เสือ ท่าแร่ 2หนังไทยเรื่องเยี่ยม บุกเทศกาล New York Asian Film Festival 2026

เสือ ท่าแร่ 2หนังไทยเรื่องเยี่ยม  บุกเทศกาล New York Asian Film Festival 2026

เสือ ท่าแร่ 2หนังไทยเรื่องเยี่ยม บุกเทศกาล New York Asian Film Festival 2026

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.30 น.

ถือเป็นโอกาสอันดีที่ภาพยนตร์ไทยจะปรากฏสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง ล่าสุด “เสือ” (4 Tigers) และ “ท่าแร่” (Tha Rae: The Exorcist) สองภาพยนตร์ไทยเรื่องเยี่ยมของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ “New York Asian Film Festival ครั้งที่ 25” (NYAFF 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-26 กรกฎาคมนี้ ณ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยทั้งสองเรื่องถือเป็นการฉายรอบปฐมทัศน์ในทวีปอเมริกาเหนือ (North American Premiere) และงานนี้สองนักแสดงนำอย่าง “มาริโอ้ เมาเร่อ” (เสือ) และ “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” (ท่าแร่) จะบินตรงสู่นิวยอร์กเพื่อพบปะแฟนภาพยนตร์และร่วม Q&A ด้วย

“เทศกาลภาพยนตร์เอเชียแห่งนิวยอร์ก” (New York Asian Film Festival) นับเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงของอเมริกาเหนือซึ่งให้การสนับสนุนหนังเอเชียและคนทำหนังเอเชียมาอย่างยาวนาน โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 25 และยังคงนำเสนอภาพยนตร์เอเชียหลากหลายแนวทั้งภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ ภาพยนตร์นอกกระแส และภาพยนตร์คลาสสิก เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอันร่วมสมัยผ่านผลงานภาพยนตร์จากเอเชียให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในโลกตะวันตก

“เสือ” (1 ใน 8 ภาพยนตร์ไทยที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อเป็นตัวแทนเข้าชิง “ออสการ์ 2027”) ภาพยนตร์แอ็กชันมันส์ระเบิดเล่าเรื่องราวของ “4 เสือ” ระดับตำนาน เหล่าฮีโร่นอกกฎหมายผู้แกร่งกล้าด้วยคาถาอาคมที่ต้องโคจรมาไล่ล่ากันเอง พร้อมภารกิจลอบสังหารครั้งใหญ่เพื่อโค่นอำนาจรัฐฉ้อฉล ปฐมบทการปล้นแห่ง “จักรวาลขุนพันธ์” โดยผู้กำกับมหากาพย์ไตรภาคสุดขลัง “ก้องเกียรติ โขมศิริ”

“ท่าแร่” ภาพยนตร์สยองท่าใหม่ของผู้กำกับหนังพันล้าน “คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา” ว่าด้วยเรื่องราวของการปราบผีสุดสะพรึงภายใต้สองความศรัทธาต่างขั้วอย่าง “การนับถือพระเจ้า” และ “การบูชาภูตผี” ที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต

โดยเทศกาลครั้งนี้ยังได้สองภาพยนตร์เอเชียกระหึ่มโลกซึ่งจัดจำหน่ายในไทยโดย “สหมงคลฟิล์มฯ” อย่างภาพยนตร์ซอมบี้สุดระทึกจากเกาหลีใต้ “Colony” (กำลังฉายที่ไทย) มาฉายเปิดงาน และภาพยนตร์จีนดราม่าสุดซึ้ง “Dear You” (ฉายไทย 6 สิงหาคมนี้) ฉายปิดเทศกาลสุดยิ่งใหญ่อีกด้วย

34 ปี เรื่องลับ ที่ไม่เคยเล่า ศิลปินลูกทุ่งแห่รำลึกเพลงดัง พุ่มพวง ดวงจันทร์

34 ปี เรื่องลับ ที่ไม่เคยเล่า ศิลปินลูกทุ่งแห่รำลึกเพลงดัง พุ่มพวง ดวงจันทร์

34 ปี เรื่องลับ ที่ไม่เคยเล่า ศิลปินลูกทุ่งแห่รำลึกเพลงดัง พุ่มพวง ดวงจันทร์

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.20 น.

เรียกว่าเป็นสัปดาห์พิเศษที่แฟนเพลงลูกทุ่งห้ามพลาดเด็ดขาด! เพราะรายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD ยกกองออกจากสตูดิโอ มุ่งหน้าสู่ วัดทับกระดาน จังหวัดสุพรรณบุรี ถ่ายทอดบรรยากาศงานรำลึกครบรอบ 34 ปี ราชินีลูกทุ่งไทย “พุ่มพวง ดวงจันทร์” งานประจำปีสุดยิ่งใหญ่ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมศรัทธาของคนลูกทุ่งจากทั่วประเทศดีเดย์วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 พิธีกรขวัญใจมหาชน “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” ควงคู่พิธีกรน้องรัก “ปุ๋ย รุ่งทิวา & เอก ชัชวาลย์” พาผู้ชมเปิดทุกแง่มุมของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ พร้อมไขคำตอบว่าเหตุใด “วัดทับกระดาน” จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ศิลปินลูกทุ่งทุกยุคทุกสมัยต้องเดินทางมาสักการะ และเพราะอะไรเวทีแห่งนี้จึงยังคงเป็นบ้านหลังใหญ่ของคนลูกทุ่งไทยไม่เคยเปลี่ยน

ไฮไลต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอยู่ที่เรื่องเล่าจากคนในครอบครัวของ “แม่ผึ้ง” ตัวจริง นำโดย “โอ่ง-สลักจิตร ดวงจันทร์” และ “จิ๋ม-ดวงใจ ดวงจันทร์” ที่ย้อนความทรงจำตั้งแต่วันแรกของการเดินสายร้องเพลง เปิดเรื่องราวเบื้องหลังชีวิตที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน ทั้งเหตุการณ์เฉียดอันตราย การถูกโจรดักปล้น เรื่องราวลี้ลับ และความประทับใจที่ยังคงอยู่ในหัวใจของคนในครอบครัวจนถึงวันนี้เติมสีสันให้เวทีแห่งความทรงจำด้วยการแสดงสุดคึกคักจาก 5 สาว Seven Stars ได้แก่ ลูกปัด, ปอร์เช่, ดาด้า, มิลลี่ และกุ๊บกิ๊บ ที่มาร่วมสร้างความสนุกและส่งต่อบทเพลงลูกทุ่งให้แฟนเพลงได้อิ่มเอมไปกับบรรยากาศแห่งความรักและความผูกพัน ความซาบซึ้งยังไม่หมด! ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 “ชุมทางดาวทอง” จะพาผู้ชมเกาะติดบรรยากาศงานรำลึกอย่างต่อเนื่อง โดย นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ จะพาไปเจาะลึกเรื่องราวที่หลายคนไม่เคยรู้เกี่ยวกับ หุ่นพุ่มพวง ดวงจันทร์ ทั้ง 13 องค์ โดยเฉพาะหุ่นองค์สุดท้ายที่เต็มไปด้วยความหมายและเรื่องราวอันทรงคุณค่า พร้อมเปิดตำนานที่คนลูกทุ่งรุ่นใหม่อาจไม่เคยได้ยินมาก่อนนอกจากนี้ยังอิ่มเอมกับบทเพลงรำลึกถึงราชินีลูกทุ่งไทยจาก “ยู่อี่” แชมป์ประเภทเพลงลูกทุ่งจากโครงการเยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่ และ “หมอนทอง โฟร์เอส” ที่มาร่วมขับร้องบทเพลงแห่งความทรงจำ ท่ามกลางบรรยากาศสุดประทับใจของศิลปินลูกทุ่งจากทั่วประเทศที่พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมแสดงความรัก ความเคารพ และรำลึกถึง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” อย่างอบอุ่น

ร่วมสัมผัสทุกความทรงจำ ทุกเรื่องราว และทุกบทเพลงที่ยังคงอยู่ในหัวใจของคนไทยไปพร้อมกัน ในรายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 หรือชมผ่านออนไลน์ที่เพจเฟสบุ๊ค Ch7HD ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฏาคม และ วันศุกร์ที่ 3 กรกฏาคม 2569  เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/ ใครไม่ดู…บอกเลยว่าพลาดของจริง!

ลิซ่า BLACKPINK อวดลุคสุดเซ็กซี่ในชุดเดรสแหวกหลัง ท้าลมกลางทะเลทรายยูทาห์

ลิซ่า BLACKPINK อวดลุคสุดเซ็กซี่ในชุดเดรสแหวกหลัง ท้าลมกลางทะเลทรายยูทาห์

ลิซ่า BLACKPINK อวดลุคสุดเซ็กซี่ในชุดเดรสแหวกหลัง ท้าลมกลางทะเลทรายยูทาห์

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.55 น.

ทำเอาโซเชียลร้อนระอุในความเซ็กซี่อีกครั้ง เมื่อศิลปินสาวระดับโลกสัญชาติไทย ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล (Lisa BLACKPINK) ได้โพสต์ภาพชุดใหม่ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว เผยให้เห็นลุคสุดปังที่ทำเอาแฟน ๆ ใจละลายกันเป็นแถว

พร้อมกับแคปชั่นภาษาอังกฤษสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “Dwelling in the Utah horizon” เผยภาพความงดงามท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตาของแนวทิวเขาและทะเลทรายในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา  ไฮไลท์ที่ทำเอาแฟน ๆ ละสายตาไม่ได้คือแฟชั่นชุดเดรสยาวคอเต่าสีดำสนิท ดีไซน์เรียบหรู แต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ขั้นสุดด้วยการ “แหวกหลังลึกและเปิดโชว์สัดส่วนด้านข้าง” ตกแต่งด้วยดีเทลโครงโลหะสีทองหรูหราที่โอบรับกับส่วนเว้าส่วนโค้งได้อย่างลงตัว เผยรอยสักรูปดอกไม้ชวนมองที่แผ่นหลังและเอวบางเฉียบ หลังจากภาพเซ็ตนี้ถูกปล่อยออกไปได้ไม่นาน มียอดกดไลก์พุ่งสูงทะลุ 1.5 ล้านครั้ง อย่างรวดเร็ว พร้อมคอมเมนต์ชื่นชมจากแฟนคลับทั่วโลก และเพื่อน ๆ ในวงการที่ต่างเข้ามาส่งอีโมจิไฟลุกและหัวใจกันอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่าไม่ว่าจะหยิบจับชุดไหน หรือเดินทางไปเช็กอินที่ใด ลิซ่าก็ยังคงสร้างอิมแพคและเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นระดับโลกอยู่เสมอ

สวยไม่แผ่ว แอน สิเรียม เช็กอินริมสระ อวดความฮอตในชุดว่ายน้ำ

สวยไม่แผ่ว แอน สิเรียม เช็กอินริมสระ อวดความฮอตในชุดว่ายน้ำ

สวยไม่แผ่ว แอน สิเรียม เช็กอินริมสระ อวดความฮอตในชุดว่ายน้ำ

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.43 น.

ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง สำหรับนักแสดงสาวมากฝีมือ “แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์” ที่แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหน ก็ยังคงรักษาความสวยและรูปร่างได้อย่างดี จนได้รับคำชมจากแฟนๆ อยู่เสมอ

ล่าสุด แอน สิเรียม ได้เผยภาพพักผ่อนผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว กับบรรยากาศชิลๆ ริมสระว่ายน้ำ พร้อมเผยลุคสดใสในชุดว่ายน้ำวันพีซสีชมพู ที่ช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่ง โดดเด่นด้วยรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มและรอยยิ้มสดใส จนหลายคนอดละสายตาไม่ได้ จนมีแฟนๆ และคนในวงการบันเทิงเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างคึกคัก

ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก

ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก

ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.50 น.

กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ “ฟารีดา เอลิซ่าเบธ” ที่ออกมาแฉอดีตคนรัก “ติณติณ นิวคันทรี่” ปมตั้งครรภ์แล้วไม่รับผิดชอบ ซึ่งล่าสุดความจริงได้ปรากฏชัดเจนหลังจากผลตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ออกมายืนยันว่าทารกในครรภ์เป็นบุตรของนักร้องหนุ่มจริงล่าสุดในรายการ “โหนกระแส” ดำเนินรายการโดยพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้เชิญ ฟารีดา เอลิซ่าเบธ มาเผชิญหน้าเป็นครั้งแรกกับ ติณติณ หลังเกิดเรื่องราวขึ้น พร้อมทั้งเชิญ “ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” นายห้างค่ายเพลงชื่อดัง ที่ตาคมจับกระแสไว ประกาศเดินหน้าคว้าตัวฟารีดามาร่วมงานในสังกัดทันที

บทสรุป DNA ปลดล็อกความบริสุทธิ์ใจ

ภายในรายการมีการพูดถึงบทสรุปของผลตรวจ DNA ที่ทำเอาฝั่งฟารีดาโล่งอกหลังต้องเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนาน โดยนายห้างประจักษ์ชัยเปิดเผยถึงสาเหตุที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ว่า ตนติดตามข่าวของน้องมาตลอด เมื่อผล DNA เป็นที่ประจักษ์แล้ว คนที่จะต่อยอดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ก็น่าจะเป็นตน มองว่านี่คือการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และพร้อมจะมาเป็นกำลังใจให้น้องแม้ว่าตัวเองจะอยู่ท่ามกลางดราม่ามาเยอะจนเกือบจะไปบวชแล้วก็ตาม

ดึงเล่น MV เพลงแรง “แค่ได้กัน” ควักแสนต้นๆ เคลียร์สัญญาเก่า

ประจักษ์ชัยเผยว่า ได้ทาบทามฟารีดามาเล่นมิวสิกวิดีโอเพลง “แค่ได้กัน” ซึ่งตนซื้อลิขสิทธิ์มา 5 ปีแล้ว โดยมี “ยูกิ ไหทองคำ” เป็นผู้ถ่ายทอด ทั้งนี้ฟารีดาเคยเป็นนางเอก MV ให้ตนเมื่อ 2 ปีที่แล้วแต่ไม่ได้ออนแอร์ พอรู้ว่าน้องมีศักยภาพและเคยร่วมงานกันจึงรีบติดต่อทันที นอกจากนี้ยังเตรียมดึงเข้าเป็นศิลปินในค่ายไหทองคำ โดยได้ยกหูคุยกับผู้บริหารค่ายเดิมอย่าง “คุณหมอมายด์ มิวสิคเรคคอร์ด” เพื่อเคลียร์สัญญาเก่า ซึ่งคาดว่าต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาราวๆ แสนต้นๆ

ส่วนเรื่องแนวเพลงของฟารีดา นายห้างดังเผยว่าคงไม่ให้เต้นแรงเหมือนลำไย ไหทองคำ แต่จะเน้นเพลงช้าๆ ซึ้งๆ ให้กำลังใจ และเตรียมต่อยอดพาน้องไปเล่นซีรีส์ หนังสั้น หรือไลฟ์สดขายของ เพราะฟารีดาเรียนแอ็กติ้งและเคยผ่านงานละครสั้นมาอยู่แล้ว

เปิดใจขอโทษ “ก๊อท จักรพันธ์” ยอมถอยคนละครึ่งทางเพื่อลูก

ด้าน หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงว่า การที่ฟารีดาได้รับโอกาสสร้างรายได้ในครั้งนี้ ทำให้สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและบอกกับทางติณติณได้ว่า ค่าเลี้ยงดูบุตรจะเป็นแบบ 50-50 ถือว่าแฟร์กับทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องตกเป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งฟารีดายอมรับว่าคิดดีแล้วที่จะร่วมงานกับไหทองคำ

ขณะที่นายห้างประจักษ์ชัยตบท้ายถึงประเด็นดราม่าที่พาดพิงไปถึงผู้ใหญ่ว่าได้ตักเตือนฟารีดาแล้วในเรื่องที่เคยล่วงเกินผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ “พี่ก๊อท จักรพันธ์” ไม่อยากให้ต้องมาไม่สบายใจหรือได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ซึ่งตนย้ำให้น้องขอโทษด้วยความจริงใจ มองหน้ากันเพื่อลูก และประคองกันไปในมุมของความเป็นพ่อเป็นแม่ต่อไป

ราชภัฏบุรีรัมย์ เปิดเวทีติวเข้มประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดึงชาวบ้านร่วมมืออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมโบราณ

ราชภัฏบุรีรัมย์ เปิดเวทีติวเข้มประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดึงชาวบ้านร่วมมืออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมโบราณ

ราชภัฏบุรีรัมย์ เปิดเวทีติวเข้มประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดึงชาวบ้านร่วมมืออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมโบราณ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.42 น.

ราชภัฏบุรีรัมย์เปิดเวทีติวเข้มประวัติศาสตร์ ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมใจอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมศิวาลัย ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้จัดโครงการ “การถ่ายทอดองค์ความรู้ประวัติศาสตร์แหล่งศิลปกรรมจังหวัดบุรีรัมย์” เพื่อส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ สิ่งของโบราณ และศิลปวัฒนธรรมในบ้านเกิดของตัวเอง พร้อมทั้งจับมือกันเป็นเครือข่ายช่วยกันดูแลรักษาโบราณสถานในพื้นที่

ในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พนาสินธุ์ ศรีวิเศษ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาเป็นประธานในพิธี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อโศก ไทยจันทรารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงเป้าหมายสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้สถาบันการศึกษา ชุมชนในระดับตำบลและอำเภอ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้จากสถานที่จริง และช่วยกันสืบทอดมรดกตกทอดของบรรพบุรุษไม่ให้สูญหาย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการบรรยายและเสวนาวิชาการที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงศ์ นักโบราณคดีชื่อดัง และ ผสม.ดร.กังวล คัชชิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวหนังสือโบราณ ที่มาร่วมเปิดเผยข้อมูลและวิธีศึกษาประวัติศาสตร์ รวมถึงการดูแลรักษาโบราณวัตถุอย่างถูกวิธี โดยมีครูอาจารย์ นักวิชาการ และชาวบ้านที่สนใจเข้าร่วมงานกว่า 70 คน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนบุรีรัมย์หันมาใส่ใจและร่วมกันกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต

สพฐ.มุ่งเป้า TZD พลัส จัดการศึกษายืดหยุ่นไร้รอยต่อ

สพฐ.มุ่งเป้า TZD พลัส จัดการศึกษายืดหยุ่นไร้รอยต่อ

สพฐ.มุ่งเป้า TZD พลัส จัดการศึกษายืดหยุ่นไร้รอยต่อ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.13 น.

สพฐ.จัดเวทีระดมสมอง 4 ภูมิภาค ขับเคลื่อนนโยบาย TZD พลัส ผ่านการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ มุ่งสู่เป้าหมายเด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพเต็มที่

30 มิ.ย.68 นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลได้ยกระดับนโยบาย Thailand Zero Dropout (TZD) เป็น TZD พลัส นั้น ท่านพิเชฐ  โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. จึงได้มีนโยบายสำคัญขับเคลื่อน TZD พลัส ผ่านการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนทุกคน โดยมีเป้าหมายสำคัญ “ไม่ปล่อยให้เด็กคนใดหลุดออกจากระบบการศึกษา”

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.ได้นำประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง มาร่วมกันสร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยจัดเวที “การพัฒนาและแลกเปลี่ยนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามแนวคิดการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา (OBEC Zero Dropout) ” ขึ้น เพื่อเปิดเวทีให้ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมการจัดการศึกษาจากพื้นที่ต้นแบบทั่วประเทศ โดยจัดประชุม 4 ภูมิภาค ซึ่งภาคใต้ได้จัดไปแล้ว เมื่อวันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดแล้ววันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมริเวอร์ทรี รีสอร์ท เชียงคาน จังหวัดเลย ส่วนภาคเหนือ จะจัด ระหว่างวันที่ 16 – 18 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ และภาคกลาง จัดวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมโกลเด้นบีช ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

“ ประเด็นสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ทั้ง 4 ภูมิภาคจะได้หารือร่วมกัน คือ 1.การสร้างทางเลือกสู่การศึกษาที่ยืดหยุ่นและเท่าเทียม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสมกับศักยภาพและบริบทชีวิต 2. การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ลดความเสี่ยงการหลุดออกจากระบบการศึกษา 3.เครื่องมือและกลไกสนับสนุนการจัดการศึกษา พัฒนาระบบติดตาม ช่วยเหลือ และส่งต่อผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.การจัดการศึกษาตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ส่งเสริมบทบาทของชุมชน องค์กรเอกชน สถานประกอบการ และภาคีเครือข่ายในการร่วมจัดการศึกษา เพื่ออุดช่องว่างและขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้เด็กนอกระบบการศึกษา”

นายภูธร กล่าวด้วยว่า หลังจากการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้ง 4 ภาคแล้วเสร็จ สพฐ.จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากทุกภูมิภาคมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และพัฒนาเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ รวมทั้งจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการสนับสนุน เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียม สำหรับผู้เรียนทุกคน ทำให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่.

สมเด็จพระสังฆราช ทรงพักพระกรณียกิจ 2 เดือน เพื่อฟื้นฟูพระอนามัย

สมเด็จพระสังฆราช ทรงพักพระกรณียกิจ 2 เดือน เพื่อฟื้นฟูพระอนามัย

สมเด็จพระสังฆราช ทรงพักพระกรณียกิจ 2 เดือน เพื่อฟื้นฟูพระอนามัย

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.23 น.

สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ประกาศงดพระกรณียกิจเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 เป็นเวลา 2 เดือน หลังมีพระอาการปวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) คณะแพทย์ขอประทานไมตรีให้ทรงพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพระอนามัยในพระชนมายุ 99 พรรษา

สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ประกาศเรื่อง การปฏิบัติพระกรณียกิจเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม พ.ศ.2569

ตามที่ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการปวดบริเวณพระปฤษฎางค์ (หลัง) ขณะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ และคณะแพทย์ได้ถวายการอภิบาลจนพระอาการดีขึ้นและขอประทานพระกรุณางดพระกรณียกิจระยะหนึ่ง นั้น

เนื่องจากปัจจุบัน ทรงเจริญพระชนมายุ 99 พรรษา คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาขอประทานพระกรุณาให้ทรงพักพระกรณียกิจอีกเป็นเวลา 2 เดือน โดยงดการเสด็จออกประทับรับถวายสักการะ ยกเว้นพระกรณียกิจที่สำคัญ ในช่วงดังกล่าวคณะแพทย์จะประเมินเป็นรายกรณี ทั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูพระอนามัย และหลีกเลี่ยงการประทับเป็นเวลานาน จนกว่าพระอาการจะเป็นปกติ

อนึ่ง ได้นำความกราบทูลทราบฝ่าพระบาทแล้ว เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเห็นชอบทั้งนี้ มีรับสั่งทรงอนุโมทนาในความห่วงใยที่สาธุชนมีต่อพระองค์ และโปรดประทานพรสนองไมตรีจิตมา ณ โอกาสนี้

ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน 2569

ประเสริฐ ให้ ม.สวนดุสิต เร่งแก้ปัญหาเยียวยา ครูนิ่ม

ประเสริฐ ให้ ม.สวนดุสิต เร่งแก้ปัญหาเยียวยา ครูนิ่ม

ประเสริฐ ให้ ม.สวนดุสิต เร่งแก้ปัญหาเยียวยา ครูนิ่ม

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.44 น.

ประเสริฐ ให้ ม.สวนดุสิต เร่งแก้ปัญหาเยียวยา ครูนิ่ม 

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569  ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีนางสาวชณัฐดา วรสาร (ครูนิ่ม) ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม “กระทรวงศึกษาธิการ” ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังสอบติดอันดับ 1 ครูผู้ช่วย-ฟิสิกส์ แต่สุดท้าย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ (สพม.สมุทรปราการ) แจ้งผลว่าอยู่อันดับ 2 ว่า ผู้สื่อข่าวคงทราบข้อมูลระดับหนึ่งแล้วว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประกาศคะแนนคลาดเคลื่อน และได้มีการประกาศใหม่ตรงตามที่เป็นข่าวว่าลำดับที่ 2 ขึ้นเป็นลำดับที่ 1 และลำดับที่ 1 เป็นอันดับที่ 2  ขณะนี้ได้ให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเร่งเยียวยาครูนิ่ม ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุย 

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ต้องแก้ไขปัญหาด้วย เพราะผลของการตรวจออกมาและมีความคลาดเคลื่อน 

เมื่อถามว่า กำหนดกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบไว้กี่วันนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการกำหนด แต่ขอให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะขณะนี้เริ่มเข้าสู่กระบวนการบรรจุ ดังนั้น ต้องรีบดำเนินการ และต้องรีบแก้ไขโดยด่วน 

วว.ลงพื้นที่อุดรธานี หนุน ‘แปลงต้นแบบปลูกข้าวคุณภาพ’ ยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

วว.ลงพื้นที่อุดรธานี หนุน ‘แปลงต้นแบบปลูกข้าวคุณภาพ’ ยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

วว.ลงพื้นที่อุดรธานี หนุน ‘แปลงต้นแบบปลูกข้าวคุณภาพ’ ยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรม “แปลงต้นแบบ : โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพ ปีงบประมาณ 2569” เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและร่วมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ณ แปลงของ นายอเนก พรหมสิทธิ์ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์เข้ามาบูรณาการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้แปลงต้นแบบแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการจัดการเกษตรแม่นยำสูง โดยมีเป้าหมายสำคัญ 4 ด้านหลัก คือ 1.พัฒนาคุณภาพผลผลิต โดยใช้เทคโนโลยีและการจัดการที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มมาตรฐานเมล็ดข้าว 2.เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตเพื่อลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ 3.เกษตรกรยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสหกรณ์ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว และ 4.ข้าวคุณภาพ เพื่อคนไทย ส่งมอบผลผลิตข้าวที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสู่ผู้บริโภค

โครงการแปลงต้นแบบนี้ ถือเป็นโมเดลความร่วมมือที่สำคัญระหว่างหน่วยงานวิจัยระดับประเทศ หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น และสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมพร้อมใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเตรียมขยายผลความสำเร็จนี้สู่พื้นที่อื่นๆทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สู่การเป็นเกษตรกรรมมูลค่าสูง (High-Value Agriculture) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงขึ้นแล้ว ยังเป็นการยกระดับห่วงโซ่อุปทานการผลิตข้าวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน