หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลด 3.63 ดัชนีอยู่ที่ 1,566 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 17:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967843

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลดลง 3.63 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,566.65 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,114.60 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 9 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่าย พบว่า ดัชนีปรับลดลง 3.63 จุด อยู่ที่ 1,566.65 เปลี่ยนแปลง -0.23% มูลค่าการซื้อขาย 45,114.60 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,571.70 จุด และต่ำสุดที่ 1,564.53 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
5. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

 

กฟผ. จัดรับฟังความคิดเห็น (ค.2) EHIA โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนแม่เมาะ 4-7 กลางเดือน มิ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 มิ.ย. 2560 17:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967837

กฟผ. พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ค.2) โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2560 ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน 5 ตำบลอย่างใกล้ชิด กำหนดเป็นมาตรการด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในรายงาน EHIA ให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษา และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ได้จัดรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping) หรือ ค.1 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ดังนั้น ในระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2560 นี้ บริษัทจะจัดรับฟังความคิดเห็นในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.2) โดยลงพื้นที่พูดคุยเป็นกลุ่มย่อยในแต่ละตำบลและตามกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 เวที ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลสบป้าด จางเหนือ นาสัก บ้านดง และแม่เมาะ

สำหรับรายละเอียดการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ (ค.2) ทั้ง 7 เวที ประกอบด้วย กลุ่มประชาชนตำบลจางเหนือ วันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30–12.00 น. ณ ห้องประชุม อบต.จางเหนือ กลุ่มประชาชนตำบลนาสัก เวลา 13.00–16.30 น. ณ ห้องประชุม อบต.นาสัก กลุ่มหน่วยงานสาธารณสุขจากทั้ง 5 ตำบล วันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30–12.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ (ห้องประชุมเล็ก) กลุ่มหน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายสุขภาพจากทั้ง 5 ตำบล เวลา 13.00–16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอ

แม่เมาะ (ห้องประชุมเล็ก) กลุ่มประชาชนตำบลสบป้าด วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ทำการ อบต.สบป้าด กลุ่มประชาชนตำบลแม่เมาะ เวลา 13.00–16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ (ห้องประชุมใหญ่) และกลุ่มประชาชนตำบลบ้านดง วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30–12.00 น. ณ ห้องประชุม อบต.บ้านดง

ทั้งนี้ การจัดรับฟังความคิดเห็น ค.1 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีประชาชนอำเภอแม่เมาะทุกภาคส่วนเข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในทุกมิติ จำนวน 2,696 คน มีผู้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 48 คน และมีผู้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมหลังจากการประชุม ค.1 ทางจดหมาย อีเมล โทรศัพท์ และโทรสาร จำนวน 39 คน โดยข้อคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ได้นำไปกำหนดขอบเขตการศึกษา และจัดทำรายงาน EHIA ให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 5 ตำบล และหลังจากการจัดรับฟังความคิดเห็น ค.2 ในครั้งนี้ จะเป็นขั้นตอนการทบทวน และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรายงาน EHIA หรือ ค.3 ต่อไป

 

“ทรู” นิ่งไม่ไหว ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับ “ทรู ฟิตเนส” ปิดสาขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 16:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967807

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นฯ นั่งไม่ติด ชี้แจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ทรู ฟิตเนส” ที่ทยอยปิดสาขาในประเทศไทย พร้อมยืนยันทำธุรกิจด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้…

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ ชี้แจงว่า ทรู ฟิตเนส ไม่ใช่ธุรกิจที่ดำเนินการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ทรูฯ อย่างใดทั้งสิ้น โดยฟิตเนสดังกล่าว เป็นของทรู กรุ๊ป ก่อตั้งในประเทศสิงคโปร์ เป็นชื่อคล้ายคลึงกัน จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยบริษัท ทรูฯ ขอยืนยันความมุ่งเน้นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดีมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ก่อนที่บริษัท ทรูฯ จะออกมาชี้แจงครั้งนี้ ได้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นในสังคม กรณี ทรู ฟิตเนส ได้ทยอยปิดสาขาในประเทศไทยแบบกะทันหัน โดยไม่แจ้งให้ลูกค้า โดยเฉพาะสมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ นอกจากนั้น ยังมีประเด็นความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าจ้างพนักงานอีกด้วย.

 

ขนส่งเร่งเพิ่มศักยภาพขนสินค้าทางถนน ลุยสร้างสถานีภูมิภาค 17 จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 14:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967513

กรมการขนส่งทางบก เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางถนนของประเทศ เตรียมสร้างสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค 17 จังหวัด เดินหน้าจัดสัมมนาทดสอบความสนใจของนักลงทุน เพื่อกำหนดแนวทางการลงทุนที่เหมาะสม เป็นการดำเนินงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

วันที่ 9 มิ.ย. 60 นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยว่า กรมการขนส่งทางบกจัดสัมมนา การทดสอบความสนใจของภาคเอกชน ในการร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โครงการสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งของประเทศ และเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ถึงโอกาสความเป็นไปได้ และความสนใจในการร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาคของกรมการขนส่งทางบก ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556

โดยมีภาคเอกชน ภาคธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยมีพิธีเปิดการสัมมนา ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม เอ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ 9 มิ.ย. 60 ซึ่งมีนางสิริรัตน์ วีรวิศาล ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก เป็นประธานในการเปิดงาน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการร่วมลงทุน เพื่อกำหนดแนวทางการลงทุนให้มีความน่าสนใจ มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ ในการดำเนินโครงการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

พร้อมเริ่มดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ และรูปแบบการบริหารจัดการสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค มาตั้งแต่ปี 2558 รวมจำนวนทั้งสิ้น 17 แห่ง แบ่งเป็นจังหวัดชายแดน 9 แห่ง ได้แก่ หนองคาย มุกดาหาร สระแก้ว ตราด สงขลา นราธิวาส กาญจนบุรี ตาก และ เชียงราย และจังหวัดภูมิภาคหลัก 8 แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ ปราจีนบุรี และสุราษฎร์ธานี

รวมถึงวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นจุดเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางถนน และทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวม และกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐานสูง เชื่อมโยงฐานการผลิตและฐานการส่งออกที่สำคัญของประเทศ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยมีการให้บริการกิจกรรมที่มีความหลากหลาย เช่น ลานจอดรถบรรทุก เปลี่ยนถ่ายสินค้า ชานชาลาขนถ่ายสินค้า คลังสินค้า เครื่องมือและอุปกรณ์ยกขน

พร้อมทั้งพื้นที่บริการสาธารณะ เช่น อาคารสำนักงาน โรงอาหาร สถานีบริการเชื้อเพลิง และพื้นที่เพื่อดำเนินกิจกรรมทางศุลกากร เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้จังหวัดชายแดนกลายเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อ (Hub) การขนส่งสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อเป็นการรองรับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดในส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการในส่วนของการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและก่อสร้างภายในปี พ.ศ. 2561 โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาคทั้ง 17 แห่ง แล้วเสร็จภายในปี 2565 รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก.

 

ทอท. รับสายการบินใหม่กัมพูชา-คุนหมิงแอร์ไลน์ สู่สนามบินดอนเมือง-ภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 14:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967410

ท่าอากาศยานไทย ต้อนรับสายการบินกัมพูชา และคุนหมิงแอร์ไลน์ เป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ มายังสนามบินดอนเมืองและภูเก็ต เผยตั้งแต่ปลายปี 59 – เม.ย.60 มี 6 สายการบินที่เปิดทำการบินมายังท่าอากาศยานของ ทอท.

วันที่ 9 มิ.ย. 60 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เผยว่า ตามที่ ทอท.ได้มีโครงการเชิญชวนสายการบินทำการบินในเส้นทางใหม่ๆ มายังท่าอากาศยานที่ ทอท.บริหารงาน 6 แห่ง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและการขนส่งสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางในเมืองหลวง เมืองหลัก และเมืองรองของโลก

ส่งผลให้ผู้โดยสารต่างประเทศมีทางเลือกในการเดินทางบรรลุตามเป้าหมายของตนเองมากยิ่งขึ้น และเมื่อช่วงปลายปี 59 – เม.ย. 60 ได้มีสายการบินเปิดทำการบินมายังท่าอากาศยานไทยจำนวน 6 สายการบินแล้วนั้น ใน มิ.ย.นี้มีสายการบินที่ได้ทำการบินในเส้นทางบินใหม่เพิ่มเติม

โดยสายการบินที่จะทำการบินใหม่เพิ่มเติมคือ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) มีสายการบิน JC (Cambodia) International Airlines ที่ได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา ในเที่ยวบิน QD681 เส้นทางพนมเปญ – ดอนเมือง ซึ่งให้บริการทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน ด้วยอากาศยานรุ่น A320 และที่ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ในวันที่ 17 ก.ค. 60 สายการบินคุนหมิงแอร์ไลน์ จะเริ่มทำการบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เส้นทาง คุนหมิง – ภูเก็ต และจะให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยใช้อากาศยานแบบ B 737-800

ทั้งนี้ การเปิดเที่ยวบินใหม่ของสายการบินคุนหมิงแอร์ไลน์ เป็นผลมาจากการที่ ทอท.ได้เดินทางไปร่วมงาน The World Routes Development Forum 2016 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้นำเสนอข้อมูลตลาดด้านการบินของไทย ข้อมูลวิเคราะห์เส้นทางการบิน รวมทั้งตลาดด้านการท่องเที่ยวของไทย เพื่อชักจูงสายการบินมาเปิดทำการ ณ ท่าอากาศยานที่ ทอท.บริหารงานอีกด้วย.

 

พช.ชวนช็อปสินค้าเกษตรปลอดภัย ชูจำหน่ายสินค้าประชารัฐ พัฒนา ศก.ฐานราก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 14:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967575

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เชิญชวนพี่น้องประชาชนเที่ยวชมและอุดหนุนสินค้าใน “งานแสดงและจำหน่ายสินค้าประชารัฐ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก” พร้อมงดใช้ถุงพลาสติก เลือกใช้ตะกร้าหรือถุงผ้า รับของที่ระลึกและร่วมกิจกรรมพิเศษได้ตลอด

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 60 นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า “งานแสดงและจำหน่ายสินค้าประชารัฐ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก” ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมนั้นกำหนดจัด 3 เดือน คือ พฤษภาคม-กรกฎาคม 2560 โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างเกินความคาดหมาย โดยมีผู้เข้าชมงานจำนวนกว่า 1 แสนราย และมียอดจำหน่ายกว่า 56 ล้านบาท และยอดจำหน่ายสะสมถึงวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมากว่า 79 ล้านบาทแล้ว

สำหรับงานนี้กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทยให้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “Thailand’s Best Local Product” หรือ “สุดยอดสินค้า หลากหลายทั่วไทย หาได้ในที่เดียว” เป็นการสานพลังประชารัฐระหว่างกระทรวงมหาดไทย บริษัทประชารัฐรักสามัคคีจำกัด และบริษัทเอกชนที่สนับสนุนโครงการประชารัฐ โดยแบ่งการจัดงานเป็น 3 ครั้ง คือระหว่างวันที่ 4–27 พ.ค. 2560 ไฮไลต์ของงานคือ “แปรรูป (จักสาน อาหารไทย ผ้า) เน้นนวัตกรรม Forward Greater Innovation” ระหว่าง 1-24 มิ.ย. 2560 ไฮไลต์ของงานคือ “เกษตรปลอดภัย (ข้าวไทย ผัก ผลไม้) Healthy Nature” และระหว่างวันที่ 1-24 ก.ค. 2560 ไฮไลต์ของงานคือ “ท่องเที่ยวโดยชุมชน Local Tourism”

“การจัดงานในครั้งนี้นอกจากผู้บริโภคจะได้ซื้อผลิตภัณฑ์ดีๆ มีคุณภาพจากผู้ประกอบการและเกษตรกรมากกว่า 800 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์ที่เด่นที่สุดในแต่ละจังหวัด สินค้าทางการเกษตร และอาหารประจำท้องถิ่นมานำเสนอแล้ว โอกาสที่รัฐบาลมอบให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นชาวบ้าน ได้พัฒนาสินค้าและนำมาเปิดตลาดต่อลูกค้าด้วยตัวเอง ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาลอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย”

นายอภิชาติ ยังเปิดเผยอีกว่า ในส่วนเดือนมิถุนายน จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1-24 มิถุนายน โดยมีธีมงานคือ Healthy Nature ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย อาทิ ข้าวไทย ผัก ผลไม้ จากเกษตรกรทั่วประเทศ และยังมีสินค้าเด่นจากจังหวัดต่างๆ รวมถึงสินค้าชวนชิมจากทั่วประเทศที่คัดมาแล้วทุกจังหวัด รวมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขายอีกมากมาย

“ที่พิเศษสุด คือ มีการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกตลอดงาน ด้วยการจัดโปรโมชั่นพิเศษทั้งลดทั้งแถม ทั้งแจก สำหรับลูกค้าที่ใช้ถุงผ้าและตะกร้า เมื่อมาช็อปในงาน “Thailand’s Best Local Product สุดยอดสินค้า หลากหลายทั่วไทย หาได้ในที่เดียว” วันนี้–24 กรฎาคม 2560 เวลา 10.00–19.00 น. ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล จึงขอเชิญชวนมาช็อปสินค้าชุมชนคุณภาพดี ในราคาพิเศษ พร้อมของที่ระลึกฟรีอีกมากมาย… พลาดไม่ได้จริงๆ” นายอภิชาติ กล่าว

 

ททท.ดันท่องเที่ยว 5 เดือน ทะลุเป้า 14.3 ล้านคน ชูอาหารไทย-ช็อปปิ้ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 9 มิ.ย. 2560 13:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967295

ททท.ดันท่องเที่ยวไทยสดใส 5 เดือนแรก มีนักท่องเที่ยวมาไทยกว่า 14.3 ล้านคน หลังภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยดีขึ้น พร้อมเดินหน้าเปิดเกมรุกจัด 400 กิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดทั้งปี ชูอาหารไทย-ช็อปปิ้งกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มั่นใจปี 2560 สามารถโกยรายได้กว่า 2.76 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2560 (มกราคม – พฤษภาคม) พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 14.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.7% โดยปัจจัยสำคัญเกิดจากภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยดีขึ้น การส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท.อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่เพิ่มมากขึ้น อาทิ รัสเซีย สแกนดิเนเวีย อังกฤษ เป็นต้น โดยเฉพาะในส่วนของตลาดจีน ล่าสุดมีจำนวนกว่า 3.8 ล้านคน เดินทางมาไทยสูงเป็นอันดับหนึ่ง

ขณะที่ภาพรวมปี 2560 คาดว่าจะมีรายได้รวมกว่า 2.76 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวต่างชาติ 34.39 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.51% มีรายได้ 1.81 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ขณะที่ตลาดในประเทศ มีนักท่องเที่ยว 154 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 6.19% มีรายได้ 9.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%

โดยอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเกิดจากการจัดกิจกรรมการตลาดเชิงรุกทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในส่วนของตลาดต่างประเทศ ททท.ได้มีการร่วมงานทราเวลมาร์ทระดับโลกอย่าง ITB และ WTM รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อาทิ โครงการ The LINK โดยการเจาะตลาดคุณภาพในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาไปสู่แหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางใหม่ หรือเมืองรองตามโครงการ 12 เมืองต้องห้าม…พลาด เพื่อนำเสนอสินค้าและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเชิงชุมชน

สำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศนั้น ททท.ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุน 400 กิจกรรมงานวัฒนธรรม ประเพณีตลอดปี โดยโครงการเด่นในการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวหลายโครงการ อาทิ โครงการเที่ยวไทยเท่ โดยเป็นการกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเข้าไปสัมผัสและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแต่ละท้องถิ่นของไทยอย่างลึกซึ้ง จนเกิดความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว ททท. มีนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยด้วยการพลิกวันว่างเป็นวันเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการกระจายนักท่องเที่ยวออกสู่ช่วงนอกฤดูกาลหรือวันธรรมดาให้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ล่าสุด ททท.ได้วางกลยุทธ์ในการส่งเสริมโครงการอาหารและสินค้าชุมชน  ทั้งเรื่องสตรีทฟู้ดและอาหารถิ่นจากทุกชุมชนทั่วประเทศไทย รวมถึงการช็อปปิ้งสินค้าชุมชนมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ สำหรับโครงการ Amazing Thai Taste Festival 2017 กำหนดจัดขึ้นเป็นปีแรก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกรทั่วไทย ด้วยอาหารไทยมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวนานาชาติ และในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังสามารถสร้างรายได้จากส่วนแบ่งหมวดอาหารปีละกว่า 5 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มในการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนงาน Thailand Shopping and Dining Paradise 2017 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวซื้อสินค้าและบริการในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Green Season) ของประเทศไทย พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งซื้อสินค้าที่สะดวกมีคุณภาพและหลากหลายแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนและการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะเมืองชายแดน ได้แก่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดจัดพร้อมกันทั้งประเทศ ตลอดเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2560

สำหรับแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลังนั้น ททท.ยังคงเดินหน้าส่งเสริมเรื่องอาหารถิ่นต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการขายสินค้าโอทอปของชุมชน และให้บริการข้อมูลการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาหารแปรรูป ผักผลไม้ออร์แกนิก และของใช้ของฝากจากชุมชนแต่ละจังหวัด

“จากการที่สำนักข่าว CNN จัดอันดับให้กรุงเทพฯ เป็น “สวรรค์แห่งอาหารริมทาง” หรือเมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food) ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอาหารไทย โดยในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 35 ล้านคน หากสามารถเพิ่มยอดค่าใช้จ่ายแค่เพียง 10% จะสามารถเพิ่มรายได้ประเทศอีกนับหมื่นล้านบาท ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ภาคการเกษตรอีกด้วย”

 

เล่าด้วยภาพ หมอชิตใหม่ หมอชิตเก่า หมอชิตจะใหม่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 12:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967450

เล่าด้วยภาพบรรยากาศหมอชิตใหม่ ที่ในอนาคตไม่นานอาจจะกลายเป็นหมอชิตเก่า ส่วนหมอชิตเก่าอนาคตก็อาจจะกลายเป็นหมอชิตใหม่…

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศด้วยภาพบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ ถ.กำแพงเพชร ซึ่งปัจจุบันเป็นสำนักงาน บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ชานชาลารถโดยสาร บขส. รถร่วม บขส.และรถตู้ไปยังภาคเหนือ อีสานและภาคกลางบางจังหวัด รวมทั้งบรรยากาศบริเวณหมอชิตเก่าถ.พหลโยธิน ที่ปัจจุบันเป็นลานจอดรถของสถานีบีทีเอสหมอชิต และโรงซ่อมบำรุงบีทีเอส หลังจากมีความชัดเจนระดับหนึ่งว่า จะมีการย้ายหมอชิตใหม่มาหมอชิตเก่า.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ย้อน “หมอชิตเก่า” เล่าความหลัง หาเหตุผลย้าย “หมอชิตใหม่”

 

การบินไทย เปิดรับแอร์-สจ๊วต รุ่นใหม่ 214 อัตรา แห่ยื่นสมัครกว่า 2 พัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 12:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967367

การบินไทยเปิดรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรุ่นใหม่ 214 อัตรา โดยมีผู้สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 2,003 คน ทั้งนี้จะประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกและมีสิทธิ์สอบข้อเขียน 24 มิ.ย.นี้…

เรืออากาศเอก วีระศักดิ์ วิรุฬห์เพชร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปฯ ซึ่งเข้าสู่ระยะที่ 3 คือ ขยายตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมที่จะกลับมาเป็นสายการบินชั้นนำที่เทียบเคียงหรือเหนือกว่าคู่แข่งการบินไทย ได้เปิดรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยรุ่นใหม่จำนวน 214 อัตรา เพื่อรองรับการบริการและขยายเส้นทางบิน โดยพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะรับเป็นพนักงานประเภทสัญญาจ้าง มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี และหากมีผลการปฏิบัติงานผ่านตามหลักเกณฑ์การประเมินที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ อาจจะพิจารณาต่ออายุสัญญาอีก 1 ครั้ง โดยสัญญาต่ออายุจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2566 การบินไทยได้เปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์ http://www.thaiairways.com ระหว่างวันที่ 2-26 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น

พบว่าอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยังเป็นอาชีพยอดนิยม ทำให้การเปิดรับสมัครของการบินไทยในครั้งนี้ มีผู้สมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 2,003 คน ซึ่งบัดนี้เข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารประกอบการสมัครงาน การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และพิจารณาบุคลิกภาพ ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและมีสิทธิ์สอบข้อเขียน ในวันที่ 24 มิถุนายน 2560 ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการสรรหาอื่นๆ ต่อไป อาทิ การสอบสัมภาษณ์ทั่วไป การสอบสัมภาษณ์ภาษาที่ 3 การสอบว่ายน้ำและการตรวจร่างกาย ฯลฯ

ทั้งนี้ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรุ่นใหม่ของการบินไทยในรุ่นใหม่นี้ มีระยะเวลาการทำงานที่กำหนดไว้ชัดเจนที่ผู้ปฏิบัติงานจะสิ้นสุดการทำงานตามสัญญา ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่สายการบินชั้นนำอื่นๆ ใช้ในการรับพนักงานในตำแหน่งนี้ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสอันดีที่ได้สั่งสมประสบการณ์ด้วยความภาคภูมิใจในสายการบินแห่งชาติที่มีมาตรฐานการให้บริการเป็นเลิศระดับพรีเมียมในทุกจุดบริการ.

 

จัดใหญ่! ฉลองปีที่ 25 ‘นีโอ’ เปิดงาน Wedding Fair 2017 by NEO

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 11:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967330


“นีโอ” เปิดงาน Wedding Fair 2017 by NEO สุดยิ่งใหญ่ ฉลองการเข้าสู่ปีที่ 25 ด้วยแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงานสุดอลังการ และโชว์ชุดฟินาเล่โดย ศรีริต้า เจนเซ่น กับชุดวิวาห์ Talk of The Town ที่ประดับด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ พร้อมมืออาชีพธุรกิจเวดดิ้งกว่า 100 ราย เตรียมให้บริการทุกคู่รักแบบครบวงจร การันตีความเป็นสุดยอดงานแสดงสินค้าและบริการด้านงานวิวาห์แห่งปี

วานนี้ (8 มิ.ย.60) นางสาวบุษยา ประกอบทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ เปิดงาน Wedding Fair 2017 by NEO งานแสดงสินค้าและบริการด้านงานวิวาห์ยิ่งใหญ่แห่งปี ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายนนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยตอกย้ำความเป็นงาน Wedding Fair งานเดียวของไทยที่มีสินค้าและบริการด้านงานแต่งงานครบวงจร การันตีด้วยเหล่ามืออาชีพในแวดวงการจัดงานแต่งงานกว่า 100 ราย คอยให้คำปรึกษา พร้อมนำเสนอไอเดียและอัพเดตเทรนด์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงาน อาทิ โรงแรม ห้องจัดเลี้ยงชั้นนำกว่า 40 โรงแรม, เวดดิ้งสตูดิโอ, แหวนแต่งงานและเครื่องประดับเพชร, Wedding Planner, การ์ด ของชำร่วย, ชุดแต่งงาน และสินค้าบริการต่างๆ ที่พร้อมใจกันจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่องานนี้งานเดียว โดยปีนี้ใช้ธีมงาน “The Bride Way” ให้เส้นทางสู่การเป็นเจ้าสาวของคุณโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ

สำหรับไฮไลต์เปิดงานได้ดาราและนางแบบมืออาชีพร่วมเดินแฟชั่นชุดแต่งงานสุดอลังการในแต่ละช่วงพิธีการจาก 7 ห้องเสื้อชั้นนำของไทย Amita, Cresendo Couture, Cosily by Apirassak, Amata, Milan, Filippo, และ Wach โดย เมญ่า นนธวรรณ ฌรรวนธร, ซาบีน่า The Face Thailand และ คารีสา สปริงเก็ตต์ มาร่วมเดินแบบชุดไทยสำหรับพิธีหมั้น ชุดงานฉลองมงคลสมรสช่วงเย็น และชุด After Party ก่อนปิดท้ายด้วยชุดฟินาเล่ ซึ่งได้นักแสดงสาวสุดฮอต ศรีริต้า เจนเซ่น เดินแบบในชุดวิวาห์สุดอลังการที่ประดับด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ (Swarovski) งดงามที่สุด และตลอดทั้งงานได้ ไบรท์ วิชเวช ร่วมโชว์พลังเสียงร้องเพลงประกอบการเดินแฟชั่นโชว์

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงโขนจาก “นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์)” บอกเล่าวิวัฒนาการตำนานการแสดงนาฏศิลป์ไทย และการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ชุด หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา เป็นเรื่องราวในตอนที่หนุมานได้พบนางสุพรรณมัจฉาและลงเอยด้วยความรักระหว่างกัน

นีโอยังขอเชิญชวนคู่รัก และสาวๆ ร่วมกิจกรรม DIY เก๋ๆ กับกูรูมืออาชีพในโซน Love Plus Club คลับสำหรับคนมีรัก อาทิ DIY ดอกไม้ประดับข้อมือเจ้าสาว, DIY กระเป๋าสะพายรัก, Sweet Box กับมื้อเช้าที่แสนหวาน พิเศษสุด! เมื่อซื้อสินค้าภายในงานครบ 5,000 บาท รับคูปองชิงรางวัล 1 ใบ เพื่อลุ้นรับของรางวัล อาทิ ห้องพักจากวิลล่า มาร็อก, บัตรรับประทานอาหารจากโรงแรมชั้นนำ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายทุกวัน ภายในงาน Wedding Fair 2017 by NEO 8–11 มิถุนายนนี้ เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2203-4212-3 หรือ facebook.com/Weddingfairbyneo และ http://www.thaiweddingfair.com