หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรง หลัง “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” จ่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรง หลัง “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” จ่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

9 ก.พ. 2569 08:22 น.

หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรง หลัง “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” จ่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นคึกคัก ดัชนีนิกเกอิ พุ่งกว่า 5% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับข่าวนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยดัชนีนิกเกอิ 225 พุ่งขึ้นกว่า 5.6% ทะลุระดับ 57,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังนายกรัฐมนตรีหญิงซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นนำการปรับตัวขึ้นในภูมิภาคเอเชีย

โดยสถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือแอลดีพี  ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล สามารถครองเสียงข้างมากระดับ  2 ใน3  ในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 465 ที่นั่ง นับเป็นชัยชนะครั้งสำคัญที่มอบอำนาจบริหารประเทศอย่างแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลทาคาอิจิ

นักวิเคราะห์จาก Aberdeen Investments ระบุว่า ชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทาคาอิจิถือเป็นผลลัพธ์เชิงบวกต่อตลาดในระยะกลาง เนื่องจากเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์และการปฏิรูปภาษี ซึ่งจะช่วยหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะต่อไป 

นอกจากนิกเกอิแล้ว ดัชนี Topix ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 3% ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน ขณะที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 156.88 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ.  

ที่มา CNBC

คนไทยในแคนาดา โหวตเห็นชอบ สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

คนไทยในแคนาดา โหวตเห็นชอบ สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

9 ก.พ. 2569 05:11 น.

คนไทยในแคนาดา โหวตเห็นชอบ สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

คนไทยในหลายพื้นที่ของแคนาดาร่วมลงคะแนนเสียงประชามติ โดยผลการนับคะแนนซึ่งเสร็จสิ้น 100% แล้ว ชี้ว่า เกือบทั้งหมด “เห็นชอบ” สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แพรวพิมพ์ เขียวบริบูรณ์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำแคนาดารายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต กรุงออตตาวา เปิดการนับบัตรออกเสียงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ณ สถานเอกอัครราชทูตกรุงออตตาวา

น.ส.ปารณีย์ คล้ายสุบรรณ์ อุปทูตรักษาการ ปฏิบัติราชการแทนเอกอัครราชทูตกรุงออตตาวา ได้เปิดการนับบัตรออกเสียงลงประชามติของผู้มีสิทธิ์ที่ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ในพื้นที่แคนาดาฝั่งตะวันออก ครอบคลุมรัฐต่างๆ ของแคนาดา เช่น รัฐออนแทรีโอ, รัฐควิเบก, รัฐโนวาสโกเชีย เป็นต้น

โดยในเวลา 9:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา (ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง) ณ สถานเอกอัครราชทูตกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และประชาชนผู้สมัครเข้าร่วมสังเกตการณ์และเป็นสักขีพยานการนับ รวมทั้งสิ้น 12 คน

ทั้งนี้ น.ส.ปารณีย์ คล้ายสุบรรณ์ กล่าวว่า มีบัตรออกเสียงประชามติในพื้นที่แคนาดาฝั่งตะวันออก ทั้งหมด 1,037 ใบ ที่ได้รับจากทางไปรษณีย์และจากการเข้าคูหาของประชาชนที่มาใช้สิทธิ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ผลการนับคะแนนบัตรออกเสียงประชามติทั้งหมดที่ได้รับจากทางไปรษณีย์และจากการที่ประชาชนเดินทางมาเข้าคูหาเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา จำนวนทั้งสิ้น 1037 ใบ มีผู้เห็นชอบ 915 เสียง ไม่เห็นชอบ 98 เสียง ไม่แสดงความคิดเห็น 23 เสียง และบัตรเสีย 1 ใบ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

เอกสารแฉ แอนดรูว์เผยข้อมูลลับ ตอนเป็นทูตการค้าให้เอปสตีนรู้

เอกสารแฉ แอนดรูว์เผยข้อมูลลับ ตอนเป็นทูตการค้าให้เอปสตีนรู้

9 ก.พ. 2569 04:22 น.

เอกสารแฉ แอนดรูว์เผยข้อมูลลับ ตอนเป็นทูตการค้าให้เอปสตีนรู้

เอกสารชุดล่าสุดที่สหรัฐฯ เปิดเผยออกมาชี้ว่า อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เปิดเผยข้อมูลจากการปฏิบัติงานเป็นทูตการค้าของเขา ให้นายเจฟฟรีย์ เอปสตีน รู้ รวมถึงแนะนำโอกาสลงทุนด้วย

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ข้อมูลจากเอกสารชุดล่าสุดที่ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยออกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ชี้ว่า แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ดูเหมือนจะตั้งใจเปิดเผยข้อมูลลับจากการปฏิบัติหน้าที่ทูตการค้าของเขาในช่วงปี 2553-2554 ให้ เจฟฟรีย์ เอปสตีน รู้

ภายใต้แนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ทูตการค้ามีหน้าที่ต้องรักษาความลับเกี่ยวกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ข้อมูลเชิงพาณิชย์ หรือข้อมูลทางการเมืองเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ และตามกฎหมาย หน้าที่ในการรักษาความลับนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปหลังจากสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง

แต่ในอีเมลที่ได้รับการเปิดเผยออกมาระบุว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2553 แอนดรูว์ได้ส่งรายละเอียดการเดินทางอย่างเป็นทางการที่จะมีขึ้นในฐานะทูตการค้าไปยังสิงคโปร์ เวียดนาม เซินเจิ้นในจีน และฮ่องกง ให้กับเอปสตีน โดยในการเดินทางดังกล่าวมีพันธมิตรทางธุรกิจของเอปสตีนร่วมเดินทางไปด้วย

หลังจากเสร็จสิ้นการเดินทาง ในวันที่ 30 พ.ย.ปีเดียวกัน ดูเหมือนว่าแอนดรูว์จะส่งต่อรายงานอย่างเป็นทางการให้กับนายเอปสตีน หลังจากที่อดีตเจ้าชายรายนี้ได้รับรายงานดังกล่าวจาก อามิต พาเทล ผู้ช่วยของเขาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

แอนดรูว์เคยกล่าวในรายการ BBC Newsnight เมื่อปี 2562 ว่า เขาพบเอปสตีนครั้งสุดท้ายที่นิวยอร์กในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2553 เพื่อบอกนักการเงินชื่อฉาวผู้นี้ว่าเขากำลังยุติมิตรภาพระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม ในวันคริสต์มาสอีฟปีนั้น แอนดรูว์ส่งอีเมลถึงเอปสตีนเพื่อแจ้งข้อมูลลับเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนในการบูรณะจังหวัดเฮลมานด์ ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งในขณะนั้นดูแลโดยกองทัพอังกฤษและได้รับทุนจากเงินของรัฐบาลสหราชอาณาจักร

ณ เวลานั้น นายเอปสตีนถูกตัดสินว่าเป็นผู้กระทำความผิดคดีทางเพศไปแล้ว

ในอีเมลฉบับต่อมาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 แอนดรูว์เสนอแนะว่าเอปสตินอาจลงทุนในบริษัทจัดการลงทุนเจ้าหนึ่งที่เขาเดินทางไปเยือนเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย

ทั้งนี้ แอนดรูว์ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายเอปสตีนมาตลอด หลังถูกผู้หญิงหลายรายกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีนายเอปสตีนเป็นธุระจัดหา ทำให้เขาเริ่มถอนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเชื้อพระวงศ์มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถูกถอดถอนพระอิสริยยศเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอนดรูว์ย้ายออกจากคฤหาสน์ “รอยัล ลอดจ์” (Royal Lodge) ในวินด์เซอร์ไปยังตำหนักแซนดริงแฮม ในเมืองนอร์ฟอล์กแล้ว ในระหว่างที่บ้านหลังใหม่ของเขาอยู่ระหว่างการปรับปรุง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านสั่งจำคุก นักเคลื่อนไหวหญิง เจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง

อิหร่านสั่งจำคุก นักเคลื่อนไหวหญิง เจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง

9 ก.พ. 2569 03:14 น.

อิหร่านสั่งจำคุก นักเคลื่อนไหวหญิง เจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง

(ภาพจาก AFP PHOTO / NARGES MOHAMMADI FOUNDATION)

ศาลอิหร่านพิพากษาจำคุกนางนาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวเจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง ทำให้โทษจำคุกรวมทั้งหมดของเธอเพิ่มขึ้นเป็น 44 ปีแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นายมุสตาฟา นิลี ทนายความของนางนาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชาวอิหร่าน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เปิดเผยว่า เธอถูกศาลอิหร่านตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 7 ปีครึ่ง

นายนิลีประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ว่า นางโมฮัมมาดี ถูกศาลในเมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ตัดสินจำคุก 6 ปี ในข้อหา “ชุมนุมและสมรู้ร่วมคิด” กับอีก 1 ปีครึ่ง ในข้อหา “ทำกิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อ”

ทั้งนี้ นางโมฮัมมาดีวัย 53 ปี ได้รับรางวัลในปี 2566 ในขณะที่เธอถูกคุมขังในเรือนจำ จากการทำกิจกรรมต่อต้านการกดขี่สตรีในอิหร่าน

นอกจากโทษจำคุกดังกล่าวแล้ว โมฮัมมาดียังถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลาสองปี และถูกสั่งเนรเทศไปยังภูมิภาคคูสฟ์ (Khusf) ทางตะวันออกเป็นเวลาสองปีด้วย

นายนิลีบอกอีกว่า ลูกความของเขาเพิ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อ 3 วันก่อน เนื่องจากสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ ก่อนจะถูกส่งตัวกลับไปยังศูนย์กักกันที่เธอถูกคุมขังอยู่ “เมื่อเธอเริ่มอธิบายเหตุการณ์และวิธีการที่เธอถูกกักตัว สายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไป”

ด้านนายทากี ราห์มานี สามีของโมฮัมมาดี กล่าวว่า เธอไม่ได้ให้การแก้ต่างใดๆ ในขณะที่อยู่ในศาล เนื่องจากความเชื่อที่แน่วแน่ของเธอว่า กระบวนการยุติธรรมนี้ไม่มีความชอบธรรม และเธอมองว่าการกระบวนการเหล่านี้เป็นเพียงการแสดงละครที่มีจุดจบที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วเท่านั้น

อนึ่ง คำพิพากษาล่าสุดทำให้โทษจำคุกที่โมฮัมมาดีจะได้รับเพิ่มขึ้นเป็น 44 ปี โดยก่อนหน้านี้ต้องอยู่ในคุกรวมกว่า 10 ปี จากนั้นในปี 2564 เธอถูกตัดสินจำคุก 13 ปี ข้อหาทำกิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ และสมรู้ร่วมคิดต่อต้านความมั่นคงของรัฐ

เธอได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำเอวิน (Evin) ที่ขึ้นชื่อของเตหะรานเป็นเวลา 3 สัปดาห์ในเดือนธันวาคม 2567 ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ก่อนที่เธอจะถูกจับกุมซ้ำอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2568 ขณะเข้าร่วมพิธีรำลึกการเสียชีวิตของนายคอสโรว์ อลิคอร์ดี ทนายความที่ถูกพบเป็นศพในสำนักงานของเขาเมื่อต้นเดือนธันวาคม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สื่อนอกชี้ “กำแพงสีน้ำเงิน” พาภูมิใจไทยผงาด ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

สื่อนอกชี้ “กำแพงสีน้ำเงิน” พาภูมิใจไทยผงาด ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

9 ก.พ. 2569 00:49 น.

สื่อนอกชี้ “กำแพงสีน้ำเงิน” พาภูมิใจไทยผงาด ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

สื่อต่างประเทศรายงานข่าวชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยวิเคราะห์ว่า “กำแพงสีน้ำเงิน” ปัจจัยที่ทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะถล่มทลาย

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย (CNA) ของสิงคโปร์ รายงานว่า จากการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 8 ก.พ. 2569

ณ เวลา 23.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น คาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยชนะที่นั่งในระบบแบ่งเขตไปได้ 175 ที่นั่ง จากทั้งหมด 400 ที่นั่ง และเมื่อรวมกับพรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพันธมิตรที่คาดว่าจะได้รับ 56 ที่นั่ง หมายความว่านายอนุทินอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบสูงสุดในการเป็นผู้นำรัฐบาลชุดต่อไป

พรรคที่มาเป็นอันดับสองรองจากภูมิใจไทยคือพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแนวทางก้าวหน้า ได้ไป 85 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทยของตระกูลชินวัตร ได้ไป 60 ที่นั่ง

พรรคภูมิใจไทยจะได้รับที่นั่งเพิ่มขึ้นเมื่อการจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งคำนวณตามสัดส่วนของคะแนนเสียงทั้งหมดเสร็จสิ้นลง ซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์จึงจะมีการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ

CNA ระบุว่า ชัยชนะของภูมิใจไทยได้มาจากการสร้าง “กำแพงสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นสีประจำพรรค ล้อมรอบกรุงเทพมหานคร โดยพรรคได้สร้างแคมเปญหาเสียงที่เน้นฐานเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่งในต่างจังหวัด

แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่แนวคิดใหญ่ๆ หรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่ครอบคลุม ภูมิใจไทยค่อยๆ สร้างฐานรากที่น่าเกรงขามในพื้นที่สำคัญๆ ของประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของตระกูลและกลุ่มการเมืองที่แข็งแกร่ง และส่งผลให้สามารถเข้าควบคุมความเคลื่อนไหวอนุรักษ์นิยมของไทยไว้ได้

พื้นที่จำนวนมากที่เคยเป็นฐานเสียงของพรรคต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มานานหลายปี ได้เปลี่ยนจากสีแดงของพรรคเพื่อไทยมาเป็นสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย

ในช่วงก่อนการลงคะแนนเสียง ผู้นำระดับสูงของภูมิใจไทยได้เน้นย้ำถึงอัตลักษณ์ของพรรคในฐานะพรรคการเมืองฝ่ายขวาและมีความรักชาติอย่างลึกซึ้ง โดยพรรคได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกที่เน้นความมั่นคงและเน้นแนวทางปฏิบัติจริง เมื่อเทียบกับคู่แข่งฝ่ายปฏิรูปอย่างพรรคประชาชน

แพลตฟอร์มการหาเสียงของพรรคยังรวมถึงการขยายโครงการอุดหนุนที่เป็นที่นิยมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเร่งการเติบโต ข้อเสนอที่จะลดราคาไฟฟ้า และการลงทุนอย่างหนักในด้านความมั่นคงของชาติ

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ท่าทีของนายอนุทินในการแสดงความแข็งแกร่งของไทย การปกป้องพรมแดน และการรวมศูนย์อำนาจและบทบาทของกองทัพในกิจการของชาติ ท่ามกลางบรรยากาศของความไม่แน่นอนและความภาคภูมิใจในชาติ เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของพรรคในการคว้าคะแนนเสียง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกับ CNA ก่อนการลงคะแนนเสียงว่า การเลือกตั้งที่ประกาศจัดขึ้นไม่ถึง 100 วันหลังนายอนุทินรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เขาสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้สึกชาตินิยมที่ถูกปลุกเร้าจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเวลาหลายเดือน

นับตั้งแต่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและตลอดการหาเสียงเลือกตั้ง นายอนุทินให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่กว้างใหญ่ประกอบด้วย 20 จังหวัดเป็นลำดับแรกๆ ในทางกลับกัน คู่แข่งของพรรคกลับอ่อนแอลงจากผลกระทบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา

การจัดการปัญหาดังกล่าวของพรรคเพื่อไทยทำให้เกิดกระแสต่อต้านที่นำไปสู่การถอดถอนแพทองธาร ชินวัตร จากความผิดฐานละเมิดจริยธรรม ในขณะที่พรรคประชาชนถูกต่อต้านจากความพยายามในอดีตที่จะท้าทายบทบาทของกองทัพในชีวิตระดับชาติ

คาดว่าจำนวนที่นั่งในสภาของอนุทินจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งโดยพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมที่นำโดยธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองอาวุโส พรรคกล้าธรรมยังได้ลงทุนอย่างหนักในการเมืองท้องถิ่นและผู้นำระดับรากหญ้า โดยมีนโยบายที่มุ่งเน้นเรื่องเกษตรกรรม สิทธิในที่ดิน และสวัสดิการสังคม

อิทธิพลของพรรคเติบโตอย่างรวดเร็วจากการมุ่งเป้าไปที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอื่นๆ โดย ส.ส. 20 คนจากพรรคพลังประชารัฐได้เข้าร่วมกับพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการหลังจากถูกขับออกจากพรรคเดิมเมื่อปลายปี 2567 ส่งผลให้พรรคมีกลุ่ม ส.ส. ขนาดใหญ่ในการเข้าสู่การเลือกตั้งปี 2569

พรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าเก้าอี้ ส.ส.ได้ในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้และภาคเหนือ

ด้านพรรคเพื่อไทยซึ่งทุ่มเททรัพยากรส่วนใหญ่ไปกับการสร้างฐานที่มั่นในภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดสำคัญอย่างเชียงใหม่และเชียงราย กลับเห็นฐานเสียงสนับสนุนลดน้อยถอยลง ส่วนพรรคประชาชนมีแนวโน้มที่จะคว้าที่นั่งส่วนใหญ่ในเขตเมืองของภาคเหนือ ในขณะที่พรรคกล้าธรรมครองพื้นที่ชนบท

สถานการณ์นี้ทำให้พรรคเพื่อไทยเหลือฐานอำนาจเพียงไม่กี่แห่ง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดเลยและจังหวัดกาฬสินธุ์

ก่อนการลงคะแนนเสียง นักวิเคราะห์กล่าวกับ CNA ว่าหากพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกครอบงำโดยตระกูลชินวัตรมาอย่างยาวนาน ไม่สามารถสร้างอิทธิพลในภาคเหนือได้ ช่วงเวลาของการเป็นตัวละครหลักในการเมืองไทยของพวกเขาอาจจะจบลงแล้ว

ที่นั่งแบบแบ่งเขต 60 ที่นั่งที่คาดการณ์ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นับว่าลดลงอย่างมากจากการเลือกตั้งในปี 2566 ที่เคยได้ถึง 112 ที่นั่ง บวกกับที่นั่งแบบบัญชีรายชื่ออีก 29 ที่นั่ง

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า พรรคต้องเคารพ “เสียงของประชาชน”

“เราต้องเคารพผลการเลือกตั้ง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

ผลเลือกตั้ง 2569 "พรรคประชาชน" ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

8 ก.พ. 2569 23:37 น.

ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

อัปเดตผลเลือกตั้ง 2569 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 22.57 น. นับแล้ว 53% พื้นที่กรุงเทพฯ “พรรคประชาชน” คะแนนนำเป็นอันดับ 1 ครองสีส้ม ครบทั้ง 33 เขต

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลเลือกตั้ง 2569 ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เริ่มทยอยเผยแพร่ผลอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนทราบแล้ว หลังจากปิดหีบเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา โดย กกต. คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเกิน 90% ของทั้งหมด ได้ในเวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น.

สำหรับ ผลเลือกตั้ง 2569 อัปเดตล่าสุด เมื่อเวลา 23.04 น. นับแล้ว 53% คะแนนอย่างไม่เป็นทางการจาก กกต. โดยพบว่า “พรรคประชาชน” คะแนนนำเป็นอันดับ 1 กวาดครบทั้ง 33 เขต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ ทาง กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนจะประกาศรับรองภายใน 60 วัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเลือกตั้งและผลการอัปเดตคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด กับไทยรัฐออนไลน์ ได้ที่นี่ (คลิก)

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

8 ก.พ. 2569 23:12 น.

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

เหตุระเบิดที่โรงงานเทคโนโลยีชีวภาพของจีนเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพแล้ว โดยยังไม่ทราบสาเหตุการระเบิดที่แน่ชัด ขณะสื่อท้องถิ่นระบุว่า มีควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุ

สำนักข่าว ซินหัว รายงานในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่โรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ ของบริษัท เจียเผิง ไบโอเทค ในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 8 ศพ แล้ว หลังจากพบศพผู้เคราะห์ร้าย 1 คนที่ก่อนหน้านี้หาตัวไม่พบ

บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ในเขต ซานอิน ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกราว 400 กม. โดยในเบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าสาเหตุของการระเบิดคืออะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวน ขณะที่สื่อท้องถิ่นระบุว่า เห็นควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่งออกมาจากจุดที่เกิดการระเบิด และตัวแทนทางกฎหมายของบริษัทถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้แล้ว

อนึ่ง นี่ไม่ใช่เหตุระเบิดในโรงงานครั้งแรกของจีนในปีนี้ โดยเมื่อปลายเดือนมกราคมก็เพิ่งเกิดเหตุระเบิดที่โรงงานเหล็กในมณฑลมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ใกล้กับมณฑลซานซี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

8 ก.พ. 2569 21:33 น.

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

เกาหลีเหนือเตรียมจัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีครั้งที่ 9 ในช่วงปลายเดือนนี้ ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลกว่า รัฐบาลคิมจะมีนโยบายอะไรบ้างในอนาคต

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า ผู้นำประเทศจะจัดการประชุมใหญ่ของพรรคแรงงานเกาหลี (WPK) ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นการจัดประชุมใหญ่พรรคครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

KCNA ระบุว่า การตัดสินใจจัดการประชุมดังกล่าว เกิดขึ้นในการประชุมผู้นำระดับสูงของพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่ง คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเข้าร่วมด้วย

“คณะกรรมการบริหารของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี ลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะเปิดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 9 ของพรรคแรงงานเกาหลีในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงแห่งการปฏิวัติ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569” KCNA รายงาน

การประชุมใหญ่พรรคครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 8 เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2564 โดยในการประชุมครั้งนั้น คิม จอง-อึน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เคยสงวนไว้สำหรับ คิม จอง-อิล ผู้นำสูงสุดคนก่อนและบิดาผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อเสริมสร้างอำนาจให้ คิม จอง-อึน

ทั้งนี้ การประชุมพรรคแรงงานเกาหลีถือเป็นเวทีประชุมสูงสุดของพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นฉากทัศน์ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่เพื่อเสริมสร้างอำนาจของระบอบการปกครอง และสามารถใช้เป็นเวทีสำหรับการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 "พรรคทางเลือกใหม่" ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

8 ก.พ. 2569 20:19 น.

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ผลเลือกตั้ง 2569 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หลังนับไปแล้ว 3% เมื่อเวลา 19.56 น. “พรรคทางเลือกใหม่” ที่มี “เต้ มงคลกิตติ์” เป็นแคนดิเดตนายกฯ ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลเลือกตั้ง 2569 ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เริ่มทยอยเผยแพร่ผลอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนทราบแล้ว หลังจากปิดหีบเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา โดย กกต. คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเกิน 90% ของทั้งหมด ได้ในเวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น.

โดยผลเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ อัปเดตล่าสุดเมื่อเวลา 19.56 น. นับแล้ว 3% พบว่า พรรคภูมิใจไทย คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 รวม 192 ที่นั่ง ตามด้วย พรรคเพื่อไทย รวม 84 ที่นั่ง และ พรรคประชาชน มาเป็นอันดับ 3 รวม 75 ที่นั่ง

ขณะที่ “พรรคทางเลือกใหม่” ซึ่งมีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ พระราม 7 เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 มีผลคะแนน ดังนี้

สส.บัญชีรายชื่อ : 1 ที่นั่ง

สส.เขต : 0 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม ทาง กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนจะประกาศรับรองภายใน 60 วัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเลือกตั้งและผลการอัปเดตคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด กับไทยรัฐออนไลน์ได้ที่นี่ https://www.thairath.co.th/election69

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

8 ก.พ. 2569 19:48 น.

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคเสรีประชาธิปไตยของนาง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น จ่อคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง และได้เสียงข้างมากในรัฐสภาอย่างถล่มทลาย

สถานีโทรทัศน์สาธารณะ NHK ของญี่ปุ่น คาดการณ์โดยอิงจากผลเอ็กซิตโพล (exit polls) ว่า พรรคของนาง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะคว้าเสียงข้างมากได้อย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นี้

ตามรายงานของ NHK พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนางทาคาอิจิ มีแนวโน้มที่จะคว้าที่นั่งในรัฐสภาไปได้ระหว่าง 274 ถึง 328 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งสูงกว่า 233 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการครองเสียงข้างมาก

เมื่อรวมกับพรรคพันธมิตรร่วมรัฐบาลอย่างพรรค นวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) หรือที่รู้จักในชื่อ “อิชิน” (Ishin) แล้ว นางทาคาอิจิอาจจะสามารถครองที่นั่งได้สูงสุดถึง 366 ที่นั่ง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นวัย 64 ปีรายนี้ ได้ประกาศยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดในช่วงฤดูหนาวซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เท่านั้นในช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อหวังใช้ประโยชน์จากคะแนนนิยมส่วนตัวที่พุ่งสูงขึ้น นับตั้งแต่เธอขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำพรรค LDP ที่เป็นพรรครัฐบาลเมื่อปลายปีที่แล้ว

ภาพลักษณ์ที่พูดตรงไปตรงมาและขยันขันแข็งของเธอเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้ลงคะแนนเสียง แต่แนวคิดชาตินิยมและการเน้นเรื่องความมั่นคงของเธอได้ทำให้ความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านผู้ทรงอิทธิพลตึงเครียดขึ้น ในขณะที่คำมั่นสัญญาเรื่องการลดภาษีของเธอก็ทำให้ตลาดการเงินสั่นคลอน

ทาคาอิจิยังสัญญาที่จะระงับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 8 สำหรับสินค้าประเภทอาหาร เพื่อช่วยให้ครัวเรือนรับมือกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น แต่เรื่องนี้ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับนักลงทุนที่กังวลว่า ประเทศที่มีภาระหนี้สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่าง ญี่ปุ่น จะนำเงินทุนมาจากไหนเพื่อรองรับแผนการดังกล่าว

ผู้สูงอายุหลายคนในญี่ปุ่นระบุว่า กังวลว่าการลดภาษีของทาคาอิจิอาจทำให้คนรุ่นหลังต้องแบกรับภาระที่หนักกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้ลงคะแนนเสียงรุ่นเยาว์เป็นกลุ่มที่สนับสนุนทาคาอิจิมากที่สุด โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีมากกว่าร้อยละ 90 ชื่นชอบเธอ

นายกรัฐมนตรีหญิงรายนี้ได้จุดกระแสความคลั่งไคล้ในกลุ่มเยาวชนที่เรียกว่า “ซานะคัตสึ” (sanakatsu) ซึ่งแปลได้คร่าวๆ ว่า “ความคลั่งไคล้ซานาเอะ” โดยสินค้าที่เธอใช้ เช่น กระเป๋าถือของเธอ และปากกาสีชมพูที่เธอใช้จดบันทึกในสภา กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก

แม้แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกมาประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ว่า ให้การสนับสนุนนางทาคาอิจิอย่างเต็มที่ ขณะที่รัฐบาลจีนก็จับตาดูผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday