หนุ่มออสเตรเลียถูกฉลามยาว 4.5 ม.ขย้ำดับ ขณะดำน้ำยิงปลา

หนุ่มออสเตรเลียถูกฉลามยาว 4.5 ม.ขย้ำดับ ขณะดำน้ำยิงปลา

7 มิ.ย. 2569 03:21 น.

หนุ่มออสเตรเลียถูกฉลามยาว 4.5 ม.ขย้ำดับ ขณะดำน้ำยิงปลา

นักดำน้ำชายคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกฉลามที่คาดว่ามีความยาวราว 4.5 เมตรกัด ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย นับเป็นเหตุฉลามกัดคนเสียชีวิตครั้งที่ 2 ในรัฐแห่งนี้ภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย. 2569 ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยว่า เกิดเหตุนักดำน้ำชายวัย 35 ปี ถูกฉลามที่คาดว่ามีความยาวราว 4.5 เมตรกัด ขณะกำลังดำน้ำยิงปลา (Spearfishing) ร่วมกับครอบครัว นอกชายฝั่งเกาะไมเคิลมัส ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเพิร์ท ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตำรวจระบุว่า ชายคนนี้ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ ถูกฉลามจู่โจมในเวลาประมาณ 11.25 น. วันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยเขาถูกนำตัวขึ้นเรือกลับเข้าฝั่งเพื่อส่งต่อให้กับทีมแพทย์กู้ชีพ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาไว้ได้

ทางด้านกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิและการพัฒนาภูมิภาค (DPIRD) เปิดเผยว่า ทางกระทรวงกำลังให้ความช่วยเหลือตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ทางกระทรวงยังได้เรียกร้องให้ประชาชนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบเห็นฉลามในพื้นที่ด้วย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 เดือน หลังจากเกิดเหตุนาย สตีเวน มัตตาโบนี คุณพ่อลูกสองวัย 38 ปี เสียชีวิตจากการถูกฉลามขนาด 4 เมตร โจมตีในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเช่นกัน

ออสเตรเลียเผชิญเหตุฉลามโจมตีผู้คนในพื้นที่ต่างๆ มากกว่าในประเทศอื่นๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เหล่านี้มักจะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และตามสถานที่ว่ายน้ำรวมถึงแหล่งโต้คลื่นยอดนิยมต่าง ๆ มักจะมีมาตรการป้องกันเพื่อดูแลความปลอดภัยจากการถูกฉลามโจมตีอยู่แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กู้ภัยยุติค้นหา ชาย 2 คนสุดท้ายที่สูญหายในถ้ำน้ำท่วมที่ลาว

กู้ภัยยุติค้นหา ชาย 2 คนสุดท้ายที่สูญหายในถ้ำน้ำท่วมที่ลาว

7 มิ.ย. 2569 02:46 น.

กู้ภัยยุติค้นหา ชาย 2 คนสุดท้ายที่สูญหายในถ้ำน้ำท่วมที่ลาว

ทีมกู้ภัยจากนานาชาติยุติปฏิบัติการค้นหาชายอีก 2 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำน้ำท่วมที่ประเทศลาวแล้ว หลังจากผ่านมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว และโครงสร้างถ้ำเริ่มไม่มั่นคงจนเสี่ยงพังถล่ม

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย. 2569 ทีมกู้ภัยประกาศหยุดการค้นหาชาย 2 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำที่มีน้ำท่วมขังบางส่วนใน สปป.ลาว หลังดำเนินการค้นหามานานกว่า 2 สัปดาห์ เนื่องจากสภาพพื้นที่เริ่มขาดความมั่นคงและมีความเสี่ยงที่จะพังทลาย ประกอบกับความหวังในการรอดชีวิตเริ่มริบหรี่ลง

ทั้งนี้ ชาวบ้าน 7 คนติดอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ในแขวงไซสมบูน ทางตอนกลางของประเทศตั้งแต่ 20 พ.ค. หลังน้ำท่วมฉับพลันปิดปากถ้ำ ทำให้เกิดปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัยออกมาได้ 5 คนในวันที่ 29-30 พ.ค. หลังมีการสูบน้ำออกจากถ้ำ แต่เหลืออีก 2 คนที่ยังคงหาไม่พบ

นายลี เคียน ไล (Lee Kian Lie) นักดำน้ำในถ้ำชาวมาเลเซีย ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. บอกกับสำนักข่าว AFP ว่า ภารกิจนี้มาถึง “จุดสิ้นสุด” แล้ว เนื่องจากความเสี่ยงในการดำเนินการต่อนั้นมีมากกว่าโอกาสอันริบหรี่ที่จะช่วยชีวิตชายทั้ง 2 คนได้

“พวกเราเข้าใกล้เป้าหมายมากแล้วครับ” นายลีกล่าว “ระดับน้ำในถ้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้แล้ว แต่บริเวณปากถ้ำเริ่มไม่มีความมั่นคงและเสี่ยงต่อการพังทลาย”

“การดำเนินปฏิบัติการต่อไปมีความเสี่ยงสูงมาก หลังจากนี้พวกเขาจะยังคงควบคุมน้ำด้วยการสูบน้ำและขุดเจาะตามจุดที่คาดว่าน้ำจะทะลักออกมา เพื่อให้น้ำไหลออกได้เร็วขึ้น บางทีปาฏิหาริย์อาจจะเกิดขึ้นก็ได้” นายลีกล่าวต่อ “ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่แล้ว พวกเราพยายามแล้ว และผมต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพวกเขาด้วยครับ”

ลีอธิบายว่าภารกิจนี้เป็นปฏิบัติการกู้ภัยที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยประสบมา โดยระบุว่าทีมงานต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม, โครงสร้างถ้ำที่ไม่มั่นคง, ช่องทางที่แคบและจำกัดมาก รวมถึงคุณภาพอากาศภายในถ้ำที่ย่ำแย่

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำคนสำคัญ ซึ่งรวมถึง มิคโก ปาซี นักดำน้ำชาวฟินแลนด์ ผู้เคยมีส่วนร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือเด็กๆ สมาชิกทีมหมูป่าที่ติดในถ้ำหลวงมาแล้ว กับนายโยชิตากะ อิซาจิ จากญี่ปุ่น เดินทางออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลโจมตีรถยนต์บรรทุกทหารเลบานอน นายพลดับ 1 ทหารอีก 2 นาย

อิสราเอลโจมตีรถยนต์บรรทุกทหารเลบานอน นายพลดับ 1 ทหารอีก 2 นาย

7 มิ.ย. 2569 01:42 น.

อิสราเอลโจมตีรถยนต์บรรทุกทหารเลบานอน นายพลดับ 1 ทหารอีก 2 นาย

อิสราเอลโจมตีรถยนต์คันหนึ่งในภาคใต้ของเลบานอน ส่งผลให้นายพลคนหนึ่งกับทหารอีก 2 นายเสียชีวิต โดยฝ่ายอิสราเอลอ้างว่า โจมตีเพราะรถคันนี้มีพิรุธ

เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย. 2569 กองทัพเลบานอนออกมาเปิดเผยว่า การโจมตีอัน “ก้าวร้าวและป่าเถื่อน” ของอิสราเอล โดยรถยนต์คันหนึ่งซึ่งกำลังขนส่งเจ้าหน้าที่ของกองทัพในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้ทหารยศพลจัตวา, ร้อยเอก และพลทหารเสียชีวิต

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยอมรับว่ายิงรถคันดังกล่าวจริง แต่อ้างว่ารถคันนี้ “เคลื่อนตัวอย่างมีพิรุธมุ่งหน้ามาทางกองกำลังของตน” และมีการรายงานเหตุยิงปืนในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม IDF ระบุว่าพวกเขาเริ่มดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

แต่ฝ่ายกองทัพเลบานอนออกมาตอบโต้อย่างโกรธเกรี้ยวต่อการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งพวกเขาระบุว่า เป็นการโจมตีอย่างโหดเหี้ยม, จงใจ และเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมทั้งได้แชร์ภาพซากรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้จนวอดบนถนนนอกหมู่บ้านด้วย

ทั้งนี้ อิสราเอลต่อสู้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในเลบานอนอย่างดุเดือดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยพื้นที่สู้รบหลักอยู่ทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านกลุ่มนี้ใช้ยิงจรวดและส่งโดรนโจมตีเข้าไปทางตอนเหนือของอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ได้มีความขัดแย้งโดยตรงกับรัฐบาลและกองทัพของเลบานอน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับอิสราเอลเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

การโจมตีครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นบนถนนใกล้กับหมู่บ้าน คฟาร์ เทบนิต (Kfar Tebnit) ซึ่งอยู่ห่างไปทางเหนือของแม่น้ำลิตานีประมาณ 4 ไมล์ และอยู่ใกล้กับเมืองนาบาตีเยห์ (Nabatieh) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบอย่างรุนแรงและเกิดการอพยพของประชาชนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ได้รับการระบุตัวตนแล้ว ได้แก่ นายพลจัตวา ซาเมอร์ ซาบรา, ร้อยเอก เอลี คูรี และ พลทหาร ฮัสซัน กาซาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หนุ่มอเมริกันหายสาบสูญในญี่ปุ่น ถูกพบเป็นศพ หลังค้นหาหลายวัน

หนุ่มอเมริกันหายสาบสูญในญี่ปุ่น ถูกพบเป็นศพ หลังค้นหาหลายวัน

7 มิ.ย. 2569 00:12 น.

หนุ่มอเมริกันหายสาบสูญในญี่ปุ่น ถูกพบเป็นศพ หลังค้นหาหลายวัน

นักศึกษาชาวอเมริกันวัย 20 ปี ที่หายตัวไประหว่างท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ถูกพบเป็นศพในพื้นที่ภูเขานอกเมืองเกียวโต หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมค้นหานานหลายวัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย. 2569 ว่า อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยในญี่ปุ่นพบศพของนาย เจมส์ “เวสตัน” ฮิกกินบอทแธม นักศึกษามหาวิทยาลัย “ออเบิร์น” วัย 20 ปีแล้ว หลังจากเขาหายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างทริปพักผ่อนกับครอบครัว จนทำให้เกิดการระดมกำลังค้นหาครั้งใหญ่กลางป่าและเทือกเขานายหลายวัน

“ครอบครัวของเราใจสลายที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่า อาสาสมัครกลุ่มค้นหาและกู้ภัยพบศพของเวสตันแล้ว ในพื้นที่ภูเขานอกเมืองเกียวโต ความโศกเศร้าที่เราเผชิญอยู่นั้นไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย” ครอบครัวของเวสตันระบุในแถลงการณ์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์

เวสตัน ซึ่งเป็นผู้ที่รักและคลั่งไคล้ในธรรมชาติ หายตัวไปเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเขาแยกตัวออกจากพ่อแม่และพี่ชายเพื่อไปสำรวจเมืองเกียวโตเพียงลำพัง หลังจากมีปากเสียงกับมารดา เรื่องที่เธอใช้ ChatGPT ในการนำทางท่องเที่ยวทริปนี้ เพราะเวสตันเชื่อว่า AI ตัวนี้จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากมาย

มีผู้พบเห็นเวสตันเป็นครั้งสุดท้ายขณะกำลังเดินอยู่เพียงลำพังในย่านยามาชินะ (Yamashina) ของเมืองเกียวโต บนเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังเส้นทางเดินป่าในแถบป่าเขาใกล้เคียง

ครอบครัวเวสตันระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาของตำรวจญี่ปุ่นในพื้นที่ป่าทึบซึ่งเวสตันเดินมุ่งหน้าไปเป็นจุดสุดท้ายนั้น ยุติลงเมื่อวันศุกร์ หลังจากดำเนินการมานาน 72 ชั่วโมง โดยการค้นหาดังกล่าวใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 100 นาย พร้อมด้วยสุนัขตำรวจ (K-9) และเฮลิคอปเตอร์หลายลำ

ในวันเสาร์ ครอบครัวฮิกกินบอทแธมจึงเริ่มแคมเปญค้นหาด้วยตัวเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านท้องถิ่นและทีมค้นหากู้ภัยที่จ้างมา โดยมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ป่าในย่านยามาชินะที่ตำรวจยังไม่ได้เข้าไปสำรวจ

“เรารู้ว่าเขาต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งในป่านี้” แนนซี ฮิกกินบอทแธม มารดาของเวสตัน เขียนข้อความอัปเดตบนเฟซบุ๊กเมื่อเช้าวันเสาร์

หลังจากที่มีการพบร่างของเวสตัน ครอบครัวได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ช่วยแชร์เรื่องราวของเขาและผู้ที่มีส่วนร่วมในการค้นหาทั้งหมด “ความเมตตาและแรงสนับสนุนที่หลั่งไหลเข้ามา ช่วยพยุงพวกเราให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต”

“ขอบคุณสำหรับความระลึกถึง คำอธิษฐาน และการสนับสนุนทุกรูปแบบ จากนี้ไปพวกเราจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้มากกว่าครั้งไหน ๆ พวกเราจะรักลูกตลอดไป… เวสตัน” ครอบครัวเขียนระบุ

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของนายเวสตัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ยูเครนส่งโดรนโจมตีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผู้ว่าฯ สั่งประชาชนหลบในอาคาร

ยูเครนส่งโดรนโจมตีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผู้ว่าฯ สั่งประชาชนหลบในอาคาร

6 มิ.ย. 2569 23:03 น.

ยูเครนส่งโดรนโจมตีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผู้ว่าฯ สั่งประชาชนหลบในอาคาร

กองทัพยูเครนส่งโดรนจำนวนนับร้อยลำโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและพื้นที่ข้างเคียง จนทำให้ผู้ว่าการฯ ต้องสั่งให้ประชาชนหลบอยู่แต่ในอาคารเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน

เมื่อ 6 มิ.ย. 2569 ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า ยูเครนได้เปิดฉาก “โจมตีอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน” ในพื้นที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและบริเวณโดยรอบ ในช่วงเวลาที่เมืองแห่งนี้กำลังเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเศรษฐกิจประจำปีของรัสเซียเป็นวันสุดท้าย

นายอเล็กซานเดอร์ ดรอซเดนโก ผู้ว่าการแคว้นเลนินกราด ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ระบุว่า สามารถยิงทำลายโดรนที่ถูกส่งมาได้มากกว่า 140 ลำ ขณะที่นายอเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ ผู้ว่าการเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ต้องเรียกร้องให้ประชาชนหลบอยู่แต่ในอาคารบ้านเรือนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน

ทางด้านนาย โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า โดรนของกองทัพบินเป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ไปยังภูมิภาคเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยมีเป้าหมายคือ “คลังแสงของกองทัพเรือศัตรูและฐานทัพในเมืองครอนสตัดท์ (Kronstadt)” ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังหลักส่วนหน้าของกองเรือบอลติกของรัสเซีย

นอกจากนี้ เซเลนสกียังระบุว่า คลังน้ำมันซึ่งอยู่ห่างออกไป 500 กิโลเมตร ในแคว้นคราสโนดาร์ทางตอนใต้ ก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเช่นกัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “มาตรการลงโทษระยะไกล” ของยูเครน และบอกด้วยว่า นี่เป็นการตอบโต้อย่างชอบธรรมต่อการโจมตีของรัสเซีย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวในงานประชุมเศรษฐกิจว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะพบกับนายเซเลนสกี หลังก่อนหน้านี้ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้มีการเจรจาโดยตรงระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศเพื่อยุติสงคราม

ด้านผู้บัญชาการหน่วยโดรนของยูเครนหน่วยหนึ่งที่เข้าร่วมในการโจมตีครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี (BBC) ว่า การโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก

“โดรนบินเข้าไปในรัสเซียเหมือนเป็นดินแดนของเราเอง แทบไม่มีการต่อต้าน และเข้าถึงเป้าหมายได้ไม่ยากเลย” เยฟเฮน คาราส ผู้บัญชาการกองพันจู่โจมที่ 413 ของกองกำลังระบบไร้คนขับแห่งยูเครน กล่าว

ผู้ว่าการดรอซเดนโกกล่าวว่า การโจมตีของยูเครนทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่สิ่งปลูกสร้างทางทหารแห่งหนึ่ง โดยที่เขาไม่ได้ระบุประเภท และมีการอพยพประชาชนในพื้นที่แล้ว นอกจากนี้เขายังระบุว่าอาคารต่าง ๆ ได้รับความเสียหายเพียง “เล็กน้อย” เท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านโวย สหรัฐฯ โจมตีสถานีเรดาร์ ชี้ละเมิดหยุดยิงชัดเจน

อิหร่านโวย สหรัฐฯ โจมตีสถานีเรดาร์ ชี้ละเมิดหยุดยิงชัดเจน

6 มิ.ย. 2569 21:52 น.

อิหร่านโวย สหรัฐฯ โจมตีสถานีเรดาร์ ชี้ละเมิดหยุดยิงชัดเจน

ทางการอิหร่านออกมาประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรง หลังโจมตีสถานีเรดาร์ทางตอนใต้ของประเทศ โดยระบุว่า นี่เป็นการกระทำก้าวร้าวและละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน

เมื่อ 6 มิ.ย. 2569 ทางการอิหร่านออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อกรณีที่สหรัฐฯ โจมตีสถานีเรดาร์และสถานีตรวจการณ์ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน

กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านแถลงในวันเสาร์ว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายไปยังสิ่งปลูกสร้างในเขต “ซิริก” (Sirik) และ “เกาะเกชม์” (Qeshm Island) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มี “หน้าที่ปกป้องชายแดนของประเทศ และดูแลความปลอดภัยในการเดินเรือในน่านน้ำสากล”

“ทางกระทรวงฯ เห็นว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายนอย่างชัดเจน และเป็นการกระทำก้าวร้าวทางทหารต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุ

แถลงการณ์บอกอีกว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าวอชิงตัน “ขาดเจตนารมณ์ที่จะลดความตึงเครียด” และเป็นส่วนหนึ่งของ “รูปแบบพฤติกรรมที่แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์และยั่วยุในวงกว้างที่สหรัฐฯ กระทำต่ออิหร่าน”

กระทรวงต่างประเทศของอิหร่านระบุทิ้งท้ายว่า กองทัพของประเทศได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่าง “รอบคอบ เด็ดขาด และสมเหตุสมผลแล้ว”

ทางด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ โจมตีสถานีเรดาร์ตรวจการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว “เพื่อป้องกันการโจมตีทางทะเลที่อาจเกิดขึ้นอีก” หลังจากที่อิหร่านปล่อยโดรนไปยังช่องแคบฮอร์มุซ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ชัชชาติ ลุยหาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบาย ศก.ยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนติดป้าย ต้องเท่าเทียมกัน

ชัชชาติ ลุยหาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบาย ศก.ยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนติดป้าย ต้องเท่าเทียมกัน

ชัชชาติ ลุยหาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบาย ศก.ยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนติดป้าย ต้องเท่าเทียมกัน

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.39 น.

ชัชชาติ ลุยหาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบายเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนการติดป้ายหาเสียง ต้องเสมอภาค เท่าเทียมกันทุกกลุ่ม

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงเขตบึงกุ่ม บางกะปิ ให้สัมภาษณ์บริเวณตลาดปัฐวิกรณ์ โดยกล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งหัวใจสำคัญคือการขับเคลื่อนบริษัทขนาดใหญ่ราว 1,400 แห่ง และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SME กว่า 500,000 ราย ให้เดินหน้าควบคู่กันไปได้ เพราะต่างก็มีการจ้างงาน กลุ่มละประมาณ 3 ล้านคน 

ทาง ทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ได้เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระดับเส้นเลือดฝอยผ่านการสร้าง “แพลตฟอร์ม กทม.” เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผู้ให้บริการระดับชุมชน เช่น ช่างซ่อมแอร์ หรือช่างประปา สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในโซนเดียวกันได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์ One-Stop Service และคลินิก SME เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตสำหรับกิจการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโฮสเทล

​นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว การยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงก็เป็นประเด็นสำคัญ ที่ต้องเดินหน้าต่อ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแผนต่อยอดจากสวนป่าชุ่มน้ำ 86 ไร่ โดยจะกระจายสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกอย่างน้อย 6 แห่ง ขนาด 10 ไร่ขึ้นไป ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ 

ในส่วนของการศึกษานั้น นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ได้ระบุถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ซึ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ปีแรก รวมถึงการปรับพื้นที่ในโรงเรียนให้เป็นห้อง Maker Space เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากการลงมือทำ พร้อมทั้งขยายโรงเรียนหลักสูตร 2 ภาษาและเปิดรับเด็กอนุบาลวัย 3 ขวบเข้าสู่ระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครอง 

ขณะที่ด้านสาธารณสุข รศ.ดร. ทวิดา กมลเวชช ได้เล็งเห็นช่องว่างในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ จึงมีแนวคิดที่จะสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่บริเวณรอยต่อเขตวังทองหลาง บางกะปิ ดินแดง และลาดพร้าว เพื่ออุดรอยโหว่ของ Health Zone ให้บริการได้อย่างครอบคลุมที่สุด

นายชัชชาติยังย้ำถึงจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมในการใช้พื้นที่โฆษณาหาเสียง โดยพร้อมตรวจสอบและถอดป้ายออกทันที หากพบว่าในพื้นที่นั้น อนุญาตให้ตนเองติดป้ายหาเสียงได้ แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครรายอื่นติดได้ เพราะการหาเสียงต้องมีความเท่าเทียมกันทุกส่วน

“เรื่องป้ายโฆษณาหาเสียง ผมเร่งให้ทีมงานไปตรวจสอบแล้ว ผมยึดหลักถ้าไม่ให้เพื่อนเราโฆษณา เราก็ไม่ควรได้โฆษณา ถ้าทีมงานตรวจสอบพบว่า ทีมอื่นไปขออนุญาตเหมือนกัน แต่มาเลือกโฆษณาให้เฉพาะเรา เราก็จะเอาออก เราต้องเท่าเทียมกัน เพื่อนเราไม่ได้ เราก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน” นายชัชชาติกล่าว

ช่วงท้าย นายชัชชาติได้ฝากเน้นย้ำถึงประชาชนทุกคนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนบริหารจัดการเวลาเพื่อมาร่วมกันแสดงพลังบริสุทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย

สุริยะใส ชี้ปมแก้ รธน. สะท้อนความขัดแย้งลึกกว่าตัวบทกฎหมาย

สุริยะใส ชี้ปมแก้ รธน. สะท้อนความขัดแย้งลึกกว่าตัวบทกฎหมาย

สุริยะใส ชี้ปมแก้ รธน. สะท้อนความขัดแย้งลึกกว่าตัวบทกฎหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.20 น.

7 มิถุนายน 2569 นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า …เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ รัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง…

กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยที่ถูกพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อสนับสนุน ขณะที่พรรคประชาชนก็มีแนวทางและเงื่อนไขของตนเอง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่เพียงตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่ความแตกต่างทางความคิดและจุดยืนทางการเมืองที่ยังหาจุดร่วมกันไม่ได้ แม้ทุกฝ่ายจะพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องการแก้อาจไม่เหมือนกันเลย

ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แต่ละขั้วการเมืองต่างมีภาพฝันต่อประเทศไทยที่แตกต่างกัน บางฝ่ายให้น้ำหนักกับอำนาจของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง บางฝ่ายให้ความสำคัญกับระบบถ่วงดุลและกลไกคุ้มครองเสถียรภาพของรัฐ ขณะที่บางฝ่ายมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างอำนาจที่ถือเป็นหลักประกันของประเทศ เมื่อจุดยืนพืนฐานต่างกันมาก การออกแบบรัฐธรรมนูญร่วมกันจึงเป็นเรื่องยากกว่าที่หลายคนคิด

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว คำถามจึงไม่ใช่ว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่คือเราจะสามารถสร้างฉันทามติร่วมกันได้หรือไม่ว่าประเทศควรเดินไปทางไหน

รัฐธรรมนูญจึงมักกลายเป็นสนามต่อสู้ทางการเมืองมากกว่าจะเป็นพื้นที่สร้างความเห็นพ้องร่วมกัน ทุกครั้งที่ดุลอำนาจเปลี่ยน ผู้ชนะอยากแก้ ผู้แพ้อยากรื้อ จนท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญถูกทำให้เป็นแพะรับบาปของทุกปัญหา ทั้งที่รากของปัญหาอาจอยู่ที่ความไม่ไว้วางใจ ความหวาดระแวง และการไม่ยอมรับความชอบธรรมของฝ่ายที่คิดต่าง

บางทีสิ่งที่ประเทศไทยต้องการอาจไม่ใช่เพียงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คือ “ฉันทามติทางการเมืองฉบับใหม่” ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันว่า แม้จะคิดต่าง แข่งขันกัน หรือสลับกันเป็นรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ก็ยังอยู่ร่วมกันได้ภายใต้กติกกาเดียวกัน หากทำสิ่งนี้ไม่ได้ ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญอีกกี่ครั้ง วงจรความขัดแย้งเดิมก็อาจย้อนกลับมาอีกเช่นเคย

ชัชชาติ โต้เดือด! ยันไม่มีระบบอากง เลิกพูดได้แล้ว

ชัชชาติ โต้เดือด! ยันไม่มีระบบอากง เลิกพูดได้แล้ว

ชัชชาติ โต้เดือด! ยันไม่มีระบบอากง เลิกพูดได้แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.11 น.

“ชัชชาติ”โต้เดือด! ยันไม่มี”ระบบอากง”เลิกพูดได้แล้ว – ไร้ IO ทำลายคู่ต่อสู้ ลั่นไม่ทนคุกคามทางเพศ ชี้โพลดีเพราะผลงาน

7 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.เบอร์ 9 เปิดเผยถึงประเด็นทางการเมืองและข้อกล่าวหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.โดยย้ำถึงจุดยืนความโปร่งใส ​ส่วนกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็น หรือโพล ที่คะแนนออกมาดีอย่างต่อเนื่อง นายชัชชาติ ได้แสดงความขอบคุณประชาชน พร้อม ระบุว่า คะแนนที่เห็นไม่ได้สะท้อนถึงการหาเสียง แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานอย่างหนักตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จนประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้นอย่างไรก็ตาม ได้เตือนทีมงานว่าห้ามประมาทเด็ดขาด เนื่องจากการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วง 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะกับประชาชนอย่างเต็มที่ทุกวันตามปกติ

​สำหรับกรณีที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โพสต์ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผู้อำนวยการเขตรายหนึ่งในประเด็นการคุกคามทางเพศ นายชัชชาติ กล่าวว่า หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่ถูกต้องชัดเจน ขอให้เปิดเผยออกมาได้เลยเพื่อเอาคนไม่ดีออกไป และพร้อมให้ฝ่ายบริหารชุดใหม่หรือปลัด กทม.ดำเนินการทันที

“เราประกาศเสมอว่าเราไม่ยินยอมต่อการคุกคามทางเพศ ที่ผ่านมาถ้ามีเรื่องร้องเรียนเราจัดการทุกเคส อย่างในโรงเรียนก็เคยมีคำสั่งไล่ออกไปแล้ว แต่ในระดับผู้อำนวยการเขตตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับระบบของ กทม.แต่อย่างใด” นายชัชชาติ กล่าว

​นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวเสริมว่า กทม.เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองด้านความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าหน่วยงานภายนอกประเมินระบบการดูแลสิทธิมนุษยชนของ กทม.ไว้ค่อนข้างดี

​​ส่วนข้อกล่าวหาที่ระบุว่ามีการใช้ IO เพื่อตอบโต้ทางการเมือง หรือไม่นั้น นายชัชชาติ ปฏิเสธว่า ไม่มีการทำ IO อย่างแน่นอน 100% นโยบายของทีมงานคือการสื่อสารข้อเท็จจริงและแนวทางการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการกล่าวร้ายหรือทำลายคู่ต่อสู้

“การไปทำลายคู่ต่อสู้ไม่ได้ช่วยให้เราดีขึ้น หรือทำให้ประชาชนมีความสุขขึ้น การแข่งขันกันคือการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน แต่อาจจะมีแฟนคลับบางส่วนที่ไปโจมตีคนอื่น ซึ่งผมก็อยากขอร้องว่าอย่าไปทำเลย ให้ดูที่ผลงานของเราเป็นหลักดีกว่า” นายชัชชาติ กล่าว

​​เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสวิจารณ์เรื่อง “ระบบอากง” หรือข้อครหาเรื่องการใช้เส้นสายในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. นายชัชชาติ ชี้แจงว่า ระบบดังกล่าวไม่มีอยู่จริง “เลิกพูดได้แล้ว เอาเป็นว่าเป็นแนวทางของทีมชัชชาติ” พร้อมได้ย้ำว่า เป็นเพียงวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมา และยังกล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและไม่สมหวังเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ไม่พอใจก็อาจจะกล่าวหาว่าระบบไม่ดี โดยไม่ได้ย้อนดูความสามารถของตนเอง พร้อมยืนยันว่าแนวปฏิบัติของทีมชัชชาติตลอดมาคือการเลือกคนดี คนเก่ง และเน้นความซื่อสัตย์สุจริตอย่างโปร่งใสที่สุด

สกลธี ปลื้ม อภิสิทธิ์ เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม-สก.หาเสียง ย้ำความเป็นปึกแผ่น

สกลธี ปลื้ม อภิสิทธิ์ เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม-สก.หาเสียง ย้ำความเป็นปึกแผ่น

สกลธี ปลื้ม อภิสิทธิ์ เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม-สก.หาเสียง ย้ำความเป็นปึกแผ่น

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.08 น.

สกลธี ปลื้ม อภิสิทธิ์ เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม-สก.หาเสียง ย้ำความเป็นปึกแผ่นพรรคสีฟ้า

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2569 นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า “อภิสิทธิ์สุดฟิต 4 เขต รวดดด ผมว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนพรรคไหน กลุ่มไหน คือประชาธิปัตย์เรามีหัวหน้าอภิสิทธิ์ ที่พร้อมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้สมัคร ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือท้องถิ่น

จะเห็นได้ว่านับแต่เปิดตัวพี่เจมส์ อนุชา ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม ของพรรค หมายเลข  5 จะเห็นหัวหน้าอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่หาเสียงด้วยทุกครั้ง และทุกวัน ตั้งแต่ต้นจนจบ

มันเป็นความปึกแผ่นและอบอุ่นในหัวใจของคนทำงาน ผมบอกได้เลยครับ ว่าในครั้งนี้แม้เราจะยังเป็นรอง แต่หัวจิตหัวใจเต็ม 100 เลือดสีฟ้าแน่นอนครับ 

วันนี้เป็นอีกวันนึงที่ลุยกันหลายพื้นที่เริ่มตั้งแต่วัดแขกและตลาดตรงข้ามวัดในเขตบางรัก พร้อมผู้สมัคร สก เขตบางรัก ธนากร ลิ้มวาทะรส หมายเลข  1

จากนั้นไปต่อที่พี่สุดคนึง แก้วทอง ผู้สมัคร สก เขตบางคอแหลม หมายเลข 2 ที่ตลาดเจริฐกรุง 103 จุดนี้ FC เพียบครับเพราะเป็นเขตเก่าของท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์

ต่อไปที่ตลาดคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน ของพี่อดีต สก ฝอย ลักขณา ภักดีนฤนาท ผู้สมัคร สก เขตตลิ่งชัน หมายเลข 4 คนถ่ายรูปแน่นเช่นกัน

และมาปิดท้ายที่ตลาดวังหลังของอดีต สก บางกอกน้อยหลายสมัย นภาพล จิระกุล หมายเลข 1 ตรงนี้ก็ FC เดี๋ยวแน่นเช่นกันเพราะพี่นภาพลทำพื้นที่เอาไว้แน่นครับ

เขตอื่นรอนิดนะครับทยอยไปให้เต็มที่แน่นอนครับ”