‘ดี้-ปัทมา’ จูงมือ ‘เอ๋-กษมา’นำทีมเพื่อนนักแสดง–FC ร่วมทำบุญฉลองวันคล้ายวันเกิด ‘นัตเตอร์-ธนภูมิ’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 15:23 น.

อบอวลไปด้วยรอยยิ้ม ความรัก และพลังแห่งความศรัทธา สำหรับกิจกรรมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของนักแสดงหนุ่ม “นัตเตอร์-ธนภูมิ ชุมพล” (@thanapoom_ter) ซึ่งเกิดวันที่ 31 สิงหาคม โดยได้รับการดูแลและร่วมจัดกิจกรรมดี ๆ ครั้งนี้จาก “ดี้-ปัทมา ปานทอง” ที่จูงมือผู้กำกับมากฝีมือ “เอ๋-กษมา นิสสัยพันธุ์” จากค่าย หนุนนำสตูดิโอ้ นำทีมเพื่อนร่วมค่ายและเหล่าแฟนคลับมาร่วมสร้างบุญและร่วมอวยพรวันเกิดกันอย่างคับคั่ง ณ คณะ 6 วัดชนะสงคราม

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขของหนุ่มนัตเตอร์ เพราะนอกจากจะได้รับความรักและคำอวยพรจากผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงาน และแฟนคลับแล้ว ยังมีเพื่อนนักแสดงจากค่ายมาร่วมบุญกันอย่างอบอุ่นอาทิ “เมฆ-ธนาวิน หาญพานิช” (@mek.thanawin), “ไทเกอร์-ภัทรพล ภิญโญธีรโชติ”(@tigerphattarapon), “ปราย-ปัณณวีร์ ตั้งคำ” (@prai.punn) และ “ฮิม-กุลชา ธัญลักษณ์ภาคย์” รวมถึง บี-วรรณิศา ศรีวิเชียร มาร์คาร์, ปุ้ย อรัญญา, ปู-นริสา พรหมสุภา, เสือ ธนนน  และที่ขาดไม่ได้คือ คุณพ่อคุณแม่ของนัตเตอร์ ที่พร้อมใจกันมาร่วมเติมเต็มวันพิเศษครั้งนี้ให้เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อ “นัตเตอร์”

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเรียบง่าย แต่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยสิริมงคล โดยมีการประกอบพิธี ขอขมา ไหว้ครู เพื่อเสริมมงคลและเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ก่อนร่วมกันถวายผ้าไตร สังฆทาน และถวายเพลแด่พระสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความสามัคคีของทุกคนที่มาร่วมงานนอกจากจะเป็นการทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดแล้ว งานในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างศิลปิน เพื่อนร่วมค่าย และเหล่าแฟนคลับ ที่ต่างเดินทางมาร่วมส่งต่อความรัก กำลังใจ และพลังบวกให้กับ “นัตเตอร์-ธนภูมิ” อย่างเต็มเปี่ยมถือเป็นการเริ่มต้นวัยใหม่ที่งดงามและเปี่ยมด้วยสิริมงคล สำหรับหนุ่มนัตเตอร์ ที่มีทั้งผู้ใหญ่คอยสนับสนุน เพื่อนร่วมทางที่น่ารัก และแฟนคลับที่พร้อมอยู่เคียงข้างกันอย่างอบอุ่น เชื่อว่าพลังแห่งบุญและกำลังใจในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญให้เจ้าตัวก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางในวงการบันเทิงอย่างสดใส พร้อมสร้างผลงานดี ๆ ให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันต่อไปและรอติดตามชมทีเซอร์ซีรีส์ “แฟ้มรักต้องห้าม” พร้อมกันในวันอังคารที่ 1 กันยาฯ นี้ ทุกช่องทางของค่ายหนุนนำสตูดิโอ้  ทั้ง Tiktok, Facebook และ IG

‘ทิฟฟานี ยัง’ อดใจไม่ไหว! ใกล้ได้เจอแฟนไทย ส่งคลิปพิเศษ เจอกัน 25 ตุลาคมนี้

31 สิงหาคม 2569 เวลา 15:22 น.

ยิ่งใกล้วันก็ยิ่งอดใจไม่ไหว! ล่าสุด ‘ทิฟฟานี ยัง’ (Tiffany Young) ส่งคลิปสุดพิเศษตรงถึงแฟน ๆ ชาวไทย พร้อมทักทายเป็นภาษาไทยแบบน่ารัก ๆ ก่อนชวนทุกคนมาเจอกันในคอนเสิร์ตเดี่ยว “Tiffany Young: Edge of Calm Tour in Bangkok” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีบนเส้นทางศิลปินเดี่ยว ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ UOB LIVE ชั้น 6, EmSphere

“สวัสดีค่ะ กรุงเทพ! ฉันชื่อ Tiffany Young ค่ะ (พูดภาษาไทย) สวัสดีค่ะ Tiffany Young ค่ะ ฉันอดใจไม่ไหวที่จะได้พบทุกคนใน < Edge Of Calm Tour > ที่กำลังจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมนี้ ที่ UOB Live Hall, Emsphere ฉันตื่นเต้นที่จะได้มาฉลองและร้องเพลงไปพร้อมกับทุกคนเลยนะคะ สุขสันต์วันครบรอบ 10 ปี นะคะ! มาเจอกันวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม ที่ UOB Live Hall, Emsphere แล้วมาเจอกันนะคะ! กรุงเทพฯ”

ได้ยินแบบนี้แล้ว ‘ยองวอนไทย’ และ ‘โซวอนไทย’ ที่คิดถึงเสียงร้องและเสน่ห์บนเวทีของทิฟฟานี อย่ารอช้า! รีบจับจองพื้นที่ความรักในฮอลล์ เพื่อเปลี่ยนความคิดถึงที่สะสมไว้ให้กลายเป็นความสุขแบบเต็มอิ่มทุกอณู!!

โดยงานครั้งนี้ เปิดจำหน่ายบัตรในวัน ศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ทาง http://www.bykpopmerch.com แบ่งเป็นรอบ UOB Pre-Sale เวลา 12:00 – 14:00 น. และ รอบทั่วไป เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป

บัตรราคา 6,600 / 5,500 / 4,600 / 3,500 และ 2,900 บาท

EdgeofCalmEdgeOfClam_in_BKKTiffanyYoung티파니영

‘แมน การิน’มอบท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา เป็นกำลังใจ ก่อนนักตบลูกยางสาวไทยคว้าชัยชนะ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:43 น.

เรียกว่าทั้งปลื้มทั้งเฮสุดเสียงไปพร้อมกับแฟนวอลเลย์บอลชาวไทย สำหรับ “บุ้ง ใบหยก” ที่ออกมาโพสต์แสดงความยินดีกับทัพนักตบลูกยางสาวไทย คว้าแชมป์เอเชีย 2026 กลายเป็นแชมป์สมัยที่ 4 พร้อมไปเล่นศึกชิงแชมป์โลก 2027 และสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 ได้สำเร็จ

โดยก่อนหน้านี้ “แมน การิน” ได้มอบ องค์ปู่ท้าวเวสสุวรรณ หลวงปู่ศิลา ให้กับนักกีฬา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจก่อนลงสนาม ซึ่งหลังจบการแข่งขัน บุ้ง ใบหยก ก็ไม่พลาดโพสต์ภาพพร้อมข้อความสุดดีใจว่า

“ยินดีด้วยค่าาาา ปังมาก หลังจากพี่แมนมอบองค์ปู่ท้าวเวสสุวรรณหลวงปู่ศิลาเพื่อเป็นกำลังใจในการแข่งขัน ชนะเล๊ยยย”

งานนี้นอกจากพลังใจจากคนไทยที่ส่งไปเชียร์กันอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจดีๆ ติดตัวก่อนลงสนามอีกด้วย #บุ้งตลาดล่าง

โดนบิดฉ่ำ ‘จอย บียอนด์’โอด คู่กรณีลนลานพาเจ้าสัวชิ่งหนี ลั่น ถึงที่สุดคงต้องพึ่งศาล

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:39 น.

หลังจาก จอย บียอนด์ ออกมายอมรับพร้อมเปิดเผยเรื่องราวชีวิตรักส่วนตัวกับเจ้าสัวแสนล้าน เจ้าของโรงแรม 7 ดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเจ้าของโรงงานผลิตเกี่ยวกับความหวาน 7 โรงงานดัง ที่ยังคงเป็นประเด็นดราม่ากันต่อเนื่อง ล่าสุดข่าวว่า มีคนกลางมาเจรจา ให้นางเอกสาวไปหาท่านเจ้าสัวที่บ้านได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่เธอไปหา กลับไม่เหมือนที่คุยกันไว้ นอกจากไร้เงาท่านเจ้าสัวแล้ว มิหนำซ้ำยังคงไม่สามารถเข้าบ้านเจ้าสัวได้เหมือนเดิม และคนที่บ้านท่านเจ้าสัวแจ้งแค่ว่า ท่านไม่อยู่ ไม่ให้เข้า

 และในวันที่ 30 ที่ผ่านมา จอยได้ไปหาท่านเจ้าสัวที่โรงแรมเดิม ที่เคยไปทานข้าวกับท่านเป็นประจำ และได้พบกับท่านเจ้าสัวจนได้ ท่านโผเข้ามากอดด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่า ดีใจมากที่ได้เจอกัน เธอช่วยประคองท่าน แต่เพื่อนคนที่เดินมาด้วยกลับด่าทอต่อว่า อย่าเข้ามายุ่ง เขาเดินเองได้ และต่อมาก่อนที่ท่านกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ท่านเจ้าสัวได้บอกว่า ให้รอกลับด้วยกันนะ แต่พอตอนกลับ หลานชายคู่กรณีกลับแอบพาท่านเจ้าสัวหลบไปทางหนีไฟ แบบไร้ร่องรอยประหนึ่งนินจา จนเกิดคำถามว่า จะหนีไปเพื่ออะไร ไม่ยอมเผชิญหน้า ทั้ง ๆ ที่ท่านเจ้าสัว ได้นัดกับเธอไว้แล้วว่า ให้รอ ไหนบอกว่าเข้าเยี่ยมที่บ้านได้ ทุกอย่างบิดหมด 

งานนี้บอกเลยว่า สาวจอยต้องเหนื่อยหนักกว่าเดิมอย่างแน่นอน หรือเธอคงต้องพึ่งศาล เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเองให้ถึงที่สุด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับภรรยาคนไหน เพราะท่านไม่มีภรรยา แต่เป็นเพราะวีรกรรมหลานชายคนนี้ ล้วนๆ ขุ่นพระ!!!  ถ้าจอย บียอนด์ ไม่ใช่ตัวจริง คงโดนพนักงานเชิญออกจากโรงแรมแล้ว จอยยัน ไม่ใช่ภรรยาน้อย ท่านเจ้าสัวไม่ได้มีลูกเมีย และไม่ได้ติดเตียง ถ้าหากใครพูดหรือโพสต์ไปในทางเสื่อมเสียระวังหมายศาลถึงบ้านนะคะ แล้วที่หลานชายร้อนรน ให้เพื่อนท่านเจ้าสัวช่วยหิ้วซ้าย หามขวา ดันก้น พาท่านเจ้าสัวหลบไปราวกับหนีไฟไหม้ โดยไม่เขินสายตาพนักงาน, ชาวต่างชาติ และลูกค้าที่เข้ามาทานอาหาร คืออะไร งานนี้คนที่น่าสงสารที่สุดคือ ท่านเจ้าสัว ที่มีสีหน้าอิดโรย ตาแดงก่ำ ใบหน้าและขอบตาบวมหมดราศี ดูไร้ความสุข งานนี้ ปมแสนล้าน เป็นเหตุสังเกตุได้ 

สวยสะกด ‘ใหม่ ดาวิกา’ สลัดลุคอวดแฟชั่นเซ็ตสุดเย้ายวน ในชุดซีทรูสีขาวและขนนกบริสุทธิ์

31 สิงหาคม 2569 เวลา 12:21 น.

เรียกว่าไม่เคยทำให้แฟนคลับผิดหวัง สำหรับนางเอกสาวและแฟชั่นไอคอนตัวแม่ “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ที่ล่าสุดได้ปล่อยภาพแฟชั่นเซ็ตสุดจึ้งชุดใหม่ ทำเอาโซเชียลร้อนฉ่าและสะกดทุกสายตาด้วยลุคที่ทั้งละมุนและมีเสน่ห์ลึกลับในเวลาเดียวกัน

ในแฟชั่นเซ็ตนี้ สาวใหม่มาในชุดซีทรูสีขาวซีทรูยาวพริ้วไหว ซ่อนความเซ็กซี่ระดับสิบด้วยเกาะอกขนขนนกสีขาวและดีเทลช่วงกระโปรงสั้น เพิ่มความดรามาติกด้วยการโพสท่าท่ามกลางผ้าซีทรูพริ้วไหวที่ลอยคลุมรอบตัว สไตล์การแต่งหน้าชวนหลงใหลเน้นงานผิวฉ่ำวาว โทนเมคอัพเป็นธรรมชาติ รับกับทรงผมดัดลอนคลื่นที่ปล่อยสยายอย่างมีวอลลุ่ม

งานนี้นอกจากแฟนๆ จะพากันกดไลก์และคอมเมนต์ชมความสวยราวกับนางฟ้าในเทพนิยายแล้ว แฟชั่นเซ็ตนี้ยังตอกย้ำความเป็นเจ้าแม่แฟชั่นเซตระดับอินเตอร์ของใหม่ ดาวิกา ที่ไม่ว่าจะหยิบจับชุดไหนมาใส่ออกมาเรียบหรู น่าค้นหา และทรงพลังอยู่เสมอ

‘ป๋าเต็ด’ โต้ข่าวปลอม! ยันไม่เคยพูดวิจารณ์ ‘เนเน่’ ลั่นปั้นน้ำเป็นตัว เตรียมหาช่องทางฟ้อง

31 สิงหาคม 2569 เวลา 12:11 น.

เกิดกระแสความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กนำภาพของ ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม ผู้จัดงานดนตรีชื่อดัง ไปโพสต์อ้างข้อความเท็จว่าเจ้าตัวได้วิพากษ์วิจารณ์ผลงานเพลงของน้อง เนเน่ (Nene) เด็กไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงในระดับอินเตอร์ ในเชิงลบ ทำนองว่า “เอาจริงๆ เพลงแนวนี้ไม่ใช่แบบที่ผมชอบ เลยไม่ได้รู้สึกว้าว…” พร้อมเขียนแคปชันโจมตี ‘ป๋าเต็ด’ว่าปล่อยพลังงานเชิงลบและไม่สมควรพูดออกสื่อล่าสุด ป๋าเต็ด ได้ออกมาแชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมชี้แจงความจริงทันทีผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Yuthana Boonorm) โดยระบุว่า

โพสต์นี้คือผมงงมาก เรียกว่าปั้นน้ำเป็นตัวเลยแหละ ผมไม่เคยพูดประโยคนี้ครับ ไม่ทราบผู้โพสต์มีเจตนาอะไร ทำให้เสียหายแบบนี้ฟ้องได้ไหมครับ”

นอกจากนี้ ‘ป๋าเต็ด’ ยังได้โพสต์ขอแรงสนับสนุนจากชาวเน็ตให้ช่วยกันแคปหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่าข่าวปลอมดังกล่าวกำลังถูกแพร่กระจายไปเป็นวงกว้าง โดยระบุว่า “รบกวนช่วยกันแคปด้วยครับ เพิ่งรู้ว่ากระจายไปเยอะมาก ใครเห็นที่ไหนฝากแคปด้วยนะครับ”

ด้านชาวเน็ตและแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม โดยส่งกำลังใจให้ ‘ป๋าเต็ด’ พร้อมแนะนำให้ดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างของการสร้าง Fake News และใส่ร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์

น้ำใจไม่ต้องมองเห็นด้วยตา ก็สัมผัสได้ด้วยหัวใจ’เอวา’ เจอคุณยายช่วยเหลือ ทำแฟนๆซึ้งจนกลายเป็นไวรัลอบอุ่น

31 สิงหาคม 2569 เวลา 11:38 น.

บางครั้ง ความสุข” ก็ไม่ได้วัดจากสิ่งที่เราได้รับ แต่อาจวัดจากรอยยิ้มของใครบางคนที่เกิดขึ้น จากสิ่งเล็กๆที่ตั้งใจมอบให้ และนี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักในตัว คุณหนูหมื่นล้าน “เอวา ปวรวรรณ” เพราะนอกจากภาพความสดใสและพลังบวกที่แฟนๆคุ้นเคยกันดีแล้ว อีกหนึ่งมุมที่ได้เห็นอยู่เสมอ คือความสุขของ เอวา เวลาที่ได้เป็น ผู้ให้

 บางครั้งเราอาจไม่ต้องรู้จักชื่อกัน ไม่ต้องเป็นญาติหรือคนในครอบครัวกัน เพียงแค่เห็นใครสักคนกำลังต้องการความช่วยเหลือ แล้วเลือกที่จะไม่เดินผ่านไป เท่านี้ก็อาจทำให้วันธรรมดาวันหนึ่งกลายเป็นวันที่มีความหมายสำหรับใครอีกคน ล่าสุด คุณหนูหมื่นล้าน “เอวา ปวรวรรณ” ได้เผยคลิปที่เจ้าตัวจำลองการใช้ชีวิตในฐานะผู้พิการทางสายตา โดยมีไม้เท้าช่วยนำทาง และบอกกับคนที่พบเจอว่า “มองไม่เห็นเลยค่ะ” เพื่อสัมผัสอีกมุมหนึ่งของการใช้ชีวิตเมื่อไม่สามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวได้ แต่สิ่งที่ทำให้คลิปนี้กลายเป็นโมเมนต์ที่ดูแล้วอดใจฟูไม่ได้ คือการได้พบกับ “คุณยาย” ที่แม้จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เดินผ่านมา แต่เมื่อเห็นว่าเอวากำลังต้องการความช่วยเหลือ คุณยายกลับไม่เลือกที่จะเดินผ่านไปเฉยๆ แต่เข้ามาพูดคุย ยื่นมือให้จับ และช่วยพาเดินไปด้วยความห่วงใย

ภาพมือของคนสองวัยที่จับกันเดินไปข้างหน้า กลายเป็นภาพเรียบง่ายที่กลับมีความหมายอย่างบอกไม่ถูก เพราะในเวลานั้น สิ่งที่เอวาต้องการอาจเป็นเพียงใครสักคนช่วยนำทาง ขณะที่สิ่งที่คุณยายมอบให้กลับมากกว่านั้น มันคือความรู้สึกว่า ในวันที่เรามองไม่เห็นทาง ก็ยังมีคนแปลกหน้าคนหนึ่งพร้อมยื่นมือมาให้โดยไม่ลังเล ที่จะยื่นมือช่วยเหลือ เพราะสุดท้ายแล้วเราอาจไม่ได้จดจำว่าระหว่างทางใครมอบอะไรให้เราบ้าง แต่เรามักจะจดจำได้เสมอว่า ในวันที่เราต้องการใครสักคน เคยมีใครยื่นมือเข้ามาหาเรา

จากความช่วยเหลือเล็กๆของคุณยาย เอวา ได้มอบเงิน 20,000 บาท เพื่อ ตอบแทนน้ำใจ ให้เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณ เพราะก่อนที่เอวาจะมอบเงินให้คุณยาย คุณยายได้มอบสิ่งที่ตีราคาไม่ได้ให้เธอไปก่อนแล้ว นั่นก็คือ “น้ำใจ”

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ของ “เอวา” ที่ทำแฟนๆหัวใจพองโต เพราะบางครั้งความใจดีไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ แค่เราไม่เดินผ่านใครสักคนในวันที่เขาต้องการความช่วยเหลือ ก็อาจเป็น “ของขวัญ” ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเขาแล้ว และบางที…สิ่งที่สวยงามที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่เรามองเห็นด้วยตา แต่คือ “น้ำใจของคน” ที่เราสัมผัสได้ด้วยหัวใจ

รักนี้มีแต่คำว่าซัพพอร์ต ‘เกล รดา’ อวยพรวันเกิด ‘แมน การิน’ หวานละมุน

31 สิงหาคม 2569 เวลา 11:29 น.

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์หวานอบอุ่นที่ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตาม เมื่อ เกล รดา” โพสต์ข้อความอวยพรวันเกิด   (29 สิงหาคม) ให้กับคุณสามี แมน การิน” พร้อมส่งคำอวยพรดีๆ ทั้งเรื่องสุขภาพ ความสุข และความเฮงในทุกๆ ด้าน

 โดย เกล รดา ได้เขียนข้อความถึง แมน การิน ว่าสุขสันต์วันเกิดนะคะพี่แมน … เกลขอให้เธอสุขภาพแข็งแรง เฮงในทุกๆเรื่อง เกลจะคอยซัพพอร์ตเธอเสมอในทุกเรื่องนะคะ

แม้จะเป็นข้อความสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย โดยเฉพาะประโยคที่ย้ำว่าจะคอยอยู่เคียงข้างและซัพพอร์ตกันเสมอ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์เรียบง่ายแต่หวานละมุน ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันอบอุ่นของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี

อิ่มท้อง อิ่มใจ ‘บอย–เจี๊ยบ’ ขับรถกับข้าวบุก โรงเรียนวัดจันทาราม จังหวัดปทุมธานี จัดเต็มอาหารมื้อพิเศษ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 11:22 น.

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่เห็นแล้วอบอุ่นหัวใจ สำหรับ บอย อนุวัฒน์ และ เจี๊ยบ พิจิตตรา ที่ยังคงเดินหน้าส่งต่อความสุขผ่าน “รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ” ล่าสุดทั้งคู่เดินทางไปเยี่ยมน้องๆ ที่ โรงเรียนวัดจันทาราม จังหวัดปทุมธานี พร้อมยกขบวนอาหารมื้อพิเศษตามคำรีเควสของเด็กๆ มาแบบจัดเต็ม ทั้งไก่ทอด ส้มตำ ข้าวเหนียว ของทอด ข้าวผัด ขนม และไอศกรีม ทำเอาบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

โดยโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กนักเรียนหลายคนมาจากครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านฐานะ รวมถึงมีเด็กพิเศษเรียนร่วมอยู่ด้วย นอกจากจะตั้งใจมาเติมความอิ่มอร่อยให้เด็กๆ แล้ว เมื่อ “บอย–เจี๊ยบ” ได้ทราบจากคุณครูว่า อาคารเรียนไม้ของโรงเรียนมีอายุกว่า 92 ปี และอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่มีน้ำท่วมบริเวณห้องเรียนจนบางครั้งเด็กๆ ไม่สามารถเรียนหนังสือได้ ทั้งคู่จึงร่วมมอบทุนส่วนหนึ่งเพื่อช่วยซ่อมแซมอาคาร พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนให้กับน้องๆอีกด้วย

 งานนี้ บอย ยังได้ขอบคุณผู้ชมทุกคนที่ร่วมส่ง “ทิป” เข้ามา รวมถึงผู้ใหญ่ใจดีที่ฝากน้ำใจมาร่วมแบ่งปัน เพราะทุกบาทได้ถูกส่งต่อกลายเป็นทั้งอาหาร อุปกรณ์การเรียน และโอกาสในการปรับปรุงพื้นที่การศึกษาให้เด็กๆ

เรียกว่าไม่ใช่แค่ “รถกับข้าว” ที่พาความอร่อยไปถึงโรงเรียน แต่ยังขนทั้งรอยยิ้ม กำลังใจ และน้ำใจไปเต็มคันรถ เพราะสำหรับเด็กๆ แล้ว มื้ออาหารดีๆ อาจสร้างความสุขได้หนึ่งวัน แต่ห้องเรียนที่แข็งแรงและปลอดภัย อาจกลายเป็นพื้นที่สร้างอนาคตให้พวกเขาได้อีกหลายปี

 #รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ #บอยพีซเมคเกอร์ #เจี๊ยบพิจิตตรา #BoyJeab

‘บี้-กุ๊บกิ๊บ’ เปิดสูตรรัก 10 ปี จากคู่ชีวิตสู่ทีมเลี้ยงลูกและเพื่อนสนิท

31 สิงหาคม 2569 เวลา 11:08 น.

จากคู่รักสู่พ่อแม่ลูกสองแต่ “บี้ ธรรศภาคย์ – กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” ยืนยันว่า 10 ปีที่ผ่านมาสิ่งที่ห้ามหายไปเด็ดขาดคือความเป็นแฟน เปิดกฎเหล็กชีวิตคู่ต่อให้ทะเลาะกันหนักแค่ไหนก็ห้ามท้าเลิก ในรายการ WandOland พร้อมเผยวิธีรักษาความสัมพันธ์ให้ยังเป็นทั้งคู่ชีวิต เพื่อนสนิท และทีมเลี้ยงลูกที่เดินไปด้วยกัน เพราะสำหรับทั้งคู่การมีลูกไม่ได้แปลว่าต้องหยุดรักกันในฐานะแฟน 

ความเป็นทีมเวิร์กในการเลี้ยงลูกและการเป็นคู่รักของคุณเป็นยังไง ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: กิ๊บบอกเลยว่าบ้านเราเป็นทีมเวิร์กที่แน่นมาก เราแบ่งหน้าที่กันค่อนข้างที่จะชัดเจน ลูกเคยพูดอันนี้ไม่ได้มาจากกิ๊บ เขาบอกว่าเวลาเขาอยู่กับบี้ เขาจะรู้สึกว่าเขาได้ทำนั่นทำนี่ อะไรที่มันเข้มแข็ง ที่มันสนุก ที่มันเพลิดเพลิน จะอยู่กับพ่อได้เลย แต่พอเป็นแม่ก็จะเป็นแบบปลอบประโลม พูดคุย สนุกสนาน ความเป็นผู้หญิง พูดคุยสัพเพเหระ รับฟัง หัวเราะสนุก เขาบอกว่า วันหนึ่งที่อยู่แยกกัน หนูเลือกไม่ได้เลยว่าจะอยู่กับใคร เพราะรู้สึกว่าต้องมีทั้งคู่ พ่อแม่ห้ามแยกกันนี่คือสิ่งที่ลูกพูดกับกิ๊บ พออยู่ด้วยกันรู้สึกว่าครอบครัวของเรามันคือดีที่สุดมากสำหรับหนู เราฟังแล้วเรารู้เลยว่า งั้นแสดงว่าเราสองคนก็แบ่งตามความชอบ ตามความถนัด

บี้ ธรรศภาคย์: จริง ๆ นิสัยสองคนมันต่างกันมากด้วยครับ มันเลยกลายเป็นทีมเวิร์กได้ คุณถนัดตรงนี้ก็ให้คุณดูแลลูกตรงนี้

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: แต่ต่อให้อีกด้านหนึ่ง อีกคนหนึ่งไม่ถนัด ก็พยายามทำความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากันไปด้วย หมายถึงทำตัวให้กลมกลืน คิดว่าความเป็นทีมเวิร์กมันเกิดจากการสื่อสาร การพูดคุย และการที่เราไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว เราปรับตัวกับลูกกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เราได้ยินหรือได้เรียนรู้ตลอด ลองวิธีนี้แล้วอาจจะไม่ค่อยได้ผล เรามาคุยกันและปรับหน่อยดีกว่า เธอต้องปรับ ฉันต้องปรับ

บี้ ธรรศภาคย์: สำหรับผมเรียนรู้เยอะมาก เพราะอย่างลูกสาวสองคนเป็นผู้หญิง มันจะมีรายละเอียดที่ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอเลยว่า เป็นอย่างนี้เหรอ มันจะเป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงโดยที่ผมไม่เคยรู้ มันต้องละเอียดขนาดนี้เลยใช่ไหม

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: คิดว่าความน่ารักของบี้คือ บี้เป็นคนที่เข้าใจและพยายามเข้าใจ กิ๊บก็พยายาม ทุกวันนี้ 10 ปีแล้ว

 การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้านให้กับลูก ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: แต่หนึ่งสิ่งที่เราคุยกันตลอดแล้วกิ๊บคิดว่าอยากจะแชร์ เวลาเราพูดอะไรกิ๊บไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเราเป็นคนมาสอน เราแค่แชร์ในมุมมองของบ้านเรา แต่หนึ่งสิ่งที่กิ๊บรู้สึกแล้วมันได้ผลจริง ๆ และลูกเราตอบรับกลับมา เขาจะเล่าถึงความรู้สึกว่าบ้านนี้ต้องเป็นบ้านของเขา หลายคน พ่อแม่ตกหล่นตรงที่คิดว่านี่คือบ้านฉัน ฉันซื้อ บ้านที่ฉันสร้าง เด็กเป็นผู้อยู่อาศัยความจริงแล้วไม่ใช่นี่คือบ้านของเราทุกคน เราทุกคนต้องเป็นตัวเองได้ เด็กต้องสามารถรู้สึกว่าที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัย ที่เขาจะเป็นตัวเองได้ เขาจะกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำผิด กล้าทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่โดนใครในบ้านตัดสิน แต่จะค่อย ๆ ปรับให้เข้าร่องเข้ารอย หรือค่อย ๆ แนะนำหรือสอน กฎในบ้านที่ทุกคนปฏิบัติตามเท่ากัน ไม่ใช่ว่าลูกอยู่ที่นี่แล้วลูกไม่มีสิทธิ์ และเราสองคนจะเตือนกันอยู่ตลอดว่าบ้านนี้จะเป็นอย่างไรไม่ใช่คุณเป็นคนกำหนดไม่ใช่ฉันเป็นคนกำหนด เราทุกคนต้องเดินเข้ามาแล้วทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านหลังนี้คงที่เป็นที่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นเด็กจะไม่รู้สึกอยากออกไปจากบ้านหลังนี้เพราะนี่คือบ้านฉันไม่ใช่บ้านพ่อแม่  

บี้ ธรรศภาคย์: บางทีเราต้องไม่เอามาตรฐานของผู้ใหญ่ที่เราเรียนรู้มา ที่สมองของเราที่มันสมบูรณ์แบบแล้ว มาคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจ คิดว่าเขาน่าจะเป็นเหมือนเรา คิดว่าสมองของเขาน่าจะเติบโตสมบูรณ์แบบเหมือนเรา คือบางอย่างเรามีเกินเลยไปบ้าง เป็นอะไรที่เราต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน

คุณภาพความสัมพันธ์มาจากการเลี้ยงดูและการโตมาในบ้านจริงไหม ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ใช่ จริง ๆ มันเป็นแบบนั้น วันหนึ่งคิดว่าเด็กเขาก็มีบุคลิกภาพของเขา เลี้ยงเหมือนกัน ลูกก็นิสัยต่างกัน

บี้ ธรรศภาคย์: แต่ผมแค่รู้สึกว่าเรื่องปู่ย่าตายาย เราไม่ได้นำทั้งหมดที่สอนมาส่งต่อให้ลูกหมด

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เราจะท่องกันว่า “We are new generation”

บี้ ธรรศภาคย์: บางอย่างที่เราก็จะมีจุดยืนของเราว่า เลี้ยงแบบนี้ดีกว่า สอนแบบนี้ดีกว่าในยุคสมัยนี้

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: พวกเราชอบเล่ามากกว่า สมมติเขาเล่าปัญหา พ่อจะเล่า ตอนเด็ก ๆ พ่อเป็นอย่างไร กิ๊บเป็นอย่างไร แต่เราจะบอกว่า แต่นี่คือพ่อ นี่คือแม่ เรานิสัยต่างกัน แต่หนูคือตัวหนู หนูลองไปชั่งน้ำหนักดูว่าหนูคิดว่าอยากจะตัดสินใจอย่างไร พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย แต่ว่าเราแชร์ให้ฟังว่าเราผิดพลาดอะไรมา สมมตินิสัยเราเคยทำนิสัยไม่ดีแบบนี้แล้วมันผิดพลาดมาแบบนี้ เราสองคนไม่ต้องการให้ลูกเป็นเหมือนเรา แต่เราต้องการให้เขามีทัศนคติ หรือการใช้ชีวิตที่ดีในแบบของเขา เพราะฉะนั้นเขาไม่ต้องเหมือนเราก็ได้

คิดว่าเขาชอบเวลาที่คุณทำตัวแบบไหนมากที่สุด ?

บี้ ธรรศภาคย์: ทำตัวน่ารัก เพราะผมชอบแกล้งเขา เขาจะชอบเวลาผมทำตัวน่ารัก

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: มันเขี้ยวเขา

บี้ ธรรศภาคย์: เพราะนิ้วผมสั้นด้วย เวลาทำอะไรเขาก็จะแกล้ง

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: มันดูขัดกันดี กิ๊บว่าเป็นความแมน ๆ เวลาเห็นทำท่าแบ๊ว ๆ น่ารัก ๆ แบบนี้แล้วชอบ เพราะตอนที่เขามาจีบก็แบ๊วมาก ไม่เคยเจอผู้ชายทำแบ๊วขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

บี้ ธรรศภาคย์: เวลาอยู่ข้างนอก ถ้ามีผู้คน เราจะเก๊ก ๆ หน่อย แต่เวลาทำท่าน่ารัก กิ๊บจะหัวเราะ

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เวลาจะโกรธ พอเห็นหน้าเขา จะบอกให้เขาทำอะไรตลก ๆ น่ารัก ๆ

บี้ ธรรศภาคย์: สรุปของผมคือการเล่นตลก ทำให้เขาหัวเราะได้ น่าจะเป็นช่วงที่เขาชอบผมที่สุด มันเป็นนิสัยผมอยู่แล้ว ผมจะทำอะไรให้คนในบ้านตลก ขำตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะกับลูกหรือกับเขา ถ้ามีช่องทางไหนทำให้คนหัวเราะได้ ผมทำหมด

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เราเคยคุยกันว่า คู่รักถ้าได้หัวเราะด้วยกันทุกวันจะดีมาก ซึ่งกิ๊บบอกว่าเราหัวเราะกันมากเกินไปแล้ว

บี้ ธรรศภาคย์: เพราะขากลับขับรถกลับบ้านประมาณชั่วโมงครึ่ง คุยหัวเราะกันจนถึงบ้าน และมาคุยกันว่าที่คุยกันมาไม่มีสาระเลย คือผมมีเพื่อนสนิทน้อยมาก วัน ๆ คุยอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งผมรู้สึกโชคดีมาก ผมจะบอกเขาตลอดว่า กิ๊บเป็นทั้งคู่รักและเพื่อนสนิท ที่คุยอะไรกันไม่รู้ในแต่ละวัน และหัวเราะไปแบบไม่มีสาระ

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: แต่เราไม่ใช่แค่เพื่อนกันคุยกันได้ทุกเรื่องแต่เราเป็นคู่รัก บางคนเป็นเพื่อนกันไปเลยจนลืมความเป็นคู่รักหรือความหวือหวา แต่เราไม่มี เราสองคนดูแลตัวเองอย่างดีและแสดงความรักผ่านการสัมผัส เรายังมีความรักตรงนั้นอยู่

ตอนไหนที่คุณรู้สึกว่าถูกละเลยจนรู้สึกไม่สำคัญเหมือนเดิมบ้างไหม ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ถ้าเรื่องจริงจังไม่มีเลย แต่ชอบมีล้อเล่น เพราะตั้งแต่มีลูก เขารักลูกมาก กอดลูกตลอด หอมลูกตลอด เอาลูกมานอนกั้นกลางตลอด จนกิ๊บต้องบอกว่า “หอมลูก แต่ยังไม่หอมฉันเลย เธอเปลี่ยนไป” เขาก็จะรีบมาหอม คือเราตื่นเช้ามา จะมี Morning Kiss กัน จุ๊บกันก่อนนอน แต่ระหว่างวันเราแค่อยากได้ตลอดเวลาเฉย ๆ จะชอบแกล้งเวลาเขากอดหอมลูก เราจะบอกว่า เปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม เขาก็จะรีบมา คือกิ๊บชอบพูดว่าทุกครั้งก่อนออกไปทำงานต้องหอมกัน ความน่ารักของเขาคือกลัวกิ๊บตื่น แต่ความรู้สึกของเราคือ บี้ต้องเดินทางตลอด ออกไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราไม่มีวันรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะกลับมาหรือไม่กลับมา หรือใครอีกคนหนึ่งจะเป็นอะไรไหม ไม่อยากทำให้รู้ว่าวันนั้นน่าจะทำแบบนั้นแบบนี้ กิ๊บกับบี้จะพยายามใช้ชีวิตให้ทุกวันถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย เราทำเต็มที่แล้ว ทุกอย่างเต็มที่แล้ว

การทำเสมอต้นเสมอปลายและการสื่อสารเพื่อไม่ให้ห่างกัน ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: กิ๊บคิดว่าการสื่อสารสำคัญ สิ่งที่ทำให้บ้านเรายังเป็นทีมเพราะพูดแล้วอีกคนตอบรับทันที พอพูด บี้จะรู้ตัวทันที แล้วรีบมาหา มันเลยทำให้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แน่นเหมือนเดิม มันเป็นการเชื่อมต่อกัน ห้ามขาดการเชื่อมต่อกันโดยเด็ดขาด อย่าเพิ่งมีข้ออ้าง คนนี้พูด คุณไม่ต้องอ้าง ให้เข้ามาทำก่อน แล้วค่อยอธิบายทีหลัง เขาจะชอบให้ไปไหนก็จะจับมือแตะเนื้อต้องตัว ต่อให้เรานอนห่างกันแบบมีลูกนอนคั่นไว้แต่ขาต้องแตะกันไว้เสมอ ก่อนนอนก็ต้องคุยกัน มีอยู่วันหนึ่งกิ๊บไม่สบายหลับไปก่อน เขากลับมาประมาณสี่ทุ่มบอกว่าเหงามาก ไม่รู้จะคุยกับใคร เราเลยรู้ว่าต่างฝ่ายต่างสำคัญต่อกันมาก แม้ทั้งวันจะคุยกันเยอะมากแล้วก็ตามเราต้องเชื่อมต่อกันตลอด

มาถึงจุดนี้แม้จะมีลูกแล้วยังเช็กความฝันของกันและกันไหม ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ตลอดค่ะ

บี้ ธรรศภาคย์: แต่ความฝันของกิ๊บ คือการมีครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุข นี่คือความฝันของกิ๊บ แต่ของบี้ก็ยังมี

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ถามเขาตลอด ว่ายังเหมือนเดิมไหม ยังทิศทางเดิมไหม ที่ทำยังเพราะสิ่งนี้ไหม เพื่อฝันนี้ไหม เขาจะบอกว่าบางทีก็เปลี่ยนเพื่อลูก เพื่อเงิน หรือยังอยากทำตรงนี้ ลึก ๆ เขายังอยากทำเพลง กิ๊บก็จะสนับสนุน ถ้ามันเป็นการงอกเงยและหาเงินต่อได้ และเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน ต้องทำ เขาจะขอบคุณเราตลอด

การเติมพลังบวกด้วยคำชมสร้างความมั่นใจให้ลูก

บี้ ธรรศภาคย์: ชีวิตผมมั่นใจมากเพราะแม่เลยครับ แม่พูดกับผมมาตั้งแต่เด็กว่า ทำดีมาก เก่งมาก ร้องเพลงดีมาก ทั้ง ๆ ที่ร้องไม่ดี แต่เขาจะบอกว่า ดีมาก ลูกเก่งมาก มันเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เรามั่นใจมาก กล้าที่จะไปทำอะไรที่สำหรับคนอื่นมองว่าน่าตื่นเต้น แต่สำหรับเราไม่ใช่ เราชอบ บี้เพิ่งคุยกับกิ๊บเมื่อไม่นานมานี้เองเรื่องการแสดงเจตจำนง (Manifest) เหมือนเราได้ยินแบบนี้มาตลอด นั่นคือสิ่งที่เราเป็น ว่าเราต้องป้อนพลังบวกแบบนี้ให้ลูก

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: บางคนอาจจะมีความเห็นต่างว่าการชมลูกมากเกินไปอาจจะไม่ดี แต่คิดว่าชมเถอะ เขากำลังจะโต เวลาเขาออกไปข้างนอก ในหนึ่งวันเขาจะได้ยินคำชมสักกี่คำเขาจะเก็บสะสมคำชมมาสร้างเป็นความมั่นใจและความพยายาม เราต้องชมเขาอย่างมีเหตุผล ไม่ว่าอย่างไรต้องสร้างความมั่นใจให้เขาเพราะนี่คือแหล่งพลังงานชั้นดี กิ๊บอยู่กับครอบครัวเขาแล้วรู้เลยว่าแม่เขาชมเขาตลอด กิ๊บชอบแซวว่า ยอดวิวเพลงใน YouTube ที่ขึ้นสูง ๆ เพราะแม่กับพ่อช่วยกันดู ฟังเพลงทั้งวัน

บี้ ธรรศภาคย์: บางทีลูกสาวอย่างน้องเป่าเป้ย์ชอบเต้น เวลาอยู่ซูเปอร์มาร์เก็ต กิ๊บก็จะมองว่าแปลก ๆ แล้วบอกลูกว่า อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ต้องเต้น แต่ผมจะมองต่างออกไป เพราะเราเคยเป็นแบบนั้น เราอยู่ตรงไหนเราก็เต้น ไม่เป็นไรหรอก ให้เขาซ้อมไป แม้จะดูแปลกนิดหน่อย

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เราแค่บอกว่าต้องดูความเหมาะสม ไม่เคยห้ามลูกเป็นตัวเอง แต่เราต้องรู้ว่าที่ไหนเราเป็นตัวเองได้กี่เปอร์เซ็นต์ ที่ไหนเราควรเป็นแบบไหน อยู่บ้านเราเป็นไหน ทุกคนมีหลายสิบหน้า อย่าบอกว่าเรามีตัวตนเดียว เราทุกคนมีหลายบทบาท สิ่งเดียวที่เด็กควรเรียนรู้คือ เวลาไหนควรทำอะไร เราเองเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้ว่าอะไรเหมาะอะไรไม่เหมาะ คุณต้องฉลาดสังเกตและวางตัวให้ถูก เลี้ยงลูกแต่ละคนก็มีวิธีจัดการต่างกัน

วัยเด็กคือตัวกำหนดคุณภาพชีวิตและการลดปมในใจลูก ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์:  เราพยายามคุยกันสองคนว่า สิ่งหนึ่งที่เราจะพยายามทำให้ได้ดีที่สุดคือทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กสองคนนี้มีปมในใจตอนเด็กน้อยที่สุด เพราะว่าถ้าเขาไม่มีบาดแผลทางใจมาก คิดว่าเขาจะเติบโตได้อย่างดี และผ่านพ้นปัญหาต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี ความทุกข์อยู่กับเราไม่นาน บ้านเราพยายามสลัดความทุกข์ออกรวดเร็วทันใจสุด ๆ

ความเป็นคู่รักที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทช่วยก้าวผ่านอุปสรรคในชีวิต ?

บี้ ธรรศภาคย์: นอกจากจะเป็นคู่รักแล้ว ความสัมพันธ์ของผมกับกิ๊บยังเหมือนเพื่อนสนิทด้วย พอเป็นเพื่อนสนิทกัน มันจะมีทั้งการพูดเสียงดังใส่กัน ว่ากัน หรือทำอะไรที่บ้า ๆ เพื่อเป็นการระบายความเครียดจากสิ่งอื่น เวลาที่เราเจอเพื่อนสนิท ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร การได้ทำอะไรบ้า ๆ ด้วยกัน มันทำให้เราลืมบางอย่างที่ไม่ดีไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกับกิ๊บเป็นกันอยู่ตลอด เวลาเจออุปสรรคหรือเรื่องเครียด มันจะสลับและช่วยให้ลืมไปได้เยอะ ผมรู้สึกดีใจมากที่เราเป็นทั้งคู่รักและเพื่อนสนิทที่เมื่อเจอกันแล้ว อุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตมันละลายหายไปหมด เป็นสิ่งสำคัญมาก ในชีวิตคนเราที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ คนรอบข้างอาจค่อย ๆ น้อยลง เพราะเราโฟกัสบางอย่างมากขึ้น และเพื่อน ๆ อาจไม่ได้เดินเส้นทางเดียวกับเรา ทำให้โอกาสเจอกันน้อยลง การได้เป็นทั้งคนรักและเพื่อนรักจึงเป็นเรื่องที่โชคดีมาก

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: หลัก ๆ คืออย่าตัดสินกัน เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร บางครั้งเราตัดสินจากมุมของเราโดยไม่ได้ไปยืนในมุมของเขา หลายครั้งที่กิ๊บเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองและคิดว่าถูกแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่บี้คิดกลับถูกต้องกว่า หากทำตามที่บี้คิดตั้งแต่แรก กิ๊บอาจจะสบายใจหรือถูกต้องมากกว่านี้ กลายเป็นว่าเราไม่ตัดสินกัน เขาได้เป็นตัวของตัวเอง กล้าที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่เศร้า เสียใจ หรือปัญหาต่าง ๆ ให้ฟัง โดยไม่ต้องรู้สึกว่าโดนจับจ้อง สามารถพูดคุย ปรับเปลี่ยน และว่ากันไป ทำให้เกิดความสบายใจ กิ๊บเองก็สามารถพูดกับเขาได้ทุกเรื่องโดยรู้ว่าเขาจะไม่ตัดสิน บางครั้งเขาแค่นั่งฟัง ไม่ได้ให้แนวทางหรือช่วยอะไร แต่เขาก็อยู่ตรงนั้นและรับฟัง เพื่อนสนิทก็คือการนั่งฟังและรับฟัง เรื่องการเลี้ยงลูกก็เช่นกัน เมื่อลูกมาเล่าให้ฟัง เราก็แค่นั่งรับฟังโดยไม่ได้สั่งสอนอะไร ในฐานะสามีภรรยาก็เช่นเดียวกัน คือพร้อมที่จะรับฟังกันและกัน

ตอนทะเลาะกัน อะไรคือกฎที่ตกลงกันว่าจะไม่ทำเด็ดขาด?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: สิ่งหนึ่งที่เราสองคนไม่เคยทำเลยตลอด 10 ปี คือไม่เคยพูดคำว่า “เลิกกัน” ไม่เคยท้าเลิก บอกเลิก หรือพูดคำอะไรแบบนี้เลย นี่คือสิ่งที่กิ๊บกับบี้ไม่เคยทำตลอด 10 ปี ไม่เคยมีคำนี้ออกมาจากปากเลยสักครั้งเดียว เต็มที่ก็แค่เงียบไม่คุยกัน แต่แป๊บเดียวก็กลับมาคุยกันอยู่ดี ยิ่งพอมีลูก ก็ไม่อยากให้ลูกรู้สึกถึงบรรยากาศแบบนั้น แป๊บเดียวก็ต้องคุยกัน

มีกฎที่ตกลงกันไหมว่าเวลาทะเลาะกันห้ามทำอะไรต่อหน้าลูก?

บี้ ธรรศภาคย์: สิ่งที่ไม่ทำคือ ไม่ออกจากบ้าน อย่างมากก็ต่างคนต่างไป เงียบและห่างกันสักพัก แล้วค่อยกลับมาคุยกัน

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: มีกฎหนึ่งคือ ห้ามด่าล่อแม่ จะไม่มีการพูดจาทำร้ายน้ำใจกัน เพราะมันไม่สามารถดึงคำพูดกลับคืนมาได้ และพ่อแม่ใคร ใครก็รัก ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดจากตรงนั้นหรือไม่ ก็จะไม่นำมาพูดถึงเด็ดขาด จะไม่มีการพูดขึ้นมาแน่นอน 100% ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่

คุณคิดว่าลึก ๆ แล้วคู่ของคุณมีความกลัวอะไรที่ไม่เคยพูดออกมา ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: สุดท้ายแล้ว สุขภาพสำคัญที่สุด ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพร่างกาย เราพูดกันตลอดว่า ไม่ว่าจะมีความฝัน มีเงินทองมากมายแค่ไหน ถ้าสุขภาพไม่ดี ทุกอย่างจบเลย บ้านเราพยายามให้เรื่องสุขภาพมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ