ที่แรก เสนาหอย เปิดใจถึงสาเหตุปิดร้านก๋วยเตี๋ยว พร้อมความลับ น้องเค้กส้ม เคยเป็นหนึ่งคนในโลก 15 ใบ

ที่แรก เสนาหอย เปิดใจถึงสาเหตุปิดร้านก๋วยเตี๋ยว พร้อมความลับ น้องเค้กส้ม เคยเป็นหนึ่งคนในโลก 15 ใบ

ที่แรก เสนาหอย เปิดใจถึงสาเหตุปิดร้านก๋วยเตี๋ยว พร้อมความลับ น้องเค้กส้ม เคยเป็นหนึ่งคนในโลก 15 ใบ

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.34 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนตลอดทั้งสัปดาห์ สำหรับการออกมาประกาศปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบัวไหลต้มยำ โดยเจ้าตัวก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุดังกล่าว แต่ก็มีเหล่าคอมเม้นท์และหลายคนต่างก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างรุนแรง ล่าสุด “เสนาหอย” ก็ประกาศกลางรายการ คุยแซ่บโชว์ ที่ออนแอร์ทางช่องวัน 31 ว่าตนเองได้มูฟออนจากเรื่องนี้แล้ว พร้อมกันนี้ก็ตั้งเป้าเปิดร้านอาหาร กับแฟนสาว “น้องเค้กส้ม” รวมไปถึงยังเล่าประสบการณ์ความรักที่ผ่านมา ที่มีโลกถึง 15 ใบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเค้กส้มด้วย ….

สาเหตุที่เราปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบัวไหล ต้มยำ?

“เรารู้สึกว่ามันไม่สนุกแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าออกมาละกัน ตอนนี้ก็มูฟออนแล้ว กับสิ่งที่มันเกิดขึ้น หลังจากนี้ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้นไปแล้วกัน เพราะเราคิดว่าถ้าเราตื่นมา ทำแล้วไม่มีความสุข เราก็จะไม่ทำ แต่พอตอนนี้เรารู้สึกว่ามันไปไม่ได้ เราก็ออกมาดีกว่า คือเปิดมาแล้ว 7 เดือน แล้วก็ขอบคุณทุกกำลังใจ พอเราประกาศออกไป ทุกคนก็ให้กำลังใจเรา ทุกคนเห็นในสิ่งที่เราทำ คนยังรักเรา เรามีความสุขมากกับการที่คนเห็นในสิ่งที่เราทำ เพราะตอนนี้เรากำลังจะมูฟออนออกไป เพื่อจะไปทำธุรกิจอาหาร เราก็คิดว่าเราก็อยากจะมีร้านอาหารที่เป็นของตัวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต ตอนนี้กำลังทำเลย จะทำแบบคาเฟ่มัจฉะ อยู่แถวตรงตลาดมารวยพลาซ่า ตรงหทัยราษฎร์ ชื่อร้าน HOSOMI ซึ่งตอนแรกผมอยากตั้งชื่อร้านว่า หอยส้ม แต่กลัวคนจะเข้าใจผิดว่าร้านเราขายอาหารทะเลกับขายผลไม้ ก็เลยถาม chatGPT เป็นความแตกต่างที่ลงตัว อยู่ดีๆก็เป็นญี่ปุ่นเฉย“

ขอย้อนกลับไปร้านบัวไหลฯ คือตอนนี้ปิดกิจการเลยหรือเปล่า?

“คือถ้าในส่วนของผม คือปิดไปเลย แต่ส่วนอื่นมันจะมีอะไรเกิดขึ้น มันก็เป็นเรื่องของเขา”

น้องเค้กส้มให้กำลังใจยังไงบ้าง ?

เค้กส้ม : คือเราก็ให้กำลังใจทุกวัน เพราะว่าเราก็ทำมาด้วยกัน เราอยู่ข้างเขาตลอด เราก็อยากให้เขาสู้ ปกติเค้าเป็นคนสู้มากๆ อยู่แล้ว อาจจะมีเครียดมากในช่วงแรก เพราะอยู่ดีๆ ก็อาจจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเวลาที่เค้าเครียด เค้าจะเงียบๆ เป็นคนไม่ค่อยพูด จะคิดนั่นคิดนี่

แล้วพี่เปิ้ล นาครก็เข้ามาเม้นให้กำลังใจ?

เสนาหอย  : ก็ต้องบอกเลยว่า เราดีใจที่ทุกคนมาให้กำลังใจเรา ในทุกๆคอมเม้นต์ไม่ว่าจะเป็นคุณวิลลี่ และคนอื่นๆ และบางคนเค้าไม่ได้สนิทกับเรามาก เค้าก็ให้กำลังใจเรา 

ส่วนอีกหนึ่งคนคุณวิลลี่ก็ไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลย ? 

“ก็ต้องบอกเลยว่า ผมทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องความรัก เค้าอยู่กับผมในทุกสถานการณ์ หันไปยังไงก็จะเจอเขา เขาก็จะพูดว่ามึงทำได้ มึงต้องไปต่อ และบางทีผมส่งข้อความไป เค้าอ่าน แต่เค้าไม่ตอบ อันนี้มันแสดงให้เห็นว่าเรายังอยู่ข้างกันเสมอ รวมถึงคนอื่นเค้าก็ไม่ตอบ เค้าให้เหตุผลว่าเค้ารับทราบแล้ว คือเค้าอ่านแล้ว 

(ทางทีมงานวิดีโอคอลหาวิลลี่)

วิลลี่ : ก็คือจะมาให้กำลังใจคุณหอย ผมในฐานะคนบันเทิงที่เข้าไปช่วยโปรโมทให้ (หัวเราะ) ก็ขอเป็นกำลังใจให้ เพราะชีวิตก็ต้องเดินต่อไป งานบุญยังมีอีกเยอะ ก็คงต้องทำอีกเยอะ แล้วชีวิตอย่างหอยต้องผจญภัยอีกเยอะ ผมก็ต้องพาเค้าไปทำบุญอีก ผมก็เห็นใจเขานะ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมไปช่วยโปรโมท HOSOMI  

พี่วิลลี่คือพ่อสื่อให้เค้กส้มได้คุยกับพี่หอย?

วิลล่า : ส้มอยู่กับพี่ที่รายการฮอลลีวูดเกมส์ไนท์ พี่หอยก็ไปขอ LINE เค้า ส้มก็มาถามพี่ ว่า ทำยังไงดี พี่หอยมาขอ LINE ก็เลยบอกส้มไปว่าทนอีกนิดเดียว นอกจากตัวสั้นแล้ว เดี๋ยวชีวิตก็สั้น แป๊บเดียว ให้ๆ ไปเถอะ คือถามว่าเราห่วงส้มไหม ก็คือเราตรวจเช็คมังกรของหอยแล้วไม่ผงาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 

พี่วิลลี่มีอะไรอยากจะบอกไหม ?

วิลลี่ : ก็คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ก็บอกหอยไปว่าชีวิตมันก็เหมือนละคร ถ้ามันเรียบง่ายมันก็ไม่สนุก มันก็ต้องมีขึ้นๆ ลงๆ มันจะได้เร้าใจ ยังไงมันก็ต้องดูตอนจบอยู่แล้ว แต่ในระหว่างทางมันก็ต้องมีอุปสรรค สู้ต่อไปยังไงก็มีเพื่อนๆ อยู่เคียงข้าง

เสนาหอย : ถามว่าเราอยากพูดกับเขาไหม ก็คือเอาเหมือนเดิมเลยไม่ต้องตอบ LINE เพราะว่าคุณเองก็ไม่ตอบใครอยู่แล้ว แล้วสิ่งที่คุณทำอยู่ มันตอบทุกสิ่งทุกอย่างในเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ

วิลลี่ : ผมก็ต้องขอบคุณพี่หอยอย่างมาก เพราะผมกลับมาจากเมืองนอกปุ๊บ ก็มีคนทักเข้ามาว่าลี่ดูเป็นพระเอกมากเลย สำหรับคลิปสั้นที่ทำลงในโซเชียล (ยิ้ม) 

แล้วตอนนี้ขอย้อนกลับไปว่าก่อนหน้าที่จะมาเจอ “เค้กส้ม” กับความเจ้าชู้เป็นยังไงบ้าง?

“ก็ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยมีโลกถึง 15 ใบ แต่ช่วงเวลาตรงนั้นมันผ่านมาแล้ว คือถามว่าเราบริหารยังไง หนึ่งก็คือเราส่งรูปดื่มกาแฟ ส่งรูปเซลฟี่ ส่งรูปถอดเสื้อ ผมใช้วิธีการบอร์ดแคส บางทีก็ส่งถึงผู้ใหญ่ก็มี(หัวเราะ) ส่งแบบนี้ทุกวัน อย่างตอนนั้นที่เรามีโลก 15 ใบ เราก็มีความเชื่อของเราอยู่ตรงนั้น เราก็มีความลับของเรา มันเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ เพราะว่าเราเองก็ไม่ได้หล่อ ซึ่งมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่มันเป็นแบบนั้น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องดี แต่เราก็มีความสุขกับตรงนั้น สุดท้ายแล้ววันนึง มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมส่งบอร์ดแคสไปให้ ก็เป็นเค้กส้มด้วย เค้กส้มคือเคยเป็นหนึ่งใน 15 ใบของผม และมีวันนึงผมคิดว่าผู้หญิงคนไหนที่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้ ยังไงเขาก็ต้องเลิก เพราะว่าเค้าจับได้ แต่ทุกคนก็รู้ว่าผมเจ้าชู้ และเค้าก็ได้เจอต่อหน้า เค้าจับได้ว่าผมมีคนอื่นด้วย วันนั้นจับได้แบบค่อนข้างแรง ผมคิดไว้แล้วว่า ต่อจากนี้เขาก็ต้องบอกว่าเลิกผมแน่ๆ

เค้กส้ม : คือเราจับได้ว่าเค้ามีคนอื่น แต่เราก็รู้อยู่แล้ว ว่าเค้ามีคนอื่น เพราะว่าเค้าก็แสดงออกชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเค้าก็มีคนคุยหลายคน เพราะว่าเราเจอและเห็นจังๆ ว่าเขามีคนอื่น คือสรุปว่าเรารับรู้ว่าเค้ามีคนอื่น เราเจอหน้าเค้าก็บอกว่าหนูรู้นะว่าพี่ทำอะไรไปบ้าง ก็เลยบอกว่าอยากให้เค้าดูแลตัวเองนะ เพราะว่าเค้าเป็นคนในวงการบันเทิง แล้วถ้ามีใครที่ไม่หวังดีกับเขา อาจจะทำให้เขาเสียหาย อาจจะกลายเป็นประเด็นก็ได้ 

เสนาหอย : ผมจำได้ว่าวันนั้นเค้าเดินมานั่งข้างๆ ผม ซึ่งก่อนหน้านี้ที่บอกไปว่าในใจผมคิดว่ายังไงเค้าก็ต้องบอกเลิก เราก็ต้องจำใจยอมรับว่าโดนบอกเลิก เขาก็กระซิบข้างหู หนูรักพี่นะ ผมก็คิดในใจว่าในบรรดาโลก 15 ใบของผม มันมีผู้หญิงที่คิดแบบนี้ด้วยหรอ และถ้าเราปล่อยผู้หญิงคนนี้หลุดมือไป คงไม่มีใครที่เป็นห่วงผมมากขนาดนี้ แล้วอย่างที่บอกว่าเรื่องเนี่ย มันเป็นเรื่องครั้งหนึ่งในชีวิต ที่มันมีผลต่ออนาคต ถ้าผมไม่จับมือเขาไว้ หรือเสียผู้หญิงคนนี้ไป ผมต้องเสียใจไปตลอดชีวิต หลังจากนั้นผมปิดทุกอย่าง เรื่องทุกอย่างที่เคยเป็น ปิดทุกโลกที่เหลือ ก็ปิดทุกอย่าง เพราะว่าเขาเข้ามาดูแลชีวิตผมทุกอย่าง ผมยืนยันว่าผมจะไม่ปล่อยมือเขาแน่ หลังจากวันนั้นผมก็บอกรักเขาทุกวัน และบางคนก็อาจจะบอกว่าการบอกรักทุกๆ วัน มันจะลดค่าลงเรื่อยๆ หรือเปล่า แต่สำหรับผมคือบอกทุกวัน มันก็เพิ่มขึ้นทุกวัน 

ทำไม “เค้กส้ม” ถึงยังให้โอกาสกับคนที่เจ้าชู้ที่มีโลก 15 ใบ?

เค้กส้ม : ด้วยความที่พี่หอยเป็นคนน่ารักเป็นคนใจดี ถ้าเราได้สัมผัสเขาจริงๆ เค้าจะเป็นคนน่ารักและอบอุ่น และเราก็รักเขา ก็อยากดูแลเขา 

แต่ถ้าย้อนกลับไปเค้กส้มก็โดนคอมเม้นต์ว่าคบกับพี่หอยเพราะเงินหรือเปล่า?

เค้กส้ม : กระแสแรกๆ ก็จะมีคอมเม้นต์แนวนี้เยอะ เรามาคบพี่เค้าเพราะเรื่องเงินหรือเปล่า ซึ่งเรารู้กันสองคนอยู่แล้ว ว่าเราคบกันเพราะอะไร เราคบกันเพราะว่าดูแลกัน

เสนาหอย : ในจุดนั้นตอนที่เค้ามาคบกับผมผมก็ยังมีหนี้ 106 ล้าน ซึ่งถ้าเค้ามาคบกับผมเพราะว่าเรื่องเงิน ผมว่าเค้าคงจะถอยห่างไปแล้ว แต่สุดท้ายเค้าเข้ามาในชีวิตผม เค้าจัดระบบ มันทำให้ผมฝ่าฟันตรงนั้นมาได้ เค้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีวันนี้

สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา

สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา

สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.32 น.

7 มิถุนายน 2569 ยิ่งใกล้วันสำคัญ ออร่าความสวยก็ยิ่งเปล่งประกาย สำหรับนักแสดงและพิธีกรสาวชื่อดัง โอ๋ ภัคจีรา ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มรุ่นน้อง เบียร์ สรณัฐ ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ท่ามกลางความยินดีจากครอบครัว เพื่อนสนิท และแฟนคลับจำนวนมาก

ล่าสุด โอ๋ ภัคจีรา เผยภาพเซ็ตใหม่ในลุคสีชมพูหวานทั้งตัว โดยมาในชุดวันพีซลูกไม้ซีทรูสีชมพูที่ช่วยขับลุคให้ดูโดดเด่น สวมทับด้วยเสื้อคลุมเข้าชุด เพิ่มความหรูหรา

ภาพเซ็ตดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก โดยมีแฟนคลับและเพื่อนในวงการบันเทิงเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โอ๋ ภัคจีรา กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เปล่งประกายที่สุด และมีออร่าความสุขของว่าที่เจ้าสาวออกมาอย่างชัดเจน

ไฟลุกทั้งชายหาด ชิปปี้ เสิร์ฟลุคบิกินีอวดหุ่นเป๊ะ แฟนๆกดไลก์สนั่น

ไฟลุกทั้งชายหาด ชิปปี้ เสิร์ฟลุคบิกินีอวดหุ่นเป๊ะ แฟนๆกดไลก์สนั่น

ไฟลุกทั้งชายหาด ชิปปี้ เสิร์ฟลุคบิกินีอวดหุ่นเป๊ะ แฟนๆกดไลก์สนั่น

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.03 น.

ทำเอาอินสตาแกรมร้อนระอุขึ้นมาทันที สำหรับนางเอกสาวสวยหุ่นแซ่บ “ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์” ที่ล่าสุดขอแพ็กกระเป๋าไปพักผ่อนรับลมทะเล พร้อมเสิร์ฟความสดใสและความเซ็กซี่เบาๆ ผ่านชุดว่ายน้ำบิกินีสุดปัง

โดย ชิปปี้ ได้โพสต์ภาพบรรยากาศทริปทะเลผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @sirinissirin ซึ่งแต่ละช็อตเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนคลับได้ไม่น้อย กับลุคบิกินีสีเขียวน้ำทะเล พร้อมโพสท่าอวดความสวยริมชายหาดแบบสบายๆ แต่สะกดทุกสายตา

นอกจากนี้ยังมีภาพในชุดว่ายน้ำบิกินีลวดลายหวานละมุน ที่เผยให้เห็นรูปร่างสุดเป๊ะ โดยเฉพาะเอวเอสและสัดส่วนที่ดูฟิตแอนด์เฟิร์ม จนหลายคนอดชื่นชมไม่ได้

ม็อบ “พรรคแมลงสาบ” อินเดีย ชุมนุมครั้งแรก เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา-โอกาสการจ้างงาน

ม็อบ "พรรคแมลงสาบ" อินเดีย ชุมนุมครั้งแรก เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา-โอกาสการจ้างงาน

7 มิ.ย. 2569 12:20 น.

ม็อบ “พรรคแมลงสาบ” อินเดีย ชุมนุมครั้งแรก เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา-โอกาสการจ้างงาน

ขบวนการ “พรรคแมลงสาบประชาชน” หรือ CJP ของอินเดีย ซึ่งเริ่มต้นจากการล้อเลียนทางการเมืองบนโลกออนไลน์ ที่มีผู้ติดตามกว่า 22 ล้านคน จัดการชุมนุมบนท้องถนนครั้งแรกในกรุงนิวเดลี ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของคนรุ่นใหม่ต่อระบบการศึกษา การสอบ และปัญหาการว่างงาน โดยผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐมนตรีศึกษาธิการลาออกภายใน 7 วัน

ผู้สนับสนุน “พรรคแมลงสาบประชาชน” (Cockroach Janata Party หรือ CJP)  หลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ได้รวมตัวกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (6 มิ.ย.) บริเวณจันตาร์ มันตาร์ ใกล้กับอาคารรัฐสภาในกรุงนิวเดลี หลังจากที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวโด่งดังจนกลายเป็นไวรัลและยึดพื้นที่หน้าสื่อในอินเดียมานานหลายสัปดาห์

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการประท้วงครั้งนี้ มาจากรายงานความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการสอบคัดเลือกเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ระบายความอัดอั้นตันใจของเยาวชนอินเดียที่มีต่อระบบการศึกษา และโอกาสในการหางานที่จำกัดอย่างยิ่งในปัจจุบัน โดยบัญชีทางการของพรรค CJP บนแพลตฟอร์ม X ได้โพสต์ข้อความก่อนวันประท้วงว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนมุกตลกเล็ก ๆ นี้ให้กลายเป็นสัปประยุทธ์แห่งการปฏิวัติ” ทั้งนี้ ประชากรคนรุ่นใหม่ในอินเดียคิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ

นายอภิชิต ทิปเก วัยรุ่นอินเดียซึ่งเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบอสตันและเป็นผู้ก่อตั้งขบวนการออนไลน์นี้ ได้เดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการชุมนุม โดยในตอนแรกตำรวจได้ตั้งแผงกั้นเหล็กบริเวณผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินนานาชาตินิวเดลี แต่ในเวลาต่อมานายทิปเกเปิดเผยว่าตำรวจได้อนุญาตให้จัดกิจกรรมประท้วงได้โดยสงบ

แกนนำและผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้ร่วมกันชูธงชาติอินเดียพร้อมกับถือ “หนังสือ” ซึ่งผู้จัดงานระบุว่าเป็นสัญลักษณ์ของการทวงคืนสิทธิทางการศึกษาและโอกาสที่เท่าเทียม พร้อมกับตะโกนขับไล่นายธาร์เมนดรา ปราธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงค่ำวันเสาร์ พรรค CJP ได้ออกแถลงการณ์ยื่นคำขาดต่อรัฐบาลเป็นเวลา 7 วัน ให้นายปราธานลาออก หรือให้นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ปลดเขาออกจากตำแหน่ง หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ขบวนการ “แมลงสาบ” จะขยายตัวและยกระดับการประท้วงไปทั่วประเทศ

มันซี เซห์กัล ผู้ประท้วงวัย 26 ปี กล่าวว่า “การประท้วงอาจจะเริ่มจากปัญหาระบบสอบ แต่ปัญหาที่ลึกกว่านั้นคือคนรุ่นใหม่ไม่มีพื้นที่ให้ส่งเสียงหรือตั้งคำถาม ซึ่งพรรค CJP ได้มอบพื้นที่นั้นให้ และกลายเป็นสิ่งแรกที่ผู้คนสามารถเข้ามาร่วมเชื่อมต่อเพื่อทวงถามความจริงได้”

พรรค CJP เพิ่งก่อตั้งขึ้นบนโลกออนไลน์ได้เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากกรณีที่ประธานศาลฎีกาของอินเดีย  ได้ใช้คำเปรียบเปรยเชิงเหยียดหยามเรียกกลุ่มผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและคนหนุ่มสาวที่ตกงานว่าเป็น “พวกแมลงสาบ” ในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้นายทิปเก ซึ่งเป็นนักยุทธศาสตร์ด้านการสื่อสารทางการเมือง นำคำด่าดังกล่าวมาประชดประชันด้วยการตั้งพรรคการเมืองล้อเลียนขึ้นมา จนหน้าเพจอินสตาแกรมของพรรคมีผู้ติดตามพุ่งทะยานเกิน 22 ล้านคนอย่างรวดเร็ว

“แมลงสาบ” จึงกลายเป็นตราสัญลักษณ์แห่งความอดทนและการแสดงออกทางการเมืองอย่างเจ็บแสบ มีการสร้างภาพมีมและวิดีโอตลกขบขันเพื่อล้อเลียนปัญหาการว่างงาน การทุจริต และความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาล ซึ่งมียอดเข้าชมนับล้านครั้ง คนรุ่นใหม่ที่สนับสนุนมักเรียกตัวเองขำ ๆ ว่าเป็นพวกตกงานและใช้ชีวิตอยู่แต่ในโลกออนไลน์ เนื่องจากพวกเขาถูกตัดขาดจากการมีส่วนร่วมในเชิงนโยบายภายใต้รัฐบาลของนายโมดี

การชุมนุมในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า ขบวนการที่โด่งดังจากโลกออนไลน์จะสามารถเปลี่ยนความนิยมในหน้าจอ ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนจากรากหญ้าเพื่อต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าคนรุ่นใหม่ได้จริงหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องจับตาดูว่าพรรคแมลงสาบนี้จะรับมืออย่างไรกับการปราบปรามของรัฐบาล ซึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลของนายโมดีได้ใช้มาตรการเด็ดขาดในการสลายการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงกฎหมายสัญชาติหรือการประท้วงของกลุ่มเกษตรกร จนทำให้นักกิจกรรมหลายคนถูกจับกุม

ขณะที่ฝั่งผู้สนับสนุนพรรครัฐบาลอินเดีย (BJP) ออกมาแสดงความเห็นเชิงปรามาสว่า ขบวนการนี้เป็นเพียง “ลูกเล่นทางโซเชียลมีเดีย” ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และความนิยมบนโลกออนไลน์จะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังมวลชนบนท้องถนนที่ยั่งยืนได้

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ของพรรค CJP ย่อมสะท้อนถึงแนวโน้มในเอเชียใต้ที่คนรุ่นใหม่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการประท้วงต่อต้านรัฐบาล เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในศรีลังกา บังกลาเทศ และเนปาลมาแล้ว เนื่องจากคนรุ่นใหม่เริ่มหมดศรัทธาต่อการเมืองแบบเก่า และกังวลต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำรวมถึงความแตกแยกทางศาสนาที่เพิ่มขึ้นในสังคมอินเดีย.

ที่มา Associated Press

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ฉะยุโรปกลางงานรำลึกวันดีเดย์ ชี้ปล่อยผู้อพยพบุกขึ้นฝั่งเป็น “การรุกราน”

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ฉะยุโรปกลางงานรำลึกวันดีเดย์ ชี้ปล่อยผู้อพยพบุกขึ้นฝั่งเป็น "การรุกราน"

7 มิ.ย. 2569 11:44 น.

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ฉะยุโรปกลางงานรำลึกวันดีเดย์ ชี้ปล่อยผู้อพยพบุกขึ้นฝั่งเป็น “การรุกราน”

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกวันครบรอบ 82 ปี เหตุการณ์ยกพลขึ้นบก หรือวันดีเดย์ (D-Day) โจมตีชาติยุโรปอย่างดุเดือด เปรียบเปรยวิกฤตผู้อพยพทางเรือเป็นเหมือน “การรุกราน” ด้วยอุดมการณ์ที่เป็นอันตราย พร้อมเตือนว่าหากผู้นำยุโรปไม่ปกป้องเสรีภาพที่บรรพบุรุษต่อสู้เพื่อรักษาไว้ คุณค่าดังกล่าวอาจสูญหายไปในอนาคต

นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันครบรอบ 82 ปี เหตุการณ์ยกพลขึ้นบกวันดีเดย์ (D-Day) ณ สุสานทหารอเมริกันนอร์มังดี ในเมืองโคลวิลล์-ซูร์-แมร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถานที่ที่กองกำลังพันธมิตรเคยบุกขึ้นฝั่งเพื่อปลดปล่อยยุโรปจากการยึดครองของนาซีเยอรมันในปี 1944

อย่างไรก็ดี นายเฮกเซธได้ใช้เวทีรำลึกประวัติศาสตร์นี้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองของประเทศในยุโรปอย่างรุนแรง โดยระบุว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ในวันนี้ ชายหาดต่าง ๆ ของยุโรปกำลังถูกรุกรานโดยอุดมการณ์ที่แตกต่างและเป็นอันตราย ไม่ว่าจะเป็นชายหาดในสเปน อิตาลี กรีซ และบัลแกเรีย ที่มีทั้งเรือและผู้คนเดินทางมาถึง คำถามคือเมื่อไหร่รัฐบาลในเมืองหลวงของยุโรปจะลงมือทำอะไรสักอย่างกับการรุกรานนี้? หรือว่ามันจะสายเกินไปแล้ว? ผมสวดอ้อนวอนและเชื่อว่ามันยังไม่สายเกินไป”

แม้ว่านายเฮกเซธจะไม่ได้ใช้คำว่า “ผู้อพยพ” ตรง ๆ ในสุนทรพจน์ แต่การแสดงความเห็นของเขาแสดงถึงการเชื่อมโยงการอพยพทางเรือเข้ากับการรุกรานในยุคสงคราม และสะท้อนถึงจุดยืนของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มักวิจารณ์ยุโรปในเรื่องการปล่อยปละละเลยเรื่องพรมแดน การเซ็นเซอร์กลุ่มชาตินิยม รวมถึงคำเตือนในยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาที่ระบุว่า ยุโรปอาจ “ไม่เหลือเค้าโครงเดิมภายใน 20 ปี” และกำลังเผชิญกับภาวะ “การล่มสลายทางอารยธรรม” จากปัญหานี้

ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวโทษว่า เหตุฆาตกรรมนายเฮนรี โนวัก นักศึกษาชาวอังกฤษวัย 18 ปี ที่ถูกแทงเสียชีวิตที่เมืองเซาท์แฮมป์ตันเมื่อปีที่แล้ว เป็นผลมาจาก “การรุกรานของผู้อพยพจำนวนมหาศาล” และชี้ว่าความโกรธแค้นคือคำตอบเดียวสำหรับเรื่องนี้

ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ออกแถลงการณ์ประณามคำพูดของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทันที โดยระบุว่าเป็นการกระทำของ “ผู้ที่พยายามแทรกแซงระบอบประชาธิปไตยของเรา” พร้อมชี้แจงว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ร้องขอแล้วว่าไม่อยากให้ความตายของลูกชายถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยก ยิ่งไปกว่านั้น สำนักงานอัยการสูงสุดของอังกฤษยังยืนยันข้อเท็จจริงว่า นายวิคกรัม ดิกวา ผู้ก่อเหตุแทงนักศึกษาคนดังกล่าว เป็นผู้ที่เกิดในสหรัฐราชอาณาจักรและมีสัญชาติอังกฤษโดยกำเนิด ไม่ใช่ผู้อพยพตามที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวอ้าง

วิกฤตผู้อพยพทางเรือเข้าสู่ยุโรปเคยพุ่งทะลุจุดสูงสุดในปี 2015 ซึ่งองค์การสหประชาชาติ ระบุว่ามีผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดระหว่างเดือนเมษายน 2025 ถึงมีนาคม 2026 พบว่ามียอดผู้เดินทางมาถึงทางเรือรวม 169,341 คน ในสหราชอาณาจักร กรีซ อิตาลี สเปน และไซปรัส โดยเป็นการลักลอบข้ามฝั่งไปยังสหราชอาณาจักรคิดเป็นรอยละ 23 ของทั้งหมด

สำหรับข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 3 มิถุนายน 2026 มีผู้คนเดินทางข้ามช่องแคบอังกฤษด้วยเรือเล็กจากฝรั่งเศสมายังอังกฤษจำนวน 9,142 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ลดลงถึงร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

ด้านนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เคยออกมาก่อนหน้านี้เพื่อตอบโต้ความเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยวิจารณ์บนเวทียูเอ็น ว่ายุโรปกำลัง “ลงนรก” เพราะคุมผู้อพยพไม่ได้ โดยผู้นำอังกฤษระบุว่า คำพูดของทรัมป์นั้น “ไม่ถูกต้อง” แต่อังกฤษก็ยอมรับความท้าทายและกำลังเร่งปราบปรามขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองด้วยเรือเล็กอย่างจริงจัง ซึ่งแตกต่างจากนโยบายในประเทศของรัฐบาลทรัมป์ที่เน้นการใช้กำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เข้าจับกุมผู้อพยพรายวันนับหมื่นรายตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา.

ที่มา BBC / Associated Press

ดวลปืนสนั่นใกล้เทศกาลฤดูร้อนรัฐโอไฮโอ เจ็บระนาว 12 ราย

ดวลปืนสนั่นใกล้เทศกาลฤดูร้อนรัฐโอไฮโอ เจ็บระนาว 12 ราย

7 มิ.ย. 2569 11:05 น.

ดวลปืนสนั่นใกล้เทศกาลฤดูร้อนรัฐโอไฮโอ เจ็บระนาว 12 ราย

เกิดเหตุสองคนร้ายเปิดฉากดวลปืนสนั่นใกล้เทศกาลพื้นเมืองชื่อดังในรัฐโอไฮโอ ของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 ราย ผู้คนวิ่งหนีตายอลหม่าน ขณะที่ตำรวจยังจับกุมใครไม่ได้

เหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.37 น. ของวันเสาร์ (6 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณใกล้กับสถานที่จัดงาน “เทศกาลโอลด์เวสต์เอนด์” (Old West End Festival) ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองประจำปีในย่านประวัติศาสตร์ของเมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ โดยโจเซฟ เฮฟเฟอร์แนน รองผู้บัญชาการตำรวจเมืองโทเลโด เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเป็นการเปิดฉากยิงโต้ตอบกันระหว่างบุคคลอย่างน้อย 2 ฝ่าย ที่ตั้งใจยิงใส่กันเอง แต่กระสุนกลับสาดไปโดนผู้คนในงาน

เหตุยิงครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 ราย โดยผู้บาดเจ็บมีอายุตั้งแต่ 14 ปีไปจนถึง 61 ปี และส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุราว 20 ปีเศษ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการวิกฤติต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด 2 ราย ด้านคลิปวิดีโอที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์เผยให้เห็นภาพนาทีชีวิตขณะที่ผู้คนนับร้อยพากันวิ่งหนีตายหาที่หลบภัยอย่างอลหม่าน ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังขึ้นหลายนัด

นายเควิน เบอร์รี หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งกำลังนั่งฟังดนตรีสดอยู่กับเพื่อนในสวนรุกขชาติใกล้ ๆ เล่าว่า ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ทุกคนพากันหมอบลงกับพื้น และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นปืนกระบอกหนึ่งถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นห่างออกไปไม่ถึง 15 เมตร โดยนายเบอร์รีซึ่งเคยผ่านการฝึกทางการแพทย์และเคยเป็นทหารเรือเก่า ได้รีบวิ่งเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุ และพบผู้ถูกยิงอย่างน้อย 5 ราย นอนกระจายอยู่ทั่วบริเวณสวนรุกขชาติ

แอลลิสัน อาร์มสตรอง หัวหน้าฝ่ายดับเพลิงเปิดเผยว่า การลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในช่วงแรกเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีการปิดถนนประกอบกับการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักจากคลื่นมหาชนที่พยายามขับรถหนีออกจากงานเทศกาล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง

ด้านนายไมค์ เดอไวน์ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า “เทศกาลฤดูร้อนควรจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวในการใช้เวลาร่วมกัน โดยปราศจากความหวาดกลัวต่อความรุนแรง”

ด้าน จอร์จ คราล ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยของเมืองโทเลโด ได้ออกมาขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้ช่วยส่งภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้เป็นเบาะแส เพราะเชื่อว่าต้องมีข้อมูลสำคัญอยู่ในมือของประชาชนอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ทีมสืบสวนกำลังเร่งไล่ตรวจกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานหลายราย ซึ่งคดีมีความคืบหน้าไปพอสมควรแต่ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ พร้อมกล่าวอย่างเสียดายว่า นี่คือหนึ่งในเทศกาลที่เป็นสัญลักษณ์และน่าภาคภูมิใจที่สุดของเมืองโทเลโด แต่กลับต้องมาถูกทำลายลงด้วยความรุนแรงเช่นนี้ โดยทางเมืองกำลังหารือกับผู้จัดงานว่าจะสั่งระงับการจัดงานในวันอาทิตย์ที่เหลืออยู่หรือไม่

ทั้งนี้ จากสถิติของเว็บไซต์ Gun Violence Archive ระบุว่า หากไม่นับรวมเหตุการณ์ที่เมืองโทเลโดในครั้งนี้ สหรัฐฯ เผชิญกับเหตุการณ์กราดยิง มาแล้วถึง 171 ครั้งในปีนี้ โดยนิยามของเหตุสืบเนื่องจากอาวุธปืนที่เป็นการกราดยิง คือเหตุการณ์ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป โดยไม่รวมตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุ.

ที่มา Associated Press / Reuters

ทารกปาเลสไตน์วัย 7 เดือนเสียชีวิต หลังอิสราเอลยิงรถครอบครัวในเวสต์แบงก์

ทารกปาเลสไตน์วัย 7 เดือนเสียชีวิต หลังอิสราเอลยิงรถครอบครัวในเวสต์แบงก์

7 มิ.ย. 2569 10:25 น.

ทารกปาเลสไตน์วัย 7 เดือนเสียชีวิต หลังอิสราเอลยิงรถครอบครัวในเวสต์แบงก์

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์เผย ทารกวัย 7 เดือนเสียชีวิต และพ่อแม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุทหารอิสราเอลเปิดฉากยิงใส่รถยนต์ของครอบครัวใกล้เมืองเฮบรอน ในเขตเวสต์แบงก์ ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า ทหารเข้าใจว่ารถคันดังกล่าวกำลังเร่งความเร็วพุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ แต่ผลสอบเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บเป็นพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบ พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์เปิดเผยว่า เกิดเหตุทหารอิสราเอลใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่พลเรือนปาเลสไตน์ เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณย่านเทล รูไมดา ทางตอนใต้ของเมืองฮีบรอน ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง ส่งผลให้ ด.ช.แซม ฟาฮัด อาบู ไฮคัลทารกเพศชายวัย 7 เดือน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่พ่อและแม่ของเด็กได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลกระสุนปืน แต่อาการปลอดภัยแล้ว

คุณยายของทารกผู้ล่วงลับเปิดเผยนาทีชีวิตว่า ครอบครัวกำลังขับรถอยู่ใกล้กับจุดตรวจที่ 17 เมื่อมองเห็นรถทหารและกำลังพลของอิสราเอลอยู่ไกล ๆ ทางคนขับจึงได้หยุดรถ ทันใดนั้นทหารได้เปิดฉากยิงใส่รถของพวกเขา ซึ่งในตอนแรกครอบครัวคิดว่าเป็นเพียงการยิงขู่  คุณยายกล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า “กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเจาะเข้าที่ใบหน้าและทะลุศีรษะของหลานชายฉัน ก่อนจะพุ่งไปฝังอยู่ที่แก้มของคนเป็นแม่ ส่วนคนเป็นพ่อถูกกระสุนเฉี่ยวที่นิ้วมือ ตอนนี้แม่ของเด็กยังคงต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล” 

ขณะที่ นพ. ทาเร็ก บาร์บาราวี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในเมืองฮีบรอน เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีก่อนหน้านี้ว่า ทารกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บที่สาหัสอย่างยิ่งก่อนจะสิ้นใจในเวลาต่อมา ยอดสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าววาฟาของปาเลสไตน์ ที่ระบุว่ากองทัพอิสราเอลได้เจาะจงยิงใส่รถยนต์ของครอบครัวนี้

ด้านกองทัพอิสราเอลชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ในระหว่างการปฏิบัติการในพื้นที่เมืองฮีบรอนเมื่อวันศุกร์ ทหารในพื้นที่รับรู้ว่ามีรถยนต์คันหนึ่งกำลังเร่งความเร็วพุ่งตรงมาทางพวกเขา ทหารนายหนึ่งจึงได้ลั่นไกยิงใส่รถคันดังกล่าว ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์ 3 รายได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนเบื้องต้นของกองทัพอิสราเอลยอมรับว่า ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดเป็น “พลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับความขัดแย้ง” พร้อมทั้งได้กล่าวแสดง “ความเสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าเหตุการณ์นี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อส่งรายงานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป

พื้นที่ย่านเทล รูไมดา ในเมืองฮีบรอน ถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่มีความตึงเครียดและเกิดเหตุปะทะรุนแรงบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้อพยพชาวอิสราเอลเข้าไปตั้งถิ่นฐาน โดยอยู่ภายใต้การคุ้มกันอย่างหนาแน่นของกองทัพอิสราเอล ท่ามกลางวงล้อมของผู้อยู่อาศัยชาวปาเลสไตน์ ทั้งนี้ จากรายงานของสหภาพยุโรป เมื่อปี 2024 ระบุว่า มีชาวอิสราเอลเข้าไปตั้งถิ่นฐานในเยรูซาเล็มตะวันออกและเวสต์แบงก์มากกว่า 700,000 คน ท่ามกลางประชากรชาวปาเลสไตน์กว่า 3 ล้านคน

นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาปะทะขึ้นหลังเหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล ความรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์ก็ทวีความรุนแรงขึ้นแทบทุกวัน โดยจากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวเอเอฟพีอ้างอิงสถิติจากกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ พบว่ามีชาวปาเลสไตน์ทั้งกลุ่มติดอาวุธและพลเรือนถูกทหารหรือกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลสังหารเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,080 ราย ขณะที่ข้อมูลอย่างเป็นทางการของฝั่งอิสราเอลระบุว่า มีชาวอิสราเอลทั้งทหารและพลเรือนเสียชีวิตจากการโจมตีของปาเลสไตน์หรือระหว่างปฏิบัติการทางทหารในช่วงเวลาเดียวกันอย่างน้อย 46 ราย.

ที่มา Reuters / BBC

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ สั่งแบนวีซ่า “สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม” ก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ สั่งแบนวีซ่า "สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม" ก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026

7 มิ.ย. 2569 09:52 น.

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ สั่งแบนวีซ่า “สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม” ก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026

สหรัฐฯ อนุมัติวีซ่านักเตะทีมชาติอิหร่านเข้าประเทศลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่กลับสั่งปฏิเสธวีซ่าทีมสตาฟฟ์โค้ชและผู้บริหารระดับสูงเกือบยกชุด ด้านอิหร่านฉะเดือด “นำการเมืองมาแทรกแซงกีฬา” ร้องฟีฟ่าเร่งจัดการ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยสุดเข้มงวดหลังสหรัฐฯ หวั่นผู้ก่อการร้ายแฝงตัว

ทางการสหรัฐฯ ยืนยันการอนุมัติวีซ่าให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านและ “เจ้าหน้าที่สนับสนุนที่จำเป็น” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนหน้าการแข่งขันนัดเปิดสนามของอิหร่านที่จะมีขึ้น ณ นครลอสแอนเจลิส ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้มีการ “อาศัยช่องโหว่ของระบบนี้เพื่อลักลอบส่งผู้ก่อการร้ายเข้ามายังสหรัฐฯ โดยการแอบอ้าง”

ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศตุรกี ได้ออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ “แทรกแซงการกีฬาด้วยอคติทางการเมือง” หลังจากเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้จัดการทีม และสตาฟฟ์โค้ช “จำนวนมาก” ถูกปฏิเสธวีซ่า

สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจำนวน 15 คน รวมถึงประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน รองประธาน และผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร ที่ถูกสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ในครั้งนี้

ปัจจุบันนักเตะอิหร่านได้ออกเดินทางจากค่ายฝึกซ้อมในตุรกีไปยังประเทศเม็กซิโก ซึ่งจะใช้เป็นฐานหลักตลอดการแข่งขัน โดยคาดว่าจะเดินทางถึงในช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากต้องนั่งเครื่องบินยาวนานกว่า 20 ชั่วโมง

เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศเม็กซิโกเปิดเผยว่า ภายใต้เงื่อนไขวีซ่าที่สหรัฐฯ ออกให้ นักเตะทีมชาติอิหร่านจะต้องเดินทางเข้าและออกจากสหรัฐฯ ภายในวันเดียวกับที่มีโปรแกรมการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งทางสถานทูตอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ประณามข้อกำหนดนี้ว่าเป็นเพียง “ผักชีโรยหน้า” และชี้ว่า “นี่คือการยกระดับการเลือกปฏิบัติอย่างจงใจต่อทีมฟุตบอลทีมชาติอิหร่านขั้นสูงสุด” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เข้ามาแทรกแซงในกรณีนี้

ศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมีสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ โดยอิหร่านสามารถคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบมาได้จากการเป็นแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่สงครามระหว่างสองประเทศจะปะทุขึ้น และนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศเจ้าภาพต้องเปิดบ้านต้อนรับทีมฟุตบอลจากประเทศที่ตนเองกำลังมีสถานะสงครามด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมชาติอิหร่านจำเป็นต้องย้ายแคมป์ฝึกซ้อมจากเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา ของสหรัฐฯ ข้ามฝั่งไปยังประเทศเม็กซิโกแทน เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อจำกัดเฉพาะเจาะจงที่จะบังคับใช้กับนักเตะและคณะผู้แทนของอิหร่านในระหว่างที่อยู่ในสหรัฐฯ แต่ได้ชี้แจงว่า ทางหน่วยงานยังคงยึดมั่นในความปลอดภัยของประชาชนชาวอเมริกันและผู้เข้าร่วมชมงานฟุตบอลโลก 2026 อย่างสูงสุด โดยมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนของรัฐบาลในการดูแลความปลอดภัยของเมืองเจ้าภาพทั้ง 11 เมือง รวมถึงลอสแอนเจลิส

ก่อนหน้านี้นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจนว่า คณะเดินทางของทีมฟุตบอลอิหร่านจะต้องไม่มีบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม” (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านหลายคนเคยผ่านการเกณฑ์ทหารภาคบังคับกับกองกำลังกลุ่มนี้มาก่อน

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติอิหร่าน นอกจากนัดแรกที่ต้องพบกับคู่แข่งในลอสแอนเจลิสแล้ว พวกเขายังมีคิวต้องดวลแข้งกับทีมเบลเยียม ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และพบกับทีมอียิปต์ ที่เมืองซีแอตเทิล.

ที่มา BBC

แคนาดางดนำเข้าปศุสัตว์จากเท็กซัส หลังพบ “หนอนแมลงวันกินเนื้อ” ในวัว

แคนาดางดนำเข้าปศุสัตว์จากเท็กซัส หลังพบ “หนอนแมลงวันกินเนื้อ” ในวัว

7 มิ.ย. 2569 06:34 น.

แคนาดางดนำเข้าปศุสัตว์จากเท็กซัส หลังพบ “หนอนแมลงวันกินเนื้อ” ในวัว

ทางการแคนาดาประกาศงดนำเข้าปศุสัตว์จากรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ชั่วคราว หลังมีการตรวจพบหนอนแมลงวันกินเนื้ออยู่ในวัวถึง 2 ครั้ง จนทำให้เกิดความกังวลเรื่องการแพร่กระจายเป็นวงกว้าง

สำนักงานตรวจสอบอาหารแห่งแคนาดา (CFIA) ประกาศห้ามนำเข้าปศุสัตว์จากรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 หลังจากมีรายงานการตรวจพบหนอนแมลงวันกินเนื้อ (Screwworm) ในลูกวัวที่รัฐดังกล่าวถึง 2 ครั้งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

แถลงการณ์ของ CFIA ระบุว่า วัวและม้าที่เคยอยู่ในรัฐเท็กซัสในช่วงเวลาใดก็ตามภายใน 21 วันก่อนจะเดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่แคนาดา จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (USDA) เปิดเผยว่า มีการตรวจพบปรสิตชนิดนี้ในลูกวัวตัวในรัฐเท็กซัสเป็นตัวที่ 2 ส่งผลให้ผู้ว่าการรัฐ นายเกร็ก แอบบอตต์ ต้องประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากเท็กซัสเป็นผู้ผลิตเนื้อวัวและปศุสัตว์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และอาจมีผลกระทบร้ายแรงหากเกิดการระบาด

“เรื่องนี้มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปตลอดช่วงฤดูร้อน” แอบบอตต์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์

ทั้งนี้ หนอนแมลงวันกินเนื้อโลกใหม่ (New World Screwworm) เป็นแมลงวันปรสิตชนิดหนึ่ง โดยตัวเมียจะวางไข่ในแผลเปิดและเยื่อบุผิวของสัตว์เลือดอุ่นที่ยังมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ เมื่อไข่ฟักตัว หนอนนับร้อยตัวจะใช้ปากที่แหลมคมกัดเจาะเข้าไปในเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิต ซึ่งท้ายที่สุดจะทำให้โฮสต์ (สิ่งมีชีวิตที่ถูกอาศัย) เสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประกาศว่ารัฐเท็กซัสตรวจพบหนอนแมลงวันกินเนื้อในลูกวัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี โดยพบตัวอ่อนบริเวณสะดือของลูกวัวอายุ 3 สัปดาห์ ที่เมืองลาไพรเออร์ (La Pryor) ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนเม็กซิโกประมาณ 48 กิโลเมตร

จากนั้นในวันศุกร์ ก็มีการตรวจพบเคสที่สองในลูกวัวอายุ 1 เดือน ที่เขต ซาวาลา เคาน์ตี ซึ่งห่างจากเคสแรกเพียง 9 กิโลเมตร โดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุว่า การค้นพบนี้เกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจหาเชื้อใน “เคสที่ต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง”

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เผยอีกว่า เคสที่ 2 ถูกพบภายใน “เขตควบคุม” รัศมี 20 กิโลเมตร ที่ถูกจัดตั้งขึ้นหลังจากการค้นพบเคสแรก โดยทางกระทรวงได้บังคับใช้มาตรการ “กักกัน ควบคุมการเคลื่อนย้าย และเฝ้าระวัง” ในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้หนอนปรสิตแพร่กระจายออกไป

การค้นพบทั้งสองกรณีในสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของการแพร่กระจายของหนอนแมลงวันกินเนื้อที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านทวีปอเมริกาและเม็กซิโก ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและเกษตรกรรมของสหรัฐฯ

ปรสิตชนิดนี้เคยถูกประกาศว่าหมดไปจากสหรัฐฯ แล้วในปี 2509 จะยังคงมีเคสเกิดขึ้นประปรายหลังจากนั้น รวมถึงการระบาดครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 70

ตัวอ่อนของหนอนแมลงวันกินเนื้อจะเจริญเติบโตไปเป็นแมลงวันซึ่งสามารถบินเดินทางได้ในระยะทางสั้น ๆ ทว่าวิธีหลักที่ทำให้พวกมันสามารถแพร่กระจายไปได้ในระยะไกล คือการที่มนุษย์เป็นผู้นำพาไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ หลานคิงชาร์ลส์ เข้าพิธีวิวาห์กับพยาบาลสาว

ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ หลานคิงชาร์ลส์ เข้าพิธีวิวาห์กับพยาบาลสาว

7 มิ.ย. 2569 05:45 น.

ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ หลานคิงชาร์ลส์ เข้าพิธีวิวาห์กับพยาบาลสาว

ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ เข้าพิธีวิวาห์กับ แฮร์เรียต สเปอร์ลิง คู่หมั้นสาวแล้ว โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์มากมายเดินทางมาร่วมพิธี

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย. 2569 ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และพระโอรสในเจ้าหญิงแอนน์ เข้าพิธีสมรสกับ แฮร์เรียต สเปอร์ลิง พยาบาลประจำระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) แล้ว ในงานที่จัดแบบเป็นส่วนตัว ณ โบสถ์ออลเซนต์ส (All Saints Church) ในหมู่บ้านเคมเบิล มณฑลกลอสเตอร์เชียร์

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จร่วมงานพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงเจ้าชายวิลเลียมกับแคเทอรีน เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์, ซารา และ ไมค์ ทินดอลล์ รวมทั้ง เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดและโซเฟีย ดยุกและดัชเชสแห่งเอดินบะระ

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เสร็จมาถึงสถานที่จัดงานเมื่อ 6 มิ.ย. 2569
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เสร็จมาถึงสถานที่จัดงานเมื่อ 6 มิ.ย. 2569

นอกจากนี้ยังมีภาพของเจ้าหญิงยูจีนีและเจ้าหญิงเบียทริซเสด็จพร้อมด้วยพระสวามี แจ็ก บรูกส์แบงก์ และ เอโดอาร์โด มาเปลลี มอซซี เดินทางมาร่วมงานเช่นกัน

บริเวณรอบโบสถ์มีการตั้งแผงกั้นเหล็กเพื่อจัดระเบียบพื้นที่สองส่วนสำหรับสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป รวมถึงมีการปิดถนนในบริเวณดังกล่าวด้วย โดยประชาชนที่เดินทางมาต่างส่งเสียงเชียร์สมเด็จพระราชาและพระราชินี กับพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นๆ

ขณะที่มีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี “ฮิป ฮิป ฮูเรย์” ดังขึ้นเมื่อเจ้าสาวเดินทางมาถึงพร้อมกับเพื่อนเจ้าสาวทั้งสามคน ซึ่งได้แก่ ซาวันนาห์ วัย 15 ปี และ อิสลา วัย 14 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของฟิลลิปส์ รวมถึง จอร์จินา ลูกสาววัยรุ่นของสเปอร์ลิง

ทั้งนี้ สำหรับปีเตอร์ ฟิลลิปส์ ในวัย 48 ปี เป็นโอรสในเจ้าหญิงแอนน์และกัปตันมาร์ก ฟิลลิปส์ โดยปัจจุบันเขาอยู่ในลำดับที่ 19 ของการสืบราชสันตติวงศ์แห่งสหราชอาณาจักร และไม่ได้ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชาย เนื่องจากตามธรรมเนียมราชวงศ์อังกฤษ บรรดาศักดิ์เจ้าชายจะถูกถ่ายทอดผ่านทางสายพระราชโอรสเท่านั้น

ฟิลลิปส์และสเปอร์ลิงเริ่มคบหาดูใจกันในปี 2567 หลังจากที่เขาได้แยกทางกับ ออทัมน์ เคลลี ภรรยาคนแรกในปี 2563 ก่อนที่ทั้งสองจะประกาศการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2568 และเลือกที่จะแต่งงานกันที่หมู่บ้านเคมเบิล ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาได้พบกันเป็นครั้งแรก

เจ้าหญิงเคทเสด็จมาร่วมพิธีด้วย
เจ้าหญิงเคทเสด็จมาร่วมพิธีด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc