หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 2.10 ดัชนีอยู่ที่ 1,568 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964598


หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 2.10 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,568.95 จุด มูลค่าซื้อขาย 41,596.02 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 6 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 2.10 จุด อยู่ที่ 1,568.95 เปลี่ยนแปลง 0.13% มูลค่าการซื้อขาย 41,596.02 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,570.49 จุด และต่ำสุดที่ 1,562.85 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

 

ผู้ประกันตนได้เฮ! ได้รับเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 17:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964585


คณะกรรมการประกันสังคมมีมติเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ผู้ป่วยประกันสังคม เหมาจ่ายรายหัว เป็น 1,500 บาท/ปี เริ่ม 1 ก.ค. 60…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงานและประธานคณะกรรมการประกันสังคม เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการประกันสังคมในคราวประชุมคณะกรรมการประกันสังคม และที่ปรึกษา (ชุดที่ 13) ครั้งที่ 10/2560 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2560 ว่าที่ประชุมมีมติเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัวจากเดิม 1,460 บาทต่อคนต่อปี เป็น 1,500 บาทต่อคนต่อปี และเห็นสมควรปรับค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลที่ต้องรับภาระกรณีโรคมีภาระเสี่ยงทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน เป็น 447 บาทต่อคนต่อปี รวมถึงปรับค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง เป็น 640 บาท และกรณีการรักษาผู้ป่วยในมีค่าใช้จ่ายเกิน 1,000,000 บาท ได้เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ ให้สถานพยาบาลในอัตราร้อยละ 80 ของค่าใช้จ่ายที่เกิน 1,000,000 บาท ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข
ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 คณะกรรมการประกันสังคม และที่ปรึกษา (ชุดที่ 13) ยังคงมุ่งมั่น และทุ่มเทการทำงาน โดยยึดหลักการดำเนินงานภายใต้แนวทางของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งการทำงานต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ไม่แสวงหาผลประโยชน์ รวมถึงต้องปฏิรูประบบให้บริการ ทางการแพทย์ ลดความเหลื่อมล้ำ บูรณาการงานด้านบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสม อย่างเท่าเทียมมีคุณภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืน.

 

ตลาดโดนัทไม่เคยนิ่ง คริสปี้ครีมเปิดตัว 2 รสใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 16:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964568


คริสปี้ครีมเดินหน้าออกสินค้าใหม่ไม่หยุดแนะนำ 2 รสชาติใหม่คอลเลกชั่นครีมช็อกโกแลต ดึงวัตถุดิบอย่างซีซอลท์และมินต์มาเป็นส่วนผสมตัวชูโรง…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คริสปี้ครีมแนะนำสินค้าใหม่ในคอลเลกชั่นคริสปี้ครีมช็อกโกแลตเซนเซชั่นด้วยซีซอลท์คาราเมล โดนัทสูตรลิขสิทธิ์สุดเนียนนุ่ม สอดไส้ซอลท์คาราเมล เคลือบด้วยช็อกโกแลตเข้มข้น พร้อมโรยหน้าด้วยเกล็ดซอลท์คาราเมล และบาริสต้าชิปส์ให้ความกรุบกรอบ นอกจากนั้น ยังมีโดนัทใหม่มินต์ ช็อกโกแลต โดนัทไส้ครีมมินต์ ตกแต่งสีสันด้วยกรีนช็อกโกแลตโรยด้วยไอซิ่งและบาริสต้าชิปส์ ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาท และแบบเซตในราคา 296 บาท ตั้งแต่วันนี้–15 ก.ค.2017 ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 27 สาขา.

 

ทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ย้ำโอกาสสูง ญี่ปุ่นร่วมลงทุน ‘อีอีซี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964405


เอกอัครราชทูตไทย เผยญี่ปุ่นมองไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจและอาเซียน มีโอกาสเข้ามาลงทุนอีอีซีสูงมาก เตรียมกำหนดเชิญชวนนักลงทุน ประมาณ ต.ค.นี้ …

วันที่ 6 มิ.ย. 60 นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว กล่าวว่า โอกาสที่เอกชนญี่ปุ่นจะเข้าไปลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีสูงมาก เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นเห็นไทยเป็นศูนย์กลางของการทำธุรกิจ รวมถึงเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมามีนักลงทุนญี่ปุ่นมาลงทุนในไทยสูงกว่า 70,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก โดยในปีที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นยื่นคำขอรับสิทธิพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มากถึง 28,000 คำขอ เป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 100% เมื่อเทียบกับปี 58

ซึ่งตอนนี้นับเป็นจังหวะดีที่จะเข้ามาเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่น เพราะเป็นโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น 130 ปีด้วย ซึ่งรองนายกฯ สมคิด ได้เชิญชวนให้ผู้นำญี่ปุ่นและนักลงทุนไปพบปะกันเนื่องในโอกาสนี้ด้วย โดยเฉพาะนักธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อพัฒนาขีดความสามารถร่วมกัน เบื้องต้นกำหนดการจัดงานครบรอบความสัมพันธ์ 130 ปี วันที่ 26 ก.ย.นี้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะลงนามความร่วมมือที่มีกันมายาวนาน ส่วนกำหนดการเชิญชวนนักลงทุน คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณเดือน ต.ค.นี้

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นจะจัดประชุมระดับรัฐมนตรี คล้ายกับการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ร่วมกับไทย แต่จะหารือเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจ โดยรัฐมนตรีฝ่ายญี่ปุ่นที่จะร่วมการหารือครั้งนี้ อาทิ นายฮิโระชิเกะ เสะโค รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) และนายเคอิจิ อิชิอิ รมว.ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนของไทย–ญี่ปุ่นที่มีมายาวนาน

สำหรับภาพรวมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยในปีที่ผ่านมา มีราว 1.4 – 1.5 ล้านคน เช่นเดียวกับจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขในปี 59 มีประมาณ 900,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มถึง 1 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากตัวเลข 500,000 คน ก่อนที่ญี่ปุ่นมีนโยบายยกเลิกวีซ่าให้คนไทยเมื่อปี 56

โดยขณะนี้ ทางญี่ปุ่นได้ให้เราเจรจาต่อวีซ่าเพิ่มอีก 3 ปี จนถึงปี 63 ในฐานะสถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเด็นที่อยากฝากคนไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยว คือ เรื่องของการซื้อประกันสุขภาพก่อนการเดินทาง เพราะเมื่อมาเจ็บป่วยที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างแพง ซึ่งขณะนี้ได้หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบ้างแล้ว เพื่อให้บริษัทนำเที่ยวเข้มงวดการซื้อประกัน.

 

ศึกธุรกิจประกันภัย ครึ่งปีหลังแข่งเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 16:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964377


เทเวศประกันภัย ชี้ธุรกิจประกันภัยครึ่งปีหลังแข่งเดือด ทุกบริษัทยอมหั่นราคาลง ผู้ทำประกันลดค่าใช้จ่ายเปลี่ยนประเภท 1 เป็น 3+ แทน เร่งเปิดสาขาตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น ตั้งเป้าเบี้ยประกันรับรวม 4,400 ล้านบาท

วันที่ 6 มิ.ย. 60 นายชาติชาย ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะมีผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือเป็นช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้เบี้ยประกันภัยจะแผ่วลง ขณะที่ทุกบริษัทประกันภัยต่างมีเป้าหมายดำเนินการ ทำให้ต้องแข่งขันด้านราคามากขึ้น เพื่อทำเบี้ยประกันให้ได้ตามเป้าหมาย

สำหรับธุรกิจประภันภัยรถยนต์ปีนี้ ไม่มีโครงการรถยนต์คันแรก ประกันภัยรถยนต์มือสองโตช้า ขณะที่ในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ตลาดประกันจะแผ่วลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ทำประกันภัยรถยนต์ ต้องลดค่าใช้จ่ายลง จากเดิมที่เคยทำประเภท 1 ที่มีราคาค่อนข้างสูง เปลี่ยนมาเป็นนประกันประเภท 3 หรือ ประเภท 3+ แทน เพราะมีราคาที่ถูกกว่า

ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 2 เชื่อว่าเบี้ยประกันรวมของผู้บริษัทยังเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากการติดตามตัวเลขล่าสุดเมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่มีสัญญาณที่ผิดปกติเกิดขึ้น โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเบื้ยประกันรับรวมไว้ที่ 4,400 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 10 % ซึ่งในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันรับรวม 1,024 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 26 % และไตรมาส 1 มีกำไรสุทธิ 50.63 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มั่นใจว่าแผนธุรกิจจะเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดที่ไม่มาก การทำเบี้ยประกัน 1,500 ล้านบาทต่อไตรมาส เป็นเรื่องที่ไม่ยาก และในช่วงที่ตลาดประกันภัยแผ่วตัวช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 บริษัทมีการทำแคมเปญการตลาด เพื่อให้เบี้ยประกันรับรวมเป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบกับบริษัทมีแผนรุกทำตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยปัจจุบันมีสาขา 17 แห่ง และในเดือน ก.ค.นี้ เตรียมเปิดสาขามุกดาหาร เป็นสาขาที่ 18 และศูนย์บริการ Deves Statio ปัจจุบันมีอยู่ 13 แห่ง ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคและแหล่งธุรกิจที่สำคัญ.

 

บิ๊กบี้ เตรียมปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400บาท แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานประมงทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 15:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964473


กระทรวงแรงงาน เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานประมง พร้อมจัดสวัสดิการ ทำประกันชีวิตให้แก่แรงงาน รวมทั้งเสนอปรับขึ้นค่าจ้างไม่น้อยกว่า 400 บาทต่อวัน..

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 60 นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าวสาร กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานในกิจการประมงทะเล ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานจัดประชุมผู้ประกอบการประมงจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สงขลา ตรัง ตราด สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระนอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ปัตตานี กระบี่ นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ประจำประเทศไทย

เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา การทำประมงผิดกฎหมาย ตามข้อเสนอแนะของสหภาพยุโรป บรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในมาตรการระยะสั้นอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งรับทราบสภาพการจ้าง อัตราค่าจ้าง สวัสดิการต่างๆ สัญญาจ้าง

เบื้องต้น ที่ประชุมมีข้อเสนอเกี่ยวกับค่าตอบแทน โดยให้จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 12,000 บาท พร้อมจัดสวัสดิการ จัดที่พัก และอาหารให้แก่แรงงาน รวมทั้งรับผิดชอบในการรักษาพยาบาล โดยจัดทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณะกรรมการค่าจ้างปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราวันละไม่น้อยกว่า 400 บาทอีกด้วย

โดยทางผู้ประกอบการ พร้อมให้การสนับสนุน นโยบายนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบ G TO G ซึ่งในส่วนของค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 400 บาทนั้น กระทรวงแรงงาน จะนำข้อเสนอเข้าคณะอนุกรรมการค่าจ้างต่อไป.

 

การบินไทย ย้ำไม่มีเส้นทางบินไปยังเมืองโดฮา หรือ ผ่านน่านฟ้ากาตาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 15:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964430


การบินไทย ยืนยัน ไม่ได้ทำการบินไปยังเมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ และไม่มีเส้นทางบินผ่านประเทศกาตาร์ หลังหลายชาติในตะวันออกกลางประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูต…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2560 กรณีที่มีข่าวประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางบางประเทศ ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตพร้อมปิดพรมแดนกับกาตาร์นั้น บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ไม่ได้ทำการบินไปยังเมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ และไม่มีเส้นทางบินผ่านประเทศกาตาร์แต่อย่างใด

ปัจจุบัน การบินไทยมีเที่ยวบินไปยังจุดบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองมัสกัต ประเทศโอมาน และเมืองเตหะราน ประเทศอิหร่าน ซึ่งยังทำการบินตามปกติ.

 

เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น ดันส่งออกสดใส แนะทยอยสะสมหุ้นเอเชีย เข้าพอร์ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 15:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964372


บลจ.ไทยพาณิชย์ มองโอกาสลุยหุ้นเอเชียมาแล้ว แนะทยอยสะสมหุ้นไทย-เกาหลี หลังปัจจัยพื้นฐานในประเทศเริ่มดีขึ้น หลังเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มสดใส ส่งผลให้ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวถึง ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียโดยรวม จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเร่งตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนประเทศในกลุ่มเอเชียซึ่งเน้นการส่งออก ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น ทำให้ประเทศในกลุ่มนี้ ได้รับประโยชน์ไปด้วย แนะนำให้เข้าทยอยสะสมหุ้นเกาหลีและไทยจากปัจจัยพื้นฐานโดยรวมที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน การส่งออกส่วนใหญ่ ในประเทศเอเชีย ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เป็นผลต่อเนื่องมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในสหรัฐฯ และยุโรป นอกจากนี้ ยังแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และโดยรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจยังคงสร้างความผันผวนให้ตลาดได้บ้าง มีการปรับตัวลงสั้นๆ ของตลาด ตลอดจนขั้นตอนการสอบสวน ประธานาธิบดี ที่ค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลายาวนาน ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังไม่ได้สะท้อนถึงความกังวลในเรื่องการเมือง

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของยุโรปนั้นคลายความกังวลในทางการเมือง โดยดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจยุโรปยังคงชี้ถึงการขยายตัวได้ดีทั้งในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลให้การบริโภคในครัวเรือน ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลดีต่อบริษัทเอกชน ส่วนญี่ปุ่น ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด เป็นที่น่าพอใจ รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนตัวลง ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดญี่ปุ่น

สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำให้นักลงทุน สะสมทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงตลาดหุ้นขาลง จากความตึงเครียดและความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และแนะนำให้ชะลอ การลงทุนในส่วนของน้ำมัน เนื่องจาก ราคา ถูกกดดันจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น ของประเทศลิเบีย และอาจถูกกดดันจากการปรับเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมา ผลการประชุมของกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ราคาน้ำมันขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น

 

บอร์ดอีอีซี เอาจริง ดึงต่างชาติ 30 บริษัท เข้ามาลงทุนในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 14:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964318


“บอร์ดอีอีซี” เตรียมประชุมนัด 2 วันที่ 16 มิ.ย.นี้ วางกรอบและแผนงานดันอีอีซีให้สำเร็จตามเป้าภายในสิ้นปีนี้ คาดดึงต่างชาติลงทุนได้แน่ 30 บริษัท เล็งจับมือสภาหอ-สภาอุตฯ จัดสัมมนาใหญ่ชี้แจงสิทธิประโยชน์เร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2560 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ บอร์ดอีอีซี ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะประชุมครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณากรอบแผนงาน และวิธีการคิดแบบใหม่ในการผลักดันให้อีอีซีบรรลุเป้าหมาย ที่กำหนดภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งคาดว่า จะสามารถดึงบริษัทชั้นนำของโลก 30 บริษัทเข้ามาลงทุนในอีอีซี และจากการนำร่องเดินทางมาชี้แจงและเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นเมื่อช่วงวันที่ 5-8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีบริษัทญี่ปุ่นหลายรายแสดงความสนใจ และปลายเดือนมิ.ย.นี้จะเดินทางไปชี้แจงและเชิญชวนนักลงทุนชาวจีนต่อไป

นอกจากนี้ ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ จะหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อจัดสัมมนาชี้แจงแผนงานและสิทธิพิเศษต่างๆ ในการจูงใจการลงทุนให้กับนักลงทุนไทย สำหรับบริษัทที่สนใจเข้ามาลงทุนในอีอีซี เช่น ลาซาด้าของอาลีบาบา, แอร์บัส, ฟูจิฟิล์ม รวมถึงบริษัทผลิตเครื่องยนต์เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น

“ในการประชุมจะเห็นแผนงานที่จะควบคู่กัน ทั้งแผนการลงทุนโครงการเชื่อมโยงระบบรถยนต์ รถไฟ และท่าเรือ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระบบคมนาคมและการขนส่งทั้งหมด เรื่องนี้จะดึงเอกชนเข้ามาพูลระบบ หรือซิงเกิล โอเปอเรเตอร์ รวมถึงแผนการโรดโชว์ดึงนักลงทุนไทย และต่างชาติ ซึ่งจะเชื่อมไปถึงแผนการยกระดับอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายจะยกระดับตามแผนทุกส่วนภายในเดือนมี.ค.ปีหน้า ซึ่งข้อสรุปจากการประชุมครั้งนี้จะเสนอขออนุมัติจากนายกรัฐมนตรีด้วย”

สำหรับความคืบหน้าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นั้น กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งดำเนินการ ส่วนการดึงนักลงทุนต่างประเทศ ก็จะร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เดินสายโรดโชว์ไปยังประเทศต่างๆ ด้วย

 

ร้าวหนัก! อาหรับคว่ำบาตร ‘กาตาร์’ ส่องด่วน ‘ไทย’ กระทบด้วยหรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2560 14:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964200


กลุ่มอาหรับ ประกาศคว่ำบาตร ‘กาตาร์’ ไม่กระทบไทย แม้กาตาร์จะเป็นผู้ส่งออกก๊าซ LPG รายใหญ่ของไทยสูงถึง 33% เพราะสามารถขนส่งทางเรือได้ คาดประเด็นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก

นายชาตรี โรจนอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริหารสูงสุดฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST กล่าวว่า การตัดสัมพันธ์การทูตในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย คาบสมุทรอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี อียิปต์ บาห์เรน รวมถึง มัลดีฟส์ ได้ตัดความสัมพันธ์กับประเทศกาตาร์นั้น สืบเนื่องมาจากการกล่าวหาว่า กาตาร์ ให้การสนับสนุนกลุ่มไอซิส ซึ่งตรงนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

สำหรับ ผลกระทบที่ขึ้นกับประเทศไทยในการตัดความสัมพันธ์ครั้งนี้ ถ้ามองโดยรวมนั้นถือว่าไทยไม่ได้รับผลกระทบเท่าไร เนื่องจากธุรกรรมที่ทำระหว่างไทยและกาตาร์นั้นมีน้อย ซึ่งไทยนำเข้าก๊าซ ธรรมชาติเหลว หรือ LPG เท่านั้น โดยกาตาร์ ถือเป็นผู้ส่งออก LPG รายใหญ่ของไทย ปีที่ผ่านมาไทยนำเข้าน้ำมันจากกาตาร์ ประมาณ 7% และก๊าซ LPG อีก 33% และ ไทยเองก็ส่งออก อัญมณี อุปกรณ์รถยนต์ ชิ้นส่วนกระป๋อง รวมกัน 180 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยไม่กี่พันล้านบาท

ทั้งนี้ หากมองในภาพการนำเข้าและส่งออกระหว่างไทยกับกาตาร์นั้น จะพบว่าไม่มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้นเลย หากดูตามแผนที่จะพบว่า ประเทศกาตาร์เป็นแหลมที่ถูกล้อมด้วยประเทศอาหรับทั้งหมด ซึ่งการส่งออกส่วนใหญ่จะมาทางเรือ และสามารถส่งมาทางอ่าวเปอร์เซีย

นายชาตรี กล่าวอีกว่า ในแง่ของการท่องเที่ยวนั้น ไทยก็ไม่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เนื่องจากประเทศกาตาร์ มีประชากรอยู่ประมาณ 2.7 ล้านคน ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากนัก ส่วนการเข้ามารักษาพยาบาลในไทยนั้นคิดเป็น 3% ของคนไข้ในตะวันออกกลางทั้งหมด และปัจจุบันในกาตาร์เองก็เปิดโรงพยาบาลอยู่ที่แล้ว

สำหรับ ผลกระทบในเรื่องของราคาน้ำมันนั้น ก็อาจจะมีการพูดถึงอยู่บ้าง แต่กาตาร์เองก็ไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ซึ่งการบอยคอตครั้งนี้ กาตาร์เองจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น การบิน อาหารที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งการขนส่งมีเพียงทางเดียวคือทะเล ซึ่งหากจะขนส่งทางบกและทางอากาศ มีทางเดียว คือ ต้องผ่านซาอุดีอาระเบีย

ส่วน กาตาร์แอร์เวย์ (QatarAirways) ที่กำลังได้รับผลกระทบนั้น ต้องยอมรับว่าหลายคนก็ใช้บริการสายการบินนี้เพื่อไปยุโรป ไปสหรัฐฯ แอฟริกา โดยจะต้องลงที่สนามบินโดฮา ก่อนเพื่อจะต่อเครื่องบินไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งตารางเที่ยวบินต่างๆ ที่จะลงโดฮา ก็ต้องเปลี่ยนไปลงที่อื่น ในแง่สายการบินก็จะอาจจะมีสลับตาราง

“ตอนนี้สถานการณ์น้ำมันโลก ยังอยู่ในช่วง Over Supply หรือ อยู่ในช่วงอุปทานส่วนเกิน ต่อให้กาตาร์ไม่ส่งออกน้ำมันเลยก็ยังอยู่ในช่วง Over Supply เช่นกัน ซึ่งการผลิตของสหรัฐฯก็เพิ่มขึ้น ถ้าความต้องน้ำมันของโลกไม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็คาดว่าราคาน้ำมันในระยะสั้น และระยะยาวก็ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิก