เคิร์สตี แอลลีย์ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2571118

เคิร์สตี แอลลีย์ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี

6 ธ.ค. 2565 12:18 น.

เคิร์สตี แอลลีย์ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี

ดาราอาวุโสผู้โด่งดังจากซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง “Cheers” และภาพยนตร์ยอดนิยม “Look Who’s Talking” เสียชีวิตแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง


เคิร์สตี แอลลีย์ ดาราอาวุโสเจ้าของรางวัลเอ็มมี่ สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จากซีรีส์ยอดนิยมทางโทรทัศน์เรื่อง “Cheers” เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งได้ไม่นานนัก

โดยลูกๆ ของเธอได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ของแอลลีย์ แจ้งข่าวการเสียชีวิตของเธอว่า สมาชิกครอบครัวของแอลลีย์ได้อยู่ข้างๆ เธอตลอด การต่อสู้ที่เข้มแข็งของเธอ จนลมหายใจสุดท้าย และผลงานที่เธอได้ทิ้งไว้จะยังอยู่ตลอดไป และเธอจะถูกจดจำในฐานะแม่และยายที่ยอดเยี่ยมของลูกๆ และหลาน แต่ไม่ได้ระบุว่าเธอเป็นมะเร็งที่ใด โดยระบุเพียงว่าเธอเพิ่งตรวจเจอมะเร็งเพียงไม่นาน

เคิร์สตี แอลลีย์ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี

ด้าน จอห์น ทราโวตา นักแสดงร่วมของเธอจากภาพยนตร์เรื่อง“Look Who’s Talking” ได้ร่วมแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อแอลลีย์ผ่านทางอินสตาแกรมของเขา โดยมีการโพสต์ภาพของเธอและระบุข้อความว่า เคิร์สตี เป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษที่สุดที่เขาเคยมีมา และเขาจะรักเธอตลอดไป

ทั้งนี้ แอลลีย์ โด่งดังจากการรับบทบาท รีเบคกา ฮาวน์ ในซีรีส์แนวซิตคอมทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี เรื่อง Cheers ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เธอได้รับรางวัลเอ็มมี่ และรางวัลลูกโลกทองคำครั้งแรกในปี 1991 และได้รับรางวัลเอ็มมี่ครั้งที่ 2 ในปี 1993 จากบทบาทของเธอในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์เรื่อง David’s Mother.

ที่มา : บีบีซี

ดินถล่มทับรถบัสในโคลอมเบีย ฝังทั้งเป็น 34 ศพ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2571068

ดินถล่มทับรถบัสในโคลอมเบีย ฝังทั้งเป็น 34 ศพ (คลิป)

6 ธ.ค. 2565 12:05 น.

ดินถล่มทับรถบัสในโคลอมเบีย ฝังทั้งเป็น 34 ศพ (คลิป)

เกิดเหตุสลดดินโคลนจากภูเขาถล่มลงมาบนถนน ฝังกลบรถบัสที่มีผู้โดยสารอยู่หลายสิบคน และรถอีกหลายคัน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 34 ศพ บาดเจ็บนับสิบราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครกว่า 70 ชีวิต เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากดินถล่ม โดยใช้รถตักดินและอุปกรณ์ขุดเจาะต่างๆ ช่วยกันขุดดินที่ถล่มลงมาทับรถโดยสารทั้งคัน และยังมีรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์อีกหลายคันติดอยู่ใต้กองดิน หลังจากมีฝนตกหนักทำให้ดินถล่มลงมาทับถนนไฮเวย์ เชื่อมต่อหมู่บ้านปวยโบล ริโก้ และซานตา เซซิเลีย ในจังหวัดรีซารัลดา เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น นอกจากนี้ดินถล่มยังปิดกั้นถนนที่เป็นเส้นทางสัญจรข้ามเมืองที่สำคัญ

ดินถล่มทับรถบัสในโคลอมเบีย ฝังทั้งเป็น 34 ศพ (คลิป)

รายงานข่าวระบุว่า ขณะเกิดเหตุรถโดยสารคันดังกล่าวมีผู้โดยสารอยู่หลายสิบคน และยังมีรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์หลายคันแล่นอยู่บนถนน จนถึงตอนนี้มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ศพ ในจำนวนนี้มีเด็กเล็กอย่างน้อย 3 คน และมีผู้บาดเจ็บนับสิบราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก ขณะที่หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยผู้โดยสารออกมาได้ 9 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เกาะร่างแม่ที่ไร้ลมหายใจของเธอไว้

ดินถล่มทับรถบัสในโคลอมเบีย ฝังทั้งเป็น 34 ศพ (คลิป)
ดินถล่มทับรถบัสในโคลอมเบีย ฝังทั้งเป็น 34 ศพ (คลิป)

ด้านประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ได้ทวีตข้อความแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิต และจะเร่งให้ความช่วยเหลือผู้สูญเสียให้ดีที่สุด พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรม ขณะที่สำนักงานบริหารจัดการภัยฉุกเฉินแห่งชาติของโคลอมเบีย ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาโคลอมเบียต้องเผชิญฝนตกหนักกว่าทุกปี เนื่องมาจากผลกระทบของปรากฏการณ์ลานีญา อันเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ซึ่งทางการกำลังเตรียมแผนที่จะปลูกป่าทดแทน เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต โดยเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ของประเทศที่เมืองโมเกา เมื่อปี 2017 ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 320 ศพ.

ที่มา : รอยเตอร์

ตร.ญี่ปุ่นรวบครูเตรียมอนุบาล 3 คน ก่อเหตุทารุณทำร้ายร่างกายเด็ก 1 ขวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570953

ตร.ญี่ปุ่นรวบครูเตรียมอนุบาล 3 คน ก่อเหตุทารุณทำร้ายร่างกายเด็ก 1 ขวบ

6 ธ.ค. 2565 08:18 น.

ตร.ญี่ปุ่นรวบครูเตรียมอนุบาล 3 คน ก่อเหตุทารุณทำร้ายร่างกายเด็ก 1 ขวบ

ข่าวช็อกสังคมญี่ปุ่น ครูเตรียมอนุบาล ร.ร.เอกชน ทารุณกรรมทำร้ายร่างกายเด็กน้อยอายุประมาณ 1 ขวบ ล่าสุดยอมรับผิด ถูกตำรวจรวบตัวแล้ว 3 ราย

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 65 สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่น รายงานว่า ตำรวจได้จับกุมตัวครูผู้หญิง 3 คน ซึ่งเคยทำงานอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอนุบาล “ซากุระ โฮอิคุเอน” ในเมืองซูโซโนะ จังหวัดชิซูโอกะ ทางตอนกลางของประเทศ ฐานกระทำทารุณเด็กเล็กที่อยู่ในความดูแลของพวกเธอ โดยการจับกุมในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยว่า อดีตครูโรงเรียนเอกชนกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับกรณีกระทำทารุณระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม จำนวน 15 กรณี ซึ่งรวมถึงการจับเด็กวัย 1 ขวบห้อยหัว บังคับเด็กถอดกางเกง ข่มขู่เด็กด้วยมีด และการกระทำทารุณอื่นๆ

ทางการเมืองซูโซโนะเปิดเผยว่า ครูทั้ง 3 คนซึ่งเคยอยู่ในกลุ่มคณะครู 6 คนที่รับผิดชอบห้องเรียนเนอสเซอรี่เด็กอายุ 1 ขวบ และลาออกจากงานเมื่อไม่นานนี้ ยอมรับว่าพวกเธอมีพฤติกรรมกระทำทารุณ แต่อ้างเหตุผลว่าพวกเธอพยายามสั่งสอนระเบียบวินัยแก่เด็ก แหล่งข่าวเสริมว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเคยเรียกร้องทางโรงเรียนแห่งนี้ชี้แจงรายละเอียดกรณีกระทำทารุณกับเด็กแต่ละคนเมื่อกลางเดือนสิงหาคม แต่ทางโรงเรียน ซึ่งรวมถึงครูใหญ่กลับนิ่งเงียบกับข้อกล่าวหามานานถึง 3 เดือน

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบบันทึกที่ได้รับมา เนื่องจากเชื่อว่ายังคงเกิดการกระทำทารุณที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งบีบบังคับพนักงานทั้งหมดเซ็นสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียน โดยตำรวจเข้าตรวจค้นโรงเรียน เพราะเกรงว่าอาจมีการทำลายหลักฐาน

ด้าน นายโตชิฮิโกะ ซากุราอิ ครูใหญ่ของโรงเรียน ถูกสอบสวนและสั่งให้จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานของครูทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบพิเศษที่รัฐบาลท้องถิ่นเริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่บิดาของนักเรียนหญิงคนหนึ่งเปิดเผยว่า เขารู้สึกตกใจกับการเปิดโปงกรณีกระทำทารุณในโรงเรียนอย่างมาก และไม่มีทางจะเข้าใจคนที่กระทำการชั่วร้ายเช่นนั้นได้เลย และหวั่นกลัวว่าการกระทำทารุณแบบนี้อาจเกิดขึ้นกับลูกสาววัย 1 ขวบของเขาด้วย.

โจรก่อเหตุยิงคนดูแล และขโมยหมาสุดรักของ “เลดี้ กาก้า” รับโทษจำคุก 21 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570916

โจรก่อเหตุยิงคนดูแล และขโมยหมาสุดรักของ "เลดี้ กาก้า" รับโทษจำคุก 21 ปี

6 ธ.ค. 2565 08:04 น.

โจรก่อเหตุยิงคนดูแล และขโมยหมาสุดรักของ “เลดี้ กาก้า” รับโทษจำคุก 21 ปี

หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาคดีก่อเหตุยิงคนดูแลสุนัขของนักร้องดัง “เลดี้ กาก้า” และขโมยสุนัข 2 ตัวไป ได้เข้ารับโทษจำคุกในเรือนจำเป็นเวลา 21 ปี ตามคำตัดสินของศาล

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2565 เว็บไซต์ข่าว นิวยอร์กยอร์ก โพสต์ รายงานว่า นายเจมส์ โฮวาร์ด แจ็คสัน วัย 20 ปี หนึ่งในสามผู้ต้องหาคดีก่อเหตุยิงและทำร้ายร่างกายคนดูแลสุนัขของ “เลดี้ กาก้า” นักร้องชื่อดัง แล้วขโมยสุนัข 2 ตัวไป ระหว่างที่คนดูแลพาสุนัขเดินเล่นในย่านฮอลลีวูด นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ได้เข้ารับโทษจำคุกในเรือนจำเป็นเวลา 21 ปี ตามคำตัดสินของศาล

ก่อนหน้านี้ศาลระบุว่า จำเลยรายนี้ได้ยอมรับสารภาพโดยไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหาพยายามฆ่า รวมไปถึงข้อหาทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บทางร่างกายอย่างมากโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคนร้ายไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ เลดี้ กาก้า แต่มีเจตนาจะขโมยสุนัขสายพันธุ์เฟรนช์ บูลด็อก ที่อาจนำไปขายต่อได้เงินมากถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่ทราบว่าสุนัขเป็นของนักร้องดัง

ขณะที่หลังทราบข่าว นักร้องดังประกาศเสนอเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15 ล้านบาท เพื่อขอ “โคจิ” และ “กุสตาฟ” สุนัขทั้งสองตัวคืนในสภาพปลอดภัย โดยขอให้คนที่เอาหมาของเธอไปติดต่อไปที่อีเมลตามที่ระบุไว้ ยืนยันว่าไม่มีการสอบถามรายละเอียดอื่นใด นอกจากแค่ขอให้เธอได้หมาคืนเท่านั้น ซึ่งต่อมาหนึ่งในคนร้ายที่เป็นผู้หญิงได้ติดต่อกลับมาเพื่อส่งคืนสุนัขทั้ง 2 ตัวคืนแก่เลดี้ กาก้า

ก่อนหน้านี้อัยการระบุว่า นายแจ็คสัน และคนอื่นๆ ได้ขับรถตระเวนทั่วเขตเวสต์ ฮอลลีวูด และซานเฟอร์นานโด วัลเลย์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2564 เพื่อหาสุนัขพันธุ์เฟรนช์ บูลด็อก ก่อนที่จะมาเจอ นายไรอัน ฟิชเชอร์ กำลังจูงสุนัขของเลดี้ กาก้าเดินเล่นอยู่บริเวณริมถนน จึงได้ก่อเหตุยิง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดแถวนั้น แสดงให้เห็นภาพ นายฟิชเชอร์ ถูกยิงบาดเจ็บมีเลือดไหลออกมา พร้อมร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งต่อมาเขาเปิดเผยทางโซเชียลมีเดียว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ทำให้เขาเกือบตาย.

Cr ภาพ : Los Angeles County Sheriff’s Department

“ไบเดน” มอบรางวัล เชิดชูศิลปวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570925

"ไบเดน" มอบรางวัล เชิดชูศิลปวัฒนธรรม

6 ธ.ค. 2565 06:56 น.

“ไบเดน” มอบรางวัล เชิดชูศิลปวัฒนธรรม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองผู้ได้รับรางวัล “เคนเนดี เซ็นเตอร์ ออนเนอร์ส” ประจำปี 2565 ครั้งที่ 45 เชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบในแวดวงศิลปะผู้อุทิศตนสนับสนุนวัฒนธรรมอเมริกัน เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค.ที่ห้องอีสต์รูม ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ของสหรัฐฯ โดยผู้รับรางวัลปีนี้ได้แก่ จอร์จ คลูนีย์ นักแสดงชายชื่อดัง เอมี แกรนท์ และแกลดีส์ ไนท์ 2 นักร้อง-นักแต่งเพลง ทานยา ลีออง นักประพันธ์เพลงและวาทยกรหัวก้าวหน้า รวมทั้งยูทู วงร็อกดังสัญชาติไอริช

ผู้นำสหรัฐฯกล่าวชื่นชมความสามารถของแต่ละคน รวมทั้งขอบคุณที่แสดงให้เห็นถึงพลังของศิลปะและรวมจิตวิญญาณของประชาชน ยังยกย่องการทำงานเบื้องหน้าของคลูนีย์และการกุศลนอกจอ ทั้งช่วยเหลือครอบครัวของเหยื่อ 9/11 ไปจนถึงสนับสนุนการรณรงค์ควบคุมอาวุธปืนที่นำโดยผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมในเมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา และชื่นชมดนตรีของยูทูที่สร้างความเปลี่ยนแปลงโลก.

ยูเครนชิงคืนพื้นที่ที่ถูกรัสเซียยึดไปนับตั้งแต่เริ่มสงครามได้เกินครึ่งแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570891

ยูเครนชิงคืนพื้นที่ที่ถูกรัสเซียยึดไปนับตั้งแต่เริ่มสงครามได้เกินครึ่งแล้ว

6 ธ.ค. 2565 04:12 น.

ยูเครนชิงคืนพื้นที่ที่ถูกรัสเซียยึดไปนับตั้งแต่เริ่มสงครามได้เกินครึ่งแล้ว

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเผย ยูเครนชิงคืนพื้นที่ที่ถูกรัสเซียยึดไปเพิ่มนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ได้มากกว่าครึ่งแล้ว

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. 2565 ว่า ตอนนี้กองทัพยูเครนสามารถปลดปล่อยดินแดนของพวกเขาที่ถูกรัสเซียยึดไปนับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ได้เกินครึ่งแล้ว ท่ามกลางการโจมตีอย่างต่อเนื่องของกองทัพรัสเซีย

กระทรวงกลาโหม UK ทวีตข้อความว่า “ยูเครนปลดปล่อยดินแดนที่รัสเซียยึดเพิ่มเติมนับตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565 ได้แล้ว 54% จากจำนวนทั้งหมด ทำให้ตอนนี้รัสเซียควบคุมพื้นที่ที่นานาชาติให้การยอมรับว่าเป็นของยูเครนเอาไว้ราว 18% รวมถึงภูมิภาคดอนบาส และแคว้นไครเมีย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียมาตั้งแต่ปี 2557”

ด้านความเคลื่อนไหวอื่นๆ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเกิดระเบิดที่ฐานทัพอากาศของรัสเซีย 2 แห่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีก 8 ราย ล่าสุดกระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาอ้างว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของโดรนยูเครน ที่สร้างตั้งแต่ยุคโซเวียต โดยมีเป้าหมายที่เครื่องบินรบบินระยะไกลที่ฐานทัพเดียกิเลโว ในแคว้นเรียซาน และฐานทัพเอ็นเกลส์ ในแคว้นซาราตอฟ

“ระบบป้องกันทางอากาศสกัดโดรนเหล่านี้ได้” กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุ “การตกและการระเบิดของเศษชิ้นส่วนโดรนยูเครนที่ฐานทัพอากาศทั้ง 2 แห่ง สร้างความเสียหายเล็กน้อยแก่ส่วนลำตัวเครื่องบิน 2 ลำ”

ขณะเดียวกัน การโจมตีระลอกล่าสุดของรัสเซียในยูเครน ทำให้เกิดไฟดับเป็นวงกว้าง และมีผู้เสียชีวิต 2 ศพในแคว้นซาปอริชเชีย โดยประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี อ้างว่า ระบบป้องกันของยูเครนยิงทำลายมิสไซล์ของรัสเซียได้ 60 จากทั้งหมด 70 ลูก ส่วนฝ่ายมอสโกอ้างว่า มิสไซล์เข้าเป้าหมายการโจมตีทั้ง 17 แห่ง

เที่ยวบินอีซี่เจ็ทมุ่งสู่ UK ต้องลงจอดฉุกเฉิน หวั่นมีระเบิดบนเครื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570883

เที่ยวบินอีซี่เจ็ทมุ่งสู่ UK ต้องลงจอดฉุกเฉิน หวั่นมีระเบิดบนเครื่อง

6 ธ.ค. 2565 02:50 น.

เที่ยวบินอีซี่เจ็ทมุ่งสู่ UK ต้องลงจอดฉุกเฉิน หวั่นมีระเบิดบนเครื่อง

เครื่องบินโดยสารของสายการบิน อีซี่เจ็ท ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปสหราชอาณาจักร ต้องเปลี่ยนเส้นทางและลงจอดฉุกเฉิน หลังมีรายงานว่า อาจมีระเบิดบนเครื่อง

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน EZY6276 ของสายการบินต้นทุนต่ำ อีซี่เจ็ท ซึ่งกำลังเดินทางจากประเทศโปแลนด์ไปยังสหราชอาณาจักร ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังสาธารณรัฐเช็ก เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา หลังจากได้รับรายงานว่า อาจมีระเบิดอยู่บนเครื่อง

ข่าวระบุว่า เที่ยวบิน EZY6276 กำลังเดินทางจากเมืองคราโคว ไปยังเมืองบริสตอล ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ ก่อนที่นักบินจะตัดสินใจลงจอดฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเครื่องบินเพื่อหาวัตถุระเบิด โดยเจ้าหน้าที่สนามบินกรุงปรากยืนยันว่า เครื่องบินลำนี้ลงจอดอย่างปลอดภัยในเวลา 22.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งสาธารณรัฐเช็ก เปิดเผยบนทวิตเตอร์ว่า ทีมเก็บกู้วัตถุระเบิดของพวกเขาขึ้นไปตรวจค้นเครื่องบินลำนี้ เพื่อหาวัตถุระเบิดที่อาจซ่อนอยู่ ก่อนที่ทางสนามบินกรุงปรากจะยืนยันในเวลาต่อมาว่า ไม่พบวัตถุอันตรายใดๆ บนเครื่องบิน

ปูตินขับเบนซ์เยือนสะพานไครเมีย ตรวจความคืบหน้าหลังถูกระเบิดพังบางส่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570873

ปูตินขับเบนซ์เยือนสะพานไครเมีย ตรวจความคืบหน้าหลังถูกระเบิดพังบางส่วน

6 ธ.ค. 2565 01:52 น.

ปูตินขับเบนซ์เยือนสะพานไครเมีย ตรวจความคืบหน้าหลังถูกระเบิดพังบางส่วน

ปูตินกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเยือนสะพานไคเมีย เพื่อตรวจความคืบหน้าในการซ่อมแซม หลังสะพานสายนี้ถูกระเบิดเมื่อเดือนตุลาคมจนเสียหายหนัก

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. 2565 สื่อในประเทศรัสเซียเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอแสดงให้เห็น ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ร่วมขบวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายนาย ไปเยือนสะพาน ‘เคิร์ช’ ถนนสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ของรัสเซียกับแคว้นไครเมีย ก่อนจะถูกโจมตีจนพังเสียหายเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

คลิปที่เผยแพร่ออกมารวมถึงภาพที่นายปูตินขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมีนาย มารัต คุสนุลลิน รองนายกรัฐมนตรีนักอยู่ข้างคนขับ กับคลิปแสดงให้เห็นนายปูตินเดินอยู่บนสะพานเคิร์ช โดยระหว่างขับรถนายคุสนุลลินบอกกับนายปูตินว่า เหล็กสำหรับซ่อมสะพานถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว และภายใน 2 สัปดาห์ เหล็กทั้งหมด 1,214 ตันจะถูกนำมาที่นี่

ขณะที่ประธานาธิบดีถามกลับว่า มีคนร่วมทำงานซ่อมสะพานกี่คน นายคุสนิลลินก็ตอบว่า 500 คน กับเครนลอยน้ำ 3 เครื่อง, เรือบรรทุก 4 ลำ และอุปกรณ์อื่นๆ อีก 31 ชิ้น

สื่อของรัสเซียยังรายงานอีกว่า ระหว่างเยือนสะพานเคิร์ช คนงานคนหนึ่งบอกกับนายปูตินว่า เดิมทีสะพานมีกำหนดการกลับมาเปิดการสัญจรอีกครั้งในวันที่ 20 ธ.ค. แต่มีการตัดสินใจสำคัญให้เร่งการก่อสร้าง ทำให้สะพานบางส่วนกลับมาเปิดได้ในวันจันทร์ อนึ่งเมื่อวันที่ 14 ต.ค. รัฐบาลรัสเซียประกาศว่าจะซ่อมสะพานเคิร์ชให้เสร็จภายในวันที่ 1 ก.ค. 2566

ทั้งนี้ สะพานเคิร์ชความยาว 11 ไมล์ เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในยุโรป และมีทางเส้นทางเดินรถยนต์และทางรถไฟอยู่คู่กัน เป็นถนนยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมแคว้นครสโนดาร์ของรัสเซีย เข้ากับแคว้นไครเมียที่พวกเขายึดมาจากยูเครน ก่อนที่สะพานสายนี้จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังจากรถบรรทุกน้ำมันระเบิด ทำให้ถนนพังถล่มบางส่วน โดยรัฐบาลเครมลินกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของยูเครน

เกิดระเบิดที่ฐานทัพอากาศรัสเซีย 2 แห่ง ตายเจ็บอื้อ ยังไม่รู้สาเหตุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570848

เกิดระเบิดที่ฐานทัพอากาศรัสเซีย 2 แห่ง ตายเจ็บอื้อ ยังไม่รู้สาเหตุ

5 ธ.ค. 2565 23:49 น.

เกิดระเบิดที่ฐานทัพอากาศรัสเซีย 2 แห่ง ตายเจ็บอื้อ ยังไม่รู้สาเหตุ

เกิดเหตุระเบิดที่สนามบินของกองทัพรัสเซีย 2 แห่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับสิบราย โดยยังไม่แน่ชัดว่าสาเหตุของการระเบิดเป็นอุบัติเหตุหรือการโจมตี

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า แท็งก์น้ำมันแท็งก์หนึ่งที่สนามบินของกองทัพรัสเซียใกล้กับเมือง รียาซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก เกิดระเบิดในวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. 2565 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีก 6 ราย นอกจากนั้นยังเกิดระเบิดที่ลานบินของฐานทัพอากาศ ‘เอ็นเกลส์’ ในแคว้นซาราตอฟ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการระเบิด โดยสนามบินทั้ง 2 แห่งอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนหลายร้อยกิโลเมตร โดยผู้ว่าการแคว้นซาราตอฟระบุว่า กองกำลังความมั่นคงกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเหตุระเบิดอาจเป็นการโจมตีของยูเครน โดยรัฐบาลเคียฟยังไม่ออกมายืนยัน แต่นาย มีไคโล โพโดลียัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนทวีตข้อความว่า “หากมีบางสิ่งถูกยิงเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศอื่น ไม่ช้าก็เร็ววัตถุบินลึกลับจะกลับไปหาจุดยิงนั้น”

ทั้งนี้ ภาพจากดาวเทียมซึ่งถ่ายเมื่อวันอาทิตย์แสดงให้เห็นว่ามีฝูงบินเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศเอ็นเกลส์ รวมถึงเครื่อง TU-16 และ TU-95 ซึ่งมีความสามารถในการยิงขีปนาวุธร่อน (cruise missile) ที่ถูกใช้โจมตียูเครนตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้

Indonesia parliament ratifies criminal code that bans sex outside marriage

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/world/asean/40022803

Indonesia parliament ratifies criminal code that bans sex outside marriage

Indonesia parliament ratifies criminal code that bans sex outside marriage

TUESDAY, DECEMBER 06, 2022

Indonesia’s parliament approved a criminal code on Tuesday that bans sex outside marriage with a punishment of up to one year in jail, part of a raft of legal changes that critics say undermine civil liberties in the world’s third-largest democracy.

The new code, which will apply to Indonesians and foreigners alike, will also prohibit cohabitation between unmarried couples. It was passed with support from all political parties and despite warnings from business groups that it could scare away tourists and harm investment.

However, the code will not come into effect for three years to allow for implementing regulations to be drafted.

Currently, Indonesia bans adultery but not premarital sex.

The laws also include bans on black magic, insulting the president or state institutions, spreading views counter to state ideology, and staging protests without notification.

Critics say the new laws can be used to police morality in the world’s largest Muslim-majority nation, which has seen a rise in religious conservatism in recent years.

Maulana Yusran, deputy chief of Indonesia’s tourism industry board, said the new bill was “totally counter-productive” at a time when the economy and tourism were starting to recover from the pandemic.

“Hotels or any accommodation facilities are like second homes for tourists. With the ratification of this criminal code, hotels are now problematic places,” he said.

Decades in the making, legislators hailed the passage of the criminal code as much needed overhaul of a colonial vestige.

“The old code belongs to Dutch heritage … and is no longer relevant now,” Bambang Wuryanto, head of the parliamentary commission in charge of revising the code told lawmakers.

Opponents of the bill have highlighted articles they say are socially regressive, will curb free speech and represent a “huge setback” in ensuring the retention of democratic freedoms after the fall of authoritarian leader Suharto in 1998.

Responding to the criticism, Indonesia’s Law and Human Rights Minister Yasonna Laoly told parliament: “It’s not easy for a multicultural and multi-ethnic country to make a criminal code that can accommodate all interests.”

Indonesia parliament ratifies criminal code that bans sex outside marriage

THREAT TO LGBT COMMUNITY

Legal experts say that an article in the code on customary law could reinforce discriminatory and sharia-inspired bylaws at a local level, and pose a particular threat to LGBT people.


“Regulations that are not in accordance with human rights principles will occur in conservative areas,” said Bivitri Susanti, from the Indonesia Jentera School of Law, referring to existing bylaws in some regions that impose curfews on women, or target what are described as “deviant” sexualities.

The new laws will also include more lenient sentences for those charged with corruption.

The morality charges have been partially watered down from an earlier version of the bill so that they can only reported by limited parties, such as a spouse, parent or child.

The government had planned to pass a revision of the country’s colonial-era criminal code in 2019 but nationwide protests halted its passage.

Lawmakers have since diluted down some of the provisions with President Joko Widodo urging parliament to pass the bill this year, before the country’s political climate heats up ahead of the presidential elections scheduled for early 2024.

The public response to the new code has been muted so far, with only small protests held in the capital on Monday on Tuesday.

Reusters