โพลโค้งสุดท้าย เผย คนจะเทคะแนนให้ ปชน. หนุน “เท้ง” นั่งนายกฯ แต่แบบเขตเทให้ พท.

โพลโค้งสุดท้าย เผย คนจะเทคะแนนให้ ปชน. หนุน “เท้ง” นั่งนายกฯ แต่แบบเขตเทให้ พท.

29 ม.ค. 2569 09:40 น.

โพลโค้งสุดท้าย เผย คนจะเทคะแนนให้ ปชน. หนุน “เท้ง” นั่งนายกฯ แต่แบบเขตเทให้ พท.

นอร์ทแบงค็อกโพล เผย การเมืองโค้งสุดท้าย การดีเบตไม่มีผลต่อการตัดสินใจ พรรคประชาชน ยังเป็นที่ 1 คนอยากให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และอยากได้ “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ แต่ สส.เขต จะเลือกเพื่อไทย

วันที่ 29 มกราคม 2569 ผศ. ดร. สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น นอร์ทแบงค็อกโพล มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพเปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างวันที่ 20 – 27 มกราคม 2569 จากจำนวน 2,157 ตัวอย่าง จากกลุ่มตัวอย่างทุกภูมิภาคทั่วประเทศในประเด็น “ความนิยมในพรรคการเมืองและว่าที่นายกรัฐมนตรี” ต่อข้อคำถาม

ภูมิภาคที่ท่านอาศัยอยู่ในปัจจุบัน พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจพักอาศัยอยู่ในภูมิภาคกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 27.60 ปริมณฑล ร้อยละ 19.50 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 16.80 ภาคเหนือ ร้อยละ 10.30 ภาคกลาง ร้อยละ 9.80 ภาคใต้ ร้อยละ 9.10 ภาคตะวันออก ร้อยละ 6.30 และภาคตะวันตก ร้อยละ 0.60

ผลจากการหาเสียงของพรรคการเมือง ข้อมูลข่าวสารจากสื่อและผลของการดีเบตในเวทีต่าง ๆ ส่งผลต่อการตัดสินใจของท่านอย่างไร พบว่าไม่ส่งผล ยังคงยึดมั่นในพรรคการเมืองเดิม ร้อยละ 66.50 ส่งผลทำให้เกิดความโลเลไม่สามารถตัดสินใจได้ ร้อยละ 19.50 และส่งผลมาก หันไปยึดมั่นในพรรคการเมืองพรรคใหม่ ร้อยละ 14.00

พรรคการเมืองที่ท่านอยากให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งทั่วไป 2569 พบว่าพรรคการเมืองที่อยากให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 35.00 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 31.20 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.60 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.60 รวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 3.50 พลังประชารัฐ ร้อยละ 2.80 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.40 พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.80 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.10

ผู้นำทางการเมืองที่ท่านอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปภายหลังการเลือกตั้ง 2569 พบว่าผู้นำการเมืองที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปได้แก่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 33.30 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 31.80 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 14.10 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 7.60 นายพีรพันธุ์ สาลีรัชวิภาค ร้อยละ 3.60 นางสาวตรีนุช เทียนทอง ร้อยละ 3.00 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 2.50 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ร้อยละ 2.30 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 1.80

เมื่อถามว่าท่านตั้งใจจะเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในเขตพื้นที่ของท่านจากพรรคการเมืองใด พบว่า สส.แบบแบ่งเขตที่ตั้งใจจะเลือกคือผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.80 พรรคประชาชน ร้อยละ 31.50 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.20 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.70 รวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 5.20 พลังประชารัฐ ร้อยละ 3.40 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 3.30 พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 0.60 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 0.30

เมื่อถามว่าในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต จะคำนึงถึงสิ่งใดเป็นหลัก พบว่าคำนึงถึงพรรคการเมืองที่ผู้สมัครสังกัดเป็นหลัก ร้อยละ 46.40 ทั้งพรรคการเมืองที่สังกัดและบุคคล ร้อยละ 37.60 และบุคคลเป็นหลัก ร้อยละ 16.00

ในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และ สส.แบบแบ่งเขต ท่านจะเลือกทั้งพรรคและบุคคลอย่างไร เลือกทั้งพรรคและบุคคลจากพรรคเดียวกัน ร้อยละ 78.20 และเลือกพรรคหนึ่ง แต่เลือกผู้สมัครอีกพรรคในระบบแบ่งเขต ร้อยละ 21.80

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ท่านตั้งใจจะไปใช้สิทธิ์หรือไม่ พบว่าไปแน่นอน ร้อยละ 82.00 และไม่ไปแน่นอน ร้อยละ 18.00

เมื่อถามว่าภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ท่านอยากเห็นพรรคการเมืองคู่ใดจับมือกันในการจัดตั้งรัฐบาล (จาก 4 พรรคการเมืองที่คาดว่าจะได้จำนวน สส.มากที่สุด 4 อันดับแรก) พบว่าพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้จับมือกันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลคือประชาชน – เพื่อไทย ร้อยละ 31.40 ภูมิใจไทย – เพื่อไทย ร้อยละ 20.30 ภูมิใจไทย – ประชาชน ร้อยละ 14.50 ภูมิใจไทย – ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.60 ประชาชน – ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 11.30 และเพื่อไทย – ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.90

Mattel เกาะกระแสแฟนคลับ KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาใหม่ ต่อยอดความฮิตระดับโลก

Mattel เกาะกระแสแฟนคลับ KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาใหม่ ต่อยอดความฮิตระดับโลก

29 ม.ค. 2569 09:03 น.

Mattel เกาะกระแสแฟนคลับ KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาใหม่ ต่อยอดความฮิตระดับโลก

Mattel บริษัทผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของโลก ต่อยอดกระแสความนิยมของแอนิเมชัน KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาและของเล่นชุดใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครในเรื่อง เตรียมวางขายเร็ว ๆ นี้

Mattel ระบุว่าของเล่นชุดใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปีนี้ หลังจากที่ภาพยนตร์ออกฉายไปแล้วราว 1 ปี โดยบริษัทหวังว่าจะยังคงได้รับการตอบรับที่ดี

KPop Demon Hunters กลายเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลของ Netflix หลังมียอดรับชมทะลุ 500 ล้านวิว นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า Mattel ไม่ได้คาดการณ์มาก่อนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะประสบความสำเร็จในวงกว้างขนาดนี้ จึงพลาดโอกาสทำตลาดของเล่นในช่วงฤดูช้อปปิ้งปลายปี

กระทั่งล่าสุด Mattel จึงตัดสินใจเผยโฉมไลน์อัปของเล่นใหม่ในงาน International Toy Fair ที่เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อ 27 มกราคมที่ผ่านมา

 โรแบร์โต สตานิชี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ระดับโลกของ Mattel กล่าวกับ Reutersว่า เราเชื่ออย่างมากว่าแบรนด์นี้และแฟรนไชส์นี้มีศักยภาพที่จะอยู่ได้ในระยะยาว และจะทยอยเปิดตัวคอลเลกชันและสินค้าหลากหลายรูปแบบตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ ยอดขายค้าปลีกที่ชะลอตัวของ Mattel ทำให้ทางบริษัทกำลังปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ด้วยการวางตำแหน่งตัวเองเป็น บริษัทบันเทิงระดับโลก โดยนำทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่มาต่อยอดผ่านความร่วมมือกับฮอลลีวูด

ปัจจุบัน Mattel มีโครงการภาพยนตร์มากกว่า 14 เรื่องในแผนการผลิต และหวังจะสร้างความสำเร็จซ้ำรอย Barbie ที่กวาดรายได้ถล่มทลายในปี 2023 โดยเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์ Masters of the Universe เวอร์ชั่นคนแสดงในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมปล่อยของเล่น He-Man รุ่นใหม่เพื่อสร้างกระแสล่วงหน้า

ขณะเดียวกัน สื่ออุตสาหกรรมอย่าง Deadline รายงานว่า Netflix กำลังพัฒนา ภาคต่อของ KPop Demon Hunters โดยอาจเข้าฉายในปี 2029 แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ไลน์ของเล่น KPop Demon Hunters ของ Mattel จะเริ่มจาก ตุ๊กตาที่ได้แรงบันดาลใจจาก Rumi, Zoey และ Mira สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปในเรื่อง ที่เป็นศิลปิน K-Pop ในเวลากลางวัน และนักล่าปีศาจในยามค่ำคืน

ตุ๊กตาจะมีให้เลือก 2 ลุค และบางรุ่นสามารถ ร้องเพลง Golden ซึ่งเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard ได้ด้วย

นอกจากนี้ ตัวละครจากฝั่งวงบอยแบนด์คู่ปรับ Saja Boys รวมถึงตัวละครอื่น ๆ จะถูกนำไปพัฒนาเป็นสินค้าในแบรนด์ย่อยของ Mattel เช่น Polly Pocket, UNO และ Little People Collector

ด้านราคา ตุ๊กตาจะวางจำหน่ายในช่วงประมาณราว 1,400 บาท ขณะที่ชุด Polly Pocket แบบแคปซูลจิ๋ว ซึ่งมาในธีมถ้วยราเมนโปรดของวง จะมีราคาประมาณ 250 บาท โดยสินค้าบางรายการจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ Mattel

สิงคโปร์ผวา “ไวรัสนิปาห์” จะเริ่มตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสาร ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง

สิงคโปร์ผวา "ไวรัสนิปาห์" จะเริ่มตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสาร ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง

29 ม.ค. 2569 08:43 น.

สิงคโปร์ผวา “ไวรัสนิปาห์” จะเริ่มตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสาร ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง

สิงคโปร์จะเริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยง “ไวรัสนิปาห์” หลังอินเดียพบผู้ติดเชื้อ 2 รายในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมเพิ่มการเฝ้าระวังแรงงานข้ามชาติจากเอเชียใต้ และแจ้งเตือนสถานพยาบาลทั่วประเทศ

วันที่ 28 มกราคม 2569 สำนักงานโรคติดต่อของสิงคโปร์ หรือซีดีเอ เปิดเผยว่า สิงคโปร์จะเริ่มดำเนินมาตรการ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่ซึ่งมีรายงานการระบาดของ “ไวรัสนิปาห์” หลังอินเดียพบผู้ติดเชื้อในรัฐเวสต์เบงกอล 2 ราย โดยระบุว่า สิงคโปร์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยการระบาดครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 ของอินเดียนับตั้งแต่ปี 2545

นอกจากนี้ สิงคโปร์จะกำหนดให้แพทย์และห้องปฏิบัติการรายงานผู้ป่วยยืนยันหรือผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ต่อ ซีดีเอ ทันที พร้อมแจ้งเตือนโรงพยาบาลและแผนกฉุกเฉินให้เพิ่มความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายและมีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกันยังเตรียมเผยแพร่คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้เดินทางเข้าและออกจากประเทศ และจะประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในเอเชียใต้ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า หากพบความเสี่ยงด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น จะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมทันที

ทางด้านกระทรวงแรงงานสิงคโปร์เปิดเผยว่า จะเพิ่มการเฝ้าระวังแรงงานข้ามชาติที่เดินทางเข้ามาใหม่จากเอเชียใต้ โดยประสานงานกับสถานพยาบาลปฐมภูมิให้เพิ่มความระมัดระวังในการตรวจคัดกรองอาการต้องสงสัย

ทั้งนี้ ไวรัสนิปาห์ติดต่อได้จากการสัมผัสค้างคาว หรือการบริโภคอาหารและน้ำผลไม้ที่ปนเปื้อน รวมถึงอาจติดต่อจากคนสู่คนได้ ขณะที่รายงานระบุว่า การแพร่เชื้อในเบงกอลตะวันตกครั้งนี้เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล และยังไม่พบการแพร่ระบาดในชุมชนเป็นวงกว้าง.

ที่มา CNA

เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แม้เผชิญแรงกดดัน “ทรัมป์” ย้ำยังไม่รีบลด ห่วงเงินเฟ้อยังสูง

เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แม้เผชิญแรงกดดัน "ทรัมป์" ย้ำยังไม่รีบลด ห่วงเงินเฟ้อยังสูง

29 ม.ค. 2569 08:08 น.

เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แม้เผชิญแรงกดดัน “ทรัมป์” ย้ำยังไม่รีบลด ห่วงเงินเฟ้อยังสูง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้ากดดันให้ลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ประธานเฟดย้ำจุดยืนอิสระ เงินเฟ้อยังต้องจับตา

วันที่ 28 มกราคม 2569 นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด แถลงมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5–3.75%  ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการตรึงดอกเบี้ยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเฟด ลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา  

รายงานข่าวระบุว่า ในจำนวนกรรมการที่มีสิทธิ์ลงคะแนน 12 คน มี 10 คน รวมถึงนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เห็นชอบให้คงดอกเบี้ย ขณะที่สตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ลงมติคัดค้าน โดยเสนอให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25%

โดยนายพาวเวลล์กล่าวในการแถลงข่าวว่า ท่าทีทางนโยบายของเฟดในขณะนี้ยังถือว่าเหมาะสม เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าที่ต้องการ ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มแสดงสัญญาณทรงตัว พร้อมย้ำว่า เฟดพร้อมพิจารณาปรับนโยบายเพิ่มเติมในอนาคต โดยจะอิงจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ทิศทางแนวโน้ม และความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป สะท้อนจุดยืนการดำเนินนโยบายอย่างอิสระท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่ยังคงรุนแรง.

ที่มา CNN

กัมพูชาปลื้ม “Board of Peace” ประกาศต้อนรับกัมพูชาในฐานะ “สมาชิกผู้ก่อตั้ง” อย่างเป็นทางการ

กัมพูชาปลื้ม "Board of Peace" ประกาศต้อนรับกัมพูชาในฐานะ "สมาชิกผู้ก่อตั้ง" อย่างเป็นทางการ

29 ม.ค. 2569 07:04 น.

กัมพูชาปลื้ม “Board of Peace” ประกาศต้อนรับกัมพูชาในฐานะ “สมาชิกผู้ก่อตั้ง” อย่างเป็นทางการ

Board of Peace องค์กรด้านสันติภาพที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงประกาศต้อนรับกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง อย่างเป็นทางการ

วันที่ 28 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Board of Peace องค์กรด้านสันติภาพที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศต้อนรับกัมพูชา ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง อย่างเป็นทางการ โดยมีการเผยแพร่แถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X 

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ตัดสินใจว่ากัมพูชาจะเข้าร่วม Board of Peace ภายหลังการพบหารือกับพลเรือเอกซามูเอล ปาปาโร ผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ตามคำเชิญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ระบุว่า การเข้าร่วม Board of Peace สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการสนับสนุนสันติภาพในระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายต่างประเทศของกัมพูชาที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพและการมีส่วนร่วมในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ

ทั้งนี้ กัมพูชาจะดำรงสถานะสมาชิกผู้ก่อตั้งเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยไม่ต้องมีภาระด้านการเงิน ขณะที่เงินสมทบจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะใช้เฉพาะกรณีการเป็นสมาชิกระยะยาวหรือถาวรเท่านั้น.

เผยคนไทยในเบลเยียม-ลักเซมเบิร์ก ใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย ปัญหาจากการประชาสัมพันธ์น้อย ขั้นตอนยุ่งยาก

เผยคนไทยในเบลเยียม-ลักเซมเบิร์ก ใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย ปัญหาจากการประชาสัมพันธ์น้อย ขั้นตอนยุ่งยาก

29 ม.ค. 2569 06:45 น.

เผยคนไทยในเบลเยียม-ลักเซมเบิร์ก ใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย ปัญหาจากการประชาสัมพันธ์น้อย ขั้นตอนยุ่งยาก

เผยคนไทยในเบลเยียม-ลักเซมเบิร์ก ใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรน้อย เกิดจากปัญหาการประชาชัมพันธ์-ขั้นตอนลงทะเบียนยุ่งยาก สะท้อนปัญหาที่กกต. ซึ่งเพิ่งเดินทางไปดูงานต้องวางแผนบริหารจัดการแก้ปัญหา

วันที่ 27 มกราคม 2569  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ จัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในประเทศเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก พบจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ระหว่างวันที่ 24-25 มกราคม 2569 เป็นจำนวนรวม 231 คน จากจำนวนลงทะเบียน 260 คน  คิดเป็น 89% และผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ 206 คน จากจำนวนลงทะเบียน 223 คน  คิดเป็น 92%

สำหรับประเทศลักเซมเบิร์กมีผู้มาใช้สิทธิจำนวน 38 คน จากจำนวนผู้ลงทะเบียน 39 คน คิดเป็น 97.4% และผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ 32 คน จากจำนวนลงทะเบียน 33 คน คิดเป็น 97%

โดยรายงานข่าวระบุว่า คนไทยในเบลเยียมและลักเซมเบิร์กมีจำนวนกว่า 10,000 คน แต่จำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเพียง 299 คน (ไม่รวมผู้ขอใช้สิทธิ์ทางไปรษณีย์) ซึ่งคิดเป็นจำนวนน้อยมาก คาดว่าน่าจะเกิดจากปัญหาการประชาชัมพันธ์ไม่ทั่วถึง และขั้นตอนการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เดินทางไปดูงาน และดูการจัดการเลือกตั้งในต่างประเทศ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นคนไทย ที่สถานที่จัดการเลือกตั้ง ในกรุงบรัสเซล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา. 

บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม 

สถานกงสุลไทยในนครนิวยอร์ก จัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทย

สถานกงสุลไทยในนครนิวยอร์ก จัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทย

29 ม.ค. 2569 06:11 น.

สถานกงสุลไทยในนครนิวยอร์ก จัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง สส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์กลับเมืองไทย

สถานกงสุลใหญ่ไทย ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เริ่มจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้งสส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ กลับเมืองไทยครั้งแรกแล้ว ท่ามกลางพายุหิมะและอากาศที่หนาวเย็นจัด

วันที่ 28 มกราคม 2569 นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก พร้อมกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลฯ เริ่มภาระกิจรวบรวมจัดซองบรรจุบัตรเลือกตั้งสส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ ลงถุงเมล์การทูตของสถานกงกุลใหญ่ส่งกลับเมืองไทยแล้วเป็นครั้งแรก ที่ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี  

โดยการจัดส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้งจะจัดแบ่งส่งเป็น 2 ครั้ง โดยครั้งนี้มีจำนวน 1,757 ซอง และรอรับซองใส่บัตรเลือกตั้งที่ส่งมาอีก เพื่อส่งออกไปเป็นครั้งที่สอง ในวันที่ 30 มกราคมนี้.เพื่อให้บัตรถูกส่งกลับมานับคะแนนยังประเทศไทยได้ทันเวลา

สำหรับมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายคนในนครนิวยอร์กที่ประสบปัญหาจดหมายตอบรับที่สถานกงสุลฯจัดให้มีปัญหาถูกตีกลับโดยไปรษณีท้องถิ่นกลับไปถึงผู้ส่ง ซึ่งพบว่าเป็นข้อขัดข้องทางเทคนิคของการไปรษณีย์สหรัฐฯ ซึ่งปัญหานี้ทางสถานกงสุลฯ ได้ติดต่อประสานงานแก้ปัญหากับทางไปรษณีส่วนกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีซองไปรษณีย์ติดค้างรอตีกลับอีก

โดยนางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก กล่าวว่า ถึงแม้ว่าการจัดการเลือกตั้ง สส.นอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ ในครั้งนี้ จะประสบปัญหาต่างๆทั้งในเรื่องของเวลาที่จำกัดจากกกต. จากปัญหาท้องถิ่นและทางเทคนิคของไปรษญีย์ บวกกับปัญหาอากาศที่เย็นจัดและพายุหิมะที่ถล่มลงมา แต่ก็ได้พยายามแก้ไขและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังรู้สึกดีใจที่คนไทยในรัฐนิวยอร์กและรัฐในเขตฯให้ความสนใจและใช้สิทธิ์เกินความคาดหมาย ซึ่งมีหลายคนที่เดินทางฝ่าพายุหิมะและอากาศที่เย็นจัดมาส่งซองบรรจุบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองถึงสถานกงสุลฯ

ทั้งนี้ สำหรับการนับคะแนนการออกเสียงลงประชามตินอกราชอาณาจักรที่ทางสถานกงสุลฯจะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานกงสุลใหญ่ นครนิวยอร์ก เมืองแมนฮัตตัน จะได้เชิญสื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสังเกตุการด้วย. 

ไพโรจน์ ปักษาษิณ ผู้สื่อข่าวนครนิวยอร์ก

ทรัมป์ขู่เดือด “เวลาของอิหร่านใกล้หมด” สหรัฐฯ ระดมกองเรือชุดใหญ่อ่าวเปอร์เซียกดดันเจรจานิวเคลียร์

ทรัมป์ขู่เดือด “เวลาของอิหร่านใกล้หมด” สหรัฐฯ ระดมกองเรือชุดใหญ่อ่าวเปอร์เซียกดดันเจรจานิวเคลียร์

29 ม.ค. 2569 01:07 น.

ทรัมป์ขู่เดือด “เวลาของอิหร่านใกล้หมด” สหรัฐฯ ระดมกองเรือชุดใหญ่อ่าวเปอร์เซียกดดันเจรจานิวเคลียร์

ทรัมป์เตือนอิหร่าน “เวลาใกล้หมด” หากไม่ยอมกลับสู่โต๊ะเจรจานิวเคลียร์ ลั่นสหรัฐฯ ระดมกองกำลังเรือรบชุดใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย ด้านอิหร่านโต้กลับพร้อมเจรจาแต่ไม่รับแรงกดดัน พร้อมตอบโต้หากถูกโจมตี

วันที่ 28 มกราคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ออกคำเตือนรุนแรงถึงอิหร่านว่า “เวลาของการเจรจากับอิหร่านกำลังจะหมดลง” หลังสหรัฐฯ เดินหน้าเสริมกำลังทางทหารอย่างต่อเนื่องในอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

โดยทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social เรียกร้องให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็วเพื่อทำข้อตกลงที่เป็นธรรม พร้อมเตือนว่า หากเกิดการโจมตีทางทหารอีกครั้ง จะรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทรัมป์ยังระบุว่า กองกำลังเรือรบขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วด้วยพลัง ความมุ่งมั่น และเป้าหมายที่ชัดเจน มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่ากองกำลังพร้อมและสามารถปฏิบัติภารกิจได้ทันที หากจำเป็นต้องใช้ความเร็วและความรุนแรง 

ด้านคณะผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติออกแถลงการณ์ตอบโต้ ระบุว่า อิหร่านพร้อมสำหรับการเจรจาบนพื้นฐานของความเคารพและผลประโยชน์ร่วมกัน แต่หากถูกบีบคั้นหรือคุกคามจะปกป้องตนเองและตอบโต้ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยระบุว่า อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่า โครงการนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อสันติ และปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสหรัฐฯ และพันธมิตรว่ากำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ที่มา Aljazeera

พายุหิมะถล่มสหรัฐ ดับ 62 ศพ ไฟดับหลายแสนหลัง ประกาศภาวะฉุกเฉิน 12 รัฐ ผวาคลื่นอากาศหนาวระลอกใหม่

พายุหิมะถล่มสหรัฐ ดับ 62 ศพ ไฟดับหลายแสนหลัง ประกาศภาวะฉุกเฉิน 12 รัฐ ผวาคลื่นอากาศหนาวระลอกใหม่

29 ม.ค. 2569 00:12 น.

พายุหิมะถล่มสหรัฐ ดับ 62 ศพ ไฟดับหลายแสนหลัง ประกาศภาวะฉุกเฉิน 12 รัฐ ผวาคลื่นอากาศหนาวระลอกใหม่

สหรัฐฯ เผชิญพายุฤดูหนาวรุนแรงปกคลุมพื้นที่กว้างกว่า 2,000 กม. ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 62 ศพ ขณะที่ไฟฟ้ายังดับเป็นวงกว้าง ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติประกาศภาวะฉุกเฉิน 12 รั

วันที่ 28 มกราคม 2569 เว็บไซต์ข่าวยูเอสเอ ทูเดย์ รายงานว่า พายุฤดูหนาวรุนแรงที่พัดถล่มในหลายรัฐของสหรัฐฯ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 ศพ เพิ่มขึ้นจากตัวเลขก่อนหน้านี้ที่รายงานไว้ 38 ศพ โดยผู้เสียชีวิตจำนวนใหญ่เกี่ยวข้องกับอากาศหนาวจัด อุบัติเหตุบนท้องถนน การลื่นล้ม ตกลงในแหล่งน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง รวมถึงถูกรถกวาดหิมะชน โดยในนครนิวยอร์ก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ  

นายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตได้แน่ชัด แต่ผู้เสียชีวิตทุกรายถูกพบอยู่นอกอาคาร และมีความเป็นไปได้ว่าเกี่ยวข้องกับการสัมผัสอากาศหนาวจัดเป็นเวลานาน

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ ระบุว่า พายุลูกนี้อยู่ในระดับรุนแรงมหาศาล ปกคลุมพื้นที่ตั้งแต่รัฐเทกซัส อาร์คันซอ ไปจนถึงนิวยอร์กและแมสซาชูเซตส์ ส่งผลให้ถนนหลายสายกลายเป็นน้ำแข็ง การเดินทางเป็นอัมพาต และเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

ข้อมูลจาก Poweroutage.us ระบุว่า ณ เวลา 09.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก วันที่ 28 มกราคม 2569 ยังมีผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 383,335 ราย ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยรัฐเทนเนสซีได้รับผลกระทบหนักที่สุดกว่า 129,927 ราย รองลงมาคือมิสซิสซิปปี ลุยเซียนา เทกซัส เคนทักกี เซาท์แคโรไลนา จอร์เจีย และแมสซาชูเซตส์

ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านภัยพิบัติใน 12 รัฐ ผ่านสำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินกลาง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า คลื่นอากาศหนาวจากขั้วโลกเหนือระลอกใหม่ยังมีแนวโน้มเคลื่อนลงมาปกคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ อีกครั้ง ทำให้ประชาชนในหลายรัฐยังต้องเฝ้าระวังอันตรายจากหิมะ น้ำแข็ง และอุณหภูมิต่ำอย่างใกล้ชิด.

ที่มา AP/ USA Today

แบงก์ชาติ พบเบิกถอนเงินสดผิดปกติ 250 ล้าน เจาะจงขอแต่แบงก์ 500 อย่างเดียว

แบงก์ชาติ พบเบิกถอนเงินสดผิดปกติ 250 ล้าน เจาะจงขอแต่แบงก์ 500 อย่างเดียว

28 ม.ค. 2569 21:23 น.

แบงก์ชาติ พบเบิกถอนเงินสดผิดปกติ 250 ล้าน เจาะจงขอแต่แบงก์ 500 อย่างเดียว

ธปท.จับตา เบิกถอนเงินสด ผิดปกติ พบสูงสุด 250 ล้านบาท เจาะจงขอธนบัตรใบละ 500 บาทเพียงอย่างเดียว อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส่งเรื่องถึง ปปง.-กกต. และเตรียมออกเกณฑ์ใหม่ กำหนดเพดานคุมเบิกถอน สอบวัตถุประสงค์ใช้เงิน หวังสกัดทุนเทา

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและเสถียรภาพของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการใช้เงินสดในปริมาณสูงที่อาจเชื่อมโยงกับการทุจริต คอร์รัปชัน และการกระทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ธปท. ในฐานะผู้พิมพ์ธนบัตรและเป็นต้นทางของระบบเงิน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการไหลเวียนของเงินสดในระบบเศรษฐกิจ แม้ปัจจุบัน ธปท.จะไม่สามารถมองเห็นข้อมูลธุรกรรมการโอนเงินทั้งหมดของประชาชนได้

แต่สามารถดึงข้อมูลธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติจากการรายงานของธนาคารพาณิชย์ และส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้

นายวิทัย กล่าวว่า ช่วงประมาณ 10 วันที่ผ่านมา ธปท.ได้ขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ให้รายงานการเบิกถอนเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ ตั้งแต่ช่วงราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ในเบื้องต้น.

แม้ในทางกฎหมาย ธปท.จะยังไม่มีอำนาจโดยตรงในเรื่องดังกล่าว แต่ถือเป็นการใช้อำนาจด้านการกำกับดูแลทางอ้อมเพื่อตรวจเส้นทางเงิน ซึ่งเป็นอำนาจที่เคยมีและเคยใช้ในอดีต ก่อนจะหยุดใช้ไปเป็นเวลาหลายสิบปี

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีการเบิกถอนเงินสดจำนวนมากในระดับตั้งแต่หลักสิบล้านไปจนถึงกว่า 200-250 ล้านบาท บางกรณีมีการเจาะจงขอเป็นธนบัตรใบละ 500 บาทเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกับการทำธุรกรรมทั่วไป

ธปท.จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และหากพบความผิดปกติ จะส่งข้อมูลต่อให้ ปปง. และหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จะส่งต่อให้ กกต.ด้วย พร้อมย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเด็นทางการเมืองหรือการเลือกตั้งเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการแก้ไขปัญหาการใช้เงินสดในธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์

โดยในระยะถัดไป ภายในประมาณ 2-3 เดือน ธปท.เตรียมออกหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดให้การเบิกถอนเงินสดเกินวงเงินที่กำหนด เช่น 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลขที่เหมาะสม

โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องเข้าไปตรวจสอบและสอบถามวัตถุประสงค์การใช้เงินสด รวมถึงทำกระบวนการวิเคราะห์ (profiling) ว่าเป็นการใช้เงินที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจหรือสถานะของลูกค้าหรือไม่

หากเป็นการเบิกเงินเพื่อใช้ในธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสด ก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่หากเป็นบุคคลทั่วไปที่เบิกเงินสดจำนวนมาก ธนาคารจะต้องสอบถามและบันทึกวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน

“ปัจจุบันการซื้อขายทรัพย์สินส่วนใหญ่สามารถใช้การโอนเงินหรือเช็คได้ แทบไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้เงินสดจำนวนมาก ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นจริง ๆ” นายวิทัย กล่าว

นอกจากนี้ ธปท. ยังเตรียมเข้มงวดการแลกเปลี่ยนเงินสดผ่านผู้ประกอบธุรกิจแลกเงิน (Money Changer) โดยกำหนดวงเงินแลกเปลี่ยนไม่เกิน 800,000 บาท และในพื้นที่ชายแดนไม่เกิน 200,000 บาท เพื่อป้องกันการนำเงินสดผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงิน

ในส่วนของธุรกรรมผ่าน e-Money และ e-Wallet จะมีการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าระบบ CFR และการโอนเงินเข้าออกจะต้องมีการทำ profiling ตามระดับ KYC ให้สอดคล้องกับลักษณะอาชีพและรายได้ เช่น ผู้ค้ารายย่อยไม่ควรมีการโอนเงินเข้าออกครั้งละหลายล้านบาท ซึ่งจะเข้าข่ายธุรกรรมผิดปกติและต้องถูกตรวจสอบ โดยมาตรการในส่วนนี้จะเริ่มดำเนินการภายในเดือนมกราคม 2569

ขณะเดียวกัน ธปท.ยังเตรียมออกเกณฑ์เกี่ยวกับ “แพทเทิร์นเงินเทา” ภายในเดือนหน้า โดยจะจับรูปแบบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับ profiling เช่น ธุรกรรมมูลค่าสูงหรือมีความถี่สูงผิดปกติ (High value / High frequency)

นายวิทัยกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น USDT และ USDC พบข้อมูลที่น่าสงสัยว่า กว่า 40% ของธุรกรรมในตลาดไทยเป็นของชาวต่างชาติ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นชาวต่างชาติจริง เหตุใดจึงไม่ทำธุรกรรมผ่านตลาดในประเทศของตนเอง เช่น สิงคโปร์หรือฮ่องกง

จึงอาจเกี่ยวข้องกับความพยายามหลีกเลี่ยงระบบการโอนเงินตามปกติ โดย ธปท.ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางเงินต่อไป.