บอย เจี๊ยบ คู่รักลงตัวของจริง ไปเที่ยวทีไร ภรรยาจองครบทุกอย่าง สามีรับหน้าที่สำคัญ

บอย เจี๊ยบ คู่รักลงตัวของจริง ไปเที่ยวทีไร ภรรยาจองครบทุกอย่าง สามีรับหน้าที่สำคัญ

บอย เจี๊ยบ คู่รักลงตัวของจริง ไปเที่ยวทีไร ภรรยาจองครบทุกอย่าง สามีรับหน้าที่สำคัญ

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.45 น.

น่ารักละมุนอีกแล้ว สำหรับคู่รักสายอบอุ่น บอย อนุวัฒน์ หรือ บอย Peacemaker และภรรยาคนสวย เจี๊ยบ พิจิตตรา ที่ล่าสุด บอย ได้โพสต์คลิปคู่กับเจี๊ยบ ขณะอยู่ที่สนามบิน พร้อมแคปชั่นสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า “ลงตัว….” โดยในคลิปมีข้อความชวนยิ้มว่า “ไปเที่ยวแบ่งหน้าที่กันยังไง” ก่อนจะเฉลยหน้าที่ของเจี๊ยบแบบรัว ๆ ทั้ง จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จองร้านอาหาร จองรถตู้ จองตั๋วฟุตบอล เรียกได้ว่าดูแลแพลนทริปครบทุกขั้นตอนแบบไม่มีตกหล่น

ส่วนหน้าที่ของบอยนั้นเรียบง่ายแต่สำคัญมาก เพราะมีคำเดียวตัวใหญ่ชัดเจนว่า “จ่าย” ทำเอาหลายคนอมยิ้มไปกับความน่ารักของทั้งคู่ ที่แบ่งหน้าที่กันได้ลงตัวสุด ๆ คนหนึ่งจัดการทุกอย่าง อีกคนพร้อมซัพพอร์ตแบบเต็มใจทริปนี้จะไปเที่ยวไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คือหน้าที่ชัดเจนมาก… เจี๊ยบจัดการ บอยจัดจ่ายลงตัวสุดๆhttps://www.instagram.com/reel/DaEmvpCBGgK/?igsh=MzJ3OTM5dG51b3g=

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เปิดตัวโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เปิดตัวโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เปิดตัวโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.39 น.

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการพัฒนาเครือข่ายส่งเสริมความร่วมมือและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรี “MUSIC INDUSTRY NEXUS” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ LIDO CONNECT Hall 3 ภายใต้แนวคิด “กลั่น • ลั่น • เล่า” เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา ศิลปินมืออาชีพ และอุตสาหกรรมดนตรีไทย ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง การลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง และการถ่ายทอดบทเรียนสู่คนรุ่นต่อไป

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา นำโดย ผศ.ดร. อโณทัย นิติพน พร้อมด้วยคณะทำงาน คุณวิเชียร ฤกษ์ไพศาล และ คุณพงศ์นรินทร์ อุลิศ ร่วมเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ โดยเปิดงานด้วยการแสดงพิเศษจากวง ASIA7 ก่อนเชิญตัวแทนผู้สร้างสรรค์ผลงานจากอัลบั้ม “กลั่น” ได้แก่ ศรราม น้ำเพชร, GALCHANIE, Gene Kasidit, ANNALYNN, ASIA7, สิงโต นำโชค, Foon (ฝุ่น), pami (พามิ) และคุณรุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ ผู้บริหารค่าย Smallroom ผู้แทนของวง Tattoo Colour ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนประสบการณ์จริงให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่ส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่ ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงจาก Foon (ฝุ่น) และ Gene Kasidit ที่ถ่ายทอดบทเพลงจากอัลบั้ม “กลั่น” สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ และสะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมดนตรีไทยได้อย่างชัดเจน  

นอกจากนี้ อัลบั้ม “กลั่น” ยังมีผลงานจาก BUS because of you i shine ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ร่วมสร้างสรรค์อัลบั้ม แม้จะไม่ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ แต่แฟนเพลงสามารถติดตามและรับฟังบทเพลงของ BUS because of you i shine พร้อมผลงานจากศิลปินทุกคนในอัลบั้ม “กลั่น” ได้เร็ว ๆ นี้

โครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ “กลั่น” “ลั่น” และ “เล่า” โดย “กลั่น (Noise Brewery)” มุ่งรวบรวมประสบการณ์ของศิลปินและคนทำงานดนตรี ถ่ายทอดผ่าน Compilation Album และกระบวนการทำงานเบื้องหลังให้กลายเป็นองค์ความรู้ร่วมของวงการเพลงไทย ขณะที่ “ลั่น (Live Unit Network)” เปิดโอกาสให้นักศึกษากว่า 200 คน ได้ลงมือทำงานจริงร่วมกับศิลปิน ทีมงาน และ Live House ผ่านการจัดคอนเสิร์ตรวม 21 ครั้ง เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานของอุตสาหกรรมดนตรีจากประสบการณ์จริง ส่วน “เล่า (Music Story)” คือการรวบรวมองค์ความรู้จากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญกว่า 60 คน พัฒนาเป็น 30 บทเรียน ครอบคลุมทั้งการพัฒนาศิลปิน ธุรกิจดนตรี การแสดงสด การตลาด และงานสร้างสรรค์เบื้องหลัง เพื่อจัดทำเป็นคลังความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนและพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาระบุว่า MUSIC INDUSTRY NEXUS ไม่ใช่เพียงโครงการด้านดนตรี แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างกลาง” ที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา ศิลปิน คนทำงาน และอุตสาหกรรมดนตรีเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาบุคลากรทั้งระบบ พร้อมยกระดับวงการเพลงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติในอนาคต

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS ได้ทางทุกช่องทาง Social Media พร้อมร่วมติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้แฮชแท็ก #MUSICINDUSTRYNEXUS #กลั่นลั่นเล่า

THE TITANS CONCERT สร้างตำนานคอนเสิร์ตแห่งปี 4 มหาเทพสร้าง สงครามแห่งความสุข

THE TITANS CONCERT สร้างตำนานคอนเสิร์ตแห่งปี 4 มหาเทพสร้าง สงครามแห่งความสุข

THE TITANS CONCERT สร้างตำนานคอนเสิร์ตแห่งปี 4 มหาเทพสร้าง สงครามแห่งความสุข

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.32 น.

ตำนานบทใหม่แห่งปรากฏการณ์คอนเสิร์ตสุดพิเศษแห่งปีถูกสร้างขึ้นเรียบร้อยแล้ว กับ THE TITANS CONCERT ที่รวมเอา 4 ศิลปินแถวหน้าของวงการอย่าง BAMBAM, JEFF SATUR, PP KRIT และ TIMETHAI ไว้บนเวทีเดียวกันเป็นครั้งแรก ภายใต้คอนเซปต์ FUTURE OLYMPUS ที่เปรียบทั้ง 4 ศิลปินเสมือนเหล่า TITANS ผู้ทรงพลังที่มาร่วมกันสร้าง “สงครามแห่งความสุข” ผ่านเสียงดนตรี มิตรภาพ และความทรงจำอันงดงามให้กับแฟนเพลงตลอด 2 รอบการแสดง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เบื้องหลังความสำเร็จของ THE TITANS CONCERT ในครั้งนี้คือการผนึกกำลังครั้งสำคัญของเหล่าผู้จัดไฟแรงอย่างENCHANTED VIP , OnCloud9 ENTERTAINMENT, WISEJAI ENTERTAINMENT และ ZAAP WOLRD อีกทั้งยังได้ MONDAY ON DECEMBER (MOD) มารับหน้าที่เป็น CREATIVE DIRECTOR และ PRODUCTION DESIGNER เสริมทัพความแข็งแกร่งด้วย แบงค์ ชินดนัย ภูวกุล และ ทีม B-HOUSE  ที่งานนี้ขอนั่งแท่นเป็น SHOW DIRECTOR มาร่วมกันสร้างสรรค์คอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ให้เกิดขึ้นจริง พร้อมเนรมิตโลกของเหล่า TITANS ภายใต้แนวคิด FUTURE OLYMPUS ผ่านการผสาน Storytelling, Visual Content, ระบบแสง สี เสียง, จอ LED ขนาดยักษ์, ระบบสลิง และ Costume Design ที่สะท้อนตัวตนของทั้ง 4 TITANS ได้อย่างชัดเจน โดยยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคนไว้อย่างครบถ้วน จนทำให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์การแสดงที่ผสมผสานคอนเสิร์ต มิวสิคัล และมหากาพย์แฟนตาซีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ที่ทำทุกคนในฮอลล์อึ้ง ทึ่ง ตั้งแต่เริ่มจนจบเลยทีเดียว

สิ่งที่สร้างเสียงฮือฮาได้มากที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ THE TITANS CONCERT กลายเป็นปรากฏการณ์ในชั่วข้ามคืน คือเมื่อทั้งศิลปินและผู้จัดทำได้ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ ว่าทุกคนจะได้เห็นโชว์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และอาจเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้เห็น บนเวทีนี้ที่เดียวเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะการ Collaboration Stage สุดพิเศษและ Cross Song Performance ทุกช็อตทุกซีนบนเวทีเเห่งนี้ ที่ทั้ง 4 ศิลปินได้ร่วมออกแบบมาเสิร์ฟให้กับทุกคนคือครั้งแรกของทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เพลง FIRE BOY ที่ PP KRIT และ BAMBAM ร่วมกันสร้างโมเมนต์สุดพิเศษที่แฟนๆอยากเห็นมากที่สุด ,เพลง LAST PARADE ของ BAMBAM ที่ JEFF หยิบมาถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมเซอร์ไพรส์ผู้ชมด้วยโมเมนต์หายาก เมื่อ JEFF ออกสเต็ปเต้นแบบจัดเต็ม ปิดท้ายเพลงนี้ด้วยการปรากฏตัวของ BAMBAM เจ้าของเพลง ขึ้นมา Join Stage ส่งพลังด้วยกันได้อย่างลงตัว, เพลง DUM DUM ที่ BAMBAM หยิบเพลงนี้ของ JEFF มาโชว์ performance ทั้งที่เรียกได้ว่าดุดัน ดุเดือด ทรงพลัง ทำเอาแฟนๆแทบหยุดหายใจ, เพลง MONSTER ที่ JEFF และ TIMETHAI ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว , เพลง EARNED IT ที่ PP KRIT และ TIMETHAI ถ่ายทอดอารมณ์และพลังได้แบบสะกดทุกสายตา,  เพลง เส้นเรื่องเดิม ของ PP ที่ ได้ JEFF มาร่วม collab stage ด้วย เป็นต้น ซึ่งทุกโชว์ล้วนเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทุกคนใน THE TITANS CONCERT โดยเฉพาะ และกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในฮอลล์และบนโลกออนไลน์ จนทำให้ #THETITANSCONCERT_D1 และ #THETITANSCONCERT_D2 สามารถขึ้นสู่อันดับ 1 บนแพลตฟอร์ม X ประเทศไทยได้ทั้ง 2 วันติดต่อกัน พร้อมทะยานสู่ Trend Worldwide อันดับ 4 และอันดับ 6 ตามลำดับ สะท้อนถึงความสำเร็จของ THE TITANS CONCERT ได้อย่างน่าประทับใจ

ตลอดการแสดงเกือบ 4 ชั่วโมง นอกจากการ Collab Stage และ Cross Song Performance แล้ว ทั้ง 4 ศิลปินยังมอบโชว์เดี่ยวอันทรงพลัง พร้อมสร้างโมเมนต์เซอร์ไพรส์และความประทับใจอย่างต่อเนื่อง จนเสียงกรี๊ดดังสนั่นทั่วทั้งฮอลล์ตั้งแต่ต้นจนจบ ขณะที่บรรยากาศบนเวทีในช่วง Talk ก็เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง มิตรภาพ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเคมีที่ลงตัวของศิลปินทั้ง 4 คน จนทำให้บางช่วง สนามรบแห่งความสุขนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นของทั้ง 4 คนไปเลยทีเดียว ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดประทับใจอีกอย่างที่ทำให้แฟนๆยิ้มได้แบบไม่พัก

เหนือกว่าความสำเร็จบนเวทีและโลกออนไลน์ คือภาพของแฟนคลับของทั้ง 4 TITANS ที่ร่วมกันส่งเสียงเชียร์ให้กับศิลปินทุกคนโดยไม่มีเส้นแบ่ง กลายเป็นบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความรัก และความสุขที่เกิดขึ้นร่วมกันตลอดทั้งสองวัน จนทำให้ THE TITANS CONCERT ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ต แต่เป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านพลังของเสียงดนตรีได้อย่างงดงาม และแม้สงครามแห่งความสุขของทั้ง 4 TITANS จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เราเชื่อว่าทุกเสียงเพลง ทุกเสียงเชียร์ และทุกความทรงจำที่เกิดขึ้นบนเวที THE TITANS CONCERT จะยังคงถูกกล่าวถึง และจะยังคงอยู่ในหัวใจของทุกคนไปอีกนานแสนนาน

​ปรากฏการณ์สุดประทับใจแบบนี้จะวนกลับมาให้ทุกๆคนได้สัมผัสอีกหรือไม่ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง FACEBOOK FANPAGE : The Titans Concert /INSTAGRAM : thetitansconcert /X : @titansconcert /TIKTOK : @titansconcert

วีนา ออร่ากระจายในลุค สวยสังหาร สง่าดุจดั่งนางพญา

วีนา ออร่ากระจายในลุค สวยสังหาร สง่าดุจดั่งนางพญา

วีนา ออร่ากระจายในลุค สวยสังหาร สง่าดุจดั่งนางพญา

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.25 น.

สร้างความเซอร์ไพรส์และเสียงฮือฮาให้กับแฟน ๆ นางงามอย่างล้นหลาม เมื่อ “วีนา – ปวีนา สิงห์ทักวาล” เจ้าของตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2025 และรองอันดับ 1 Miss Universe 2025 ได้ปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในงานแฟนมีตติ้งของ “Huong Giang” (เฮือง ยาง) สาวงามจากเวียดนาม เพื่อนรักร่วมห้องจากเวที Miss Universe 2025   การเดินทางไปร่วมยินดีในครั้งนี้ เกิดขึ้นในงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวของ Huong Giang หลังคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 จากเวทีระดับนานาชาติ MGI All Stars  ซึ่งจัดขึ้นอย่างอบอุ่นท่ามกลางแฟนคลับและสื่อมวลชนอย่างหนาแน่น 

การปรากฏตัวของวีนานั้นทำเอาแฟน ๆ ในงานแทบหยุดหายใจ ด้วยการเลือกสวมใส่ชุดราตรีเมทัลลิกสีเงินระยิบระยับแฝงความเซ็กซี่อย่างมีระดับ ตัวชุดโดดเด่นด้วยการประดับคริสตัลระยิบระยับช่วงคอและอก ผสานดีเทลผ้าซีทรูโปร่งแสงที่ทิ้งชายยาวลากพื้น เพิ่มความพริ้วไหวผ่าสูงโชว์เรียวขาคู่สวยได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่เพียงแต่ความงดงามของชุด แต่การแต่งหน้าและทรงผมรวบตึงโชว์โครงหน้าสุดคมสไตล์ลักชัวรี ยิ่งส่งให้เธอดูสวยสง่าดุจดั่งนางพญา สมกับตำแหน่งตัวแม่แห่งวงการนางงามจริงๆ

เสก โลโซ โพสต์ภาพคู่ส่งกำลังใจ ใบเตย ลั่น 2 หนุ่มสาวผู้มีกำไล จะเศร้าไปใยสู้ต่อไปนะจ๊ะ

เสก โลโซ โพสต์ภาพคู่ส่งกำลังใจ ใบเตย ลั่น 2 หนุ่มสาวผู้มีกำไล จะเศร้าไปใยสู้ต่อไปนะจ๊ะ

เสก โลโซ โพสต์ภาพคู่ส่งกำลังใจ ใบเตย ลั่น 2 หนุ่มสาวผู้มีกำไล จะเศร้าไปใยสู้ต่อไปนะจ๊ะ

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.53 น.

เรียกเสียงฮือฮาบนโลกออนไลน์อย่างล้นหลาม เมื่อเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของร็อกสตาร์ระดับตำนานเมืองไทยอย่าง “SEK LOSO” (เสก – เสกสรรค์ ศุขพิมาย) ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ภาพคู่กับนักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง “ใบเตย สุธีวัน” หรือ “ใบเตย อาร์สยาม” พร้อมข้อความให้กำลังใจในสไตล์คนสู้ชีวิตที่ทำเอาแฟน ๆ ถึงกับยิ้มตาม โดยโพสต์ดังกล่าวเผยให้เห็นภาพของ “เสก โลโซ” และ “ใบเตย” ที่แต่งกายด้วยชุดสีดำทั้งคู่ ยืนยันเคียงข้างพร้อมรอยยิ้ม

ซึ่งไฮไลต์สำคัญอยู่ที่แคปชันสุดเฉียบที่ร็อกสตาร์หนุ่มระบุไว้สั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายเชิงบวกและอารมณ์ขันว่า “2 หนุ่มสาวผู้มีกำไล จะเศร้าไปใยสู้ต่อไปนะจ๊ะ…”สำหรับคำว่า “ผู้มีกำไล” ที่พี่เสกได้หยิบยกมาเขียนในแคปชันนั้น สื่อถึง “กำไล EM” ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทั้งคู่ยังคงต้องสวมใส่ไว้ที่ข้อเท้าหลังจากการได้รับอิสรภาพชั่วคราว  เรียกได้ว่าเป็นส่งต่อพลังใจจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องที่เข้าใจความรู้สึกของคำว่า “คนเคยผ่านมรสุม” ได้เป็นอย่างดี ว่าแม้ข้อเท้าจะยังมีพันธนาการ แต่หัวใจและชีวิตยังคงต้องเดินหน้าต่อไป

พ่อน็อต คลั่งรักไม่แผ่ว! เสิร์ฟโมเมนต์หวานฉ่ำกลางงานวันเกิดอายุครบ 45 ปี ชมพู่ อารยา

พ่อน็อต คลั่งรักไม่แผ่ว! เสิร์ฟโมเมนต์หวานฉ่ำกลางงานวันเกิดอายุครบ 45 ปี ชมพู่ อารยา

พ่อน็อต คลั่งรักไม่แผ่ว! เสิร์ฟโมเมนต์หวานฉ่ำกลางงานวันเกิดอายุครบ 45 ปี ชมพู่ อารยา

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.34 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งวันที่ทำเอาแฟน ๆ ต่างพากันยิ้มแก้มปริและใจฟูตาม ๆ กันเลยทีเดียว สำหรับวันคล้ายวันเกิดของซุปตาร์ตัวแม่ยืนหนึ่งเรื่องแฟชั่นของเมืองไทยอย่าง ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ในปี 2569 นี้ เจ้าตัวมีอายุครบ 45 ปีเต็มเป็นที่เรียบร้อย บอกเลยว่ากาลเวลาทำอะไรความสวยสะพรั่งของแม่ไม่ได้จริงๆ โดยงานฉลองในปีนี้จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ตลบอบอวลไปด้วยมวลความรัก เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นภายในครอบครัวและเพื่อนๆ

ภายในงานเต็มไปด้วยความน่ารักเมื่อครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า โดยมีสามีสุดที่รัก น็อต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ และลูก ๆ ทั้งสามคนอย่าง น้องสายฟ้า, น้องพายุ และ น้องแอบิเกล มาร่วมเป่าเค้กวันเกิดก้อนโตกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเองและเรียบง่ายสุด ๆแต่ไฮไลต์ที่ทำเอาแฟน ๆ กรี๊ดกันสลบสะเทือนโซเชียล คงหนีไม่พ้นโมเมนต์สุดโรแมนติกเมื่อ “พ่อน็อต” เข้าไปโอบกอด “แม่ชม” ด้วยความรักและเอ็นดู ทำเอาคุณแม่ซุปตาร์ถึงกับยิ้มแก้มปริและซาบซึ้งจนน้ำตารื้นในอ้อมกอดของสามี บอกเลยว่าดีกรีความคลั่งรักของพ่อน็อตคนนี้ไม่มีแผ่วเลยจริง ๆ

เคยโดนด่าตกอับไลฟ์ขายของ ยุ้ย จีรนันท์ โกยรายได้ 3 ชม. ทะลุ 10 ล้าน

เคยโดนด่าตกอับไลฟ์ขายของ ยุ้ย จีรนันท์ โกยรายได้ 3 ชม. ทะลุ 10 ล้าน

เคยโดนด่าตกอับไลฟ์ขายของ ยุ้ย จีรนันท์ โกยรายได้ 3 ชม. ทะลุ 10 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.20 น.

มาก่อนกาลที่แท้ทรู! “ยุ้ย จีรนันท์” ออกมาเปิดใจย้อนเล่ามรสุมคำดูถูกยุคบุกเบิกไลฟ์สดเมื่อ 10 ที่แล้ว โดนคอมเมนต์แซะแรง “ตกอับ-แย่งอาชีพแม่ค้า-ลดเกรดนางเอก” เจ้าตัวลั่นไม่เคยสนหัวโขน ย้ำแม่ค้าคืออาชีพสุจริตที่รัก เผยสถิติตัวแม่ ไลฟ์ 3 ชั่วโมงโกยเงินเกือบ 10 ล้านบาท! พร้อมอัปเดตความน่ารักของลูกสาว “น้องพราวตะวัน” ตอบชัดเคลียร์สามีแล้วพร้อมปิดอู่เลยมั้ย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เบนซ์ พรชิตา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

อัปเดตตอนนี้ลูกสาวน้องพราวตะวันกี่ขวบแล้ว?

ยุ้ย จีรนันท์: ตอนนี้ 2 ขวบ 2 เดือน ตอนนี้เลี้ยงลูกแบบ 100% พัฒนาการต่าง ๆ ตอนนี้กำลังน่ารักมากแล้วก็กำลังแสบ เริ่มแสบละ กำลังวัยทอง 2 ขวบ เลือกเองทุกอย่าง เสื้อผ้าวันนี้จะใส่อะไร เลือกทุกอย่าง จะให้ใครอาบน้ำ จะให้ใครเปลี่ยนผ้าอ้อม เลือกเองหมด แต่ก็กำลังน่ารักมากๆ

2 ขวบ 2 พูดเป็นแล้ว?

ยุ้ย จีรนันท์: พูดแล้วค่ะ พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็ขยันพูดมาก ยุ้ยเป็นคนพูดเก่งมาก แม่บอกว่าตอนเด็ก ๆ เนี่ยต้องบอกกับลูกว่าหยุดพูดได้ละ แม่จะนอน คือ ก็เนี่ย อาการพูดเก่งของน้องเนี่ยคือยุ้ยเลย

หน้าตาเหมือนพ่อแม่ผสมกัน เป็นการถกกันอยู่นะว่าหน้าเหมือนใคร?

ยุ้ย จีรนันท์: นี่พ่อแม่ก็ถกกันทุกวันค่ะ คือเขาจะบอกว่าตาเขาเหมือนพ่อเขา ก็จะมีแววตาแบบหวาน ๆ เหมือนพ่อเขา ปากบนเนี่ยเหมือนธันน์นะ เพราะปากบนธันน์แหลม แต่ปากล่างอ่ะห้อยเหมือนยุ้ย แบ่งกัน จมูกเหมือนยุ้ย เออแต่เขาบ่นทุกวันเลยนะ ทำไมไม่เอาจมูกพ่อไป จมูกพ่อสวย แต่เขามองยุ้ย เออจมูกคุณเป็นดวงดีเนอะ เอาจมูกคุณนั่นแหละ อะไรอย่างเงี้ย ก็จะแบ่งกัน แต่ที่บ้านยุ้ยเขาบอกว่าโดยรวมแล้วเนี่ยพราวตะวันเหมือนยุ้ย สวยเหมือนแม่ว่างั้นเถอะ พูดแล้วก็ภูมิใจว่าลูกเหมือนเรา เหมือนเรา เหมือนเหมือนพ่อเขาด้วยแหละค่ะ หลาย ๆ คนจะบอกว่าเหมือนพ่ออะไรอย่างงี้ แต่เขาผสมกันจริงแหละ ผสมกัน ดูแล้วก็เหมือนกันทั้งคู่เลย

แต่ส่วนนิสัย เขาการันตีมาเลยนะว่าเหมือนพี่ยุ้ยเต็ม ๆ เลย?

ยุ้ย จีรนันท์: จริง ๆ แล้ว เรื่องการคุยเก่งอ่ะเหมือนยุ้ย เรื่องการขี้แกล้ง ยุ้ยก็แสบไม่ใช่ยุ้ยไม่แสบ หลายคนจะมองว่ายุ้ยเรียบร้อย คือยุ้ยไม่ได้เรียบร้อย ยุ้ยตอนเนี้ยยุ้ยขี้แกล้งมาก ขี้แกล้งมากๆ แต่ว่าเรื่องนิสัยบางอย่างก็เหมือนพ่อเขาด้วย คืออย่างที่บอกว่าเขาผสมระหว่างพ่อกับยุ้ยได้อย่างแบบคนละครึ่งอ่ะ

ขี้แกล้งยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อย ?

ยุ้ย จีรนันท์: ยุ้ยอ่ะหรอ ยุ้ย ยุ้ยหลายอย่าง แกล้งเพื่อน แกล้งคนในกองถ่าย แกล้งเพื่อนสนิท อะไรอย่างเงี้ย แกล้งธันน์ คือเป็นคนขี้แกล้ง เป็นคนแบบสนุกสนานมากกว่า ตะวันเองเขาก็จะขี้แกล้ง อ่ะอย่างสมมุติว่า “สวัสดีน้าเบนซ์หน่อยลูก” เขาจะหันไปสวัสดีแบบที่ไม่มีเบนซ์อยู่อ่ะ แต่คือสวัสดีนะ ทำทุกอย่าง แกล้งๆ แล้วบอกว่า “บ๊ายบายก็ได้ค่ะ” เขาก็จะบ๊ายบายในส่วนที่ไม่มีคนอยู่อ่ะ เออ แล้วเขาจะหันมามองเราว่าคือเขาทำได้นะ ว่าแบบทำตรงข้ามกับที่แม่บอก อะไรอย่างเงี้ย บอกตัวเองตลอดค่ะ ท่องเอาไว้ว่าลูกเหมือนเรา อยากโกรธลูก อย่าว่าลูก ลูกเหมือนเรา

ในภาพของความเป็นแม่ คุณแม่นี่คือให้นม 100% เลย?

ยุ้ย จีรนันท์ : 100% เลยค่ะ ให้ตั้งแต่เกิดวันแรก ให้นม 100% แล้วก็จนตอนนี้ 2 ขวบ 2 เดือน ยังกินนมยุ้ยอยู่เลย ยุ้ยไม่อยากเลิก เบนซ์เข้าใจความรู้สึกใช่ไหม มันมีความสุขมาก มันมีความสุขมากเวลาที่เขาดูดนม แล้วเราให้รมนมเขาอยู่เนี่ย เราได้ดมผมเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของตัวเขา ยุ้ยหอมทั้งตัวอย่างนี้ แล้วมีความรู้สึกว่า วันนึงที่ลูกเลิกกินนมเรา มันคงจะเศร้านะ หลายๆ คนก็บอกว่าลูกโตแล้วให้เลิกได้แล้ว เพราะเราไปทำงานลำบาก แต่ยุ้ยมีความรู้สึกว่าหัวอกเรา เรายังไม่อยากให้เลิก ให้ไปจนกว่าเขาจะไม่อยากกินนมเราแล้ว อะไรอย่างนี้ แล้วชอบเวลาที่เขากำลังกินนมแม่ แล้วเวลาที่สายตาเขามอง ตากลมๆ มองหน้าเราอยู่ บางทีมองแล้วน้ำตาจะไหลนะ มองแล้วแบบรักเขาจังเลย แล้วก็มีความรู้สึกว่า ไม่อยากให้เวลานี้มันผ่านพ้นไป สำหรับหัวอกของเรานะ ก็จะให้ไปตลอด

แบบนี้คือยังไม่มีกำหนดว่าจะให้ถึงเมื่อไหร่ ก็คือจนกว่าเขาจะไม่อยากกินเอง?

ยุ้ย จีรนันท์: ใช่ค่ะ บางทีกลับมาจากโรงเรียนอาจจะมาขอจุ๊บนมหน่อยก็ได้ ความสุขของเขา พี่ๆ พยาบาลเขาพูดเลยนะว่า ให้ไปแบบบุฟเฟต์เลยถ้าเราทำได้ เพราะว่าการดูดนมเรามันคือความสุขของลูกเลย เขาจะปลอดภัยและเขาก็จะอยากหลับในอ้อมกอดเรา ซึ่งยุ้ยมีความรู้สึกว่าเดี๋ยววันนึงเขาก็จะไม่ยากอยู่ตรงนี้แล้ว เขาก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ ยุ้ยจะเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ค่ะ มันเป็นฟีลที่เขาดูดแล้วเขามีความสุข โอเคค่ะ

เห็นบอกว่าช่วงที่พีคที่สุดของการเลี้ยงลูก เพราะบ้านนี้ก็จะเป็นบ้านที่ไม่มีพี่เลี้ยงเด็กใช่ไหมครับ เลี้ยงเอง 100% ช่วงพีคของการเลี้ยงคืออยู่ช่วงไหนครับ?

ยุ้ย จีรนันท์: 3 เดือนแรกค่ะ คือยุ้ยต้องปลุกเขาให้นมทุกๆ 2 ชั่วโมง แล้วยุ้ยต้องให้นมเองด้วย แล้วก็ต้องปั๊มนมเองด้วย แล้วก็ด้วยความเราอาจจะมีอาการของเบบี้บลู เนาะ อารมณ์ที่มันเปลี่ยนจากหลังคลอดอะไรอย่างนี้ ยุ้ยเชื่อว่าแม่ๆ หลายๆ คนอาจจะเป็น มันเป็นช่วงที่เหนื่อย บางทีนั่งปั๊มนมอยู่แล้วน้ำตาไหล อะไรอย่างนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความเหนื่อยที่มีความสุข แต่ก็เหนื่อยจริงๆ เพราะเราเองก็ไม่เคยเป็นแม่คนมาก่อน เป็นแม่ครั้งแรก เลี้ยงลูกครั้งแรก แล้วลูกบางทีกินนมเยอะ ลูกก็สำรอก สำรอกออกมา อาเจียนออกมา เราก็ร้องไห้ คือกลัวไปหมด กลัวว่าลูกจะเป็นอะไร กลัวว่าลูกจะเจ็บไหม หรือลูกจะเป็นอะไรไหม ตอนนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างเหนื่อย แล้วก็เครียด แล้วก็หนักสำหรับยุ้ยนะ แต่หลังจากนั้นมาก็โอเคแล้วค่ะ

ผ่าน 3 เดือนแรกไปก็ ทุกอย่างเริ่มแบบลงตัวขึ้น แล้วช่วงที่เป็นมาม่าบลู  นี่คือ พี่ธันน์เขาแบบให้กำลังใจเรายังไงบ้างไหมครับ?

ยุ้ย จีรนันท์: ยุ้ยโชคดีตรงที่พี่ธันน์อยู่ข้างๆ แล้วก็ครอบครัวยุ้ยน่ารักกันหมดเลย ทุกคนช่วย คือเรียกว่าเป็นกำลังใจ ไม่มีใครมาขัดขวางการเลี้ยงทำให้เราไม่สบายใจ แล้วพี่ธัญก็ทำหน้าที่แทนยุ้ยได้เกือบ 100% ยกเว้นให้นม มันก็เลยกลายเป็นว่าโอเค อันนี้คือความสุขที่เราได้รับ แล้วก็พออาการของเราเป็นเนี่ย เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นอาการที่เกิดขึ้นสำหรับภาวะคนหลังคลอด เราก็จะรู้ว่าโอเคเราเป็นแบบนี้ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวมันจะหายไป ส่วนหนึ่งพอมองหน้าลูกปุ๊บ เราไม่มีเวลามาเครียดหรือเศร้าหรือจิตตกนานๆ ไม่มีเวลาเลยค่ะ อาจจะแบบโฟกัสไปอยู่ที่ลูกหมดเลยอะไรอย่างนี้ เราก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป แล้วก็ผ่านไปจริงๆ ค่ะ

แล้วซึมเศร้าหลังคลอด เป็นอยู่นานไหมพี่ยุ้ย หรือว่าเป็นแค่ช่วง 3 เดือนแรกที่มันเหนื่อยหนักๆ?

ยุ้ย จีรนันท์: จริงๆ แล้วไม่ถึงกับซึมเศร้า แต่อาจจะเป็นอาการเนาะ มันไม่รู้ว่ามันหายไปเมื่อไหร่ แต่ย่างที่บอกว่าโฟกัสเรามันไปอยู่กับลูกอะค่ะ มันจะมาแวบๆ มาแวบๆ

ยุ้ย จีรนันท์: เวลาจับนอนอยู่คนเดียว หรือเวลาตื่นมานั่งให้นม มันเป็นอะไรที่แบบ เวลาที่ร่างกายมันล้าจริงๆ มันเหนื่อยจริงๆ มันก็จะมีน้ำตา อะไรอย่างงี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีละ มันก็หายไปเองโดยอัตโนมัติ

จริงๆ แล้วเด็กน้อยที่เกิดมา กับคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงเอง เหนื่อยแน่นอน มีไหมอารมณ์แบบว่าเหนื่อยทั้งคู่ แล้วแบบฉันก็ไม่ไหว เธอก็ไม่ไหว แล้วมีอารมณ์ใส่กัน มีไหม?

ยุ้ย จีรนันท์: อารมณ์ใส่กันน้อยค่ะ ไม่ค่อยมี แต่เราจะมีความรู้สึกว่า ถ้าเหนื่อยทั้งคู่ มันก็จะเริ่มแบบเครียดแล้วเนอะ พอพูดอะไรไม่เข้าหูกัน หรือมีความรู้สึกว่า เนี่ยมันคืออารมณ์ตึงๆ ละ จะเงียบ จะเงียบแล้วก็ ไปก่อน ยุ้ยก็จับความรู้สึกได้ว่า โอเค เค้าไม่ได้ทำอะไรถูกใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็คงไม่ถูกใจเค้าหรอก แต่ว่าถ้าเราทะเลาะกัน มันไม่มีอะไรดี มันมีแต่จะรุนแรง และที่สำคัญก็คือ ตอนนี้เราสองคนคือทีมเวิร์ก เราสองคนต้องทำเพื่อลูก ถ้าเรามานั่งทะเลาะกัน มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นถ้าโมโห หรือถ้าไม่พอใจ ก็หลบไปอยู่คนเดียวก่อนดีกว่า นิ่ง แล้วเดี๋ยวอารมณ์ดีค่อยกลับมาคุยกัน แล้วพอเราอารมณ์ดีทั้งคู่ เราก็มาเคลียร์กัน แล้วก็ปรับความรู้สึกกันว่า เข้าใจว่าเหนื่อย อะไรอย่างงี้ แต่ว่าเราต้องปรับความเข้าใจกันนะ ช่วงระยะเวลาที่เราเจอ มันเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง มันไม่ใช่ตลอดไป เพราะฉะนั้นเดี๋ยวอีกวันหนึ่งลูกโตไปละ เราสองคนต่างหากที่ต้องมาอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเรายังคงต้องปรับ ต้องจูนอะไรกันอีกหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องของความรัก ความหวานที่มีให้กัน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องปรับให้กันค่ะ

มันจะมีความเครียดบางอย่างเนอะ เพราะว่า วิธีเลี้ยงของเราแต่ละคนมันไม่เหมือนกันถูกป่ะ บ้านเรา บ้านเธอ บ้านฉัน มีไหมอารมณ์นี้ มีป่ะ?

ยุ้ย จีรนันท์: ก็มีค่ะ เค้าเรียกว่าการเลี้ยงดูของเราสองคนก็ไม่เหมือนกันละ ผู้ชายเค้าก็จะเป็นอีกแบบนึง ผู้หญิงก็เป็นอีกแบบนึง แต่สำหรับอุ้ยนะ ก็มี แล้วอุ้ยก็มีความรู้สึกว่า สุดท้ายแล้วอย่างน้อย เราทั้งคู่จุดประสงค์เดียวกันคือ อยากให้ลูกปลอดภัย อยากให้ลูกมีความสุขที่สุด เพราะฉะนั้นมันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ เออ มันก็ปล่อยผ่าน อะไรแบบนี้มากกว่า

เหนื่อยก็เหนื่อยไปด้วยกัน นอนน้อยก็นอนไปด้วยกัน แล้วแบบมันมีช่วงแวบๆ ไหมว่า เออ มีพี่เลี้ยงดีกว่า มีไหมพี่?

ยุ้ย จีรนันท์: มีแต่แบบ เออ ไม่นะ ไม่ถึงขนาดนั้น มีแต่แบบว่า เออ เราเลี้ยงกันเอง อะไรอย่างงี้ อาจจะไม่ได้รักลูกเท่ากับเราสองคน อะไรอย่างงี้ เพียงแต่แบบเราอาจจะเหนื่อยหน่อยเนาะตอนนี้

ส่วนใหญ่เรื่องที่คิดไม่ตรงกันในการเลี้ยงลูกคือเรื่องอะไรคะ?

ยุ้ย จีรนันท์: จริงๆ ก็มีหลากหลายเนาะ แต่อันยกตัวอย่าง ยกตัวอย่างอย่างเช่นยุ้ยเป็นคนที่ทำกับข้าวให้ลูก เวลาที่เราบดอาหารให้เค้าอะไรอย่างเงี้ย 6 เดือนเราจะต้องทานอาหารแล้วเนาะ ยุ้ยก็จะบดละเอียดมาตลอด แต่ทีเนี้ยถ้าคนที่เลี้ยงลูกจะรู้ว่ามันจะมีสเต็ป มีสเต็ปของการแบบเด็กกินอาหารละเอียดอ่อน แล้วก็พอกี่เดือนปุ๊บจะต้องหยาบขึ้นมาหน่อย พอเริ่มโตหน่อยต้องเป็นเทกเจอร์ให้ลูกได้เคี้ยวเพิ่มนิดนึง เป็นชิ้นๆ หน่อย แต่ธันน์เค้าก็จะเป็นห่วงลูกมากๆ กลัวลูกติดคอ กลัวลูกสำลัก ซึ่งถามว่าเราเป็นห่วงลูกไหม เราก็เป็นห่วงลูกที่สุด เพียงแต่ว่าเราก็แค่แบบอยากจะเปลี่ยนสเต็ปของเค้า แล้วพอยุ้ยเนี่ยบดอาหารปุ๊บ พอมันมีเทกเจอร์หน่อยนึงอะไรอย่างเงี้ยพอลูกเริ่มโต เค้าก็จะไม่ได้ ต้องแบบไม่ได้เดี๋ยวลูกติดคอ อันนี้มันใหญ่ไป อันนี้มันใหญ่ไปนิดนึงอะไรอย่างเงี้ย เราก็ อ่ะ โอเค กลับมาบดละเอียด กินละเอียดจนแบบจนโตเลย เพิ่งเพิ่งกินข้าวเม็ดอะไรอย่างเงี้ย เพิ่งกินข้าว เราก็รู้ว่าอ่ะสิ่งที่เค้าคิด มันก็เค้าก็เป็นห่วงแหละ ถามว่าผิดไหม ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เพราะฉะนั้นเราก็ปรับมาจูนกันตรงกลาง แล้วก็คิดว่าวัตถุประสงค์ของเราคืออยากให้ลูกปลอดภัยแค่นั้นเอง

มีลูกสาวยังน่ารักอย่างน้องพราวตะวันเนี่ย คุณพ่อสปอยล์ลูกสาวหนักมากแน่ๆ ?

ยุ้ย จีรนันท์: สปอยล์เรื่องของเล่นหนักมาก ซื้อทั้งวัน ไม่ใช่ซื้อทุกวัน ซื้อทั้งวัน จนบ้านเน็มไม่มีที่จะเก็บ บ้านสองหลังไม่มีที่จะเก็บ ทั้งขนไปให้ ขนไปแจก ทั้งเก็บเข้าห้อง ตอนแรกเราก็จะบ่นเค้า แต่คนนี้ก็ซื้อเสื้อผ้าทั้งวันนะ เห็นไหมล่ะ ต้องเลิกดูอ่ะ ถ้าดูก็คือซื้อ เพราะฉะนั้นอ่ะเค้าซื้อของเล่น เราซื้อของกระจุ๊กกระจิ๊ก เสื้อผ้าก็จะเป็นคนละหน้าที่ไป

เรื่องความหวาน?

ยุ้ย จีรนันท์: ยิ่งช่วงแรกๆ เนี่ย มันเป็นช่วงที่เราโฟกัสอยู่กับลูกตลอดเวลาเลย แต่พี่ธันน์เองเค้าก็จะเป็นคนแบบ อย่างยุ้ยๆ เป็นผู้หญิงด้วยเนาะแล้วบางทีเราเหนื่อย เราก็จะแบบไม่ค่อยมีอะไรตรงนี้ ธันน์เค้าก็จะเป็นคนบอกแล้วก็จะเป็นคนเติมแหละว่าแบบ เออเราต้อง ว่าหวานกันด้วยนะ อันดับแรกก็ต้องมาคุยกันก่อนว่าเออเราต้อง กลับมารักกันเหมือนเดิม ต้องแบบ ต้องไม่ให้มันจืดจาง หรือว่าต้องไม่ลืมที่จะดูแลกันและกัน เพราะว่าอย่างเค้า เมื่อก่อนเค้าจะนวดให้ยุ้ยตลอด พอมีลูกก็ลืมนวดไปละ เพราะว่าโฟกัสไปอยู่ที่ลูก หลังๆ ก็เริ่มกลับมาแบบเออมาดูแล มานวดให้เรา นวดหัว นวดมืออะไรเงี้ย เราก็จะแบบเออไม่เป็นไรหรอกเพราะยุ้ยรู้ว่าธันน์ก็เหนื่อย ไม่ใช่ยุ้ยเหนื่อยคนเดียว เลี้ยงเด็กอ่ะเหนื่อยมาก เพราะฉะนั้นเราก็แบบเออรู้แล้วว่านะ ช่วงเนี้ยเรารู้ว่าเราสองคนน่ะเหนื่อยมาก แต่เราก็เหนื่อยเพื่อลูก แล้วก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นแค่ช่วงระยะเวลานึง มันไม่ใช่ตลอดไป เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เดี๋ยวพอลูกโต เราสองคนเราก็จะต้องอยู่ด้วยกันสองคนไปตลอดชีวิต

พูดถึงเรื่องการไลฟ์ พี่ยุ้ยเป็นคนที่มาก่อนกาล?

ยุ้ย จีรนันท์: ใช่ 10 ปี ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วคือ เป็นคนแบบเริ่มไลฟ์สดในยุคแรก ๆ เลย ตอนนั้นไลฟ์ Facebook ยังไม่มี TikTok ตอนนั้นขายกระเป๋า ขายแว่น ขายอาหาร ใช่ หลายอย่างมาก หลายอย่างมาก

ณ วันเนี้ย การไลฟ์ของศิลปินดาราคงเป็นเรื่องปกติแล้วแหละ แต่ว่าถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วอะ พี่ยุ้ยเจอคอมเมนต์ดูถูกอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบมาเป็นแม่ค้าไลฟ์ขายของ?

ยุ้ย จีรนันท์: เยอะนะ เมื่อก่อนก็จะมีแบบ ตกอับ อะไรเงี้ย ตกงานแล้วสิ อะไรเงี้ย แล้วก็แบบมาแย่งอาชีพแม่ค้า หรืออะไรเงี้ยมาขายของ อะไรเงี้ย เราก็ ก็เห็น ก็ ก็ปล่อยผ่าน ไม่รู้ว่าเอา เอาเก็บมาคิดก็เครียดเปล่า ๆ อะไรเงี้ย ค่ะ หลายคนก็อาจจะยังไม่เคยเห็นดาราหรือว่านางเอกมาขายของ หลายคนก็บอกเอ๊ยเป็นนางเอกอะ ก็ยังเป็นนางเอกอยู่ มาไลฟ์ขายของมันดูเป็นแม่ค้า มันดูแบบ… ลดเกรดเลย หรืออะไรแบบเนี้ย ซึ่งเรามีความ ยุ้ยก็ไม่ได้คิดแบบนั้นไง ยุ้ยมีความรู้สึกว่าเราก็คนเหมือนกัน แล้วยุ้ยมีความรู้สึกว่า ตอนเนี้ยโลกมันเปลี่ยนไปอะ ชีวิตเราตอนเนี้ยเราก็ต้องปรับไปตามโลกที่มันเป็นไป ในเมื่อโซเชียลกำลังมา เรากอบโกยจากตรงนี้ได้ อันนี้พูดตรง ๆ เลยนะ แล้วมันเป็นอาชีพที่เราสามารถเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวเราให้สุขสบายได้อะ ยุ้ยไม่เลือกอยู่แล้ว แล้วยุ้ยก็ไม่เคยมีหัวโขนที่ว่ายุ้ยเป็นนางเอก ยุ้ยจะต้องเป็นนางเอกตลอดเวลา นั่นก็เป็นอาชีพที่ยุ้ยรักอาชีพนึง อาชีพแม่ค้าก็เป็นอาชีพที่สุจริตอีกอาชีพนึงที่เราก็รักเหมือนกัน แล้วยุ้ยก็พูดอยู่เสมอว่าถ้าวันเนี้ยยุ้ยไม่ได้มาเป็นนางเอกหรือไม่ได้มาเป็นดารา อาชีพที่ยุ้ยจะทำคือ แม่ค้า เพราะยุ้ยชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ยุ้ยชอบขายของ เคยขายของกระเป๋า แว่นตา 3 ชม. ได้เกือบๆ 10 ล้าน สมัยก่อนด้วย เมื่อก่อนต้องบอกว่า Facebook คนรู้ ดูเราแบบ 30,000-40,000 คน 

มีไหมคะลูกคนที่สอง?

ยุ้ย จีรนันท์:  น่าจะปิดอู่แล้วล่ะค่ะ

ปิดแล้วเหรอ?

ยุ้ย จีรนันท์:  ปิดแล้ว เพราะว่าอายุเราเยอะแล้วด้วย แล้วก็อยากเลี้ยงคนเดียวให้ๆ ดีไปเลยอะไรอย่างนี้ค่ะ น่าจะไม่ไหวแล้ว เพราะว่าคนแรกกว่าจะมีได้ก็เหนื่อยมาก เหนื่อยมากตรงที่เรามีลูกยาก กว่าจะติดขนาดตอนนั้นอายุน้อยกว่านี้ แล้วนี่อายุขนาดนี้แล้ว ถ้ามีน่าจะยากมาก ก็คุยกับธันน์เรียบร้อยแล้วมีคนเดียว

อยากจะฝากบอกคุณผู้ชายไหมที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ?

ยุ้ย จีรนันท์: ก็จริงๆ แล้วสิ่งที่อยากจะบอกก็คือขอบคุณ ที่แบบอยู่เคียงข้างกัน ทำให้ความเหนื่อยของเราเนี่ยคือเบาลงไปได้เยอะมากๆ เพราะถ้าไม่มีเขา ยุ้ยเองก็คงจะเหนื่อยมากกว่านี้หลายเท่า แล้วก็รู้ว่าเหนื่อย รู้ว่าเหนื่อยมากๆ ยุ้ยก็เหนื่อยเนอะ แต่เราก็จะสู้ไปด้วยกัน อย่างที่บอกว่ามันจะเป็นช่วงระยะเวลานึงของเราเท่านั้นไม่ใช่ตลอดไป สุดท้ายแล้วเราก็จะอยู่ด้วยกันไปตลอด รักเสมออยู่แล้ว รักทุกวัน เพียงแต่อาจจะไม่ได้บอกเป็นๆ คำพูด นะคะ แต่ว่ารักตลอดไป 

อั้ม พัชราภา นำเทรนด์คนบันเทิง สวมลุคเรียบหรูออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม.

อั้ม พัชราภา นำเทรนด์คนบันเทิง สวมลุคเรียบหรูออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม.

อั้ม พัชราภา นำเทรนด์คนบันเทิง สวมลุคเรียบหรูออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.35 น.


กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลทันที เมื่อซุปเปอร์สตาร์ตัวแม่ของเมืองไทยอย่าง “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ได้เดินทางออกไปทำหน้าที่พลเมืองดี ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569โดยจากภาพในเฟซบุ๊กแฟนเพจ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ Aum Patchrapa Fanclub”  ได้เผยแพร่ภาพของนางเอกสาวขณะยืนอยู่บริเวณคูหาลงคะแนนเสียงของกรุงเทพมหานคร พร้อมถือบัตรเลือกตั้งและเอกสารแสดงตนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แจกความสดใสให้กับผู้พบเห็น โดยเธอมาในลุคเรียบหรูดูแพงด้วยเสื้อสูทเบลเซอร์สีดำทับเสื้อคอเต่าสีขาวนอกจากนี้ ทางเพจยังได้ระบุข้อความเชิญชวนให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิกันอย่างพร้อมเพรียงว่า

อั้ม พัชราภา ออกไปใช้สิทธิ์ #เลือกตั้งกทม2569 มาแล้วเรียบร้อย วันนี้อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์กันนะคะทุกคน”งานนี้ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความสวยทะลุคูหาของแม่กันอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งแชร์ต่อเพื่อเป็นกระบอกเสียงในการชวนคนกรุงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้กันอย่างคึกคัก

ประธานศาลฎีการ่วมจุฬาราชมนตรี ลงนามไกล่เกลี่ยข้อพิพาท วิถีอิสลาม ยุติข้อขัดแย้งเพื่อประชาชน

ประธานศาลฎีการ่วมจุฬาราชมนตรี ลงนามไกล่เกลี่ยข้อพิพาท วิถีอิสลาม ยุติข้อขัดแย้งเพื่อประชาชน

ประธานศาลฎีการ่วมจุฬาราชมนตรี ลงนามไกล่เกลี่ยข้อพิพาท วิถีอิสลาม ยุติข้อขัดแย้งเพื่อประชาชน

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.48 น.

ประธานศาลฎีการ่วมจุฬาราชมนตรี ลงนามบันทึกขัอตกลงไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยวิถีอิสลามเพื่อยุติขัอขัดแย้งอันเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

29 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการ “ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยวิถีอิสลาม” ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมกับสำนักจุฬาราชมนตรี 

โดยมีนางมัณทรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์ นายอรุณ บุญชมจุฬาราชมนตรี ดร.อาลี คาน รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนพิธีลงนาม ประธานศาลฎีกา สักขีพยาน คณะผู้พิพากษา ผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักจุฬาราชมนตรีที่เข้าร่วมงานได้แสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยการยืนสงบนิ่ง 1 นาที จากนั้นนายสุรินทร์ หวังเจริญ กรรมการมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้อ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเพื่อความเป็นสิริมงคลของพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงด้วย

ทั้งนี้ เมื่อถึงพิธีลงนาม นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายประสิทธิ์ มะหะหมัด เลขานุการจุฬาราชมนตรี ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการ “ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยวิถีอิสลาม” ซึ่งบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีเป้าหมายในการผลักดันกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางเลือกเพื่อยุติข้อขัดแย้งระหว่างคู่ความที่เป็นอิสลามศาสนิกอันสอดคล้องกับภารกิจของสำนักจุฬาราชมนตรีที่มีบทบาทในการกำกับดูแลกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทยตามพ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 และเป็นองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือจากอิสลามศาสนิกในการชี้ขาดและให้คำปรึกษาตามหลักชารีอะฮ์ เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมแก่อิสลามศาสนิก 

โดยศาลอาจพิจารณาให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยผู้ประนีประนอมที่เป็นมุสลิม หรือส่งไปยังศูนย์ไกล่เกลี่ยตามที่สำนักจุฬาราชมนตรีกำหนดเป็นไปตามหลักศาสนา เมื่อคู่ความสามารถตกลงกันได้ จะมีการส่งต่อข้อพิพาทไปยังศาลยุติธรรมที่มีเขตอำนาจ เพื่อให้ศาลพิจารณาพิพากษาตามยอม ซึ่งจะมีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมายทันที ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการต่อสู้คดีในชั้นศาล อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานและศักยภาพของผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เป็นที่ยอมรับทั้งในทางศาสนาและทางกฎหมาย

โอกาสนี้ นายอดิศักดิ์ ประธานศาลฎีกา ได้กล่าวขอบคุณจุฬาราชมนตรี และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ และกล่าวถึงความสำคัญการทำบันทึกข้อตกลงว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ทั้งสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักจุฬาราชมนตรีต่างเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการนำวิธีการระงับข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยมาใช้เป็นเครื่องมือในการยุติข้อขัดแย้ง ซึ่งรวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยวิถีอิสลาม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป

“ศาลยุติธรรมมีนโยบายส่งเสริมการระงับความขัดแย้งด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทควบคู่ไปกับการพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบความยุติธรรม ด้วยการระงับข้อพิพาทให้เสร็จไป ด้วยต่างฝ่ายยอมผ่อนผันให้แก่กัน และสามารถกลับมาอยู่ร่วมกันได้โดยสันติสุข บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลามสามารถเข้าถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทซึ่งเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม และมีผลบังคับในทางกฎหมาย” นายอดิศักดิ์ ประธานศาลฎีกา กล่าว.

คุรุสภาเดินหน้าเชิงรุก จัดการผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู เปิด 5 ช่องทางร้องเรียน

คุรุสภาเดินหน้าเชิงรุก จัดการผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู เปิด 5 ช่องทางร้องเรียน

คุรุสภาเดินหน้าเชิงรุก จัดการผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู เปิด 5 ช่องทางร้องเรียน

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.00 น.

คุรุสภาเดินหน้าจัดการผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณอย่างจริงจัง พร้อมขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกเพื่อคุ้มครองผู้เรียน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม และเชิญชวนผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชน ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม แจ้งเบาะแสผ่าน 5 ช่องทางของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ทันที

29 มิ.ย.69 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งให้สถานศึกษาทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนอย่างแท้จริง คุรุสภาในฐานะสภาวิชาชีพที่กำกับดูแลมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะกรณีที่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางเพศ ความรุนแรง การทุจริต หรือการพัวพันยาเสพติด

“เมื่อปรากฏข้อร้องเรียนหรือข้อมูลจากสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ คุรุสภาจะเร่งดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาตามกระบวนการทางจรรยาบรรณอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม โดยจะไม่ละเลยต่อการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียนและสังคม ไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริง คำนึงถึงความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้เสียหาย ผู้ถูกร้องเรียน และผู้เกี่ยวข้อง” เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่าและว่า ปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ปรับกระบวนการดำเนินงานด้านจรรยาบรรณให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อร้องเรียน หากผลการสืบสวนพบว่ามีมูล จะเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณ ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด ทั้งจากพยานบุคคล พยานเอกสาร และข้อมูลจากหน่วยงานต้นสังกัด รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงและนำพยานหลักฐานมาแสดงประกอบการพิจารณาก่อนเสนอผลต่อ กมว. เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ทั้งนี้การพิจารณาจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี และบทลงโทษมีตั้งแต่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเป็นโทษสูงสุด

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คุรุสภายังให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุก เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการกระทำผิดจรรยาบรรณอย่างต่อเนื่อง โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้ส่งข้อมูลกรณีผู้ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ปลดออก หรือไล่ออก เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาทางจรรยาบรรณ  พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายด้านจรรยาบรรณร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษาทั่วประเทศ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านจรรยาบรรณ เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวย้ำว่า การคุ้มครองผู้เรียนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชน ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะความผิดทางเพศ ความรุนแรง การทุจริต หรือการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงเรื่องอื่นใดที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งเรื่องมายังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ทันที ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ 1. ยื่นเรื่องด้วยตนเอง ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 2. ส่งทางไปรษณีย์ เลขที่ 128/1 ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 3. ส่งทางอีเมลsaraban@ksp.or.th 4. ส่งผ่านเว็บไซต์ http://www.ksp.or.th และ 5. ส่งผ่านกล่องรับเรื่องร้องเรียน ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

อย่างไรก็ตามคุรุสภาพร้อมดำเนินการกับผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณทุกเรื่องอย่างรวดเร็ว โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อร่วมกันคุ้มครองผู้เรียน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม และรักษาศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูให้สมกับการเป็นวิชาชีพควบคุมและวิชาชีพชั้นสูงต่อไป