‘เวที Miss Wheelchair Thailand 2026’ มากกว่าความงาม คือพลังแห่งความเท่าเทียม

‘เวที Miss Wheelchair Thailand 2026’ มากกว่าความงาม คือพลังแห่งความเท่าเทียม

‘เวที Miss Wheelchair Thailand 2026’ มากกว่าความงาม คือพลังแห่งความเท่าเทียม

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.10 น.

กองประกวด Miss Wheelchair Thailand 2026 เดินหน้าสานต่อเวทีแห่งโอกาสและพลังของผู้หญิงพิการ พร้อมจัดงานแถลงข่าวและการประกวดรอบคัดเลือกจากภาพถ่าย ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กองประกวด Miss Wheelchair Thailand, มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ, มูลนิธิเพื่อสตรีคนพิการไทย, สมาคมคนพิการภาคตะวันออก และ บริษัท โพสซิทีฟ ครีเอชั่น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อเปิดพื้นที่ให้สตรีพิการทางการเคลื่อนไหวที่ใช้วีลแชร์จากทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพ ความสามารถ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สังคม

เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ  ผู้อำนวยการกองประกวดมิสวีลแชร์ไทยแลนด์ 

เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ  ผู้อำนวยการกองประกวดมิสวีลแชร์ไทยแลนด์ กล่าวว่า “เราไม่ได้มองหาคนที่สมบูรณ์แบบ แต่มองหาคนที่กล้าเป็นตัวเอง กล้าที่จะก้าวข้ามคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’เวทีนี้ไม่ใช่แค่เวทีประกวดความงามความสามารถแต่เป็นเวทีแห่งโอกาส ที่จะช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่ใช้วีลแชร์ ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพอย่างที่เธอเป็น โดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยคำว่า ‘พิการ’ เวทีที่ผลักดันให้สังคมเริ่มมองเห็นว่า ความงาม ความสามารถ และคุณค่าของคนเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างหรือสภาพร่างกาย แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจและความกล้าที่จะลุกขึ้นยืนในแบบของตัวเอง การสนับสนุนเวทีแบบนี้ ไม่ใช่แค่สนับสนุนคนกลุ่มหนึ่ง แต่มันคือการสร้างสังคมที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และให้โอกาสกับทุกคนได้อย่างเท่าเทียม”

สำหรับการคัดเลือกในรอบภาพถ่ายครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ อาทิ เจฟฟรี่ เบญจกุล นักแสดงและผู้ดำเนินรายการชื่อดัง พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ช่างภาพอิสระชั้นนำของประเทศไทย, วิษฐิดา อุ้ยตยะกุล ผู้แทนจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, รศ.ดร.อรุณี ลิ้มมณี, รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,จิณฑาทิพ ศิลโสภิต นักธุรกิจคนพิการ, และไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าประกวดที่มีความโดดเด่นทั้งด้านบุคลิกภาพ ทัศนคติ และความสามารถในการเป็นตัวแทนของผู้หญิงพิการยุคใหม่

หลังจากการคัดเลือกรอบภาพถ่าย ผู้ผ่านเข้ารอบจะเข้าสู่การแข่งขันในรอบสัมภาษณ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เพื่อเฟ้นหาสตรีพิการต้นแบบที่พร้อมเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายอย่างแท้จริง

Miss Wheelchair Thailand 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดความงาม แต่เป็นเวทีแห่งการสร้างโอกาส ส่งเสริมศักยภาพ และผลักดันให้สังคมมองเห็นคุณค่าและความสามารถของผู้หญิงพิการในทุกมิติของการใช้ชีวิต และขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจเข้ารับชม เชียร์ เป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าประกวดในรอบตัดสิน  ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ณ ลานหน้า MCC Hall ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

THAICID จัด ‘THAICID-NWIKS 2026’ ชูนวัตกรรมอัจฉริยะรับมือ Climate Change สู่อนาคตการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

THAICID จัด ‘THAICID-NWIKS 2026’ ชูนวัตกรรมอัจฉริยะรับมือ Climate Change สู่อนาคตการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

THAICID จัด ‘THAICID-NWIKS 2026’ ชูนวัตกรรมอัจฉริยะรับมือ Climate Change สู่อนาคตการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) แถลงข่าวการจัดงาน “สัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2026 เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการ ประจำปี 2569” ณ อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศความพร้อมในการจัดเวทีวิชาการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครั้งสำคัญของประเทศ ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ณ อาคาร 80 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิด “Smarter Water for a Stronger Future : สายน้ำอัจฉริยะ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

นายยงยส เนียมทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมชลประทาน ในฐานะประธานการจัดงาน THAICID-NWIKS 2026 กล่าวว่า สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภาคการเกษตร และความมั่นคงด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง การยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศจึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับความท้าทายที่เกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ งาน THAICID-NWIKS 2026 จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการชลประทาน การระบายน้ำ เทคโนโลยีการจัดการน้ำ และนวัตกรรมภาคการเกษตร เชื่อมโยงเครือข่ายนักวิชาการ นักวิจัย วิศวกร ผู้กำหนดนโยบาย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จะมีการประชุมวิชาการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 19 พร้อมการบรรยายพิเศษจากผู้บริหาร ICID และผู้กำหนดนโยบายด้านน้ำของประเทศไทย รวมถึงการนำเสนอผลงานวิชาการและเทคโนโลยีด้าน Smart Irrigation, IoT, Remote Sensing และ Climate-Smart Water Management

โดยในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 จัดกิจกรรม Dongtan Software Day เวทีด้านเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการน้ำ โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ อาทิ U.S. Army Corps of Engineers และ Deltares ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการตะกอนในอ่างเก็บน้ำ ระบบบริหารความเสี่ยงอุทกภัยด้วย Delft-FEWS ความปลอดภัยเขื่อน การพยากรณ์ความเค็มผ่าน RID SWAMP Platform และระบบติดตามคุณภาพน้ำ AquaSense

ส่วนวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จัดเวที INWEPF-Thailand ภายใต้หัวข้อ “อนาคตชาวนากับการทำนาแบบใช้น้ำน้อย ตอน สุขเต็มนา ต้นแบบการพัฒนาเปียกสลับแห้ง” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำในภาคการเกษตร ผ่านการแลกเปลี่ยนจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ผู้แทน JICA และเกษตรกรต้นแบบ อันจะนำไปสู่การขยายผลสู่พื้นที่ปฏิบัติจริง

นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดเวทีให้ Young Professionals และนิสิตนักศึกษา นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรน้ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ รองรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศในอนาคต

THAICID ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย วิศวกร เกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมงาน สัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2026 ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ณ อาคาร 80 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีความมั่นคง พร้อมรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน ‘เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ 2569’ สั่งซื้อทุเรียนภูเขาไฟของแท้โดยตรงจากสวน ได้ที่ WWW.LAVADURIAN.COM..
  • ยินดีกับ ศ.วุฒิสาร ตันไชย ที่ได้เป็นประธานกรรมการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีกรรมการ คือ ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ, รศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย, ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร, นิธิ ภัทรโชค..
  • ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรอง ผอ.ใหญ่ ดีป้า ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “AI Transformation: Driving the AI Ecosystem with depa” ภายในงาน AWS ISV Founders Club: Scaling Enterprise AI จัดโดย Amazon Web Services (AWS) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเชิงลึก ถอดบทเรียนการสเกลธุรกิจด้วย Enterprise AI และสร้างเครือข่ายที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยไปด้วยกัน..
  • คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์ วันเกิดปีนี้ไปทำบุญสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลที่วัดปทุมวนาราม และมื้อเที่ยงน้องสาวสองคน จณา วรรณดิษฐ์ และ ปรียา รองรัตน์ เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดให้อย่างอบอุ่น..
  • สุเมธ สุรบถโสภณ นายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลั̀ย พร้อมด้วย บุญเลิศ เหลียงกอบกิจ, น.สพ.วิศรา โชคดีทวีอนันต์ และคณะกรรมการ ไปแสดงความยินดีกับ ศาสนาจารย์ ดร.บัณฑูร บุญอิต ที่ได้เป็น ประธานกรรมการบริหาร และ ดร.ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ที่ได้เป็น ผู้อำนวยการ รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย..
  • ชาว Digital CEO#3 ยินดีกับ สุภัค ลายเลิศ ซีอีโอ บจ.ยิบอินซอย เน็กซ์ ที่ได้รางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 รางวัล Rising Star จัดโดย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ และนิตยสาร BUSINESS..
  • ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล กรรมการอำนวยการและประธานฝ่ายจริยธรรมการตลาดไทยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ร่วมขึ้นเวทีเสวนาในงาน Thailand C Vision Summit 2026..
  • ยุทธพร จิตตเกษม ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#9 มาประชุมหารือเรื่องการนำเสนอโครงงาน โดยมี ดร.ศศมน มันทะเล, น.ต.หญิง พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์, นพ.อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์, วิศาล จิรภาพงพันธ์, ดร.อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์, มารีย์ โอภาสเสถียร, สุมิตรา นิ่มกรชัย, วงศ์วิวัฒน์  ศิริทัศนกุล, รัชนิกร คำทิพย์, วรพล วีระวงศ์, เจตพันธุ์ ตรีบำเพ็ญ, จิตติมา ใสบริสุทธิ์, อรณิชา ศรีชัยธำรง ร่วมด้วย..
  • อาศิรา กาวารีย์ วันเกิดเลี้ยงแมวจร เลี้ยงเด็กของมูลนิธิเด็กบ้านทานตะวันและร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาของเด็กพิการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายในพระราชูปถัมภ์..
  • คณะสังคมศาสตร์ มช. ยินดีกับ ดร.อัมพร จิรัฐติกร ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ สาขาวิชามานุษยวิทยา สังกัดคณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่..
  • ผู้สนใจเรื่อง สหกิจศึกษา และ CWIE แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่การทำงานแบบมืออาชีพ โดย ดร. อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม ติดตามชมได้ที่  https://youtu.be/hh0v1C7ZPTc..

น้องใหม่

ททท. ผนึกกำลัง Petch Boutique และ Beauty Gems ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก ชูเสน่ห์ผ้าไทย ผสานความงามไฮจิวเวลรี ในงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND”

ททท. ผนึกกำลัง Petch Boutique และ Beauty Gems ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก ชูเสน่ห์ผ้าไทย ผสานความงามไฮจิวเวลรี  ในงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND”

ททท. ผนึกกำลัง Petch Boutique และ Beauty Gems ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก ชูเสน่ห์ผ้าไทย ผสานความงามไฮจิวเวลรี ในงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND”

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.58 น.

ตระการตาด้วยความงามของงานหัตถศิลป์และอัญมณีไทย ที่มีอัตลักษณ์และความประณีต ผ่านการจัดแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องประดับและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ผนึกกำลังร่วมกับ Petch Boutique (เพชร บูติก) และ  Beauty Gems (บิวตี้เจมส์) พร้อมด้วยพันธมิตร ประกอบด้วย บริษัท เพชรไพรม์ จำกัด, PRIME BANGKOK,SIAM PARAGON และ RANI Fabric Center จัดงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND” ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อยกระดับผ้าไทยและงานฝีมือไทย ด้วยแฟชั่นโชว์ 75 ชุด พร้อมไฮไลต์เครื่องประดับ “THE POWER OF DREAMS” High Jewelry Collection รวมมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท

โดยได้รับเกียรติจาก ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคทุกแวดวงร่วมงานคับคั่ง และร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดอลังการบนรันเวย์ด้วย

สร้างความงามให้ประจักษ์ผ่านแฟชั่นโชว์จาก Petch Boutique (เพชร บูติก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย รังสรรค์ความงามของผ้าพื้นถิ่นไทยด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย พร้อมเครื่องประดับ High Jewelry จาก Beauty Gems ผู้นำด้าน High Jewelry ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการเจียระไนด้วยความประณีตของช่างฝีมือไทย ร่วมถ่ายทอดความงามของศิลปะภายใต้คอนเซปต์ “From the hands of artisans to the heart of fashion every thread carries the soul of Thai culture จากมือช่างสู่หัวใจของแฟชั่น ทุกเส้นไหมบรรจุจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย”

การยกระดับวงการแฟชั่นไทยในการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ โดยทั้ง Petch Boutique และ Beauty Gems ต่างเล็งเห็นถึงคุณค่าของงานฝีมือของช่างฝีมือคนไทย อันเป็นมรดกจากอดีตอันทรงคุณค่าที่ควรสืบสานเพื่อคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผ้าไทย จึงผนึกกำลังร่วมกันผลักดันงานฝีมือของคนไทย สู่เวทีระดับสากล สู่ความร่วมมือครั้งสำคัญที่นำผ้าไทยมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย พร้อมเพิ่มเสน่ห์ความงดงามด้วยเครื่องประดับอัญมณี การนำเสนอคอลเลกชันสุดพิเศษบนรันเวย์ครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนเสน่ห์ของผ้าไทยและเครื่องประดับเพียงเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของนักออกแบบและช่างฝีมือคนไทย ที่สามารถรังสรรค์งานฝีมืออันเป็นที่ประจักษ์ได้

เพชร – จารุต ภิญโญกีรติ  ผู้บริหาร Petch Boutique (เพชร บูติก) กล่าวว่า “เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เห็นถึงศักยภาพของ Petch Boutique ผ่านการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายร่วมสมัย และให้การสนับสนุนพร้อมร่วมผลักดันผ้าไทยในทุกจังหวัดให้ก้าวสู่ระดับสากลในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งมุ่งมั่นอยากสะท้อนให้เห็นความงามของผ้าไทยและเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่นในทุกจังหวัดของประเทศไทย”

พร้อมกล่าวต่อว่า “แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ได้มีการคัดสรรผ้าทอพื้นถิ่นไทย ที่เรียกว่าเป็นผ้าทอของชาวบ้านจริง ๆ สำหรับนำมาออกแบบชุด โดยมีหัวใจในการออกแบบยึดตามอัตลักษณ์ของการทอผ้าประเภทต่าง ๆ ไม่มีการเปลี่ยนลวดลายหรือสีที่ชาวบ้านทอมา เพื่อรักษารากเหง้าวัฒนธรรม สิ่งที่มีการเพิ่มเติม คือ การดีไซน์ชุดที่ร่วมสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผืนผ้า สร้างความแตกต่างในด้านการออกแบบ สร้างความภูมิใจในผ้าทอพื้นถิ่นไทยที่เป็น Soft Power และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพสำหรับชาวบ้านได้ด้วยเช่นกัน”

หนึ่ง – สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้เจมส์ ผู้รังสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีของไทย กล่าวเสริมว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมากยิ่งขึ้น ด้วยความตั้งใจของทั้ง 2 แบรนด์ ระหว่าง Beauty Gems และ Petch Boutique ที่มองเห็นคุณค่างานฝีมือไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ยิ่งเป็นงานฝีมือต้องมีความประณีต ซึ่งทาง Beauty Gems เป็นผู้นำด้าน High Jewelry มีความโดดเด่นด้านการออกแบบที่มีดีไซน์และการผลิตเครื่องประดับหรู    เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ในขณะที่ Petch Boutique ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย ดังนั้นการผนึกกำลังร่วมกันครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมศักยภาพงานฝีมือคนไทยได้เป็นอย่างดี และขยายสู่วงกว้างได้มากขึ้น

“ในส่วนของ Beauty Gems ร่วมสร้างคุณค่าในงานฝีมือไทย ผ่านการออกแบบเครื่องประดับหรูที่นำมาจัดแสดงแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ โดยสะท้อนแนวคิด Woven Forward ของงาน THREADS OF AMAZING THAILAND ที่เชื่อว่ามรดกทางวัฒนธรรมไทยสามารถได้รับการสืบสาน ต่อยอด และนำเสนอใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อส่งต่อคุณค่าแห่งความเป็นไทยสู่คนรุ่นใหม่และเวทีโลกอย่างสง่างาม”

การส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในครั้งนี้ พิถีพิถันด้วยการออกแบบชุดที่ทันสมัย ชูเอกลักษณ์ทั้งลายผ้าและสีบนผืนผ้า คงความงามที่เหนือกาลเวลา ผสานด้วย High Jewelry Collection “THE POWER OF DREAMS” ที่มีครบชุดรวมมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท ทั้งสร้อยคอมรกตประดับเพชร ประกอบด้วย มรกต(Emerald) 130.36 กะรัต, เพชร(Diamond) 64.00 กะรัต, 18K White Gold น้ำหนัก 106.37 กรัม, 18K Yellow Gold น้ำหนัก 5.92 กรัม ต่างหูมรกตประดับเพชร ประกอบด้วย มรกต(Emerald) 62.78 กะรัต, เพชร(Diamond) 6.75 กะรัต, Platinum น้ำหนัก 11.82 กรัม, 18K Yellow Gold น้ำหนัก 5.18 กรัม, 18K White Gold น้ำหนัก 3.00 กรัม และแหวนมรกตประดับเพชร ประกอบด้วย มรกต(Emerald) 21.38 กะรัต, เพชร(Diamond) 3.54 กะรัต, 18K White Gold น้ำหนัก 9.80 กรัม, 18K Yellow Gold น้ำหนัก 2.00 กรัม

โดย High Jewelry Collection นี้ รวมมรกต น้ำหนัก 214.52 กะรัต เพชรน้ำหนัก 74.29 กะรัต ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพลังแห่งความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เปรียบเสมือนสายใยแห่งภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน

โดดเด่นด้วย “มรกต” สีเขียวอันทรงคุณค่า ซึ่งเป็นอัญมณีหลักของคอลเลกชันนี้ ที่สื่อถึงความหวัง ความอุดมสมบูรณ์ การเติบโต และความรุ่งเรือง ประดับด้วย “เพชร” ที่เปรียบเสมือนเส้นไหม ที่ถักทอเป็นผืนผ้าแห่งคุณค่าทางวัฒนธรรม ผ่านการรังสรรค์งานช่างฝีมือชั้นสูง จะว่าไปคอลเลกชันนี้สะท้อนแนวคิด Woven Forward ของงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND” ที่เชื่อว่ามรดกทางวัฒนธรรมไทย สามารถได้รับการสืบสานต่อยอด และนำเสนอใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อส่งต่อคุณค่าแห่งความเป็นไทยสู่คนรุ่นใหม่ และเวทีโลกอย่างสง่างาม ซึ่งได้ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ร่วมเดินแบบในชุดฟินาเล่ ตอกย้ำถึงความงาม   ที่เปล่งประกายและความมุ่งมั่นที่สะท้อนจากภายใน

ภายในงานยังมีนางงามจากหลากหลายเวทีร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ผ้าไทยพื้นถิ่นและเครื่องประดับ High Jewelry ล้นรันเวย์  ทั้ง น้ำผึ้ง – กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026, มาลัย – มาลัยกะ คาร 1st runner up Miss World Thailand 2026,  มายมิ้นต์ – จิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทยคนที่ 57, ซาฟฟรอน – มายา สนูค Miss Global Thailand 2026 รวมถึง ฟลุ๊ค กะล่อน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่มาร่วมเดินสับๆ โชว์ความอลังการของแบรนด์ไทยสุดปัง! ครั้งนี้ด้วย

การออกแบบผ้าไทยที่ร่วมสมัยและความประณีตงดงามของเครื่องประดับอัญมณีแบรนด์ไทย ถือเป็นการส่งเสริม Soft Power ไทย พร้อมๆ กับการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ผ่านการมองเห็นคุณค่าของความงดงามของช่างฝีมือไทย สู่การส่งเสริมและสนับสนุนให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น ทั้งอัญมณีที่เป็นเครื่องประดับที่คงความมีคุณค่าอยู่เสมอและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น, ผ้าทอพื้นถิ่นไทย ที่ถูกนำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการออกแบบที่ทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ และเป็นงานฝีมือที่ควรค่าแก่การสืบสาน พร้อมเปิดมิติใหม่ให้ได้สัมผัสคุณค่าที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ ทุกท่านยังสามารถเยี่ยมชม Exhibition ของเครื่องแต่งกายกว่า 50 ชุด ที่ใช้เดินแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ โดยจะถูกจัดแสดงโชว์ตั้งแต่วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘วูเน่’ พลิกโฉมลิเกไทยสู่สากล ดึง ‘แบงค์ ศรราม’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อน Soft Power ร่วมสมัย

‘วูเน่’ พลิกโฉมลิเกไทยสู่สากล ดึง ‘แบงค์ ศรราม’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อน Soft Power ร่วมสมัย

‘วูเน่’ พลิกโฉมลิเกไทยสู่สากล ดึง ‘แบงค์ ศรราม’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อน Soft Power ร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.50 น.

บริษัท เนเจอร์อินอัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายสัญชาติไทยภายใต้แบรนด์ “Woonae” (วูเน่) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในงาน Cosmoprof CBE Asean Bangkok 2026 ด้วยการเปิดตัวพระเอกลิเกขวัญใจมหาชน “แบงค์” ศรราม เป็นพรีเซ็นเตอร์อย่างเป็นทางการ มุ่งพลิกโฉมศิลปะวัฒนธรรมไทยสู่มิติใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมความงามไทย (T-Beauty) สู่การเป็น Soft Power ระดับสากลอย่างร่วมสมัย

แบรนด์ Woonae (วูเน่) ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ภายใต้แนวคิดการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ไทยมีคุณภาพทัดเทียมระดับสากล ผ่านความเข้าใจในสภาพผิวและภูมิอากาศเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมการันตีด้วยมาตรฐานการผลิตระดับ GMP และ ISO ควบคู่กับผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

การร่วมงานกับ “แบงค์” ศรราม ในครั้งนี้ ถือเป็นการทลายกรอบเดิมๆ เพื่อพิสูจน์ว่า “ลิเกไทยไม่ได้เชยอีกต่อไป” แต่เป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนเสน่ห์ความงามแบบไทยได้อย่างทรงพลัง เนื่องจากศิลปินลิเกต้องดูแลตนเองให้แลดูอ่อนเยาว์และผิวพรรณดีอยู่เสมอเพื่อการแสดง สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ล่าสุด “วูเน่ วิตซี มณีแดง วอเตอร์ ครีม” (Woonae Vit C Maneedang Water Cream)

สำหรับ “วูเน่ วิตซี มณีแดง วอเตอร์ ครีม” โดดเด่นด้วยสารสกัดนวัตกรรมหลักจาก “มณีแดง” ผสานคุณค่าจากวิตามินซี ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้แลดูเฟิร์มกระชับ กระจ่างใส และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ใน 14 วัน มาพร้อมเนื้อสัมผัสแบบวอเตอร์ครีมที่บางเบา ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนชื้นได้อย่างแท้จริงร่วมสัมผัสประสบการณ์ผิวเฟิร์มใสแลดูอ่อนเยาว์ตามแบบฉบับ T-Beauty กับ “วูเน่ วิตซี มณีแดง วอเตอร์ ครีม” ได้แล้ววันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ ร้านจำหน่ายเครื่องสำอางใกล้บ้านท่าน และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของแบรนด์ Woonae ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้

TIKTOK : https://www.tiktok.com/@woonaethailand

INSTAGRAM : https://www.instagram.com/woonae_th/

FACEBOOK : https://www.facebook.com/woonaecosmetics

ตะลุยเมืองตรัง นั่งตุ๊กตุ๊กชมย่านตึกเก่า บุกอาณาจักร ‘ผ้าทอนาหมื่นศรี’ มรดกภูมิปัญญา 200 ปี

ตะลุยเมืองตรัง นั่งตุ๊กตุ๊กชมย่านตึกเก่า บุกอาณาจักร ‘ผ้าทอนาหมื่นศรี’ มรดกภูมิปัญญา 200 ปี

ตะลุยเมืองตรัง นั่งตุ๊กตุ๊กชมย่านตึกเก่า บุกอาณาจักร ‘ผ้าทอนาหมื่นศรี’ มรดกภูมิปัญญา 200 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

‘เต้ย พงศกร’ พิธีกรหนุ่มจากรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ” ชวนคู่หูสายลุยอย่าง ‘หมอก้อง สรวิชญ์’ สัมผัสมหาเสน่ห์อันดามันใต้ที่จังหวัดตรัง ในรูปแบบท่องเที่ยวแนวเกษตรสุดพิเศษ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการนั่ง “รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ” สัญลักษณ์คู่เมืองตรัง ชมย่านตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีส แวะถ่ายภาพสตรีทอาร์ต และวงเวียนพะยูน ก่อนไปเติมพลังกับมื้อเช้าในตํานานที่ “เรือนไทยติ่มซํา” สัมผัสวัฒนธรรมสภากาแฟอันเป็นเอกลักษณ์ ลิ้มรสติ่มซํานึ่งสดที่มีให้เลือกกว่า 100 หน้า และ “หมูย่างเมืองตรัง” ที่ใช้สูตรหมักเครื่องยาจีนและนํ้าผึ้ง ย่างในเตาหลุมโบราณจนหนังกรอบพองเนื้อนุ่มฉํ่า

และไฮไลท์ที่ห้ามพลาด!! คือการเดินทางเจาะลึกอาณาจักร “กลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี” เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ “เส้นฝ้าย” ผลผลิตเกษตรพื้นบ้าน ที่ถูกถักทอเป็นผืนผ้าด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดมานานกว่า 200 ปี กับลวดลายที่ถูกคิดค้นถักทอมา   ในการเปลี่ยนสีย้อมจากเปลือกไม้และพืชพรรณธรรมชาติให้กลายเป็นงานศิลปะบนผืนผ้าที่งดงามระดับประเทศ โดยมี ธ.ก.ส. เป็นพาร์ทเนอร์สําคัญที่เข้ามาช่วย “เติมทุน เติมความรู้ และเติมตลาด” จนสามารถยกระดับสินค้าชุมชนสู่ดีไซน์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน และปิดท้ายทริปด้วยการพาไปช้อปสุดพรีเมียมที่ กวนนิโตพาทิสเซอรี ชิม “เครปเค้กโรลฝอยทอง”  และ งานคราฟต์จาก “เตยปาหนัน” ที่ยังเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ และสินค้าแปรรูปของชุมชนในท้องถิ่นมาจัดจําหน่าย ช่วยกระจายรายได้ส่งเสริมอาชีพให้กับคนในจังหวัดตรังได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่สนใจมาร่วมค้นหาคําตอบ…ว่าวิถีเกษตรจะกลายเป็นแฟชั่นสุดเก๋ได้อย่างไรในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 กด 30

DERMATIGE AESTHETICS เปิดปฏิบัติการมิติความงามยุคใหม่ปักหมุด New Era 2026

DERMATIGE AESTHETICS เปิดปฏิบัติการมิติความงามยุคใหม่ปักหมุด New Era 2026

DERMATIGE AESTHETICS เปิดปฏิบัติการมิติความงามยุคใหม่ปักหมุด New Era 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.33 น.

DERMATIGE AESTHETICS (เดอร์มาทีจ เอสเธติคส์) คลินิกความงามระดับพรีเมียม เดินหน้าประกาศก้าวสำคัญสู่ DERMATIGE New Era 2026 เนรมิตแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ จัดงาน “DERMATIGE THE BEAUTY EVOLUTION Your Design. Defined Value” อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้าน Personalized Aesthetics ที่ให้ความสำคัญกับ “ความงามที่ดีที่สุด คือความงามที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล” พร้อมยกระดับประสบการณ์ความงามยุคใหม่ที่ได้มาตรฐานการดูแลระดับสากล โดดเด่นด้วยนวัตกรรมด้านการยกกระชับ และ Signature Program อย่าง “จักรวาลหน้ายุง” สู่ Premium Signature Program โปรแกรมความงามที่ออกแบบใบหน้าเฉพาะบุคคล ตอบโจทย์ทั้งโครงสร้างใบหน้า ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของแต่ละคนมอบผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ มีเอกลักษณ์อย่างแท้จริง

โดยในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารและทีมแพทย์ เดอร์มาทีจ เอสเธติคส์ ร่วมพูดคุยครั้งสำคัญ ถ่ายทอดนิยาม “ยุคใหม่ของความงามที่ออกแบบมาเพื่อคุณ…โดยเฉพาะ”  ภายใต้บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และเปี่ยมด้วยพลังของการก้าวล้ำสู่นิยามความงามยุคใหม่ พร้อมการปรากฏตัวของนักแสดง ศิลปิน และเซเลบริตี้ชื่อดังที่สะท้อนความมั่นใจ ความเป็นตัวของตัวเอง และไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจการดูแลตัวเองอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวคิดของ DERMATIGE นำโดย “เจมส์” จิรายุ ตั้งศรีสุข มาแชร์การดูแลผิวให้สุขภาพดี ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์คู่จิ้นสุดฮอต “ปอนด์” ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ และ “ภูวินทร์” ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน เสิร์ฟโมเมนต์ผ่านโชว์ร้องเพลงสุดประทับใจ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ ซอนญ่า สิงหะ, “พิมฐา” ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล, “ปรางค์” อภินรา ศรีกาญจนา, ภิรญา สิงหะ, จินนี่ เขริกา, “หมิว” ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา ฯลฯ ถ่ายทอดเคล็ดลับความสวยและความมั่นใจในแบบของตัวเอง ท่ามกลางผู้ร่วมงานและแขกคนสำคัญที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่น ณ ชั้น 1 Central Court @CentralWorld

“คุณยาย่า” เขมณัฏฐ์ ชุลีเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดอร์มาเวย์ จำกัด DERMATIGE AESTHETICS กล่าวว่า “DERMATIGE New Era 2026 คือการก้าวสู่บทใหม่ของแบรนด์ในฐานะ Premium Aesthetic Brand ที่นิยามความงามในแบบ Modern Luxury เราเชื่อว่าความงามคือการทำให้ทุกคนมั่นใจในตัวตนของตัวเองมากขึ้น โดยในช่วงปี 2026–2028 เราตั้งเป้ายกระดับ Dermatige ให้เป็นแบรนด์ความงามระดับพรีเมียมที่ลูกค้าไว้วางใจมากที่สุด ผ่านการดูแลแบบ Personalized การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุก Touchpoint เพราะ Luxury ในวันนี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนว่าเราเป็นใคร แต่คือการทำให้เรามั่นใจในแบบที่เราเป็นมากที่สุด”

“Turning Point สำคัญของ Dermatige คือปัจจุบันนี้ผู้บริโภคต้องการความงามที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับตัวเอง และสร้างความมั่นใจมากกว่าเดิม  นั่นคือเหตุผลที่เราเข้าสู่ New Era 2026 ด้วยแนวคิด Personalized Beauty และ Emotional Luxury โดยมี “หน้ายุง” เป็น Signature Program หลังจากนี้ทิศทางการตลาดจะมุ่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ปัจจุบัน Dermatige มีทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ สยาม, คริสตัล, รังสิต, ปิ่นเกล้า, พระราม 2 และบางนา และเรายังคงมุ่งขยายการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงมาตรฐานการรักษาและประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”  

“หมอต่อ” นายแพทย์ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี ผู้บริหาร DERMATIGE AESTHETICS กล่าวว่า “เทรนด์ความงามในอนาคต จะเปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่องเทคโนโลยีและเครื่องมือไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์และการดูแลที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ในอดีตผู้บริโภคอาจเลือกคลินิกจากว่าใครมีเครื่องใหม่หรือเครื่องเยอะที่สุด แต่วันนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ใครเข้าใจโครงสร้างใบหน้า ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละคนได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นอนาคตของวงการ Aesthetic จะวัดกันด้วยความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ประสบการณ์ที่ดี และความมั่นใจที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Dermatige ทำให้เรามุ่งขับเคลื่อนตลาดจากการแข่งขันด้าน Device ไปสู่การแข่งขันด้าน Experience และ Personalization และสิ่งที่อยากส่งต่อมุมมองให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ คือ ความงามไม่ใช่การเปลี่ยนให้เหมือนคนอื่น แต่คือการมั่นใจในตัวตนของตัวเอง”  

“หมอกลาง” นายแพทย์ณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค ผู้บริหาร DERMATIGE AESTHETICS กล่าวว่า “จักรวาลหน้ายุงเป็นการยกระดับจากโปรแกรมรักษาไปสู่ “Personalized Facial Architecture System” ความแตกต่างสำคัญคือ เราออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยและแต่ละโครงสร้างใบหน้า ผ่าน Facial Evolution System ที่แบ่งเป็น First, Prime, หน้ายุง X, Prestige และ Gevity เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลที่เหมาะกับตัวเองในแต่ละช่วงของชีวิต

สำหรับวงการความงาม “จักรวาลหน้ายุง” คือการยกระดับจาก Treatment Program ไปสู่ Thailand’s First Premium Facial Architecture Ecosystem ที่เชื่อมโยงการวางแผนการรักษา การติดตามผล และการดูแลระยะยาวไว้ในระบบเดียว สำหรับผู้บริโภคโปรแกรมนี้ทำให้การดูแลความงามไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่เป็นการมี Personalized Lifting Roadmap ที่ออกแบบตามช่วงวัย โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงความมั่นใจในระยะยาว เราไม่ได้สร้างโปรแกรมใหม่ แต่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ของ Premium Personalized Aesthetics ในประเทศไทย ขณะเดียวกัน “จักรวาลหน้ายุง” ยังเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการขาย Treatment หรือโปรโมชั่น ไปสู่การสร้าง Facial Evolution Journey ที่ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และมีแผนการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล”

ทั้งหมดนี้สะท้อนหัวใจสำคัญของ DERMATIGE New Era 2026 ที่ Innovation ไม่ใช่เพียงการมีเครื่องมือใหม่ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดในการดูแลความงาม จากการรักษาแบบเดียวสำหรับทุกคน สู่การออกแบบผลลัพธ์เฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและยั่งยืน ด้วยมาตรฐานและความเชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล  

อัปเดตทุกเทรนด์และนวัตกรรมความงามพร้อมเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ DERMATIGE AESTHETICS ทุกสาขา และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: https://www.dermatigeaesthetics.com, Facebook: Dermatige Aesthetics, Instagram: Dermatige_Aesthetics, TikTok: Dermatige_official, LINE: @Dermatigeclinic

#Dermatige #จักรวาลหน้ายุง #pondphuwin #thebeautyevolution  

‘พี่ก้อง’ยังไม่รอด ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’เสิร์ฟโมเมนต์น่ารัก อยากถ่ายรูปด้วย

'พี่ก้อง'ยังไม่รอด 'เจี๊ยบ พิจิตตรา'เสิร์ฟโมเมนต์น่ารัก อยากถ่ายรูปด้วย

‘พี่ก้อง’ยังไม่รอด ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’เสิร์ฟโมเมนต์น่ารัก อยากถ่ายรูปด้วย

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.39 น.

 กลายเป็นโมเมนต์น่ารักที่ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตามกันเป็นแถว สำหรับคลิปของ เจี๊ยบ พิจิตตรา ที่เจ้าตัวมีความตั้งใจอยากขอถ่ายรูปกับ พี่ก้อง แต่เหตุการณ์กลับพลิกล็อกแบบน่าเอ็นดูสุดๆ เพราะจากที่คิดว่า “พี่เจี๊ยบขอถ่ายพี่ก้อง” กลายเป็น “พี่ก้องขอถ่ายกับพี่เจี๊ยบ” แทน

ในคลิปจะเห็นความนอบน้อม อ่อนโยน และความเขินน่ารักของเจี๊ยบ ที่ยกมือไหว้ด้วยความเกรงใจ ขณะที่พี่ก้องก็เป็นกันเองสุดๆ ถึงขั้นเดินตามมาเพื่อถ่ายรูปด้วยกัน งานนี้ทำเอาคนดูแซวสนั่นว่า รุ่นใหญ่อย่างพี่ก้องก็ยังไม่รอดเสน่ห์ความละมุนของ เจี๊ยบเรียกว่าเป็นโมเมนต์สั้นๆ แต่ความน่ารักล้นจอ จนแฟนๆ พร้อมใจกันคอมเมนต์ว่า “พิจิตตรา ผู้อ่อนโยน” และพากันเอ็นดูในความสดใสแบบธรรมชาติของเจี๊ยบกันถ้วนหน้าhttps://drive.google.com/file/d/1ptnDOt24FQ1g6ECBhXWvFhRAr9COXf2k/view?usp=drivesdk

แค่เปิดชื่อกรรมการก็ชัยไปกว่าครึ่ง ถอดรหัส บัลลังก์หมอลำ กลยุทธ์เจาะตลาดซอฟต์พาวเวอร์อีสาน หมากเกมใหม่ ช่อง 7HD

แค่เปิดชื่อกรรมการก็ชัยไปกว่าครึ่ง ถอดรหัส บัลลังก์หมอลำ กลยุทธ์เจาะตลาดซอฟต์พาวเวอร์อีสาน หมากเกมใหม่ ช่อง 7HD

แค่เปิดชื่อกรรมการก็ชัยไปกว่าครึ่ง ถอดรหัส บัลลังก์หมอลำ กลยุทธ์เจาะตลาดซอฟต์พาวเวอร์อีสาน หมากเกมใหม่ ช่อง 7HD

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.35 น.

บางครั้ง “กระแส” ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการโปรโมตหนัก แต่เกิดจากการวางหมากที่ถูกจุด  สำหรับ “บัลลังก์หมอลำ” รายการแข่งขันเพลงหมอลำ หาบอยกรุ๊ปกลุ่มใหม่ ในรูปแบบ Survivalแค่เปิดรายชื่อกรรมการและพิธีกร ก็ทำให้โลกโซเชียลหันมาสนใจทันที นั่นสะท้อนว่า ช่อง 7HD ไม่ได้กำลังเปิดตัวแค่รายการประกวดน้องใหม่ แต่กำลังส่งสัญญาณว่า นี่คือโปรเจกต์ที่คิดมาอย่างมีทิศทางสิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือการจัดวาง “ทีมกรรมการ”

สุนารี ราชสีมา คือประสบการณ์และความเป็นตำนานของวงการลูกทุ่ง  เบิ้ล ปทุมราข คือภาพแทนของนักร้องลูกทุ่งอินดี้ยุคใหม่ มากความสามารถที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ขณะที่ แบงค์-รัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ คือคนทำเพลงที่รู้ว่าตลาดวันนี้ต้องการอะไร มีโพรไฟล์โดดเด่นคือเป็นโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงมือทอง ที่สร้างเพลงดังร้อยล้านวิวอย่าง ดวงเดือน, นะหน้าทอง และกุหลาบ แฟนเพลงชื่นชอบมากมาย

นี่ไม่ใช่การเลือกกรรมการเพราะเป็นคนดัง แต่เป็นการเลือกคนที่มองศิลปินจากคนละมิติ ทั้งการร้อง การแสดง คาแรกเตอร์ และศักยภาพในการเติบโตในวงการบันเทิงแต่หมากที่น่าสนใจกว่านั้น คือการเชิญศิลปินแห่งชาติและครูหมอลำอย่าง ฉวีวรรณ ดำเนิน, ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม และดร.ราตรี ศรีวิไล บงสิทธิพร มาร่วมตัดสิน เพราะสิ่งนี้กำลังบอกว่า รายการไม่ได้ต้องการแค่ “ความสนุก” แต่ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐาน คุณค่าทางศิลปะ และรากวัฒนธรรมของหมอลำอย่างจริงจัง เป็นการเชื่อมต่อระหว่างภูมิปัญญารุ่นครูกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีความหมายอีกหนึ่งหมากที่เรียกเสียงฮือฮา คือการดัน ยูโร ยศวรรธน์ ขึ้นรับหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์เต็มตัวเป็นครั้งแรกนี่อาจเป็นหนึ่งในการเดิมพันที่น่าสนใจของช่อง เพราะยูโรไม่ได้มีเพียงฐานแฟนคลับที่แข็งแรง แต่ยังมีภาพลักษณ์ของพระเอกลูกอีสานที่เข้ากับตัวตนของรายการอย่างเป็นธรรมชาติ หากทำได้ดี บทบาทนี้อาจกลายเป็นอีกก้าวสำคัญของเจ้าตัว และเป็นสีสันใหม่ของวงการพิธีกรบันเทิง

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่า ช่อง 7HD ไม่ได้ทำรายการประกวดตามสูตรสำเร็จ แต่กำลังพยายามสร้าง “เวที” ที่ผสมทั้งความบันเทิง ความร่วมสมัย และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมได้ในรายการเดียวยิ่งในวันที่หมอลำกำลังกลับมาได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งจากเวทีคอนเสิร์ต สื่อออนไลน์ และกระแสเพลงอีสาน การเปิดตัวรายการในช่วงเวลานี้จึงถือว่าเดินเกมได้ถูกจังหวะแน่นอนว่า บทพิสูจน์สำคัญยังอยู่ในวันออกอากาศ เพราะสุดท้ายคุณภาพของการแข่งขัน เนื้อหารายการ และการเล่าเรื่อง จะเป็นตัวตัดสินว่ารายการจะไปได้ไกลแค่ไหนแต่หากวัดกันที่ “การเปิดตัว” ต้องยอมรับว่า ช่อง 7HD เปิดเกมได้อย่างน่าสนใจ จนทำให้ “บัลลังก์หมอลำ” กลายเป็นหนึ่งในรายการที่ถูกจับตามองมากที่สุด ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นเสียอีกและบางที… การที่คนดูเริ่มพูดถึงรายการตั้งแต่วันนี้ ก็อาจเป็นสัญญาณแรกว่า “บัลลังก์หมอลำ” ไม่ได้ตั้งใจแค่เฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ แต่กำลังตั้งเป้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้วงการหมอลำบนหน้าจอโทรทัศน์ไทยเดือนสิงหาคมนี้ รอดู “บัลลังก์หมอลำ” ทางช่อง 7HD บัลลังก์นี้จะทำให้หน้าจอสะเทือนหรือไม่!?

โอ๊ยเล่าเรื่อง อร่อยถึงตาย…โดยไม่มีแม้แต่ยาพิษ ครัวสาว (Morte Cusina) 8/10

โอ๊ยเล่าเรื่อง อร่อยถึงตาย…โดยไม่มีแม้แต่ยาพิษ  ครัวสาว (Morte Cusina) 8/10

โอ๊ยเล่าเรื่อง อร่อยถึงตาย…โดยไม่มีแม้แต่ยาพิษ ครัวสาว (Morte Cusina) 8/10

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

หนังเกี่ยวกับ อาหาร เรื่องใหม่ล่าสุด ที่ดูแล้ว อยากกิน อาหาร อร่อยตาม ผลงานการกำกับ ของ ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง งานสร้างของ 185Flims  ‘สาว’ หญิงสาวคนหนึ่งแก้แค้น ‘กรณ์’ ด้วยการเป็นภรรยาและแม่ศรีเรือนที่ดีที่สุด ทั้งงานบ้าน งานครัว อาหารทุกมื้อไม่เคยขาด และอาวุธล้างแค้นที่ดีที่สุดของเธอ คือรสมือการปรุงอาหารที่ ‘อร่อยถึงตาย‘…โดยไม่มีแม้แต่ยาพิษ ‘ครัวสาว’ชัดเจน ในความเป็นหนังของ ต้อม-เป็นเอก ทั้งความเป็นหนัง ที่ไม่เอาใจตลาด หนังที่คนดูเฉพาะกลุ่ม หนังเรื่อยๆ อาจจะดูยาก ต้องตีความสำหรับคนดูบางคน แต่สนุกโดนใจกับคนดูกลุ่มที่ชอบหนัง แนวนี้

เส้นเรื่องหลักของ ‘ครัวสาว’ อยู่ที่ การแก้แค้น ของตัวเอก ที่เปลี่ยนจาก อาวุธ มาเป็น อาหาร ไม่มีภาพความรุนแรง ไม่มีเลือดสาด แต่รับรู้ถึง พิษของ อาหาร ตัวหนัง พูดแบบชัดเจน อาหารจานเดียวกัน มีคุณกับคนกิน แต่ ในบ้างครั้ง อาจจะให้โทษกับคนกิน อาจฆ่าคนได้ อยู่ที่ คนปรุง คนกิน นอกจาก การนำเสนอเรื่องของ อาหารแล้ว ใน ครัวสาว เป็นเอก ยังใส่ เรื่อง เซ็กซ์ ออกมาอย่างชัดเจน เรื่องบนเตียงของผัวเมีย การถูกข่มขืน การร่วมรักของคนรัก เซ็กซ์ ในหลายๆ ช่วงอารมณ์ ภาพต่างๆ ที่ออกมา บนจอ อาจจะดูโจ่งครึ้ม แต่ก็มาในแนว หนังอาร์ตงานด้านภาพของ คริสโตเฟอร์ ดอยส์ ยังคง ดีงามสุดยอดสวยงาม ภาพต่างๆ มุมกล้องการจัดแสง เหมือนมีชีวิต เป็นเหมือนตัวละครที่เข้าขยี้ เพิ่ม อารมณ์ร่วมให้กับตัวหนัง ภาพที่เห็นจอ ยังเป็น สไตล์ที่คุ้นเคยกันทั้ง ในหนังของ เป็นเอก หรือ ของ หว่องกาไว ที่เขาร่วมกันเป็นประจำ ภาพต่างๆ ชวนใน นึกถึง หนังโฆษณา ดีๆ

 ‘ครัวสาว’นำเสนอ ภาพอาหารที่ดูธรรมดาๆ คุ้นกันดี บนโต๊ะอาหารที่หลากหลาย ในหลายๆ ภาค ตั้งแต่ อาหารอิสลาม อาหารอีสาน อาหารญี่ปุ่น อาหารภาคกลาง อาหารเหนือ หรือแม้แต่ อาหารฝรั่ง ง่ายๆหนังพาไปให้ ดูสึก หิว อยากกิน อาหารบนโต๊ะ ที่มา กัน แบบหลายจานเต็มโต๊ะ กินโชย มายั่วน้ำลายตั้งแต่ ในครัว ผ่าน ภาพที่คุ้นตากันดี ทั้ง ในร้านอาหาร ที่มีการสังสรรค์ พบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง ร้านอาหารดังๆ ที่คนต้องมาเข้าคิวรอ หรือแม้แต่ ในบ้าน

อาหาร ใน ครัวสาว ยังเป็นสัญลักษณ์ แทนสิ่งที่ หนังนำเสนอ ทั้ง การเป็นอาวุธ ใช้ทำร้ายคน หรือ ภาพการกินแบบ มูมมามแทบไส่ต่าง อะไร กับ เรื่องเซ็กซ์หนัง อธิบาย ข้อดีข้อเสีย ของ การปรุงการทำอาหาร ได้ดี ทั่ง เพศ ธาตุ ดินน้ำลมไฟ ฤดูกาล ผ่าน การสอนในครัว ผ่าน ภัทรสุดา อนุมานราชธน เชฟดัง ที่มา แบบ ม้วนเดียวจบในฉากเดียว ไม่มาซ้ำ บ่อยๆ ไม่ขยี้ซ้ำ แค่นี้ คนดูก็เข้าใจ รอดูเลยว่า ท้ายสุด คนที่ถูกล้างแค้น จะมีสภาพอย่างไร‘ครัวสาว’เขียนบทโดย ตัว ต้อม-เป็นเอก เอง ร่วมกับ คงเดช จาตุรันรัศมี ที่ยังคงมาในแนวถนัด ออกมาดีงาม ในแบบ หนัง แนวนี้ เล่าเรื่องเรื่อยๆ ง่ายๆ ไปเรื่อยๆ มีที่มาที่ไป ชัดเจน

เบลล่า บุญแสง เป็น สาว ที่เล่นดีงาม ดูเป็นธรรมชาติ สีหน้าท่าทาง แววตา ส่งอารมณ์ให้กับตัวหนัง ดึง คนดูให้ ไปอยู่กับตัวหนังได้ในทุกๆ ฉาก ออร่า เด่น ๆ มีพัฒนาการ ที่เพิ่มขึ้นๆ จาก เด็กสาวที่อยู่ในกรอบของศาสนา การถูกย่ำยีทางเพศ มาสู่กับ การแก้แค้น  แววตาที่ ‘เบลล่า’บอกทุกสิ่ง โดยไม่ต้องพูด  ‘เบลล่า’เป็น ‘สาว’ที่ยังคงเป็น นางเอกหรือนักแสดงสาวๆ ในหนัง ที่ ดูดิบๆ ไม่ปรุงแต่ง ผิวดำๆ หน้าตาโทรมๆ ในแบบ ที่ ฝรั่งต่างชาติชอบ  ‘สาว’ในชุด สาวเสริฟ มีเสน่ห์อยากอยู่ใกล้ แต่พอ ผมสั้น เป็น ‘คุณสาว’เชฟ เจ้าของร้าน กลับดูน่ากลัว

กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ กลับมารับงานแสดง อีกครั้ง สบายๆ ใน บุคลิก ที่คุ้นเคยกันดี เป็น ‘กรณ์’ที่มี ความเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ที่ชอบสาวๆ การพูดคำจา ดูเป็น นักธุรกิจ เป็นเพื่อนที่ดีเมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อน เป็นแฟนที่เอาใจ และ ที่ชอบมากๆ คือ ทุกครั้ง ที่อยู่กับ อาหาร ดูแล้ว อยากกิน อาหารตามเลยดูอิ่มอร่อยไปด้วย แต่ ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึก ขนลุก ไปกับ สุขภาพ ที่ดูทรุดโทรมลงภาพต่างๆ ของ ‘กรณ์’ที่ผ่าน การแสดงของ ‘กฤษณ์’ อดที่จะย้อนนึกไปถึง บุปผาราตรี ไม่ได้ โดยเฉพาะ ฉากขับรถหรูไปบ้านชายทะเล ฉากนั่งวิลแชร์ หรือ แม้แต่ ฉากเซ็กซ์ฉากเลิฟซีน
ไปๆ มาๆ อดรู้สึกว่า ครัวสาว ก็คือ บุปผาราตรี แค่เปลี่ยนจาก ผีเอาคืน มาแก้แค้นกัน ที่อาหาร จากใน ออสการ์อพาทเม้นท์ มาเป็น ร้านอาหาร ทั้ง ร้านครัวสาว/ครัวจันทรา หรือในบ้าน

ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม ในบท ‘หมออรุณ’เพื่อนสนิทของ ‘กรณ์’ที่เล่นนิ่งๆ ผ่านเสื้อผ้าหน้าผม แว่นตา ที่ดูเชย ดูเป็น หมอเรียบๆ ง่ายๆ ไปพร้อมๆ กับ ความสงสัย ความเป็น นักสืบ ผ่าน ความขี้สงสัยผ่านความเป็นหมอที่สังเกตุอาการไม่ปกติ ความเป็นแปลงของ คนไข้ ผ่านสีหน้าท่าทาง แววตา‘หมออรุณ’ อาจจะไม่ เน้น การกินอาหาร แต่ก็ ทำให้ เกิดความรู้สึก กลัว ใน พิษ ของการกินอาหาร

ทาดาโนบุ อาซาโน่ มาแสดงเป็น หนุ่มศิลปะชาวญี่ปุ่น การแสดง ในแบบ ที่คุ้นเคย แค่เห็นหน้า ก็ดีใจ ที่เห็น หน้าใน หนังของ ต้อม-เป็นเอก อีกครั้ง ใน วัยที่เปลี่ยนไปตามวัยนอกเหนือจาก บท งานด้านภาพ และ การแสดง ของ ‘ครัวสาว’โปรดักชั่น ส่วนอื่นๆ ออกมาดูดีงาม ในแบบ หนังอาร์ต หนังประกวด การตัดต่อที่ลื่นไหล ไปเรื่อยๆ เสื้อผ้าหน้าผมโดยเฉพาะบรรดาสาวเสิร์ฟที่ใช่คุ้นตาการแต่งหน้าที่ทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนไปของตัวละคร ดนตรีประกอบ และ เพลงประกอบ ที่ เข้ากับตัวหนังหรือ สิ่งเล็กๆ ในหนัง อย่าง ป้ายร้าน อย่าง จันทรา ที่ ภาพเน้น ชัดๆ หลายครั้ง ที่ชัดๆ และเบลอ ดูดีๆ ฟรอนท์ คือ ชื่อร้าน ครัวสาว ที่เริ่มมี รอยแยก ช่วยเพิ่ม ความรู้ๆ ให้กับเรื่อง

‘ครัวสาว’คือ หนังไทย ที่มาครบใน ศิลปะของความเป็นหนัง นำเสนอแบบชัดเจนตรงๆ ตรงไปตรงมา ไม่พูดเยอะ บอกด้วยภาพที่เห็นตรงหน้า เลยทำให้ ดูสนุกเพลินไปกับ ตัวหนังและแม้จะเป็น หนังร่วมสร้าง ไทย/สิงคโปร์/ไต้หวัน แต่ ยังมีความเป็นไทย สูงจนแทบไม่รู้สึกว่าเป็นหนังร่วมสร้าง ‘ครัวสาว’มี คำบรรยายอังกฤษ ตลอดเรื่อง ที่ ที่น่าขัดใจ มากๆ คือ พอตัวละครพูดภาษาอังกฤษ กลับ ไม่มีคำบรรยายไทย ไม่มีคำแปล ไม่เอาใจ คนที่ไม่เก่งภาษา คำศัพท์ อาจจะดูไม่ยาก ฟังง่าย แต่ยังไงๆ ก็ยัง อดที่จะ อยากอ่านคำบรรยายอยู่หรือ หรือ ช่วงที่พูดภาษา อิสลาม หลายคำก็ ฟังไม่ออก ว่า พูดอะไรกัน

 ‘ครัวสาว’คือ หนังดี ที่ โดนใจคอ หนังแนวนี้ ที่ชอบแน่นอน แต่ ไม่น่าจะสนุก สำหรับ คนหนัง บ้านๆ ก็เหมือน กับ อาหารบนโต๊ะ ที่จะ อร่อย หรือไม่อร่อย ขึ้นอยู่กับ รสนิยม ของคน ทานคนอื่น เป็นไร ไม่รู้ แต่ส่วนตัว ชอบ ในแบบ ของคะแนนอาหาร เอาไปเลย 8/10 ดาว