นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพ ได้ประกันตัว-ถูกส่งโรงพยาบาล

นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพ ได้ประกันตัว-ถูกส่งโรงพยาบาล

11 พ.ค. 2569 02:33 น.

นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพ ได้ประกันตัว-ถูกส่งโรงพยาบาล

(ภาพจาก AFP PHOTO / NARGES MOHAMMADI FOUNDATION)

นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพชาวอิหร่าน ได้รับการประกันตัวและถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเตหะรานแล้ว หลังจากสุขภาพทรุดลงอย่างหนัก

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 นางนาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวอิหร่าน ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและถูกย้ายตัวไปยังโรงพยาบาลในกรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากครอบครัวของเธอออกมาระบุว่า ร่างกายของโมฮัมมาดีทรุดลงอย่างหนัก และเรียกร้องให้อิหร่านยอมให้เธอรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ

มูลนิธินาร์เกส (Narges Foundation) ซึ่งบริหารโดยครอบครัวโมฮัมมาดี ระบุว่า เจ้าของรางวัลโนเบลผู้นี้ได้รับสิทธิ์ “ระงับการรับโทษชั่วคราวด้วยวงเงินประกันที่สูงมาก” หลังจากที่เธอเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่เมืองซันจันมานาน 10 วัน

“การเคลื่อนย้ายตัวเธอผ่านรถพยาบาลเสร็จสิ้นลงแล้ว” แถลงการณ์ระบุ “และขณะนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาลเตหะรานพาร์ส (Tehran Pars Hospital) เพื่อรับการรักษาจากทีมแพทย์ส่วนตัวของเธอเอง”

นายตากี ราห์มานี สามีของโมฮัมมาดี ระบุเสริมในแถลงการณ์ว่า “ชีวิตของนาร์เกส โมฮัมมาดี กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย แม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ในโรงพยาบาลหลังจากเผชิญกับภาวะสุขภาพที่ทรุดโทรมลงอย่างรุนแรง แต่การย้ายตัวเพียงชั่วคราวนั้นไม่เพียงพอ นาร์เกสจะต้องไม่ถูกส่งตัวกลับไปยังสภาพแวดล้อมที่ทำลายสุขภาพของเธอเช่นนั้นอีก”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปากีสถานเดือด คาร์บอมบ์-ยิงปะทะ ตำรวจดับ 14 นาย

ปากีสถานเดือด คาร์บอมบ์-ยิงปะทะ ตำรวจดับ 14 นาย

11 พ.ค. 2569 00:17 น.

ปากีสถานเดือด คาร์บอมบ์-ยิงปะทะ ตำรวจดับ 14 นาย

กลุ่มติดอาวุธใช้ระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีด่านตรวจของปากีสถาน และดักยิงเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ทำให้มีตำรวจเสียชีวิตแล้ว 14 นาย บาดเจ็บอีกหลายคน

ตำรวจปากีสถานเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2569 ว่า เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ด่านตรวจของตำรวจในเมืองบันนู (Bannu) จังหวัดไคเบอร์ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศและใกล้ชายแดนอัฟกานิสถาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามมาด้วยการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ที่กำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ ส่งผลให้มีตำรวจเสียชีวิตอย่างน้อย 14 นาย

เหตุระเบิดทำให้อาคารพังทลาย รถยนต์ถูกไฟไหม้ และเศษเหล็กจากยานพาหนะกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

นายซัจจาด ข่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถานระบุในแถลงการณ์ว่า ได้กู้ร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 14 นายออกจากซากด่านตรวจที่พังถล่มลงมาแล้ว และพบเจ้าหน้าที่อีก 3 นายที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ตำรวจรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยตัวตนเนื่องจากไม่มีอำนาจในการให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธใช้รถยนต์ที่บรรทุกระเบิดพุ่งชนด่านตรวจก่อน จากนั้นจึงบุกเข้าไปภายในพื้นที่และกราดยิงตำรวจนายที่เหลือ

ไม่เพียงเท่านั้น “เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายหน่วยอื่นถูกส่งไปช่วยเหลือตำรวจในที่เกิดเหตุ แต่กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ซุ่มโจมตีพวกเขา ทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น” เขากล่าว ขณะที่แหล่งข่าวบอกด้วยว่า กลุ่มติดอาวุธมีการใช้โดรนในปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ด้วย

กลุ่มพันธมิตรติดอาวุธที่รู้จักกันในชื่อ “อิตเตฮัด-อุล-มูจาฮิดีน” (Ittehad-ul-Mujahideen) ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณชายแดนปากีสถานกับอัฟกานิสถานยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด หลังจากเกิดการสู้รบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยปากีสถานกล่าวหาอัฟกานิสถานว่า ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธที่ใช้ดินแดนอัฟกานิสถานในการวางแผนโจมตีปากีสถาน

ขณะที่กลุ่มตาลีบันได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าปัญหาการก่อความไม่สงบในปากีสถานเป็นปัญหาภายในของปากีสถานเอง

นับจากนั้น การสู้รบได้เริ่มผ่อนคลายลง แม้จะมีการปะทะกันประปรายตามแนวชายแดน แต่ยังไม่มีการเจรจาหยุดยิงอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เนทันยาฮูลั่น ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน

เนทันยาฮูลั่น ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน

10 พ.ค. 2569 23:14 น.

เนทันยาฮูลั่น ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเผยว่า ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน โดยชี้ว่า อิหร่านยังคงรักษาขีดความสามารถในด้านต่างๆ เอาไว้ได้ แม้จะลดลงมากก็ตาม

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ “60 Minutes” ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า “ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการ” ในอิหร่าน พร้อมยอมรับว่ารัฐบาลเตหะรานยังคงรักษาขีดความสามารถส่วนใหญ่ที่เคยมีไว้ได้เหมือนในช่วงเริ่มต้นสงคราม

เนทันยาฮูระบุด้วยว่า สงครามร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่านนั้น “บรรลุผลสำเร็จไปได้มาก แต่เรื่องนี้ยังไม่จบ” อิหร่านยังไม่ยอมละทิ้งการครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ หรือรื้อถอนฐานที่มั่นด้านนิวเคลียร์ อีกทั้งยังไม่หยุดสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค และไม่ยอมตกลงในข้อจำกัดใด ๆ ต่อโครงการขีปนาวุธข้ามทวีปของตัวเอง

“ในตอนนี้ เราได้ทำลายขีดความสามารถเหล่านั้นไปมาก แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั้นยังคงอยู่ และยังมีภารกิจที่ต้องจัดการ” เนทันยาฮูกล่าวในตัวอย่างก่อนการออกอากาศบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

เมื่อถูกจี้ถามถึงวิธีการจัดการกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการเจรจา เนทันยาฮูกล่าวว่าสิ่งนี้สามารถเคลื่อนย้ายออกจากอิหร่านได้ในทางปฏิบัติ

“ผมจะไม่พูดถึงวิธีการทางการทหาร แต่สิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์บอกกับผมคือ ‘ผมต้องการเข้าไปในนั้น’ และผมคิดว่ามันสามารถทำได้จริงในทางกายภาพ” เขากล่าว “นั่นไม่ใช่ปัญหา หากคุณมีข้อตกลง คุณก็แค่เข้าไปแล้วนำมันออกมา ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ? นั่นคือวิธีที่ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูปฏิเสธที่จะระบุกรอบเวลาในการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะดังกล่าว โดยระบุเพียงว่าเรื่องนี้เป็น “ภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

10 พ.ค. 2569 22:20 น.

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

ผู้โดยสารกลุ่มแรกอพยพออกจากเรือสำราญซึ่งเผชิญกับการแพร่ระบาดของ ไวรัสฮันตา และเดินทางกลับถึงกรุงมาดริดแล้ว หลังจากเรือลำนี้เทียบท่าที่เกาะเตเนริเฟ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 10 พ.ค. 2569 ว่า เรือสำราญ “เอ็มเอส ฮอนดิอุส” (MS Hondius) ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสฮันตา เข้าเทียบท่าที่เกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารีของสเปนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้โดยสารชาวสเปนจำนวน 14 คน จะถูกอพยพออกจากเรือ และโดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับกรุงมาดริด

ก่อนจะขึ้นเครื่องบินที่เตเนริเฟ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้ให้ผู้อพยพสวมชุดป้องกันสารอันตรายสีขาวทับชุดปกติ และมีการฉีดพ่นน้ำทำความสะอาดบนลานจอดเครื่องบิน โดยขณะนี้ผู้โดยสารทั้ง 14 คนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวภาคบังคับ ที่โรงพยาบาลทหารในเมืองหลวงของสเปน

ข่าวระบุว่า การอพยพผู้โดยสารจะดำเนินการแยกตามสัญชาติ โดยมีรายงานว่ากลุ่มชาวฝรั่งเศสจะเป็นกลุ่มที่สองที่ได้เดินทางออกจากเกาะ และคาดว่าผู้โดยสารที่จะถูกส่งตัวกลับโดยเครื่องบินของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งประกอบด้วยชาวดัตช์, กรีซ, เยอรมัน กับลูกเรือบางส่วน จะเป็นกลุ่มถัดไปที่จะถูกอพยพ

ส่วนเที่ยวบินอื่น ๆ ก็เตรียมพร้อมออกเดินทางหลังจากนั้น ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินไปยังสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าเที่ยวบินอพยพเที่ยวสุดท้ายจะออกเดินทางไปยังออสเตรเลียในวันจันทร์

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสเปนกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ “กำลังดำเนินไปอย่างปกติ” และผู้โดยสารทุกคนบนเรือ MS Hondius ยังไม่แสดงอาการของโรค

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารเรือสำราญเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับการต้องแยกกักตัวหลังจากเดินทางออกจากเตเนริเฟ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง เนื่องจากไวรัสชนิดนี้มีระยะฟักตัวนานถึง 9 สัปดาห์ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็แนะนำให้ผู้โดยสารเรือสำราญกักตัวเป็นเวลา 42 วัน นับจากการสัมผัสเชื้อครั้งล่าสุดด้วย

ทั้งนี้ เรือ MV Hondius ได้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือกรานาดิยาในช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนพอดีหลังจากที่มีผู้โดยสารรายแรกเสียชีวิตบนเรือ

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ภาพที่ปรากฏคือเรือจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่ง โดยมีเรือของตำรวจทหารลาดตระเวนอยู่รอบๆ และมีการระดมกำลังปฏิบัติการครั้งใหญ่บนฝั่ง เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 100 คนในการลงจากเรือ โดยมีทีมแพทย์ขึ้นไปบนเรือเพื่อตรวจร่างกายทุกคนเพื่อหาความเสี่ยงหรือสัญญาณของการติดเชื้อไวรัส

ปฏิบัติการที่ซับซ้อนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสฮันตาสายพันธุ์ “แอนดีส” (Andes strain) ซึ่งพบได้ยาก แต่มันสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ โดยนางการ์เซียยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่ประชากรทั่วไปนั้นยังอยู่ในระดับต่ำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านตอบข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ยืนยันการคุยไม่ใช่ยอมแพ้

อิหร่านตอบข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ยืนยันการคุยไม่ใช่ยอมแพ้

10 พ.ค. 2569 21:34 น.

อิหร่านตอบข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ยืนยันการคุยไม่ใช่ยอมแพ้

สื่ออิหร่านเผย รัฐบาลเตหะรานส่งคำตอบสำหรับข้อเสนอยุติสงครามฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านยืนยันว่า การเจรจาไม่ได้หมายถึงการยอมจำนน

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 สื่อของรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐอเมริกาเพื่อยุติความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว โดยส่งผ่านปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นประเทศตัวกลาง

“คำตอบของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านต่อร่างข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติสงคราม ได้ถูกส่งมอบผ่านทางตัวกลางจากปากีสถานในวันนี้” สำนักข่าว IRNA ของรัฐรายงานเมื่อวันอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม อิหร่านไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของคำตอบ นอกเหนือจากการระบุว่า “ตามกรอบการทำงานที่เสนอมานั้น การเจรจาในขั้นตอนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการยุติสงครามในภูมิภาค”

ทั้งนี้ แม้ว่าอิหร่านจะส่งคำตอบสำหรับข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว แต่กลุ่มผู้นำระดับสูงกลับออกแถลงการณ์ในเชิงท้าทายเกี่ยวกับแนวโน้มของการเจรจาในครั้งนี้

“เราจะไม่มีวันก้มหัวให้ศัตรู และหากมีการพูดถึงเรื่องการพูดคุยหรือการเจรจา นั่นไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนหรือการล่าถอย” นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X

“ในทางตรงกันข้าม เป้าหมายของเราคือการรักษาไว้ซึ่งสิทธิของชาติอิหร่าน และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติด้วยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว”

ด้าน นายเอบราฮิม เรซาอี สมาชิกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความว่า “เวลาเหลือน้อยลงทุกทีสำหรับชาวอเมริกัน มันเป็นผลประโยชน์ของพวกเขาเองที่จะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม และจมดิ่งลงไปในปลักที่พวกเขาตกลงไปเองให้ลึกกว่าเดิม”

“ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการยอมแพ้และยอมอ่อนข้อให้ คุณต้องปรับตัวเข้ากับระเบียบภูมิภาคใหม่ได้แล้ว” นายเรซาอีกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

10 พ.ค. 2569 14:38 น.

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส ที่เผชิญการระบาดของไวรัสฮันตา เดินทางถึงเกาะเตเนรีเฟ ในหมู่เกาะคานารีของสเปนแล้ว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยและสาธารณสุขขั้นสูงสุด 

เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุสเดินทางมาถึงใกล้ท่าเรือกรานาดิยา ทางตอนใต้ของเกาะเตเนรีเฟตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่าโดยทันที

โดยทางการสเปนประกาศตั้งเขตความปลอดภัย ในรัศมี 1 ไมล์ทะเลรอบเรือ พร้อมระดมกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยเข้าควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งถือเป็นโรคติดเชื้อหายากแต่มีความอันตรายสูง

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีสาธารณสุขสเปนย้ำว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ด้านนายทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เดินทางถึงเตเนรีเฟเพื่อกำกับดูแลปฏิบัติการอพยพผู้โดยสารด้วยตนเอง โดยชื่นชมรัฐบาลสเปนว่ามีการตอบสนองที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพต่อการระบาดครั้งนี้ พร้อมยอมรับว่าความกังวลของประชาชนเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะบาดแผลจากโควิดยังอยู่ในความทรงจำของทุกคน

อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่าความเสี่ยงที่เชื้อจะระบาดในวงกว้างยังต่ำ เนื่องจากลักษณะของไวรัสฮันตาแตกต่างจากโควิด และรัฐบาลสเปนได้เตรียมมาตรการควบคุมไว้อย่างละเอียดแล้ว

รายงานระบุว่า การระบาดบนเรือสำราญเชื่อมโยงกับพื้นที่ฝังกลบขยะทางตอนใต้สุดของอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแหล่งดูนกยอดนิยม โดยไวรัสฮันตาถูกแพร่โดยสัตว์ฟันแทะ

โดยปกติไวรัสชนิดนี้แทบไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่ “สายพันธุ์แอนดีส” ถือเป็นข้อยกเว้นที่สามารถแพร่ระหว่างมนุษย์ได้ แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระยะฟักตัวของโรคอาจยาวนานถึง 9 สัปดาห์ ทำให้หลายประเทศเตรียมมาตรการกักตัวเข้มงวดสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางกลับ

มีรายงานว่าหลังเรือเข้าเทียบท่า ทีมแพทย์จะขึ้นไปตรวจอาการผู้โดยสารทั้งหมด ก่อนแบ่งกลุ่มตามสัญชาติและทยอยลำเลียงขึ้นฝั่งด้วยเรือขนาดเล็ก

หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ และชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำมารอรับพลเมืองของตน ขณะเดียวกัน เครื่องบินแพทย์เฉพาะทางก็ถูกเตรียมพร้อม หากมีผู้ป่วยต้องถูกแยกตัวฉุกเฉิน

สำหรับชาวสเปน จะถูกส่งต่อไปยังกุงมาดริดและเข้าสู่การกักตัวภาคบังคับในโรงพยาบาลทหารโกเมซ อุลลา

โรงพยาบาลแคนเดลาเรียในเตเนรีเฟยังเตรียมห้องแยกโรคความปลอดภัยสูง พร้อมเครื่องช่วยหายใจและชุดป้องกันจำนวนมาก เพื่อรับมือหากมีผู้ป่วยอาการหนัก

แพทย์หญิงมาร์ มาร์ติน หัวหน้าฝ่ายผู้ป่วยวิกฤตกล่าวว่า แม้บุคลากรทางการแพทย์ไม่เคยรับมือไวรัสฮันตามาก่อน แต่ทุกคนได้รับการฝึกฝนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ แม้ลูกเรือประมาณ 30 คนจะยังคงอยู่บนเรือเพื่อนำฮอนดิอุสกลับไปยังเนเธอร์แลนด์ แต่สำหรับผู้โดยสารส่วนใหญ่ การเดินทางที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวกลางทะเลใกล้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสิ่งที่รอพวกเขาอยู่หลังจากนี้ คือช่วงเวลาของการกักตัวและเฝ้าระวังอาการอีกหลายสัปดาห์ ท่ามกลางสายตาของทั่วโลกที่กำลังจับตาการระบาดของไวรัสฮันตาอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง หลังโลกเพิ่งผ่านฝันร้ายจากโควิดมาไม่นาน

เหตุการณ์นี้ถูกยกให้เป็นปฏิบัติการด้านสาธารณสุขที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ของสเปน โดยมีถึง 23 ประเทศร่วมประสานงานส่งเครื่องบินมารับพลเมืองของตัวเองกลับบ้าน ท่ามกลางความกังวลของประชาชนในพื้นที่ที่หวั่นว่าเหตุการณ์อาจลุกลามเหมือนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19.

ที่มา :BBC

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

10 พ.ค. 2569 09:31 น.

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

เกิดเหตุเรือเช่าเหมาลำระเบิดกลางอ่าวบิสเคย์น ใกล้จุดท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.48 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไมอามี-เดด ได้รับแจ้งเหตุเรือระเบิดขณะลอยลำอยู่ในอ่าวบิสเคย์น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำชื่อดังของรัฐฟลอริดา

เบื้องต้น คณะกรรมการอนุรักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งรัฐฟลอริดาระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนเรือเช่าเหมาลำหลายคน และแรงระเบิดทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 24 หน่วยถูกส่งเข้าพื้นที่ทันที โดยทีมกู้ภัยเปิดเผยว่า พบผู้บาดเจ็บหลายรายที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน ส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ หรือจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดที่อยู่บนเรือในขณะเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือและตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย โดยคณะกรรมการอนุรักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งรัฐฟลอริดาระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้

สำหรับ “ฮอลโอเวอร์ แซนด์บาร์” ถือเป็นจุดพักผ่อนและล่องเรือยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองไมอามี ทำให้เหตุเรือระเบิดครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในสหรัฐฯ และบนโลกออนไลน์ เนื่องจากเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนพลุกพล่านช่วงสุดสัปดาห์.

ที่มา : AP

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

10 พ.ค. 2569 08:39 น.

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

กู้ภัยอินโดนีเซียพบแล้ว ร่างผู้เสียชีวิตรายแรกจากเหตุภูเขาไฟดุโกโนปะทุ เชื่อว่าเป็นนักปีนเขาชาวอินโดนีเซีย ขณะที่นักปีนเขาชาวสิงคโปร์อีก 2 ยังสูญหาย แม้เจ้าหน้าที่จะระบุพิกัดได้แล้วก็ตาม

นายอิวาน รัมดานี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยท้องถิ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ โดยเชื่อว่าเป็นหญิงชื่อ “แองเจิล” ก่อนส่งไปยังโรงพยาบาลประจำภูมิภาคเพื่อยืนยันเอกลักษณ์บุคคลอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ภารกิจค้นหานักปีนเขาชาวสิงคโปร์อีก 2 คนยังเต็มไปด้วยอุปสรรค เนื่องจากภูเขาไฟยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง มีฝนตกหนัก และเกิดน้ำหลากปนเศษซากภูเขาไฟ รวมถึงวัสดุภูเขาไฟที่ยังมีความร้อนสูง ทำให้การเข้าถึงพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบากและเสี่ยงอันตรายต่อทีมกู้ภัย

หนึ่งในผู้สูญหายได้เปิดใช้งานอุปกรณ์ส่งสัญญาณฉุกเฉิน หรือ Locator Beacon ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งได้

ก่อนหน้านี้ หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียเปิดเผยรายชื่อผู้สูญหายทั้งสอง ได้แก่ Heng Wen Qiang Timothy อายุ 30 ปี และ Shahin Muhrez bin Abdul Hamid อายุ 27 ปี

ทั้งสองคน รวมถึงนักปีนเขาชาวอินโดนีเซียที่เสียชีวิต อยู่ในกลุ่มนักเดินป่าทั้งหมด 20 คน ที่กำลังเดินอยู่บนไหล่เขาของภูเขาไฟดุโกโน ขณะเกิดการปะทุในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่า 10 กิโลเมตร

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้ง 3 คนสูญหาย ขณะที่นักปีนเขาที่เหลืออีก 17 คน ซึ่งประกอบด้วยชาวสิงคโปร์ 7 คน และชาวอินโดนีเซีย 10 คน ได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัยในเวลาต่อมา

ด้านสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNPB ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบตำแหน่งของนักปีนเขาชาวสิงคโปร์ทั้งสองคนแล้ว แต่สภาพภูมิประเทศที่ยากลำบาก และกิจกรรมภูเขาไฟที่รุนแรงขึ้น ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภารกิจช่วยเหลือ

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของสิงคโปร์เปิดเผยว่า กำลังประสานงานใกล้ชิดกับทางการอินโดนีเซีย เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่ผู้ประสบเหตุและครอบครัว โดยนักปีนเขาชาวสิงคโปร์อีก 7 คนที่ได้รับการอพยพ จะเดินทางกลับประเทศในวันอาทิตย์นี้

ที่มา :channelnewsasia

สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

10 พ.ค. 2569 05:25 น.

สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

สภาท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นได้ลงมติถอดถอนนายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังจากเขาล้มป่วยจนอยู่ในสภาวะหมดสติมานานหลายเดือน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ที่ประชุมสภาเมืองฮาจิโรงาตะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านญัตติไม่ไว้วางใจนายกเทศมนตรี คิคุโอะ ฮาตาเกะยามะ วัย 72 ปี หลังจากเขาล้มป่วยลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ด้วยอาการเลือดออกในสมอง

ผลจากการลงมติครั้งนี้ทำให้นาย ฮาตาเกะยามะ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะมาตั้งแต่ปี 2551 จะพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติในวันที่ 19 พ.ค.นี้

สมาคมสภาเมืองและหมู่บ้านแห่งชาติของญี่ปุ่นระบุว่า การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกเทศมนตรีเนื่องจากอาการเจ็บป่วยแบบนี้ เป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้น และการถอดถอนนายฮาตาเกะยามะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่มีความจำเป็นในแง่ของการบริหารจัดการ

หนังสือพิมพ์ Japan Times รายงานว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภรรยาของนายฮาตาเกะยามะร้องขอให้สภาเมืองช่วยประเมินว่าเขายังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ พร้อมระบุว่าการลาออกจากตำแหน่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขา

อย่างไรก็ตาม กฎหมายท้องถิ่นระบุว่า นายกเทศมนตรีที่ต้องการลาออกจะต้องแจ้งความจำนงต่อประธานสภาด้วยตนเอง ทางเทศบาลเมืองจึงชี้แจงเมื่อเดือนที่แล้วว่า คำร้องขอลาออกที่ยื่นโดยสมาชิกในครอบครัวนั้นไม่มีผลทางกฎหมาย

ด้วยเหตุนี้ การลงมติไม่ไว้วางใจจึงถูกเลือกให้เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการถอดถอนนายกเทศมนตรีออกจากตำแหน่ง เพื่อให้การบริหารงานเดินหน้าต่อไปได้ และคาดว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งเพื่อหาผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่ภายใน 50 วัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

10 พ.ค. 2569 04:08 น.

อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

(ภาพจาก  AFP PHOTO / HO / IRANIAN PRESIDENCY)

ทางการอิหร่านกำลังรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าและก๊าซลง หลังจากมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศ

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569 สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน เรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านลดการใช้ไฟฟ้าและก๊าซให้น้อยลง เพื่อไม่ให้รัฐบาลต้องออกมาตรการบังคับใช้ข้อจำกัดต่างๆ

“ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันต่อโครงข่ายพลังงานของประเทศ ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการการบริโภค” เปเซชเคียนกล่าว

ด้าน รองประธานาธิบดี ซากับ เอสฟานี เสนอแนะว่า สังคมสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้ด้วยวิธีการง่ายๆ “เพียงแค่แต่ละคนใช้น้ำมันเบนซินลดลงวันละ 1 ถึง 1.5 ลิตรก็เพียงพอแล้ว” เอสฟานีกล่าว ตามรายงานของสำนักข่าว Mehr ของอิหร่าน

ปัจจุบัน อิหร่านกำลังเผชิญกับ ภาวะกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จากการถูกสหรัฐฯ ปิดล้อมบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn