รมว.แรงงาน จี้บอร์ดประกันสังคม สร้างเสถียรภาพกองทุน-ป้องกันทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 15:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749241

 

(จาก ประชาสัมพันธ์กระทรวงแรงงาน)

พล.อ.ศิริชัย รมว.แรงงาน จี้บอร์ดประกันสังคมต้องเร่งสร้างเสถียรภาพกองทุน พร้อมแนะการบริหารการลงทุนต้องรัดกุม และสร้างผลกำไรให้ดี รวมถึงต้องสร้างระบบป้องกันทุจริตด้วย

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 59 ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) กล่าวภายหลังนำคณะกรรมการประกันสังคม เข้ารับทราบนโยบายการบริหารสำนักงานประกันสังคม จาก พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ว่า รัฐมนตรี ได้ให้ สปส.เร่งขับเคลื่อนการทำงานดูแลผู้ประกันตนให้ครอบคลุม และมากที่สุดตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งให้เร่งสร้างเสถียรภาพกองทุนประกันสังคม การบริหารการลงทุนต้องรัดกุมและได้ผลกำไรดี มีการสร้างระบบป้องกันการทุจริต และการแก้ไขกฎหมายรองรับบำนาญชราภาพ เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการดูแลแรงงานนอกระบบ เพื่อวางรากฐานระบบประกันสังคมให้มีความมั่นคง และดูแลผู้ประกันตนให้มากขึ้น โดยกำหนดให้คืบหน้าชัดเจนภายใน 3–6 เดือน

ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ได้เสนอให้กระทรวงแรงงาน เร่งรัดการผลักดันสำนักงานประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ เพื่อง่ายต่อการบริหารงานและการลงทุนด้วย รวมไปถึงการดูแลผู้ประกันตน มาตรา 39 ที่จะเกษียณและต้องหลุดไปอยู่ในระบบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยการแก้ไขกฎหมายรองรับ ซึ่ง รมว.แรงงาน รับไปพิจารณา และสั่งการให้บอร์ดเร่งรัดดำเนินการ

 

ทช. เฝ้าระวังอุทกภัย เตรียมพร้อมแนวคันกั้นน้ำ ใน 5 จว.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 14:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749111

 

ทางหลวงชนบท เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย พร้อมรับมือถนนแนวคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด เผยมีถนนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในขอนแก่น นครสวรรค์ นครพนม 6 สายทาง สามารถสัญจรได้แล้ว 4 สาย เหลืออีก 2 สาย คือ ขก.3020 จ.ขอนแก่น และ สาย นพ.4058 จ.นครพนม ยังไม่สามารถผ่านได้…

วันที่ 10 ตุลาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า จากที่ฝนตกหนักในหลายๆ พื้นที่ กรมทางหลวงชนบท จึงได้เตรียมความพร้อมของแนวคันกั้นน้ำ ที่อยู่บนโครงข่ายทางหลวงชนบท ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นนทบุรี และนครปฐม ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญชั้นในของประเทศ รวมถึงยังเป็นเส้นทางคมนาคมที่สะดวกและปลอดภัย ซึ่งได้เตรียมความพร้อมให้สามารถรับมือกับระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองสำคัญ เช่น คลองระพีพัฒน์ คลอง 13 และคลองพระยาบันลือ ที่ปัจจุบันมีระดับน้ำสูงมากขึ้น เป็นลำดับการป้องกันในจุดที่มีความเสี่ยงที่จะมีน้ำหลากข้ามคันกั้นน้ำ ตลอดจนได้สั่งการให้แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงการปรับปรุงสภาพผิวการจราจรให้สามารถรองรับการสัญจรของประชาชนในบริเวณดังกล่าวได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

สำหรับสายทางของ ทช. ที่ได้รับผลกระทบเหตุจากอุทกภัยใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น นครสวรรค์ นครพนม จำนวน 6 สายทาง ขณะนี้ได้เข้าสู่ภาวะปกติ สามารถสัญจรได้แล้ว จำนวน 4 สายทาง และมี 2 สายทาง ที่ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ (สาย ขก.3020 จ.ขอนแก่น และ สาย นพ.4058 จ.นครพนม) ทั้งนี้ ได้กำชับให้สำนักงานทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยดูแลเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งรายงานความเสียหายให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่ประสบเหตุได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ความเสียหาย พร้อมทั้งติดตั้งป้ายเตือนในบริเวณที่มีน้ำท่วม เพื่อเตือนและแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง เป็นการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเมื่อปริมาณน้ำลดแล้วกรมจะเร่งเข้าดำเนินการซ่อมแซมสายทางที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติต่อไป

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง ทั้งนี้ ท่านผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่ สายด่วนทางหลวงชนบท 1146.

** เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม **

 

กสร.เผย ฟาร์มไก่ 3 พันแห่ง ร่วมยกระดับแรงงานอุตสาหกรรมสัตว์ปีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 11:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748972

 

กสร.เผย ฟาร์มไก่ทั่วประเทศกว่า 3 พันแห่ง จับมือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมยกระดับแรงงานเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในอนาคต

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.59 นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า กสร. ได้ส่งเสริมให้สถานประกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออกนำหลักปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมฟาร์มและสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีกในประเทศไทย (GLP-Poultry Thailand) ไปใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการด้านแรงงาน โดยกำหนดแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านแรงงานในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก 4 ระยะ

นายสุเมธ กล่าวว่า แผนระยะที่ 1 กสร. ได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์ สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อการส่งออกไทยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการดำเนินงานในระยะที่ 2 – 3 ที่เน้นสร้างองค์ความรู้ให้บุคลากรภาครัฐและเอกชนตลอดจนพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านแรงงานในสถานประกอบการ โดยมีฟาร์มเลี้ยงไก่แสดงความมุ่งมั่นในการนำ GLP ไปใช้ในการบริหารจัดการ 3,208 แห่ง และจะให้ฟาร์มเลี้ยงไก่ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6,200 แห่ง นำ GLP ไปใช้ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.59

ทั้งนี้ กสร. ได้มีหนังสือไปยังทุกจังหวัดให้เร่งจัดประชุมชี้แจงปัญหาการใช้แรงงานและการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก และประสานความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุนให้สถานประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องนำ GLP ไปเป็นแนวทางเบื้องต้นในการปรับปรุงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ตลอดจนสนับสนุนสถานประกอบกิจการที่มีความพร้อมให้สามารถพัฒนาการบริหารจัดการแรงงานเพื่อเข้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทยต่อไป.

 

ปลัดแรงงาน ยัน ปลาย ต.ค. สรุปปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 10:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748937

 

ปลัดกระทรวงแรงงาน ยันปลายเดือน ต.ค.นี้จะได้ข้อสรุปการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 60 แน่นอน พร้อมนำเข้า ครม.เพื่อประกาศพร้อมใช้ทั่วประเทศภายในวันที่ 1 ม.ค. 60 ต่อไป

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 59 ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง ประชุมพิจารณาการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2560 โดยมีมติให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ไปศึกษาสูตรคำนวณใหม่ เพื่อเพิ่มปัจจัยชี้วัดทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมอย่างรอบด้านยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ข้อมูลกว่า 10 รายการประกอบการพิจารณา ทั้งด้านดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าและบริการ ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งให้มีการศึกษาเทียบเคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ อยู่ระหว่างการเร่งรัดพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศพร้อมไปกับการครองชีพอย่างคุณภาพของคทำงาน และยืนยันว่าจะสามารถสรุปอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ได้ราวปลายเดือน ต.ค. นี้ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และประกาศใช้พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค.60 ต่อไป

“คณะกรรมการค่าจ้าง คำนึงถึงประโยชน์ของคนทำงานที่จะได้รับพร้อมไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศชาติ ซึ่งต้องดำเนินไปด้วยกัน การพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงต้องดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ และรอบด้าน และหวังให้คนทำงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพที่ได้มาตรฐานมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้รับค่าจ้างสูงขึ้นมากกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยขณะนี้ได้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแล้วถึง 55 สาขาอาชีพ สามารถไปรับการทดสอบมาตรฐานฝีมือได้จากสถาบัน หรือศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ”.

 

ปลื้ม! ยุโรปตื่นตัวลงทุนไทย “สมคิด” ยึดเยอรมนีต้นแบบอุตสาหกรรม 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ต.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748656

 

“สมคิด” เชื่อมั่นยึดหัวหาดยุโรปมาลงทุนไทยได้เพิ่มขึ้น ชี้เลือกตั้งปีหน้าเพิ่มความมั่นใจนักลงทุนได้ จ่อรุกอังกฤษดึงเงินทุนต่อเนื่อง ขณะที่สั่งกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งศูนย์กลางพัฒนาเอสเอ็มอี ยึดเยอรมนีต้นแบบพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการนำคณะไปเชิญชวนนักลงทุนในฝรั่งเศสและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 5-8 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า มั่นใจจะสามารถดึงการลงทุนจากยุโรปได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ได้มีการเจรจาเป็นรายบริษัทบางแห่งนั้น อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกประเทศที่จะไปลงทุน แต่มั่นใจว่าจะเลือกประเทศไทย หลังจากที่เราได้นำเสนอพื้นที่การลงทุนใหม่ ที่รัฐบาลไทยกำลังพัฒนาเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงคือโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เช่น กลุ่ม BMW ที่กำลังพิจารณาลงทุนครั้งใหญ่ในเรื่องรถยนต์ ได้แสดงความสนใจแนวคิดการพัฒนาโครงการอีอีซีอย่างมาก ซึ่งเชื่อว่าจะเริ่มคิดอย่างจริงจังและคงจะตัดสินใจภายในเดือน พ.ย.นี้ ขณะที่การดึงนักลงทุนจากยุโรปในรอบนี้ ได้เสนอความร่วมมือรูปแบบประชารัฐ คือให้มาร่วมกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ส่วนราชการ เพื่อพัฒนาและสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพด้วย

“ประเทศเยอรมนีมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงแทบทุกอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการให้เข้ามาลงทุน เพียงแต่ที่ผ่านมาการเมืองไม่ได้เอื้อให้เราติดต่อเขาได้ จึงต้องใช้ช่องทางสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการคัดเลือกให้พบกับบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากกลุ่ม BMW ยังได้เจรจาเป็นรายบริษัทกับกลุ่มผู้ผลิตยางเส้นรายใหญ่ที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อ เนื่องจากเป็นความลับทางธุรกิจ ซึ่งจะตอบโจทย์มากเพราะอุตสาหกรรมยางมีความสำคัญกับคนไทย ส่วนอีกรายหนึ่งที่ได้ชักชวนให้ลงทุนเป็นกิจการสิ่งทอที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เช่นกัน”
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แม้ครั้งนี้จะมีเวลาน้อยคือ 2 วันใน 2 ประเทศ แต่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการตื่นตัวครั้งใหญ่ เพราะไทยจะมีการเลือกตั้งใน 1 ปีข้างหน้าและนักลงทุนก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสียงไปยังรัฐบาลและ 2 ประเทศที่คณะได้มาพบนักลงทุนคือฝรั่งเศสและเยอรมนีก็มีเสียงค่อนข้างดังในกลุ่มของยุโรป โดยจากนี้จะหาจังหวะมาดึงการลงทุนอีกครั้ง โดยเฉพาะเยอรมนีและอังกฤษ เพราะเป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมที่มีความเจริญสูงมาก

นายสมคิดกล่าวว่า นอกจากการพบนักลงทุนแล้วครั้งนี้ได้เยี่ยมชมการดำเนินการของศูนย์ SMEs Competence Center ซึ่งเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนี และมีความสำคัญมากในการพัฒนาเอกชนให้ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ทั้งนี้ เกิดแนวคิดว่ากระทรวงอุตสาหกรรมต้องเป็นแกนหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติเป็นศูนย์ในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อเป็นตัวเปลี่ยนผ่านผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0.

 

สั่งปั๊มผลงานให้รัฐใน 6 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ต.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748652

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยราชการเร่งหาผลงานที่จะดำเนินการให้เป็นรูปธรรมในช่วง 6 เดือน โดยต้องไม่ใช่งานที่ดำเนินการเป็นประจำ แต่ต้องเป็นงานที่คิดทำขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นผลงานของรัฐบาล โดยจะมีการแถลงให้ประชาชนได้รับทราบด้วย โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารทุกกรมในสังกัดเพื่อให้เร่งทำโครงการใหม่ๆขึ้นมา

โดยสำนักงานปลัดกระทรวงได้รับมอบหมายให้ตั้งพาณิชย์ภาค 8 แห่งทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ อุดรธานี สุราษฎร์ธานี จันทบุรี นครสวรรค์ เป็นต้น เพื่อตรวจสอบสถานการณ์การค้าและราคาสินค้า พัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคโดยเชื่อมโยงการทำงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนกรมการค้าภายในจะเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยพัฒนากลไกและยกระดับราคาสินค้า ดูแลราคาสินค้าสำคัญ พัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรม สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) สินค้าอินทรีย์

ด้านกรมการค้าต่างประเทศจะเน้นส่งเสริมการค้าการ ลงทุน และการแก้ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน การค้าชายแดน การกำกับดูแลการทำสินค้าเกษตรแบบมีพันธสัญญา (Contract Farming) ส่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งรัดผลักดันการส่งออก โดยเน้นการทำยุทธศาสตร์หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Strategic Partnership) กับกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) จากนั้นจะขยายไปยังจีน อินเดีย การจับคู่ทางธุรกิจกับบริษัทข้ามชาติ การส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีการพูดถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพที่ยังคงสูงอยู่แต่อย่างใด.

 

ทีโอทีกระทุ้งรัฐไฟเขียวพันธมิตรธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748647

 

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หากทีโอที ไม่สามารถลงนามในสัญญาการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสได้ ทีโอทีจะได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างหนัก เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจกับเอกชนรายใดเลย ทำให้ไม่สามารถสร้างรายได้จากทรัพย์สินของตัวเองได้ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ให้องค์กรปีละ 10,000 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดปัญหาทางฐานะการเงินภายในไตรมาส 1 ของปี 60 ทีโอทีจะต้องลงนามในสัญญาฉบับจริงกับเอไอเอสให้ได้

ทั้งนี้ สัญญาที่จะทำกับเอไอเอสนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นการทำสัญญาการทดลองต่อเชื่อมระบบโครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างกัน 6 เดือน โดยทีโอทีจะมีรายได้เดือนละ 325 ล้านบาท ซึ่งในระหว่างนี้ ได้มีการเจรจาและร่างสัญญาฉบับจริง ประกอบด้วยสัญญาการให้บริการข้ามโครงข่าย (โรมมิ่ง) คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ระยะเวลา 9 ปี คิดเป็นเงินปีละ 3,900 ล้านบาท สัญญาการเช่าเสาโทรคมนาคม 16,500 ต้น ระยะเวลา 15 ปี คิดเป็นเงินปีละ 3,600 ล้านบาท สัญญาการเช่าอุปกรณ์ 2 จี ระยะเวลา 4-5 ปี คิดเป็นเงินปีละ 2,000 ล้านบาท “ทีโอทีจะพยายามอธิบายให้ฝ่ายการเมืองที่มีความสงสัยในการทำสัญญาธุรกิจกับเอไอเอสให้เข้าใจ และจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ทำอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพราะหากสัญญาไม่เกิดขึ้น ทีโอทีจะอยู่ในฐานะลำบากเพราะไม่มีรายได้ และไม่สามารถนำทรัพย์สินที่ได้รับมอบตามสัญญาสัมปทานไปดำเนินการใดๆได้เลย”.

 

‘เกม’จำเลยของสังคม EP.2 เล่นจนได้ดี มีเงินล้านใช้ 2 หนุ่มไทยดังก้องโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/746966

 

เหรียญยังมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับวงการเกม ที่มีทั้ง คุณ และโทษ จากตอนที่แล้ว ‘เกม’จำเลยของสังคม EP.1 ค่านิยมกีดกั้น วายร้าย 7 พันล้าน ทำไทยสมองไหล ที่ได้สะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับเกม ที่มองแต่มุมระหว่างเด็ก ผู้ใหญ่ คนในและคนนอกวงการเกม ที่ถูกข้อกล่าวหาว่าเป็น “วายร้าย” ทำลายสังคม ทั้งที่แท้ที่จริงแล้ว มูลค่าทางการตลาดมากมายถึง 7 พันกว่าล้านบาท!!

ในตอนนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอนำเสนอตัวอย่าง ผู้ที่ประสบความสำเร็จ ที่เริ่มต้นจากคำว่า “เด็กติดเกม” แต่วันนี้เขามีเงินล้านในกระเป๋า เขาทำยังไง เกมให้อะไรกับเขา ทำไมเขาถึงก้าวมาสู่จุดนี้เริ่มต้นอ่านกันได้เลย

“ผมชอบเล่นเกมมาตั้งแต่เด็ก เลยอยากเป็นนักสร้างเกม”

แค่ประโยคแรกที่ “ธนภณ พีธาพันธุ์ไพบูลย์” หรือ ท็อป Co-founder บริษัท Infinity Levels นักสร้างเกม Candy Meleon เกมสัญชาติไทยที่โด่งดังยอดดาวน์โหลดล้นหลาม เอื้อนเอ่ยก็ทำให้รู้ว่า “ฝัน” ของเขา เหมือนๆ กับใครหลายคน แต่ที่แตกต่างคือ “เขาทำสำเร็จ” ซึ่งตอนนี้เขาอายุเพียง 30 ปี


ธนภณ พีธาพันธุ์ไพบูลย์ หรือ ท็อป Co-founder บริษัท Infinity Levels นักสร้างเกม Candy Meleon

ท็อปเริ่มเล่าเรื่องราวชีวิตตนเองให้ฟังว่า…

“ผมเล่นเกมมาตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าเป็นเด็กติดเกมก็ว่าได้ พอเล่นมาถึงจุดหนึ่ง ก็มีความคิดที่ว่าทำไมเราไม่ทำเกมออกมาเล่นเองบ้าง…&rrdquo;

เส้นทางชีวิตย่อมมีอุปสรรค แม้จะมีความตั้งใจ…แต่แค่นั้นไม่พอ ธนภณ กล่าวว่า แม้อยากจะเป็นนักสร้างเกม แต่ความฝันก็ต้องพับเก็บลงไว้ก่อน เพราะเราไม่สามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ใจต้องการได้…บางครั้งก็ต้องเรียนเพื่อความจำเป็น จึงตัดสินใจเรียนด้านบริหารธุรกิจ พอโตมารู้สึกว่ามันเป็นความคิดที่ผิด จริงๆ เราควรทำในสิ่งที่เรารัก ที่เหมาะกับตัวเรามากกว่า หลังจากเรียนจบผมเลยออกมาเขียนโปรแกรมเอง ทำสิ่งที่ตนเองรัก ศึกษาด้วยตนเองจนสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้

เมื่อเรียนจบ ก็เริ่มทำงานเหมือนกับใครหลายคน โดยเก็บความฝันไว้ในใจก่อนเพื่อที่จะหาทุนทำงานในสิ่งที่รัก เมื่อเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งในที่สุดผมก็ตัดสินใจลาออก


เกม Candy Meleon เกมสัญชาติไทยที่โด่งดังยอดดาวน์โหลดล้นหลาม

หนุ่มผู้กล้าฝันจะทำงานที่ตนเองรัก แม้ใครหลายคนจะมองเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เขาก็เดินหน้าต่อ ท็อป ได้ตัดสินใจชวนเพื่อนรุ่นพี่ คือ น็อต (สิทธิศักดิ์ เจียมพจมาน) มาร่วมด้วย โดยมีอุดมการณ์ร่วมกันว่า เราจะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามที่มีคุณภาพที่สุดออกมาเผยแพร่สู่สังคม

“เงินก้อนแรกที่ใช้ทำเกมคือเงิน 60,000 บาท ในปี 2555 ทำแบบคนไม่มีความรู้ เพราะเพื่อนเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เท่าไร แต่ด้วยใจรักทั้งคู่จึงลงมือทำด้วยการศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งเริ่มงานจากโปรเจกต์เล็กๆ ก่อน เพื่อฝึกปรือฝีไม้ลายมือ…ซึ่งก็ผิดหวัง เพราะไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด”

หนุ่มนักออกแบบเกม กล่าวต่อว่า จากอุปสรรคครั้งนั้น ทำให้เงินที่ลงไปเริ่มหมด สุดท้ายต้องไปหางานอื่นทำเพื่อหาเงินช่วยรองรับงานตรงนี้

“แม้จะผิดหวัง แต่ผมก็ไม่ท้อนะ…ในเมื่อตั้งใจแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด” หนุ่มเจ้าของแอพฯ เกมเชื้อสายไทย กล่าวอย่างหนักแน่น และเล่าต่อว่า คราวนี้ตั้งเป้าหมายโปรเจกต์ชิ้นที่สอง จะต้องทำอะไรที่จริงจังและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น จากความล้มเหลวในครั้งแรกแปรเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ และเดินหน้าทำเกมที่สองในชื่อว่า “Candy Meleon” เกมนี้ใช้เวลาในการทำนานถึง 1 ปีเต็ม เมื่อปล่อยให้คนโหลด ปรากฏว่า มียอดดาวน์โหลดถล่มทลาย โดยวันแรกที่ปล่อย มีคนโหลดกว่า 1 แสนคน ใน 2 สัปดาห์ พบว่ามีคนโหลดเกมของเราไปเล่น 2 ล้านกว่าคน


เกม Candy Meleon

หนุ่มเจ้าของเกมฮิต “Candy Meleon” กล่าวต่อว่า พอตอนเปิดตัวก็นั่งดูกันอย่างงงๆ ว่า…ทำไมคนโหลดเยอะจัง ตอนที่ทำไม่เคยคิดว่าจะได้ผลตอบรับดีขนาดนี้ คิดแต่เพียงว่า จะทำยังไงเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง และอยากทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค่อยากทำตามความฝันของตัวเองให้สำเร็จ ก็ถือว่าใช้ชีวิตคุ้มค่า

นอกจากนักสร้างเกมแล้ว ยังมีอีกมุมหนึ่งที่สร้างรายได้สูงถึงหลักล้านให้กับบรรดาเกมเมอร์ทั้งหลาย นั่นคือ E-Sports หรือ Electronic Sports ซึ่งเป็นการแข่งขันวิดีโอเกมคอมพิวเตอร์ เกมเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปล้วงลึกข้อมูลของนักกีฬา E-Sports ของประเทศไทย นั่นคือทีม Ozone[V].Hybridman ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกในการแข่งขัน Point Blank International Championships 2016 หรือ PBIC 2016 ที่จัดการแข่งขันขึ้นเมื่อวันที่ 24 และ 25 กันยายนที่ผ่านมา

ส่องแรงบันดาลใจ จากเด็กติดเกม สู่ นักกีฬา E-Sports แชมป์โลก

นายณัฐพัชร์ โพธิเก่งฤทธิ์ หรือเฟรม นักกีฬา E-Sports ประเทศไทยแห่งทีม Ozone[V].Hybridman ได้เล่าย้อนไปให้ทีมข่าวฟังว่า ตัวเขาเล่นเกมมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีแล้วที่เติบโตมากับเกม ก่อนหน้านี้ก็เล่นเพื่อความสนุกไปวันๆ แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตคือ ความเบื่อ และเงิน พอเล่นเกมถึงจุดหนึ่ง มันเหมือนเป็นการอิ่มตัว เริ่มเบื่อ ไม่มีอะไรใหม่ๆ เข้ามาท้าทาย แต่พอมีการเปิดแข่งขันขึ้น ซึ่งมีเงินรางวัลเข้ามาเกี่ยวข้อง เลยเป็นแรงผลักดันให้ลองสนามแข่งขันและสร้างความท้าทายให้กับชีวิต

“หลังจากตั้งใจว่าจะแข่ง ผมก็พัฒนาฝีมือมาเรื่อยๆ เอาชนะอุปสรรคต่างๆ จนเข้าสู่การแข่งขันอย่างจริงจังก็ 7 ปีแล้ว”


นายณัฐพัชร์ โพธิเก่งฤทธิ์ หรือเฟรม นักกีฬาE-Sports ประเทศไทยแห่งทีม Ozone[V].Hybridman
กว่าจะเป็นแชมป์โลก การเดินทางของ ทีม Ozone[V].Hybridman

เฟรม เล่าให้ฟังอีกว่า พอเริ่มแข่งขันตามรายการต่างๆ ก็เริ่มมีเป้าหมายชัดเจนว่าสักวันจะต้องได้แชมป์อันดับโลก จึงเริ่มรวมทีมและฝึกซ้อมอย่างจริงจัง และต้องซ้อมบ่อยขึ้น เล่นบ่อยขึ้น อาศัยประสบการณ์ที่เล่นมาหลายปี แต่ตัวเขาเองต้องแบ่งเวลาในการซ้อมเพราะทำงานประจำด้วยคือซ้อมวันละ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน และการซ้อมจะเป็นการแข่งกันระหว่างทีมต่างๆ ที่อยู่ในเกมการแข่งขันเดียวกัน สลับกันซ้อมไปเรื่อยๆ

“ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป เราไม่ได้นั่งเล่นเกมเพื่อความสนุกอย่างเดียว แต่มันคือสมรภูมิที่เราต้องฝ่าฟัน เพื่อไปถึงชัยชนะแห่งศักดิ์ศรี”

เฟรม เล่าต่ออีกว่า ช่วงแรกที่เริ่มแข่งขันก็ท้อมากเพราะแพ้มากว่า 10 ครั้ง เรียกได้ว่ามีสนามแข่งที่ไหนลงหมดทุกสนาม กว่าจะประสบความสำเร็จใช้เวลานานและผ่านบททดสอบอย่างหฤหรรษ์ เขาเข้าวงการแข่งขันเกมมาแล้วกว่า 7 ปี สั่งสมประสบการณ์เรื่อยๆ จนในที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์โลกและแชมป์ประเทศไทยมาครองเมื่อเดือนกันยายน ปี 2559 ที่ผ่านมา ในการแข่งขัน Point Blank International Championships 2016 ประกอบด้วย 13 ทีม จาก 12 ประเทศ


นักกีฬา E-Sports ประเทศไทยแห่งทีม Ozone[V].Hybridman
เกมสร้างรายได้ ผลความสำเร็จโกยเงินล้าน

เมื่อคุยถึงตรงนี้ หลายๆ คนคงอยากรู้แล้วล่ะสิ ว่า “เคล็ดลับความสำเร็จ” คืออะไร รายได้ดีแค่ไหน…แล้วมีหรือที่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะไม่เอาคำตอบมาฝากกัน

ท็อป กล่าวว่า ความจริงการเขียนเกมไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตนเริ่มต้นจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้เรียนด้านนี้โดยตรง แต่สิ่งที่ยากคือจะทำอย่างไรให้เกมออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดมากกว่า ตัวอย่าง คือ ถ้าใครอยากทำเกมก็ให้ศึกษาเรื่องบอร์ด ออกแบบให้ตัวละครนี้มีผลแบบนี้เดินแบบนี้ เรียนรู้วิธีทำเกมจากคอมฯ มันเริ่มมาจากตรงนี้

ส่วนข้อมูลรายได้นั้น มีหลากหลายมากตั้งแต่ระดับที่น้อยมากไปจนมากที่สุด “แต่เกมที่ผมทำได้เงินหลักล้านบาทต่อเกม!!” แต่มันก็มีรายละเอียดขั้นตอนคือ…

ในช่วงที่ทำเกมจะไม่มีรายได้ แต่เราจะหาเงินโดยการ นำไปนำเสนอเกมเพื่อขายให้กับ Publisher (กลุ่มตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ) เพื่อต้องการนำเงินมาพัฒนาจนถึงจุดที่ดีขึ้น พอพัฒนาเสร็จแล้ว ทาง Publisher สามารถนำเกมของเราไปขายในชื่อของเขาด้วยและชื่อของเราด้วย เป็นเหมือนสปอนเซอร์ คล้ายๆ กับธุรกิจหนังที่มี Publisher ที่เราคุ้นๆ กันก็ คือ ทเวนตี้ท์เซ็นจูรีฟ็อกซ์


ธนภณ พีธาพันธุ์ไพบูลย์ หรือ ท็อป

เรียกได้ว่า Publisher เป็นคนที่แทบจะจ่ายเงินเดือน จ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับสตูดิโอ เพื่อให้สตูดิโอทำหนัง ทำเกม ออกมา และเขานำไปเผยแพร่ต่อตามวิธีการทางการตลาดในนามของสตูดิโอ และ Publisher ด้วย เพราะยิ่งทำเกมใหญ่ก็ต้องใช้เงินเยอะ และมีความเสี่ยงสูงมากเพราะเราไม่รู้ว่าทำออกไปผลตอบรับเป็นอย่างไร ฉะนั้น พวกบริษัทใหญ่ๆ เขารับความเสี่ยงจากเกมได้ เขาลงทุน 10 เกม ประสบความสำเร็จ 2 เกมก็คุ้มแล้ว

“หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเกมเป็นสิ่งที่ทำเงินพอๆ กับหนังฮอลลีวูด…”

รายได้นักกีฬา E-Sports ก็อู้ฟู่!

“ผมไม่ได้มองว่าเกมมันไร้สาระ แต่ผมมองว่ามันสามารถสร้างรายได้ให้เราได้ สามารถช่วยเหลือครอบครัวเรา หาเงินจากสิ่งที่เรารัก เราสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ มันน่าภูมิใจมากกว่า” เทพนักเล่นเกม กล่าว

เฟรม พูดถึงเรื่องรายได้จากการเล่นเกมว่า จริงๆ การแข่งขันเกมที่ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ทำลายสายตา ไร้ประโยชน์ มีมูลค่าเงินรางวัลสูงถึงหลักล้าน ล่าสุดเงินรางวัลที่ได้รับก็ประมาณ 2 ล้านบาท แต่ถ้าเทียบกับต่างชาติที่มีการสนับสนุนวงการ E-sports อย่างจริงจัง มีเงินรางวัลสูงถึง 300 ล้านบาท ในแต่ละเดือนก็จะได้เงินเดือนของการเป็นนักกีฬา E-sports จากสปอนเซอร์ที่สนับสนุนวงการนี้ เพื่อพัฒนาทีมแต่ไม่มากเท่าไร แต่ผมทำสิ่งเหล่านี้เป็นแค่งานอดิเรกเท่านั้น ไม่ได้เป็นอาชีพหลัก ผลตอบรับมันคุ้มค่าแน่นอน


E-Sports หรือ electronic sports ซึ่งเป็นการแข่งขัน วิดีโอเกมคอมพิวเตอร์ เกมเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก
เผยเบื้องหลัง เหตุใดวงการเกมบ้านเราไม่เติบโต

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อฝีมือคนไทยก็เก่ง แล้วทำไมธุรกิจเกมในเมืองไทยถึงไม่โต

เฟรม ณัฐพัชร์ บอกว่า ฝีมือคนไทยสู้ต่างชาติได้สบายมาก ผมพิสูจน์มาแล้ว แต่ที่มันไปไม่ได้ไกล เพราะมันไม่ถูกพูดถึงและสนับสนุนมากกว่า แค่พูดว่าเกม ทุกคนก็ตัดสินไปแล้วว่าไร้สาระ

เฟรม ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกว่า คนไทยมีทัศนคติแง่ลบกับเกม แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ สื่อ หลายๆ ครั้งที่เด็กไทยสร้างชื่อเสียงคว้ารางวัลมากมายในเวทีโลกเกี่ยวกับด้านเกม แต่กลับไม่ถูกเผยแพร่ออกไป สิ่งที่มักจะเผยแพร่คือ พฤติกรรมเสพติดความรุนแรงและนำไปสู่การปฏิบัติตาม หรือเรื่องราวด้านลบๆ ของเกม ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว สาเหตุอาจไม่ได้มาจากเกมก็เป็นได้ พอถูกนำเสนอแต่ลักษณะนี้ สังคมก็จำไปแบบนั้น ไม่แปลกหรอกที่ใครๆ ก็ว่าเราไร้สาระ ทั้งๆ ที่สิ่งที่เราทำ จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศมากขนาดไหน

“แค่อาชีพนักกีฬา E-Sports ไม่สามารถเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริงได้ เพราะประเทศไทยยังไม่มีการสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ต่างกับในต่างประเทศที่มีการให้เงินเดือนนักกีฬาเหล่านี้” หนุ่มนักเล่นเกมกล่าว และว่า…


กว่าจะเป็นแชมป์โลก การเดินทางของ ทีม Ozone[V].Hybridman

อุปสรรคสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกจากทัศนคติทางสังคมที่คนรับรู้จดจำจากสื่อ คือ การไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ หรือหน่วยงาน แต่จะมีเพียงบริษัทที่ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือเกมต่างๆ มาเป็นสปอนเซอร์ให้เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกับต่างประเทศเขามีการสนับสนุนผลักดันอย่างจริงจัง เรียกได้ว่าเป็นอาชีพได้เลย มีการให้เงินเดือนนักกีฬา E-Sports มากถึงหลักแสน มีการซื้อตัวเหมือนนักฟุตบอล ในต่างประเทศยกให้ E-Sports เป็นนักกีฬาทีมชาติเลย แต่สำหรับประเทศไทย มองว่าเรายังไม่สามารถไปได้ถึงจุดนั้น จึงค่อนข้างยากที่จะมาเป็นนักกีฬา E-Sports อย่างเต็มตัว เพราะรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในสังคม

สอดคล้องกับ ท็อป นักออกแบบเกมผู้กล้าฝัน วัย 30 ปี ผู้ผลิตเกมมาแล้ว 3 เกม กล่าวว่า ความจริงแล้วฝีมือคนไทย กับต่างชาติ เทียบเท่ากัน คนไทยหลายๆ คนสามารถเข้าไปเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาเกมให้ค่ายยักษ์ใหญ่ในเกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส จีน หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกา

“แต่สิ่งที่ทำให้วงการเกมในประเทศไทยไม่เติบโตคือ ระบบวัฏจักรทั้งหมดของวงการเกมบ้านเราสู้เขาไม่ได้ ทั้งระบบการเรียนการสอนที่ไม่สนับสนุนหรือช่วยพัฒนาคนทำเกม คนทำเกมจึงมีน้อย แต่ว่ามันไม่ใช่แค่ตรงนั้นที่เป็นปัญหาอย่างเดียว เพราะเด็กนักเรียนก็จะมองว่าเราจะทำเกมกันทำไม ในเมื่อยังไม่มีบริษัทในประเทศไทยบริษัทที่ประสบความสำเร็จด้านเกมจริงๆ ส่วนบริษัทเกมก็มองอีกว่า ในไทยยังไม่มีคนที่ประสบความสำเร็จ และการที่จะเปิดบริษัทเพื่อแข่งขันกับต่างชาติได้เขาต้องมีประสบการณ์มากกว่านั้น จึงไม่คุ้มกันที่จะลงทุน”

ท็อป ธนภณ กล่าวด้วยน้ำเสียงเครียดต่อว่า หากเปรียบเทียบกับประเทศฟินแลนด์ แต่ก่อนประเทศนี้ไม่มีบริษัทเกมเลย จนจัดตั้งบริษัทใหญ่ขึ้นมาและประสบความสำเร็จ ซึ่งที่เรารู้จักกันก็จะเป็นเกม Angry Birds จากค่ายซุปเปอร์เซลส์ พอได้รับการตอบรับดีบริษัทก็มีชื่อเสียง คนเก่งๆ ก็ไปทำงานเยอะจนทำให้ประสบความสำเร็จ แต่ประเทศไทยที่ยังไม่มีคนที่ประสบความเร็จและเป็นตัวตั้งตัวตีจริงๆ ที่พร้อมจะดึงศักยภาพคนไทยมาใช้ เมื่อไม่มีบริษัทเชื้อสายไทยที่ประสบความสำเร็จ จึงไม่สามารถรวมคนไทยเก่งๆ ทำงานแข่งขันในระดับโลกได้


E-Sports หรือ electronic sports เกมเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก

หนุ่มผู้ติดเกมออนไลน์งอมแงม กระทั่งผันตัวมาทำเกมจนประสบความสำเร็จในชีวิต กล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า…เกมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรือบ่อนทำลายสังคม ขออย่าโทษเกม หรืออาชีพคนสร้างเกมเลย เพราะเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้หรือไม่นั้นมันอยู่ที่การเลี้ยงดูของครอบครัว และตัวเด็กมากกว่า

“ผมว่าเป็นเรื่องที่แปลก ทำไมคนไทยมีมุมมองแบบนี้ แต่ต่างชาติกลับมีมุมมองอีกแบบ อเมริกา หรือ เกาหลี เขามีคนสร้างเกมเยอะ เด็กก็เล่นเกม ใช้เงินไปกับเกมมากกว่าประเทศไทย แต่ทำไมเขาถึงเจริญกว่าเรา แม้การเล่นเกมบางครั้งจะให้โทษ แต่ก็เชื่อว่ามีประโยชน์ที่หลากหลายด้วย ขอแค่รู้ขอบเขตความพอดีก็จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจได้” ท็อป ธนภณ กล่าว

ด้าน เฟรม ทิ้งท้ายไว้อีกว่า เกมไม่ได้มอมเมาสังคม มันเป็นสิ่งที่พัฒนากระบวนการคิดแก้ปัญหาชั้นเยี่ยม และแหล่งเรียนรู้อีกมากมาย แต่ที่มันเกิดปัญหาขึ้นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ มันมาจากการที่ครอบครัวลืมใส่ใจในรายละเอียดของลูกหรือเปล่า ผมก็เด็กติดเกม เล่นเกมมา 10 ปี ผมก็สามารถหาเงินได้ เป็นแชมป์ได้ท่ามกลางอคติสังคม ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะไม่ดีตรงไหน

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ “เกม” แม้บางมุมว่า ไร้สาระ แต่ถ้าได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มันก็ไม่ใช่แค่ เกม…

ขอบคุณภาพประกอบจาก : เฟซบุ๊ก DeviL Ozone V.Hybridman และแอพพลิเคชั่นเกม Candy Meleon


  • สืบเสาะข่าวรับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

 

ขนส่งฯ ระบุแก้ไขดัดแปลงตัวรถต้องได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนผิดกฎหมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ต.ค. 2559 16:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747516

 

ขนส่งทางบก ระบุ แก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนหนึ่งส่วนใดผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 8 ต.ค.59 นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวรถและการใช้งานบนท้องถนน การแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ โดยเฉพาะกรณีที่ การดัดแปลงนั้นส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวรถและความปลอดภัยในการใช้งาน หรือติดตั้งเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกก่อนนำรถไปใช้งาน เนื่องจากการแก้ไขดัดแปลงดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายและเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้

สำหรับการแก้ไขดัดแปลง อาทิ การติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ ฝาปิดด้านท้ายติดตั้งอุปกรณ์ทุ่นแรงยกสิ่งของ (Tail Lift) การเปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง รวมถึงการแก้ไขดัดแปลงตัวถังรถ ระบบรองรับน้ำหนัก เสริมแหนบ ระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว หรือระบบขับเคลื่อน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพพร้อมกับดำเนินการแจ้งแก้ไขลักษณะรถในเอกสารคู่มือจดทะเบียนรถ เพื่อขออนุญาตจากนายทะเบียนก่อนนำรถไปใช้ โดยแสดงหลักฐาน ได้แก่ การได้มาของอุปกรณ์ที่นำมาดัดแปลงรถหรือบันทึกถ้อยคำรับรองว่าอุปกรณ์ดังกล่าวได้มาโดยถูกต้องและสุจริต เช่น ใบเสร็จค่าชิ้นส่วน อุปกรณ์ ค่าแรง และหนังสือรับรองจากวิศวกร สาขาเครื่องกลหรือยานยนต์ นายทะเบียนจะบันทึกรายการในคู่มือจดทะเบียนรถไว้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบต่อไป โดยเจ้าของรถสามารถแสดงคู่มือจดทะเบียนรถหรือสำเนาเก็บไว้ประจำรถเพื่อแสดงเป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบการแก้ไขดัดแปลงโดยพลการ ไม่มีหลักฐานการได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก เจ้าของรถจะมีความผิดตามกฎหมาย หากเป็นรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มีความผิดตามมาตรา 14 ฐานแก้ไขดัดแปลงสภาพรถ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนกรณีเป็นรถตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มีความผิดตามมาตรา 78 ฐานแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

นายณันทพงศ์ กล่าวต่อว่า การติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เจ้าของรถสามารถติดตั้งได้โดยไม่ถือเป็นการดัดแปลงสภาพรถและไม่ต้องแจ้งขออนุญาตต่อนายทะเบียน เช่น ติดตั้งแร็คหลังคา โรลบาร์ สปอยเลอร์ แม็กไลเนอร์ กันชน อุปกรณ์ขนจักรยาน (Bicycle Rack) โดยขนาดและตำแหน่งในการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีความเหมาะสมและมีความปลอดภัยในการใช้งาน ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและอันตรายต่อการขับขี่

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือเจ้าของรถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากมีการแก้ไขดัดแปลงตัวรถที่ต้องแจ้งขออนุญาตจากนายทะเบียนให้ดำเนินการให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยและไม่เกิดปัญหาในการใช้งานบนท้องถนน

 

ซี.พี.ลุยธุรกิจสังคมสูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ต.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747052

 

“ธนินท์” แนะแต่งตัวรับลงทุนอุตสาหกรรม 4.0

เจ้าสัวธนินท์ แนะรัฐแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค หวังดึงต่างชาติลงทุนอุตสาหกรรม 4.0 ในไทย เปิดแผน ซี.พี.ลุยธุรกิจดูแลสังคมผู้สูงอายุครบวงจร พร้อมผนึกพันธมิตรระดับโลก ผลิตอาหารรองรับโลกอนาคต “ชาติศิริ” ชี้เออีซีสดใสต่างชาติแห่ลงทุน ช่วง 10 ปีจะมีเม็ดเงินทำโครงสร้างพื้นฐานกว่า 280 ล้านล้านบาท

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) กล่าวในงานสัมมนานิเคอิ เอเชีย 300 โกลบอล บิสซิเนส ฟอรั่ม ในหัวข้อ “พันธมิตรระดับโลกในยุคโลกนิยม” ว่า ภาพรวมของโลกขณะนี้เป็นเศรษฐกิจที่จะไม่มีพรมแดนอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของทุกส่วนธุรกิจในโลกจะเป็นช่วงที่มีช่องว่างของการเปลี่ยนแปลงให้ธุรกิจใหม่ๆ สตาร์ท อัพ เกิดขึ้นได้ภายใต้การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่อยู่แล้วจะต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น ก้าวสู่การใช้แรงงานหุ่นยนต์ การทำงานภายใต้โครงข่ายอินเตอร์เน็ตที่ทำให้คนเราสามารถทำงานได้ทุกที่ และภายใต้บริบทดังกล่าว มองว่ามนุษย์ในยุคต่อไปจะมีความสุขสบายมากขึ้น และอายุยืนขึ้นด้วย

สำหรับภาพรวมของประเทศไทยนั้น ถือว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน 10 ประเทศ และสามารถเป็นตัวกลางเชื่อมโยงการลงทุนจากประเทศตะวันตก หรือญี่ปุ่นมายังประเทศเหล่านั้นได้ เพราะประเทศในภูมิภาคนี้ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ยังมีโอกาสเติบโตได้ ประเทศไทยต้องใช้ประเทศเหล่านี้เป็นพันธมิตรในการเติบโต โดยรัฐบาลไทยจะต้องหาหนทาง ลดกฎเกณฑ์ หรือกฎหมายที่เป็นปัญหาอุปสรรค เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนอุตสาหกรรม 4.0 ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไร้คนขับ ซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่กระทั่งโดรน ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ส่งของในอนาคต อย่างกรณีการอนุมัติเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกที่รองรับอุตสาหกรรม 4.0 นี้ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องทำให้ได้ มีสาธารณูปโภคไปรองรับรถไฟความเร็วสูง หรือการขยายสนามบินอู่ตะเภา โดยประเทศไทยต้องมองให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงยกระดับเศรษฐกิจ และเป็นผู้นำการลงทุนในอาเซียน ซึ่งจะทำให้อาเซียนโต และเศรษฐกิจไทยสามารถโตต่อเนื่อง
นายธนินท์กล่าวต่อว่า ซี.พี.จะลงทุนในอุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยี เพื่อรองรับอนาคต ซึ่งหลายคนกลัวว่า เมื่อจำนวนคนในโลกเพิ่มขึ้น คนสูงอายุเพิ่มขึ้น อายุยืนขึ้น อาหารจะขาดแคลนไม่เพียงพอต่อการบริโภค ทาง ซี.พี.ไม่คิดเช่นนั้น เพราะโลกในยุค 4.0 ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต มีหุ่นยนต์เครื่องจักรทำงานได้ 24 ชม. มีข้อมูลข่าวสารที่ดีขึ้น ทำให้การผลิตอาหารทำได้ดีขึ้นมาก จนกลัวว่าอาหารจะล้นโลกมากกว่าที่จะขาดแคลน ดังนั้น ไม่ห่วงเงินจะเฟ้อ แต่ห่วงเงินจะฝืดเพราะจะมีสินค้ามากกว่าความต้องการของคน

อย่างไรก็ตาม อาหารในอนาคตก็จะเปลี่ยนไปด้วยจะต้องหลากหลายมากขึ้น เจาะกลุ่มมากขึ้น เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ทำให้คนเจ็บป่วยน้อยลง ซึ่งตอบสนองสังคมสูงอายุ ที่คนอาจจะอยู่ได้ 200 ปี และอยู่กันอย่างมีความสุขมากขึ้นได้ ซี.พี.กำลังเตรียมผลิตอาหารเพื่อสุขภาพที่ทำให้เจ็บป่วยน้อยลง อาหารเพื่อคนสูงอายุขึ้นมาขาย ขณะเดียวกันเทคโนโลยีจะตอบสนองการใช้ชีวิตของคนสูงอายุให้ดีขึ้น เช่น รถยนต์แบบไม่ต้องมีคนขับ รถเข็นที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่ง ซี.พี.กำลังเข้าสู่ธุรกิจนี้ ในส่วนของบ้านพักที่ดี และการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร

“ภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังปรับเปลี่ยนสู่โลก 4.0 ธุรกิจไทยเองก็ต้องเร่งปรับตัว การค้าขายอี-คอมเมิร์ซ ที่ขยายตัวเร็วมาก ทำให้ใครอยากขายอะไรก็ขายได้ การแข่งขันสูงขึ้น เราไม่ต้องกลัวสังคมสูงอายุ ไม่ต้องกลัวขาดแคลนอาหาร แต่เราต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือ มองไปข้างหน้าก่อนที่จะเกิด ซึ่ง ซี.พี.มองไปข้างหน้าตลอด ทั้งการทำธุรกิจ และการสร้างพันธมิตรระดับโลกเช่นกับบริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อผลิตอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ป้อนให้กับสถาบันรับดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นของอิโตชู หรือการไปลงทุนฐานการผลิตการเกษตรในประเทศอื่น โดยไม่ได้มองเป็นแค่ฐานการผลิต มีปัญหาก็ทิ้ง แต่ไปสร้างฐานการผลิต โตด้วยกันกับเกษตรกรของประเทศนั้น ใช้หลัก 3 ประโยชน์ คือ เกิดประโยชน์กับประเทศที่ลงทุน เกิดประโยชน์กับประเทศที่ไปลงทุน และเกิดประโยชน์กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งหมายถึงประเทศไทยได้ประโยชน์ด้วย ซึ่งจะทำให้ประโยชน์จากการลงทุนยั่งยืน”

ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อ “การประเมินผลกระทบที่เกิดจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)” ว่า เออีซีเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติมาหลายทศวรรษ เห็นได้จากญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมาเป็นอันดับ 1 ซึ่งอาเซียนเป็นตลาดที่ใหญ่มีประชากร 600 ล้านคน หากรวมจีน และอินเดีย เข้าไป จำนวนประชากรจะมากถึง 1 ใน 3 ของโลก จึงเป็นตลาดที่ใหญ่ และเป็นตัวดึงดูดการลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“มีการรวบรวมตัวเลขการลงทุนในอีก 10 ปีข้างหน้า ในเออีซี ไม่รวมสิงคโปร์จะมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค เช่น ถนน รถไฟ เขื่อน เป็นต้น รวมเป็นเม็ดเงิน 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 280 ล้านล้านบาท (35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยต่ำที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนมากขึ้น”.