อวสานของก๊อป! พาณิชย์ ระบุ 6 แหล่งขายสินค้าปลอม สิ้น ก.ค.นี้ไม่เหลือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2560 18:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/989328

‘สนธิรัตน์’ เชิญค่ายหนังฮอลลีวูด มาถ่ายทำในไทย หลังรัฐบาลมีมาตรการจูงใจคืนค่าใช้จ่าย 15-20% ยืนยันไทยเข้มปราบละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งเป้าสิ้นก.ค.นี้ 6 ตลาดชื่อดังขายของปลอม จะไม่มีวางขายอีก พร้อมขอแรงเอกชนมะกัน หนุนไทยออกจากบัญชีพีดับบลิวแอล

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายคริสโตเฟอร์ ดอดด์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานและผู้บริหารสูงสุดของสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่ง และค่ายภาพยนตร์ของฮอลลีวูดที่เป็นสมาชิกของสมาคม ได้แก่ พาราเมาท์ พิกเจอร์, โซนี่ พิกเจอร์, ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์, วอลท์ ดิสนีย์ และวอร์เนอร์ บราเธอร์

โดยได้ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ ในด้านต่างๆ รวมทั้งเชิญชวนให้ค่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการจูงใจส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ที่มีการคืนค่าใช้จ่าย ที่ใช้จ่ายในไทยในอัตรา 15-20% ของเงินลงทุนในไทย

สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ให้กับภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์ที่เข้ามาถ่ายทำในไทย คือ ไทยจะคืนค่าใช้จ่ายแก่กองถ่ายต่างประเทศที่เข้ามาใช้จ่ายในไทยเกินกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป สามารถทำเรื่องขอรับคืนได้ 15% และจะคืนให้อีก 5% เพิ่มเติม ถ้าภาพยนตร์มีการจ้างงานและใช้บริการ Post Production ของไทย และโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวไทย โดยจำกัดวงเงินจ่ายคืนตามมาตรการ ไม่เกิน 75 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้ยืนยันกับสหรัฐฯ ว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามแนวทางประเทศไทย 4 .0 ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญา ระยะ 20 ปี เพื่อปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญาทั้งระบบ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันการละเมิด ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลมาโดยตลอด

“ได้ตอกย้ำให้สหรัฐฯ เห็นถึงความคืบหน้าในด้านการปราบปรามการละเมิดของไทย ที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงาน โดยมีเป้าหมายจัดการให้พื้นที่หลัก 6 พื้นที่ คือ ศูนย์การค้ามาบุญครอง, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ, ย่านการค้าคลองถม, ย่านการค้าบ้านหม้อ, ตลาดโรงเกลือ (สระแก้ว) และตลาดนัดจตุจักร ต้องไม่มีสินค้าละเมิดวางจำหน่ายภายในเดือนก.ค.นี้”

ขณะเดียวกัน ยังได้ชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทางออนไลน์ โดยรัฐบาลได้แก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้สามารถบล็อกเว็บไซต์ หรือปิดกั้นงานละเมิดออนไลน์ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ เห็นด้วยและให้การสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ขอให้สมาคมฯ สนับสนุนในการผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ ถอดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ โดยเร็ว เช่นเดียวกับที่สมาคมฯ ได้เสนอความเห็นต่อสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ให้ปรับสถานะไทยให้ดีขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

ข่าวร้าย ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 50 สต. เว้น E85 ขยับ 30 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2560 17:47

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/989365

ข่าวร้ายคนใช้รถ! ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดลง 50 สตางค์ต่อลิตร เว้น E85 ขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตร มีผลตี 5 วันที่ 1 ก.ค. 60

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 60 บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับราคาขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 1 ก.ค. 60

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ 32.66 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 25.55 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 25.28 บาทต่อลิตร E20 อยู่ที่ 23.04 บาทต่อลิตร E85 ราคา 19.24 บาทต่อลิตร ดีเซล 23.99 บาทต่อลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

 

ส่งท้ายเดือน มิ.ย. หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 3.38 ดัชนีอยู่ที่ 1,574 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2560 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/989318

หุ้นไทยปิดส่งท้ายเดือน มิ.ย. 60 ปรับตัวลดลง 3.38 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,574.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,123.84 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 30 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่าย พบว่า ดัชนีปรับตัวลดลง 3.38 จุด เปลี่ยนแปลง -0.21% ดัชนีอยู่ที่ 1,574.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,123.84 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,580.20 จุด และต่ำสุดที่ 1,567.16 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน).

 

อคส.สยบข่าวลือ ระบุชัดไม่มีข้าวเสื่อมปะปนมาขายให้ผู้บริโภค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2560 16:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/989185

‘พาณิชย์’ เทขายข้าวสต๊อกรัฐ 2 กลุ่ม ปริมาณรวม 5.68 แสนตันลอตสุดท้าย แบ่งเป็นข้าวเสื่อมเข้าอุตสาหกรรม 5.68 แสนตัน และข้าวคนบริโภคทั่วไป 1.67 แสนตัน ด้าน อคส.ยันไม่มีข้าวเสื่อมรั่วขายตลาดข้าวปกติ เหตุคุมเข้มทุกขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศการจำหน่ายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปริมาณรวม 735,000 ตัน แบ่งเป็นการเปิดประมูลในข้าว 2 กลุ่ม ได้แก่ การประมูลข้าวสารเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 2/60 ซึ่งเป็นข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวเสื่อมสภาพลอตสุดท้ายปริมาณรวม 568,000 ตัน โดยกำหนดเปิดให้ผู้สนใจดูสภาพข้าวในคลังสินค้าที่เปิดจำหน่ายได้ตั้งแต่วันที่ 3-7 ก.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเปิดให้ยื่นซองเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 12 ก.ค. และประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติพร้อมให้ยื่นซองเสนอราคาและเปิดซองเสนอราคาในวันที่ 17 ก.ค.นี้

ส่วนการประมูลข้าวอีกกลุ่มคือ ข้าวในกลุ่มที่ 1 หรือข้าวบริโภคได้ ลอตสุดท้ายปริมาณ 167,000 ตัน โดยจะเปิดให้ผู้สนใจดูข้าวในคลังสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 3-7 ก.ค. ก่อนเปิดให้ยื่นซองเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 13 ก.ค. โดยจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติพร้อมให้ยื่นซองเสนอราคาและเปิดซองเสนอราคาในวันที่ 18 ก.ค. โดยกรมการค้าต่างประเทศจะชี้แจงรายละเอียดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ (ทีโออาร์) ของการเปิดประมูลวันที่ 3 ก.ค.นี้

พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่ามีการนำข้าวสต๊อกรัฐที่ได้รับการอนุมัติขายในกลุ่มของข้าวเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค และข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่ทั้งคนและสัตว์บริโภค ไปปรับปรุงคุณภาพ และนำมาบรรจุถุงขายเพื่อการบริโภคนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะ อคส.มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในการขนย้ายข้าวจนไปถึงโรงงานที่นำข้าวไปใช้ใน รวมถึงตรวจสอบอย่างเข้มงวดในแผนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมที่ชนะการประมูลด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวเสื่อมที่คนและสัตว์บริโภคไม่ได้หลุดลอดเข้าสู่ตลาดข้าวปกติ

 

กรุงศรีชูนวัตกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศแบบ Real Time

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 30 มิ.ย. 2560 15:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/989058

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน)) ได้รับอนุมัติจากธนาคาร
แห่งประเทศไทยในการพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox) โดยกรุงศรีนับเป็นธนาคารแรกของไทยที่จะนำเทคโนโลยี Blockchain’s Interledger มาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพและความรวดเร็วในการโอนเงินระหว่างประเทศแบบ Real Time สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัล แบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทคโนโลยี Blockchain’s Interledger เป็นวิวัฒนาการล่าสุดที่ให้ความสำคัญในเรื่อง Privacy ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจ โดยกรุงศรีเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอัตราความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะช่วยลดทอนระยะเวลาการโอนเงินระหว่างประเทศเหลือเพียงหลักวินาทีเท่านั้น จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาในแต่ละครั้งเป็นเวลานานถึง 2-3 วัน จะช่วยยกระดับบริการการโอนเงินระหว่างประเทศของธนาคาร และลดต้นทุนในการทำธุรกรรมการเงินทั้งของลูกค้าธนาคารและธุรกิจต้นน้ำปลายน้ำตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย

กรุงศรีได้รับความไว้วางใจจาก กลุ่มลูกค้าองค์กรชั้นนำในไทยและต่างประเทศร่วมใช้เทคโนโลยี Blockchain’s Interledger โอนเงินข้ามประเทศภายใต้กรอบ BOT Regulatory Sandbox

นอกจากนี้ กรุงศรียังได้รับการสนับสนุนจากมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป หรือ MUFG กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและ 1 ใน 5 กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในการพัฒนาความเชื่อมโยงของเครือข่ายทั่วโลก ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศเชื่อมโยงทั่วโลกเป็นไปได้อย่างแท้จริง และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์ผ่าน เทคโนโลยี Blockchain’s Interledger ภายใต้ชื่อ Global Payment Steering Group ร่วมกับธนาคารชั้นนำระดับโลกอีก 6 ธนาคารเพื่อสนับสนุนการโอนเงินระหว่างประเทศทั่วโลก

เกี่ยวกับกรุงศรี

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และดำเนินธุรกิจมานานกว่า 72 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่ม
กรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 695 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 658 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อ
เช่าซื้อรถยนต์ 37 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 31,000 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 8.1 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด) 
อีกด้วย

กรุงศรี มีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

เกี่ยวกับ MUFG (มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป)

มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 350 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 2,000 แห่ง 
ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 140,000 คน ซึ่งนำเสนอบริการที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์ แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ ซึ่งรวมทั้งธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ, มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ทรัสต์ แอนด์ แบงก์กิ้ง คอร์เปอเรชั่น (ทรัสต์แบงก์ชั้นนำของญี่ปุ่น) และมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซิเคียวริตี้ โฮลดิ้ง หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น 
“กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก” ตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก

 

จะเชื่อมแล้วนะเธอ! รฟม.ทดสอบรถไฟฟ้าชั่วโมงเร่งด่วน สถานีบางซื่อ-เตาปูน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2560 12:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/988844

รฟม. ทดลองวิ่งรถไฟฟ้า บริเวณสถานีเชื่อมต่อบางซื่อ-เตาปูน ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อเตรียมเปิดให้บริการจุดเชื่อม 1 สถานีภายในกลางเดือนสิงหาคม 2560

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ได้ทำการทดสอบการเดินรถไฟฟ้า บริเวณสถานีเชื่อมต่อบางซื่อ-เตาปูน ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อเตรียมเปิดให้บริการจุดเชื่อม 1 สถานี ภายในกลางเดือนสิงหาคม 2560

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

11 สิงหาคนกรุงเดินทางไร้รอยต่อ เปิดส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีม่วง

กฟน.ประกาศเป็น the MetGE พร้อมเป็นองค์กรชั้นนำควบคุมระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 30 มิ.ย. 2560 11:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/988649

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศความพร้อมการเป็นองค์กรชั้นนำด้านการควบคุม และจัดการระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต ภายใต้การเป็น “the MetGE”ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ระบบไฟฟ้าที่มั่นคง เพื่อควบคุมระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมรองรับเทคโนโลยีทางด้านพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต ในรูปแบบของ Smart Metro ณ โรงละครเคแบงค์ สยามพิฆเนศ อาคารสยามสแควร์วัน กรุงเทพมหานคร

นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า กฟน. ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในระดับสากล มีความตระหนักในกระแสของยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทางด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ พลังงานทดแทน ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ เครื่องอัดประจุสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ระบบแผงโซลาร์เซลล์ อาคารอัจฉริยะ และแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการควบคุมอุปกรณ์และระบบไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มมีบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน กฟน. จึงมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและประยุกต์นวัตกรรมล้ำสมัยมาใช้เพื่อการกำกับ ดูแล และกำหนดหลักเกณฑ์ในการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้งาน ตลอดจนการเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายของ กฟน. ซึ่งหากใช้งานหรือเชื่อมต่อโดยปราศจากการควบคุมที่ถูกต้อง อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าในภาพรวมได้ ดังนั้น ในวันนี้ กฟน. จึงพร้อมในการประกาศตัวเป็น “the MetGE : METRO GRID ENABLER ระบบโครงข่ายไฟฟ้ามหานคร” เพื่อทำหน้าที่กำกับ ดูแล ให้คำปรึกษาและอนุญาตการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องอัดประจุสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ระบบแผงโซลาร์เซลล์ และเทคโนโลยีอื่นๆ กับระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าของ กฟน. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ พร้อมตอบสนอง Disruptive Technology ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม การส่งเสริม Start up การสนับสนุน Digital economy เป็นต้น หลอมรวมการเป็น Smart Metro ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นมหานครแห่งอาเซียน ตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 ของทางรัฐบาล

//////////////////////////////

“Smart Metro”

| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจ ห่วงใยสังคม |

—————–

**กฟน. เชิญดาวน์โหลดฟรี MEA Smart Life App แจ้งไฟดับ, จ่ายค่าไฟ, ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าในแอปเดียวจบ..คลิก http://is.gd/KlyQKF

—————–

ติดตามสื่ออื่น การไฟฟ้านครหลวง ได้ที่

Application : MEA Smart Life

Website: www.mea.or.th

Facebook : การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

Twitter : @mea_news

YouTube : MEA Multimedia

Line : @meanews

วีซ่า เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว วีซ่า ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2560 08:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/988574

เริ่มแล้ว วีซ่า ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ ให้ผู้ถือบัตรวีซ่าไทยและต่างชาติ เพียงสแกน QR Code ลงทะเบียน ก็รับของขวัญ ส่วนลด สิทธิพิเศษ และลุ้นเป็นผู้โชคดีเพื่อรับรางวัลตั๋วเครื่องบินไป–กลับ พร้อมรางวัลที่พักสูงสุดถึง 7 คืน…

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทย ร่วมเปิดโครงการ “วีซ่า ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ 2017 (Visa Thailand Grand Sale 2017)” มหกรรมช็อปปิ้งประจำปี ในปีนี้ ทุกคนจะได้เข้าถึงโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ของ “วีซ่า ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์” ผ่านมือถือเป็นครั้งแรก โดยผู้ถือบัตรวีซ่าสามารถลงทะเบียนที่จุดสแกน QR Code กว่า 7,000 จุดที่มีอยู่ในร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อผู้ถือบัตรต้องการใช้โปรโมชั่น เพียงแค่แสดงโค้ด หรือภาพโปรโมชั่นจากหน้าจอที่ถูกบันทึกไว้ให้แก่ร้านค้าอย่างง่ายดาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandgrandsale.co

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า กว่า 20 ปีที่โครงการดีๆ จากวีซ่าได้ช่วยต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่าล้านคนที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทย โดยได้มีการปรับโฉมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการ และพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป ในปีนี้โครงการได้เปลี่ยนชื่อจาก “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ (Amazing Thailand Grand Sale)” เป็น “วีซ่า ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ (Visa Thailand Grand Sale)” โดยยังคงร่วมเป็นพันธมิตรกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในโครงการไทยแลนด์ ช็อปปิ้ง แอนด์ ไดนิ่ง พาราไดซ์ (Thailand Shopping and Dining Paradise)

ผู้ถือบัตรวีซ่าที่ออกโดยธนาคารในต่างประเทศ ที่ลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ณ สนามบิน จะได้รับชุดของขวัญต้อนรับ ประกอบด้วย ซิมการ์ดพร้อมไวไฟ เครดิตการเดินทางด้วย Grab มูลค่า 100 บาท และเครื่องดื่มฟรีจากร้านคอฟฟี่เวิลด์

ทั้งนี้ มีร้านค้าชั้นนำมากกว่า 50 ร้านในกรุงเทพมหานคร พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต ได้เข้าร่วมโครงการวีซ่า ไทยแลนด์ 
แกรนด์ เซลล์ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2560 โดยในกรุงเทพมหานคร โครงการวีซ่า ไทยแลนด์ 
แกรนด์ เซลล์ ได้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำสามโซนหลักๆ ด้วยกัน และหลากหลายร้านอาหาร ในย่านตัวเมือง ตั้งแต่จากสถานีรถไฟฟ้าสยามถึงสถานีอโศก แถบริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ ริเวอร์ซิตี้ และเอเชียทีค รวมไปถึงแถบถนนวงแหวนรอบนอกที่บางนา และรามอินทรา ข้อเสนอสุดพิเศษนี้ยังครอบคลุมไปถึงเว็บไซด์ช็อปปิ้งยอดนิยมอย่าง ลาซาด้า ประเทศไทย และ เซโฟร่า

ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าครบทุก 1,000 บาท ในช่วงระยะเวลาของโครงการนี้ ผู้ถือบัตรวีซ่าจะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมชิงรางวัลใหญ่ ซึ่งมีทั้งสิ้น 10 รางวัล โดยทุกรางวัลจะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับสองที่นั่ง และที่พักสูงสุดถึง 7 คืน ในจุดหมายปลายทางที่เข้าร่วมโครงการ จาก 10 รางวัลใหญ่จะแบ่งเป็น 5 รางวัลสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ถือบัตรวีซ่า และอีก 5 รางวัลสำหรับผู้ถือบัตรวีซ่าที่ออกโดยธนาคารในประเทศไทย.

 

“อีซูซุ” ยอดนักสืบจิ๋ว ดึงโคนันฉลอง 60 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มิ.ย. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/988360

นายโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นวาระแห่งการฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย อีซูซุจึงได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้าอีซูซุในเมืองไทย และต่อยอดความสำเร็จของ “ปรากฏการณ์บลูเพาเวอร์” ขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคตที่ยังคงความแรงอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมพิเศษฉลองอีซูซุ 60 ปี ให้ส่งภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดในหัวข้อ “โฟกัสความสุข ฉลอง 60 ปีอีซูซุ” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000บาท

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ISUZU x ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน” โดยผู้เล่นจะต้องสวมบทบาท “โคนัน” ยอดนักสืบจิ๋ว การ์ตูนดังแนวสืบสวนสอบสวนจากประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องไขรหัสลับ “ปริศนาเพลงกลอนซ่อนรัก” โดยรวบรวมตัวอักษรที่ซ่อนตามจุดต่างๆของรถอีซูซุที่จอดอยู่ภายในงานและประกอบเป็นคำใบ้ที่ถูกต้องเพื่อลุ้นรับของรางวัล ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีให้ร่วมสนุกต่อเนื่องภายในงานฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017 ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-2 ก.ค.60 ณ ไบเทค บางนา และตามงานอีซูซุโชว์ต่างๆที่จัดภายในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้.

 

กระแทกไลค์! กสทช.จัดระเบียบโอทีที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มิ.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/988335

หยุดโฆษณาบนเฟซบุ๊ก-ยูทูบ

กสทช.ขอความร่วมมือ 47 บริษัท หยุดลงโฆษณาบน “เฟซบุ๊ก–ยูทูบ” หากไม่ มาลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการโครงข่ายโอทีทีในไทยภายใน 22 ก.ค.นี้ เผยบริษัทในเวียดนามยังยอมถอดโฆษณา ขณะที่อินโดนีเซียเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง แล้วไทยได้อะไรจากการทำรายได้ของเฟซบุ๊กและยูทูบ

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา กสทช.ได้เชิญบริษัทที่มี งบโฆษณาสูงสุดบนออนไลน์ 47 บริษัท มาทำความเข้าใจและขอความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางและขั้นตอนการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ประเภท Over The Top (โอทีที) หรือ แอพพลิเคชั่นทีวี โดย กสทช.ชี้แจงว่า ช่วงนี้เป็นช่วงทำความเข้าใจและให้เวลาผู้ให้บริการโอทีทีมาลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 22 ก.ค.60 และหลังจากนั้น ผู้ประกอบการโอทีทีจะต้องประกอบกิจการภายใต้กฎหมายไทย หากรายใดไม่ลงทะเบียน ก็ถือว่าเป็นผู้ประกอบกิจการที่ทำผิดกฎหมาย และอยากขอความร่วมมือพิจารณาไม่สนับสนุนผู้ประกอบการเหล่านั้นด้วยการโฆษณาบนช่องทางดังกล่าว

“ทั้งนี้ 47 บริษัทที่เข้าร่วมรับฟัง อาทิ ยูนิลีเวอร์, คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ , ปตท., ไทยประกันชีวิต, โตโยต้า, ฮอนด้า, ไทยยามาฮ่ามอเตอร์, ศุภาลัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเจ้าของเม็ดเงินที่นำไปซื้อโฆษณาบนออนไลน์ และส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาด หลักทรัพย์ เป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีบรรษัทภิบาลที่ดี ทำให้ตนเชื่อมั่นว่าจะให้ความร่วมมือกับ กสทช.ด้วยการสนับสนุนผู้ให้บริการโอทีทีที่ปฏิบัติตามขั้นตอนและกฎหมายไทย ซึ่งมีให้ เลือกมากมาย ทั้งทีวีดิจิทัล 22 ช่อง และสื่ออื่นๆ ที่ทำอย่างถูกกฎหมาย”

พ.อ.นทีกล่าวต่อถึงความคืบหน้าการรับจดทะเบียนโอทีทีว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อประสานงานจากเฟซบุ๊กและยูทูบว่าจะมาลงทะเบียนเมื่อใด ซึ่งเฟซบุ๊กและยูทูบมีเวลาตัดสินใจถึงวันที่ 22 ก.ค.60 หากไม่มาลงทะเบียนตามวันเวลาจะถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไทย และบริษัทที่มีการโฆษณาบนเฟซบุ๊กและยูทูบก็จะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายด้วย ซึ่งตามลำดับขั้นตอนแล้ว กสทช.จะทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ช่วยตรวจสอบว่าบริษัทที่มี การโฆษณาบนเฟซบุ๊กและยูทูบว่าได้ดำเนินการตามบรรษัทภิบาลครบถ้วนหรือไม่

“หากบริษัทใดยังคงให้การสนับสนุนหรือโฆษณา บนเฟซบุ๊กและยูทูบ ก็ถือว่าเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญาต้องได้รับโทษ 2 ใน 3 ตามความผิดที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น หากมีกรณีปรับผู้ประกอบการโอทีที 600,000 บาท ก็ต้องปรับเจ้าของเงินที่ลงโฆษณา 400,000 บาทด้วย หรือถ้าจำคุก 5 ปี ก็ต้องจำคุกเจ้าของเงินเป็นเวลา 3 ปี อย่างไรก็ตาม มาตรการทางกฎหมายนั้นจะเป็น มาตรการสุดท้ายที่ กสทช.จะใช้บังคับ เพราะเชื่อว่าบริษัทที่มีธรรมาภิบาลที่ดีจะไม่สนับสนุนผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน”

พ.อ.นทีกล่าวต่อว่า ในช่วงที่ประเทศเวียดนาม จัดระเบียบธุรกิจบริการโอทีที และได้เชิญบริษัทที่ใช้เงินโฆษณาสูงสุดมาหารือนั้น ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบริษัทเหล่านั้น โดยบริษัท ยามาฮ่า, เวียดมิลล์, เวียดเจต ได้ยกเลิกการโฆษณาบนยูทูบ และเฟซบุ๊ก เป็นเวลา 1 เดือน จนในที่สุดทั้งเฟซบุ๊ก และยูทูบยินยอมมาตั้งสำนักงานในเวียดนาม และทั้ง 3 บริษัทก็กลับไปใช้บริการโฆษณาเหมือนเดิม ขณะที่อินโดนีเซียก็เรียกเก็บภาษีย้อนหลังกับกูเกิล ราว 400 ล้านเหรียญฯ หรือ 1,200 ล้านบาท (30 บาทต่อดอลลาร์)

“ในขณะที่เฟซบุ๊กและยูทูบทำรายได้จากไทยปีละ 4,500 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แล้วจ่ายภาษีให้ประเทศไทยหรือไม่ หากไม่มีการเสียภาษีให้ไทย แล้วรัฐบาลจะนำเงินจากไหนมาพัฒนาประเทศมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผมไม่ได้กีดกันเฟซบุ๊กและยูทูบที่จะให้บริการในประเทศไทย ประชาชนยังคงสามารถใช้บริการได้ เพียงแต่เฟซบุ๊กและยูทูบจะไม่สามารถหารายได้จากประเทศไทยเท่านั้น”.