กต.เผย คนไทยโดนระเบิดในอิสราเอล 4 คนอาการปลอดภัย 2 คนกำลังพักฟื้น

กต.เผย คนไทยโดนระเบิดในอิสราเอล 4 คนอาการปลอดภัย 2 คนกำลังพักฟื้น

18 ส.ค. 2569 21:08 น.

กต.เผย คนไทยโดนระเบิดในอิสราเอล 4 คนอาการปลอดภัย 2 คนกำลังพักฟื้น

โฆษกกระทรวงต่างประเทศเผยว่า เอกอัครราชทูตในกรุงเทลอาวีฟ เข้าเยี่ยมแรงงานไทย 6 คนที่โดนระเบิดเก่าในอิสราเอลแล้ว โดย 2 รายกำลังพักฟื้นหลังผ่าตัด ส่วนอีก 4 รายอาการปลอดภัยแล้ว

ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (18 สิงหาคม 2569) เกิดเหตุแรงงานไทยในอิสราเอลได้รับบาดเจ็บจากระเบิดที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่เมืองเมทูลา ทางตอนเหนือของอิสราเอล นั้น

น.ส. ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟว่า มีแรงงานไทยจำนวน 6 คน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดดังกล่าว และเข้ารับการรักษาที่ศูนย์พยาบาล “ซิฟ” (Ziv Medical Center) ในเมือง ซาฟีด (Safed)

มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ที่อาการสาหัส และได้รับการผ่าตัดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพักฟื้น ส่วนที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อยและปลอดภัยแล้ว

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด เพื่อดูแลให้ความช่วยเหลือและติดตามอาการด้วยแล้ว โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานงานกับโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงในเรื่องการติดตามการชดเชยเยียวยาต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ปลัด อว. ประกาศพลิกโฉมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สู่ ‘แพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ ยกระดับทุนมนุษย์

19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:56 น.

ปลัดกระทรวง อว.ในฐานะประธานบอร์ด NSM ชูวิสัยทัศน์กลางเวทีโลก “ASPAC 2026” ประกาศพลิกโฉมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สู่ “แพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ยกระดับทุนมนุษย์รับมือโลกยุคความไม่แน่นอน พร้อมประกาศ 5 ภารกิจของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในอนาคต 19 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช) หรือ NSM กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Empowering Future Generations: The Role of Science Museums in Building Resilient and Sustainable Societies”  หรือ “เสริมพลังคนรุ่นอนาคต: บทบาทของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน” ในการประชุมเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2569 (Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference: ASPAC Conference 2026) ภายใต้แนวคิด “Museums: Empowering Future Science Engagement in the Age of Uncertainty”  จัดโดย NSM ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ห้อง Amber 2–3 อาคาร IMPACT Exhibition Center ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี  ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า บทบาทของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ เพราะปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ โครงสร้างประชากร ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้จึงไม่อาจสิ้นสุดลงแค่ในระบบการศึกษาอีกต่อไป แต่ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต(Lifelong Learning)” ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่สำคัญยิ่ง ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับทุนมนุษย์เป็นเสาหลักที่สำคัญที่สุด เพราะหากประชาชนขาดความรู้ ทักษะ และความสามารถในการปรับตัว เทคโนโลยีก็ไม่อาจเปลี่ยนเป็นความยั่งยืนได้ “วันนี้เราไม่สามารถมองหรือทำพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในรูปแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป เราจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจาก “แหล่งจัดแสดงนิทรรศการ” ไปสู่การเป็น “แพลตฟอร์มการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตลอดชีวิต”ภายใต้ระบบนิเวศของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่เปิดโอกาสให้สาธารณชนเห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของทุกคน และทุกคนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ ตั้งคำถาม และนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว  ศ.ดร.ศุภชัย ได้เสนอวิสัยทัศน์ถึงบทบาทหลัก 5 ประการที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในยุคอนาคตต้องมุ่งเน้น ได้แก่ 1.เป็นรากฐานของความรู้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ (Science Literacy) เสริมสร้างประสบการณ์ตรงนอกห้องเรียนให้เด็กและเยาวชน 2.เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกช่วงวัย รองรับการเพิ่มทักษะ (Upskill) และปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) ให้คนทุกกลุ่มก้าวทันโลก3.เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านอนาคต (Future Literacy) และทักษะแห่งอนาคต ผ่านพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ เช่น อาคารฟิวเจอร์เรียม (Futurium) ของ อพวช. ที่เปิดโลกทัศน์ด้านอาชีพแห่งอนาคต 4.พัฒนาเครื่องมือนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม นำเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เช่น AR และ VR มาสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีและเข้าถึงง่ายขึ้น และ 5.สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตามอัธยาศัย กระจายโอกาสการเข้าถึงวิทยาศาสตร์ผ่านสื่อ ชุดการเรียนรู้ (Learning kits) และช่องทางดิจิทัล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและส่งมอบความรู้ถึงชุมชนห่างไกล  นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ยังต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสาธารณชนกับชุมชนนักวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้าง “วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์” ให้ฝังรากลึกในสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ “เราอยากเห็นผู้คนเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ไปด้วยความรู้สึกที่ว่า “ฉันเข้าใจมากขึ้น ฉันทำได้มากขึ้น และฉันสามารถมีส่วนร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ตนเองและประเทศชาติได้” อนาคตไม่ใช่สิ่งที่เราแค่ก้าวเข้าไป แต่มันคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์คือกุญแจสำคัญสำหรับสังคมในการออกแบบอนาคตนั้น” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวทิ้งท้าย

ปลัด อว., พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

เปิดฉากมหกรรมวิทย์ฯ 69 ชูพลังนวัตกรรมแก้ปัญหาโลก พลิกโฉมวิทยาศาสตร์ให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

19 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future” หรือ “วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM คณะผู้บริหาร อว. และคณะผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมงาน ณ เวทีกลาง งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ งานวิทย์ฯ 69 จึงมุ่งเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านการลงมือทำ ทดลอง และค้นพบศักยภาพของตนเอง “สิ่งที่เราอยากเห็นจากงานนี้ไม่ใช่เพียงเด็กและเยาวชนได้รับความรู้ แต่ต้องเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำความรู้ไปต่อยอด ตั้งคำถามใหม่ และสร้างสิ่งใหม่ให้กับประเทศ เพราะกำลังคนคุณภาพคือพื้นฐานสำคัญของการสร้างประเทศไทยในอนาคต” โดยแนวคิดการจัดงานยังสะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์ที่สามารถรับมือกับความท้าทายระดับโลก ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารได้อย่างยั่งยืน

มหกรรมวิทย์ฯ 69

สกร.เดินหน้า ‘เกษตรธรรมชาติ’ พลิกพื้นที่รกร้างสู่แหล่งเรียนรู้ ชู ‘Learn to Earn’ สร้างอาชีพ–รายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

19 สิงหาคม 2569 เวลา 00:00 น.

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนา ส่งเสริม และเผยแพร่เกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี คุณสุชาญ ศีลอำนวย เลขานุการมูลนิธิเอ็มโอเอไทย (MOA THAI Foundation) นายสังข์ กาญจนเพิ่มพูน ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากร สกร. จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 กรมส่งเสริมการเรียนรู้

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ “เกษตรธรรมชาติ” ไม่ได้อยู่เพียงการงดใช้สารเคมี แต่เป็นการนำวงจรชีวิตของธรรมชาติและระบบนิเวศมาเกื้อกูลกันอย่างสมดุล เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งต่อคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดย สกร. มุ่งให้การเรียนรู้ด้านเกษตรธรรมชาตินำไปสู่การปฏิบัติจริง และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี จัดทำฐานข้อมูลและทำเนียบผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรธรรมชาติ โดยรวบรวมบุคลากรที่ผ่านการอบรมเกษตรธรรมชาติ ระดับสูง ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างเครือข่ายบุคลากรที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลสู่พื้นที่ต่างๆ พร้อมกำชับให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการนำองค์ความรู้กลับมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) ทั่วประเทศ สำรวจและจัดทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่รกร้างหรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาเป็น “แปลงเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ” สำหรับประชาชน ชุมชน และครอบครัว ภายใต้แนวคิด “Learn to Earn” เรียนรู้แล้วสร้างรายได้จริง

แนวทางดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ตั้งแต่การปลูกพืชผัก การทำเกษตรธรรมชาติ ไปจนถึงการนำผลผลิตไปจำหน่ายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดจะเข้ามามีบทบาทสนับสนุนทั้งด้านการตลาด การแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต เพื่อยกระดับ ศฝช. ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต เป็นแหล่งสร้างอาชีพ และเป็นที่พึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง

“เกษตรธรรมชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ การจัดการเรียนรู้จึงต้องเน้นการปฏิบัติจริง มีหลักสูตรที่เหมาะสม และสามารถประเมินผลสัมฤทธิ์จากสิ่งที่ผู้เรียนทำได้จริง”

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายขยายผลการดำเนินงานไปยังจังหวัดและพื้นที่ที่มีความพร้อม โดยนำเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์มาใช้สนับสนุนการเรียนรู้ อาทิ คลิปวิดีโอและสื่อเตรียมความพร้อม เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้พื้นฐานก่อนเข้าสู่การอบรมในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติเข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

อธิบดี สกร. กล่าวในช่วงท้ายว่า การขับเคลื่อนความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลง (MOU) จะต้องสร้างผลลัพธ์อย่างสมดุลทั้งด้าน “วัตถุ” และ “จิตใจ” กล่าวคือ นอกจากการสร้างผลผลิตทางการเกษตรที่ดีต่อสุขภาพ สร้างอาชีพ และสร้างรายได้แล้ว ต้องคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจของผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงานควบคู่กันไป

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการได้ผลผลิตทางการเกษตร แต่ต้องทำให้คนมีความสุข มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทุกพื้นที่ที่ สกร. เข้าไปขับเคลื่อนต้องเป็นทั้งพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พื้นที่ปลอดภัย และพื้นที่แห่งโอกาส เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง”

Learn to Earn, สกร., เกษตรธรรมชาติ

NSM เปิดเวที ‘INTEDIF 2026’ ดึงผู้นำพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลกร่วมปักหมุดทิศทางแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่

18 สิงหาคม 2569 เวลา 18:31 น.

NSM เปิดเวทีใหญ่ “INTEDIF 2026” ดึงผู้นำพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลกร่วมปักหมุดทิศทางแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่พร้อมนำคณะเข้าชม “ฟิวเจอเรียม” ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ Asia Pacific Network of Science and Technology Centres (ASPAC) เปิดการประชุม International Directors Forum 2026 (INTEDIF 2026) ภายใต้แนวคิด “Evolving our Organizations Amidst a Rapidly Changing World” เวทีสำคัญที่รวมผู้บริหารระดับสูงจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาองค์กรให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมร่วมกำหนดทิศทางและยกระดับบทบาทของพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในการสร้างคุณค่า ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม และร่วมขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM พร้อมด้วย Maria Isabel Garcia President , ASPAC (The Mind Museum) และผู้นำเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ได้แก่ Christofer Nelson President and CEO, Association of Science and Technology Centers (ASTC), Maria João Fonseca President, European Network of Science Centres and Museums (ECSITE) , Maissa Azab Executive Director, The North Africa and Middle East Science Centers Network (NAMES), Miguel Garcia-Guerrero Executive Director, The Network for the Popularization of Science and Technology in Latin America and the Caribbean (RedPOP) และ Rufus Wesi Chairman, The South African Association of Science & Technology Centres (SAASTEC) ร่วมเปิดการประชุม ณ ห้องประชุมแสงเดือน–แสงเทียน พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า NSM ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี         

นายสุวรงค์  กล่าวว่า NSM และประเทศไทยรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้บริหารระดับสูงกว่า 30 หน่วยงาน จำนวน 51 คน จาก 20 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม INTEDIF 2026 ซึ่งการที่ผู้นำพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้จากนานาประเทศมารวมตัวกันในประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อร่วมกันมองไปข้างหน้าว่าองค์กรของเราจะปรับตัวและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผลกระทบและโอกาสจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการบริหารจัดการ การเรียนรู้ และการสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้เข้าชม ตลอดจนการพัฒนาองค์กรและสังคมอย่างยั่งยืน รวมถึงการแสวงหารูปแบบความร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างเครือข่ายในระดับนานาชาติ

“เราเชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ในโลกยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่ต้องสามารถปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงผู้คนกับองค์ความรู้ และมีบทบาทในการช่วยสังคมทำความเข้าใจและรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ การรวมตัวของผู้นำจากทั่วโลกในครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายจะนำไปสู่แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ ตลอดจนความร่วมมือที่จะช่วยยกระดับวงการพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในระดับสากล” นายสุวรงค์ กล่าว

ด้าน Maria Isabel Garcia, President, ASPAC กล่าวว่า การประชุม INTEDIF 2026  เกิดจากความร่วมมือของ 6 ภาคีเครือข่าย ได้แก่  ASPAC, ASTC, ECSITE, NAMES, RedPOP และ SAASTEC ที่มาร่วมกันกำหนดทิศทางเพื่อสร้างบทบาทที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอนาคตร่วมกัน เราหวังว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ตลอดการประชุม จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น และช่วยให้พิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์สามารถทำหน้าที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารและผู้นำเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ระดับโลกจากกว่า 20 เขตเศรษฐกิจ ได้เข้าเยี่ยมชม “ฟิวเจอเรียม” (Futurium) ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ระดับภูมิภาคของ NSM ที่มุ่งจุดประกายสร้างสรรค์นวัตกรรมและอนาคตอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับมิติทางสังคม อาชีพ และสภาพแวดล้อม นำเสนอผ่านนิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟกับโซน Innovation World และ Job World เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน ครอบครัว และประชาชนทุกช่วงวัยได้ค้นพบแรงบันดาลใจ ตลอดจนเตรียมความพร้อมรับมือกับทักษะแห่งโลกอนาคตอย่างเท่าทัน

INTEDIF 2026, NSM

‘เต๋า สมชาย’ อาลัยสุดซาบซึ้งถึง ‘เรย์ แมคโดนัลด์’ ลั่นมิตรภาพ ‘กูจะรักและคิดถึงมึงตลอดไป’

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:56 น.

สร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนคลับและวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก เมื่อ เต๋า-สมชาย เข็มกลัด (somchai_khemglad) ได้ออกมาโพสต์ภาพขาวดำสุดคลาสสิกคู่กับเพื่อนสนิทอย่าง เรย์ แมคโดนัลด์ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อแสดงความอาลัยและระลึกถึงมิตรภาพอันยาวนาน

โดย เต๋า สมชาย ได้ลงภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง นาคปรก ที่ทั้งสองเคยแสดงนำร่วมกัน พร้อมระบุแคปชันสุดกินใจว่า:“หลับให้สบายเพื่อน กูจะรัก และคิดถึงมึงตลอดไป ไอ้เพื่อนรัก… กูเอง #เรย์แมคโดนัลด์”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงและแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความเสียใจ อาลัยต่อการจากไปของนักแสดงมากฝีมืออย่าง เรย์ แมคโดนัลด์ และส่งกำลังใจให้ เต๋า สมชาย กับครอบครัวกันอย่างต่อเนื่อง

อาลัย ‘เรย์ แมคโดนัลด์’ ดาวลับฟ้า หอภาพยนตร์จัดกิจกรรมวางดอกไม้รำลึก ณ ลานดารา

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:32 น.

วงการบันเทิงไทยสูญเสียบุคคลสำคัญอีกครั้ง หลังการจากไปอย่างกะทันหันของ เร แมคโดนัลด์ นักแสดง พิธีกร และยูทูบเบอร์ชื่อดัง ในวัย 49 ปี โดยเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนคลับและผู้คนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก  ด้าน หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนักแสดงมากฝีมือ พร้อมเชิญชวนแฟนภาพยนตร์ร่วมกิจกรรม วางดอกไม้รำลึก บนรอยพิมพ์มือและรอยพิมพ์เท้าของ เร แมคโดนัลด์ ณ ลานดารา ซึ่งเจ้าตัวได้เคยเดินทางมาประทับรอยมือและรอยเท้าไว้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ร่วมกับเพื่อนสนิท ชาคริต แย้มนาม  ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีในวงการบันเทิง เร แมคโดนัลด์ เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 ถือเป็นไอคอนและแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ยุค 90s ตั้งแต่การแจ้งเกิดในฐานะพิธีกรรายการวัยรุ่นชื่อดัง Teen Talk รวมถึงผลงานภาพยนตร์ระดับตำนานมากมาย อาทิ: ฝัน บ้า คาราโอเกะ (2540) – ผลงานกำกับเรื่องแรกของ เป็นเอก รัตนเรือง ที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างมาก รัก-ออกแบบไม่ได้ (2541) – ภาพยนตร์รักวัยรุ่นในดวงใจของใครหลายคน คนจร ฯลฯ (2542) – บทบาทคนจรจัดในภาพยนตร์อินดี้เรื่องสำคัญ Fake โกหก ทั้งเพ (2546) – ภาพยนตร์รักสะท้อนชีวิตคนเมืองและความโดดเดี่ยว ผลงานภาพยนตร์อื่นๆ: Six หกตายท้าตาย (2547), หนีตามกาลิเลโอ (2552), นาคปรก (2553), สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจากปากเซ (2553), ตีสาม คืนสาม 3D (2557), โอเนกาทีฟ (2558), อมีน (2558) และผลงานล่าสุดอย่าง Behind the screens เพื่อนรักเพื่อนลับ  นอกจากงานแสดง เร ยังเป็นที่รักในฐานะพิธีกรรายการท่องเที่ยวลุยๆ อย่าง Rayron เร่ร่อน, Roaming, และ No Visa ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเอง สบายๆ และพร้อมเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ

เรย์ แมคโดนัลด์

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026

19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:55 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในหมวด Entertainment Complex (Cinema) แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องถึง 9 ปีซ้อน สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความไว้วางใจจากผู้บริโภค และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือความคาดหมายให้กับคนรักหนังทั่วประเทศ

วุธรวี จารุวัฒนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ซึ่งจัดขึ้นโดย นิตยสาร Marketeer ร่วมกับ บริษัท มาร์เก็ตติ้งมูฟ จำกัด เพื่อยกย่องแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยมีแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมรับรางวัล ครอบคลุมกว่า 94 หมวด รวม 79 แบรนด์ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ  ภายในงาน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล, เพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม, สมสมร โพธิ์เพิ่มเหม และ ธีรพงษ์ ชมานนท์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสแห่งความสำเร็จครั้งสำคัญของ  แบรนด์

รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยเป็นรางวัลที่สะท้อนความนิยมและการรับรู้ของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ผ่านการสำรวจความคิดเห็นครอบคลุมสินค้าทั่วไป103 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุม 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ และสินค้ากลุ่มเฉพาะ 20 ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,500 ตัวอย่างทั่วประเทศ

ความสำเร็จของ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ในครั้งนี้ สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผ่านปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น ได้แก่

  • มาตรฐานการบริการระดับสากล : มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
  • เอกลักษณ์เฉพาะตัวและไลฟ์สไตล์ : เป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
  • ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation Leader) : เดินหน้านำเทคโนโลยีระบบฉาย ภาพ และเสียงที่ทันสมัยและล้ำหน้าที่สุดระดับโลก มาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แฟนหนังชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand ต่อเนื่อง 9 ปีซ้อน จึงไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จของ  แบรนด์ แต่คือเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่เลือก “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ให้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุขในทุกครั้งที่ก้าวเข้าสู่โรงภาพยนตร์ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลก และรักษาความเป็น “แบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค” อย่างต่อเนื่องในอนาคต

ยกสำรับไทยขึ้นเวทีจักรวาล! 77 ชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2026 โชว์พลัง Soft Power อาหาร-ผลไม้ไทย สุดสร้างสรรค์

19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:35 น.

เรียกว่ายกสำรับอาหารคาว-หวาน ผสานผลไม้ไทยชื่อดัง จัดกันมาทั้งสวน กรีดกรายเฉิดฉายบนเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2026 รอบชุดประจำชาติ (National Costume) ปีนี้ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด Miss Universe Thailand จัดเต็มความอลังการ ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ เพราะแต่ละชุดนั้น “สุดมากแม่”

งานนี้ดีไซเนอร์ไทยขอ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด MUT & CEO of Miss Universe Eastern และทีม PD ปล่อยของเบอร์แรง ไม่มีใครยอมใคร! หยิบยกเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ศักยภาพของอาหาร ผลไม้พื้นถิ่นของผู้เข้าประกวด มาถ่ายทอดผ่านชุดประจำชาติได้ตรงคอนเซ็ปต์ “Fruits & Food – Thailand Soft Power”  สะท้อนเสน่ห์ กลายเป็นซอฟพาวเวอร์ส่งผ่านให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย รวมถึงรสชาติอาหารที่คนทั่วโลกหลงรัก ที่สำคัญ…ไม่ได้มาแค่หนึ่ง ไม่ได้มาแค่สิบ แต่จัดเต็มถึง 77 ชุด 77 ไอเดีย! มาหมดทั้ง แกงส้มใต้ ต้มยำกุ้งตัวยักษ์ ปูตัวใหญ่ ไก่ย่างมาเป็นตัว ก๋วยเตี๋ยวเรือซี๊ดซ๊าด ปลาส้มที่อยากจ้ำข้าวเหนียวร้อนๆ ตามมาด้วย น้ำพริกน้ำย้อย ส้มตำ เมนูไข่มดแดง ก็มีนะ ผัดไทย ฝอยทอง เงาะ มังคุด ลำไย กล้วยไข่ ทุเรียน มะยงชิด ลูกชก เสาวรส  มะพร้าว ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมใส่ใส้ เมี่ยงคำ สายไหม และอีกมากมาย กลายเป็นสำรับสยามขนาดมหึมา น่าอีสสุดๆ

เรียกว่าดูไป ท้องร้องไป “แต่ละชุดคิดได้ไงเนี่ย!” งัดไอเดียมาใส่ สวยงาม แปลก แหวก และอลังการ จนอาหารและผลไม้ไทยที่คุ้นตา ถูกตีความออกมาในมิติที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว! ทว่า 77 ผลงาน จะมีเพียง “หนึ่งเดียวเ” ที่คว้าตำแหน่งผู้ชนะ ได้รับโอกาสนำความเป็นไทยไปเปิดตาชาวโลกบนเวที Miss Universe ครั้งที่ 75 ณ ประเทศเปอร์โตริโก สำหรับกติกาการตัดสินจะมาจากคณะกรรมการ 2 ชุด และชุดของนางงามที่มีคะแนนโหวตสูงสุด  2 อันดับแรก อีก 2 ชุด  พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนนางงามร่วมโหวตได้ทางเว็บไซต์ Miss Universe Thailand ตั้งแต่วันนี้ เวลา 23.00 น. จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 18.00 น. มงจะลงชุดใคร ไปลุ้นกันได้ในการประกวด Miss Universe Thailand 2026 วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ค่ำคืนที่ทั้งประเทศและแฟนนางงามทั่วโลกจะลุ้นไปพร้อมกันว่า ใครจะคว้ามงกุฎ Miss Universe Thailand 2026 ก้าวขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทย สู่เวทีจักรวาล  Miss Universe ครั้งที่ 75  ณ ประเทศเปอร์โตริโก บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ย้ำ!ห้ามพลาดทุกการโหวต เพื่อส่งให้นางงามคุณรักสู่เวทีจักรวาลอย่าง “มหาชน” ตัวจริง

หลังเสร็จสิ้นการประกวดรอบชุดประจำชาติ แต่ความสนุกยังไม่จบแค่นี้! เหล่าสาวงามจะเดินหน้าต่อในช่วง On Ground Best Seller เพื่อชิงรางวัล Best Seller Award ซึ่งผู้คว้ารางวัลจะได้รับสิทธิ์เข้าสู่ Top 20 โดยอัตโนมัติ เตรียมพลังเสียงและพลังซัพพอร์ตไว้ให้พร้อม และยังมีอีกหนึ่งรางวัลสำคัญ Thailand’s Choice Award ที่เปิดโอกาสให้สาวงามผู้คว้ารางวัลได้ทะยานเข้าสู่ Top 20 โดยอัตโนมัติ เช่นกัน เรียกว่าศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ “มงใหญ่” แต่ทุกคะแนน ทุกเสียงเชียร์ และทุกการโหวต อาจเป็นกุญแจสำคัญพาสาวงามคนโปรดไปต่อถึง “มงจักรวาล” ได้เลย!

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ Miss Universe Thailand 2026 ได้ที่

 Facebook / Instagram / TikTok:  Miss Universe Thailand
 YouTube Channel: Grand TV
แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #MissUniverseThailand2026

  GO Hotel เชียงราย จุดหมายใหม่เหนือสุดในสยาม  ชูคอนเซปต์ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:06 น.

GO Hotel (โก โฮเทล) แบรนด์โรงแรมระดับคุณภาพในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดตัว GO Hotel Chiangrai (โก โฮเทล เชียงราย) อย่างเป็นทางการ ปักหมุด “เหนือสุดในสยาม” พร้อมชูคอนเซปต์สุดเก๋ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือกรอบหน้าต่าง ‘ลายประจำยาม’ ซึ่งเป็นลายไทยโบราณที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมรังสรรค์พื้นที่พักผ่อนที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายขั้นสุด ด้วยห้องพักดีไซน์โปร่งโล่งหลากหลายรูปแบบ เครื่องนอนคุณภาพสูงเพื่อการหลับสบาย และพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน รองรับทุกแพสชันการเดินทางทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ตลอดจนผู้เดินทางทุกกลุ่ม รวมถึง Pet-Friendly ที่พร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรักให้เข้าพักร่วมกันได้อย่างอบอุ่น GO Hotel เชียงราย ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพซึ่งเป็นทั้งจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นการเดินทางใจกลางเมืองเชียงราย อยู่ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เพียง 1 นาที และเชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้ศูนย์กลางคมนาคมอย่างสถานีขนส่งเชียงราย (10 นาที) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (25 นาที) อีกทั้งยังรายล้อมด้วยสถานที่ราชการ โรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลเชียงรายราม และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมล้านนาชื่อดัง เช่น หอนาฬิกาเชียงราย, สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ, ถนนคนเดินเชียงราย, วัดร่องขุ่น และไร่บุญรอด ทำให้ GO Hotel เชียงราย เป็นปักหมุดแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการพักผ่อนได้อย่างลงตัว  บรรยากาศในพิธีเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการเป็นไปอย่างอบอุ่นและมีสไตล์ ชูแนวคิด ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัวของ ภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงาน Hotel Business ผสานกับเสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายที่มีคอมมูนิตี้คนรักมอเตอร์ไซค์อย่างเหนียวแน่น โดยภายในงานได้เชิญเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชนเยี่ยมเข้าเยี่ยมชมโรงแรมก่อนใคร พร้อมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Operation และ คุณสุทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์ Hotel Business Development ร่วมถ่ายภาพคู่กับรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดภายในงาน นอกจากนี้ GO Hotel เชียงราย เตรียมปล่อยคลิปวิดีโอและภาพโปรโมตชุดพิเศษ ผ่านเลนส์กล้องของสิทธิอาจ อมศิริ ที่ร่วมกับก๊วนไบเกอร์เชียงรายอีกกว่า 80 คัน เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย โดยสามารถติดตามชมคลิปวิดีโอดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้  จตุพร วิไลแก้ว Head of GO Hotel กล่าวถึงการเปิดตัวโรงแรมในครั้งนี้ว่า ว่า “GO Hotel เชียงราย เป็นโรงแรมลำดับที่ 8 ของ GO Hotel ที่มีคอนเซปต์ “GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน” จากที่ตั้งซึ่งอยู่ในจังหวัดที่เรียกได้ว่า ‘เหนือสุดในสยาม’ ซึ่งนักท่องเที่ยวในเชียงรายนิยมพักค้างในตัวเมือง 1-2 คืนก่อนเดินทางขึ้นดอย ประกอบกับเมืองเชียงรายมีคอมมูนิตี้คนรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่แข็งแกร่ง GO Hotel เชียงราย จึงไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การพักผ่อนแสนสบายบนทำเลใจกลางเมืองเท่านั้น แต่เราตั้งใจให้โรงแรมแห่งนี้เป็นจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นของทุกการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเชียงรายอย่างแท้จริง นอกจากนี้แคมเปญ ‘GO Local, Eat Local’ ที่เราตั้งใจให้นักเดินทางทุกท่านได้สัมผัสวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นอย่างแท้จริง ยังมีความพิเศษกว่าเดิม โดยได้ผนึกกำลังจากกลุ่มไบเกอร์เชียงราย มาร่วมปักหมุดและแนะนำร้านอาหารอร่อยระดับตำนานและร้านยอดนิยมที่คนท้องถิ่นการันตี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับในแบบที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย” เพียงแสดงคีย์การ์ดของ GO Hotel เชียงราย รับสิทธิพิเศษจากร้านชื่อดังที่ไบเกอร์เชียงรายแนะนำ ได้แก่ 

  • ร้านข้าวต้มบัว ร้านข้าวต้มกุ๊ยยอดนิยมย่านสนามบินเก่า ขวัญใจคนท้องถิ่นด้วยเมนูไทยรสจัด จ้านราคาสบายกระเป๋า รับฟรี ข้าวต้ม 1 ถ้วย
  • Maison De Chiangrai ร้านอาหารไทยสไตล์ Chef’s Table และ Fine Dining ระดับ 5 ดาว โดดเด่นด้วยเมนูไทยและอาหารเหนือต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่น (แนะนำให้จองล่วงหน้า) รับฟรี อาหารประจำฤดูกาล 1 จาน
  • ร้านกาแฟรถเหลือง ร้านกาแฟโบราณชื่อดังคู่เมืองเชียงราย บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา เสิร์ฟความอร่อยยามเช้าจากรถสองแถวสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ รับฟรี ปาท่องโก๋ 1 ชุด
  • บะหมี่เชียงราย ฮุ่ยเม้ง หอนาฬิกา ร้านบะหมี่ทำเองเส้นเหนียวนุ่มตำรับเก่าแก่คู่เมือง รับฟรี เกี๊ยวและขนมจีบ อย่างละ 2 ชิ้น
  • ครัวเฟยเทียน ดอยช้าง ร้านอาหารจีนยูนนานระดับแลนด์มาร์กบนดอยช้าง เสิร์ฟขาหมูหมั่นโถวและเคาหยกท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา รับฟรี ชาอัสสัม 1 กา
  • ร้านน้ำเงี้ยวป้านวล อาหารญวนพังงา ต้นตำรับน้ำเงี้ยวสูตรเข้มข้นที่ส่งต่อมากว่า 150 ปี พร้อมเมนูอาหารเวียดนามสดใหม่ ปราศจากผงชูรส รับอัปไซซ์น้ำเงี้ยว จากขนาดปกติเป็นขนาดใหญ่ทันที
  • Rad Bar บาร์สุดชิลใจกลางเมือง จุดนัดพบยอดนิยมของสายไบค์เกอร์หลังจบการเดินทาง รับ ส่วนลดพิเศษ 10%
  • ร้านลาบสนามกีฬา ร้านอาหารเหนือรสเด็ดต้นตำรับล้านนาที่ครองใจคนท้องถิ่นมายาวนาน โดดเด่นด้วยเมนูต้นตำรับล้านนา เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารเมืองแท้ ๆ เมื่อมาเยือนเชียงราย รับเป๊ปซี่ขวดเล็ก 1 ขวด

 พร้อมสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ เมื่อจองห้องพัก GO HOTEL เชียงราย  – ลูกค้าบัตรเครดิต KBANK รับเครดิตเงินคืน 10%* เมื่อใช้ K Point แลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 – ลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX ใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 1 บาท รับ 1 คะแนน* วันนี้ – 30 กันยายน 2569 – ลูกค้าบัตรเครดิต KTC รับเครดิตเงินคืน 13%* เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน – ลูกค้าที่ใช้บริการ Grab วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 GrabCar รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ไม่มีขั้นต่ำ จำกัด 2 ครั้ง/ผู้ใช้ และจำกัด 100 สิทธิ์/วัน GrabFood รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ขั้นต่ำ 200 บาท – ลูกค้า AIS ใช้คะแนน 1 คะแนน แลกรับห้องพักราคาพิเศษมูลค่า 780 บาท* – ลูกค้า Sukishi เพียงแสดงคีย์การ์ดห้องพักที่ร้าน Sukishi Korean Charcoal Grill รับฟรี แกงเต้าหู้นิ่มรสเผ็ด 1 จาน* มูลค่า 190 บาท เมื่อทานบุฟเฟต์สุข Overload ทุกระดับ หรือ A La Cart มูลค่าต่อใบเสร็จ 500 บาทขึ้นไป วันนี้ – 31 มกราคม 2570  GO Hotel เชียงราย พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักเดินทางทุกท่านให้มาปักหมุดเช็กอินเติมความฟินแบบจัดเต็มไปด้วยกัน ยกระดับการนอนด้วยเตียงนุ่มนอนสบายระดับ 5 ดาว พร้อมห้องพักมืดสนิทหลับลึกไร้แสงกวนใจ และความบันเทิงครบทั้ง Smart TV กับ Wi-Fi สปีดแรงจัด จะทำงานผ่าน Co-working Space หรือดูซีรีส์สุดมันก็ไม่มีสะดุด ทั้งยังหาของอร่อยทานง่ายๆ ผ่าน Grab & Go หรือจะเดินช้อปปิ้งชิลๆ ก็แค่ก้าวออกจากลิฟต์เพราะตัวโรงแรมติดห้างฯ และที่ฟินที่สุดคือพาสัตว์เลี้ยงสี่ขาตัวโปรดมาเช็กอินเที่ยวด้วยกันได้ทั้งบ้าน! จองห้องพักตรงกับทางโรงแรมคุ้มกว่า! แล้วออกไปค้นพบเสน่ห์เชียงรายไปด้วยกัน คลิกเลยเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์ดีๆ อีกเพียบ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ LINE : @gohotel, โทร. +66 52 024 598 และที่ Website: https://letzzzgo.co       

Facebook