สปส. เตรียมดึงผู้ประกันตนกว่า 9.3 แสนราย กลับมาใช้สิทธิหลังหลุดระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 15:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779321

 

สำนักงานประกันสังคม ชงแก้กฎหมาย ดึงผู้ประกันตน มาตรา 39 กว่า 930,000 ราย กลับมาใช้สิทธิเดิม หลังไม่จ่ายเงินสมทบเกิน 3 เดือน จนหลุดจากระบบ คาด ใช้เวลา 3-6 เดือน …

วันที่ 10 พ.ย.59 นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมกระทรวงแรงงาน ว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้ให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไปแก้ไขระเบียบ และข้อกฎหมาย เพื่อคืนสิทธิให้กับผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 ซึ่งเคยเป็นลูกจ้างบริษัทตามมาตรา 33 ที่ได้ลาออก และยังส่งเงินสมทบต่อด้วยตัวเองเพื่อใช้สิทธิ 6 กรณี แต่ได้หลุดออกจากระบบประกันสังคม เพราะไม่ส่งเงินสมทบติดต่อกัน 3 เดือน อาจหลงลืม หรือเงินในบัญชีที่ใช้หักส่งเงินสมทบมีเงินไม่เพียงพอ จึงทำให้ถูกตัดสิทธิการเป็นผู้ประกันตน ทำให้ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใน 6 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร เสียชีวิต และเงินชราภาพ สปส.จะเร่งดำเนินการ เพื่อคืนสิทธิให้กับผู้ประกันตนที่หลุดจากระบบประกันสังคมเร็วที่สุด คาดว่า จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน จึงจะมีความคืบหน้า

ด้าน นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สปส. กำลังพยายามแก้ไขกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อคืนสิทธิให้ผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 ที่หลุดจากระบบประกันสังคมกว่า 930,000 คน โดยไม่มีเงื่อนไข เดิม สปส. เคยแจ้งเตือนการขาดส่งเงินสมทบทางจดหมาย หลังจากนี้ จะเพิ่มช่องทางการเตือนผ่านระบบข้อความทางมือถืออีกช่องทางหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดสิทธิ เชื่อว่า จะมีผู้ประกันตนหลายแสนคนกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง

 

ลอยกระทงปีนี้เงียบเหงา คาดเงินสะพัด 9.6 พันล้าน ใช้จ่ายต่ำสุดรอบ 5 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 14:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779301

 

ม.หอการค้าไทย เผย ลอยกระทงปีนี้เงียบเหงา คาด มีเงินสะพัด 9,638.85 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 15.6% ปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี เหตุเป็นช่วงการไว้ทุกข์ คนไทยกำลังโศกเศร้า…

วันที่ 10 พ.ย.59 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,238 ราย ระหว่างวันที่ 1-8 พ.ย.59 ว่า การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้ จะมีเม็ดเงินสะพัด 9,638.85 ล้านบาท ลดลง 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะเป็นช่วงของการไว้ทุกข์ และเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 54 ที่เกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ โดยในปี 54 มีมูลค่าการใช้จ่าย 8,100 ล้านบาท ลดลง 16.5% จากปี 53

สำหรับมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่ 1,105.31 บาท ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 54 ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 1,25.71 บาท และเป็นการลดลงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยผู้ตอบส่วนใหญ่ 81.6% ระบุสาเหตุที่ใช้จ่ายน้อยลงเป็นเพราะอยู่ในช่วงโศกเศร้าและการไว้ทุกข์ ส่วน 7% ระบุมาจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น และ 5.1% มีรายได้ลดลง

“บรรยากาศลอยกระทงปีนี้ ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะมีกลุ่มตัวอย่างกว่า 21.7% ที่ตอบว่า ลอยกระทงปีนี้เงียบเหงากว่าเดิมมาก แม้ว่าส่วนใหญ่ 89.5% จะยังออกไปลอยกระทงอยู่ เพราะเป็นประเพณีและเพื่อขอพร แต่ก็เป็นแบบเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่ในช่วงของการไว้ทุกข์ ที่คนไทยกำลังโศกเศร้า”

ส่วนแหล่งที่มาของการใช้จ่ายส่วนใหญ่ 73.4% ยังมาจากเงินเดือนที่เป็นรายได้ปกติ รองลงมา 23.5% เป็นเงินออม และ 10.6% เป็นเงินที่มาจากเงินโบนัส หรือรายได้พิเศษ โดยส่วนใหญ่จะไปลอยกระทงในสวนสาธารณะและสถานที่ที่มีการจัดงานลอยกระทง

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความเป็นห่วงและคิดว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมในขณะนี้ คือเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นปรับตัวสูงขึ้น ส่วนเรื่องที่ต้องการให้เร่งแก้ไขคือ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ สถานการณ์ทางการเมือง และความเชื่อมั่น.

 

ประกันสังคมให้ผู้พิการใช้สิทธิเข้า รพ.รัฐได้ทุกแห่ง ไม่ต้องสำรองจ่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 13:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779167

 

ที่ประชุมประกันสังคม มีมติให้ผู้พิการใช้สิทธิเข้ารักษาโรงพยาบาลรัฐได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องสำรองจ่าย พร้อมจะเร่งพิจารณาปรับปรุงสิทธิประโยชน์คนพิการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ …

วันที่ 10 พ.ย. 59 นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 58/2559 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 ให้คนพิการที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม มีสิทธิรับบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีผู้พิการที่ไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล พบปัญหาความไม่สะดวกในการเข้ารับการรักษา สำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกรมบัญชีกลาง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงร่วมกันประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายสุรเดช กล่าวว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปให้เพิ่มสิทธิ ผู้พิการสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐได้ทุกแห่ง และในเรื่องของ อวัยวะเทียมและกายอุปกรณ์ สำนักงานประกันสังคมได้ใช้บัญชีเดียวกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยปรับเพิ่มเป็น 95 รายการ ซึ่งได้มีการปรับเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยผู้พิการไม่ต้องสำรองจ่าย และจะเร่งพิจารณาปรับปรุงสิทธิประโยชน์คนพิการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้

นายสุรเดช กล่าวอีกว่า ปัญหาการเบิกค่ารักษาพยาบาลของผู้พิการ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2559 ผู้พิการสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลคืนได้ที่ สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1506

 

การบินไทย แจ้งปรับตารางการบินภาคเหนือ ช่วงเทศกาลลอยกระทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 12:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779197

 

การบินไทย แจ้งเพิ่มเที่ยวบิน ปรับตารางการบิน ยกเลิกบางเที่ยวบินไปยังภาคเหนือ ระหว่าง 12-16 พ.ย. 59 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลลอยกระทง-ปล่อยโคมลอย เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด …

วันที่ 10 พ.ย. 59 เรืออากาศเอกปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี หลายจังหวัดทางภาคเหนือได้จัดให้มีการปล่อยโคมลอยในช่วงเทศกาลดังกล่าว ทั้งนี้ การปล่อยโคมลอยอาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของการปฏิบัติการบิน บริษัทฯ จึงทำการปรับตารางการบิน และยกเลิกบางเที่ยวบินในช่วงวันที่ 12-16 พฤศจิกายน 2559 ดังนี้

1. ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559 ได้แก่
1.1 เที่ยวบินทีจี 120 เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559
1.2 เที่ยวบินทีจี 121 เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559

2. ปรับเปลี่ยนเวลาบิน ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2559 ดังนี้
2.1 เที่ยวบินทีจี 116 วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากกรุงเทพฯ เวลา 17.20 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 18.30 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 15.20 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 16.30 น.
2.2 เที่ยวบินทีจี 117 วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากเชียงใหม่ เวลา 19.20 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 20.30 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากเชียงใหม่ เวลา 17.20 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.30 น.
2.3 เที่ยวบินทีจี 120 วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากกรุงเทพฯ เวลา 18.40 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 20.00 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 15.50 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 17.10 น.
2.4 เที่ยวบินทีจี 121 วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากเชียงใหม่ เวลา 20.50 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 22.10 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากเชียงใหม่ เวลา 17.50 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.00 น.
2.5 เที่ยวบินทีจี 103 วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากเชียงใหม่ เวลา 10.05 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 11.25 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากเชียงใหม่ เวลา 09.55 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 11.15 น.
2.6 เที่ยวบินทีจี 105 วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากเชียงใหม่ เวลา 10.40 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 11.50 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากเชียงใหม่ เวลา 12.05 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 13.15 น.
2.7 เที่ยวบินทีจี 116 วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากกรุงเทพฯ เวลา 17.20 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 18.30 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 15.50 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 17.00 น.
2.8 เที่ยวบินทีจี 117 วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559 เดิมออกจากเชียงใหม่ เวลา 19.20 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 20.30 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากเชียงใหม่ เวลา 17.50 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.00 น.

3. เพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับความต้องการเดินทางของผู้โดยสารในเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ 12-16 พฤศจิกายน 2559 ดังนี้
3.1 เที่ยวบินทีจี 8718 วันที่ 12-16 พฤศจิกายน 2559 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 11.05 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 12.15 น.
3.2 เที่ยวบินทีจี 8719 วันที่ 12-16 พฤศจิกายน 2559 ออกจากเชียงใหม่ เวลา 13.15 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 14.25 น.
3.3 เที่ยวบินทีจี 8716 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 09.10 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 10.20 น.
3.4 เที่ยวบินทีจี 8717 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ออกจากเชียงใหม่ เวลา 11.35 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 12.45 น.

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถดูรายละเอียดตารางการบิน สำรองที่นั่ง และออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ www.thaiairways.com หรือโทรศัพท์สอบถามที่ THAI Contact Center โทร 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ทองเปิดตลาดร่วง 100 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,900

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779057

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 10 พ.ย. ลดลง 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,300 ขายออกบาทละ 21,400 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,920.80 ขายออกบาทละ 21,900 บาท ส่วนภาวะตลาดทองคำนิวยอร์กปิดลดลง 1 ดอลลาร์ เหตุชัยชนะ “ทรัมป์” หนุนนักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยง …

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.30 น. ราคาลดลง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,300.00 บาท ขายออกบาทละ 21,400.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,920.80 บาท ขายออกบาทละ 21,900.00 บาท

ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) 1 ดอลลาร์ หรือ 0.08% ปิดที่ระดับ 1,273.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และหันไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้น นอกจากนี้ ชัยชนะของทรัมป์ยังส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำเช่นกัน

ทั้งนี้ นักลงทุน คาดว่า นโยบายของทรัมป์จะช่วยผลักดันภาคธุรกิจและหนุนภาวะเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ทรัมป์ยืนยันว่าจะยกเลิกการใช้กฎหมายประกันสุขภาพ หรือ Affordable Care Act, การผ่อนคลายกฎข้อบังคับของภาคธนาคาร, การลดภาษี และกระตุ้นการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค

อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากภาวะการซื้อขายได้รับแรงหนุนจากผลสำรวจเทรดเดอร์ในตลาดการเงินซึ่งบ่งชี้ว่า โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.นั้น ลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 50% หลังจากทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

บีโอไอเชิญผู้ผลิตหารือหลังส่งเสริมลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ย. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/778792

 

ยกระดับและวิจัยอาหารสัตว์ตั้งแต่ต้นทาง

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้เปิดให้การส่งเสริมกิจการผลิตอาหารสัตว์หรือส่วนผสมอาหารสัตว์อีกครั้ง บีโอไอจะเชิญบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์มาพบปะในเร็วๆนี้ เพื่อหารือในเรื่องการผลิตและการวิจัยพัฒนาอาหารสัตว์และส่วนผสมอาหารสัตว์ เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการ และคุ้มค่ากับสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุน ทั้งในแง่ของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าเกษตร ที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์และส่วนผสมอาหารสัตว์

“อาหารสัตว์ไม่ได้เป็นเพียงอุตสาหกรรมต้นน้ำของภาคการเกษตร แต่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตผลการเกษตร ที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ดังนั้น บีโอไอ จะหารือกับบริษัทผู้ผลิตถึงแนวทางในการใช้วัตถุดิบจากภาคการเกษตร เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนสามารถช่วยเหลือเกษตรกรด้วย”

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ความต้องการอาหารสัตว์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารสำหรับสัตว์เศรษฐกิจ เช่น ไก่ และสุกร มีปริมาณความต้องการ 15 ล้านตันต่อปี ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์ สำหรับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย มีอัตราการเติบโต 10% ต่อปี การส่งออกก็มีแนวโน้มขยายตัว ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการได้ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

 

หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง หลัง ‘ทรัมป์’ คว้าชัยเลือกตั้งเป็นว่าที่ผู้นำใหม่มะกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 06:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/778892

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในวันพุธ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเหนือความคาดหมาย…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 9 พ.ย. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 256.95 จุด หรือ 1.40% ปิดที่ 18589.69 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 23.70 จุด หรือ 1.11% ปิดที่ 2163.26 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 57.58 จุด หรือ 1.11% ปิดที่ 5251.07 จุด

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความรู้สึกไม่แน่ใจของตลาดจางหายไปแล้ว แม้หลายคนจะไม่พอใจที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยหุ้นของบริษัทกลุ่มผู้ผลิตยา กำลังได้รับผลกระทบจากนโยบายเพิ่มการตรวจสอบของพรรคเดโมแครต พุ่งขึ้นอย่างมาก เช่น ไฟเซอร์ เพิ่ม 6.7%, เมอร์ค เพิ่มขึ้น 6.1% และ โนวาร์ติส เพิ่มขึ้น 4.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารก็พุ่งขึ้นด้วยเหตุผลเดียวกัน.

 

เพิ่มไบโอดีเซลเป็นบี 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ย. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/778781

 

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามประกาศเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ให้มีการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซล (บี 100) ในน้ำมันดีเซลจาก 3% (บี 3) เป็น 5% (บี 5) โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 พ.ย.เป็นต้นไป หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพิ่มขึ้นเป็น 300,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเพียงพอที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค

“ตัวเลขสต๊อกที่เพิ่มขึ้นก็พบว่าราคา CPO ลดลงมาอยู่ระดับ 27-28 บาทต่อลิตร ขณะที่บี 100 ราคาอยู่ที่ 31-32 บาทต่อลิตร ไม่มีผลกระทบต่อราคาขายปลีก ประกอบกับน้ำมันตลาดโลกก็ลดลง ส่วนจะเพิ่มเป็นบี 7 ก็ต้องดูว่าปาล์มจะมีมากน้อยเพียงใด ซึ่งปกติต้นปีหน้า ก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยหากมีการเพิ่มสัดส่วนผสม 1% ก็จะทำให้การใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 18,000 ตันต่อเดือน เปลี่ยนจากบี 3 เป็นบี 5 ใช้เพิ่มเป็น 36,000 ตันต่อเดือน”.

 

เล็งถกรัฐขยายประกันพืชสวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/778772

 

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการชดเชยค่าเสียหายแก่ชาวนาที่เข้าโครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรปี 59/60 คาดว่าจะมีไม่มาก เนื่องจากการได้รับข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วมน้อยกว่า ซึ่งต่อไปสมาคมมีแผนหารือกับภาครัฐในการขยายการรับประกันภัยไปสินค้าเกษตรชนิดอื่น เช่น สวนผลไม้ ทุเรียน แต่หากยังไม่พร้อมก็อาจให้บริษัทประกันบางแห่งที่มีความพร้อมเปิดรับทำประกันเป็นรายๆไปก่อน

ส่วนการชดเชยค่าเสียหายพื้นที่นา สมาคมได้รับรายงานเบื้องต้นว่า จะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนรอบแรกแก่ชาวนา จ.พะเยา ประมาณ 10 ล้านบาท เพราะมีพื้นที่เสียหายจากน้ำท่วมประมาณหมื่นไร่ โดยหลังจากนี้จะรอข้อมูลยืนยันทางการจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หากได้รับเรียบร้อยก็พร้อมจะจ่ายชดเชยให้ทันที

ด้านนายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า การจ่ายชดเชยค่าเสียหายแก่ชาวนาที่เข้าร่วมประกันภัยปีนี้ 27 ล้านไร่ จะไม่มากนัก หลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเมินว่าปีนี้ผลผลิตข้าวออกมามากกว่าที่คาดการณ์ไว้จาก 25 ล้านตัน เป็น 27-28 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการทำประกันภัยสินค้าเกษตรเป็นแนวทางที่ช่วยบริหารความเสี่ยงให้กับภาครัฐที่คุ้มค่า เพราะปกติรัฐต้องจ่ายชดเชยให้เกษตรกรเฉลี่ยปีละ 7,000 ล้านบาท แต่เมื่อประกันแล้วจ่ายเพียง 2,800 ล้านบาทเท่านั้น ก็สามารถดูแลพื้นที่ได้เกินครึ่งจากทั่วประเทศ.

 

“ฐากร”นั่งเลขากสทช.ต่ออีกวาระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/778761

 

บอร์ดไฟเขียวช่วยทีวีดิจิตอล ให้เจรจาดาวเทียมลดราคา

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.ต่อไปอีกวาระหนึ่ง หรือไปจนกว่าจะครบอายุ 60 ปี โดยตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.มีวาระ 5 ปี จากเดิมนายฐากรจะครบวาระในวันที่ 4 ม.ค.60 นี้ และปัจจุบันอายุ 56 ปี ส่วนนายฐากรจะอยู่ในตำแหน่งจนอายุ 60 ปีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายฐากร

นายฐากรกล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.เห็นชอบในการสนับสนุนให้ประชาชนได้รับชมทีวีดิจิตอลอย่างทั่วถึง ด้วยการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์แครี่) แต่ให้สำนักงาน กสทช.ไปพิจารณา รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งเงินที่จะนำมาสนับสนุนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

“จากการคำนวณเบื้องต้น คาดว่า กสทช.จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายราว 2,500 ล้านบาท หรือปีละ 838 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี แต่บอร์ดให้ไปเจรจาต่อรองลดราคา รวมถึงรูปแบบการจ่ายเงินด้วยให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยสำนักงาน กสทช.จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้”อย่างไรก็ตาม ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้ง 26 ช่อง โดยผู้บริโภคก็จะได้ดูทีวีดิจิตอลแบบคมชัดแบบเอชดี จากปัจจุบันการรับชมผ่านดาวเทียมจะเป็นเพียงระบบเอสดีเท่านั้น เพราะต้นทุนในการรับชมระบบเอชดีสูงมาก และมั่นใจว่าจะสามารถเจรจากับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้ปรับลดราคาเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมลงได้ เพราะ กสทช.จะจ่ายเงินเป็นก้อน ขณะที่ผ่านมาผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลแบ่งจ่ายหรือต่างคนต่างจ่าย ดังนั้นหากจ่ายครั้งเดียว ไทยคมควรจะมีส่วนลดให้ด้วย แต่หากไม่มีส่วนลดก็ต้องเจรจาผู้ให้บริการดาวเทียมรายอื่นๆ โดยกสทช.ก็ต้องพิจารณาเงื่อนไขที่ดีที่สุดด้วย.