เปิดความอร่อย ‘Gourmet Foodie Fest 2026 : Talad Chic สตรีทฟู้ดของคนมีสไตล์’

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:41 น.

นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ชวนคนรักอาหารและไลฟ์สไตล์มาเปิดประสบการณ์ความอร่อยในงาน “Gourmet Foodie Fest 2026 : Talad Chic สตรีทฟู้ดของคนมีสไตล์” เทศกาลอาหารที่คัดสรรร้านอร่อยหลากหลายมาไว้ในที่เดียว ครบทั้งอาหารคาว ขนมหวาน เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Talad Chic” ที่หยิบเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมกิจกรรม Workshop และ Cooking Show ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ โซน Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ของ Gourmet & Cuisine พร้อมถ่ายทอดแนวคิดผ่านคอนเซ็ปต์ “Talad Chic” ที่นำความอร่อยจากร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ มาสร้างเป็นพื้นที่แห่งการกิน ช้อป และใช้เวลาร่วมกัน พร้อมกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารในรูปแบบที่สนุกและสร้างสรรค์

“เราเชื่อว่าอาหารไม่ได้มีเพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังเป็นเรื่องของความสุข การแบ่งปัน และการเชื่อมโยงผู้คน งานนี้จึงตั้งใจให้ทุกคนได้ค้นพบความอร่อย สนับสนุนผู้ประกอบการอาหารไทย และใช้เวลาร่วมกันผ่านประสบการณ์ที่สนุกและน่าประทับใจ”

 อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรม Workshop และ Cooking Show ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้ ลงมือทำจริง และสนุกไปกับเรื่องราวด้านอาหาร อาทิ Workshop ขนมไทยจากสิริ-มารี คาเฟ่ขนมไทย, Workshop Veggie Bouquet, Workshop Salad Cup, Workshop เมนูหมูสร่ง By น้ำมันองุ่น และ Cooking Show เมนูสเต๊กเนื้อทอดซอสน้ำจิ้มแจ่วโคชูจัง By น้ำมันองุ่น พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย

สำหรับสายไลฟ์สไตล์ พบกับ HUNO ฮุโนะ กับสินค้าในคอลเล็กชัน “หลงไทย” ที่หยิบกลิ่นอายความเป็นไทยมาสร้างสรรค์เป็นก้านไม้หอม น้ำหอมปรับอากาศในรถ และพิมเสนน้ำ พร้อมไอเทมกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยโหระพา

 พิเศษ! ช้อปสินค้าภายในงานครบ 300 บาทขึ้นไป เพียงนำใบเสร็จมาแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้ที่บูท Gourmet & Cuisine พร้อมลุ้นรับ Voucher ห้องอาหารจากโรงแรมชั้นนำ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Gourmet & Cuisine

GourmetFoodieFest2026

ไขความลับลำไส้กับนาฬิกาชีวิต กุญแจสู่การสร้างสมดุลสุขภาพระยะยาว

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:48 น.

ในหลายวัฒนธรรมของเอเชีย เรามักได้ยินคำสอนจากผู้ใหญ่ว่า “กินอาหารอย่างพระราชาในตอนเช้า แต่กินมื้อเบา ๆ ในตอนเย็น” ถึงแม้จะดูเป็นคำแนะนำที่เรียบง่าย แต่ทุกวันนี้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กำลังยืนยันสิ่งที่คนรุ่นก่อนเชื่อกันมา ซึ่งก็คือการกินมื้ออาหารที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเรา หรือสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย โดยสุขภาพลำไส้จะเป็นหนึ่งในระบบแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์

สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือ ร่างกายของคนเรามี “นาฬิกาภายใน” ที่แม่นยำอย่างมาก หรือที่เรียกว่า Circadian Rhythm ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรตลอด 24 ชั่วโมงของร่างกาย ทั้งการนอนหลับ ความหิว และการทำงานของระบบต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน โดยนาฬิกานี้ไม่ได้อยู่แค่ในสมอง แต่มีอยู่ในแทบทุกเซลล์ เพื่อให้ร่างกายทำงานสอดคล้องกับจังหวะเวลาช่วงกลางวันและกลางคืน

ระบบย่อยอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ไวต่อนาฬิกาชีวิตมากที่สุด ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า “ลำไส้” และ “นาฬิกาชีวิต” มีการสื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อช่วยควบคุมเมตาบอลิซึม น้ำหนักตัว การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน สุขภาพหัวใจ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมให้อยู่ในภาวะปกติ

แต่ความท้าทายของคนยุคใหม่คือ ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก กินไม่เป็นเวลา ทำงานเป็นกะ (โดยเฉพาะกะกลางคืน) หรือใช้หน้าจอจนดึก ล้วนรบกวนจังหวะของนาฬิกาชีวิต เมื่อจังหวะนี้เสียสมดุล ลำไส้ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด และการอักเสบเรื้อรังในระยะยาว

ด้าน ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพลำไส้ พร้อมรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจและเคล็ดลับการปรับสมดุลง่าย ๆ โดยเริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ “นาฬิกาชีวิต” และ “ลำไส้” กลับมาทำงานสอดคล้องกันอีกครั้ง

เริ่มต้นโภชนาการของวันให้ดี ร่างกายก็พร้อมลุย

มื้อเช้า คือ มื้ออาหารที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ซึ่งวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการสามารถอธิบายได้ว่า หลังจากการอดอาหารในช่วงกลางคืน ระบบย่อยอาหารจะอยู่ในสภาวะพร้อมทำงาน ทั้งเอนไซม์ย่อยอาหารที่ทำงานอย่างเต็มที่ และระบบเมตาบอลิซึมที่เปิดรับสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดี

การเริ่มต้นวันด้วยอาหารที่คุณประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วนหลากหลาย และรับประทานให้เป็นเวลาในช่วงระหว่างวัน จะช่วยให้เราได้รับพลังงานสม่ำเสมอ ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเผาผลาญที่เหมาะสม โดยให้เน้นกินอาหารที่มีใยอาหารเพียงพอ มีโปรตีนคุณภาพดี ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในทุกๆ มื้อ (ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเพื่อเปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาลอย่างช้า ๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอและช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น) นอกจากนี้ การกำหนดเวลาการกินให้แน่นอน เช่น ภายในช่วงเวลา 8–12 ชั่วโมงต่อวัน การกินอย่างมีสติ ก็มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารและนาฬิกาชีวิตทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น

ดื่มน้ำให้ถูกเวลา ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น

การดื่มน้ำก็มีช่วงเวลาที่เหมาะเหมือนกับการกิน โดยน้ำมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอนของการย่อย ตั้งแต่น้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร ไปจนถึงน้ำย่อยในกระเพาะ และการขับของเสียออกจากร่างกาย

การดื่มน้ำหนึ่งแก้วก่อนมื้อแรกของวัน ช่วยกระตุ้นระบบย่อยและปลุกนาฬิกาชีวิตให้เริ่มทำงาน และการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวันยังช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ขณะที่การลดการดื่มน้ำในช่วงค่ำ จะช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายเตรียมพักผ่อนและฟื้นฟูในตอนกลางคืน

นอนหลับดี ช่วยให้ลำไส้ได้ฟื้นฟูตัวเอง

แม้ว่าจะปิดไฟ ปิดเสียงรบกวน ไม่ใช้มือถือ และนอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นมากลับรู้สึกไม่สดชื่น อาจเป็นเพราะ “การนอน” ไม่ใช่แค่การพักผ่อนของสมอง แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทว่าควร “พัก” หรือ “ตื่นตัว” ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงมื้อหนัก คาเฟอีน อาหารมัน หรือหวานจัดก่อนนอน เพราะระบบย่อยอาหารเองก็ต้องการเวลาในการพักเช่นเดียวกับสมอง

กิจกรรมเบา ๆ เช่น การอ่านหนังสือ ยืดเหยียดร่างกาย หรือดื่มชาสมุนไพร ก่อนนอนประมาณ 30–60 นาที จะช่วยส่งสัญญาณให้ทั้งร่างกายและลำไส้รับรู้ว่าวันนี้ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว รวมทั้งการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลายังช่วยให้ลำไส้ปรับจังหวะได้ดีขึ้น และหากสมาชิกในบ้านมีเวลาพักผ่อนที่ใกล้เคียงกัน ก็ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น

ความเครียด ตัวร้ายทำลายลำไส้และนาฬิกาชีวิต

แม้จะมีตารางการนอนที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่มักติดตัวเราไปถึงเตียงทุกคืนคือ “ความเครียด” ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย

งานวิจัยได้เปิดเผยว่าแบคทีเรียหลายล้านตัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ไม่ได้ช่วยแค่การย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายโดยทำงานร่วมกับจังหวะชีวภาพ คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลักของร่างกาย สามารถรบกวนการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำลายสมดุลของจังหวะชีวภาพ และเมื่อเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้ในลักษณะที่ทำให้ระบบย่อยอาหารตอบสนองไวขึ้นและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้ความเครียดเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่เราต้องให้ความสำคัญ

ก่อนที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายเรื่องนี้ได้ ภูมิปัญญาสมัยก่อนได้แนะนำการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับจังหวะของวัน การนำรูปแบบเหล่านี้กลับมาใช้ในชีวิตประจำวันตามสไตล์คนเมืองไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกับตัวเองมากเกินไป แค่เริ่มปรับเปลี่ยนทีละน้อย แต่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็จะหาสมดุลเจอ สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะธรรมชาติ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพและเฮอร์บาไลฟ์ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.herbalife.com

หรือช่องทางโซเชียลมีเดียFacebook/HerbalifeThailandOfficial และ Instagram/HerbalifeThailandOfficial

เข่าลั่น เข่าหลวม สัญญาณเตือนเอ็นไขว้หน้าขาด เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:43 น.

อาการเข่าลั่น เข่าทรุด หรือรู้สึกข้อเข่าไม่มั่นคงหลังเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือประสบอุบัติเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ “เอ็นไขว้หน้าขาด” (ACL Injury) หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาข้อเข่าเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) เป็นเอ็นสำคัญที่อยู่ภายในข้อเข่า ทำหน้าที่ควบคุมความมั่นคงของข้อเข่า ป้องกันไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเคลื่อนมาด้านหน้ามากเกินไป และช่วยควบคุมการบิดหมุนของข้อเข่าในขณะเดิน วิ่ง หรือกระโดด เมื่อเอ็นไขว้หน้าได้รับการฉีกขาด ข้อเข่าจะสูญเสียความมั่นคง ส่งผลให้เกิดอาการเข่าหลวม ปวด บวม และเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ

เอ็นไขว้หน้าขาดมักเกิดจากการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันในขณะที่เท้ายังติดพื้น การหยุดหรือหมุนตัวอย่างรวดเร็ว การลงจอดผิดท่าหลังการกระโดด รวมถึงแรงปะทะจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ นอกจากนี้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรงพอ เอ็นไขว้หน้าจะต้องรับแรงมากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น

อาการมักเกิดทันทีหลังบาดเจ็บ บางรายอาจได้ยินเสียง ‘ป๊อบ’ ภายในข้อเข่า จากนั้นจะมีอาการปวดรุนแรงตามมา เข่าบวมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงจากเลือดออกในข้อ รู้สึกเข่าหลวม ไม่มั่นคง เดินกะเผลก หรือเข่าทรุดเวลาลงน้ำหนัก และส่วนใหญ่จะไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งหรือเปลี่ยนทิศทางได้ตามปกติ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นเพียงการยืดหรือฉีกขาดบางส่วน และไม่ได้ใช้งานเข่าหนักมาก อาจรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยทำกายภาพบำบัดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ในกรณีที่เอ็นไขว้หน้าขาดสมบูรณ์ หรือมีอาการเข่าหลวมชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา การผ่าตัดส่องกล้องสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ (Arthroscopic ACL Reconstruction) เป็นแนวทางการรักษาที่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมามั่นคงได้ การผ่าตัดวิธีนี้ใช้แผลขนาดเล็กประมาณ 2–3 แผล โดยสอดกล้อง Arthroscope เพื่อมองเห็นโครงสร้างภายในข้อเข่าอย่างชัดเจน และใส่เครื่องมือผ่าตัดเพื่อสร้างเอ็นใหม่ทดแทนเอ็นที่ขาด

ข้อดีของวิธีส่องกล้องคือ แผลเล็ก อาการปวดหลังผ่าตัดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเข่ากลับมาแข็งแรงและมั่นคงในระยะยาว

หากมีอาการเข่าลั่น เข่าหลวม หรือปวดบวมหลังบาดเจ็บ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาระยะยาวในอนาคต

เข่าลั่น, เข่าหลวม

คุณแหน : 19 สิงหาคม 2569

19 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

– สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ คุณติรวัฒน์ สุจริตกุล เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานแด่ ดร. สุวิทย์ ยอดมณี อดีต รมว. กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หลังจาก ดร. สุวิทย์ฟื้นตัวจากการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ ครอบครัวยอดมณีต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

– ซารา ทินดอลล์ พระธิดาในเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารีคว้าชัยชนะเหรียญทองด้วยการควบม้าแข่งคู่ใจชื่อ Class Affair ในการแข่งขัน Hartpury International Horse Trails และ British Championships เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม งานนี้นับเป็นการถวายของขวัญชิ้นสำคัญแด่พระมารดาในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของ เจ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารี

– มะปราง ปัทมวดี เสนาณรงค์ ปลื้มปริ่มมากกับความสำเร็จของบุตรคนเดียว คือน้องจาร์ ปัทม สุจริตกุล แล้วก็เฝ้ารอว่าลูกชายจะประสบความสำเร็จสูงขึ้นในตำแหน่งอัยการ

– หญิง วรวิมล ณ ระนอง บ่นกับคนที่รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีว่า ฉันถูกหลอกซ้ำหลอกซาก ทำไมเหรอ หน้าฉันไม่ฉลาดหรืออย่างไร จึงได้ถูกหลอกตลอด มาล่าสุดก็ถูกหลอกให้ทำทานอีกแล้ว เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนก็ถูกหลอกเรื่องซื้อทัวร์ทิพย์ แล้วก็ยังถูกหลอกเรื่องลิ้นจี่ทิพย์จากเมืองจีน

– หญิง ลลิดา รอดประเสริฐ อดีต 1 ใน 10 ผู้เข้ารอบสุดท้ายนางสาวไทยยุคปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ยังคงรักษาความสวยความงามไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ล่าสุดหญิงผันตัวมาทำงานเป็นผู้แนะนำและวางแผนการเงินการลงทุนให้ลูกค้ารายใหญ่ผู้มีความมั่นคั่งสูง สังกัดบริษัท หลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด แม้จะมีสามีเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็งทุกวัน

– เม้ย กุลนันท์ (อมาตยกุล) ซานไทโว ผู้บริหารธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) มีภาระสำคัญเพิ่มเติมคือเลี้ยงดูหลานสาวอายุ 11 ปี ชื่อเอลลิส โดยคุณย่าปลาบปลื้มกับงานศิลป์ฝีมือของหลานอย่างมาก ก็ขอเชียร์ให้เปิดอาร์ตสตูดิโอให้คุณหลานในอนาคต  

Victor Lee

กุลนันท์(อมาตยกุล)ซานไทโว, ซาราทินดอลล์, ติรวัฒน์สุจริตกุล, ลลิดารอดประเสริฐ, วรวิมลณระนอง, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี, สุวิทย์ยอดมณี

‘ดร.ณัฏฐ์’ สวนกลับ ‘สส.เต้’ อย่าให้แฉพฤติกรรม ท้าดีเบตออกสื่อ ถ้าแพ้ต้องลาออก

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:30 น.

ดร.ณัฏฐ์

วันที่ 19 ส.ค.69 สืบเนื่องจากนายภัณฑิล น่วมเจิม หรือนายเต้ สส.พรรคประชาชน กทม. แถลงปม พยาน ฝ่าย กกต.ในคดีบัตรเลือกตั้ง ทำให้ องค์กร กกต.ลดความน่าเชื่อถือ นั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน โต้กลับทันควันว่า นายภัณฑิล น่วมเจิม หรือนายเต้ สส.พรรคประชาชน กทม.เขต 4 ไม่รู้ว่า พี่น้องประชาชนเลือกมาเป็นตัวแทนได้อย่างไร อยากให้ พี่น้องประชาชนช่วยสั่งสอนในการเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้าให้หน่อย

ดร.ณัฏฐ์

ผมต้องเรียนต่อพี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทางบ้านว่า พยานผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าด้านใด ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ

ตนเรียนจบกฎหมาย จบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา จบปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบปริญญาเอกสาขาการเมือง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นครูบาอาจารย์สอนหนังสือด้านกฎหมายและด้านรับศาสตร์ ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลสายสถาบัน ตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน มีลูกศิษย์มากมาย

ตนศึกษาและเขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.โดยตรง โดยสมัยเป็นนักศึกษากฎหมายปริญญาเอกกฎหมาย ลงภาคสนามในต่างประทศ ดู กกต.วในต่างประเทศ จัดการเลือกดตั้ง สส. ทำให้รู้ว่า บาร์โค้ดและคิดวอาร์โค้ดในประเทศตะวันตก เขามีพัฒนาการก่อนประเทศไทยเข้าสู่จากยุคอนาล็อก สู่ยุดดิจิทัล ต้องไปดูว่า ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการาเลือกตั้ง สส.พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง กกต.สามารถกระทำได้หรือไม่ ตรวจสอบย้อนกลับไปละเมิดสิทธิผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ กระบบวนการเลือกตั้ง สส.ของ กตต.ในต่างประเทศภาคพื้นยุโรป อาทิ เยอรมัน อังกกฤษ สก็อตแลนด์ เนเธิแลนด์ เบลเยี่ยมและประเทศในอาเซียน สิงคโปร์ เป็นต้น

ถามว่า นายต้า หรือนายภัณฑิล น่วมเจิม คุณเรียนจบอะไรมา ปัดโธ่ อย่าให้ผมขุดประวัติแฉคุณนะ จะไม่มีที่ยืนในสังคม สส.พรรคนี้บางคน มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศเสียด้วย คุณแค่มีประสบการณ์เด็กๆ ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก ทำอะไรให้กับสังคมมาบ้าง แค่ อนุ กมธ.การเงิน การคลัง เป็นแค่สามล้อถูกหวยได้เป็น สส. ครั้งหน้า ตนขอฝากพี่น้องประชาชนว่า อย่าไปเลือกนายต้า มาเป็นตัวแทนอีกนะ ไม่มีผลงานอะไรเลย

เต้ ภัณทิล

ส่วนประเด็น พยานผู้เชี่ยวชาญในศาล รธน. เขาวัดกันที่ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ เท่านั้น หาก กกต.เชิญตน ลองพิจารณาดูก่อน เพราะ ที่ประชุมใหญ่ กกต.มีมติให้ตนเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเรื่องบัตรเลือกตั้ง ในฐานะนักวิชาการ แล้วคุณจะมาห้ามผมได่อย่างไร ตนเคยให้ถ้อยคำและลงนามไว้แล้ว จะทำเพื่อประเทศชาติ มันผิดตรงไหน ส่วน กกต.จะอ้างเป็นพยานหรือไม่ ตนไม่อาจยืนยันได้เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กรนี้ ไม่มีเวลาไปยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน เน้นทำธุรกิจ ทำมาหากิน ไม่เสียเวลาและไม่ให้ราคาคุณกับคนอย่างคุณ เพราะตนไม่รู้จัก มาดีเบตเรื่องบัตรเลือกตั้งกันไหม นัดผ่านสื่อมาเลยช่องไหน ถ่ายทอดสด หากคุณดีเบตสู้ไม่ได้ คุณต้องลาออกจาก สส.นะ อยู่ไปเสียงบประมาณภาษีประชาชน

ต้องถามว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่า ผมเป็นพยานให้ กกต. เพราะคุณไม่ได้เป็นคู่ความในคดีและใม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในศาลรัฐธรรมนูญ อย่าเพิ่งคาดคะเน เพราะคุณอย่าไปชี้นำศาล จะติดคุกฐานละเมิดอำนาจศาลป่าวๆ ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้คุ้มค่าเงินเดือน สส.ภาษีประชาชนจะดีกว่า ก่อนจะกล่าวหาใคร ให้หันดูตัวเองก่อนนะ อย่าให้แฉ ผมมีข้อมูลของคุณอยู่ในมือ ฝากพี่น้องประชาชน ช่วยแชร์ถึงนายต้า สส.ปชน.เขต 4 กทม.ด้วย

หากตนได้รับเชิญให้ไปเบิกความในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ แล้วแต่ดุลพินิจของศาล หากศาล รธน.มีหมายเรียก ตนจะให้ความร่วมมือ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ประเทศชาติย่อมได้ประโยชน์

แต่ต้องดูก่อน เพราะเปิดอาณาจักรธุรกิจครบวงจรลงทุนในเมกะโปรเจคหลายหมื่นล้านร่วมทุนกับเพื่อนนักธุรกิจภาคพื้นยุโรปสัญชาติอเมริกันในไทย เพิ่งเปิดตัวยิ่งใหญ่ที่โรงแรมอัศวิน แกรน์คอนเวนชั่น หลักสี่ ในวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตนดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บจ.AURELIAN GROUP และบริษัทในเครือกลุ่ม AG ทั้งหมด 27 บริษัท โดยตนถือหุ้นใหญ่ ไม่แน่ใจว่า จะมีเหตุขัดข้องไม่อาจไปเบิกความหรือไม่

เพราะต้องดูแล บจ.AURELIAN GROUP องค์กรขนาดใหญ่ ต้องกำกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนลงทุนทางธุรกิจเมกะโปรเจคทั้งหมด มีอำนาจตัดสินใจแต่ผู้เดียวในการเงิน โดยคุณมดแดง นางสาวชัชชลัยย์ ยุ้นพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร(CEO) ขับเคลื่อนองค์กร บจ.AURELIAN GROUP โดยดูแลทรัพยากรบุคคลและขับเคลือนนโยบาย

นายต้า คุณไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย อยากแนะนำว่า คุณอย่าหิวแสง ประชาชนเขาไม่รู้จักคุณ หากคุณละเมิดกฎหมาย ผมจะมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดีอาญากับนายต้า ให้เป็นตัวอย่าง และขอให้ ปปช.ไต่สวนข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เหมือนกับ สส.หญิงรายหนึ่งที่ถูกพิมพ์มือประวัติอาชญากรที่ สน.ทองหล่อ ที่ผ่านมา ผมไม่รู้จักและไม่ให้ราคา

ส่วน ที่นายต้า เอ่ยถึงชื่อ ท่านฐิติเชษฐ์ นุชนาฎ กกต. คุณพูดเอง เออเอง ทำให้สังคมสับสน ตนอยู่ภาคเอกชน เป็นนักธุรกิจ มีเพื่อนทุกวงการจำนวนมาก แทบทุกองค์กร ถามว่า มีกฎหมายห้ามไหมว่า ห้ามรู่จักกัน ปัดโธ่ สำหรับตนไม่มีพรรค มีแต่พวก เพราะใม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หากพี่น้องสื่อมวลชน มาถามความเห็น ตนต้องให้ความรู้ในฐานะนักวิชาการกฎหมายมหาชน เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ตนจะสอนมวยให้ กกต.เป็นองค์กรอิสระ มีกฎหมายคุ้มครองและกระทำในรูปแบบคณะกรรมการ คุณเป็น สส.ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีอำนาจไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น หากมีเวลาช่วยไปอ่าน รธน.มาตรา185 ด้วยนะ คุณต้องรับผิดชอบในคำพูดและการะทำของตนเอง สส.ก็ติดคุกได้

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม, นักกฎหมายมหาชน, พรรคประชาชน, ภัณฑิล น่วมเจิม, สส.

โรม กังขา กรมราชทัณฑ์ ปล่อยตัว เล่าต๋า จี้ ปรับปรุงเกณฑ์พักโทษ-อภัยโทษ

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:24 น.

โรม กังขา กรมราชทัณฑ์ ปล่อยตัว เล่าต๋า หวั่นกระทบความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรม จี้ ปรับปรุงเกณฑ์พักโทษ-อภัยโทษให้โปร่งใสวัดผลได้จริง

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ ดำเนินการปล่อยตัวนายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้ต้องขังคดีสำคัญว่า ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้แก่สังคม และไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม

ตนมีข้อกังวลเกี่ยวกับกรณีนี้ 3 ประเด็นหลัก 1.ประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ได้มีฐานะทางเงินทอง จะได้รับสิทธิในการอภัยโทษหรือลดหย่อนโทษในลักษณะเดียวกับกรณีนี้หรือไม่ 2.ทรัพย์สินหรือเงินทองที่อาจจะยังไม่ถูกยึดทั้งหมด จะกลับมาสร้างอิทธิพลบางประการในสังคมหลังจากปล่อยตัวหรือไม่ และ 3.กระบวนการยุติธรรมไทยยังมีพลังมากพอในการลงโทษและปราบปรามอาชญากรรมรายใหญ่หรือไม่ เนื่องจากกรณีนี้กระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้เกี่ยวข้องในสายธารยุติธรรมทั้งหมด

เมื่อถามถึงกรณีที่กระทรวงยุติธรรมเตรียมทบทวนหลักเกณฑ์การลงโทษและการพักโทษ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ควรแยกการพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีทั่วไป ที่ต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การประเมินนักโทษชั้นดีต้องวัดจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจของบุคคลเพียงอย่างเดียว และ กรณีเฉพาะ อย่างในกรณีของนายเล่าต๋า ตนมองว่าต้องไปตรวจสอบเพิ่มว่ายังมีคดีอื่นที่ยังไม่แล้วเสร็จหรือไม่ แม้เชื่อว่าเจ้าตัวอาจไม่กลับไปสู่วงการเดิมแล้ว แต่หน่วยงานรัฐยังต้องมีมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมการอย่างรอบคอบเพื่อเป็นหลักประกันแก่สังคม โดยไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิ์จนเกินสมควรแก่เหตุ

เมื่อถามว่า ในประเด็นการอ้างเงื่อนไขทางกฎหมายเรื่องอายุเกิน 70 ปีนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เข้าใจว่ามีระเบียบรองรับอยู่ แต่ต้องกลับไปดูว่ากฎระเบียบ หรือข้อยกเว้นเหล่านั้นมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในทุกกรณีหรือไม่ ซึ่งต้องมีการพิจารณารายละเอียดเชิงลึกต่อไป

กรมราชทัณฑ์, เล่าต๋า, แนวหน้าออนไลน์, โรม

อนุทิน ประเดิมนายกฯไทยคนแรก เยือนวัดธัมมธโร พบปะชุมชนไทยในแคนเบอร์รา ร่วมปลูกต้น Inspiration

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:21 น.

“อนุทิน” เยือนวัดธัมมธโร ออสเตรเลีย เป็นนายกฯ ไทยคนแรก พบปะชุมชนไทยในแคนเบอร์รา ร่วมปลูกต้น “Inspiration” เป็นที่ระลึก

เมื่อเวลา 15.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ณ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยาและคณะ เดินทางเยี่ยมชมวัดธัมมธโร โดยมีนางแอน แอลลี รัฐมนตรีด้านการพัฒนาระหว่างประเทศและพหุวัฒนธรรม นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ตลอดจนคนไทย มารอต้อนรับทั้งผู้ใหญ่และเด็กมารอต้อนรับ และร่วมถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี

เมื่อเดินทางถึงศาลาสวดมนต์ นายกรัฐมนตรีเข้ากราบนมัสการพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโร และประธานกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (คธอ.) ถวายผ้าไตร เครื่องไทยธรรม และดอกไม้ธูปเทียน

โอกาสนี้ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโรกล่าวอนุโมทนานายกรัฐมนตรีคนที่ 33 และเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาเยือนวัดนี้ อีกทั้งยังได้ขอบใจนายกรัฐมนตรี ที่ได้ทุ่มเททำงานหนักท่ามกลางวิกฤตปกป้องประเทศชาติ เมื่อดำรงตำแหน่งสูง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกกระทบ ไม่มีใครไม่ถูกวิจารณ์ ขอเป็นกำลังใจและอวยพรให้นายกรัฐมนตรี ทำงานเพื่อประเทศชาติตามที่ตั้งใจไว้

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยาเข้ากราบสักการะพระพุทธอังคีรสจำลอง ซึ่งประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ และสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระเจดีย์ศรีธัมมธโร ภายในอาคารใต้พระมหาธาตุเจดีย์ ก่อนถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นายกรัฐมนตรีและภริยารวมทั้ง รัฐมนตรีด้านกิจการพหุวัฒนธรรมฯ ออสเตรเลียได้ร่วมกันปลูกต้นแมกโนเลีย สายพันธุ์ “Inspiration” เพื่อเป็นที่ระลึกในการเยือนวัดธัมมธโร โดย “Inspiration” หมายถึง แรงบันดาลใจ และเป็นความทรงจำในการมาเยือนครั้งนี้

วัดธัมมธโร เป็นวัดไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงแคนเบอร์รา ก่อตั้งมาแล้ว 30 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจสำคัญของชุมชนไทยในออสเตรเลีย

โดยในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมคณะ มีกำหนดเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ โดยมีนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย และภริยา เป็นเจ้าภาพ ณ บ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย กรุงแคนเบอร์รา

อนุทิน, ออสเตรเลีย, แคนเบอร์รา

อนุทิน โพสต์ระดม รมต.ลงพื้นที่น้ำท่วมน่านแล้ว ส่งกำลังใจผู้ประสบภัย

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:52 น.

อนุทิน โพสต์ระดม รมต.ลงพื้นที่น้ำท่วมน่านแล้ว ส่งกำลังใจผู้ประสบภัย 

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ท่านรองนายกยศชนัน ท่าน รมต สุริยะ ท่าน รมช เจเศรษฐ์ และ ผช รมต ธีระรัตน์(อิ่ม) กำลังเข้าไปในพื้นที่จังหวัดน่าน รัฐบาลได้สั่งการให้ระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ครับ ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนที่จังหวัดน่านทุกคนครับ”

น่าน, นายกฯ, น้ำท่วม, น้ำป่าไหลหลาก, ปัว

การดี ชี้ เงื่อนไข AIPASS บังคับส่งข้อมูล ประมวลผลต่างประเทศ ขัด TOR ชัดเจน

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:45 น.

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์คลิปวีดีโอและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยข้อสังเกตสำคัญภายหลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดระบบให้ประชาชนลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม AI PASS เป็นวันแรก โดยระบุว่า #จับตา AiPASS ขัด TOR ชัดเจน! หรือกำลังใช้ “ยอดลงทะเบียน” เป็นตัวประกันเพื่อเบิกงบ?

วันนี้ระบบ AiPASS เปิดให้ลงทะเบียนแล้วค่ะ อ้อได้เข้าไปอ่าน “ประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งาน” อย่างละเอียด และพบข้อความหนึ่งที่สำคัญมาก

ในเอกสารระบุไว้ว่า

“แพลตฟอร์มไม่สามารถรับคำสั่ง ประมวลผล และสร้างคำตอบให้แก่ท่านได้ หากปราศจากการส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ที่ท่านเลือกใช้งาน…หากท่านไม่ประสงค์ให้มีการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ท่านจะไม่สามารถใช้บริการได้”

พูดง่ายๆ คือ กระทรวงฯ ยอมรับด้วยเอกสารตัวเองแล้วว่า การส่งข้อมูลของคนไทยไปประมวลผลที่ต่างประเทศ “ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ”

ซึ่งประเด็นนี้ ขัดกับ TOR ข้อ 2.2 อย่างชัดเจน ที่ระบุว่าโครงการนี้จะต้อง “จัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย พร้อมยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไทยอย่างสูงสุด”

เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข้อสงสัยของฝ่ายค้านอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏออกมาแล้ว

อ้อขอย้ำจุดยืนในการตรวจสอบเรื่องนี้ ดังนี้ค่ะ
1.ต้องไม่มีการเบิกจ่ายเงินงวดใดๆ เพิ่มเติม จนกว่าจะมีคำชี้แจงที่ชัดเจนและโปร่งใส ถึงความขัดแย้งระหว่าง TOR กับเงื่อนไขการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง

2.ต้องเปิดเผยรายละเอียดสัญญาที่แก้ไข ซึ่งตอนนี้ทราบว่ามีการแก้ไขสัญญาเสร็จแล้ว แต่กระทรวงฯ ยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรูปแบบการจ่ายเงินแบบ Pay per “active user”

3.”ยอดผู้ลงทะเบียน” ไม่ใช่ตัวชี้วัดความคุ้มค่านะคะ และอ้อขอคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเลยค่ะว่า ต่อจากนี้จะมีความพยายามนำ “ยอดผู้ลงทะเบียน” มาเป็นตัวประกัน เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการต่อ ซึ่งยอดผู้ลงทะเบียน ไม่ใช่ตัวชี้วัดความคุ้มค่า

ประเด็นสำคัญที่ต้องระวังที่สุดเลยก็คือ หน้าต่างลงทะเบียนนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมืออ้างสิทธิ์ว่าเป็น Active User เพื่อให้เกิดการ “จ่ายเงินรายหัวโดยทันที” ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ประชาชนอาจจะแค่กดลงทะเบียน แต่ยังไม่ได้มีการใช้งานจริง หรือยังไม่ได้เกิดการพัฒนาทักษะตามวัตถุประสงค์ของโครงการเลยด้วยซ้ำ

ตัวเลขผู้ลงทะเบียน ไม่ใช่คำตอบของการประมวลผลข้อมูล ไม่ใช่คำตอบของการนับ Token และไม่ใช่คำตอบของการจ่าย Pay per use ที่ยังค้างคาอยู่แม้แต่ข้อเดียว และเดาว่าผู้ที่ pre register นี้ จะโดนเหมารวมนับเพื่อจ่ายตังค์แม้ว่าจะไม่มีการใช้งานเลยก็ตาม

ขณะนี้อ้อกำลังรอเอกสารอย่างเป็นทางการจากกระทรวงฯ ในทุกประเด็นที่เคยตั้งคำถามไว้

และขอยืนยันว่าจะไม่หยุดตรวจสอบเพียงเพราะมีตัวเลขผู้ลงทะเบียนสวยๆ มาอ้างอิง

เพราะหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่การนั่งนับยอดผู้ใช้งาน แต่คือการ “ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์ให้ถึงที่สุด” ค่ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดวิธีลงทะเบียน TH-AI Passport รับสิทธิ์ใช้ AI ระดับโลกฟรี สูงสุด 5 ล้านสิทธิ์

AiPASS, TH-AI Passport, การดี เลียวไพโรจน์, ประชาธิปัตย์

งานเข้า สส.ปชน. ! DSI เร่งสืบสวน-จ่อเรียกแจง ปมถูกกล่าวหาถือหุ้นแทนคนต่างชาติ

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36 น.

19 สิงหาคม 2569 ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.มณฑานี ตันติสุข หรือ นักเขียน เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก โดยการแชร์คลิปรายการข่าว ซึ่งกล่าวพาดพิงถึง สส.พรรคประชาชน ว่า DSI กำลังเตรียมออกหมายเรียกให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของบริษัทนิติบุคคลแห่งหนึ่งที่ จ.ภูเก็ต ว่า จากการตรวจสอบพบข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อร้องเรียนที่มีผู้สงสัยว่าบุคคลซึ่งเป็น สส.สังกัดพรรคประชาชน กระทำผิดกฎหมายนอมินีในพื้นที่ จ.ภูเก็ต กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงตั้งเรื่องไว้เพื่อสืบสวนสอบสวน ซึ่งการสอบสวนก็จะต้องเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิงเข้ามาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมนำเอกสารทั้งหมดมาชี้แจง ว่าเจ้าตัวได้ถือหุ้นแทนบุคคลต่างชาติหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้

พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยอีกว่า สำหรับกระ บวนการของกรมสอบสวนคดีพิเศษจะมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือการสืบสวน กรณีที่มีคำร้องขอ หรือพบข้อมูลการกล่าวหาที่อาจเข้าข่ายเป็นความผิดในคดีพิเศษเกิดขึ้น ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะไม่ได้รับคำร้องทุกข์ และสอบสวนทันที เพราะภายใต้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 การรับเป็นคดีพิเศษจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย และกรณีนี้ยังเป็นขั้นตอนของการสืบสวนอยู่ แต่หากสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในเงื่อนไข ก็จะรับไว้เป็นคดีพิเศษเพื่อสืบสวนสอบสวนต่อ โดยหากพบว่าเป็นคดีความผิดทางอาญา แต่ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะสอบสวนได้ ทางกรมฯ ก็จะส่งต่อไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการ

DSI,กรมสอบสวนคดีพิเศษ,มณฑานีตันติสุข,พรรคประชาชน,นอมินี,