นักสะสมเซ็ง! ธนารักษ์หยุดรับแลกเหรียญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774201

 

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมจะปิดแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยจะเปิดให้แลกเหรียญอีกครั้งในวันที่ 14 พ.ย.นี้ หลังจากยอดแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีประชาชนแลกไปแล้วมากกว่า 3 ล้านเหรียญ จากที่มีอยู่ทั้งหมดในคลัง 4 ล้านเหรียญ โดยยังคงยืนยันว่า จะเปิดจ่ายแลกเหรียญของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปจนกว่าหมด นอกจากนั้นกรมธนารักษ์อยู่ระหว่างผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีก 2 รุ่นสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ได้เปิดตัวบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและกิจการไปรษณีย์ไทย และให้ประชาชนคนไทยได้เก็บเป็นที่ระลึกจำนวน 9,999,999 ชุด พร้อมสาธิตขั้นตอนการลงทะเบียนขอรับบัตรภาพชุดพิเศษดังกล่าวทางเว็บไซต์ www.stamprama9.thailandpost.com ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.2559 เป็นต้นไป คาดว่าจะจัดส่งบัตรภาพชุดพิเศษนี้ ทางไปรษณีย์ได้ภายในเดือน ม.ค.60 หรือวันที่ 20 ม.ค.60

 

เปิดจุดขายข้าวทั่วกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774196

 

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานกับสหกรณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือให้เกษตรกรนำผลผลิตข้าวเปลือกมาขายให้กับจุดรับซื้อของสหกรณ์ภายใต้โครงการข้าวสารสหกรณ์ช่วยชาวนา เพื่อกระจายผลผลิตข้าวสารจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค ในวันที่ 4 พ.ย.2559 เปิดจำหน่ายข้าวสาร 3 จุดคือ ที่กระทรวงเกษตรฯ จำนวน 2 ตัน กรมปศุสัตว์จำนวน 9 ตัน กรมชลประทาน สามเสน จำนวน 3 ตัน ส่วนวันที่ 5-24 พ.ย.2559 จะเปิดที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และวันที่ 7 พ.ย.2559 จะเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมหม่อนไหม กรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งแต่ละจุดมีการจำหน่ายข้าวสารประมาณ 10 ตัน

“จุดจำหน่ายข้าวสารสหกรณ์ที่กระจายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จะเน้นจำหน่ายข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 100% จากสหกรณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้าวสารที่จำหน่ายจะเน้นข้าวหอมมะลิขนาด 5 กิโลกรัม (กก.) เป็นหลัก กำหนดราคาขายข้าวหอมมะลิ 5 กก. ราคาถุงละ 165 บาท”

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานกับ 10 หน่วยงาน จัดกิจกรรมปล่อยคาราวานรถกระบะและรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกข้าวสารสหกรณ์จากสหกรณ์ต่างๆ ไปวางขายตามจุดจำหน่าย 10 แห่ง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (สำนักงานใหญ่ พระราม 3) และธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน.

 

สั่งยกเครื่องระบบภาษีรับลงทุน “สมคิด” ยังไม่พอใจไทยขยับน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774182

 

ลั่นต้องติด 1 ใน 30 ทำธุรกิจได้ง่าย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการ Doing Business ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่กระทรวงการคลังว่า หลังผลการจัดอันดับความอยากง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (Doing Business 2017) ได้ขยับอันดับของประเทศไทยจากที่ 49 ขึ้นมาเป็นอันดับ 46 จากทั้งหมด 190 ประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การขยับในครั้งนี้ ถือว่าน้อยกว่าที่คาดหวังเอาไว้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลและภาคเอกชนได้ลงมือปรับปรุงกระบวนการทำงานไปมาก แต่อันดับปรับขึ้นเพียง 3 อันดับเท่านั้น ในปีนี้จะเพิ่มเป้าให้ขึ้นอยู่ 30 อันดับแรกให้ได้ “การอำนวยความสะดวกของหน่วยงานรัฐหลายด้านได้แก้ปัญหาไปมากแล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องของการสื่อสาร ข้อมูลกับธนาคารโลก เช่น ภาษาอังกฤษและข่าวสารไปไม่ถึงธนาคารโลก จึงได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จ้างธนาคารโลกมาเป็นที่ปรึกษาในเรื่องนี้”

สำหรับอันดับที่ขยับขึ้นมาในปีนี้ เช่น การขออนุญาตก่อสร้าง การเริ่มต้นธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ การขอใช้ไฟฟ้า การคุ้มครองผู้ลงทุน การแก้ปัญหาล้มละลาย การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง การจดทะเบียนทรัพย์สิน การชำระภาษีการได้การสินเชื่อ โดย 10 กลุ่มดังกล่าวมีคะแนนใกล้เคียงกับประเทศที่อยู่ในอันดับต้นๆ หากเร่งแก้ไข้ปัญหาเหล่านี้ให้ชัดเจน ไทยก็น่าจะมีอันดับที่ดีขึ้น ในเดือน พ.ค.ปีหน้า ธนาคารโลกจะเข้ามาประเมินเรื่องนี้อีกครั้ง

นายสมคิดกล่าวว่า ในปีนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งแก้ปัญหา เช่น การชำระภาษี กรมสรรพากรกำลังจัดทำโปรแกรมบัญชีภาษี เพื่อบันทึกบัญชีภาษีแต่ละประเภทประจำทุกเดือน สามารถประเมินรายรับ รายจ่ายทางภาษีได้อย่างเป็นระบบ โดยสำนักงาน ก.พ.ร.จะทำการศึกษาจุดอ่อนจุดแข็ง เร่งนำมาปรับปรุงแก้ไขร่วมกับภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ ยังเตรียมเชิญธนาคารโลกให้เป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยชี้จุดอ่อน จุดแข็ง และเสนอแนะทางออกเพื่อช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด.

 

“บิ๊กตู่” ลุย! โครงข่ายคมนาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774176

 

ชงแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปี 60 เข้า ครม.

“บิ๊กตู่” ตรวจการบ้านคมนาคม เร่งแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ยันรถไฟไทย-จีนเดินหน้าแน่นอน ห่วงใยสิ่งแวดล้อมสั่งการให้ปรับแนวถนนอ้อมต้นไม้ “อาคม” เผยเตรียมชงแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศปี 2560 เข้า ครม.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ของกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่ปี 2560-2579 ได้แบ่งแผนออกเป็นช่วงละ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนดำเนินการของรัฐบาล และมีเป้าหมายต้องการผลักดันโครงการต่างๆให้เริ่มต้นในปี 2560 จะเน้นให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบโลจิสติกส์ต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการจราจรให้ทั่วถึงทั้งประเทศ ซึ่งการสร้างเศรษฐกิจจะต้องอาศัยโลจิสติกส์เป็นกลไกสำคัญ ทั้งการสร้างเมืองใหม่ เศรษฐกิจใหม่ และดึงดูดให้เกิดการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง 252 กม.นั้น จะต้องเดินหน้าก่อสร้างแน่นอน เพราะขณะนี้ประเทศลาวและจีนก็เริ่มเดินหน้าโครงการเพื่อเชื่อมไปยังยุโรปตะวันออกและปากีสถานแล้ว หากประเทศไทยไม่ดำเนินการก็จะช้ากว่าประเทศเหล่านี้ ปัญหาตอนนี้ติดอยู่เรื่องเดียวที่เร่งไม่ได้ คือการศึกษารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เท่านั้น ส่วนแนวเส้นทางที่จะก่อสร้างก็มีความชัดเจน เรื่องค่าออกแบบก็หารือกันจบแล้ว ส่วนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) การพัฒนาระบบถนน ทางรถไฟและสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือสัตหีบนั้น จะเริ่มดำเนินการในปีหน้า

“การผลักดันโครงการต่างๆ สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องความไม่เข้าใจของคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ซึ่งทุกโครงการรัฐบาลพร้อมจะเดินหน้า แต่ก็ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหา หากเราต้องการโครงการใหม่ๆ แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไร แล้วจะให้ทำอย่างไร ดังนั้น จึงต้องแบ่งโครงการออกเป็นช่วงๆ ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับคนในพื้นที่และกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องของผู้บุกรุกนั้น ไม่อยากจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง จะกลายเป็นติดกับดักกันเอง ทำให้โครงการเดินหน้าไม่ได้”

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในปี 2559 กระทรวงมีโครงการลงทุนเร่งด่วนตามแผนปฏิบัติการจำนวน 20 โครงการ ซึ่งขณะนี้สามารถเริ่มต้นโครงการไปแล้ว 16 โครงการ และจะเร่งสานต่อโครงการต่อในปี 2560 ทั้งทางบก น้ำ อากาศ และราง โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ต่อเนื่อง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกำชับให้ดำเนินโครงการโดยยึดตามแผนแม่บทที่ได้จัดทำไว้ เช่น แผนแม่บททางหลวง แผนแม่บทรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อให้รัฐบาลต่อไปใช้เป็นหลักเกณฑ์ปฏิบัติในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ให้คำแนะนำ เรื่องการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในระยะ 20 ปีข้างหน้า ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะละ 5 ปี จำนวน 5 ยุทธศาสตร์หลัก เช่น การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่ง, การพัฒนาบุคลากร, การพัฒนากฎหมาย , การนำเทคโนโลยีมาใช้นั้น นายกรัฐมนตรีต้องการให้ทุกอย่างเริ่มดำเนินการได้พร้อม กัน ไม่ต้องรอแบ่งเป็นระยะแรก ระยะหลัง เพื่อให้โครงข่ายคมนาคม บก น้ำ และอากาศ เชื่อมต่อกันให้ได้เร็วขึ้น

“ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเตรียมที่จะนำเสนอแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเทศปี 2560 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยมีการบรรจุการก่อสร้างรถไฟทางคู่จำนวน 9 เส้นทางไว้ด้วย ซึ่งขณะนี้ 50% ได้ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปแล้ว นายกรัฐมนตรีกำชับว่าต้องการให้เห็นการดำเนินการเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางของทุกระบบ และต้องบูรณาการงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องของการศึกษาผล กระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้นจะต้องทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกระทรวงมหาดไทยที่ต้องประสานการทำงานเรื่องของการจัดผังเมือง เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้โดยไม่สะดุดปัญหา สามารถนำเสนอโครงการให้ ครม.พิจารณาอนุมัติได้ภายในครั้งเดียวพร้อมกันทั้งหมด”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้มีการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากร และวิถีชีวิตของประชากรในอนาคตอีกด้วย เช่น การตัดต้นไม้ มีข้อสั่งการ ว่า การออกแบบถนนจะต้องคำนึงถึงวิถีชีวิต สภาพสิ่งแวดล้อม และภูมิทัศน์ชุมชนด้วย ต้องออกแบบให้กลมกลืน ไม่ควรตัดต้นไม้ทิ้ง โดยอาจจะต้องปรับแนวถนนอ้อมไปทางอื่น.

 

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เร่งสร้างบันไดเลื่อน-ทางลาดเพิ่มเติมที่สถานีพญาไท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ย. 2559 23:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774156

 

(ภาพจากประชาสัมพันธ์รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.)

รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เตรียมก่อสร้างบันไดเลื่อนเพิ่ม รวมถึงทางลาดเพื่อให้ผู้โดยสารใช้ในการขนย้ายกระเป๋าเดินทางที่สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พญาไท ขณะที่รมช.คมนาคม ตรวจเยี่ยมการให้บริการผู้โดยสาร

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.59 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่สถานีพญาไท


นอกจากนี้ยังได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำสถานี รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร ได้แก่ ลิฟท์โดยสาร บันไดเลื่อน ทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พญาไท กับ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พญาไท และ ป้ายแนะนำเส้นทางต่างๆ

นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทฯกำลังจัดสร้างบันไดเลื่อนเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 ตัว โดยจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 8 เดือน และระหว่างนี้บริษัทจะจัดสร้างทางลาดบริเวณบันไดทางลงเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเคลื่อนย้ายกระเป๋าเดินทางได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะพิจารณาเพิ่มรถโดยสารประจำทาง เส้นทางพิเศษ จากสถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พญาไทเข้าไปสู่ในตัวเมืองฝั่งพระนคร เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารชาวต่างประเทศด้วย

 

ไม่ผ่อนผัน!! กรมทางหลวง เข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ส่ง จนท.สุ่มจับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ย. 2559 19:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/773991

 

กรมทางหลวง เข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกิน สั่งด่านชั่งน้ำหนักทั่วประเทศตรวจตรา บูรณาการหน่วยเคลื่อนที่เร็ว สุ่มจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน พร้อมให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นให้โทรแจ้ง…

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงมีนโยบายปรับปรุงเครือข่ายด่านชั่งน้ำหนักถาวรและด่านชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ทั่วประเทศ โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่มีการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการในการบรรทุกน้ำหนักเกิน อันจะส่งผลให้ลดงบประมาณในการซ่อมบำรุงรักษาทางและลดความเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดกับโครงสร้างสะพานและทางลอด โดยเฉพาะเดือน พ.ย. ซึ่งได้กำชับให้สถานีตรวจสอบน้ำหนักทั่วประเทศจำนวนกว่า 70 แห่ง บูรณาการการทำงานร่วมกัน รวมถึงจัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดด่านชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ไปสุ่มจับรถที่บรรทุกน้ำหนักเกินอันจะเป็นการป้องปรามอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดอาคารที่พักของเจ้าหน้าที่สถานีตรวจสอบน้ำหนักเฉลิมพระเกียรติ (ขาเข้า) บนทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ที่ กม.121+650 อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ได้ถูกคนร้ายปาระเบิดใส่เกิดความเสียหายเล็กน้อย คาดว่าอาจจะเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่เข้มงวดตามนโยบาย ซึ่งล่าสุดได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปแจ้งความเรียบร้อยแล้ว และประสานงานไปยังตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ให้มาประจำการในบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่สืบหาคนร้ายต่อไป

ทั้งนี้กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้ทางหลวง หากพบเห็นรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด ให้แจ้งตำรวจทางหลวงหมายเลข 1193 หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง) เพื่อเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของถนน และประหยัดงบประมาณซ่อมบำรุงถนนของประเทศ.

 

พณ. ส่งทีมตรวจสอบเครื่องชั่ง ป้องกันโกงน้ำหนักผลผลิตเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ย. 2559 18:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/773986

 

กรมการค้าภายใน ส่งสายตรวจเฉพาะกิจออกตรวจสอบเครื่องชั่งตวงวัด ป้องกันเกษตรกรถูกโกงน้ำหนัก หลังช่วงนี้ผลผลิตทางการเกษตร ทั้งข้าว มัน ข้าวโพด กำลังออกสู่ตลาด…

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจและสายตรวจชั่งตวงวัดออกตรวจสอบท่าข้าว โรงสี ลานรับซื้อมันสำปะหลัง และลานรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อป้องปรามมิให้ผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรด้วยการกดราคารับซื้อต่ำกว่าราคาตลาด หรือใช้เครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้นที่ไม่ได้มาตรฐาน โกงน้ำหนักและความชื้นผลผลิตจากเกษตรกร ทำให้เกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะขณะนี้มีผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กำลังออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยผลการตรวจสอบ พบว่าที่ จ.สุรินทร์ มีผู้ประกอบการโรงสีข้าวจำนวน 2 ราย ไม่แสดงการหักลดความชื้นและสิ่งเจือปน จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับทันที

“เกษตรกรจะต้องรักษาผลประโยชน์ของตนองด้วยการช่วยสอดส่อง หากพบว่ามีการกดราคารับซื้อต่ำกว่าราคาตลาด การติดป้ายแสดงราคารับซื้อไม่ชัดเจน หรือสงสัยผู้ประกอบการใช้เครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้นไม่ได้มาตรฐาน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน ศูนย์หรือสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ”

สำหรับการตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนัก ตั้งแต่ปี 59 ได้ตรวจสอบแล้วทั้งหมด 11,681 เครื่อง พบว่าถูกต้อง 11,478 เครื่อง พบผิด 206 เครื่อง หรือผิด 1.7% ซึ่งได้ทำการผูกบัตรห้ามใช้ 142 เครื่อง ดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับรายละ 10,000–60,000 บาท จำนวน 46 เครื่อง และส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี มีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท.

 

อคส.ช่วยชาวนา ซื้อข้าวหอมมะลิ 7.8 แสนกิโล แจกประชาชนมาสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ย. 2559 18:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/773972

 

อคส.เตรียมซื้อข้าวสารหอมมะลิ 7.8 แสนกิโล ช่วยชาวนา แพ็กใส่ถุง 1 กก. แจกคนมาสักการะพระบรมศพ บริเวณประตูเทวาภิรมย์ ตั้งแต่ 14 พ.ย.59 – 30 ม.ค.60 วันละ 1 หมื่นถุง จ่อซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีก 1 แสนตัน เก็บไซโล…

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ อคส.ซื้อข้าวสารหอมมะลิจากเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรต่างๆ เพื่อนำมาบรรจุถุงขนาด 1 กิโลกรัม (กก.) แจกจ่ายให้กับประชานที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะแจกที่ประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง เบื้องต้นจะซื้อทั้งหมด 780,000 กก. โดยจะรับสมัครอาสาสมัครบรรจุถุง เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนระหว่างวันที่ 14 พ.ย. 59 – 30 ม.ค.60 ตั้งเป้าหมายแจกจ่ายวันละ 10,000 ถุง หรือ 10,000 กก.

“งบประมาณที่ซื้อข้าวหอมมะลิเพื่อมาแจกจ่ายให้ประชาชนจะเป็นงบของ อคส.เอง โดยจะซื้อในราคาตลาด ขณะนี้ข้าวสารหอมมะลิเท่าที่ตรวจสอบเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 22-25 บาท เมื่อซื้อข้าวสารมาแล้ว อคส.จะนำมาบรรจุถุง ณ คลังสินค้า 1 ธนบุรี โดยจะรับสมัครจิตอาสามาช่วยบรรจุถุง และขนลงเรือไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อนำไปแจกให้ประชาชนต่อไป”

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้สั่งการให้ อคส.ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรตั้งเป้าหมาย 100,000 ตัน ในราคาตลาด ซึ่งหลังจากนี้จะกำหนดแผนการรับซื้อและเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เพื่อของบประมาณในการจัดซื้อ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ

เบื้องต้นแผนการรับซื้อ จะซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบฝักแล้วนำมาอบแห้งเก็บไว้ที่ไซโล เพื่อรักษาคุณภาพของข้าวโพด และกำลังพิจารณาว่าข้าวโพดที่รับซื้อมานั้นจะผลักดันส่งออก หรือนำมาใช้ภายในประเทศ แต่เป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ที่ขณะนี้ผลผลิตกำลังทยอยออกมามากในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ คาดว่า ภายใน 1 สัปดาห์น่าจะได้ข้อสรุปของแผนการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์.

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 7.38 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,485.70 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ย. 2559 17:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/773946

 

หุ้นไทยปิดตลาดลดลง 7.38 จุด เปลี่ยนแปลง -0.49% ดัชนีอยู่ที่ 1,485.70 จุด มูลค่าซื้อขาย 50,836.97 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 4 พ.ย. 59 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดลดลง 7.38 จุด เปลี่ยนแปลง -0.49% ดัชนีอยู่ที่ 1,485.70 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 50,836.97 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน).

 

9 พ.ย. กรุงไทย เปิดแลกธนบัตรที่ระลึก 2 ประเภท จำกัดคนละ 1 ฉบับเท่านั้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ย. 2559 16:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/773876

 

กรุงไทย เปิดแลกธนบัตรที่ระลึก 2 ประเภท 9 พ.ย.นี้ กำหนดให้แลกคนละ 1 ฉบับเท่านั้น ทั้งสาขากทม. และตจว….

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า จะเปิดให้ลูกค้าประชาชนแลกธนบัตรที่ระลึก ที่ได้รับการจัดสรรจากธนาคารแห่งประเทศไทย 2 ประเภท ได้แก่ บัตรธนาคารเนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา 5 ธันวาคม 2530 ชนิดราคา 60 บาท จำนวน 155,000 ฉบับ และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย ปี 2545 ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ชนิดราคา 100 บาท จำนวน 150,000 ฉบับ

ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้า ประชาชนได้แลกซื้อไว้เป็นที่ระลึกโดยทั่วถึง ธนาคารจะเปิดให้แลกได้คนละ 1 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2559 เป็นต้นไป หรือจนกว่าธนบัตรหมด ที่สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 56 สาขา และต่างจังหวัด 194 สาขา โดยแต่ละสาขาจะจัดสรรธนบัตรให้แลกสาขาละ 1 ชนิด สามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาและชนิดธนบัตรที่เปิดให้แลก ได้ที่เว็บไซต์ธนาคาร www.ktb.co.th