ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

10 พ.ค. 2569 02:57 น.

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก รับรองกับชาวเกาะเตเนริเฟว่า เรือสำราญที่เกิดการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งกำลังจะไปจอดเทียบท่า มีความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายต่ำ หลังเผชิญกระแสต่อต้าน

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาสร้างความมั่นใจให้กับชาวเกาะเตเนริเฟ (Tenerife) ว่า เรือสำราญที่เกิดการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งกำลังเดินทางมาจอดเทียบท่าที่เกาะแห่งนี้ มีความเสี่ยงของการติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำ

ดร.เกเบรเยซุสย้ำในข้อความส่วนตัวถึงประชาชนบนเกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารี ว่า “นี่ไม่ใช่โควิดอีกระลอก” และในขณะนี้ไม่มีผู้โดยสารที่มีอาการป่วยหลงเหลืออยู่บนเรือ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) แล้ว

“ผมทราบดีว่าพวกคุณกำลังกังวล” ดร.เกเบรเยซุส กล่าวกับชาวเตเนริเฟ “ผมรู้ว่าเมื่อคุณได้ยินคำว่า ‘การระบาด’ และเห็นเรือกำลังมุ่งหน้ามายังชายฝั่ง ความทรงจำเก่าๆ ที่พวกเรายังไม่ลืมเลือนจะย้อนกลับมา ความเจ็บปวดจากปี 2563 ยังคงเป็นเรื่องจริง และผมไม่เคยมองข้ามความรู้สึกนั้นเลยแม้แต่นาทีเดียว”

“แต่ผมต้องการให้พวกคุณฟังผมชัดๆ นี่ไม่ใช่โควิดอีกระลอก ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขในปัจจุบันจากไวรัสฮันตายังคงอยู่ในระดับต่ำ” ผอ.องค์การอนามัยโลกย้ำ และเสริมว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญจาก WHO คือ ดร. เฟรดดี บันซา-มูโตกา อยู่บนเรือ MV Hondius ด้วย

WHO ระบุว่า ดร. เฟรดดี พร้อมด้วยแพทย์ชาวดัตช์อีกสองท่าน กำลังประเมินอาการทางแพทย์และความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อของทุกคนบนเรือ และรายงานล่าสุดระบุว่าไม่มีผู้โดยสารรายใดแสดงอาการของไวรัสฮันตาเพิ่มเติมแล้ว

ทั้งนี้ เรือ MV Hondius มีกำหนดจะเข้าจอดที่ท่าเรือกรานาดียา (Granadilla) ในช่วงเวลาประมาณ 04:00 – 06:00 น. ตามเวลา GMT ของวันอาทิตย์ ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากให้กับคนในพื้นที่ ส่วนนายเฟร์นันโด คลาวิโฆ ประธานรัฐบาลแคว้นกานาเรียสก็คัดค้านเรื่องนี้

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้โดยสารบนเรือลำนี้ 6 ราย โดยมี 1 รายเสียชีวิตระหว่างการเดินเรือ ส่วนอีก 2 รายเสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทางเจ้าหน้าที่ของสเปนได้พยายามคลายความกังวลเกี่ยวกับการมาถึงของเรือลำนี้ โดยชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการกักกันและป้องกันอย่างเข้มงวด

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสเปน กล่าวในการแถลงข่าวว่า ผู้โดยสารจะถูกกักตัวไว้บนเรือและจะได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือด้วยเรือลำเล็กก็ต่อเมื่อมีเที่ยวบินส่งตัวกลับประเทศ มารอรับพวกเขาอยู่ที่ลานบินแล้วเท่านั้น

อนึ่ง ตามปกติแล้วไวรัสฮันตาจะมีสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะ แต่การแพร่เชื้อจากคนสู่คนในสายพันธุ์แอนดีส (Andes strain) นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งทาง WHO เชื่อว่าผู้โดยสารบางส่วนบนเรือได้รับเชื้อนี้มาในขณะที่อยู่ในอเมริกาใต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อังกฤษส่งเรือรบมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง จ่อทำภารกิจคุ้มครองฮอร์มุซ

อังกฤษส่งเรือรบมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง จ่อทำภารกิจคุ้มครองฮอร์มุซ

10 พ.ค. 2569 01:15 น.

อังกฤษส่งเรือรบมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง จ่อทำภารกิจคุ้มครองฮอร์มุซ

สหราชอาณาจักรส่งเรือรบไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำภารกิจคุ้มครองเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรประกาศว่า กำลังดำเนินการส่งเรือรบไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่อาจเกิดขึ้นในการปกป้องเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

กระทรวงกลาโหมระบุว่า เรือ HMS Dragon ของราชนาวีอังกฤษ จะทำหน้าที่สนับสนุนความพยายามในการกวาดล้างทุ่นระเบิดและคุ้มครองเรือพาณิชย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่เน้น “การป้องกันเพียงอย่างเดียว”

“การส่งเรือ HMS Dragon ไปประจำการล่วงหน้า เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนที่รอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าสหราชอาณาจักรมีความพร้อม ในฐานะส่วนหนึ่งของกองกำลังผสมพหุภาคีที่นำโดยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ในการรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย” โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสกำลังเป็นผู้นำในความพยายามสร้างภารกิจพหุภาคี เพื่อรักษาความปลอดภัยในการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดโดยพฤตินัยนับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. พวกเขายังเชิญชวนให้พันธมิตรนานาชาติรายอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กรีซตรวจสอบเรือโดรนปริศนา หลังพบในทะเลไอโอเนียน

กรีซตรวจสอบเรือโดรนปริศนา หลังพบในทะเลไอโอเนียน

10 พ.ค. 2569 00:17 น.

กรีซตรวจสอบเรือโดรนปริศนา หลังพบในทะเลไอโอเนียน

กองทัพกรีซกำลังเร่งตรวจสอบเรือโดรนไร้คนขับปริศนาลำหนึ่ง หลังถูกชาวประมงท้องถิ่นพบซ่อนอยู่ในถ้ำ ใกล้กับเกาะในทะเลไอโอเนียน โดยพบวัตถุระเบิดในเรือด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 9 พ.ค. 2569 ว่า ชาวประมงพบเรือโดรนลำหนึ่งภายในถ้ำใกล้กับเกาะเลฟกาดา (Lefkada) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 พ.ค.) และได้แจ้งหน่วยยามฝั่งซึ่งต่อมาได้ลากเรือลำนี้ไปยังท่าเรือวาสิลิกิ (Vasiliki) ที่อยู่ใกล้เคียง

สื่อท้องถิ่นของกรีซรายงานว่า โดรนลำนี้บรรจุวัตถุระเบิดและเครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ในขณะที่ถูกค้นพบ นอกจากนี้ยังมีรายงานระบุว่าตัวเรืออาจผลิตในยูเครน หรือมีความเชื่อมโยงกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กำลังดำเนินอยู่

ภาพที่ปรากฏบนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นเรือของหน่วยยามฝั่งกรีซกำลังลากโดรนที่มีความยาวหลายเมตรลำนี้เข้าสู่ท่าเรือ โดยลักษณะภายนอก โดรนมีสีเข้มและฝาปิดด้านบนเปิดออก บนตัวเรือไม่ปรากฏเครื่องหมายใดๆ ที่ระบุถึงแหล่งที่มาของตัวเรือ

ขณะนี้กระทรวงกลาโหมของกรีซกำลังเข้ามากำกับดูแลการสืบสวนแล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญทางการทหารของกรีซจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาวัตถุประสงค์ของโดรนลำนี้ ว่ามันหลุดเข้ามาในน่านน้ำของกรีซเนื่องจากความล้มเหลวทางเทคนิค หรือเกิดจากการขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมหรือไม่

ข้อสันนิษฐานหนึ่งที่มีการรายงานคือ โดรนลำนี้อาจถูกเตรียมไว้เพื่อใช้จัดการกับ “กองเรือเงา” (Shadow Fleet) ของรัสเซีย ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกเรือบรรทุกน้ำมันหลายร้อยลำที่ใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่ประกาศใช้หลังจากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2565

หนังสือพิมพ์ Ta Nea ของกรีซระบุว่า เรือลำดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับโดรน MAGURA V5 ของยูเครน ซึ่งเคยถูกนำมาใช้งานหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม รายงานนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

9 พ.ค. 2569 22:51 น.

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

รัสเซียจัดพิธีเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะเหนือนาซีเยอรมัน โดย วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวสุนทรพจน์โจมตีนาโตและยูเครน โดยยืนยันว่า เป้าหมายต่างๆ ในการทำสงครามของรัสเซียนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนามวันแห่งชัยชนะ ณ จัตุรัสแดง โดยระบุว่า ทหารของเขาในยูเครนกำลังต่อสู้กับ “กองกำลังที่ก้าวร้าว” ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มนาโต (NATO) ทั้งหมด พร้อมทั้งระบุว่าเป้าหมายในสงครามของเขานั้น “ชอบด้วยเหตุผล” แล้ว

ปูตินชูวันแห่งชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหัวใจสำคัญในการปกครองของเขามาตลอด 25 ปี ซึ่งตามปกติแล้วทางการรัสเซียจะจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่และตระการตา

แต่ในปีนี้ เนื่องจากการโจมตีระยะไกลของยูเครนที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลเครมลินต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและลดขนาดการเฉลิมฉลองลง

พิธีสวนสนามในครั้งนี้มีขนาดเล็กลงกว่าปีก่อนๆ อย่างมาก โดยไม่มีการนำยุทโธปกรณ์ทางทหารมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองทศวรรษ และมีบุคคลสำคัญจากต่างประเทศเข้าร่วมเพียงไม่กี่ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำจากประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดของรัสเซียเท่านั้น

ทั้งรัสเซียกับยูเครนต่างตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 3 วันในช่วงกิจกรรมดังกล่าว ตามการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้มอสโกเคยขู่ว่าจะโจมตีใจกลางกรุงเคียฟ “ครั้งใหญ่” หากยูเครนเข้ามาขัดขวางการดำเนินพิธีการ

ในสุนทรพจน์ต่อหน้าขบวนสวนสนาม ซึ่งมีทั้งหน่วยทหารของรัสเซียและทหารจากเกาหลีเหนือเข้าร่วม ปูตินได้อ้างถึงชัยชนะของสหภาพโซเวียตเพื่อระดมแรงสนับสนุนให้แก่กองทัพของเขาในยูเครน

“วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของคนในยุคสมัยแห่งชัยชนะ ได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ทหารผู้กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามเป้าหมายของปฏิบัติการพิเศษทางทหารในวันนี้” ปูตินกล่าว “พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังที่ก้าวร้าว ซึ่งได้รับการติดอาวุธและสนับสนุนจากกลุ่มนาโตทั้งหมด และถึงจะเป็นเช่นนั้น เหล่าฮีโร่ของเราก็ยังคงรุกไปข้างหน้า”

“ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าภารกิจของเรานั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว” ปูตินประกาศ

อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์ดังกล่าวได้รับการตอบสนองอย่างเย็นชาจากคนบางส่วนในรัสเซีย ท่ามกลางปัญหาอินเทอร์เน็ตล่มและความเหนื่อยล้าจากสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานถึง 4 ปี ซึ่งบดบังบรรยากาศการเฉลิมฉลองในครั้งนี้

สำนักข่าว AFP สอบถาม “เอเลนา” นักเศรษฐศาสตร์วัย 36 ปี ถึงความรู้สึกในวันแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นวันรำลึกถึงตอนที่สหภาพโซเวียตเอาชนะนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอตอบเพียงว่า “ไม่รู้สึกอะไรเลย … ฉันต้องการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ตอนนี้มันใช้ไม่ได้” เธอบอกด้วยว่า เธอจะไม่รับชมการสวนสนามในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

บุคคลปริศนา บุกรุกสนามบินเดนเวอร์ โดนเครื่องบินชนดับคารันเวย์

บุคคลปริศนา บุกรุกสนามบินเดนเวอร์ โดนเครื่องบินชนดับคารันเวย์

9 พ.ค. 2569 21:52 น.

บุคคลปริศนา บุกรุกสนามบินเดนเวอร์ โดนเครื่องบินชนดับคารันเวย์

บุคคลปริศนาบุกรุกเข้าไปในสนามบินเดนเวอร์ในยามวิกาล ก่อนจะถูกเครื่องบินของสายการบินฟรอนเทียร์ ที่กำลังจะออกเดินทาง ชนจนเสียชีวิตบนรันเวย์ และทำให้มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 12 ราย

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบิน “ฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์ส” (Frontier Airlines) พุ่งชนคนเสียชีวิตขณะกำลังพยายามนำเครื่องขึ้นจากรันเวย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์ เมื่อกลางดึกคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทางท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์ (DIA) ระบุในแถลงการณ์ว่า การพุ่งชนครั้งนี้ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ที่เครื่องยนต์เป็นเวลาสั้นๆ ซึ่งทางหน่วยดับเพลิงเดนเวอร์สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสายการบินฟรอนเทียร์แถลงว่า มีกลุ่มควันลอยเข้ามาภายในห้องโดยสาร จึงมีการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 224 คนลงจากเครื่องผ่านสไลด์ฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย พร้อมระบุด้วยว่า “เราเสียใจอย่างที่สุดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

ข้อมูลจากสนามบินระบุว่า บุคคลดังกล่าวข้ามรั้วรักษาความปลอดภัยเข้ามา และถูกชนจนเสียชีวิตในอีก 2 นาทีต่อมาขณะกำลังวิ่งตัดหน้ารันเวย์

เจ้าหน้าที่รายงานว่า เครื่องบินของ ฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์ส ลำนี้กำลังออกเดินทางจากเดนเวอร์มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส เมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นก่อนจะพุ่งชนบุคคลดังกล่าว

นายชอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในขณะนั้นเครื่องบินกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

“เมื่อคืนที่ผ่านมา มีผู้บุกรุกละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินนานาชาติเดนเวอร์ โดยตั้งใจปีนรั้วกั้นและวิ่งออกไปยังรันเวย์” ดัฟฟีระบุในแถลงการณ์ “ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ควร บุกรุกเข้าไปในพื้นที่สนามบินเดนเวอร์”

ทางท่าอากาศยานฯ ระบุว่า เบื้องต้นเชื่อว่าบุคคลนี้ไม่ใช่พนักงานของสนามบินและยังไม่มีการระบุตัวตนว่าคนผู้นี้เป็นใคร นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบแนวกั้นรั้วแล้วพบว่ายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้โดยสารบนเครื่องบิน 12 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดย 5 คนในจำนวนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

ปัจจุบัน ผู้โดยสารส่วนใหญ่เดินทางออกจากเดนเวอร์แล้วด้วยเครื่องบินลำอื่นของฟรอนเทียร์ แต่รันเวย์ที่เกิดเหตุยังคงปิดให้บริการ เพื่อให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) และคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ดำเนินการสืบสวน

“เราเสียใจอย่างยิ่งกับอุบัติเหตุครั้งนี้ และขอแสดงความเสียใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน” ทางสนามบินเดนเวอร์ระบุทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกาหลีเหนือเตรียมติดตั้งปืนใหญ่อัตตาจรใหม่ใกล้ชายแดน กรุงโซลเสี่ยงอยู่ในรัศมีโจมตี

เกาหลีเหนือเตรียมติดตั้งปืนใหญ่อัตตาจรใหม่ใกล้ชายแดน กรุงโซลเสี่ยงอยู่ในรัศมีโจมตี

9 พ.ค. 2569 11:41 น.

เกาหลีเหนือเตรียมติดตั้งปืนใหญ่อัตตาจรใหม่ใกล้ชายแดน กรุงโซลเสี่ยงอยู่ในรัศมีโจมตี

เกาหลีเหนือประกาศเตรียมติดตั้งอาวุธปืนใหญ่อัตตาจร หรือปืนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองแบบใหม่ ตามแนวชายแดนติดเกาหลีใต้ ซึ่งอาจทำให้กรุงโซลอยู่ในรัศมีการโจมตีโดยตรง 

สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA รายงานว่านายคิม จอง อึน ได้เดินทางตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาวุธ พร้อมติดตามการผลิตปืนใหญ่อัตตาจรฮาวอิตเซอร์ขนาด 155 มิลลิเมตร รุ่นใหม่

อาวุธดังกล่าวมีพิสัยยิงไกลกว่า 60 กิโลเมตร และมีกำหนดนำเข้าประจำการภายในปีนี้ในหน่วยปืนใหญ่ระยะไกลบริเวณชายแดนเกาหลีใต้

รายงานระบุว่า กรุงโซลตั้งอยู่ห่างจากชายแดนเกาหลีเหนือเพียงประมาณ 50-60 กิโลเมตร ส่งผลให้เมืองหลวงของเกาหลีใต้ รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดคยองกี ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและมีประชากรมากที่สุดของประเทศ อาจอยู่ในระยะโจมตีของอาวุธชนิดใหม่นี้ โดยนาย คิม จอง อึน ระบุว่า อาวุธรุ่นใหม่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและข้อได้เปรียบสำคัญต่อปฏิบัติการภาคพื้นดินของกองทัพ

แม้รัฐบาลเกาหลีใต้จะพยายามส่งสัญญาณสันติภาพ แต่เกาหลีเหนือ ยังคงแสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่อเกาหลีใต้ โดยล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลเปียงยางได้ลบข้อความเกี่ยวกับการรวมชาติเกาหลี ออกจากรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุขอบเขตดินแดนใหม่ที่แยกเกาหลีใต้ออกชัดเจน

นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของเกาหลีเหนือ และอาจทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกตึงเครียดมากขึ้น

ขณะเดียวกันสำนักข่าว KCNA ยังเผยภาพคิม จอง อึน เดินทางตรวจสอบเรือพิฆาตขนาด 5,000 ตันชื่อ ” โช ฮยอน” ก่อนเข้าประจำการอย่างเป็นทางการ โดยมีลูกสาวคิม จู แอ ร่วมเดินทางด้วย ซึ่งภาพที่เผยแพร่แสดงให้เห็นผู้นำเกาหลีเหนือนั่งรับประทานอาหารร่วมกับทหารเรือภายในเรือรบ โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เรือพิฆาตลำดังกล่าวอาจสามารถติดตั้งขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์ที่รองรับหัวรบนิวเคลียร์ได้.

ที่มา : channelnewsasia

ศรีลังกากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับต่างชาติกว่า 260 คน ส่วนใหญ่เป็นจีนและเวียดนาม

ศรีลังกากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับต่างชาติกว่า 260 คน ส่วนใหญ่เป็นจีนและเวียดนาม

9 พ.ค. 2569 11:18 น.

ศรีลังกากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับต่างชาติกว่า 260 คน ส่วนใหญ่เป็นจีนและเวียดนาม

ทางการศรีลังกา เดินหน้าปราบปรามขบวนการอาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จับกุมชาวต่างชาติกว่า 260 คน ฐานต้องสงสัยเอี่ยวเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หรือ ไซเบอร์สแกม

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจศรีลังกาจับกุมชาวจีนและชาวเวียดนามรวม 30 คน ในพื้นที่เวราเฮรา ชานกรุงโคลอมโบ ส่งผลให้ยอดผู้ถูกจับกุมตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 261 คน

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เพิ่งจับกุมชาวเวียดนามอีก 74 คนในกรุงโคลอมโบ และศาลมีคำสั่งควบคุมตัวจนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม

ตำรวจศรีลังกาเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยจำนวนมากเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แต่ลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ขณะที่บางคนอยู่เกินกำหนดวีซ่า

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นศูนย์ปฏิบัติการต้องสงสัยในย่าน Kollupitiya และยึดคอมพิวเตอร์รวมถึงโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก เพื่อตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัยมีอายุระหว่าง 19-39 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศเกินกำหนด

ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโคลอมโบระบุว่า กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลศรีลังกา เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวจีนเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศ

พร้อมระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของศรีลังกา รวมถึงนโยบายวีซ่าที่ค่อนข้างผ่อนปรน ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเลือกใช้ประเทศแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม ทางการศรีลังกา เคยจับกุมชาวจีนกว่า 135 คน ที่ต้องสงสัยเปิดปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์จากโรงแรมแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ก่อนส่งตัวกลับประเทศจีนในเวลาต่อมา ขณะที่ในปี 2024 ทางการศรีลังกาเคยจับกุมชาวจีน 230 คน และชาวอินเดียอีก 200 คน ในคดีเกี่ยวข้องกับศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์ทั่วประเทศ.

ที่มา : channelnewsasia

“เคียร์ สตาร์เมอร์” เจอแรงกดดันหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ทั่วสหราชอาณาจักร

“เคียร์ สตาร์เมอร์” เจอแรงกดดันหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ทั่วสหราชอาณาจักร

9 พ.ค. 2569 09:53 น.

“เคียร์ สตาร์เมอร์” เจอแรงกดดันหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ทั่วสหราชอาณาจักร

เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผชิญแรงกดดันทางการเมืองครั้งสำคัญ หลังพรรคแรงงาน สูญเสียคะแนนเสียงและที่นั่งจำนวนมากในการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์

ผลการเลือกตั้งล่าสุดถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของพรรคแรงงาน โดยเฉพาะในเวลส์ ที่พรรคสูญเสียอำนาจหลังบริหารพื้นที่มายาวนานกว่า 27 ปี

แม้นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยันว่าจะไม่ลาออก เพราะไม่ต้องการผลักประเทศเข้าสู่ความวุ่นวาย แต่กระแสภายในพรรคเริ่มร้อนแรงขึ้น โดยมี ส.ส.พรรคแรงงานบางส่วนเรียกร้องให้เขากำหนดกรอบเวลาวางมือจากตำแหน่ง

ขณะที่ในสก็อตแลนด์ พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ หรือ SNP ยังคงเป็นพรรคใหญ่ที่สุด แม้จะไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาด

ส่วนในอังกฤษ พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร กลายเป็นผู้ชนะรายใหญ่ของการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังคว้าที่นั่งมากกว่า 1,400 ที่นั่ง และยึดครองสภาท้องถิ่นหลายพื้นที่ที่เดิมเป็นฐานเสียงสำคัญของทั้งพรรคแรงงานและพรรคอนุรักษนิยม

ข้อมูลจาก BBC Projected National Share ระบุว่าพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร มีคะแนนนิยมสูงสุดที่ 26% ขณะที่พรรคกรีนได้ 18%

ด้านพรรคแรงงานและพรรคอนุรักษนิยมมีคะแนนสูสีกันที่ 17% สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเมืองอังกฤษ และการลดบทบาทของสองพรรคใหญ่ดั้งเดิม

รายงานระบุว่า มี ส.ส.พรรคแรงงานอย่างน้อย 22 คน ออกมาเรียกร้องให้นายเคียร์ สตาร์เมอร์ลาออก หรือกำหนดแผนส่งต่อผู้นำพรรค

อย่างไรก็ตาม แกนนำรัฐบาลหลายคนยังออกมาสนับสนุนเขา รวมถึงเวส สตรีทติง ที่ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีจะยังได้รับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี

ด้าน ราเชล รีฟส์ กล่าวว่ารัฐบาลยังต้องเดินหน้าทำตามคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน ขณะที่เอ็ด มิลลิแบนด์ ยอมรับว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหายนะสำหรับพรรคแรงงาน

ด้านนายเคียร์ สตาร์เมอร์กล่าวหลังทราบผลเลือกตั้งว่า แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่ยากลำบากแต่เขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่าพรรคแรงงานต้องตอบสนองต่อเสียงประชาชน ด้วยการสร้างความเป็นเอกภาพ มากกว่าการแบ่งฝ่ายทางการเมือง โดยมีการคาดการณ์ว่า เขาเตรียมปรับแนวทางบริหารรัฐบาลครั้งใหญ่ในสัปดาห์หน้า เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนและลดแรงกดดันภายในพรรค.

ที่มา : BBC

WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ

WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ

9 พ.ค. 2569 08:39 น.

WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ

องค์การอนามัยโลก ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาแล้ว 6 ราย จากผู้ต้องสงสัย 8 ราย หลังเกิดการระบาดบนเรือสำราญ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ แต่ประเมินความเสี่ยงต่อประชากรโลกยังอยู่ในระดับต่ำ

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาแล้ว 6 ราย จากผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 8 ราย หลังเกิดการระบาดบนเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) ซึ่งลอยลำอยู่นอกชายฝั่งประเทศเคปเวิร์ด ในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยผู้ติดเชื้อที่ยืนยันทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ “แอนดีสไวรัส” (Andes virus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของไวรัสฮันตาที่พบในอเมริกาใต้ และเป็นสายพันธุ์หายากที่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แม้จะเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตราว 38% โดยผู้เสียชีวิตประกอบด้วย คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และหญิงชาวเยอรมัน ส่วนผู้ป่วยรายอื่นยังอยู่ระหว่างการรักษาและเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

WHO ประเมินว่า ความเสี่ยงต่อประชากรโลกจากเหตุการณ์นี้ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ความเสี่ยงสำหรับผู้โดยสารและลูกเรือบนเรือถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง พร้อมย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์ทางระบาดวิทยาอย่างต่อเนื่อง

รายงานยังระบุว่า มีชาวสิงคโปร์ 2 คน อยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อ ขณะที่นายแพทย์เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO มีกำหนดเดินทางไปยังเกาะเตเนรีเฟ ของสเปน ในวันที่ 9 พฤษภาคม เพื่อร่วมประสานงานการอพยพผู้โดยสารและควบคุมสถานการณ์ร่วมกับทางการสเปน

ทั้งนี้ ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ฟันแทะ โดยเชื้อสามารถแพร่ผ่านปัสสาวะ น้ำลาย หรือมูลของหนูที่ปนเปื้อนในอากาศ อย่างไรก็ตาม WHO ย้ำว่า โอกาสระบาดใหญ่ทั่วโลกยังต่ำมาก เพราะการติดต่อระหว่างคนสู่คนเกิดขึ้นได้ยาก และต้องสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในสายพันธุ์แอนดีสไวรัสที่พบในอาร์เจนตินาและชิลีเท่านั้น.

ที่มา AFP

ชาวเกาะเตเนริเฟไม่พอใจ เรือสำราญฮันตาไวรัสเตรียมเทียบท่าสเปน หวั่นเชื้อระบาด

ชาวเกาะเตเนริเฟไม่พอใจ เรือสำราญฮันตาไวรัสเตรียมเทียบท่าสเปน หวั่นเชื้อระบาด

9 พ.ค. 2569 07:54 น.

ชาวเกาะเตเนริเฟไม่พอใจ เรือสำราญฮันตาไวรัสเตรียมเทียบท่าสเปน หวั่นเชื้อระบาด

ประชาชนบนเกาะเตเนริเฟ ของสเปน กำลังเผชิญทั้งความกังวลและความไม่พอใจ หลังเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส ซึ่งเกิดการระบาดของไวรัสฮันตาไวรัส เตรียบเดินทางเข้าเทียบท่าในช่วงสุดสัปดาห์นี้

รัฐบาลสเปนเปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับองค์การอนามัยโลก หรือ WHO และอนุญาตให้ผู้โดยสารบนเรือลงจากเรือที่หมู่เกาะคานารีได้ หลังเรือเดินทางมาจากเคปเวิร์ด (Cape Verde) ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้โดยสาร 3 คนถูกอพยพออกจากเรือเนื่องจากป่วย

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คนงานท่าเรือในเกาะคานารีจำนวนหนึ่งรวมตัวประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาท้องถิ่นในเมือง ซานตา ครูซ เพื่อแสดงความกังวลว่า การมาถึงของเรือสำราญอาจสร้างความเสี่ยงด้านสาธารณสุขแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน โดยผู้ประท้วงเป่านกหวีด ใช้แตรวูวูเซลา และถือป้ายเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการป้องกัน

โจอานา บาติสตา ตัวแทนสหภาพแรงงานท่าเรือกล่าวว่า พนักงานไม่พอใจที่ต้องทำงานโดยไม่มีข้อมูลหรือมาตรการความปลอดภัยเพียงพอ ขณะที่เรือที่มีผู้ติดเชื้อกำลังจะเข้ามาเทียบท่า

เธอยังระบุว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินมาตรการที่เหมาะสม คนงานบางส่วนอาจขัดขวางการเข้าเทียบท่าของเรือสำราญลำดังกล่าว

ด้านมาเรีย เดอ ลา ลุซ เซเดโน  ซึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์การประท้วง แสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลกลาง โดยมองว่า นี่คืออีกหนึ่งปัญหาที่ชาวหมู่เกาะคานารีต้องแบกรับ โดยเชื่อมโยงสถานการณ์นี้เข้ากับปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายจำนวนมากที่เดินทางจากแอฟริกาเหนือและแอฟริกาตะวันตกเข้าสู่หมู่เกาะคานารีตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก NGO Caminando Fronteras ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คนในปี 2025 ระหว่างพยายามเดินทางมายังหมู่เกาะคานารีด้วยเรือขนาดเล็ก

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีแห่งหมู่เกาะคานารีเฟอร์นันโด คลาวิโจได้แสดงจุดยืนคัดค้านการรับเรือสำราญลำนี้ แต่รัฐบาลกลางสเปนยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม

ด้านรัฐบาลสเปนชี้แจงว่า เรือเอ็มวี ฮอนดิอุส จะไม่เข้าเทียบท่าหลักของเตเนริเฟ แต่จะจอดลอยลำนอกชายฝั่ง ก่อนลำเลียงผู้โดยสารไปยังท่าเรืออุตสาหกรรมกรันนาดิลลาทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ชุมชน

หลังจากนั้น ผู้โดยสารจะถูกส่งกลับประเทศต้นทางทันที ส่วนชาวสเปน 14 คนบนเรือจะถูกนำตัวไปยังมาดริดเพื่อกักตัว โดยยืนยันว่า จะไม่มีการสัมผัสระหว่างผู้โดยสารกับประชาชนบนเกาะ และชาวเมืองจะได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ สำหรับชาวหมู่เกาะคานารีจำนวนมาก เหตุการณ์เรือสำราญระบาดฮันตาไวรัสครั้งนี้ ทำให้นึกถึงช่วงเริ่มต้นการระบาดของ COVID-19 ในสเปน ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันบนเกาะลา โกเมรา เคยเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศ ส่งผลให้โรงแรมแห่งหนึ่งในเตเนริเฟต้องกักตัวแขกและพนักงานเกือบ 1,000 คน

ทั้งนี้ พรรคการเมืองขวาจัด Vox ของสเปนพยายามใช้ประเด็นเรือสำราญเชื่อมโยงกับปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย ขณะที่ WHO และรัฐบาลสเปนย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 อย่างชัดเจน.

ที่มา :BBC