ระทึก ผู้โดยสารป่วน พยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ

ระทึก ผู้โดยสารป่วน พยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ

12 ธ.ค. 2568 14:46 น.

ระทึก ผู้โดยสารป่วน พยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ

ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้โดยสารชายวัย 20 ปี จากจีนแผ่นดินใหญ่ หลังพยายามเปิดประตูเครื่องบิน เที่ยวบิน CX811 ของสายการบินคาเธย์ แปซิฟิค ระหว่างเดินทางจากบอสตันมายังฮ่องกง

เหตุการณ์ระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นกลางอากาศ ขณะที่เที่ยวบิน CX811 ของสายการบินคาเธย์ แปซิฟิค ออกเดินทางจากบอสตันมายังฮ่องกงเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น  แต่โชคดีที่ไม่มีผู้โดยสารหรือพนักงานต้อนรับได้รับบาดเจ็บ และเครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

คาเธย์ แปซิฟิค ระบุว่าลูกเรือเข้าระงับเหตุทันที ตรวจสอบประตูเพื่อยืนยันว่าอยู่ในสภาพปิดล็อกอย่างแน่นหนา ก่อนรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตำรวจในฮ่องกง พร้อมยืนยันว่าความปลอดภัยของลูกค้าและลูกเรือคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนตัวผู้ก่อเหตุได้ถูกส่งมอบให้ตำรวจดำเนินการต่อ

ด้านตำรวจฮ่องกงยืนยันการจับกุม พร้อมระบุว่าผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมในข้อหาละเมิด กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงทางการบินซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮ่องกง

สื่อนอกเผยทรัมป์ยันโทรแน่ กำลังจัดเวลาโทรหาไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

สื่อนอกเผยทรัมป์ยันโทรแน่ กำลังจัดเวลาโทรหาไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

12 ธ.ค. 2568 11:25 น.

สื่อนอกเผยทรัมป์ยันโทรแน่ กำลังจัดเวลาโทรหาไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน โดนัลด์ ทรัมป์เตรียมโทรศัพท์สายสำคัญถึงผู้นำไทยและกัมพูชา หวังยุติความขัดแย้งชายแดนและยุติการสู้รบระหว่างสองประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าเขากำลัง เตรียมจัดการโทรศัพท์สายสำคัญกับผู้นำของทั้งไทยและกัมพูชา เพื่อหารือเกี่ยวกับ ความขัดแย้งที่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันพฤหัสบดีตามเวลาในท้องถิ่น แต่ไม่ได้ระบุเวลาแน่ชัด

โดยทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่าเขาเชื่อว่า สามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบได้ และแสดงท่าทีมุ่งหวังว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่กลับมาปะทุขึ้นตามแนวชายแดนอีกครั้งในรอบหลายสัปดาห์

ความพยายามนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชากลับมารุนแรงอีกครั้ง โดยมีรายงานการปะทะกันหลายจุดตามแนวพรมแดนยาวกว่า 800 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการสู้รบที่เข้มข้นที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่การหยุดยิงในช่วงกลางปีจะค่อนข้างเปราะบาง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยมีบทบาทในการเป็น สื่อกลางช่วยรื้อฟื้นการหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยในเดือนตุลาคมเขาเคยเข้าร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดยังคงกลับมาปะทุใหม่ในเดือนธันวาคมนี้ 

การต่อสายพูดคุยครั้งนี้ถูกจับตาในระดับภูมิภาค เพราะถือเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการส่งเสริมการเจรจาทางการทูตและลดความตึงเครียดที่เป็นอันตรายต่อเสถียรภาพของอาเซียนและภูมิภาคโดยรวม.

ที่มา :รอยเตอร์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไทย-กัมพูชา

ไทม์ไลน์การเมืองไทย เลือกตั้ง 2569

ไทม์ไลน์การเมืองไทย เลือกตั้ง 2569

12 ธ.ค. 2568 11:16 น.

ไทม์ไลน์การเมืองไทย เลือกตั้ง 2569

ไทม์ไลน์การเมืองไทย เลือกตั้ง 2569 ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงด้านชายแดนกัมพูชา หลังเช้านี้ (12 ธ.ค.68)โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภา พ.ศ. 2568 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งหลังจากนี้ภายใน 45 – 60 วัน โดยคาดว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 1 ก.พ.69 หรือ 8 ก.พ.69

สำหรับไทม์ไลน์การเลือกตั้งมีดังนี้

– ยุบสภา :12 ธ.ค. 68 โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภา พ.ศ. 2568

– ภายใน 5 วัน : กกต. กำหนดวันรับสมัคร – วันเลือกตั้งทั่วไป

– เปิดรับสมัคร สส. : หาเสียง จัดเวทีปราศรัย

– ภายใน 45 – 60 วัน : กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป

– วันเลือกตั้งทั่วไป 1 ก.พ.69 หรือ 8 ก.พ.69

ข้อมูล วันที่ 12 ธ.ค.68 เวลา 9.52 น.

อังกฤษประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ สภาพสมบูรณ์หายากที่สุด ทุบราคา 1,450 ล้านบาท

อังกฤษประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ สภาพสมบูรณ์หายากที่สุด ทุบราคา 1,450 ล้านบาท

12 ธ.ค. 2568 11:03 น.

อังกฤษประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ สภาพสมบูรณ์หายากที่สุด ทุบราคา 1,450 ล้านบาท

สถาบันประมูลคริสตี้ในอังกฤษ จัดประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ “Spike” ที่อาจมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมา ด้วยราคาทะลุ 3.9 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,450 ล้านบาท ผู้เชี่ยวชาญชี้อาจเป็นสายพันธ์ใหม่

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 สถาบันประมูลชื่อดัง คริสตี้ส์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ เปิดประมูล  “Spike” โครงกระดูกไดโนเสาร์จากตระกูล caenagnathid ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงกระดูกที่สมบูรณ์ที่สุดและหายากที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบ โดยปิดราคาที่ 3.46 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3.9 ล้านยูโร (1,450 ล้านบาท)

 นาย เจมส์ ไฮสลอป หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติของคริสตี้ส์ เล่าว่า โครงกระดูก Spike เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปี 2565 เมื่อเห็นโครงกระดูกครั้งแรกเขาก็รู้ทันทีว่าเป็นชิ้นงานพิเศษ ที่มีความสดใหม่ หายาก และเป็นแบบที่นักสะสมต้องการ 

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ประเมินราคาเริ่มต้นไว้ที่ 3–5 ล้านปอนด์ แต่เชื่อว่าตัวเลขนี้อาจต่ำเกินไป เพราะมีโอกาสถูกดันราคาเพิ่ม หากมีนักสะสมกระเป๋าหนักแย่งประมูลกัน

ทั้งนี้ ความพิเศษของ Spike อยู่ที่ลักษณะกะโหลกแหลมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ และความสมบูรณ์ที่หาได้ยากในฟอสซิลตระกูลเดียวกัน บางสายพันธุ์ใกล้เคียงเคยถูกอธิบายจากกระดูกเพียงชิ้นเดียว แต่ Spike อาจถึงขั้นเป็น สายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยพบในบันทึกทางซากดึกดำบรรพ์มาก่อน.

ที่มา AP

ด่วน เกิดแผ่นดินไหว 6.7 เขย่านอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เตือนสึนามิชายฝั่งแปซิฟิก

ด่วน เกิดแผ่นดินไหว 6.7 เขย่านอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เตือนสึนามิชายฝั่งแปซิฟิก

12 ธ.ค. 2568 10:20 น.

ด่วน เกิดแผ่นดินไหว 6.7 เขย่านอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เตือนสึนามิชายฝั่งแปซิฟิก

ญี่ปุ่นออกประกาศเตือนสึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้ฮอกไกโด–โทโฮคุ แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในหลายเมืองติดชายฝั่ง

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว NHK รายงานอ้างประกาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ที่ระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.7 บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้พื้นที่ ฮอกไกโด และ โทโฮคุ ทำให้มีการออกคำเตือนสึนามิครอบคลุมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ

รายงานข่าวระบุว่า แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในหลายเมืองติดชายฝั่ง แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงหรือผู้บาดเจ็บในทันที ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นแจ้งประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้อพยพไปยังบริเวณที่สูงกว่า และติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด

ทางการญี่ปุ่นยังคงประเมินสถานการณ์คลื่นสึนามิและความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน โดยจะรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมต่อไป.

ที่มา NHK

“เกา กึม ฮวน” เลขาธิการอาเซียน กล่าวเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเร่งยุติการสู้รบ

"เกา กึม ฮวน" เลขาธิการอาเซียน กล่าวเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเร่งยุติการสู้รบ

12 ธ.ค. 2568 09:53 น.

“เกา กึม ฮวน” เลขาธิการอาเซียน กล่าวเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเร่งยุติการสู้รบ

นายเกา กึม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ซึ่งเป็นชาวกัมพูชา กล่าวเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเร่งยุติการสู้รบ ที่ทวีความตึงเครียดบริเวณชายแดน

วันที่ 11 ธ.ค.2568 นายเกา กึม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ซึ่งเป็นชาวกัมพูชา กล่าวในพิธีเปิดงานประชุมระดับภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นในกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย เป็นการประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเร่งยุติการสู้รบ  ที่ทวีความตึงเครียดบริเวณชายแดน

นายเกา กึม ฮวน กล่าวว่า ชาวบ้านสองฝั่งกำลังเดือดร้อนหนัก และตกเป็นเหยื่อโดยตรงจากการสู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งสถานการณ์นี้ถูกจับตาจากทั้งภูมิภาคและนานาชาติ 
 
ทั้งนี้ ความรุนแรงไทย-กัมพูชาครั้งนี้ปะทุต่อเนื่องหลังเหตุปะทะเมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย และทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ผลักดันไว้ในเดือนกรกฎาคม ต้องสั่นคลอน หลังเคยช่วยยุติการสู้รบ 5 วันจากข้อพิพาทที่ยืดยาวหลายปี.

ไฟไหม้ตลาดในรัสเซีย เพลิงโหมลุกลามดับอย่างน้อย 1 ศพ อพยพ 100 คนหนีตาย

ไฟไหม้ตลาดในรัสเซีย เพลิงโหมลุกลามดับอย่างน้อย 1 ศพ อพยพ 100 คนหนีตาย

12 ธ.ค. 2568 09:53 น.

ไฟไหม้ตลาดในรัสเซีย เพลิงโหมลุกลามดับอย่างน้อย 1 ศพ อพยพ 100 คนหนีตาย

เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ภายในตลาดใจกลางนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และต้องอพยพประชาชนกว่า 100 คน ออกจากพื้นที่

ระทึกขวัญ เหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ ตลาดPravoberezhny ใจกลางนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยคลิปเหตุการณ์เผยให้เห็นเปลวไฟขนาดใหญ่พุ่งทะลุหลังคาตลาดขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรัสเซียเปิดเผยว่า ไฟได้ลุกลามพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกือบ 100 นาย ถูกส่งเข้าปฏิบัติการเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และต้องเร่งอพยพประชาชนกว่า 100 คนออกจากพื้นที่

เจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และยังไม่ทราบว่าตลาดได้รับความเสียหายรวมมูลค่าเท่าใด ขณะนี้ทีมกู้ภัยยังคงตรวจสอบพื้นที่เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ภายในซากอาคาร

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างหนัก และเป็นหนึ่งในอุบัติภัยครั้งใหญ่ของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในรอบปีนี้.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ รัสเซีย

ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เดินหน้าควบคุมกฎหมาย AI ระดับรัฐ ตั้งเป้ามาตรฐานเดียวทั่วประเทศ

ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เดินหน้าควบคุมกฎหมาย AI ระดับรัฐ ตั้งเป้ามาตรฐานเดียวทั่วประเทศ

12 ธ.ค. 2568 09:07 น.

ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เดินหน้าควบคุมกฎหมาย AI ระดับรัฐ ตั้งเป้ามาตรฐานเดียวทั่วประเทศ

โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งบริหารฉบับใหม่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ ตั้งเป้าผลักดันให้สหรัฐฯ ใช้มาตรฐานกลางในระดับชาติในการออกกฎหมายกำกับดูแล AI หลังหลายรัฐเริ่มออกกฎหมายควบคุมเทคโนโลยีนี้เอง

นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งบริหารฉบับใหม่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)โดยระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ควรปล่อยให้กฎระเบียบ AI แตกต่างกันไปตามแต่ละรัฐ เพราะจะทำให้บริษัทด้านเทคโนโลยีต้องเผชิญความยุ่งยาก และอาจเป็นอุปสรรคต่อการขออนุมัติการพัฒนา AI

โดยทรัมป์กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า เขาต้องการให้มีแหล่งอนุมัติส่วนกลางเพียงแห่งเดียว เพราะเป็นการยากที่จะได้รับการอนุมัติ ถ้าต้องผ่านกฎหมาย 50 รัฐที่ไม่เหมือนกัน

ด้านเดวิด แซกส์ ที่ปรึกษา AI ประจำทำเนียบขาว ระบุว่า คำสั่งนี้จะทำให้รัฐบาลกลางมีอำนาจมากขึ้นในการคัดค้านกฎหมาย AI ของรัฐที่ถูกมองว่าเข้มงวดเกินไป แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่คัดค้านมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของเด็ก หรือการป้องกันอันตรายทางออนไลน์

ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้ง OpenAI, Google ของ Alphabet, Meta และกองทุน Andreessen Horowitz ต่างออกมาสนับสนุนแนวคิดให้รัฐบาลกลางเป็นผู้กำกับดูแล AI แทนการแยกกันออกกฎหมายในระดับรัฐ ขณะที่หลายรัฐยืนยันต้องมีสิทธิคุม AI เอง เพราะสภาคองเกรสยังออกกฎหมายไม่สำเร็จ

ด้านผู้นำรัฐทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตเห็นตรงกันว่า แม้รัฐบาลกลางจะต้องมีบทบาท แต่รัฐจำเป็นต้องมีอำนาจกำหนดกฎระเบียบเพื่อปกป้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคองเกรสยังไม่สามารถผ่านกฎหมายควบคุมเทคโนโลยีได้ อย่างผู้ว่าการรัฐฟลอริดา รอน เดอแซนทิส  เสนอกฎบัตรสิทธิด้าน AI ครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การควบคุมโดยผู้ปกครอง และสิทธิผู้บริโภค ส่วนผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย  นายเกวิน นิวซัม ลงนามกฎหมายบังคับให้บริษัท AI รายใหญ่ต้องเปิดเผยมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติหรือผลกระทบร้ายแรง และอีกหลายรัฐยังออกกฎหมาย ห้ามสร้างภาพลามกจาก AI โดยไม่ได้รับความยินยอม และจำกัด ดีปเฟกทางการเมือง

คำสั่งบริหารครั้งนี้จึงนับเป็นความพยายามล่าสุดของทรัมป์ในการกำหนด ทิศทางกฎหมาย AI ของสหรัฐฯ ในระดับชาติ ท่ามกลางความกังวลว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวหน้าเร็วกว่ากรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์

สหรัฐฯ คว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ

สหรัฐฯ คว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ

12 ธ.ค. 2568 04:53 น.

สหรัฐฯ คว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ

สหรัฐฯ คว่ำบาตรหลานของผู้นำเวเนซุเอลา 3 คน พร้อมกับเรือบรรทุกน้ำมันอีก 6 ลำ โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติด ตามการกล่าวอ้างของสหรัฐฯ

สำนักข่าว Axios รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธ.ค. 2568 โดยพุ่งเป้าหมายไปที่หลานชาย 3 คนของนาย นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา, นักธุรกิจคนสนิทของรัฐบาล และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 6 ลำ

การคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ ซึ่งจะประกาศโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ ถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ในการกดดันนายมาดูโร ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นผู้นำองค์กรก่อการร้ายค้ายาเสพติด

นายเบสเซนต์ระบุในแถลงการณ์ลายลักษณ์อักษรว่า “นิโคลัส มาดูโร และกลุ่มอาชญากรผู้ร่วมงานของเขาในเวเนซุเอลา กำลังนำยาเสพติดจำนวนมากเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นภัยร้ายต่อชาวอเมริกัน”

การคว่ำบาตรมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา เนื่องจากเรือลำดังกล่าวอยู่ในรายชื่อคว่ำบาตร “บุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษ” (Specially Designated Nationals – SDN) ของกระทรวงการคลัง

การคว่ำบาตรล่าสุดจะขัดขวางไม่ให้บุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรใช้สถาบันการเงินหรือบริษัทในสหรัฐฯ ได้ รวมถึงบัตรเครดิต นอกจากนี้ยังห้ามบริษัทในสหรัฐฯ ขายสินค้าโดยตรงให้กับบุคคลหรือบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรด้วย

ในกรณีของบริษัทขนส่งสินค้า การคว่ำบาตรยังทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สามารถยึดเรือของบริษัทเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ ในบรรดาบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรในวันพฤหัสบดี มี 3 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับตามาก่อนแล้ว และเป็นหลานชายของ ซิเลีย ฟลอเรส ภรรยาของนายมาดูโร ได้แก่

นายเอเฟรอิน อันโตนิโอ กัมโป ฟลอเรส กับนาย ฟรังกี ฟรานซิสโก ฟลอเรส เด เฟรตัส ผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ หลานค้ายาของ (ซิเลีย) ฟลอเรส หลังจากที่พวกเขาถูกจับกุมในเฮติและถูกตัดสินว่ามีความผิดในสหรัฐฯ ในข้อหาค้าโคเคนในปี 2559 ก่อนที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะอภัยโทษให้พวกเขาในเดือนตุลาคม 2565 เพื่อการแลกเปลี่ยนนักโทษ

นาย คาร์ลอส เอริก มัลปิกา ฟลอเรส หลานชายคนที่สาม มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันของรัฐเวเนซุเอลา คือ “เปโตรเลออส เด เวเนซุเอลา, เอสเอ” (PDVSA) ซึ่งถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรในปี 2560 โดย โจ ไบเดน เคยถอดเขาออกจากบัญชีคว่ำบาตร ระหว่างการเจรจาข้อตกลงประชาธิปไตยกับนายมาดูโร ซึ่งถูกละเมิดในเวลาต่อมา

นอกจากนั้นยังมีนาย รามอน กาเรเตโร นาโปลิตาโน นักธุรกิจชาวปานามาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมัน ก็ถูกคว่ำบาตรด้วย

สหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา 6 ลำเข้าสู่บัญชีคว่ำบาตร SDN โดยไม่รวมเรือบรรทุกน้ำมัน “สคิปเปอร์” (Skipper) ที่ถูกสหรัฐฯ บุกยึดนอกชายฝั่งเวเนซุเอลาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินทางไปคิวบาพร้อมน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : axios

ช็อก หนุ่มญี่ปุ่น โดดตึกสำนักงาน “ทีวี อาซาฮี” ดับ โดนคนด้านล่างบาดเจ็บ

ช็อก หนุ่มญี่ปุ่น โดดตึกสำนักงาน “ทีวี อาซาฮี” ดับ โดนคนด้านล่างบาดเจ็บ

12 ธ.ค. 2568 04:07 น.

ช็อก หนุ่มญี่ปุ่น โดดตึกสำนักงาน “ทีวี อาซาฮี” ดับ โดนคนด้านล่างบาดเจ็บ

ชายหนุ่มในญี่ปุ่น กระโดดลงจากตึกสำนักงานใหญ่ของ ทีวี อาซาฮี และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่มีชายอีกคนถูกหนุ่มรายนี้ตกใส่จนได้รับบาดเจ็บ

สำนักข่าว เจแปนทูเดย์ ของญี่ปุ่น รายงานว่า ชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลงจากอาคารสำนักงานใหญ่ “ทีวี อาซาฮี” (TV Asahi) ภายในย่าน “รปปงงิ ฮิลส์” (Roppongi Hills) ในกรุงโตเกียว เมื่อวันพุธที่ 10 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เขาเสียชีวิต โดยเขาตกลงมาโดนชายที่กำลังเดินอยู่เบื้องล่าง 1 คน จนได้รับบาดเจ็บด้วย

ตำรวจญี่ปุ่นระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.50 น. ของวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้โทรแจ้ง 110 (เบอร์ฉุกเฉินของญี่ปุ่น) และรายงานว่ามีคนตกลงมาจากอาคาร ทีวี อาซาฮี ลงบนถนนเคยากิซากะโดริ (Keyakizaka-dori)

ชายที่กระโดดลงมีอายุในช่วง 20-30 ปี ถูกประกาศว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เชื่อกันว่าเขาได้กระโดดลงมาจากชั้น 7 ของอาคาร ทีวี อาซาฮี ส่วนชายที่โดนหนุ่มคนนี้ตกใส่ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะและไหล่

ตำรวจระบุด้วยว่า ชายคนดังกล่าวเป็นพนักงานของบริษัทโปรดักชั่นที่เกี่ยวข้องกับ ทีวี อาซาฮี และมีบัตรอนุญาตเข้าอาคารสำนักงานใหญ่สำหรับพนักงาน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday