“ทิม คุก” เผยแอปเปิลจ่อขึ้นราคาสินค้า เหตุชิปความจำขาดแคลน-กระแส AI บูม

"ทิม คุก" เผยแอปเปิลจ่อขึ้นราคาสินค้า เหตุชิปความจำขาดแคลน-กระแส AI บูม

18 มิ.ย. 2569 12:13 น.

“ทิม คุก” เผยแอปเปิลจ่อขึ้นราคาสินค้า เหตุชิปความจำขาดแคลน-กระแส AI บูม

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล เปิดเผยว่าบริษัทมีแผนปรับขึ้นราคาสินค้า หลังต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เร่งแข่งขันแย่งกำลังการผลิตทั่วโลก

นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ได้เปิดเผยผ่านบทสัมภาษณ์กับสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ว่าแอปเปิลมีแผนที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนชิปความจำและหน่วยความจำสำรองที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคุกระบุว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเข้าขั้น “ไม่สามารถแบกรับได้อีกต่อไป”

วิกฤตการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ชิปในศูนย์ข้อมูล เพื่อรองรับระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกต้องเปิดศึกแย่งชิงชิปความจำที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะชิปประเภท DRAM ซึ่งผู้ผลิตชิปได้หันไปจัดสรรกำลังการผลิตให้แก่ชิปความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่จำเป็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI มากขึ้น ส่งผลให้ราคาของ RAM ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ปัญหายังถูกซ้ำเติมจากไฟสงครามในอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นก๊าซที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ยิ่งส่งผลให้ต้นทุนชิปคอมพิวเตอร์ทั่วโลกทะยานสูงขึ้นไปอีก

“น่าเสียดายที่การปรับขึ้นราคานั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ทิม คุก กล่าวกับ WSJ “เราพยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะบรรเทาผลกระทบจากราคาที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งถูกส่งต่อมายังเรา และเราพยายามที่จะปกป้องลูกค้าของเราจากการขึ้นราคานี้ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าจะรับไหวแล้ว อุปทานชิปมีน้อยลงในเวลาที่ผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ และฝั่งผู้ผลิตชิปก็ผลักภาระต้นทุนมหาศาลมาให้เรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องการให้ราคาและปริมาณของชิปความจำกลับคืนสู่ระดับที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค”

อย่างไรก็ตาม ทิม คุก ซึ่งกำลังจะส่งไม้ต่อให้แก่ “จอห์น เทอร์นัส” ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ในเดือนกันยายนนี้ ยังไม่ได้เปิดเผยกรอบเวลาหรือสัดส่วนราคาที่จะปรับขึ้น รวมถึงยังไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก ซึ่งทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max รวมถึง iPhone หน้าจอพับได้รุ่นแรกของค่ายที่มีกำหนดการเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้โดยตรงหรือไม่

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2026 แอปเปิลได้ทำการปรับขึ้นราคาคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาอย่าง Mac Mini ไปแล้วประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,500 บาท) ขณะที่ค่ายคู่แข่งอย่างซัมซุงก็ได้เคยออกมาเตือนล่วงหน้าแล้วว่า ปัญหาชิปขาดแคลนจะทำให้ราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แพงขึ้น เช่นเดียวกับบริษัท TSMC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปจากไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงให้แก่แอปเปิล, Nvidia และ AMD ที่ไม่ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นราคาชิปเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ

เมื่อถูกถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ทิม คุก ระบุว่าแอปเปิลยินดีที่จะใช้เงินสดสำรองของบริษัทที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในการช่วยสนับสนุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตชิปความจำให้มากขึ้น แต่ปฏิเสธว่าแอปเปิล ไม่มีแผนที่จะนำเงินทุนและความเชี่ยวชาญด้านซิลิคอนของตนเองไปใช้ในการสร้างโรงงานผลิตชิปความจำและหน่วยความจำสำรองเองแต่อย่างใด.

ที่มา BBC / Reuters

“ทรัมป์-ปธน.อิหร่าน” ลงนามดิจิทัลข้อตกลงยุติสงครามตะวันออกกลาง

"ทรัมป์-ปธน.อิหร่าน" ลงนามดิจิทัลข้อตกลงยุติสงครามตะวันออกกลาง

18 มิ.ย. 2569 11:36 น.

“ทรัมป์-ปธน.อิหร่าน” ลงนามดิจิทัลข้อตกลงยุติสงครามตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ลงนามดิจิทัลในข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เพื่อเปิดช่องให้มีการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบภายใน 60 วัน เปิดทางให้อิหร่านลดระดับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ร่วมลงนามแบบดิจิทัลในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเป็นทางการ โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการเจรจา ซึ่งข้อตกลงนี้ถือเป็นเอกสารฉบับแรกที่ลงนามโดยประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 1979

รายงานระบุว่า ทรัมป์ได้จรดปากกาลงนามในช่วงระหว่างการรับประทานอาหารค่ำ ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และผู้นำโลกที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน จากเดิมที่สหรัฐฯ ระบุว่าพิธีลงนามอย่างเป็นทางการสำหรับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย.)

ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้แสดงความสงสัยในเรื่องนี้ โดยกล่าวกับสำนักข่าว IRIB ว่า เนื่องจากประธานาธิบดีทั้งสองได้ลงนามไปแล้ว “จึงจะไม่มีพิธีลงนามใดๆ จัดขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์”

ผู้นำยุโรปมีความกังวลเช่นเดียวกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ไม่เคยสนับสนุนการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะทำสงครามโดยปราศจากการอนุมัติจากสหประชาชาติ และกังวลว่าอิหร่านจะได้รับอำนาจต่อรองมากขึ้นจากการต้านทานการโจมตีของมหาอำนาจและยืนยันการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

ผู้นำของฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลี แคนาดา และสหรัฐฯ เรียกร้องในแถลงการณ์ร่วมให้มีการหยุดยิงทันทีในเลบานอน ซึ่งในบันทึกข้อตกลงเรียกร้องให้ยุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลลาห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนและทำให้ผู้คนกว่าล้านคนต้องพลัดถิ่น

ข้อตกลงที่มีกรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน ฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านจนลุกลามเป็นสงครามภูมิภาค โดยมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญของโลกในทันที โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ส่วนสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางเรือต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน และระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอิหร่านมาอย่างยาวนานทันที

นอกจากนั้น อิหร่านตกลงที่จะลดความเข้มข้นของคลังสำรองยูเรเนียมที่มีคุณสมบัติสูงลง ภายใต้การควบคุมดูแลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พร้อมยืนยันว่าจะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์ และหากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย สหรัฐฯ จะช่วยประสานงานเพื่อปล่อยเงินทุนฟื้นฟูประเทศหลังสงครามมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.78 ล้านล้านบาท) ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มประเทศในภูมิภาค รวมถึงยกเลิกการอายัดสินทรัพย์ของอิหร่าน

แม้จะมีการลงนาม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงใช้ถ้อยคำที่ดุดันในการแถลงข่าว โดยระบุว่า “เราจะทิ้งระเบิดใส่พวกเขาให้ยับหากพวกเขาละเมิดข้อตกลงนี้ ผมไม่ได้อยากทำแบบนั้น ผมอยากให้พวกเขาปฏิบัติตามสัญญา” ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังยอมถอยจากคำมั่นสัญญาเดิมที่เคยบอกว่าจะทำลายล้างอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านให้สิ้นซาก โดยกล่าวว่า “ถ้าประเทศอื่นมีขีปนาวุธได้ มันก็ไม่ยุติธรรมถ้าอิหร่านจะไม่มีบ้าง”

ทางด้านฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ นำโดย สว.บิล คาสซิดี จากพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง ได้ออกมาวิจารณ์ข้อตกลงนี้อย่างรุนแรง โดยชี้ว่าเป็นความล้มเหลวด้านนโยบายต่างประเทศที่แย่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เนื่องจากไม่ได้จำกัดความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างแท้จริง และทำให้อิหร่านรู้ว่าการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้นได้ผล

ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน ได้แถลงผ่านโทรทัศน์แห่งชาติชื่นชมว่านี่คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของอิหร่าน โดยระบุว่า “ทุกสิ่งที่เราพยายามบรรลุผ่านการทำสงคราม เราได้รับมันกลับมามากกว่าเดิมหลายเท่าผ่านการเจรจา” เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านยังคงอยู่ คลังยูเรเนียมไม่ได้ถูกยึด และขีปนาวุธก็ไม่ได้ถูกทำลาย

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากทรัมป์ออกมาขู่ขวัญอิหร่านรอบใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้อตกลงนี้จะระบุให้ครอบคลุมถึงการหยุดยิงในเลบานอนด้วย แต่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้พยายามเอาตัวออกห่างจากข้อตกลงนี้ เนื่องจากอิสราเอลไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจา ส่งผลให้กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ก็ได้ส่งโดรนกามิกาเซ่โจมตีกลับ จนทหารอิสราเอลได้รับบาดเจ็บ 5 นาย

โดยทรัมป์ได้กล่าวตำหนิเนทันยาฮูอย่างนุ่มนวลต่อสื่อมวลชนว่า “เนทันยาฮูเป็นคนดี แต่บางครั้งก็ตื่นตูมเกินไปหน่อย เรามีความเห็นต่างกันเล็กน้อยเกี่ยวกับเลบานอน ผมบอกเขาว่า “บีบี เบาลงหน่อยก็ได้ คุณไม่จำเป็นต้องพังตึกทิ้งทุกครั้งที่มีคนของเฮซบอลเลาะห์เดินเข้าไปหรอก’”

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มเปิดฉากการเจรจารายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนเป็นเวลา 2 เดือนนับจากนี้ เพื่อมุ่งสู่การทำสนธิสัญญาสันติภาพที่ถาวรต่อไป.

ที่มา AFP / Reuters

สื่อกัมพูชาตีข่าว สนามบินนานาชาติเตโช ติดโผสนามบินสวยที่สุดในโลกปี 2026

สื่อกัมพูชาตีข่าว สนามบินนานาชาติเตโช ติดโผสนามบินสวยที่สุดในโลกปี 2026

18 มิ.ย. 2569 10:34 น.

สื่อกัมพูชาตีข่าว สนามบินนานาชาติเตโช ติดโผสนามบินสวยที่สุดในโลกปี 2026

สื่อกัมพูชาตีข่าว สนามบินนานาชาติเตโช ติดโผสนามบินสวยที่สุดในโลกปี 2026 จากเวที Prix Versailles ด้วยการออกแบบที่ผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้ากับเอกลักษณ์วัฒนธรรมเขมร

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 สนามบินนานาชาติเตโช ของกัมพูชา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สนามบินที่สวยที่สุดในโลกประจำปี 2026” จากการประกาศรางวัล World Selection เวทีรางวัลด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบระดับนานาชาติ โดยคณะกรรมการยกย่องความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม การสะท้อนอัตลักษณ์เขมร และการผสานวัฒนธรรมกัมพูชาเข้ากับงานออกแบบ  

งานนี้จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนขององค์การยูเนสโกมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อยกย่องโครงการที่สามารถผสมผสานความเป็นเลิศทางสถาปัตยกรรม นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ มรดกท้องถิ่น ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

เลขาธิการรางวัลกล่าวว่า สนามบินในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางการคมนาคม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคมของแต่ละประเทศ ที่ผ่านมา สนามบินที่เคยได้รับการคัดเลือกในประเภทนี้ ได้แก่ อาคารผู้โดยสาร 2 ของสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ และอาคารผู้โดยสาร B ของสนามบินลาการ์เดีย นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ

ทั้งนี้ สนามบินนานาชาติเตโชเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของบริษัท โอเวอร์ซีส์ กัมพูชา อินเวสต์เมนต์ คอร์ปอเรชัน ได้รับการออกแบบจากบริษัทสถาปนิกอังกฤษ ฟอสเตอร์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส จุดเด่นของสนามบินคือหลังคาขนาดใหญ่ ตัวอาคารยกสูงบริเวณกึ่งกลาง สะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณของเขมร ขณะที่รายละเอียดโครงสร้างภายในได้รับแรงบันดาลใจจากงานจักสานแบบดั้งเดิม.

ที่มา Freshnews

สะเทือนวงการ AI! “โนม ชาซีร์” ผู้ร่วมพัฒนา Google Gemini ย้ายซบ OpenAI

สะเทือนวงการ AI! "โนม ชาซีร์" ผู้ร่วมพัฒนา Google Gemini ย้ายซบ OpenAI

18 มิ.ย. 2569 10:12 น.

สะเทือนวงการ AI! “โนม ชาซีร์” ผู้ร่วมพัฒนา Google Gemini ย้ายซบ OpenAI

วงการ AI เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ โนม ชาซีร์ รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของกูเกิล และหนึ่งในผู้พัฒนาโมเดล AI Gemini ประกาศลาออก เพื่อเข้าร่วมงานกับ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT 

การย้ายงานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ที่กำลังเร่งพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ และแย่งชิงบุคลากร AI ระดับแนวหน้า ขณะที่บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT กำลังเตรียมเข้าสู่การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก หรือ IPO

รายงานระบุว่า การตัดสินใจของชาซีร์ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะเกิดขึ้นไม่ถึง 2 ปี หลังจากกูเกิลเคยทุ่มเงินประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.7 หมื่นล้านบาท เพื่อดึงตัวเขากลับมาร่วมงาน พร้อมทีมวิจัยจากสตาร์ทอัพ Character.AI ที่เขาเคยเป็นผู้นำ

ก่อนหน้านี้ในปี 2024 กูเกิลแต่งตั้งชาซีร์เป็นหนึ่งในผู้ร่วมดูแลการพัฒนา Gemini AI โดยเขาถูกมองว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้ Gemini สามารถไล่ตามความสามารถของ ChatGPT จาก OpenAI ได้อย่างรวดเร็ว

ชาซีร์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า เขาภูมิใจอย่างมากกับทีมงานกูเกิลและผลงานที่สร้างร่วมกัน พร้อมบอกว่าตื่นเต้น ที่จะได้เข้าร่วมกับ OpenAI

ด้านกูเกิลออกแถลงการณ์ขอบคุณชาซีร์สำหรับผลงานสำคัญที่สร้างให้บริษัทตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ชาซีร์เข้าร่วมงานกับกูเกิลตั้งแต่ปี 2000 และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัยสำคัญในปี 2017 เรื่อง “Transformer” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส AI ยุคใหม่ และนำไปสู่การเติบโตอย่างรวดเร็วของแชตบอตอัจฉริยะในปัจจุบัน

การย้ายทีมครั้งนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ OpenAI กำลังขยายธุรกิจครั้งใหญ่ ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกแข่งขันกันเพื่อครองตำแหน่งผู้นำด้าน AI แห่งอนาคต.

ที่มา : channelnewsasia

ผู้นำ G7 แถลงย้ำเป้าหมายปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ทรัมป์รับปากร่วมผลักดันสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี

ผู้นำ G7 แถลงย้ำเป้าหมายปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ทรัมป์รับปากร่วมผลักดันสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี

18 มิ.ย. 2569 08:44 น.

ผู้นำ G7 แถลงย้ำเป้าหมายปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ทรัมป์รับปากร่วมผลักดันสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี

ผู้นำกลุ่ม G7 ออกแถลงการณ์ร่วมย้ำเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนืออย่างสมบูรณ์ตามมติยูเอ็น ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ รับปากกับผู้นำเกาหลีใต้ พร้อมมีบทบาทผลักดันสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น และอิตาลี ออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการประชุมสุดยอด G7 ที่เมืองเอเวียง-เลส์-แบงส์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 16-18 มิถุนายน โดยย้ำความมุ่งมั่นในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างสมบูรณ์ตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

แถลงการณ์ระบุว่า ผู้นำ G7 มีความกังวลอย่างยิ่งต่อโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ พร้อมย้ำความสำคัญของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ภายใต้หลักนิติธรรม พร้อมคัดค้านความพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมในทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ และช่องแคบไต้หวันด้วยการใช้กำลังหรือการบีบบังคับ โดยยืนยันว่าข้อพิพาทควรได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาอย่างสันติ

ขณะเดียวกัน นายโอ ฮยอน-จู รองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ระหว่างการประชุม G7 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้หารือกับนายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หลายครั้ง และแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเด็นคาบสมุทรเกาหลี โดยทรัมป์กล่าวว่า เขาจะหาหนทางช่วยสนับสนุนสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี และพร้อมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำเกาหลีใต้ในเรื่องนี้

ด้านนายอี แจ-มยอง ได้แสดงความยินดีกับทรัมป์ต่อความคืบหน้าของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก.

ที่มา NHK

ราคาน้ำมันโลกร่วง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ดันน้ำมันอิหร่านกลับสู่ตลาดกดดันราคา

ราคาน้ำมันโลกร่วง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ดันน้ำมันอิหร่านกลับสู่ตลาดกดดันราคา

18 มิ.ย. 2569 08:28 น.

ราคาน้ำมันโลกร่วง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ดันน้ำมันอิหร่านกลับสู่ตลาดกดดันราคา

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงอีกครั้งในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ลดลง 89 เซนต์ หรือ 1.12% มาอยู่ที่ 78.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือ WTI ลดลง 98 เซนต์ หรือ 1.28% มาอยู่ที่ 75.81 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

การปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังราคาน้ำมันเคยฟื้นตัวเมื่อวันพุธ จากคำเตือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ระบุว่า สหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านอีก หากผู้นำอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

โทนี ซีคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG ระบุว่า ตลาดพลังงานกำลังประเมินว่า น้ำมันจากอิหร่านอาจกลับเข้าสู่ตลาดเร็วกว่าคาด หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น

ข้อตกลงดังกล่าวมี 14 ข้อ และกำหนดช่วงเจรจา 60 วัน โดยอิหร่านจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลกได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม พร้อมตั้งเป้าให้การเดินเรือกลับมาเต็มศักยภาพภายใน 30 วัน

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงเบื้องต้นยังไม่ได้แก้ไขประเด็นสำคัญหลายเรื่อง เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และยังต้องมีแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA เตือนว่า หากข้อตกลงเดินหน้าและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดเต็มรูปแบบ วิกฤตอุปทานน้ำมันในปีนี้อาจพลิกเป็นภาวะน้ำมันล้นตลาดในปี 2027

IEA คาดว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกอาจมากกว่าความต้องการถึง 5.05 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า หลังน้ำมันจากตะวันออกกลางกลับเข้าสู่ตลาด

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (Fed) กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งอาจชะลอเศรษฐกิจและลดความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก.

ที่มา : channelnewsasia

อิหร่านยืนยัน MOU เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลัง 2 ฝ่ายลงนามแบบดิจิทัล

อิหร่านยืนยัน MOU เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลัง 2 ฝ่ายลงนามแบบดิจิทัล

18 มิ.ย. 2569 06:20 น.

อิหร่านยืนยัน MOU เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลัง 2 ฝ่ายลงนามแบบดิจิทัล

โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า MOU ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามแบบดิจิทัลไปแล้ว และจะไม่มีพิธีลงนามเกิดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์

เมื่อ 18 มิ.ย. 2569 สถานีวิทยุและโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ได้ “เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการแล้ว” หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามในรูปแบบดิจิทัล

“มีการตกลงกันว่าบันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ จะลงนามในรูปแบบดิจิทัล” นายบากาอีกล่าว พร้อมระบุเสริมว่า แม้จะมีแผนการให้คณะผู้เจรจาเดินทางไปยังกรุงเจนีวา แต่จะไม่มีพิธีลงนามใด ๆ เกิดขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ หลังก่อนหน้านี้มีรายงานว่าพิธีลงนามอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันศุกร์ก็ตาม

“ขณะนี้บันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเป็นที่เรียบร้อย” นายบากาอีกล่าว และเตือนว่า การละเมิดบันทึกความเข้าใจนี้จะ “มีราคาที่ต้องจ่ายสูงขึ้น” เมื่อมันได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ

นายบากาอีกล่าวอีกว่า ประเด็นต่างๆ ใน MOU ฉบับนี้ ล้วนเป็นเรื่องที่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาหารือกันมาก่อนแล้วไม่มากก็น้อย และบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เน้นย้ำว่า การเจรจาในกรอบเวลา 60 วันข้างหน้า จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นทางนิวเคลียร์และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเพียงเท่านั้น

“การตัดสินใจที่ชาญฉลาดของสาธารณรัฐอิสลามคือ การไม่เจรจาในประเด็นนิวเคลียร์ในขั้นตอนปัจจุบันนี้” IRIB อ้างคำพูดของบากาอี “เราได้ตัดสินใจร่วมกันว่า ควรจะมุ่งเน้นไปที่การยุติสงครามเป็นอันดับแรก และเราก็ทำสิ่งนั้นสำเร็จลุล่วงแล้ว”

นายบากาอีบอกด้วยว่า MOU ฉบับนี้ได้รับการลงนามทั้งฉบับภาษาอังกฤษและภาษาฟาร์ซี (ภาษาเปอร์เซีย) ตามความต้องการของฝั่งอิหร่าน เพื่อความโปร่งใส

“นี่แสดงให้เห็นถึงระดับความโปร่งใสขั้นสูงสุดในการสื่อสารต่อสาธารณะของเรา” IRIB อ้างคำพูดของเขา “หากเนื้อความมีอยู่เพียงแค่ภาษาอังกฤษ ก็อาจจะเกิดการแปลความหมายตามอัตวิสัย หรือเกิดการแปลที่คลาดเคลื่อนแตกต่างกันออกไปได้”

เนื้อความในภาษาฟาร์ซีมีความถูกต้องตรงกันกับฉบับภาษาอังกฤษ และทางอิหร่านถือว่าเอกสารฉบับนี้ “มีผลผูกพันและมีความถูกต้องสมบูรณ์อย่างเต็มที่” นายบากาอีกล่าว

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ต่างได้ลงนาม MOU ฉบับนี้ผ่านระบบดิจิทัลไปแล้วในสัปดาห์นี้ ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ก็ได้ลงนามในเอกสารดังกล่าวผ่านระบบดิจิทัลในนามของฝั่งอิหร่านไปแล้วเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย

สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย

18 มิ.ย. 2569 04:57 น.

สว.เดโมแครตโวย MOU ดีกับอิหร่านฝ่ายเดียว สหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์เลย

สว.จากพรรคเดโมแครตหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ บันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลทรัมป์ทำร่วมกับอิหร่าน โดยมองว่า ข้อตกลงนี้ดีกับอิหร่านแต่ไม่เป็นผลดีกับสหรัฐฯ

เมื่อ 17 มิ.ย. 2569 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หลายคนจากพรรคเดโมแครต ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุร่วมกันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า นี่เป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับอิหร่าน แต่ไม่ใช่สำหรับสหรัฐฯ

ในวันพุธ สหรัฐฯ เปิดเผยเนื้อหาใน MOU อย่างเป็นทางการ โดยบันทึกความเข้าใจนี้มีกำหนดจะลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ ซึ่งจะถือเป็นการเริ่มต้นกรอบเวลา 60 วันในการเจรจาเงื่อนไขขั้นสุดท้ายของข้อตกลง

***อ่านร่าง MOU ฉบับเต็มที่นี่***

“ฉันเข้าใจดีว่าฝ่ายอิหร่านได้ประโยชน์อย่างไรจาก MOU ฉบับนี้ แต่ฉันไม่เห็นเลยจริง ๆ ว่ามันจะช่วยครอบครัวชาวอเมริกันได้แม้แต่ครอบครัวเดียว” สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน บอกกับผู้สื่อข่าวที่อาคารรัฐสภา “ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เคยอธิบายได้เลยว่าทำไมเราถึงก้าวเข้าสู่สงครามครั้งนี้ แต่โถ่เอ๋ย ตอนนี้ความสูญเสียมันชัดเจนแล้ว”

ด้านนาย อดัม ชิฟฟ์ สว.ประจำรัฐแคลิฟอร์เนียจากพรรคเดโมแครตกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงนี้ไม่เป็นผลดีต่อสหรัฐฯ เลย

“นี่ดูเหมือนจะเป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับอิหร่าน และเป็นข้อตกลงที่ย่ำแย่มากสำหรับสหรัฐอเมริกา มันเป็นเพียงข้อตกลงที่จะไปทำข้อตกลงกันต่อในประเด็นต่าง ๆ ในอนาคต แต่แทบไม่มีแรงจูงใจอะไรให้อิหร่านยอมตกลงตามเงื่อนไขเหล่านั้นจริง ๆ เลย” เขากล่าว

ขณะที่ สว. มาร์ก วอร์เนอร์ จากรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นผู้นำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภากล่าวว่า “ผมดีใจที่ประธานาธิบดีกำลังจะประกาศชัยชนะ เพราะสงครามครั้งนี้ถือเป็นความหายนะในแง่ของต้นทุนที่ชาวอเมริกันต้องจ่าย”

“ผมคิดว่าผู้คนจะมองย้อนกลับมาและพูดว่า สงครามที่เราเลือกก่อขึ้นเองครั้งนี้คือความหายนะ และในวันนี้อเมริกาก็อ่อนแอลงกว่าช่วงก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้น”

ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ดังกล่าว สหรัฐฯ จะอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีได้ และรัฐบาลเตหะรานอาจสามารถเข้าถึงกองทุนเพื่อการพัฒนาจำนวน 300,000 ล้านดอลลาร์ หากอิหร่านปฏิบัติตามข้อผูกพันเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ในการเจรจาขั้นต่อไป นอกจากนั้น สหรัฐฯ จะยกเลิกการคว่ำบาตรและปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น ไม่มีแผนลงโทษผู้รับผิดชอบเหตุสหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนอิหร่าน

ทรัมป์ลั่น ไม่มีแผนลงโทษผู้รับผิดชอบเหตุสหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนอิหร่าน

18 มิ.ย. 2569 03:29 น.

ทรัมป์ลั่น ไม่มีแผนลงโทษผู้รับผิดชอบเหตุสหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า เขาไม่มีแผนที่จะลงโทษผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุ กองทัพสหรัฐฯ โจมตีโดนโรงเรียนประถมในอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ศพ ชี้ความผิดพลาดเกิดขึ้นกันได้

เมื่อ 17 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า เขาไม่มีแผนที่จะลงโทษผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่ กองทัพสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธไปโดนโรงเรียนแห่งหนึ่งของอิหร่าน ในวันแรกของการทำสงคราม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 168 ศพ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน

นายทรัมป์กล่าวยอมรับว่า “ความผิดพลาดเกิดขึ้นกันได้” หลังถูกนักข่าวถามเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ย้ำด้วยว่า เขาไม่มีแผนที่จะเอาผิดหรือลงโทษบุคคลใดในรัฐบาลสำหรับเหตุโจมตีนี้

“ไม่ ถ้ามันเป็นความผิดพลาด ซึ่งอย่างที่คุณก็รู้ว่าเรื่องนั้นกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน มันเป็นคำถามที่แปลกมากที่จะมาถามกันในสถานการณ์แบบนี้ที่กำลังพูดถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว ไม่มีใครตั้งใจทำแบบนั้นหรอก… แล้วทหารเป็นพัน ๆ นายที่พวกเขา (อิหร่าน) ระเบิดทิ้งตอนเปิดประตูรถล่ะ? แล้วประชาชนเป็นพัน ๆ คนที่ถูกอิหร่านฆ่าล่ะ? ไม่หรอก ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นกันได้”

ทรัมป์กล่าวเสริมว่า “สงครามมันเป็นเรื่องสกปรก” และระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยกระทรวงกลาโหม ก่อนจะแนะนักข่าวให้ไปถามคำถามเพิ่มเติมกับนาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแทน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กองทัพสหรัฐฯ โจมตีโดนโรงเรียนประถม ชาจาเรห์ ตัยยิบา (Shajareh Tayyiba) ในเมืองมินาบ (Minab) โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งสื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 168 รายและครู 14 ราย โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากข้อมูลที่ล้าสมัยเกี่ยวกับฐานทัพเรือที่อยู่ใกล้เคียง จนทำให้กองทัพสหรัฐฯ เล็งเป้าหมายพลาด

จากการสอบสวนเบื้องต้นของกองทัพพบว่า เหตุโจมตีโรงเรียนแห่งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ กำลังปฏิบัติการโจมตีค่ายทหารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่อยู่ติดกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ เผยแล้ว เนื้อหา 14 ข้อใน MOU อิหร่าน มุ่งยุติสงคราม-เปิดช่องแคบ

สหรัฐฯ เผยแล้ว เนื้อหา 14 ข้อใน MOU อิหร่าน มุ่งยุติสงคราม-เปิดช่องแคบ

18 มิ.ย. 2569 02:20 น.

สหรัฐฯ เผยแล้ว เนื้อหา 14 ข้อใน MOU อิหร่าน มุ่งยุติสงคราม-เปิดช่องแคบ

สหรัฐฯ เปิดเผยเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจที่พวกเขาบรรลุร่วมกับอิหร่านเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว โดยมีข้อกำหนด 14 ข้อที่มุ่งเน้นเรื่องการยุติสงคราม, การเปิดช่องแคบ, การคลายคว่ำบาตร และอื่นๆ

เมื่อวันพุธที่ 17 มิ.ย. 2569 สหรัฐอเมริกาเปิดเผยเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่พวกเขาร่างร่วมกับอิหร่านและจะมีการลงนามในวันศุกร์นี้ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยประกอบด้วยข้อกำหนด 14 ข้อ ซึ่งรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง การผ่อนปรนข้อจำกัดทางการเงินบางประการต่ออิหร่าน และการกำหนดแนวการเจรจาขั้นสุดท้าย

เอกสารดังกล่าวมีชื่อหัวข้อว่า “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” และได้รับการเผยแพร่ออกมาหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเนื่องจากไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาต่อสาธารณะในตอนแรก

ข้อกำหนดทั้ง 14 ข้อในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ได้แก่

1 – สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน พร้อมด้วยพันธมิตรของตนในสงครามครั้งปัจจุบัน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ เพื่อประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบในทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย และให้คำมั่นว่านับจากนี้เป็นต้นไปจะไม่เปิดฉากสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ต่อกัน ตลอดจนละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน พร้อมทั้งรับรองบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะยืนยันการยุติสงครามเป็นการถาวรในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงในเลบานอนและข้อบัญญัติอื่น ๆ ในย่อหน้านี้

2 – สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านให้คำมั่นที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะละเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน

3 – สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านผูกพันตนที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 60 วัน โดยสามารถขยายเวลาออกไปได้ตามความยินยอมร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

4 – ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาจะเริ่มดำเนินการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงการก่อความรบกวนหรืออุปสรรคใด ๆ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะสิ้นสุดการปิดล้อมทางทะเลโดยสมบูรณ์ภายใน 30 วัน ในระหว่างช่วงเวลานี้ การสัญจรของเรือจะได้รับการฟื้นฟูโดยมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับจำนวนการสัญจรของฝั่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในช่วงก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังให้คำมั่นเพิ่มเติมที่จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านภายใน 30 วันหลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

5 – เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะดำเนินการโดยใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อจัดเตรียมการให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านทางได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 60 วันเท่านั้น จากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทางกลับกัน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นในทันที และเมื่อคำนึงถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหารแล้ว การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะถูกกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะร่วมหารือกับรัฐสุลต่านโอมานเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและการบริการทางทะเลในอนาคตบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะหารือร่วมกับประเทศชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่บังคับใช้และสิทธิอธิปไตยของประเทศชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ

6 – สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อจัดทำแผนการที่ชัดเจนและเป็นที่ตกลงร่วมกัน โดยมีวงเงินอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กลไกสำหรับการดำเนินงานตามแผนการนี้จะได้รับการสรุปให้เสร็จสิ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ใบอนุญาต ข้อยกเว้น และการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการอนุมัติโดยสหรัฐอเมริกา

7 – สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งรวมถึงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ, มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวทั้งหมดของสหรัฐฯ ทั้งในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ ตามกำหนดเวลาที่ตกลงร่วมกันโดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้าย

ทั้งนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐอเมริกาตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของประเด็นการยุติมาตรการคว่ำบาตรที่กล่าวไปข้างต้น และแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะจัดการกับประเด็นเหล่านี้ในการเจรจาทันที เพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

8 – สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านขอยืนยันอีกครั้งว่าตนจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ตกลงร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาการจัดการคลังวัสดุเสริมสมรรถนะที่เก็บสะสมไว้ ตามกลไกที่จะตกลงร่วมกันให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่เจ็ด โดยกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นต่ำ ให้ดำเนินการลดระดับความเข้มข้นลง ณ สถานที่จัดเก็บ ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะหารือเกี่ยวกับประเด็นการเสริมสมรรถนะและเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตามที่ตกลงร่วมกัน โดยอิงตามกรอบการทำงานที่เห็นพ้องต้องกันซึ่งจะตกลงกันในข้อตกลงขั้นสุดท้าย และข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะยืนยันข้อบัญญัติในย่อหน้านี้

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของประเด็นทางนิวเคลียร์ที่กล่าวไปข้างต้น และแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะจัดการกับประเด็นเหล่านี้ในการเจรจาทันที เพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

9 – ในระหว่างที่รอข้อตกลงขั้นสุดท้าย สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงร่วมกันที่จะคงสถานะเดิมไว้ โดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ของตน และสหรัฐอเมริกาจะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ใด ๆ รวมถึงจะไม่วางกำลังทหารเพิ่มเติมในภูมิภาค

10 – สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่าในทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ และจนกว่าจะถึงเวลาที่มาตรการคว่ำบาตรสิ้นสุดลง กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ จะออกข้อยกเว้นสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ, ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และสารอนุพันธ์ของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการทำธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และอื่น ๆ

11 – สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะปลดปล่อยเงินทุนและสินทรัพย์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ถูกอายัดหรือถูกจำกัดไว้ ให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่เมื่อมีการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตกลงร่วมกันเรื่องขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ในระหว่างการเจรจา โดยเงินทุนดังกล่าวไม่ว่าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้ายไปแล้ว จะต้องสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่สำหรับการชำระเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ขั้นสุดท้ายรายใด ๆ ตามที่ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำหนด ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดตามแนวทางนี้

12 – สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงร่วมกันว่า จะมีการจัดตั้งกลไกฝ่ายบริหารเพื่อกำกับดูแลความสำเร็จในการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และการปฏิบัติตามข้อตกลงขั้นสุดท้ายในอนาคต

13 – หลังจากมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ และโดยขึ้นอยู่กับการเริ่มดำเนินการตามย่อหน้าที่ 1, 4, 5, 10 และ 11 ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ รวมถึงการดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงขั้นสุดท้าย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับย่อหน้าที่เหลืออยู่เท่านั้น

14 – ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะต้องได้รับการรับรองผ่านมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมายของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)

บันทึกความเข้าใจนี้มีกำหนดจะลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ซึ่งจะถือเป็นการเริ่มต้นกรอบเวลา 60 วันในการเจรจาเงื่อนไขขั้นสุดท้ายของข้อตกลง โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าว CNN ได้รายงานเกี่ยวกับร่างข้อตกลงที่ระบุถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ไปแล้ว ซึ่งข้อความอย่างเป็นทางการที่สหรัฐฯ เปิดเผยออกมานั้นมีความคล้ายคลึงกัน แต่มีข้อแตกต่างทางด้านถ้อยคำอยู่บ้างบางส่วน

“โดยพื้นฐานแล้ว นี่คือข้อตกลงที่ช่วยให้เราสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ในทันที ทำให้อิหร่านถูกผูกพันให้ทำลายฝุ่นผงนิวเคลียร์ (Nuclear Dust) และทำให้เรามีปุ่มปรับสถานการณ์ ซึ่งหากอิหร่านปรับพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น เราก็จะตอบรับด้วยการปรับเพิ่มการผ่อนปรนทางเศรษฐกิจและมาตรการคว่ำบาตรในแบบที่จะช่วยให้พวกเขาเป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นได้” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn