แก้ปมปิโตรเลียมบนที่ ส.ป.ก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/968205

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมได้ทำรายงานข้อมูลในภาพรวม กรณีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่พิพากษาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมาที่ให้เพิกถอนระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (บอร์ด ส.ป.ก.) เพื่อให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ได้ส่งผลกระทบให้ต้องหยุดการผลิตปิโตรเลียมบนบกของ 7 บริษัทให้กับ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงานแล้ว โดยมี 2 แนวทางเลือกให้ตัดสินใจ

สำหรับ 2 แนวทางที่จะนำเสนอ รมว.พลังงาน ประกอบด้วย 1.ให้ รมว.พลังงานเสนอรายงานปัญหาดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปอย่างไร 2.ให้ รมว.พลังงานเสนอปัญหาดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริหารแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (บยศ.) ที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วม เพราะทั้ง 2 คณะกรรมการฯก็เป็นคณะทำงานที่เน้นการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

สำหรับกรณีที่มีผู้เสนอให้ใช้คำสั่งมาตรา 44 มาแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ กรมถือว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะพิจารณา และกรมยอมรับว่าคำสั่งศาลฯไม่ได้ระบุว่า ต้องการให้กรมสั่งให้ผู้ผลิตปิโตรเลียม 7 ราย หยุดผลิต แต่ที่กรมต้องสั่งให้หยุดผลิตในขณะนี้ ก็เพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง เพราะขณะนี้กรมยังไม่มีระเบียบอะไรรองรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน กรณีผู้ผลิตปิโตรเลียม 7 ราย ที่ต้องหยุดผลิตปิโตรเลียม จากการหารือก็พบว่าส่วนใหญ่ต่างเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 56 ที่ทำให้การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ผ่านมาไม่มีความชัดเจนหากรัฐบาลแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้จะส่งผลดีต่อเอกชน.

 

สคบ.อ้าแขนรับร้องเรียนทรู ฟิตเนส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/968200

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ.เตรียมหาทางควบคุม และตรวจสอบการประกอบธุรกิจสถานบริการออกกำลังกาย หรือฟิตเนส เซ็นเตอร์ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคที่สมัครเข้าไปใช้ได้รับความเดือดร้อน หลังจากเกิดกรณีผู้ประกอบธุรกิจฟิตเนสของทรู ฟิตเนส ประกาศปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าได้รับทราบ รวมไปถึงกรณีของผู้ประกอบธุรกิจทำผิดสัญญาด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน สคบ.ยังขอความร่วมมือผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกกับธุรกิจนี้ หากพบข้อสงสัยที่อาจเป็นไปได้ว่า ผู้ประกอบกิจการทำผิดสัญญา ก็สามารถเข้ามาแจ้งข้อมูล หรือร้องเรียนกับ สคบ.ได้ โดยให้นำบัตรสมาชิก ใบเสร็จรับเงินและสัญญาการเป็นสมาชิกมาประกอบการร้องเรียน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สคบ.เคยออกประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการออกกำลังกายเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2554 ส่งผลให้ธุรกิจให้บริการออกกำลังกาย ทั้งธุรกิจฟิตเนส โรงยิม สถานบริการออกกำลังกายรูปแบบ อื่นๆ ที่ให้บริการใช้สถานที่และอุปกรณ์ออกกำลังกายเพื่อประโยชน์ในทางการค้า จะถือเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุมสัญญา

“จริงๆเรื่องการควบคุมธุรกิจฟิตเนสนั้น สคบ.มีประกาศควบคุมอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีปัญหาร้องเรียนมายัง สคบ.อยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผิดสัญญา ซึ่ง สคบ.ก็ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย หากไม่ได้ข้อสรุปและผู้บริโภคได้รับความเสียหาย สคบ.จะเป็นผู้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้ และในกรณีการปิดกิจการ บางรายก็ไม่ได้ประชาสัมพันธ์สมาชิกรับทราบจนเกิดปัญหา ดังนั้นจากนี้ไป สคบ.จะขอเข้าไปตรวจสอบในภาพรวมทั้งหมด และอาจต้องมีมาตรการอะไรออกมาจากนี้เพิ่มเติมอีกก็ได้ แต่ก็ขอดูข้อมูลรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร”

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ในกรณีล่าสุดที่มีบริษัทผู้ประกอบธุรกิจทรู ฟิตเนส ได้ติดประกาศปิดกิจการไปนั้น ที่ผ่านมามีผู้บริโภคมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวกับ สคบ.แล้วกว่า 100 ราย และที่ประชุม คคบ. ก็ได้มีมติฟ้องร้องเรียกเงินชดเชยไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจากนี้ไป หากมีผู้บริโภคคนไหนที่ยังได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้เข้ามาร้องเรียนก็ขอให้เข้ามาร้องเรียนกับ สคบ.ได้ทันที ซึ่งในการประชุม คคบ. ครั้งต่อไป อาจเสนอให้มีมาตรการควบคุมหรือลงโทษเพิ่มเติม.

 

“แชมป์บ๊ะจ่าง”…ในมือ…”ทายาทรุ่น 4”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967442

อะไรเอ่ย…ทำด้วยข้าวเหนียวนำมาผัดน้ำมัน มีไส้หมูเค็มหรือหมูพะโล้ กุนเชียง ไข่เค็ม (ไข่แดง) กุ้งแห้ง เห็ดหอม แล้วห่อด้วยใบไผ่นำไปนึ่งให้สุก เกริ่นคำถามชวนให้คิดมาขนาดนี้ ท่านผู้อ่านหลายท่านคงร้องอ๋อ ทายถูกว่าคำตอบนั้นคืออะไร

เพื่อไม่เสียเวลาก็ขอเฉลยว่าสิ่งนั้นคือ “บ๊ะจ่าง” อาหารคาวชนิดหนึ่งของจีนที่คนไทยต่างก็รู้จัก และมีหลายคนที่ชอบรับประทาน เพราะด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หากได้ลิ้มลองแล้วส่วนใหญ่ติดใจ Business On My Way เสาร์นี้ขอพาไปรู้จักกับสุดยอดบ๊ะจ่างของประเทศไทยอีกหนึ่งร้าน กับ “ร้านแชมป์บ๊ะจ่าง”

คุณวิน (ธีรนัย ตรีเพิ่มทรัพย์) หนุ่มดีกรีนักเรียนนอกจบจากประเทศอังกฤษ ทายาทรุ่นที่ 4 ร้านแชมป์บ๊ะจ่าง เล่าว่า รู้หรือไม่ ทำไมบ๊ะจ่างที่ร้านถึงถูกขนานนามว่าเป็นสุดยอดตำนานบ๊ะจ่าง ถึงขนาดว่าเกิดมาต้องได้ลิ้มลองสักครั้ง ไม่เช่นนั้นจะถือว่าพลาด ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะสูตรบ๊ะจ่างของที่ร้านได้ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษซึ่งเป็นคนจีนที่โล้สำเภามาจากเมืองซัวเถา มณฑลกวางเจา ประเทศจีน ก็พูดได้ว่าสูตรต้นตำรับแท้ๆดั้งเดิม

“ผมถูกมอบหมายจากทางครอบครัวให้เข้ามาบริหารและจัดการกิจการที่ร้าน โดยพุ่งเป้าไปที่การขยายตลาด ซึ่งผมก็ได้วางแผนการตลาดแบบวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ โดยเน้นใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้นจากเดิม”

นอกจากนี้วางแผนกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคที่จะทานบ๊ะจ่างเฉพาะช่วงเทศกาล มาเป็นอาหารหลักที่ทานง่าย และยังให้สารอาหารครบถ้วนเหมาะกับการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบของคนในยุคปัจจุบัน ที่สำคัญที่ร้านยังคงคอนเซปต์เรื่องความอร่อยและการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งขึ้นชื่อในท้องที่ต่างๆ เพื่อนำมารังสรรค์เป็นส่วนผสมของสุดยอดบ๊ะจ่างสูตรเฉพาะของร้านแชมป์บ๊ะจ่าง

คุณวินเล่าว่า กว่าจะมาเป็นบ๊ะจ่างแต่ละลูกนั้น ทางคุณแม่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนกรรมวิธีการผลิต โดยทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงความสะอาด และความอร่อย ที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นแรกที่ส่งทอดกันมา

สำหรับสูตรลับประจำตระกูล คุณวินแอบเล่าให้ฟังว่า จริงๆแล้วสูตรที่สืบทอดต่อๆกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนั้น เขาจะมีการเลือกผู้สืบทอด เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวของตระกูล ซึ่งตอนนี้คนที่ถือสูตรทั้งหมดคือ พี่สาวผม (คุณชุติมา ตรีเพิ่มทรัพย์) ซึ่งการจัดการของธุรกิจที่ร้านจะมีการแบ่งแยกสายบริหารกันอย่างชัดเจน อย่างเช่น คุณชุติมาจะเป็นผู้คุมเรื่องของการผลิต คุณธนบูรณ์ ตรีเพิ่มทรัพย์ (น้องชาย) จะดูแลเรื่องการเงินทั้งหมดรวมไปถึงรายรับรายจ่ายของทางร้าน ส่วนตัวผมเองจะเป็นคนวางแผนด้านการตลาดและกำหนดทิศทางของแบรนด์ร้าน “แชมป์บ๊ะจ่าง”

แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ตัวแรกของร้านคือบ๊ะจ่างรสดั้งเดิม ที่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อ และติดลมบนยอดนิยมตลอดกาลตั้งแต่รุ่นบุกเบิกจนถึงรุ่นทายาทปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยทางร้านมีเป้าต้องการขยายตลาด จึงจำเป็นต้องเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น จึงเกิด “บ๊ะจ่าง จักรพรรดิ” ขึ้น ซึ่งเป็นบ๊ะจ่างอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ที่นำเสนอออกมาเพื่อตอบโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอะไรที่แปลกใหม่ ไม่สามารถหาทานได้จากที่อื่น

โดยส่วนผสมหลักที่ทำให้บ๊ะจ่างจักรพรรดิแตกต่างกับบ๊ะจ่างดั้งเดิมจนได้ถูกขนานนามให้เป็น “สุดยอดราชาแห่งท้องทะเล” คือมีส่วนผสมของหูฉลาม ที่ถือเป็นสุดยอดวัตถุดิบของอาหารจีน นำมาตุ๋นยาจีน เพื่อให้ได้สรรพคุณตามแบบฉบับของอาหารจีนสูตรดั้งเดิม ตามด้วยหอยเป๋าฮ้ือทั้งตัว และหน่อไม้ทะเลจากประเทศออสเตรเลีย ที่นำมาผ่านวิธีการสะดุ้งไฟ ก่อนนำมาห่อและนึ่งพร้อมกับข้าวเหนียวร้อนๆ ต่อด้วยกระเพาะปลาชั้นดีนำมาตุ๋นน้ำแดงเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยอินทผลัมที่คัดพิเศษนำเข้าจากประเทศอิสราเอล

คุณวินเล่าว่า นอกจากบ๊ะจ่างแล้วทางร้านยังมีเมนูอื่นไว้ให้เลือกลิ้มลองมากมาย อาทิ กานาฉ่าย, น้ำพริกเห็ดหอม, ฮ่อยจ๊อ และสินค้าอื่นๆตามเทศกาลต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดยืนของร้านที่ต้องการชักจูงลูกค้าที่กำลังหาของเด็ดของอร่อยทานในเทศกาลสำคัญต่างๆ โดยสูตรยังคงจะต้องมาจากบรรพบุรุษ และปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เข้ากับยุคสมัย

นอกจากด้านความอร่อยและคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว คุณวินยังให้ความสำคัญกับช่อง ทางจัดจำหน่าย ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักของการขยายตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนสาขา หรือว่าการส่งแบบดีลิเวอรี่ให้ถึงหน้าประตูบ้านลูกค้า โดยล่าสุดทางร้านได้เข้าร่วมกับหลายแอพพลิเคชั่น เช่น Eat me และ Line Man เพื่อรองรับบริการให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางร้านได้สะดวกขึ้น หรือจะเข้าไปดูเมนูได้ในเฟซบุ๊ก : ChampBajang and Home Gourmet อินสตาแกรม : Home Gourmet หรือเข้ามาร้านที่สุขุมวิท 36

ท้ายสุดคุณวินกล่าวฝากข้อคิดในการ บริหารธุรกิจเขาไว้ว่า “ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ขอเพียงแต่เราตั้งใจทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ทั้งต่อตัวลูกค้าและคู่ค้า เท่านี้ก็จะทำให้พบกับสิ่งดีๆที่เรียกว่าความสำเร็จได้”

 

AEC Go On 10/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 10 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967400

ข่าวดีสำหรับประเทศไทยล่าสุดที่ทำให้รัฐบาลปลื้มใจอย่างมากคงหนีไม่พ้น สถาบัน International Institute for Management Development หรือ IMD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศผลการจัดอันดับความสามารถการแข่งขันของประเทศจาก World Competitiveness Center ของ IMD ปี 2560 ซึ่งปีล่าสุด พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 จากการจัดอันดับ 63 ประเทศทั่วโลก

ดีขึ้น 1 อันดับจากปีที่แล้ว ซึ่งไทยอยู่ในอันดับที่ 28 และเป็นการปรับอันดับที่ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และที่น่ายินดียิ่งขึ้นคือไทยมีคะแนนภาพรวมเพิ่มขึ้นจาก 74.681 คะแนน เป็น 80.095 คะแนน ซึ่งเป็นการได้คะแนนเกินระดับ 80 เป็นครั้งแรกของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้นเป็นลำดับ

ทั้งนี้ การจัดอันดับของ IMD มีการพิจารณา 4 ด้าน คือ โดย ด้านสภาวะทางเศรษฐกิจของไทย มีอันดับดีที่สุดคืออยู่ในอันดับ 10 ขยับขึ้น 3 อันดับจากปีที่แล้ว ส่วนด้านประสิทธิภาพของภาครัฐอยู่ในอันดับ 20 ดีขึ้น 3 อันดับ ขณะที่ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ อยู่ในอันดับเดิม คือ 25 และโครงสร้างพื้นฐานยังคงอยู่ในอันดับ 49 เช่นเดิม แต่มีคะแนนเพิ่มขึ้นทั้งสองรายการ

ขณะที่ 5 ประเทศใน AEC ที่ถูกจัดอันดับในปีนี้ ได้แก่ อันดับ 1 ของ AEC คือสิงคโปร์ ได้รับคะแนน 99.4 คะแนน (อันดับ 3 ของโลก) อันดับ 2 ของ AEC คือ มาเลเซีย 83.5 คะแนน (อันดับ 3 ของโลก) และอันดับ 3 ของ AEC คือ ไทย คะแนน 80.1 (อันดับ 3 ของโลก) แสดงให้เห็นว่าในระยะหลังไทยเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และกวดเข้ามาใกล้มาเลเซียมากขึ้นเป็นลำดับ อันดับ 4 และ 5 ของ AEC คือฟิลิปปินส์ 71.8 คะแนน (อันดับ 41 ของโลก) และอินโดนีเซีย 71.1 คะแนน (อันดับ 42 ของโลก) ต้องลุ้นกันต่อไปครับว่า การปรับปรุงกฎหมายต่างๆของไทยในระยะหลัง ตลอดจนการลงทุนโครงการใหญ่ๆ และ EEC จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นต่อไปแค่ไหน และจะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นในเวทีโลกและ AEC หรือไม่ ต้องติดตามครับ.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย

ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

 

งานคือเงิน 10/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 10 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967268

คนฉลาดมองปัญหาและอุปสรรค คือความท้าทายที่ต้องฝ่าฟันเพื่อก้าวเดินให้ถึงเส้นชัยในชีวิตที่ยั่งยืน

สารพัดตำแหน่งงานดีๆ มีมาให้เลือกสรรกันเสมอที่ งานคือเงิน

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขยายเวลารับ นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต บริหารธุรกิจบัณฑิต (การบัญชี) หรือ วุฒิอื่นๆ ทางด้านการบัญชี

สมัครที่: หน่วยบริหารบุคคลชั้น 4 ตึกคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ปทุมธานี หรือที่ ตึกคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ โทร.0-2696-5742 ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://www.tbs.tu.ac.th/เกี่ยวกับเรา/job-opportunities/ รับถึง 12 มิ.ย.นี้

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ อาจารย์ 1 อัตรา สาขาวิชาปรัชญา วุฒิ ปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางด้าน ปรัชญาตะวันตก

สนใจสมัครที่: สำนักงานเลขานุการคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2696-5207 ดาวน์ โหลดใบสมัครที่ http://arts.tu.ac.th ไปที่รับสมัครงาน รับถึง 14 มิ.ย.นี้

กรมการแพทย์ รับ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 1 อัตรา กลุ่มงานบริหารทั่วไป วุฒิ ปริญญาตรี ในสาขาวิชา การจัดการ บริหารธุรกิจ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ เศรษฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือ บัญชี มีทักษะในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Microsoft Office Word, excel และ Power Point) ในงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ ทักษะในการนำภาษาอังกฤษมาใช้งาน มีทักษะในการคำนวณ และการจัดการข้อมูล มีความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาระบบราชการ การจัดทำแผน และเขียนโครงการ แผนปฏิบัติการ การวิเคราะห์โครงการ การติดตามประเมินผล และการบริหารโครงการแผนงาน มนุษยสัมพันธ์ดี และสามารถทำงานเป็นทีม, นักทัศนมาตร 1 อัตรา กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ วุฒิ ปริญญาตรี ใน สาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางทัศนมาตรศาสตร์ และ ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ หรือ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาทัศนมาตรศาสตร์ มีทักษะในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Microsoft Office Word, excel และ Power Point) ในงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ ทักษะในการนำภาษาอังกฤษมาใช้งาน มีความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปเหตุผล มีความรู้เกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของโรงพยาบาล ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศไทย มีความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์และภาษาไทย และความรู้เบื้องต้นในการใช้ภาษาอังกฤษ ทุกตำแหน่งมีระยะเวลาการจ้างตั้งแต่วันทำสัญญาจ้างถึง 30 กันยายน 2563

สมัครที่: ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านอำนวยการ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ตึกอำนวยการ ชั้น 3 รับถึง 15 มิ.ย.นี้

คณะการบริหารและจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับ อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน บริหารธุรกิจ หรือ การจัดการธุรกิจ

สมัครที่: ส่วนบริหารทรัพยากรบุคคล (ชั้น 5) สำนักงานอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 สอบถามโทร.0-2329-8000 (-99) ต่อ 3278 รับถึง 16 มิ.ย.นี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร รับ อาจารย์ 2 อัตรา สังกัดคณะวิทยาการจัดการ วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี วุฒิ ปริญญาเอก ทาง การบัญชี หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ ต้องมีพื้นปริญญาโทและปริญญาตรีทางการบัญชี หรือ ปริญญาโท ทาง การบัญชี หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก และกำลังทำวิทยานิพนธ์ โดยมีหนังสือรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา ต้องมีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนด

สอบถามและสมัครที่: กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 7 สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โทร.0-2849-7544 หรืองานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม โทร.0-3425-5790 หรือที่สำนักงานวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จ.เพชรบุรี โทร.0-3259-4043 (-50) ต่อ 41008, 41003, 41006 ถึง 20 มิ.ย.นี้

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รับ ลูกจ้างชั่วคราว ที่สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ งานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี ทางด้าน วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มีความรู้ความสามารถในการเขียนโปรแกรม PHP, Asp.net หรือ Microsoft.Net ใช้งานร่วมกับฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access, Microsoft SQL, MySQL, Oracle สามารถติดตั้งชุดคำสั่งสำเร็จรูป ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลชุดเขียนคำสั่งตามข้อกำหนดของระบบงานที่ได้วางแผนไว้แล้ว ทดสอบความถูกต้องของชุดคำสั่งและ แก้ไขข้อผิดพลาดของคำสั่ง สามารถเขียนชุดคำสั่งเกี่ยวกับฐานข้อมูล และเขียนคำสั่งเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์

กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ งานศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ รับ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี ทางด้าน วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มีความรู้ความสามารถในการเขียนโปรแกรม PHP, Asp.net หรือ Microsoft.Net ใช้งานร่วมกับฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access, Microsoft SQL, MySQL, Oracle สามารถวิเคราะห์ ออกแบบ รวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ทั้งใช้โปรแกรมด้านการวิเคราะห์ข้อมูล BI สามารถเขียนชุดคำสั่งเกี่ยวกับฐานข้อมูล และเขียนคำสั่งเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์

กลุ่มพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา งานผลิตสื่อคอมพิวเตอร์ รับ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี ทางด้าน วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานผลิตสื่อการเรียนการสอนนวัตกรรม และเกี่ยวกับพื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์ สามารถผลิตสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งชุดคำสั่งสำเร็จรูป ดูแลพัฒนาแก้ไขแฟ้มข้อมูล เขียนชุดคำสั่งตามข้อกำหนดของระบบงาน ที่ได้วางแผนไว้แล้ว ทดสอบความถูกต้องของชุดคำสั่ง และแก้ไขข้อผิดพลาดของคำสั่ง

กองวิเทศสัมพันธ์ งานพิธีการและความร่วมมือระหว่างประเทศ รับ นักวิเทศสัมพันธ์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรีทุกสาขาวิชา ต้องมีหลักฐานแสดงระดับความรู้ ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (ไม่เกิน 2 ปี) ได้แก่ TOEIC=400, TOEFL iBT = 50, IELTS =4, TU-GET=300 หรือ CU-TEP=50 มีความรู้ความสามารถในการแปลเอกสารไทย-อังกฤษ และอังกฤษ-ไทย และความรู้ภาษาอังกฤษทั่วไปในการปฏิบัติงาน สามารถประสานงานต้อนรับอาคันตุกะชาวต่างประเทศ และจัดงานเลี้ยงรับรอง ประสานงานโครงการต่างๆ ของกองวิเทศสัมพันธ์ ประสานงานในการเดินทางไปต่างประเทศให้กับผู้บริหาร และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เช่น การขอหนังสือเดินทางราชการและวีซ่า เป็นต้น

กองสื่อสารองค์กร งานสื่อสารการตลาด รับ นักประชาสัมพันธ์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรีทุกสาขาวิชา มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการวางแผนการสื่อสารการตลาด ความสำคัญของเครื่องมือการสื่อสารการตลาด และการนำเครื่องมือแต่ละประเภทไปใช้ในการวางแผน ตลอดจนการประเมินผล สามารถจัดทำแผนกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดและแผนงานด้านการสื่อสารตราสินค้าการตลาดของมหาวิทยาลัย ออกแบบและผลิตเอกสารเผยแพร่หรือสื่ออื่นๆ เพื่อสื่อสารการตลาดและตราสินค้าของมหาวิทยาลัย เช่น แผ่นพับ สูจิบัตร โปสเตอร์ ป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม ฯลฯ สามารถเขียนสารสารสนเทศทางเว็บไซต์ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เพื่อสื่อสารข้อมูลของมหาวิทยาลัย จัดระบบและกลไกของงานเพื่อให้เป้าหมายได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สามารถกำหนดรูปแบบการสื่อสารการตลาด เครื่องมือ และช่องทางการสื่อสารทั้งในส่วนที่เป็นสื่อมวลชน สื่อที่หน่วยงานผลิตและเผยแพร่ได้เอง รวมทั้งสื่อสมัยใหม่ มีความรู้ความสามารถในการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการสื่อสารตราสินค้าของมหาวิทยาลัยเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการรณรงค์โฆษณา และประชาสัมพันธ์

สมัครที่: กองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ ดาวน์โหลดใบสมัครที่ www.hrm.offpre.rmutp.ac.th  สอบถาม โทร.0-2665-3777 ต่อ 6061-6066 รับถึง 30 มิ.ย.นี้

ภาควิชาสังคมและสุขภาพ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รับ อาจารย์ 3 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก สังคมวิทยา จิตวิทยา มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ มีความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษ (อ่าน พูด ฟัง เขียน) ในระดับดี หรือดีมาก และผ่านเกณฑ์ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องการกำหนดเกณฑ์ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2559 โดยมีคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษ ได้แก่ IELTS (Academic Module) คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 6 คะแนน, TOEFL IBT ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน, TOEFL ITP ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือ TOEFL CBT ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน (หากมีประสบการณ์งานวิจัยทางด้านสุขภาพ นโยบายสุขภาพ ระบบสุขภาพ ที่ใช้องค์ความรู้ทางสังคมศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือมีผลงานตีพิมพ์จะพิจารณาเป็นพิเศษ)

สนใจสมัครโดย: ส่งหลักฐาน Electronic File ผ่านทางอีเมล ที่นางสาวเบญจมาส เจริญสุขพลอยผล Email: society.health.hr@gmail.com สอบถามเพิ่มเติมที่ ภาควิชาสังคมและสุขภาพ โทร.0-2800-2841 (-69) ต่อ 1202 รับถึง 30 มิ.ย.นี้

หมึกเขียว

 

เดอะมอลล์กรุ๊ป อัดกว่า 300 อีเวนต์ดึงลูกค้าเข้าศูนย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย วานิชหนุ่ม 10 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967432

จากความคาดหมายของภาครัฐ และเอกชนที่มองตรงกันว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น ส่งผลให้หลายๆธุรกิจฟื้นตัวตาม ขณะที่ค้าปลีกจะมีความคึกคักกับการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 4-5%

ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็คือค้าปลีกออนไลน์ในยุค “Sharing Economy” ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านโซเชียลมากขึ้นยังผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจนผู้ประกอบการศูนย์ การค้า ห้างสรรพสินค้าต้องปรับกลยุทธ์ทางการตลาดตาม

ล่าสุด เดอะมอลล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ได้สร้างปรากฏการณ์ช็อปรูปแบบใหม่ ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท ดึงคอนเสิร์ต Got7 บอยแบรนด์สุดฮอตจากเกาหลี พร้อมอัดแคมเปญโปรโมชั่นแห่งปี ลุ้นรางวัลทริปท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เมืองโอซากา พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับและที่พัก และลดราคาสูงสุดถึง 70% ร่วมฉลอง The Mall Shopping Center Anniversary Happy Surprise

น.ส.วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ทางเดอะมอลล์ได้มีกิจกรรมอีเวนต์การตลาดสำหรับในส่วนของช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ตลอดทั้งปี โดยครึ่งหลังของปีนี้เตรียมงบ ประมาณกว่า 800 ล้านบาท เพื่อดึง ลูกค้าเข้ามาเพิ่มอีก 15-20% และ กระตุ้นยอดขายให้ร้านค้ากว่า 1,200 ร้านค้าและบริการภายในศูนย์การค้า ซึ่งจะจัดหลากหลายและพิเศษสุด สนับสนุนการช็อปปิ้ง การท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเพื่อตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าชั้นนำด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อย่างชัดเจน

“เราจะจัดกิจกรรมพิเศษและโปรลดราคาสินค้าเพื่อปลุกกำลังซื้อผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายในปีนี้ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาผู้บริโภคคุ้นเคยและรอคอยกับการลดราคาสินค้าไปแล้ว จึงปรับเปลี่ยนให้โปรโมชั่นสุดพิเศษและมีขนาดใหญ่ที่มีผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าให้เหลือเพียงเดือนละหนึ่งครั้ง จากเดิมที่จัดถึงปีละ 20 ครั้ง”

ขณะเดียวกัน พร้อมรุกจัดอีเวนต์มากกว่า 300 งาน ซึ่ง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาของปีนี้ได้ใช้งบจัดอีเวนต์และโปรโมชั่นไปแล้วถึง 40% และในเดือน มิ.ย.นี้จะทุ่มงบหนัก โดยมองว่าอินเตอร์เนชั่นแนลอีเวนต์จะสามารถสร้างความหลากหลายของกิจกรรมภายในศูนย์การค้า และปลุกกำลังซื้อทั้งจากคนในพื้นที่และในทำเลอื่นๆเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าที่จัดกิจกรรมได้ดีกว่าทำรายการโปรโมชั่นที่เป็นเพียงแค่ลดราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว

“ปัจจุบันเราอยู่ในยุค Sharing Economy ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านทางโซเชียลมากขึ้น คนกลุ่มนี้เรียกว่า Socialnomics เมื่อระบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาทจนทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน ทางเดอะมอลล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังจะใช้กลยุทธ์ Customer-Centric Segmentation และ One-to-One Personalization ทำกิจกรรมและโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าแต่ละไลฟ์สไตล์ แต่ละกลุ่ม”

นอกจากนี้ยังกำหนดทิศทางตลาดเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายดังนี้คือ ผ่าน “ออนไลน์ ดิจิทัล” การเข้ายุคการตลาด 4.0 ที่ต้องใช้ดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนผ่าน 3D คือ ดาต้า, ดิจิทัล และดีไลท์กลยุทธ์ “อินโนเวทีฟ ซีอาร์เอ็ม” ผ่านบัตรเอ็มการ์ดและซิตี้เอ็ม ปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตรเอ็มการ์ดกว่า 3.5 ล้านคน ซึ่งเป็นบัตรสมาชิกที่ครอบคลุมทุกห้างและศูนย์การค้า

รวมทั้งการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการทำแคมเปญและกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องมาตลอด 36 ปี และการทำกิจกรรมทางการตลาดด้าน Dining และ Lifestyle จากการทำวิจัยของผู้บริโภคพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะมาห้างและศูนย์การค้าเพื่อรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง และการจัดทำอีเวนต์ระดับโลกที่เดอะมอลล์ร่วมกับพันธมิตรมากมาย ล่าสุดทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาทจัดงาน The Mall Shopping Center Anniversary Happy Surprise ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 ก.ค.60 เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่น

คาดว่าการรุกอัดอีเวนต์มากกว่า 300 งานในปีนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายและกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าในศูนย์ด้วย!!

วานิชหนุ่ม

wanich@thairath.co.th

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 10/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/968073

ตลาดหลักทรัพย์ใจดีสู้เสือ ยัน บจ.ผิดนัด B/E จิ๊บๆ ต้นปีมีบทเรียนแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/968195

ก.ล.ต. ชี้ บจ.ผิดนัด B/E ไม่กระทบความเชื่อมั่นในภาพรวม เหตุ B/E ที่ผิดนัด มีมูลค่าน้อยเมื่อเทียบกับตลาดตราสารหนี้ที่มีมูลค่ารวม 3.7 ล้านล้านบาท ด้านผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เชื่อไม่กระทบกับบริษัทอื่นๆ เพราะช่วงต้นปีมี บจ.ผิดนัดชำระหนี้หลายราย ทำให้ บจ.มีความระมัดระวังในเรื่องนี้ และหันไปกู้เงินกับธนาคารมากขึ้น เล็งนำผลรับฟังความคิดเห็นหลักเกณฑ์การออกตั๋ว B/R เสนอบอร์ด มิ.ย.นี้

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวถึงกรณีการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินระยะสั้น (B/E) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ว่า เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมความเชื่อมั่นการลงทุน เนื่องจากมูลค่าที่ผิดนัดชำระนั้นน้อยมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดตราสารหนี้ที่มีมูลค่ารวม 3.7 ล้านล้านบาท และมีจำนวนผู้ออกรวม 655 บริษัท ขณะที่มีบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้เพียง 4-6 บริษัท ซึ่งนักลงทุนจะต้องทำความเข้าใจ เพราะธนาคารพาณิชย์ที่มีการปล่อยกู้นั้นก็ยังมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ 4-6%

โดยกรณีของบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH ที่ผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว B/E ล่าสุดนั้น ต้องรอให้บริษัทชี้แจงมาว่าสาเหตุการขาดสภาพคล่อง เพราะสาเหตุใด เป็นเพราะลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ หรือธนาคารตัดวงเงินสินเชื่อหรือมีสาเหตุอื่นใด ซึ่งต้องรอบริษัทชี้แจงข้อมูลมา ส่วนกรณีการทยอยขายหุ้น EARTH ของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ก่อนหน้านี้จะเป็นการใช้ข้อมูลภายในหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์จะต้องมีการติดตามตรวจสอบ

นายรพี ยังกล่าวว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น หลักเกณฑ์การออก B/E ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ หรือต้นเดือน ก.ค. จะนำผลรับฟังความคิดเห็นมาเสนอบอร์ด ก.ล.ต.เพื่อประกาศเป็นผลบังคับใช้ต่อไป

ส่วนกรณีผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี ว่า สำนักงาน ก.ล.ต.ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องนักลงทุนนั้น ขณะนี้ ก.ล.ต.เตรียมส่งหนังสือชี้แจงไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ก.ล.ต.ได้ดำเนินการอย่างไรบ้างในกรณีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้เชิญทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา เพื่อปลดเครื่องหมาย SP ให้หุ้นกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ โดยให้บริษัทมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อที่จะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ขึ้น SP ห้ามการซื้อขายหุ้น EARTH เพราะต้องเปิดโอกาสให้บริษัทชี้แจงข้อมูลกรณีการผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว B/E ซึ่งต้องรอดูการชี้แจงข้อมูลของบริษัทว่าครบถ้วนหรือไม่ตามที่ตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต.ให้ชี้แจงข้อมูลมาเพิ่มเติม ส่วนกรณีการขายหุ้นของผู้บริหารก่อนหน้านี้นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหน้าที่ตรวจสอบการซื้อขายเป็นปกติอยู่แล้ว โดยหากพบความผิดปกติหรือมีข้อมูลว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายกระทำความผิด ก็จะส่งเรื่องให้ ก.ล.ต.ดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป

ส่วนกรณีที่ บจ.ผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว B/E นั้นเชื่อว่าจะไม่มีกระทบกับบริษัทอื่นๆ เพราะช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็มี บจ.ผิดนัดชำระหนี้ ทำให้ทุกบริษัทมีความระมัดระวังในเรื่องนี้ และ บจ.หันไปกู้เงินกับธนาคารมากขึ้น แม้ดอกเบี้ยจะสูงกว่า

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ออกบทวิเคราะห์ ประเมินผลกระทบกรณี EARTH ผิดนัดชำระหนี้ B/E ว่า ตลาดกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อ NPLของธนาคารต่างๆด้วย โดยกิมเอ็งเชื่อว่าธนาคารกรุงไทย (KTB) คือผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุดของ EARTH และประเมินว่ามูลค่าสินเชื่ออาจอยู่ระหว่าง 3,000-4,000 ล้านบาท (0.2%) ของสินเชื่อทั้งหมดของ KTB ในกรณีเลวร้ายสุดหากสินเชื่อดังกล่าวกลายเป็นหนี้เสีย อาจเพิ่ม NPL ของ KTB ประมาณ 0.20% จาก5.9% ในระดับปัจจุบัน และอาจกระทบกำไรทั้งปีประมาณ10%

แต่อย่างไรก็ตามอาจจะเร็วไปที่จะตัดสินว่า EARTH จะผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าว เพราะช่วงต้นปีที่ผ่านมามีหลายบริษัทที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องระยะสั้นทำให้ผิดนัดชำระ B/E แต่ก็กลับมาได้ และไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้อื่นๆ แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ EARTH ผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว B/E สองรอบรวม 90 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทคาดว่าอาจจะไม่สามารถชำระ B/E ที่จะถึงกำหนดชำระในอีกสองเดือนข้างหน้าได้ รวมมูลค่ากว่า 540 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าบัญชีเบิกเกินวงเงิน (OD) ถูกธนาคารระงับ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ สำหรับบริษัทที่มีเงินสดในมือถึง 1,200 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 และตลาดกังวลว่าบริษัทอาจจะผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคารต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงคลุมเครือว่าธนาคารใดปล่อยกู้ให้ EARTH บ้าง.

 

พีทีทีจีซี ต่อยอดท่องเที่ยว เปิดโหวต 8 เมนูเด็ดระยองแท้ๆ เป็นสุดยอดเชฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2560 01:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/968078

พีทีทีจีซี ต่อยอดท่องเที่ยวจ.ระยอง ผ่านโครงการ ”เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน By PTTCG” เปิดโฉม 8 เมนูเด็ด รสชาติท้องถิ่นเมืองระยองแท้ๆ จากร้านที่เข้ารอบ ขายจริงใน 2 เดือน ให้ผู้มาชิมร่วมโหวตเป็นสุดยอดเชฟจ.ระยอง…

จากโครงการ ”เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน By PTTCG” โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี (PTTGC) ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดระยอง เชิญเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย มาช่วยพัฒนาสูตรอาหารท้องถิ่นและรังสรรค์สูตรอาหารจานใหม่ จากวัตถุดิบท้องถิ่นในชุมชน จ.ระยองให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะนำวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีอยู่แล้ว มาสร้างอัตลักษณ์อาหารระยอง เชื่อมโยงผลิตผลทางการเกษตร สร้างจุดแข็ง ต่อยอดการท่องเที่ยวให้กับ จ.ระยอง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี ตะลุยชิมเมนูเด็ดที่นักท่องเที่ยวมาเยือนจังหวัดระยองแล้วต้องห้ามพลาด ได้เปิดโฉม 8 เมนูเด็ด รสชาติท้องถิ่นเมืองระยองแท้ๆ ที่ผ่านเข้ารอบ “โครงการเชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน By PTTCG” ซึ่งผ่านการพัฒนาเข้าสู่เชฟมืออาชีพ และเรียนรู้การปรุงอาหารเมนูใหม่ ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในจังหวัดระยองเป็นส่วนประกอบ ตามมาตรฐานและรสชาติ จากเชฟชุมพล ซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการ

สำหรับ 8 เมนูเด็ดรสชาติท้องถิ่นเมืองระยองแท้ๆ ที่ผ่านเข้ารอบ

1.แกงคั่วหอยเล พลาฮิ จากร้านครัวพิสมัย โดย “เชฟเรนนี่” และคุณยาย มีรสชาติจัดจ้านของเครื่องแกงตำกันใหม่ๆ และใช้แขนงสับปะรดแทนหน่อไม้ ซึ่งคนระยองแท้นิยมกัน

2.หมูชะมวงเนินสว่าง จากร้านวิสาหกิจชุมชนเนินสว่าง โดย“เชฟนุช” ซึ่งเอาสูตรมาจากคุณป้า ที่มีความนุ่ม อร่อยละมุนลิ้น

3.เส้นหมี่น้ำแดงโบราณ จากร้านวิสาหกิจชุมชนไม้กฤษณา โดย “เชฟพิกุล” ซึ่งสูตรน้ำแดงทำมาจากกากข้าวเหนียวหมักยีสต์ และเส้นหมี่ทำเองจากแป้งข้าวเจ้า ตัวเส้นเหนียวนุ่ม เป็นสูตรดั้งเดิมจากคุณพ่ออายุกว่า 100 ปี

4.ซี่โครงหมูราย็อง ซอสชะมวงฮิ จากร้าน Steak@Good โดย “เชฟวาทิศ” มีการนำซี่โครงกระดูกหมูอ่อนมาตุ๋นจนเนื้อนุ่ม และน้ำซอสชะมวงสูตรพิเศษคิดค้นขึ้นมาเอง จากผักใบชะมวงท้องถิ่นของระยองแท้ๆ

5.แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดองผักกระชับ จากร้าน มีดี ฟาร์มปูนิ่ม โดย“เชฟมะเหมี่ยว” ใช้ผักกระชับ ผักท้องถิ่น มาปรุงกับพริกแกงส้มรสชาติเลิศล้ำ

6.ย้ำสัมพันธ์ 5 สหาย จากร้าน La Capanna โดย “เชฟดาว” นำเอาผักกูด ผักท้องถิ่นที่นิยมปลูกในจังหวัดระยอง มายำกับเครื่องเคียง 4 สหาย อย่าง ทุเรียนทอด แกนสับปะรด เม็ดมะม่วง พุทราเชื่อม รวม ผักกูด รวมเป็น 5 สหาย

7.กุ้งทอดซอสใบชะมวง จาก ร้านบุญเพ็ชร โดย “เชฟมิว” มีการทอดกุ้งให้กรอบทานได้ทั้งตัว และทอดผักกระชับ ปรุงด้วยน้ำซอสใบชะมวง ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว

8.ยำผักกระชับทอดกรอบ จากร้านชุมชนหมูบ้านทะเลน้อย โดย “เชฟสารภี” นำผักกระชับ ซึ่งเป็นผักท้องถิ่นมาทอดให้กรอบ จากกระทะร้อนๆ ปรุงน้ำยำ คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ทั้งนี้เมนูของเชฟทั้ง 8 ร้านที่เข้ารอบนี้จะต้องนำ 10 เมนูที่ได้เรียนรู้จากเชฟชุมพล และ 1 เมนู Signature dish ของแต่ละเชฟ ไปขายจริงในร้านของตนเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อให้คณะกรรมการและผู้ที่มาทานอาหารที่ร้านได้มีสิทธิ์ร่วมโหวตเชฟในดวงใจ ให้เป็นสุดยอดเชฟแห่งจังหวัดระยองได้ตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.-1 ก.ค. 2560 ได้ทาง facebook โครงการ  http://www.facebook.com/rayongchef/ .

 

อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเร็วขึ้น 15% เกาหลีใต้ครองแชมป์เร็วสุด 28.6 Mbps

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2560 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/967793

รายงานสถานะบนอินเทอร์เน็ต ไตรมาส 1 ปี 2017 พบ อัตราความเร็วเฉลี่ยของเน็ตทั่วโลก
เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15% โดยกว่า 8 ใน 10 ประเทศ มีอัตราค่าเฉลี่ยความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นเลข 2 หลัก ส่วนเกาหลีใต้ยังครองแชมป์เน็ตแรงสุดในโลก…

รายงานสถานะบนอินเทอร์เน็ตประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2017 ที่เผยแพร่โดย บริษัทอะคาไม เทคโนโลยีส์ อิงค์ เครือข่ายการให้บริการเนื้อหา (CDN) ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถิติระดับโลกที่สำคัญต่างๆ เช่น ความเร็วในการเชื่อมต่อ เกณฑ์ชี้วัดการนำบรอดแบนด์มาปรับใช้ การหยุดชะงักของอินเทอร์เน็ต การลดลงของ IPv4 และการนำ IPv6 มาใช้

นายเดวิด เบลสัน กล่าวว่า ความเร็วการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นและความแพร่หลายของบรอดแบนด์ ทำให้อินเทอร์เน็ตสามารถสนับสนุนปริมาณการถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นไปไม่ได้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เฉพาะพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในเดือนมกราคม นับเป็นสถิติใหม่ของปริมาณข้อมูลที่ใช้ในการถ่ายทอดสด จากเพียงรายการเดียวที่นำเสนอโดยอะคาไม พบว่ามีผู้ชมจำนวนมากที่สามารถรับชมวิดีโอที่คุณภาพสูงขึ้น โดยเป็นไปได้ด้วยจำนวนผู้ชมที่มากขึ้นที่รับชมวิดีโอที่คุณภาพสูงขึ้น

ไฮไลต์สำคัญเกี่ยวกับการรายงานสถานการณ์อินเทอร์เน็ตประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2017 มีดังต่อไปนี้

ความเร็วการเชื่อมต่อเฉลี่ยและความเร็วสูงสุดทั่วโลก และการใช้เครือข่ายบรอดแบนด์ทั่วโลก

ความเร็วการเชื่อมต่อเฉลี่ยทั่วโลกคือ 7.2 Mbps (เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน)

ความเร็วการเชื่อมต่อสูงสุดทั่วโลกเพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน เป็น 44.6 Mbps ในไตรมาสแรก

เป็นอีกครั้งที่ประเทศเกาหลีใต้มีความเร็วการเชื่อมต่อที่สูงที่สุดในโลกที่ 28.6 Mbps ในไตรมาสแรก

สิงคโปร์มีความเร็วการเชื่อมต่อสูงสุดที่ 184.5 Mbps ในไตรมาสแรก

อัตราการใช้เครือข่ายบรอดแบนด์ทั่วโลก 4, 10, 15 และ 25 Mbps เพิ่มขึ้น 13%, 29%, 33% และ 42% จากปีก่อน ตามลำดับ

IPv4 และ IPv6

ในไตรมาสแรกของปี 2017 มีมากกว่า 814 ล้าน IPv4 ที่ไม่ซ้ำกันเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอัจฉริยะของ Akamai ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2016

ประเทศเบลเยียมยังคงสถานะผู้นำด้านการใช้ IPv6 โดยมี 38% ของการเชื่อมต่อกับ Akamai เป็นแบบ IPv6 (ลดลง 19% จากไตรมาสก่อน)

อุปกรณ์มือถือ

ความเร็วเฉลี่ยของการเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือ มีตั้งแต่ความเร็วสูงคือ 26 Mbps ที่สหราชอาณาจักร จนถึงความเร็วต่ำ 2.8 Mbps ที่เวเนซุเอลา

เยอรมนีมีความเร็วการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์มือถือสูงสุดที่ 200 Mbps ในไตรมาสแรก

ในกลุ่มประเทศ/ภูมิภาคที่มีคุณสมบัติและผ่านการสำรวจ มี 37 ประเทศ/ภูมิภาค มีความเร็วการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์มือถือเฉลี่ยเท่ากับ หรือมากกว่าเกณฑ์บรอดแบนด์ 10 Mbps (เพิ่มขึ้น 30 จากไตรมาสที่แล้ว) ขณะที่ 70 มีความเร็วตามค่าเฉลี่ยเท่ากับหรือมากกว่าระดับบรอดแบนด์ 4 Mbps (เพิ่มขึ้นจาก 58)

การหยุดชะงัก

ปริมาณการถ่ายโอนข้อมูลไปยังประเทศกาบองในวันที่ 18 และ 19 กุมภาพันธ์ ลดลงเหลือประมาณ 25% จากระดับปกติ เนื่องจากความขัดข้องที่ไม่ทราบสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อ 8 เครือข่ายของประเทศ

รัฐบาลอิรัก ยังคงดำเนินมาตรการการบล็อกการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันการโกงในการสอบระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย โดยส่งผลต่อปริมาณการถ่ายโอนข้อมูลเป็นจำนวนหลายวันในเดือนกุมภาพันธ์

ในวันที่ 25 มกราคม สายเคเบิลใต้ทะเลที่เชื่อมต่อไปยังมาดากัสการ์ได้ขาดลง ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลชะงัก และใช้เวลาเกือบ 3 สัปดาห์กว่าจะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

การขาดของสายเคเบิลใต้ทะเล ยังส่งผลกระทบต่อการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังหมู่เกาะมาร์แชลล์ เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตถูกจำกัดอยู่เพียงการใช้อีเมลเท่านั้น โดยมีบริษัทบางแห่งสามารถเข้าถึงเว็บได้โดยต้องสลับหมุนเวียนกัน