้บริการตามมาตรฐานระดับประเทศ รวมถึงพื้นที่จอดรถยนต์และจักรยานอีกจำนวน 760 คัน

นอกจากนี้ บิ๊กซียังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายพิเศษต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างสีสันในการช็อปปิ้งให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจับจ่ายที่บิ๊กซีคือ ผลตอบแทนกลับสู่ชุมชนในรูปแบบภาษีท้องถิ่นด้วย ซึ่งเรามีนโยบายในการชำระภาษีคืนกลับสู่ท้องถิ่นในทุกพื้นที่เปิดให้บริการ เพื่อช่วยพัฒนาความเจริญให้กับ อ.บ้านไผ่ สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนและสนับสนุนรายได้ของท้องถิ่นอีกด้วย

นายอัศวิน กล่าวต่อว่า การเปิดสาขาครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นกว่า 117 คน โดยเป็นการจ้างงานในท้องถิ่นถึง 81 คน และมีพนักงานโอนย้ายกลับภูมิลำเนาจำนวน 37 คน นับเป็นการช่วยให้พนักงานได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ช่วยพัฒนาด้านสังคมในภาพรวมด้วย.

 

เปิดบิ๊กซี สาขาบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาที่ 129

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 23 พ.ย. 2559 12:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791367

 

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) เปิดบิ๊กซี สาขาบ้านไผ่ เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาที่ 129 เดินหน้าในฐานะ “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” เพื่อเป็นศูนย์กลางช้อปปิ้งจุดยุทธศาสตร์ของภาคอีสาน รองรับความต้องการของคนในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมุ่งลดค่าครองชีพ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าและชุมชนทั่วประเทศอย่างตรงจุด

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ฯ ได้เปิดให้บริการ บิ๊กซี สาขาบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนับเป็นเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาที่ 129 ของบิ๊กซี มีพื้นที่รวม 11,846 ตารางเมตร โดยจัดสรรเป็นพื้นที่ขายจำนวน 3,842 ตารางเมตร พร้อมด้วยสินค้าหลากหลายในราคาประหยัดกว่า 21,192 รายการ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งบิ๊กซีได้จัดเตรียมทั้งในด้านความหลากหลายของสินค้าที่มีคุณภาพในราคาประหยัด พร้อมการให้บริการตามมาตรฐานระดับประเทศ รวมถึงพื้นที่จอดรถยนต์และจักรยานอีกจำนวน 760 คัน เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าที่บิ๊กซี บ้านไผ่ ให้กับพี่น้องชาวบ้านไผ่ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ บิ๊กซียังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายพิเศษต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างสีสันในการช็อปปิ้งให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง


“ทั้งนี้ การจับจ่ายของทุกท่านที่บิ๊กซี คือผลตอบแทนกลับสู่ชุมชนในรูปแบบภาษีท้องถิ่นด้วย บิ๊กซีมีนโยบายในการชำระภาษีคืนกลับสู่ท้องถิ่น ในทุกพื้นที่ที่เราไปเปิดให้บริการ เพื่อช่วยพัฒนาความเจริญให้กับอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชน และสนับสนุนรายได้ของท้องถิ่นอีกด้วย” นายอัศวิน กล่าว

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นกว่า 117 คน โดยเป็นการจ้างงานในท้องถิ่นถึง 81 คน และมีพนักงานโอนย้ายกลับภูมิลำเนาจำนวน 37 คน นับเป็นการช่วยให้พนักงานได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ช่วยพัฒนาด้านสังคมในภาพรวมของจังหวัดขอนแก่น

การเปิดบิ๊กซี สาขาบ้านไผ่ เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต คืออีกหนึ่งข้อพิสูจน์ของบิ๊กซี ในการนำสินค้าคุณภาพราคาถูกไปยังผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพให้แก่ประชาชน เราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ สนับสนุนกิจกรรมชุมชนที่เป็นประโยชน์อย่างเต็มกำลัง เพื่อตอกย้ำตำแหน่งของบิ๊กซี ในฐานะห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า ของคนทั่วประเทศ

 

ราคาทองเปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,950

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ย. 2559 09:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791211

 

ทองเปิดตลาดวันที่ 23 พ.ย. 59 ราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายออกบาทละ 20,450 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายออกบาทละ 20,950 บาท …

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350.00 บาท ขายออกบาทละ 20,450.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 บาท ขายออกบาทละ 20,950.00 บาท