เผย “เมแกน” พยายามติดต่อพ่ออีกครั้ง หลังมีรายงานว่าพ่อถูกนำตัวส่งรพ.เพื่อผ่าตัดขาในฟิลิปปินส์

เผย "เมแกน" พยายามติดต่อพ่ออีกครั้ง หลังมีรายงานว่าพ่อถูกนำตัวส่งรพ.เพื่อผ่าตัดขาในฟิลิปปินส์

6 ธ.ค. 2568 06:14 น.

เผย “เมแกน” พยายามติดต่อพ่ออีกครั้ง หลังมีรายงานว่าพ่อถูกนำตัวส่งรพ.เพื่อผ่าตัดขาในฟิลิปปินส์

โฆษกยืนยัน “เมแกน” ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์พยายามติดต่อพ่อที่ถูกหามส่งรพ.ในฟิลิปปินส์หลังผ่าตัดตัดขา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสื่อสารกันได้หรือไม่ หลังความสัมพันธ์พ่อ-ลูกแตกหักตั้งแต่ปี 2561

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 โฆษกของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือ เมแกน มาร์เคิล ยืนยันว่าเมแกนได้พยายามติดต่อไปยัง โธมัส มาร์เคิล บิดาของเธอซึ่งห่างเหินกันมานาน หลังมีรายงานว่าเขาป่วยหนักและเข้ารับการผ่าตัดตัดขา ขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่ฟิลิปปินส์ 

โฆษกของเมแกนออกแถลงการณ์ว่า “ยืนยันได้ว่าเธอได้พยายามติดต่อบิดาแล้ว” โดยเมแกนพยายามสื่อสารกับบิดาตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการติดต่อสำเร็จหรือไม่

โดยความสัมพันธ์ระหว่างเมแกนและบิดาเริ่มแตกร้าวอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเตรียมพิธีเสกสมรสกับ เจ้าชายแฮร์รี เมื่อปี 2561  ท่ามกลางกระแสความสนใจจากสื่อทั่วโลก ขณะที่โธมัส มาร์เคิล เคยถูกเผยว่าแอบร่วมมือกับตากล้องเพื่อจัดภาพถ่ายรับค่าตอบแทน ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง 

โดยบิดาของเมแกนตัดสินใจไม่เดินทางไปร่วมพิธีแต่งงานของลูกสาวเพียงไม่กี่วันก่อนวันงาน โดยอ้างเหตุผลด้านสุขภาพ และในพิธีเสกสมรสที่วินด์เซอร์ เมแกนจึงถูกจูงเดินเข้าสู่โบสถ์โดย กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3  ซึ่งขณะนั้นยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์

หลังจากนั้นยังไม่ชัดเจนว่าเมแกนได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับบิดาหรือไม่ โดยมีรายงานว่านายโธมัสไม่เคยพบ เจ้าชายอาร์ชี และ เจ้าหญิงลิลิเบต  หลานทั้งสองคนของเขาเลย

ที่มา BBC

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ขณะที่ยอดตายจากพายุไซโคลน “ดิตวาห์” พุ่ง 607 ศพ

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ขณะที่ยอดตายจากพายุไซโคลน "ดิตวาห์" พุ่ง 607 ศพ

6 ธ.ค. 2568 05:53 น.

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ขณะที่ยอดตายจากพายุไซโคลน “ดิตวาห์” พุ่ง 607 ศพ

ศรีลังกาอ่วม เจอฝนตกหนักซ้ำอีก เสี่ยงดินถล่มเพิ่ม หลังพายุไซโคลน “ดิตวาห์” พัดถล่ม คร่าแล้ว 607 ศพ กระทบประชาชนกว่า 2 ล้านคน ทางการเร่งอพยพพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ทางการศรีลังกาออกคำเตือนดินถล่มฉบับใหม่ในพื้นที่เทือกเขาตอนกลางของประเทศ ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากอิทธิพลของพายุไซโคลนดิตวาห์ (Ditwah) ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุ เพิ่มขึ้นเป็น 607 ศพ และมีประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 2 ล้านคน

โดยสำนักงานวิจัยอาคารแห่งชาติของศรีลังกา  ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เนินเขา ระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้ดินอุ้มน้ำมากเกินไปและเสี่ยงถล่มเพิ่ม โดยระบุว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนสะสมเกิน 150 มม. หากฝนยังตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดินถล่ม

ทางด้านศูนย์จัดการภัยพิบัติ ระบุว่า ฝนระลอกล่าสุดมาพร้อมการเข้าสู่ฤดูมรสุม แม้บางพื้นที่ที่เริ่มท่วมตั้งแต่สัปดาห์ก่อนจะมีระดับที่เริ่มลดระดับลงแล้วก็ตาม ขณะที่จำนวนผู้สูญหายถูกปรับลดจาก 341 ราย เหลือ 214 ราย หลังหลายคนที่หายไปถูกสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากโคลนถล่มครั้งใหญ่

นอกจากนี้ มีรายงานว่าจำนวนผู้อพยพในศูนย์พักพิงของรัฐลดลงต่อเนื่องเหลือ 150,000 คน จากจุดสูงสุดที่ 225,000 คน หลังระดับน้ำในพื้นที่กรุงโคลัมโบและจังหวัดโดยรอบเริ่มลดลงทำให้ประชาชนเริ่มทยอยกลับไปทำความสะอาดซ่อมแซมบ้านเรือน

ทางด้านประธานาธิบดีอนุรา กุมารา ดิษณยเก กล่าวว่าฝนที่ตกในระดับสถิติครั้งนี้เป็นต้นเหตุของทั้งน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลายแห่ง   ระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ของศรีลังกา.

ที่มา CNA

สลด แก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินอินเดีย คนงานดับ 2 ศพ อพยพประชาชนกว่า 1,000 คน

สลด แก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินอินเดีย คนงานดับ 2 ศพ อพยพประชาชนกว่า 1,000 คน

6 ธ.ค. 2568 04:39 น.

สลด แก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินอินเดีย คนงานดับ 2 ศพ อพยพประชาชนกว่า 1,000 คน

เกิดเหตุแก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินของอินเดีย คร่าคนงาน 2 ศพ ล้มป่วยอีก 12 ราย เร่งอพยพประชาชนกว่า 1,000 คนออกจากพื้นที่ หลังทางการประกาศเป็นเขตอันตราย เจ้าหน้าที่สอบหาสาเหตุเร่งด่วน

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุแก๊สพิษรั่วไหลภายในเหมืองถ่านหินที่ดำเนินการโดยบริษัท ภารตะ โคคิง โคล ลิมิเต็ด ในเขตธนพาท นครในรัฐฌารขัณฑ์ ของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และมีผู้ถูกนำส่งโรงพยาบาลอีก 12 ราย   

รายงานข่าวระบุว่า หลังมีการรั่วไหลของแก๊สอันตราย ทำให้คนงานและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงมีอาการหายใจติดขัดอย่างเฉียบพลัน เจ้าหน้าที่กู้ชีพและทีมแพทย์ถูกส่งเข้าไปยังพื้นที่ทันทีเพื่อให้การรักษา โดยมีประชาชนจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นผู้คนสวมอุปกรณ์ป้องกัน เด็กๆ สวมหน้ากาก และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจอาการผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

รายงานข่าวระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบถูกประกาศให้เป็น “เขตอันตราย” และมีคำสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 1,000 คน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณรอบเหมืองออกจากพื้นที่เป็นการป้องกันไว้ก่อน โดยการอพยพจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะตรวจสอบว่าพื้นที่ปลอดภัย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและรัฐได้เปิดการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการรั่วของแก๊สพิษครั้งนี้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระบบระบายอากาศหรือโครงสร้างภายในเหมืองที่ขัดข้อง.

ที่มา AP

“แฟรงก์ เกห์รี” สถาปนิกไอคอนของโลก กับผลงานพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี

"แฟรงก์ เกห์รี" สถาปนิกไอคอนของโลก กับผลงานพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี

6 ธ.ค. 2568 04:00 น.

“แฟรงก์ เกห์รี” สถาปนิกไอคอนของโลก กับผลงานพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี

แฟรงก์ เกห์รี สถาปนิกผู้ปฏิวัติวงการด้วยผลงานล้ำยุคอย่างพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี ทิ้งมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เขย่าโลกไว้มากมาย

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า แฟรงก์ เกห์รี สถาปนิกชาวแคนาดา-อเมริกัน หนึ่งในสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20-21 เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 96 ปี โดยผลงานของแฟรงก์ เกห์รี ยังคงถูกยกย่องว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และยังสร้างแรงบันดาลใจให้สถาปนิกทั่วโลกจนถึงวันนี้

เมแกน ลอยด์ หัวหน้าคณะทำงานของเขา เปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของแฟรงก์ เกห์รี โดยเกห์รีเป็นที่รู้จักจากแนวทางออกแบบสถาปัตยกรรมแนวอาวองการ์ด ล้ำยุค และเต็มไปด้วยการทดลอง โดยผลงานที่ทำให้เขาโด่งดังระดับโลกคือ พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนร์บีออน  เมืองบิลบาโอ แคว้นบาสก์ในสเปน ซึ่งเปิดในปี 2540 โดดเด่นด้วยโครงสร้างไทเทเนียมที่คดโค้งราวประติมากรรม ทำให้เมืองบิลเบากลายเป็นจุดหมายด้านศิลปะระดับโลก

ก่อนหน้านั้น ชื่อเสียงของเกห์รีเริ่มเป็นที่จับตาเมื่อเขาปรับปรุงบ้านของตัวเองที่ ซานตา โมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยใช้วัสดุที่ไม่คาดคิดในงานสถาปัตยกรรม เช่น รั้วลวดตาข่าย ไม้อัด และแผ่นเหล็กลอน ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ความกล้าทดลองของเขา.

ที่มา BBC

“คองโก-รวันดา” ปะทะเดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยทำพิธีลงนามสันติภาพ

"คองโก-รวันดา" ปะทะเดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยทำพิธีลงนามสันติภาพ

5 ธ.ค. 2568 22:26 น.

“คองโก-รวันดา” ปะทะเดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยทำพิธีลงนามสันติภาพ

ศึก “คองโก-รวันดา” เดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ  กลุ่มกบฏ M23 ไม่ร่วมข้อตกลง โจมตี-ถล่มเมืองต่อเนื่อง บ้านเรือนพัง ผู้หญิงและเด็กเสียชีวิต

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า การสู้รบอย่างรุนแรงในพื้นที่ทางตะวันออกของคองโก ยังดำเนินไปอย่างดุเดือด เพียงหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนามสันติภาพระหว่าง นายเฟลิกซ์ ทิชิเกดี ตลอดจนนายเฟลิกซ์ ทิชิเกดี ผู้นำคองโก และนายพอล คากาเม 

โดยทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นต่อข้อตกลงที่บรรลุ ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งที่ดำเนินมานานหลายสิบปี และเปิดทางให้การลงทุนเหมืองแร่จากชาติตะวันตกเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอุดมทรัพยากรแห่งนี้

ทรัมป์กล่าวว่า นี่คือการยุติสงครามที่ดำเนินมากว่าหลายทศวรรษพร้อมชี้ว่ารัฐบาลของเขาเข้าไปไกล่เกลี่ยในความขัดแย้งหลายพื้นที่ทั่วโลก เพื่อเสริมบทบาทสันติภาพของสหรัฐฯ 

ขณะที่กลุ่มกบฏ AFC/M23 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรวันดา และยึดครองเมืองใหญ่สองแห่งในคองโกตะวันออกเมื่อต้นปีนี้ ยืนยันว่าไม่ผูกพันกับข้อตกลงที่วอชิงตัน พร้อมกล่าวหากองกำลังรัฐบาลว่าดำเนินการโจมตีเป็นวงกว้าง

กองทัพคองโกยืนยันสู้รบยังไม่หยุด โฆษกกองทัพคองโกยืนยันกั ว่า การปะทะยัๅงคงดำเนินอยู่ในแนวรบหลายจุด โดยเฉพาะตามแนว คาซิบา–คาโตโกตา–รูรัมโบ ในจังหวัดเซาท์คิวู แต่ยังไม่เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บโดยรวม.

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

5 ธ.ค. 2568 16:53 น.

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

สถานการณ์การเดินทางทางอากาศในอินเดียเผชิญความโกลาหลอย่างหนักเป็นวันที่ 4 หลังสายการบิน IndiGo ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประกาศยกเลิกเที่ยวบินอีกกว่า 500 เที่ยวในวันนี้ (5 ธ.ค.) ต่อเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเครือข่ายเป็นเวลา 3 วันเต็ม สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนนักบินอย่างรุนแรงเนื่องจากความล้มเหลวในการปรับตัวเข้ากับกฎการจัดตารางบินใหม่

IndiGo สายการบินที่มีส่วนแบ่งตลาดในอินเดียสูงถึง 60% และให้บริการมากกว่า 2,000 เที่ยวบินต่อวัน กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ เนื่องจากไม่สามารถจัดการตารางการทำงานของลูกเรือให้สอดคล้องกับข้อจำกัดระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่และชั่วโมงบินของนักบิน (Flight Duty Time Limitation – FDTL) ใหม่ ที่กำหนดชั่วโมงพักผ่อนที่มากขึ้นและจำกัดการทำงานในเวลากลางคืน

ในช่วงฤดูท่องเที่ยวและฤดูการแต่งงานที่คึกคักของเดือนธันวาคม  ผู้โดยสารหลายพันคนต้องตกค้างตามสนามบินทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เที่ยวบินทั้งหมดจากกรุงนิวเดลีถูกยกเลิก

IndiGo ยอมรับว่า การดำเนินการจะกลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปีหน้า และได้ยื่นขอผ่อนปรนชั่วคราวเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ดังกล่าว นอกจากนี้ สายการบินยังระบุว่าจะ ลดเที่ยวบินลง เพื่อบรรเทาความวุ่นวายตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม เป็นต้นไป

รัฐบาลอินเดียระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยรัฐมนตรีกระทรวงการบินกลางแสดง “ความไม่พอใจอย่างชัดเจน” ต่อการจัดการสถานการณ์ของสายการบิน

ในแถลงการณ์ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของอินเดีย ระบุว่า การหยุดชะงักดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจาก “การตัดสินใจที่ผิดพลาดและช่องว่างในการวางแผน” ในการนำกฎ FDTL ใหม่มาใช้ และได้สั่งการให้ IndiGo ส่งแผนรายละเอียดเกี่ยวกับการสรรหาลูกเรือ การฝึกอบรม การปรับโครงสร้างตารางบิน การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และมาตรการบรรเทาผลกระทบอื่น ๆ โดยทันที

สมาคมนักบินสายการบินแห่งอินเดีย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยระบุว่า การผ่อนปรนกฎการทำงานใด ๆ ที่ให้กับสายการบินจะบ่อนทำลายเจตนารมณ์ของกฎระเบียบใหม่ และ “ประนีประนอม” ต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารอย่างร้ายแรง

ภายใต้กฎ FDTL ใหม่ นักบินจะได้รับเวลาพักผ่อนมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำหนดให้นักบินทำการลงจอดในเวลากลางคืนได้เพียงสองครั้งต่อสัปดาห์ จากเดิมที่กำหนดไว้หกครั้ง

IndiGo ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการยกเลิก/เปลี่ยนแปลงการเดินทางทั้งหมดสำหรับเที่ยวบินระหว่างวันที่ 5 ถึง 15 ธันวาคม และจัดหาห้องพักโรงแรมและอาหารให้แก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารจำนวนมากได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงบนโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินโดยไม่มีอาหาร โดยมีรายงานว่า นายไซมอน หว่อง ข้าหลวงใหญ่สิงคโปร์ประจำอินเดีย ต้องยกเลิกการเข้าร่วมงานแต่งงานของเจ้าหน้าที่ และกล่าวว่าตน “พูดไม่ออก” ขณะติดค้างอยู่กับผู้โดยสารนับพัน

สนามบินหลักในเมืองเดลี มุมไบ และเมืองอื่น ๆ ได้ออกคำแนะนำให้ผู้โดยสาร ตรวจสอบสถานะเที่ยวบิน ก่อนเดินทางมายังสนามบิน.

ที่มา BBC

“เน็ตฟลิกซ์” เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

"เน็ตฟลิกซ์" เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

5 ธ.ค. 2568 13:28 น.

“เน็ตฟลิกซ์” เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

แหล่งข่าวเผย “เน็ตฟลิกซ์” ยักษ์ใหญ่สตรีมมิงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อสตูดิโอภาพยนตร์และโทรทัศน์ รวมถึงธุรกิจสตรีมมิงทั้งหมดของ “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี” (Warner Bros Discovery) ในข้อตกลงที่มีมูลค่าหุ้นละ 28 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการซื้อขายครั้งนี้อาจพลิกโฉมภูมิทัศน์อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงระดับโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า เน็ตฟลิกซ์ได้กลายเป็นผู้ยื่นข้อเสนอสูงสุดในการเข้าซื้อทรัพย์สินของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี (WBD) ซึ่งรวมถึงสตูดิโอผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ และหน่วยธุรกิจสตรีมมิงอย่าง HBO Max

ข้อเสนอเข้าซื้อกิจการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบริการสตรีมมิงสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากมีการรวมแพลตฟอร์มเน็ตฟลิกซ์ และ HBO Max เข้าไว้ด้วยกันในแพ็กเกจเดียว

สำหรับรายละเอียดข้อเสนอและเงื่อนไข แหล่งข่าวระบุว่า ข้อเสนอมีมูลค่าหุ้นละ 28 ดอลลาร์สหรัฐ เว็บไซต์ CNBC รายงานว่าเน็ตฟลิกซ์ได้ยื่นข้อเสนอที่ประกอบด้วยเงินสดสูงถึง 85% สำหรับสินทรัพย์ที่ต้องการซื้อ

ด้าน Bloomberg News รายงานว่าเน็ตฟลิกซ์ได้เสนอค่าธรรมเนียมการยกเลิกข้อตกลง เป็นเงินถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากดีลดังกล่าวถูกบล็อกโดยหน่วยงานกำกับดูแล และคาดว่าบริษัทอาจประกาศข้อตกลงภายในไม่กี่วัน

ด้านวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ต้องการรับข้อเสนอรอบใหม่ภายในวันที่ 4 ธ.ค. หลังพาราเมาท์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) กล่าวหาว่ากระบวนการขายเอื้อประโยชน์ให้เน็ตฟลิกซ์มากกว่าบริษัทอื่น

แหล่งข่าวระบุว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี เพิ่งได้รับข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่จากพาราเมาท์ (Paramount) คอมแคสต์ (Comcast) และเน็ตฟลิกซ์ หลังจากขอให้ยื่นราคาเพิ่มจากครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน

ทีมกฎหมายของพาราเมาท์ ได้ส่งหนังสือถึง นายเดวิด ซาสลาฟ ซีอีโอของ WBD โดยแสดงความกังวลต่อ “ความยุติธรรมและความเพียงพอ” ของกระบวนการประมูล โดยอ้างถึงรายงานข่าวที่ระบุว่าฝ่ายบริหารของ WBD ชื่นชอบข้อเสนอของเน็ตฟลิกซ์

พาราเมาท์ยังเรียกร้องให้ WBD แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษที่เป็นอิสระจากกรรมการที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประเมินข้อเสนอและกำกับดูแลกระบวนการขาย โดยเน้นย้ำว่า “เราขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้ท่านมอบอำนาจให้คณะกรรมการพิเศษดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่ไม่มีแนวโน้มจะมีความลำเอียง หรือเป็นหนี้บุญคุณต่อผู้อื่นซึ่งมีผลประโยชน์ที่อาจแตกต่างจากผู้ถือหุ้น”

ก่อนหน้านี้ พาราเมาท์เคยพยายามซื้อบริษัท WBD ทั้งหมด โดยในเดือนตุลาคม คณะกรรมการของ WBD ได้ปฏิเสธข้อเสนอเดิมมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการขายอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ข่าวการซื้อขายที่อาจเกิดขึ้นนี้ได้กระตุ้นให้สมาคมผู้สร้างภาพยนตร์ชั้นนำรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐฯ เข้าแทรกแซง หากข้อเสนอของเน็ตฟลิกซ์ประสบความสำเร็จ โดยนิตยสารวาไรตี้ รายงานว่า กลุ่มผู้สร้างกังวลว่าการควบรวมกิจการครั้งใหญ่นี้จะนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจและสถาบันในฮอลลีวูดในที่สุด.

ที่มา Reuters

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

มือสังหาร "ชินโซ อาเบะ" กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

5 ธ.ค. 2568 11:52 น.

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้แสดงความรู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อครอบครัวอาเบะเป็นครั้งแรกในศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าตนเองได้ก่อความทุกข์ทรมานให้แก่ครอบครัวอดีตผู้นำมานานกว่าสามปีครึ่ง

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ซึ่งก่อนหน้านี้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาฆาตกรรม ได้แถลงต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ธ.ค.) ว่า เขารู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อ นางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ

ยามากามิถูกกล่าวหาว่าใช้ปืนที่ผลิตเองลอบยิงอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่เมืองนารา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 จนเป็นเหตุให้นายอาเบะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันเดียวกัน การเสียชีวิตของเขาได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก

นายยามากามิกล่าวต่อศาล ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า “ผมได้ก่อความทุกข์ทรมาน (ให้แก่ครอบครัว) มาเป็นเวลาสามปีครึ่ง ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ” 

ก่อนหน้านี้ นายยามากามิได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า เขาลงมือก่อเหตุเพราะเชื่อว่าอาเบะมีส่วนในการส่งเสริมโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งยามากามิอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้มารดาของเขาและครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย

ข้อกล่าวหาของยามากามิได้นำไปสู่การสืบสวนลัทธิโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมีต้นกำเนิดในเกาหลีใต้และเป็นที่รู้จักจากการจัดพิธีสมรสหมู่ โดยในเดือนมีนาคมปีนี้ ศาลโตเกียวได้มีคำสั่งยุบลัทธิดังกล่าว ซึ่งประกาศว่าจะ “ต่อสู้คดีจนถึงที่สุด”

โบสถ์แห่งความสามัคคีเคยเป็นที่ถกเถียงในประเด็นทางศาสนาและสังคมมาแล้วก่อนการลอบสังหารอาเบะ โดยมีรายงานว่านายโนบุสึเกะ คิชิ ปู่ของชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเช่นกัน เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโบสถ์นี้ เนื่องจากมีแนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์ และตัวอาเบะเองก็เคยกล่าวปราศรัยในงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย

ในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนที่แล้ว อัยการได้อ่านแถลงการณ์ของนางอากิเอะ อาเบะ ซึ่งระบุว่า “ความเศร้าโศกจากการสูญเสียสามีจะไม่ได้รับการบรรเทาลงเลย”

ที่มา BBC

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

5 ธ.ค. 2568 11:25 น.

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวอย่างชัดเจนว่า กองทัพยูเครนจะต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของประเทศ มิฉะนั้น รัสเซียจะใช้กำลังเข้ายึดครองและปฏิเสธข้อเสนอการประนีประนอมใด ๆ ในการยุติสงคราม แม้จะมีตัวแทนจากสหรัฐฯ เดินทางไปหารือแผนสันติภาพที่มอสโกเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ตาม

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ India Today ก่อนเดินทางเยือนกรุงนิวเดลี โดยกล่าวว่า “เราจะปลดปล่อยดินแดนเหล่านี้ด้วยกำลัง หรือไม่เช่นนั้น กองทัพยูเครนก็จะต้องออกจากดินแดนเหล่านี้” ปัจจุบัน รัสเซียควบคุมพื้นที่ประมาณ 85% ของภูมิภาคดอนบาส

คำกล่าวของปูตินเกิดขึ้นหลังจากที่คณะผู้เจรจาของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำโดยนาย สตีฟ วิตคอฟฟ์  ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ได้เดินทางไปเจรจาที่กรุงมอสโกวเมื่อวันอังคาร (2 ธ.ค.) โดยทรัมป์ระบุว่าผลการหารือนั้น “ค่อนข้างดี” แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เนื่องจาก “ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย”

อย่างไรก็ตาม นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศอาวุโสและผู้เจรจาคนสำคัญของปูติน กล่าวทันทีหลังการเจรจาว่า “ไม่มีการประนีประนอม” ใด ๆ ในการยุติสงคราม และยังบอกเป็นนัยว่า จุดยืนการเจรจาของรัสเซียแข็งแกร่งขึ้นจากความสำเร็จในสนามรบเมื่อไม่นานมานี้

แผนสันติภาพฉบับเดิมของสหรัฐฯ เสนอให้มีการส่งมอบพื้นที่ดอนบาสที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน ให้ไปอยู่ภายใต้การควบคุมโดยพฤตินัยของปูติน แต่ทีมงานของนายวิตคอฟฟ์ได้นำเสนอแผนที่ที่ถูกปรับแก้ในการเจรจาที่มอสโก ซึ่งปูตินระบุว่า เขาไม่ได้เห็นแผนฉบับใหม่นี้ก่อนการเจรจากับนายวิตคอฟฟ์และนาย จาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์

ปูตินกล่าวว่า พวกเขาต้องทบทวนทุกประเด็น ทำให้การเจรจาใช้เวลานาน และยอมรับว่ารัสเซียไม่เห็นด้วยกับบางส่วนของแผนสหรัฐฯ โดยไม่ได้ระบุว่าข้อขัดแย้งหลักคืออะไร แต่ประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นข้อพิพาทคือชะตากรรมของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดไป และหลักประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ปฏิเสธที่จะยกดินแดนให้รัสเซีย และกล่าวหาว่ารัสเซียกำลังถ่วงเวลาข้อตกลงหยุดยิงเพื่อพยายามยึดครองดินแดนยูเครนเพิ่มเติม

นายอันดรีย์ ซิบเฮีย รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาที่รัสเซียว่า ปูตินกำลัง “ทำให้โลกเสียเวลา” โดยยูเครนยืนยันมาตลอดว่า ข้อตกลงใด ๆ จะต้องมี หลักประกันความมั่นคงที่ชัดเจน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน คณะผู้เจรจาของยูเครนสามารถทำการเปลี่ยนแปลงสำคัญบางประการในแผนสันติภาพดั้งเดิมของสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซียอย่างมาก โดยมีการร่าง “กรอบสันติภาพที่ปรับปรุงและกลั่นกรองใหม่” ในการหารือกับคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา

ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีกำลังทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อหยุดยั้งความขัดแย้ง และได้จัดการประชุมที่มีประสิทธิผลเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะจากทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนและบังคับใช้ได้.

ที่มา BBC

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

5 ธ.ค. 2568 11:06 น.

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

ตำรวจนิวซีแลนด์ยืนยันว่าสามารถกู้คืนไข่ฟาแบร์เช ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรและไพลินมูลค่าสูง ออกมาจากท้องของผู้ต้องหาวัย 32 ปี ที่พยายามกลืนมันลงไปเพื่ออำพรางหลักฐานได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่าไข่ล็อกเก็ตมูลค่า NZ$33,585 หรือ ประมาณ 617,000 บาท ถูกนำออกมาจากร่างกายของผู้ก่อเหตุด้วยวิธีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้การรักษาทางการแพทย์ใดๆ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตำรวจบุกจับผู้ต้องสงสัยภายใน ร้าน Partridge Jewellers ในย่านใจกลางเมืองโอ๊คแลนด์ เพียงไม่กี่นาทีหลังเขาถูกกล่าวหาว่ากลืนเครื่องประดับราคาแพงชิ้นนี้ลงไป

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของร้าน ผู้ต้องสงสัยได้กลืนล็อกเก็ตรูปไข่ที่ประดับด้วยเพชรสีขาว 60 เม็ด และไพลินสีน้ำเงิน 15 เม็ด ซึ่งด้านในเปิดออกเป็น ปลาหมึกทองคำ 18 กะรัต

เครื่องประดับรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ปี 1983 เรื่อง Octopussy ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการโจรกรรมไข่ฟาแบร์เชสุดหรู โดยฟาแบร์เช (Fabergé) เป็นแบรนด์เครื่องประดับระดับโลกที่ก่อตั้งในรัสเซียเมื่อกว่าสองศตวรรษก่อน และมีชื่อเสียงจากไข่ประดับอัญมณีและโลหะมีค่าที่หายากและมีมูลค่าสูง

ตำรวจเผยก่อนหน้านี้ว่าชายผู้ต้องสงสัยได้ผ่านการประเมินด้านการแพทย์แล้ว และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องติดตามอาการของเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกว่าเขาจะถ่ายท้องล็อกเก็ตนี้ออกมา

โดยรายงานจาก Radio NZ ระบุว่า เมื่อของกลางออกมาแล้ว ล็อกเก็ตจะถูกส่งกลับไปยังบริษัท Fabergé ตามขั้นตอน ซึ่งนอกจากข้อหาขโมยล็อกเก็ตนี้แล้ว ผู้ต้องสงสัยยังถูกตั้งข้อหาอื่นเพิ่ม รวมถึงขโมย iPad และของใช้สัตว์เลี้ยง โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้มีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 8 ธันวาคม.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นิวซีแลนด์