“สเปซเอ็กซ์” เคาะราคา IPO หุ้นละ 135 ดอลลาร์ ตั้งเป้าระดมทุน 2.4 ล้านล้านบาท

"สเปซเอ็กซ์" เคาะราคา IPO หุ้นละ 135 ดอลลาร์ ตั้งเป้าระดมทุน 2.4 ล้านล้านบาท

4 มิ.ย. 2569 11:00 น.

“สเปซเอ็กซ์” เคาะราคา IPO หุ้นละ 135 ดอลลาร์ ตั้งเป้าระดมทุน 2.4 ล้านล้านบาท

บริษัท “สเปซเอ็กซ์” ของอีลอน มัสก์ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดการเงินสหรัฐฯ หลังประกาศกำหนดราคาหุ้น IPO ล่วงหน้าที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น เตรียมเสนอขายหุ้นจำนวน 555,555,555 หุ้น และเตรียมระดมทุน 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 ล้านล้านบาท) พร้อมดันมูลค่าบริษัทแตะ 1.765 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 57.7 ล้านล้านบาท) ติดอันดับบริษัทมูลค่าสูงที่สุดของสหรัฐฯ ทันที หากการเสนอขายประสบความสำเร็จ

“สเปซเอ็กซ์” (SpaceX) บริษัทเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำของสหรัฐที่ก่อตั้งและนำโดยอีลอน มัสก์ ประกาศกำหนดราคาหุ้นสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น นับเป็นการดำเนินการที่แตกต่างจากแนวทางดั้งเดิมของตลาดทุนวอลล์สตรีท ซึ่งโดยปกติจะกำหนดช่วงราคาเสนอขายหลังจากรับฟังความเห็นจากนักลงทุนในช่วงโรดโชว์

จากเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล สเปซเอ็กซ์เตรียมเสนอขายหุ้นจำนวน 555,555,555 หุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนราว 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.45 ล้านล้านบาท ซึ่งจะกลายเป็นการระดมทุนผ่าน IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้าสถิติเดิมของ Saudi Aramco บริษัทพลังงานและปิโตรเคมีแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ที่ระดมทุนได้ 25,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2019

หากการเสนอขายสำเร็จ สเปซเอ็กซ์จะมีมูลค่าตลาดราว 1.765 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 57.7 ล้านล้านบาท) ทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 10 บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในสหรัฐทันที ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ความสำเร็จดังกล่าวอาจผลักดันให้อีลอน มัสก์ กลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินสุทธิเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์

บริษัทมีกำหนดเริ่มโรดโชว์พบนักลงทุนในวันที่ 5 มิถุนายน ก่อนกำหนดราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มิถุนายน และเริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นแนสแด็กในวันถัดไป

นักลงทุนจำนวนมากแสดงความสนใจเข้าร่วม IPO ครั้งประวัติศาสตร์นี้ แม้ว่าจะมีข้อกังวลเกี่ยวกับมูลค่าบริษัทที่อยู่ในระดับสูงมาก โดยสเปซเอ็กซ์รายงานผลขาดทุนสุทธิ 4.94 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 แม้ว่ารายได้จะเติบโต 33% แตะ 18.67 พันล้านดอลลาร์ก็ตาม

หนึ่งในจุดเด่นของ IPO ครั้งนี้คือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงหุ้นได้มากกว่าปกติ โดยมีรายงานว่าบริษัทอาจจัดสรรหุ้นสูงถึง 30% ให้กับนักลงทุนทั่วไป เพื่อดึงดูดฐานผู้สนับสนุนของมัสก์ทั่วโลก และกระจายการถือครองหุ้นให้กว้างขึ้น

ปัจจุบัน สเปซเอ็กซ์ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมอวกาศ โทรคมนาคม และกลาโหม โดยมีบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงค์ เป็นแหล่งรายได้สำคัญ ซึ่งบริษัทระบุว่ามีผู้ใช้งานกว่า 10.3 ล้านรายใน 164 ประเทศและดินแดนทั่วโลก

นอกจากนี้ สเปซเอ็กซ์ยังเป็นพันธมิตรสำคัญขององค์การนาซา ในโครงการส่งมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ภายใต้โครงการอาร์เทมิส โดยบริษัทกำลังพัฒนายานลงจอดบนดวงจันทร์เพื่อรองรับภารกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2028

แม้สเปซเอ็กซ์จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แต่เอกสารการเสนอขายหุ้นระบุว่า อีลอน มัสก์ จะยังคงถืออำนาจควบคุมบริษัทอย่างแข็งแกร่ง โดยมีสิทธิออกเสียงมากกว่า 80% ของทั้งหมด ทำให้ยังสามารถกำหนดทิศทางและการตัดสินใจสำคัญของบริษัทได้อย่างเบ็ดเสร็จ

สเปซเอ็กซ์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกยุคใหม่ของอุตสาหกรรมอวกาศเอกชน โดยสร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่ส่งยานอวกาศเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ และเป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศสำเร็จในปี 2020 ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในกิจการเทคโนโลยีที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในโลกปัจจุบัน.

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านสภา

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านสภา

4 มิ.ย. 2569 09:50 น.

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านสภา

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติประณามทรัมป์ ปมทำสงครามกับอิหร่าน ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางสู่การบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านรัฐสภา

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านญัตติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) ที่มีเป้าหมายแสดงจุดยืนคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ผู้นำพรรครีพับลิกันจะคัดค้านโดยอ้างว่าอาจบั่นทอนอำนาจการเจรจากับอิหร่าน  

ญัตตินี้เสนอโดยนายเกรกอรี มีกส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐนิวยอร์ก และแกนนำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ โดยผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง โดยสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คนลงคะแนนสนับสนุนร่วมกับเดโมแครตทั้งหมด ได้แก่ นายไบรอัน ฟิตซ์แพทริก จากรัฐเพนซิลเวเนีย นายโธมัส แมสซี จากรัฐเคนทักกี นายทอม บาร์เร็ตต์ จากรัฐมิชิแกน และนายวอร์เรน เดวิดสัน จากรัฐโอไฮโอ

รายงานข่าวระบุว่า ญัตตินี้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากการสู้รบกับอิหร่าน เว้นแต่รัฐสภาจะประกาศสงครามหรืออนุมัติการใช้กำลังทางทหารอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ญัตตินี้ไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย และเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการไม่เห็นด้วยกับสงคราม

ก่อนหน้านี้ พรรครีพับลิกันสามารถสกัดความพยายามผลักดันญัตติลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3 ครั้ง โดยการลงมติครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้จบลงด้วยคะแนนเสมอ 212 ต่อ 212 เสียง

การผ่านญัตติครั้งนี้ยังเพิ่มแรงหนุนให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งกำลังพิจารณาร่างญัตติอำนาจสงครามในลักษณะเดียวกัน โดยร่างของวุฒิสภามีผลผูกพันทางกฎหมายมากกว่า และหากผ่านความเห็นชอบ จะบังคับให้ทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ร่างดังกล่าวยังต้องผ่านการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และทรัมป์ยังมีสิทธิยับยั้ง หรือวีโต้ ได้.

เดือดก่อนบอลโลก 2026 ม็อบครูเม็กซิโกบุกกระทรวง ทุบตึกประท้วงรัฐบาล

เดือดก่อนบอลโลก 2026 ม็อบครูเม็กซิโกบุกกระทรวง ทุบตึกประท้วงรัฐบาล

4 มิ.ย. 2569 08:54 น.

เดือดก่อนบอลโลก 2026 ม็อบครูเม็กซิโกบุกกระทรวง ทุบตึกประท้วงรัฐบาล

เกิดเหตุประท้วงเดือดก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากขึ้น หลังกลุ่มผู้ประท้วงบุกอาคารกระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลเม็กซิโก  พังประตูทุบทำลายทรัพย์สินและจุดไฟเผาภายในพื้นที่

เหตุความวุ่นวายเกิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มแยกตัวจากสหภาพแรงงานครูแห่งชาติ หรือ CNTE ได้ออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ ก่อนหน้าศึกฟุตบอลโลกซึ่งเม็กซิโก สหรัฐฯ และแคนาดา เป็นเจ้าภาพร่วมกัน จะเริ่มแข่งขันวันที่ 11 มิถุนายน ที่สนามกีฬาอัซเตกา ในกรุงเม็กซิโกซิตี้

รายงานระบุว่า ผู้ประท้วงใช้เสาไฟแทนค้อน กระแทกประตูเพื่อบุกเข้าไปในสำนักงานใหญ่กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนทำลายป้อมรักษาความปลอดภัย ทุบกระจก และมีการจุดไฟเผา ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ กลุ่มครูได้เดินขบวนประท้วงและแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล โดยเรียกร้องให้ขึ้นเงินเดือนและยกเลิกกฎหมายบำนาญฉบับใหม่ รวมถึงขู่จะเดินหน้าประท้วงต่อเนื่องในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก หากรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง

ด้านประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุม แม้จะมีแรงกดดันก่อนการแข่งขันระดับโลก

โดยรัฐบาลเม็กซิโกเสนอขึ้นเงินเดือนครู 9% ซึ่งยังห่างไกลจากข้อเรียกร้องของกลุ่มครูฝ่ายต่อต้านที่ต้องการเพิ่มขึ้นถึง 100%

ขณะนี้สถานการณ์ยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเม็กซิโกกำลังเตรียมต้อนรับมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนบอลจากทั่วโลกเข้ามายังเม็กซิโกจำนวนมาก.

ที่มา : channelnewsasia

ชนสนั่น! รถไฟพุ่งชนรถบรรทุกในสหรัฐฯ ตกรางยับ เสียชีวิต 1 ราย

ชนสนั่น! รถไฟพุ่งชนรถบรรทุกในสหรัฐฯ ตกรางยับ เสียชีวิต 1 ราย

4 มิ.ย. 2569 08:13 น.

ชนสนั่น! รถไฟพุ่งชนรถบรรทุกในสหรัฐฯ ตกรางยับ เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้าพุ่งชนรถบรรทุกพ่วงในรัฐไอโอวา ทางตะวันออกของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยขบวนรถไฟได้รับความเสียหายหนัก ตู้สินค้าพลิกตกราง

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา บริเวณจุดตัดข้ามรางรถไฟ ระหว่างทางหลวงสายหนึ่งกับรางรถไฟของบริษัทไอโอวา อินเตอร์สเตต เรลโรด ในพื้นที่ชนบท ห่างจากเมืองเดส มอยน์ ไปทางตะวันออกราว 113 กิโลเมตร

แมตต์ มาสช์มันน์  นายอำเภอเขตโพเวชีคระบุว่า เหตุรถไฟขนส่งสินค้าชนเข้ากับรถบรรทุกพ่วง ทำให้ผู้ที่อยู่บนรถบรรทุกเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 1 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บรุนแรง

โดยแรงกระแทกจากการชน ทำให้รถไฟตกราง มีตู้สินค้ารถไฟ 17 ตู้ และหัวรถจักร 2 คันหลุดออกจากราง ส่งผลให้ทางรถไฟได้รับความเสียหายอย่างมาก

ภาพจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นซากตู้บรรทุกสินค้าของรถไฟจำนวนมากกองทับกัน พร้อมกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากบริเวณราง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมพื้นที่

ด้านตำรวจทางหลวงรัฐไอโอวาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีสารอันตรายรั่วไหลออกมา และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้.

ที่มา : AP

“คิม จองอึน” ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ ทวีคูณ ผลิตเพิ่มกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

"คิม จองอึน" ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ ทวีคูณ ผลิตเพิ่มกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

4 มิ.ย. 2569 08:01 น.

“คิม จองอึน” ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ ทวีคูณ ผลิตเพิ่มกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

คิม จองอึน ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ “ทวีคูณ” หลังสามารถผลิตวัสดุนิวเคลียร์เกรดอาวุธเพิ่มมากกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ย้ำไม่ยอมละทิ้งคลังอาวุธนิวเคลียร์ แม้เผชิญแรงกดดัน

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า นาย คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศแผนเร่งขยายขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศอย่างก้าวกระโดด หลังการผลิตวัสดุนิวเคลียร์เกรดผลิตอาวุธเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

นายคิมกล่าวระหว่างการเยี่ยมชมโรงงานผลิตวัสดุนิวเคลียร์แห่งใหม่ ยืนยันว่ามีเผ้าหมายอนาคตอันทะเยอทะยานที่จะเพิ่มกำลังนิวเคลียร์ของประเทศในอัตราแบบทวีคูณ โดยกล่าวว่า นี่คือความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งและประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ซึ่งยากเกินกว่าจะบรรยายด้วยคำพูด เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สร้างหมุดหมายสำคัญแห่งยุคสมัยในการยกระดับขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างรวดเร็ว

ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2536 และดำเนินการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์มาแล้ว 6 ครั้ง ส่งผลให้ถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรหลายรอบ ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเชื่อว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ในครอบครองหลายสิบลูก แม้รัฐบาลเกาหลีเหนือจะไม่เคยเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือมองว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีใต้และกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี โดยช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ และประชาคมโลกที่ต้องการให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ โดยยืนยันว่าการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นแนวทางที่ไม่อาจย้อนกลับได้. 

ที่มา CNA

ควายเผือกขนทอง “โดนัลด์ ทรัมป์” กลายเป็นดาวเด่นแห่งสวนสัตว์บังกลาเทศ ชาวบ้านแห่ชมคึกคัก

ควายเผือกขนทอง "โดนัลด์ ทรัมป์" กลายเป็นดาวเด่นแห่งสวนสัตว์บังกลาเทศ ชาวบ้านแห่ชมคึกคัก

4 มิ.ย. 2569 07:57 น.

ควายเผือกขนทอง “โดนัลด์ ทรัมป์” กลายเป็นดาวเด่นแห่งสวนสัตว์บังกลาเทศ ชาวบ้านแห่ชมคึกคัก

ประชาชนชาวบังกลาเทศ แห่ชมควายเผือกขนทองฉายา “โดนัลด์ ทรัมป์” หลังได้รับการไถ่ชีวิตไปอยู่ที่สวนสัตว์ในกรุงธากา จนมันกลายเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์ที่บังกลาเทศไปแล้ว 

บรรยากาศที่สวนสัตว์เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต่อแถวเข้าชม ควายเผือกขนทองฉายา “โดนัลด์ ทรัมป์” หลายคนยืนถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอ ขณะที่บางครอบครัวพาเด็ก ๆ มาดูควายเผือกตัวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ผู้เข้าชมรายหนึ่งกล่าวว่า ควายตัวนี้มีความคล้ายกับโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งสีขนและลักษณะบริเวณศีรษะ จึงทำให้กลายเป็นสัตว์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดูแลควายตัวนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งแปรงขนและฉีดน้ำเพื่อช่วยคลายร้อน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ป้ายชื่อ “Donald Trump” ที่เคยติดไว้บริเวณคอก ถูกนำออกในเวลาต่อมา หลังมีเสียงวิจารณ์จากบางส่วนที่มองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นการนำชื่อบุคคลสำคัญระดับโลกมาตั้งให้กับสัตว์

ผู้อำนวยการสวนสัตว์แห่งชาติบังกลาเทศ โมฮัมหมัด ราฟิกุล อิสลาม ระบุว่า ผิวสีเผือกของควายตัวนี้เกิดจากความแปรผันทางพันธุกรรม และสวนสัตว์จะเก็บรักษาไว้เพื่อศึกษาลักษณะพิเศษ รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์ในอนาคต

ควายเพศผู้ตัวนี้มีน้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัม เดิมทีอยู่ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งนอกกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ก่อนจะได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว หลังภาพและคลิปของมันถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์

ความโดดเด่นของควายตัวนี้อยู่ที่ขนสีขาวทั่วทั้งตัวและขนสีทองบริเวณหน้าผาก ทำให้หลายคนมองว่ามีลักษณะคล้ายกับทรงผมของโดนัลด์ ทรัมป์ จนเกิดเป็นชื่อเล่นที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย

หลังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังฟาร์มเพื่อถ่ายภาพและชมความแปลกตา รัฐบาลบังกลาเทศจึงตัดสินใจไถ่ชีวิต ก่อนที่มันถูกนำไปเชือดในเทศกาลอีดิลอัฎฮา  และย้ายควายตัวนี้ไปยังสวนสัตว์แห่งชาติบังกลาเทศในกรุงธากา เพื่อดูแลความปลอดภัยและรองรับจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้น.

ที่มา : AP

รัฐมนตรีอิหร่านชี้ การเจรจาไม่คืบหน้า แต่ทรัมป์บอกใกล้ปิดดีลแล้ว

รัฐมนตรีอิหร่านชี้ การเจรจาไม่คืบหน้า แต่ทรัมป์บอกใกล้ปิดดีลแล้ว

4 มิ.ย. 2569 06:34 น.

รัฐมนตรีอิหร่านชี้ การเจรจาไม่คืบหน้า แต่ทรัมป์บอกใกล้ปิดดีลแล้ว

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเผยว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม แต่โดนัลด์ ทรัมป์ พูดสวนทางโดยบอกว่า การเจรจากับอิหร่านอาจส่งผลลัพธ์ออกมา “ภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าวเมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) ว่า “ไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม” ในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ในขณะที่เหตุโจมตีระลอกใหม่จากทั้งฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางต้องตึงเครียดมากขึ้น

“การสื่อสารกับทางอเมริกันยังไม่ถูกตัดขาด และมีการส่งข้อความหากันเกี่ยวกับความจำเป็นในการยุติการก้าวร้าวต่อกรุงเบรุต แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ในกระบวนการเจรจา” อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ อัล มายาดีน (Al Mayadeen) ของเลบานอน

“การโจมตีใด ๆ ต่อกรุงเบรุตจะส่งผลกระทบร้ายแรงตามมา และจะนำไปสู่การกลับมาทำสงครามกันอย่างเต็มรูปแบบ” เขากล่าว “กองทัพของเราพร้อมที่จะโจมตีอิสราเอลทันทีหากพวกเขาโจมตีกรุงเบรุต”

แต่ในทางกลับกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีในเชิงบวกซึ่งสวนทางกับถ้อยแถลงของฝั่งอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า การเจรจากับอิหร่านอาจส่งผลลัพธ์ออกมา “ภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

“ผมได้ยินมาว่าการเจรจาดำเนินไปด้วยดีมากทีเดียว” ทรัมป์กล่าวถึงข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น “มันอาจจะเกิดขึ้น… ภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าเขาต้องการแยกการเจรจาเรื่องความขัดแย้งในเลบานอนระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลัง ออกจากการเจรจาเรื่องสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ว่าทางรัฐบาลเตหะรานจะยืนกรานว่าทั้งสองเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงกันก็ตาม

“ผมอยากจะแยกมันออกจากกัน ผมอยากให้มันเป็นคนละเรื่องกัน เพราะมันเป็นเรื่องที่แยกจากกันจริง ๆ” ทรัมป์กล่าว

ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านคือหัวใจสำคัญของการหารือกับรัฐบาลเตหะราน พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าการเจรจารอบล่าสุดที่กรุงวอชิงตันระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะสามารถสร้างโร้ดแมปไปสู่ความมั่นคงได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์ยอมรับ ด่าหยาบเนทันยาฮู ฉุนโจมตีเลบานอนไม่หยุด

ทรัมป์ยอมรับ ด่าหยาบเนทันยาฮู ฉุนโจมตีเลบานอนไม่หยุด

4 มิ.ย. 2569 05:04 น.

ทรัมป์ยอมรับ ด่าหยาบเนทันยาฮู ฉุนโจมตีเลบานอนไม่หยุด

โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับว่า ได้ใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อว่า เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลจริง ระหว่างการคุยโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ เนื่องจากไม่พอใจที่เนทันยาฮูสั่งโจมตีในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อ 3 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมายอมรับว่า เขาใช้ถ้อยคำสบถหยาบคายกับนาย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างที่ทั้งสองคนสนทนาทางโทรศัพท์กันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาจริง ตามที่สื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

ในบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) ผู้สัมภาษณ์ถามนายทรัมป์ว่า “ท่านได้พูดว่า ‘แกกำลังทำบ้าอะไรอยู่?’ (What the f- are you doing?), ‘แกมันบ้าไปแล้ว’ (You’re f-ing crazy), ‘ฉันช่วยไม่ให้แกต้องติดคุกนะ’ จริงหรือไม่?”

นายทรัมป์ตอบว่า “จริง … ผมรู้สึกขุ่นเคืองใจนิดหน่อยกับการที่เขาเดินหน้าสู้รบกับเลบานอนอย่างไม่หยุดหย่อน … ผมบอกไปว่า “บีบี (ชื่อเล่นของเนทันยาฮู) เราต้องหยุดเรื่องนี้ได้แล้ว””

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวต่อไปว่าเขายังคงมี “ความสัมพันธ์ที่ดีมาก” กับเนทันยาฮู โดยระบุว่า “พวกเราทำงานร่วมกันได้ดี… ผมชอบบีบีมากนะ”

สำนักข่าวแอกซิออส (Axios) และเอบีซี นิวส์ (ABC News) รายงานว่า ทรัมป์ได้ระเบิดอารมณ์และสบถถ้อยคำหยาบคายดังกล่าวเนื่องจากไม่พอใจที่อิสราเอลขู่จะทิ้งระเบิดถล่มกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน เพราะเขาเกรงว่าการกระทำนี้จะบ่อนทำลายการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง

การปะทะคารมในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนระหว่างสองผู้นำพันธมิตรฝ่ายขวา ซึ่งเป็นผู้เปิดฉากสงครามด้วยการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. จนทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายกลายเป็นการที่อิสราเอลหันมาโจมตีเลบานอนในปัจจุบัน

สื่อของอิสราเอลได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับบทสนทนาดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายทรัมป์กับนายเนทันยาฮู โดยแนะนำให้สำนักข่าว เอเอฟพี (AFP) ไปดูโพสต์ของทรัมป์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันจันทร์ ซึ่งในโพสต์นั้นทรัมป์ได้กล่าวขอบคุณเนทันยาฮู ที่ยอมตกลงถอนกำลังทหารออกจากกรุงเบรุต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลถล่มเลบานอนดับ 9 ศพ ขณะฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดน

อิสราเอลถล่มเลบานอนดับ 9 ศพ ขณะฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดน

4 มิ.ย. 2569 03:53 น.

อิสราเอลถล่มเลบานอนดับ 9 ศพ ขณะฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดน

อิสราเอลโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนระลอกใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอล แม้ว่าทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงบางส่วนก็ตาม

เมื่อ 3 มิ.ย. 2569 ทางการเลบานอนเปิดเผยว่า การโจมตีระลอกใหม่ของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ศพ ขณะที่ ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านระบุว่า พวกเขาข้ามพรมแดนเข้าไปในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนแถลงว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีเจ้าหน้าที่บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 2 รายรวมอยู่ด้วย โดยรถพยาบาลของพวกเขาในพื้นที่เชฮูร์ (Chehour) ทางตอนใต้ของประเทศถูกโจมตี นอกจากนี้ยังมีรายงานรถยนต์คันหนึ่งทางตอนใต้ของกรุงเบรุตถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

ด้านกองทัพอิสราเอลแถลงว่า พวกเขาสามารถสกัดกั้นโดรน 1 ลำ และขีปนาวุธ 2 ลูกที่ถูกยิงข้ามพรมแดนเข้ามาได้สำเร็จ ส่วนทางกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีคือจุดที่ทหารของอิสราเอลมารวมตัวกัน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบข้อตกลงหยุดยิงบางส่วนระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่เพิ่งบรรลุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยทางเลบานอนระบุว่าภายใต้ข้อตกลงนี้ อิสราเอลจะต้องระงับการทิ้งระเบิดในกรุงเบรุต ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะไม่โจมตีเข้าใส่อิสราเอล

ขณะเดียวกัน คณะทูตของอิสราเอลกับเลบานอนจัดการเจรจาร่วมกันเป็นวันที่สองที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ ในวันพุธ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับข้อตกลงดังกล่าว

ทั้งนี้ เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เริ่มยิงจรวดเข้าสู่อิสราเอล เพื่อล้างแค้นให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐฯ ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการเปิดฉากโจมตีทางอากาศและส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่ภาคใต้

อิสราเอลกับเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงฉบับก่อนในวันที่ 16 เม.ย. โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง แต่ข้อตกลงประสบความล้มเหลวและไม่สามารถยุติการสู้รบได้ ซึ่งอิสราเอลยกระดับการโจมตีและขยายพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารมากขึ้นเรื่อยๆ จนอิหร่านประกาศระงับการเจรจากับสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

หลังจากอิหร่านมีความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ต่อสายโทรศัพท์หา เบนจามิน เนทันยาฮู ก่อนที่เขาจะโพสต์ข้อความว่า ผู้นำอิสราเอลตกลงจะไม่ส่งทหารเข้าสู่กรุงเบรุต ขณะที่แกนนำฮิซบอลเลาะห์ตกลงจะไม่โจมตีอิสราเอล แต่จนถึงตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ยังโจมตีตอบโต้กันไม่หยุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เฮลิคอปเตอร์กองทัพอังกฤษตกระหว่างฝึกซ้อม เจ้าหน้าที่ดับ 3 นาย

เฮลิคอปเตอร์กองทัพอังกฤษตกระหว่างฝึกซ้อม เจ้าหน้าที่ดับ 3 นาย

4 มิ.ย. 2569 02:42 น.

เฮลิคอปเตอร์กองทัพอังกฤษตกระหว่างฝึกซ้อม เจ้าหน้าที่ดับ 3 นาย

(เครดิตภาพ PA Wire/PA via AP)

เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรืออังกฤษ ตกขณะฝึกซ้อมเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์รุ่น “เมอร์ลิน มาร์ก 4” (Merlin Mk4) ของกองทัพเรืออังกฤษ ตกระหว่างการฝึกซ้อมในมณฑลเดวอน เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 3 มิ.ย. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิต 3 ศพ

ข่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุสำนักงานบริการฉุกเฉินได้รับแจ้งเหตุและรุดไปยังพื้นที่ซอร์ตัน ดาวน์ (Sourton Down) ใกล้กับเมืองโอคแฮมป์ตัน (Okehampton) เมื่อเวลาประมาณ 03:45 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น

โฆษกกองทัพเรืออังกฤษแถลงว่า ความสูญเสียดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่าง “การฝึกซ้อมเฮลิคอปเตอร์” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า “ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตได้รับแจ้งเรื่องแล้ว และได้ร้องขอความเป็นส่วนตัวช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม”

ขณะที่โฆษกสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า เหตุการณ์นี้จะได้รับการตรวจสอบโดยสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุทางทหาร หรือ DAIB

ด้าน แคเทอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในฐานะจอมทัพแห่งกองบินทหารเรือ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียพระทัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเผยว่า พระองค์และเจ้าชายวิลเลียม พระสวามี จะระลึกถึงและส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวและมิตรสหายของผู้สูญเสียในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งนี้

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เจ้าหญิงและเจ้าชายแห่งเวลส์จะทรงติดต่อโดยตรงไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่เชื่อกันว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงรับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และจะทรงส่งพระราชหัตถเลขาเป็นการส่วนพระองค์ไปยังครอบครัวผู้สูญเสียเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc