BYD ท้าชนเจ้าตลาด ค่ายรถญี่ปุ่น-ยุโรปเผชิญแรงกดดันหนัก หลังรถ EV จีนรุกตลาดทั่วโลก
อุตสาหกรรมยานยนต์โลกเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน นำโดย BYD ขยายตลาดทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทรถจากญี่ปุ่น เยอรมนี และสหรัฐฯ ต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่ม
ตลอดช่วงทศวรรษ 2000 และ 2010 ตลาดรถยนต์โลกถูกครอบครองโดยผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่ราย เช่น Toyota, Volkswagen, Honda และ Ford ขณะที่ผู้ผลิตจากจีนยังไม่สามารถก้าวขึ้นสู่กลุ่มผู้นำการผลิตรถยนต์ระดับโลกได้ ส่วน Tesla ในเวลานั้นยังเป็นเพียงผู้เล่นรายเล็กในตลาด
อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดจีนได้เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในช่วงทศวรรษ 2020 โดยแม้ Toyota และ Volkswagen Group ยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน โดยเฉพาะ BYD กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหาร BMW และ Mercedes-Benz เชื่อว่าจุดแข็งสำคัญของแบรนด์หรูยังคงอยู่ที่ประสบการณ์การครอบครองรถยนต์ ภาพลักษณ์ และคุณค่าของแบรนด์ ซึ่งไม่สามารถสร้างขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เตือนว่า เมื่อหลายประเทศเริ่มกำหนดนโยบายมุ่งสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แบรนด์หรูเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการแข่งขันในตลาด EV ได้
ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มต่างออกมาประณามการประชุมดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่กลุ่มตาลีบัน ทั้งยังขัดต่อพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของ EU และอาจทำให้ประชาชนทั้งในยุโรปและอัฟกานิสถานต้องตกอยู่ในอันตราย
“ประเทศสมาชิก EU กำลังทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง จากการที่ด้านหนึ่งออกมาร่วมประณามการละเมิดสิทธิของตาลิบานและเรียกร้องความรับผิดชอบ แต่อีกด้านหนึ่งกลับร่วมมือกับตาลิบานเพื่อบังคับส่งกลับชาวอัฟกัน”
“ยุโรปต้องไม่สร้างความชอบธรรมให้กับระบอบการปกครองที่เป็นต้นเหตุของวิกฤตสิทธิมนุษยชนที่ย่ำแย่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับกลุ่มตาลิบานจะต้องเริ่มต้นและสิ้นสุดด้วยเรื่องสิทธิของสตรีและเด็กหญิงชาวอัฟกัน” เธอระบุในข้อความบนแพลตฟอร์ม X