อาหารอิตาเลียนต้อง ‘จอร์โจส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576616

  • วันที่ 11 ม.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

อาหารอิตาเลียนต้อง ‘จอร์โจส์’

เรื่อง ภาดนุ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

หลายคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้อาหารอิตาเลียน เชื่อว่าต้องรู้จักร้านจอร์โจส์ (Giorgio’s) ซึ่งอยู่ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน และเคียงคู่คนกรุงเทพฯ มากว่า 35 ปีแล้ว

เมื่อก้าวเข้ามาภายในร้าน จะพบกับการประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าให้ความรู้สึกอบอุ่น ผนังร้านได้รับการตกแต่งด้วยงานศิลป์ที่ทำจากแผ่นไม้ แถมยังมีภาพวาดเก๋ๆ ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับเสน่ห์และกลิ่นอายความเป็นอิตาลีแท้ๆ ตัวร้านกว้างขวาง มีโต๊ะเก้าอี้ซึ่งทำจากไม้ในโทนสีเอิร์ทโทนให้นั่งสบายๆ

จอร์โจส์สามารถรองรับลูกค้าได้ 90 ที่นั่งในโซนอินดอร์ที่เป็นห้องปรับอากาศ 42 ที่นั่งในโซนเอาต์ดอร์ริมระเบียง และ 10 ที่นั่งในห้องไพรเวทรูม พูดได้ว่าบรรยากาศภายในร้านแสนจะอบอุ่น เหมาะกับการมารับประทานอาหารทั้งแบบเป็นครอบครัว มากับเพื่อนฝูง และดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนรัก

เมนูของร้านจะเน้นอาหารสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม ซึ่งมีการปรับรูปลักษณ์ของเมนูให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เมนูแนะนำจานแรก “พาร์ม่า แฮม เมลอน” พาร์ม่า แฮม เสิร์ฟพร้อมเมลอนสดแช่เย็นรสหวานฉ่ำ เมื่อกินคู่กันจะได้ความสดชื่นและรสชาติที่เข้ากั๊น เข้ากัน ถือเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่อยากให้ลองเลยจานนี้

ต่อด้วย “สปาเกตตี้ วองโกเล่” เส้นสปาเกตตีเหนียวนุ่มผัดกับซอสรสชาติเผ็ดปานกลาง จากนั้นใส่หอยตลับที่นำเข้าจากสหรัฐลงไปด้วย โอ้โห! เป็นอีกเมนูอร่อยที่ไม่ควรพลาด

มาที่ “โฟร์ สตาร์ พิซซ่า” พิซซ่าอิตาเลียนซึ่งมีด้วยกัน 4 หน้าในถาดเดียว นั่นก็คือ หน้าเห็ด+แบล็กโอลีฟ หน้าอาร์ติโช้ก หน้าแฮม และหน้าสไปซี่ซาลามี่ ข้อดีของเมนูนี้ก็คือ ลูกค้าจะได้ลิ้มลองความอร่อยที่หลากหลายของพิซซ่าถึง 4 สไตล์ในถาดเดียว บอกเลยว่าอร่อยทุกหน้า

ตามด้วย “สเต๊ก เทนเดอร์ลอยน์” เนื้อนำเข้าจากออสเตรเลีย นำมาหมักจนได้ที่ ย่างให้สุกแบบมีเดียมแรร์ กินคู่กับซอสสูตรเฉพาะของร้าน ได้ความอร่อยจากเนื้อนุ่มๆ และรสชาติซอสที่กลมกล่อมลงตัว

ปิดท้ายด้วยของหวาน “ทีรามิสุ” เสิร์ฟมาพร้อมรูปลักษณ์ที่สวยเก๋ รสชาติกำลังดี ไม่หวานจนเกินไป จะตักกี่คำก็ได้ความนุ่มหอมจากเนื้อเค้กและความหอมจากกลิ่นกาแฟที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี

นอกจากเมนูที่กล่าวมาแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น โคนขาลูกวัวตุ๋นเสิร์ฟพร้อมข้าวอิตาเลียน เนื้อสันในย่างหมักสมุนไพร สเต๊กปลาค็อดซอสหอยลาย รวมทั้งขนมหวานอย่าง พานาคอตต้า ราสพ์เบอร์รี่ชีสเค้ก รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้เลือกมากมาย ราคาอาหารเริ่มที่ 240-850 บาท ++

ร้านจอร์โจส์ อยู่ที่ชั้น 1 โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 18.00-22.30 น. โทร. 02-266-0123 ต่อ 3206 หรือ FB : royalorchidsheratonhotel

รับลมทะเลหน้าหนาว @เพบเบิ้ล บาร์ แอนด์ กริลล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576622

  • วันที่ 11 ม.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

รับลมทะเลหน้าหนาว @เพบเบิ้ล บาร์ แอนด์ กริลล์

เรื่อง ปอย

วันหยุดสุดสัปดาห์ รู้สึกโหยหาบรรยากาศผ่อนคลาย ขับรถไม่ไกลกรุงเทพฯ เลือกพักโรงแรมไม่วุ่นวายนัก แต่ก็ไม่เงียบเหงาจนเกินไป พัทยาคือคำตอบสุดลงตัว

ทะเลหน้าหนาวสุดโรแมนติกขนาดไหน ใครอยากรู้ต้องควงคู่กันมาดินเนอร์รับอากาศเย็นๆ สดชื่นๆ ในต้นฤดูนี้ ที่ห้องอาหารเพบเบิ้ล บาร์ แอนด์ กริลล์ (Pebbles Bar and Grill) โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา การตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นรีสอร์ทสุดชิก ทำเลดีชิดใกล้ชายทะเลเงียบสงบของหาดนาจอมเทียน เหมาะอย่างยิ่งกับการละเลียดเครื่องดื่มไปพลาง ชมพระอาทิตย์ตกดินไปพลาง

สั่งอาหารแล้วออกไปสูดกลิ่นทะเลกันก่อนเลย เซลฟี่ภาพสวยงาม บรรยากาศเลิศดีงาม ร้านดีไซน์แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ อินดอร์ และเอาต์ดอร์ด้านนอกมีบาร์ให้นั่งชมชายหาดทรายสีขาวสะอาดตา นั่งชิลชมวิวทะเลเพลินๆ ยกมาเสิร์ฟรองท้องกันก่อน ขนมปังห่อมาในถุงผ้าดูสะอาดอบอุ่น พร้อมเนย 3 ชนิด ร้านเสิร์ฟในแบบไฟน์ไดนิ่ง แต่ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยว จะเลือกเดินเข้าร้านใส่กางเกงขาสั้น หรือชุดชายหาดก็ย่อมได้ ไม่มีซีเรียส

เมนูร้านเสิร์ฟอาหารตะวันตกสไตล์กริลล์บนเตาถ่านภูเขาไฟ ถามไถ่บรรดาเชฟที่กำลังปรุงอาหารกันมือระวิงหน้าเคาน์เตอร์ครัวแบบเปิด ก็ได้คำตอบกลับมาว่าความร้อนพอเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับใช้เป็นเตาย่างเนื้อ ย่างบาร์บีคิว หรือย่างอาหารทะเลก็หอมกรุ่นชวนกิน มาแล้วจานแรกเรียกน้ำย่อย เริ่มด้วยเทอร์รีน (Terrine) เนื้อก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆ น่าตื่นเต้นอัดแน่นเนื้อกวางป่า นกพิราบ และกระต่ายป่าบด เสิร์ฟพร้อมแยมมะเดื่อ เกาลัดเคลือบคาราเมล วานิลลา และซอสบัลซามิก รสกลมกล่อมอร่อยแปลกลิ้นดี

เมนูแนวฝรั่งเสิร์ฟเป็นจานใหญ่ แต่ถ้าไม่อยากให้เสียที มาทะเลอ่าวไทยทั้งที ก็สั่งปลาหมึกย่างกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดจัดจ้าน เน้นแซ่บๆ สไตล์รสชาติของคนไทยก็ย่อมได้ ทีมเชฟมืออาชีพจัดให้ทันใจ หอยเชลล์ ปลากะพงย่าง ล้วนดีเยี่ยมไร้ที่ติกับคุณภาพวัตถุดิบ เลือกสรรกันที่ความสด

เมนคอร์สถ้าชอบปลาแนะนำปลามังค์ฟิชย่าง (Monkfish) เสิร์ฟมากับใบเสจ (Sage) สมุนไพรฝรั่งต้านอนุมูลอิสระ ซอสแครนเบอร์รี่ เบคอน และถั่วไพน์ เมนคอร์สอีกจานแนะนำเนื้อแบล็กแองกัสย่าง เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งอบ กับเห็ดทรัฟเฟิล ซอสไขกระดูกวัว และเห็ดป่า

เครื่องดื่มซิกเนเจอร์แนะนำแก้วแรก Tequila Series เตกีลาแก้วเล็กดื่มเป็นช็อต ผสมความหวานฉ่ำน้ำสตรอเบอร์รี่ หรือสายเปรี้ยวจี๊ดเลือกผสมน้ำเสาวรส เปรี้ยวหรือหวานก็ให้ความสดชื่นไม่แพ้กัน อีกแก้วสำหรับคอวอดก้า Midnight Hour สายหวานซ่อนเปรี้ยวน่าจะชอบใจ มีส่วนผสมน้ำสับปะรด ไลม์ และโรสแมรี่เพิ่มความหอม

โรงแรมออกแบบไล่ระดับด้วยวิวสระว่ายน้ำสีฟ้าสวยตัดกับสีน้ำทะเลสีฟ้าใสกระจ่างไม่แพ้กัน วิวนี้ถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ตกงามมาก อีกหนึ่งสถานที่เหมาะกับละเลียดเครื่องดื่ม ชมวิวทะเล ควรมาเจอกันที่นี่เลย อาร์ บาร์ (R Bar) บริเวณล็อบบี้ บาร์เล็กพริกขี้หนูตรงมุมนี้ ออกแบบในสไตล์ล็อบบี้ เลานจ์ บาร์ ให้ความรู้สึกสนุกสนานผสมผสานเสียงดนตรี ศิลปะ และเครื่องดื่มสั่งได้ทั้งค็อกเทลอุ่นเครื่องเบาๆ โมฮิโตะ หรือค็อกเทลเน้นเหล้าค่อนข้างแรง ในแบบมาร์ตินี่ บาร์เทนเดอร์สาวสวยผมปลิวไสวด้วยแรงลมทะเล สามารถจัดให้ได้อย่างมือโปร ที่สำคัญจิบตรงล็อบบี้บาร์ซึ่งอยู่มุมสูง ก็จะได้เซลฟี่ภาพวิวสวยๆ เพิ่มไปอีกหนึ่งมุมสุดเลิศ

ห้องอาหารเพบเบิ้ล บาร์ แอนด์ กริลล์ โทร.038-259-099 เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-23.00 น. บาร์ในร้านเปิดบริการถึงเที่ยงคืน และในส่วนอาร์บาร์เปิดบริการ 24 ชั่วโมง

กาแฟออสเตรเลีย วิถีชีวิตแห่งออสซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576621

  • วันที่ 11 ม.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

กาแฟออสเตรเลีย วิถีชีวิตแห่งออสซี่

เรื่อง สาโรจน์ มีวงษ์สม

สำหรับบางคนอาจชื่นชอบ “ความขม” อันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟ ขณะที่หลายคนกลับหลงใหลในกลิ่นหอมและฟองนุ่มๆ เฉพาะตัวของกาแฟลาเต้ แต่สำหรับชาวออสเตรเลียแล้วนั้น “กาแฟ” คือวิถีชีวิตที่ขาดกันไม่ได้

“สำหรับผมเสน่ห์ของกาแฟไม่ได้อยู่ที่ความขมเพียงอย่างเดียว ยังมีความหวาน ความนุ่ม ความเปรี้ยว ความมัน และความเค็มอยู่ด้วยกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ อย่างทวีปแอฟริกาคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟจะมีความเปรี้ยว ความฟรุตตี้ของผลไม้ค่อนข้างเยอะ มีความมันและขมน้อย แต่ถ้าเป็นอเมริกาใต้ อย่างบราซิลจะมีความหวาน และความมันเยอะกว่า ได้กลิ่นถั่ว ความเป็นนัตตี้ค่อนข้างเยอะ และถ้าเป็นประเทศแอฟริกาอย่างเอธิโอเปียจะเป็นกลิ่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งชาวออสเตรเลียจะนำเข้ากาแฟชั้นดีจากทั่วโลก จากนั้นก็นำมาเบลนด์กันจนได้คาแรกเตอร์ใหม่ของตัวเองเป็นการผสมผสานเมล็ดกาแฟจากโลกเก่าและโลกใหม่ที่ลงตัวที่สุด”

คำบอกเล่าถึงสิ่งที่พิเศษเฉพาะตัวของกาแฟออสเตรเลียจาก ฉัฏฐ์ ธนพลอยพงศ์ หนุ่มอารมณ์ดีเจ้าของร้านบลูแทมป์ คาเฟ่ (Bluetamp Cafe) ค่าเฟ่ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟสไตล์ออสเตรเลียและเสิร์ฟกาแฟเฮาส์เบลนด์จากหลายประเทศ อาทิ กาแฟเอธิโอเปีย อินโดนีเซีย และบราซิล ที่นำจุดเด่นของกาแฟต่างๆ ทั่วโลกมาเบลนด์ให้มีรสชาติเฉพาะตัว ผู้มีประสบการณ์จากการเป็นเชฟอยู่ที่ร้าน Bluestone ประเทศออสเตรเลียถึง 7 ปี และยังเคยได้มีโอกาสเรียนรู้การชงกาแฟที่ร้าน Campos เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จนเกิดความหลงใหลในตัวแบรนด์เป็นพิเศษ จึงนำมาใช้ตั้งชื่อร้านนี้

“กาแฟที่ออสเตรเลียส่วนใหญ่จะสั่งเข้ามา เพราะกาแฟบ้านเขาจะปลูกได้น้อยและคุณภาพไม่ดีเท่ากับประเทศบราซิล หรือเอธิโอเปีย ด้วยเหตุนี้เขาจึงโฟกัสไปที่การคั่วกาแฟและมิกซ์กาแฟมากกว่า ทำให้ได้รสชาติที่ดีและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และด้วยเหตุที่ว่าบ้านเขามีค่าครองชีพที่สูงกว่าเรา ค่าจ้างสูงกว่า เวลาจะกินอะไรเขาก็จะเลือกแต่ของดีๆ จะเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่เป็นอราบิกาแท้ๆ ขณะที่บ้านเราเป็นพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งอราบิกาจะมีกาเฟอีนน้อยกว่าพันธุ์โรบัสต้า 4-5 เท่า จะว่าไปแล้วชีวิตของออสซี่จะขาดกาแฟไม่ได้เลย ต้องดื่ม 2-4 แก้ว/วัน ยิ่งดื่มยิ่งผ่อนคลาย มันเป็นวิถีชีวิตของบ้านเขาไปแล้ว ไปทุกซอกทุกมุมก็จะเจอแต่ร้านกาแฟ ขณะที่บ้านเราไปที่ไหนก็เจอแต่เซเว่น บ้านเขามีร้านกาแฟมากกว่าร้านเซเว่นในบ้านเรา 4-5 เท่า ตื่นเช้ามาเขาก็จะดื่มกาแฟกับแซนด์วิชขนมปัง และเริ่มตั้งแต่ไฮสกูลก็เริ่มดื่มกาแฟกันแล้วครับ”

หนุ่มฉัฏฐ์ ยังกล่าวย้ำอีกว่า นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ออสเตรเลียถือได้ว่าเป็นมหาอำนาจแห่งโลกกาแฟ ทั้งบาริสตาลาเต้อาร์ต และกาแฟดีฟ ถ้าเริ่มต้นที่ออสเตรเลียจะติดท็อปไฟว์มาโดยตลอด และคนที่ได้อันดับหนึ่งของโลกก็เริ่มต้นที่ออสเตรเลียแทบทั้งนั้น

วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของออสเตรเลียได้รับอิทธิพลส่วนหนึ่งจากการตกเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศอังกฤษในช่วงปี 1700-1800 นำมาสู่การเข้ามาของนักสำรวจจากทวีปยุโรปและการอพยพเข้ามาของประชากรจากอิตาลีและกรีซเข้ามาตั้งรกราก ทำให้มีการรับเอาวัฒนธรรมและรูปแบบของการดื่มกาแฟมาปรับเปลี่ยนให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้นอย่างเช่น ชื่อเรียกของกาแฟที่คนไทยหลายคนอาจจะไม่คุ้นหู เช่น Long Black หรือที่คนไทยเรียกว่า Americano หรือ Flat White ซึ่งเป็นกาแฟที่คล้ายๆ กับ ลาเต้ แต่มีปริมาณของนมที่เยอะและฟองนมที่น้อยกว่า โดยกาแฟตัวนี้มีต้นกำเนิดและนิยมดื่มกันในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

จุดเด่นอีกประการร้านกาแฟในออสเตรเลียจะเสิร์ฟในแก้ว Duralex Picardie ซึ่งมีลักษณะพิเศษตรงที่จะมีปากกว้าง บาง และมีก้นเล็กกว่าแก้วกาแฟช็อตในบ้านเรา ทำให้กาแฟจะกระจายตัวสัมผัสรสชาติของกาแฟได้กำลังดี แล้วโชว์ชั้นให้เห็นเลเยอร์ข้างในได้อย่างชัดเจน โดยที่ร้านบลูแทมป์ คาเฟ่ ก็ใช้แก้วนี้เสิร์ฟ เพื่อเพิ่มอรรถรสแห่งการดื่มกาแฟตามตำรับของออสเตรเลียอย่างแท้จริง

เริ่มต้นสัมผัสความเป็นออสเตรเลียผ่านแก้วนี้กันครับ Shot Black กาแฟดำเรียกความสดชื่นที่คนอิตาเลียนเรียกว่าเอสเปรสโซ่ แต่คนออสเตรเลียเรียกว่า Shot Black กาแฟเข้มข้นสกัดเป็นช็อต 40 มล.ตัวเบสของเอสเปรสโซ่ที่เข้มข้นมาก เฟลเวอร์ชัดเจน อยากตื่นอยากสดชื่นต้องแก้วนี้เลย

ต่อด้วย Piccolo Latte คำว่า Piccolo ในภาษาอิตาเลียนแปลว่า “เล็ก” ส่วน Latte แปลว่า “นม” รวมกันก็เป็นกาแฟนมแก้วเล็ก เมนูนี้มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่เมืองซิดนีย์ ที่เป็นเมืองเร่งรีบ เป็นเมืองท่า คนก็จะชอบดื่มกาแฟนมตอนเช้า เกิดจากโรงคั่วหนึ่งที่เขาคั่วเมล็ดกาแฟ และเทสต์กาแฟนมทั้งวันดื่มลาเต้จนรู้สึกว่าเปลืองนมและกินนมเยอะๆ ก็รู้สึกอืด เขาก็เลยเริ่มต้นใช้ช็อตกาแฟเท่าเดิมแล้วลดนมจากลาเต้ทั่วไปครึ่งหนึ่งเลยเกิดเป็นเมนูใหม่นี้ขึ้นมา รสชาตินวลนุ่ม แต่ไม่ลืมความเข้มข้นไปเสียทีเดียว และเป็นยอดฮิตของร้านบลูแทมป์ คาเฟ่ เฟลเวอร์ของกาแฟชัดเจน ซึ่งสามารถเลือกเมล็ดกาแฟก็จะให้รสชาติที่แตกต่างกันออกไปได้ ซึ่งทางร้านจะมีให้เลือกอยู่หลายประเทศ รวมถึงเมล็ดกาแฟจาก จ.น่าน ของไทย

ตามมาด้วย Flat White กาแฟนมฟองบางๆ รสชาติของกาแฟที่ไม่นุ่มเท่ากับลาเต้ ซึ่งได้รับความนิยมอยู่ 3 ประเทศ คือ อังกฤษ ออสเตรเลีย แล้วก็นิวซีแลนด์ เริ่มต้นมาจากคนอังกฤษที่ชอบดื่มชา แต่ของออสเตรเลียจะต่างออกไปนิดหนึงคือ คือจะช็อตเอสเปรสโซ่ 40 มล. นมสตรีมประมาณ 160 มล. มีไมโครโฟมบางๆ คลุมอยู่ปากแก้ว ให้ความละมุนปากนิดหน่อย นิยมดื่มกันตอนบ่ายๆ เพราะจะอยู่ท้อง คนสูงอายุจะชอบแก้วนี้

แก้วนี้ก็ห้ามพลาด Long Back คอนเซ็ปต์คือคล้ายกับอเมริกาโน่ แต่อเมริกาโน่เป็นของคนอเมริกัน ชาวออสซี่ก็อยากจะมีของตัวเองบ้างก็เลยเกิดแก้วนี้คือมา ก็คือการลากยาว อเมริกาโน่จะอย่างไรก็ได้ จะเทน้ำร้อนก่อน ใส่กาแฟ แต่คนออสเตรเลียจะพิถีพิถันกว่า โดยต้องเริ่มกดน้ำร้อนก่อน 160 มล. ตามด้วยดับเบิ้ลลิชเซตโต้ จะหอมละมุนได้รสชาติของกาแฟไปเต็มๆ ไม่มีนมมาเบรกดีต่อสุขภาพ ไม่อ้วน เหมาะกับคนแพ้นม สามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้เหมือนกับ Piccolo Latte

ตบท้ายด้วย ลาเต้ กาแฟเย็นๆ รสนุ่มๆ ได้รสชาติกาแฟกำลังดี ส่วนใหญ่วัยรุ่น และผู้หญิงจะชอบดื่มเป็นการผสมผสานระหว่างออสเตรเลีย และความเป็นไทยที่นิยมดื่มกาแฟแบบเย็นๆ เริ่มด้วยกาแฟเอสเปรสโซ่ 30 มล. นมสตรีม 150 มล. หลังจากนั้นก็ใส่โฟมด้านบน หรือฟองนมด้านบน 20 มล. ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว

สัมผัสความเป็นออสเตรเลียผ่านกาแฟได้ที่ร้านบลูแทมป์ คาเฟ่ ซอยลาดพร้าว 73 (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอย 9) เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. โทร. 09-2551-7300

วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ความสุขใหญ่ในบ้านหลังเล็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576497

  • วันที่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ความสุขใหญ่ในบ้านหลังเล็ก

เรื่อง มัลลิกา นามสง่า ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

จากห้องเช่าที่ขยับเพียงไม่กี่ก้าวจากฟูกนอนถึงห้องน้ำ การมีบ้านเดี่ยวสักหลังจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิต พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ก่อตั้งบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป นักธุรกิจผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์

วรัตน์พล ไม่ได้หวังคฤหาสน์หลังงาม เพียงบ้านหลังเล็ก มีห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องพระ ห้องซ้อมดนตรี ก็เพียงพอแล้ว แต่นั้นก็ดูเป็นสิ่งที่จะเอื้อมได้ยากยิ่งเมื่อย้อนไปเกือบ 20 ปี แต่แรงขับภายในใจมีมาก เขาจึงพัฒนาความรู้ความสามารถไม่หยุดจนสามารถครอบครองบ้านหลังงามได้

“ย้ายมาอยู่ได้เกือบ 4 ปีแล้วครับ ผมชอบบ้านทรงโมเดิร์นและหมู่บ้านนี้จำนวนหลังไม่เยอะ เราต้องการความเป็นส่วนตัว ตั้งใจหาบ้าน 3 ชั้น สำหรับแบ่งสเปซในแต่ละพื้นที่ไม่ต้องกระทบกัน

อย่างชั้น 3 เป็นห้องซ้อมดนตรีและห้องพระ ซึ่งเป็นโลกส่วนตัวของผม ชั้น 2 เป็นห้องนอน ระหว่างห้องนอนเป็นพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัว ชั้นล่างมีห้องครัว โซนรับแขก มีโต๊ะกินข้าว เราไม่ได้ต้องการบ้านขนาดใหญ่เพราะอยู่กัน 3 คน พ่อแม่ลูก เน้นทุกพื้นที่ใช้งานจริงๆ”

พื้นที่ชั้นล่าง วรัตน์พลออกแบบให้เหมาะสมกับการทำงานแบบโฮมออฟฟิศ “ในยุคที่เราทำการตลาดออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องมีบริษัทใหญ่โต พนักงานไม่ต้องเข้าบริษัท ทุกคนทำงานที่ไหนก็ได้ ประสานงานกันผ่านทางไลน์ ทำให้งานเดินไว คล่องตัว มันเวิร์กมากสำหรับโลกยุคนี้ โต๊ะกินข้าวก็เป็นโต๊ะประชุมได้ จอทีวีก็เป็นโปรเจกเตอร์พรีเซนต์งานได้”

วรัตน์พลร่วมออกแบบบ้าน เลือกเฟอร์นิเจอร์เองทุกอย่าง “ผมตกแต่งใหม่ เพิ่มความลักซ์ชัวรี่เข้าไปให้บ้านดูมีอะไรขึ้นมานิดหนึ่ง สีเป็นเอิร์ทโทน มีความกึ่งเงากึ่งด้านผสม เน้นสีเทา มีวัสดุที่สะท้อนแสงได้

ผนังกระจกสีชาหลังทีวี ประกอบจากกระจกทีละชิ้นทำให้เหลี่ยมดูคล้ายเพชร แล้วผนังบุนวมข้างๆ กัน ก็สามารถเลื่อนได้ ซ่อนบันไดขึ้นชั้น 2 ไว้”

โต๊ะทำงาน โต๊ะรับประทานอาหาร โต๊ะรับแขกคือตัวเดียวกัน ไม่ว่าจะเปลี่ยนฟังก์ชั่นไหนก็ลงตัว “งานของดีไซเนอร์อิตาลี โต๊ะท็อปด้วยหินมีฟอสซิลฝังอยู่ในนี้ด้วย ดีไซน์ดูเรียบแต่ก็ดูมีอะไร ที่สำคัญเหลี่ยมไม่คมเดินชนไม่เจ็บ โต๊ะบางตัวสวยมากแต่ใช้งานจริงไม่ได้ ตอนลูกยังไม่โตความสูงลูกหัวเท่ากับเหลี่ยมโต๊ะเลย ซึ่งอันตราย ตอนเลือกก็ต้องให้เหมาะกับทุกคนในบ้าน ราคาตัวนี้ 4 แสนกว่าบาท”

หาโต๊ะว่ายากแล้ว เก้าอี้ยิ่งยากกว่าที่จะมาเข้าคู่กันเพิ่มความลักซ์ชัวรี่ “เก้าอี้ผมโดนใจที่บุแล้วมีเทกซ์เจอร์ของกระดุม เน้นสีดำกับสีเงิน ดูเรียบหรูมีดีเทล เก้าอี้เป็นงานของดีไซเนอร์จีน ชื่อ Wang Hagner ตัวละ 2 หมื่นบาท มี 7 ตัว”

โคมไฟในโซนนี้ก็มาจากเมืองจีน เพราะช่วงที่ตกแต่งบ้าน วรัตน์พลอัพเดทเทนด์ที่เฟอร์นิเจอร์แฟร์อยู่บ่อยๆ ผลสรุปคือนำเข้าเป็นตู้คอนเทเนอร์

“ผมชอบโคมไฟตรงโต๊ะกินข้าวมาก มันมีลูกเล่น ตัวนี้จำลองเชิงเทียน แสงกลมๆ มองแล้วไม่แสบตา ให้แสงละมุนเหมือนเทียน โชว์สายไฟที่ย้อยลงมา ตัวสายไฟเก็บให้เรียบร้อยก็ได้ แต่เขามาเล่นให้เป็นทรงแทน ตรงกับคอนเซ็ปต์โมเดิร์น

เคาน์เตอร์ที่วางของ จริงๆ ตั้งใจให้เป็นบาร์เครื่องดื่ม ทำจากหินโปร่งแสง ผมชอบแสงกลางคืน เวลาปิดไฟทั้งบ้าน ตรงเคาน์เตอร์เหมือนเป็นโคมไฟอุ่นๆ

อยู่บ้านก็จริงแต่ผมก็อยากได้ฟีลลิ่งเป็นร้านอาหารชั้นดี ออกแบบไว้เพราะมีเพื่อนมาเยอะ แต่พอเอาเข้าจริงกลายเป็นที่ตั้งรางวัลเกี่ยวกับการทำธุรกิจต่างๆ”

ย้ายมาที่โซนนั่งเล่น รับแขก จะนั่งนอนเอกเขนกก็ได้ “โต๊ะกลมเป็นสเตนเลสทั้งตัว ดีไซน์เป็นงานชิ้นเดียวดัดพับเป็นทรงเหลี่ยมเพชร มีโซฟายาวสีน้ำเงิน ทำจากหนังลูกวัวบุทรงด้วยกระดุม โซฟาตัวนี้ราคา 1 ล้านบาท ของดีไซเนอร์อิตาลี

โซฟาใช้บ่อยผมจึงยอมลงทุนกับมันเยอะ นั่งคิดงานก็โซฟา นอนคิดอะไรก็บนโซฟา ก่อนขึ้นไปนอนจริงก็ใช้เวลาอยู่ที่โซฟาตัวนี้ หนังตัวนี้นอนแล้วไม่ร้อน นอนแล้วไม่มีเหงื่อ ผิวสัมผัสมันอุ่นๆ สบายๆ”

โคมไฟตรงกลางทรงกลมข้างบนประดับคริสตัลจำนวนมากเพื่อให้เล่นกับแสงไฟ ด้านหลังเป็นผนังกระจกบานใหญ่ ลวงตาเพื่อพื้นที่ให้ดูกว้าง นำสายตาไปสู่สนามและผนังหญ้าเทียมที่ประดับโลโก้บริษัทประหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์วอลล์ของบริษัท

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ห้องนอน “เน้นโทนมืด ห้องนอนเหมือนแวมไพร์ ผนังใช้สีน้ำตาลเข้ม เพราะถ้ามีแสงผมจะนอนไม่หลับ เสียงดังได้ไม่มีปัญหา เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น มีเตียง โซฟา เชื่อมกับห้องแต่งตัว และของสะสมก็อยู่ในนั้น

ชั้น 3 ห้องดนตรี บุทั้งผนังและเพดานด้วยเส้นใยแก้วแล้วบุนวมเข้าไปอีก เพื่อซับเสียงรอบทิศ ทำให้เสียงฟังเพราะขึ้น ประตูก็ป้องกันเสียง 2 ชั้น เครื่องดนตรีครบ สำหรับเวลาเพื่อนมาทั้งแก๊ง ถ้าเล่นคนเดียวผมเล่นกีตาร์โปร่งอยู่ข้างล่าง

ห้องซ้อมดนตรีเป็นสิ่งแรกที่คิดว่าถ้ามีบ้านต้องมี เป็นความชอบตั้งแต่มัธยม ผมเล่นดนตรีได้หลายอย่าง เคยประกวดหลายเวที

เคยเล่นดนตรีตามผับแล้วเริ่มรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ รายได้ไม่เยอะ ชีวิตกลางคืนเสียสุขภาพ พอเลิกมาเริ่มทำงานประจำเพราะอยากได้ความมั่นคงในชีวิต การเล่นดนตรีมันคือความฝัน เรามาทำความจริงตรงหน้าให้สำเร็จก่อน

ก็เริ่มมีความมั่นคงแล้วแต่ยังไม่มั่งคั่ง สิ้นเดือนเราได้เงินแน่ๆ แต่เราไม่มีเงินดูแลแม่ ห้องยังต้องเช่า จนลาออกมาทำธุรกิจออนไลน์ก็เริ่มดีขึ้นๆ ซื้อคอนโด ให้เงินแม่ได้สบาย

จนเมื่อ 5 ปีที่แล้วผมก็เริ่มทำความฝันให้เป็นจริง เริ่มอยากได้อะไรก็ได้ ผมมีปมอย่างหนึ่งเพื่อนชอบด่า ชีวิตวัยรุ่นหายไปเลย เพราะผมทำงานตั้งแต่ 17 ปี แต่วันนี้เท่ากับผมมีชีวิตวัยรุ่นไปยันตาย

ได้เล่นดนตรี ตื่นนอนเมื่อไรก็ได้ นอนตอนไหนก็ได้ ชีวิตเป็นอิสระ เพราะเราสร้างทุกอย่างไว้แล้ว เหมือนคล้ายกับว่าทำหน้าที่หลักของเราให้เสร็จก่อน แล้วหลังจากนั้นเราทำอะไรก็ได้ ผมทำสิ่งที่ใช่ก่อนที่เหลือผมจึงได้ทำสิ่งที่ชอบในชีวิต”

บ้านเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ที่วรัตน์พลใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นโหมทำงานหนักเพื่อให้ได้มา และตอนนี้บ้านก็กลายเป็นที่ให้เขานั่งนอนหลับได้อย่างสบายอารมณ์ ไม่ว่าจะซุกตัวอยุ่ในมุมไหนก็สัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อความทุ่มเทที่เขาได้ลงแรงไป สุดท้ายกินอิ่ม-นอนหลับ ในบ้านหลังงามที่เขาเคยวาดฝัน

4 เคล็ดลับ สุขภาพดี-อายุยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576496

  • วันที่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

4 เคล็ดลับ สุขภาพดี-อายุยืน

เรื่อง ภาดนุ ภาพ Pixabay

หากชีวิตยามเช้าของคุณต้องเริ่มจากตกใจตื่นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก แล้วรีบลุกพรวดพราดจากที่นอน เพื่อจัดการกับธุระยามเช้าให้ทันเวลาอย่างเร่งรีบทุกวัน ก็คงทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยตั้งแต่เริ่มลืมตาตื่นขึ้นมา จนอาจส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม และเกิดความเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ตามมา

เอาเป็นว่า ลองเปลี่ยนชีวิตประจำวันของคุณให้สบายขึ้น ด้วยการเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อช่วยให้รู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉง เพราะเมื่อร่างกายและจิตใจแข็งแรงแล้ว โรคภัยไข้เจ็บที่คอยบั่นทอนชีวิตเราย่อมต้องพ่ายแพ้ไปอย่างแน่นอน ลองไปดู 4 เคล็ดลับที่นำมาฝากนี้สิ

1.สร้างช่วงเวลายามเช้าที่ดีให้ตัวเอง

ถ้าคุณปลุกตัวเองให้ตื่นด้วยเวลาที่กระชั้นชิดเช่น ต้องออกจากบ้าน 7 โมงเช้า แล้วคุณตั้งนาฬิกาให้ปลุกตอน 06.30 น. เพราะเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถจะอาบน้ำ แต่งตัว และออกจากบ้านได้ทันเวลา ดังนั้น ขอใช้เวลาก่อนหน้านั้นนอนให้ได้มากที่สุดไว้ก่อน ลองเปลี่ยนมาเป็นตื่นให้เช้าขึ้นอีกนิดเพื่อชีวิตที่ดีกว่า คุณเคยได้ยินคำว่า “The Early Bird Catches The Worm” หรือ “ผู้ที่เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ” บ้างมั้ย?ในยามเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขสงบ มีบรรยากาศที่สดชื่น ซึ่งจะช่วยให้สมองของเราปลอดโปร่ง สามารถคิดแผนการต่างๆ ที่คุณอยากจะทำในแต่ละวันหรืออยากทำในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น และการเผื่อเวลาตื่นให้เช้าขึ้นนี้จะทำให้ชีวิตของคุณไม่ต้องเร่งรีบมากนัก แถมยังมีเวลาทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ซึ่งส่งเสริมให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อีกด้วย

ทิปส์ : รู้มั้ยว่าการลุกพรวดพราดจากที่นอนจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ เนื่องจากเลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่ทัน และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้ ดังนั้น เมื่อตื่นนอนแล้วควรลืมตาให้หายงัวเงียสัก 2-3 นาที แล้วลุกขึ้นนั่งอีก 2-3 นาที จากนั้นค่อยลุกไปทำอย่างอื่นต่อ

2.ยืดเส้นยืดสายเป็นประจำทุกวัน

ยามเช้าการงัดตัวเองออกมาจากที่นอน สำหรับหลายๆ คนถือว่าเป็นเรื่องยาก แค่ขอใช้เวลาอีกสักเล็กน้อยเพื่อที่จะนอนกระวนกระวายต่อไปก็พอใจแล้ว นี่แหละจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณตื่นสาย ลองเปลี่ยนเอาเวลา 5 นาทีที่ขอนอนต่ออีกนิด มายืดเส้นยืดสายด้วยท่าง่ายๆ กระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น และทำให้ร่างกายพร้อมที่จะทำตามหน้าที่ของมันจะดีกว่า

การยืดเส้นยืดสายง่ายๆ ด้วยการแกว่งแขน

– ยืนตัวตรง แยกเท้าทั้งสองข้างให้ขนานกับหัวไหล่

– ปล่อยมือสองข้างไว้ข้างลำตัว โดยให้นิ้วมือชิดกันและหันฝ่ามือไปข้างหลัง

– แขม่วท้อง ยืนยึดพื้นให้แน่น โดยจิกปลายนิ้วเท้ากับพื้นให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่โคนเท้าและท้องตึง

– อย่าเกร็งร่างกาย ใบหน้าตั้งตรง มองไปข้างหน้า

– แกว่งแขนไปด้านหน้า ให้ทำมุมกับร่างกาย 30 องศา แล้วแกว่งต่อไปทางทางด้านหลังให้ทำมุมกับร่างกาย 60 องศา

ทิปส์ : การยืดเส้นยืดสายด้วยการแกว่งแขน เป็นท่ากายบริหารที่ปรมาจารย์ตั๊กม้อคิดค้นขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพ โดยจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลมภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าสดชื่นขึ้น นอกจากนี้การแกว่งแขนยังช่วยรักษาโรคบางอย่างได้ด้วย

3.ควบคุมการขับถ่ายให้เป็นเวลา

การขับถ่ายอุจจาระเป็นการกำจัดสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการออกไป เมื่อคุณต้องกินอาหารทุกวัน มันก็ไม่แปลกที่จะมีกากอาหารเหลือจากระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารของร่างกาย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการและจำเป็นต้องกำจัดออกไปทุกวันเช่นกัน แล้วเวลาของการขับถ่ายควรจะเป็นช่วงไหนดีล่ะ

เวลาทำงานของลำไส้ใหญ่จะอยู่ในช่วงตี 5-7 โมงเช้า ซึ่งถ้าถึงเวลาแล้วคุณยังไม่ทำธุระของคุณ ปล่อยปละละเลยจนมาถึงช่วง 9 โมงเช้า ที่เป็นช่วงเวลาการทำงานของกระเพาะอาหาร แล้วคุณเองเป็นคนที่ไม่ชอบกินอาหารเช้าอีก ร่างกายของคุณก็จะนำกากอาหารเก่า (อุจจาระ) ที่ยังอยู่ในร่างกายกลับมาดูดซึมใหม่อีกครั้ง โดยกากอาหารเก่านี้จะมีก๊าซพิษที่เกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายอยู่ ดังนั้นเมื่อก๊าซพิษเหล่านี้ถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ผลที่ตามมาก็คือ คุณจะรู้สึกอ่อนล้า ไม่สดชื่น และมันยังทำให้คุณมีกลิ่นตัวและกลิ่นปากโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

นอกจากนี้ ถ้าคุณไม่ถ่ายอุจจาระติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใน 1 สัปดาห์ถ่ายอุจจาระไม่เกิน 3 ครั้ง คุณก็จะมีอาการท้องอืด ท้องผูกและเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบขับถ่ายได้

4.อาหารเช้านั้นสำคัญที่สุด

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนในยุคนี้ โดยเฉพาะในยามเช้า ทำให้หลายคนต้องพลาดมื้อเช้า ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารมื้อที่สำคัญที่สุดไป ไม่เชื่อลองคำนวณระยะห่างของเวลาที่คุณกินมื้อเย็น กับกว่าที่จะได้กินมื้อเช้าดูนะ สมมติว่าคุณกินมื้อเย็นตอน 6 โมงเย็นเป็นมื้อสุดท้ายของวัน แล้วคุณกินอาหารมื้อแรกของวันตอน 7 โมงเช้า แสดงว่าร่างกายคุณไม่ได้รับอาหารถึง 12 ชม. ซึ่งจะส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำ แล้วถ้าคุณรวบมื้อเช้าไปไว้กับมื้อกลางวัน (12.00 น.) ก็บวกไปอีก 5 ชม. รวมเป็น 17 ชม.เชียวนะ ฉะนั้นคุณจะมีแรงอยู่ได้ยังไง

ช่วงเวลาของอาหารเช้าคือ 7-9 ชม. ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของวัน ที่จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน และที่สำคัญยังช่วยบำรุงสมองของคุณอีกด้วย ฉะนั้นถ้าในช่วงเช้าของคุณมีเวลาไม่มากนัก ลองมองหาอาหารเช้าจานด่วนที่ทรงคุณค่ามาเป็นตัวช่วยของคุณ เช่น แซนด์วิชสารพัดไส้ ซีเรียลกับนมสดเพิ่มผลไม้ โยเกิร์ตกับผลไม้สด ขนมปังโฮลวีตปิ้งทาแยมหรือเนย และสมูทตี้ ซึ่งอาหารเหล่านี้ใช้เวลาทำไม่ถึง 5 นาทีก็กินได้เลย

ฟิตสุขภาพทางการเงิน เริ่มต้นที่‘รีไฟแนนซ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576493

  • วันที่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

ฟิตสุขภาพทางการเงิน เริ่มต้นที่‘รีไฟแนนซ์’

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ฟิตสุขภาพการเงินให้แข็งแรง หมั่นตรวจเช็กยอดเงินในบัญชี ใบแจ้งหนี้ วงเงินสินเชื่อทั้งหมดที่มีอยู่เป็นประจำ และบริหารหนี้อย่างชาญฉลาด ทั้งหมดช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ย ภาระหนี้ แต่ที่มีผลได้ทันที คือ การรีไฟแนนซ์!

การรีไฟแนนซ์ คือ การมองหาแหล่งเงินก้อนใหม่ นำไปชำระเงินกู้ก้อนเดิม เพื่อลดภาระหนี้ ลดต้นทุนดอกเบี้ยให้ถูกลงกว่าเดิม มีทั้งรีไฟแนนซ์หนี้บ้าน และหนี้บัตรเครดิต ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ง่ายและทำได้ทันที โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพิ่งประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%

แม้ธนาคารพาณิชย์จะยังไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ แต่ธนาคารใหญ่ 2 แห่งเพิ่งประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากไป เห็นแนวโน้มว่า ดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น ดังนั้น คนที่ผ่อนสินเชื่อบ้านมาครบ 3 ปี ก็ถือเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะรีไฟแนนซ์ หากมีโปรแกรมน่าสนใจ ก็ควรล็อกต้นทุนต่ำเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้น

เริ่มต้นรีไฟแนนซ์กันเลยดีกว่า

เริ่มจากมองหาโปรแกรมสินเชื่อที่นำเสนออยู่ในตลาด ลองถามตัวเองว่าอยากได้โปรแกรมแบบไหน อยากได้ดอกเบี้ยถูกกว่าเดิม หรืออยากได้ระยะเวลาผ่อนชำระนานขึ้น หรืออยากได้ดอกเบี้ยถูกลง ด้วยระยะเวลาผ่อนเท่าเดิม ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองจะคำนวณถูกไหม ขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผู้เสนอสินเชื่อ

“ขอข้อมูลมาให้ครบว่าอัตราดอกเบี้ยตลอดโครงการเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะมีต้นทุนดอกเบี้ยตลอดโครงการเท่าใด นอกจากดอกเบี้ย แล้วยังมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกไหม หรือมีโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมตัวใดอีกบ้าง แล้วนำโปรแกรมที่สนใจมาเปรียบเทียบกัน”

ยกตัวอย่าง ผ่อนสินเชื่อบ้านราคา 2 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 12,980 บาท อัตราดอกเบี้ยจากธนาคาร เดิม 5.75% หากผ่อนต่อไปโดยไม่รีไฟแนนซ์ จะผ่อนชำระหมดในงวดที่ 281 หรือปีที่ 23 กรณีรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ อัตราดอกเบี้ย 2.85% โดยผ่อนชำระเท่าเดิม จะผ่อนชำระหมดในงวดที่ 230 หรือปีที่ 19 ซึ่งประหยัดระยะเวลาถึง 4 ปี และประหยัดเงินได้ถึง 6 แสนกว่าบาท

เมื่อได้โปรแกรมโปรโมชั่นโดนใจแล้ว ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ไปแบงก์ใหม่ ลองเข้าไปคุยกับแบงก์เดิมดูก่อน บางทีแบงก์เดิมอาจพิจารณาอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้ก็ได้ โดยเฉพาะเมื่อเราเป็นลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดี เมื่อแบงก์เดิมเสนอดอกเบี้ยเงื่อนไขพิเศษมา เปรียบเทียบความคุ้มค่าแล้วตัดสินใจรีไฟแนนซ์ในเงื่อนไขที่ดีที่สุด

สำหรับการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต ที่เดิมชำระแบบขั้นต่ำ 10% โดยผ่อนไปเรื่อยๆ ภายใต้อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี ซึ่งนับว่าสูงมาก ทางเลือกคือ ขอสินเชื่อบุคคลแบบมีระยะเวลาผ่อนชำระชัดเจน ธนาคารบางแห่งเสนอสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 9% ต่อปี เป็นสินเชื่อบุคคลแบบมีกำหนดระยะเวลาผ่อน นำวงเงินก้อนที่ดอกเบี้ย 9% ไปชำระคืนหนี้บัตรเครดิตดอกเบี้ย 18% เรียกได้ว่าประหยัดดอกเบี้ยลงไปได้ครึ่งหนึ่ง

ยกตัวอย่าง ลูกค้ามีหนี้คงค้างในบัตรเครดิต 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 18% ผ่อนชำระงวดละ 1 หมื่นบาท/เดือน หากรีไฟแนนซ์หนี้บัตรมาใช้โปรแกรมสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ย 11.73% นาน 15 เดือน ค่างวดจะลดเหลือ 7,200 บาท/เดือน หากเลือกผ่อน 24 เดือน จะจ่ายค่างวดเพียงเดือนละ 4,700 บาท ประหยัดทั้งค่างวด ประหยัดทั้งต้นทุนดอกเบี้ย

นอกจากรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านและบัตรเครดิตสินเชื่อบุคคลประเภทอื่นๆ เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน ก็รีไฟแนนซ์ได้เช่นกัน ลองถามตัวเองวันนี้ว่า จะผ่อนหนี้ดอกเบี้ยสูงต่อไปทำไม หากเรามีทางเลือกที่ถูกกว่า ประหยัดเงินได้ทันที ด้วยรีไฟแนนซ์

ข้อดีการรีไฟแนนซ์

• เป็นวิธีบรรเทาภาระหนี้ที่เห็นผลทันที

• ภาระดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น

• ไม่ยากอย่างที่คิด

• ปลดล็อกเป็นเจ้าของบ้านเร็วขึ้น ปลดภาระหนี้บัตรได้เร็วขึ้น

• ช่วยลดหนี้ครัวเรือนของระบบการเงินโดยรวม

บรรเทาภาระหนี้อย่างไร

• ดอกเบี้ยลดลง

• ผ่อนต่อเดือนลดลง

• ระยะเวลาผ่อนนานขึ้น

 

Refinance เหมาะกับใคร

• คนผ่อนบ้านครบ 3 ปี

• คนมีหนี้บัตรเครดิตและผ่อนชำระขั้นต่ำ 10% ไปเรื่อยๆ

 

ก่อนรีไฟแนนซ์ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

• พิจารณาโปรโมชั่นที่เสนอดอกเบี้ยและเงื่อนไขดีที่สุด

• ลองเจรจาแบงก์เดิมด้วย

• สำรวจรายละเอียดเงื่อนไขให้ครบ สัญญากี่ปี นอกจากดอกเบี้ยมีค่าธรรมเนียม ค่าปรับอะไรบ้าง n

ข้อมูล : ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ เปิดตู้โชว์ลิมิเต็ด เอดิชั่นสุดหวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576385

  • วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 14:00 น.

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ เปิดตู้โชว์ลิมิเต็ด เอดิชั่นสุดหวง

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแม่ดิสนีย์ของเมืองไทย แถมยังเปิดร้านขายของเล่น เพลย์ เฮาส์ (Play House) แต่เมื่อพูดถึงของสะสมสุดรักแสนหวงของ แพร-แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง กลับไม่ใช่ของเล่นๆ เพราะแต่ละชิ้นถ้าไม่ใช่ลิมิเต็ด เอดิชั่น ก็เป็นชิ้นที่หาได้ไม่ง่ายๆ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวยอมรับอย่างดุษฎีว่า ทั้งหมดเกิดจากความชอบของที่เป็นลิมิเต็ด เอดิชั่นเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่จำความได้

“แพรไม่ชอบใช้อะไรเหมือนใคร ของชิ้นไหนที่ผลิตออกมาน้อยๆ หรือมีจำนวนจำกัด ทำให้แพรยิ่งรู้สึกว่าพิเศษ เชื่อมั้ยว่าอายุ 7-8 ขวบ แพรก็เริ่มซื้อบาร์บี้ลิมิเต็ด เอดิชั่นเก็บแล้ว จนตอนนี้ก็ยังเก็บอยู่ แต่สภาพอาจจะไม่ 100%

ของลิมิเต็ด เอดิชั่นส่วนใหญ่ที่แพรซื้อ จะซื้อตามราคาป้ายเท่านั้นนะคะ ต่อให้ต้องไปเข้าคิว หรือบางครั้งใช้คอนเนกชั่นฝากเพื่อนซื้อ เราก็จะพยายามเสาะแสวงหามาให้ได้ มีสมหวังผิดหวังบ้าง แต่ถ้าชิ้นไหนพยายามแล้วไม่ได้จริงๆ แพรก็โอเคนะ แพรจะไม่ไปหาตามต่อในตลาดมือสองอีก”

เรียกน้ำจิ้มด้วยการเกริ่นถึงที่มาของความชอบของลิมิเต็ด เอดิชั่นไปแล้ว ถึงเวลาเปิดตัวของรักแสนหวง แพรเริ่มต้นด้วยรองเท้าแก้ว คอลเลกชั่น “ซินเดอเรลลา” จากแบรนด์จิมมี่ ชู (Jimmy Choo)

“จริงๆ จิมมี่ ชู ไม่ใช่แบรนด์รองเท้าที่แพรชอบที่สุด คู่นี้ถือเป็นคู่แรกๆ ที่แพรมีของแบรนด์นี้ก็ว่าได้ คู่นี้แพรซื้อตอนไปเที่ยวที่อังกฤษ คือแพรรู้อยู่แล้วว่าเขาจะออกคอลเลกชั่นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนไปเห็นที่ช็อป ชอบก็เลยตัดสินใจสั่งเมดทูออร์เดอร์ ซึ่งช่วงแรกเขายังให้สั่งได้เฉพาะช็อปที่ยุโรปเท่านั้น ตอนหลังถึงเริ่มให้สั่งจากช็อปที่เอเชียได้

ตอนที่แพรได้รองเท้าคู่นี้มาเมื่อ 2-3 ปีก่อน น่าจะมีไม่ถึง 5 คู่ในเมืองไทย ซื้อมาแล้วชอบมาก เวลาใส่ออกงานจะมีคนทักตลอด

สำหรับแพร รองเท้าคู่นี้มีความเอ็กซ์คลูซีฟมากนะ ราคาหลักแสนก็จริง แต่แพรว่าคุ้มค่า ที่สำคัญแพรใส่จริงๆ ไม่ได้ซื้อมาเก็บ เพราะคุณแม่แพรสอนเสมอว่าจะซื้ออะไรมาแพงแค่ไหน ถ้าได้ใช้ถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้าซื้อมาเก็บ ไม่กล้าใช้อย่าซื้อดีกว่า เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าของทุกชิ้นที่แพรซื้อมาต้องได้ใช้จริงหมด”

นอกจากรองเท้าแก้วคู่สวย แพรบอกว่า ถ้าจะให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สาวลุยอย่างเธอจริง ต้องรองเท้าผ้าใบที่พร้อมไปไหนไปกัน

“ปกติแพรไม่ค่อยใส่รองเท้าผ้าใบนะ เพิ่งมาเริ่มใส่ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะแต่ก่อนแพรมองว่า รองเท้าผ้าใบใส่กับอะไรก็ไม่เข้า แต่ตอนนี้เริ่มชิน (ยิ้ม) จำได้ว่ารองเท้าผ้าใบคู่แรกที่ใส่ คือ อาดิดาส เอ็นเอ็มดี (Adidas NMD) สีเหลือง สามี (ไทร-กรมิษฐ์ ธนิสรธเนศ) ซื้อให้ แต่คู่ที่เลือกมาวันนี้ คือ ไนกี้ (Nike) คอลเลกชั่น Be True มีกิมมิกคือ ธงแอลจีบีที (LGBT) เป็นรุ่นที่หายากประมาณหนึ่ง เพราะเป็นที่รู้กันว่าทุกปีไนกี้จะออกคอลเลกชั่นพิเศษฉลองเดือนแห่ง LGBT คู่นี้แพรซื้อจากร้านแอทโมส แบงค็อก (Atmos Bangkok) ซึ่งเป็นร้านของคุณสามี (หัวเราะ) ถือว่าช่วยอุดหนุนเขาไปในตัว ซึ่งจริงๆ คู่นี้แพรใส่แล้วก็ใหญ่ไปครึ่งไซส์นะคะ ต้องอาศัยใส่ถุงเท้าช่วยก็จะพอดี ส่วนใหญ่จะใส่ไปต่างประเทศเพราะเบาสบาย”

แพรยังบอกด้วยว่า การที่ได้เป็นเจ้าของรองเท้าคู่นี้นอกจากจะเป็นความภูมิใจส่วนตัวแล้ว ยังเป็นความภูมิใจของสามีที่ไนกี้เลือกนำรองเท้ารุ่นหายาก ผลิตจำนวนจำกัดมาวางขายที่แอทโมส แบงค็อกด้วย

ขนรองเท้ามาให้ชม 2 คู่แล้ว สาวเก่งเปลี่ยนบรรยากาศมาชวนชมผลงานอาร์ตพีซสุดเก๋ที่มีเพียง 50 ชิ้นในโลกของคอวส์ (Kaws) ศิลปินชื่อดังกันบ้าง

“ชิ้นนี้ได้มาเพราะดวงล้วนๆ เพราะตอนแรกแพรไม่ได้อยากได้ แต่ช่วงที่รูปนี้เปิดขาย แพรไปงานคอมมิกคอนที่นิวยอร์กพอดี ปรากฏว่าสามีแพรและเพื่อนอีก 2 คนที่ไปด้วยกันอยากได้ ซึ่งวิธีการที่จะได้มาคือ ต้องส่งอีเมลเข้าไป แล้วเขาจะแรนดอมอีกที ถ้าใครโชคดีได้เป็น 1 ใน 50 คน ที่จะได้เป็นเจ้าของจะได้รับการติดต่อกลับในช่วงบ่ายวันนั้น ตอนนั้นแพรก็ไม่ได้คิดจะส่ง แต่คุณสามีชวนว่าให้ลองส่งไปเผื่อได้ก็เลยตัดสินใจส่งไป

ปรากฏว่า ระหว่างที่นั่งรอกันอยู่ 4 คน แพรเป็นคนเดียวที่ได้รับการติดต่อกลับมา บอกว่าถ้าว่างให้มาที่แกลเลอรี่ แพรก็ไป เพราะคิดว่าไหนๆ ก็ได้แล้ว พอจ่ายเงินเรียบร้อย เขาก็ส่งมาให้ที่เมืองไทย ซึ่งตอนนี้คุณสามีเอามาใส่กรอบไว้ที่ห้องทำงานเรียบร้อย” แพรเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ถัดจากงานอาร์ต แพรถือโอกาสโชว์อีกหนึ่งของรักแสนหวง นั่นคือ เสื้อยืดจากแบรนด์บิลเลียนแนร์ บอยส์ คลับ (Billionaire Boys Club) แบรนด์เครื่องแต่งกาย และแอกเซสซอรี่แนวสตรีท ก่อตั้งโดยศิลปินมากความสามารถ ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์

“ด้วยความที่เห็นว่าเทรนด์สตรีทแฟชั่นมาแรง แอทโมส แบงค็อก เลยดีลกับทางบิลเลียนแนร์ บอยส์ คลับ เพื่อเปิดเป็นออฟฟิเชียลสโตร์ในเมืองไทย ซึ่งเขาก็ยินดี แถมยังทำเสื้อยืดรุ่นพิเศษเพื่อจำหน่ายในเมืองไทยเท่านั้น โดยจะทำแค่ 2 สี สีละประมาณ 500 ตัวเท่านั้น ซึ่งแพรตั้งใจว่าจะนำมาใส่กรอบเก็บไว้สีละ 1 ตัว เพื่อเป็นที่ระลึก”

อีกชิ้นที่เจ้าตัวปลื้มมากๆ เพราะเป็นของแทนใจที่มีชิ้นเดียวในโลก นั่นคือ เครื่องประดับจากเจมโมรีส์ (Gemories)

“ดูภายนอกอาจเป็นแหวนและกำไลธรรมดาที่ใครๆ ก็มี แต่เบื้องหลังเครื่องประดับชิ้นนี้ได้บันทึกความทรงจำที่มีค่าของแพรไว้ เพราะแพรเลือกนำสายสิญจน์ที่ใช้ตอนรดน้ำสังข์บรรจุเข้าไปในเครื่องประดับด้วย เพราะฉะนั้นถึงจะใม่ใช่เครื่องประดับที่มีมูลค่าสูง แต่มีมูลค่าทางจิตใจสูงมาก”

มาถึงไอเท็มสุดท้ายที่แพรเลือกมา เพื่อไม่ให้เสียชื่อเจ้าของอาณาจักรของเล่น เธอเลือกนำเจ้า Pun Pun and Shoot ซึ่งเพลย์ เฮาส์ ร่วมกับคอร์ส (Coarse) ทำคอลเลกชั่นพิเศษ โดยครั้งนี้เลือกใช้แพนด้าเป็นตัวเอก หลังจากที่ผ่านมามีคอลเลกชั่นกระต่ายกับแครอต นกกับขนมปัง มาถึงล่าสุดเป็นแพนดากับไผ่ ซึ่งทำออกมาแค่ 250 ชิ้นเท่านั้น

แพรยังทิ้งท้ายสำหรับคนที่ชอบลิมิเต็ด เอดิชั่นว่า ไม่ว่าจะซื้ออะไร ขอให้เลือกจากความชอบเป็นหลักก่อนที่จะคิดว่าซื้อมาเพื่อเก็งกำไร หวังว่าราคาจะขึ้น

“ถ้าในอนาคตราคาขึ้น ถือว่าเป็นความโชคดี ส่วนตัวแพรซื้อมาทั้งใช้และสะสม ซื้อมาแล้วของทุกชิ้นส่วนใหญ่จบที่แพร เพราะตั้งแต่ซื้อมาก็ยังไม่เคยขายสักชิ้น”

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน อิ่มท้องแถมดีต่อสมอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576384

  • วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 14:00 น.

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน อิ่มท้องแถมดีต่อสมอง

เรื่อง พุสดี

หนึ่งในผลงานวิจัยที่ทำให้เด็กวัยเรียนต้องตาลุกวาวคือ ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเยาเม ปริเมร์ จากสเปน พบว่า การบริโภคอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มาจากพืชผักและน้ำมันมะกอก มีส่วนในการพัฒนาผลการเรียนในวิชาหลักในโรงเรียน รวมถึงช่วยส่งเสริมทักษะด้านการพูดในวัยรุ่น

การศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Acta Paediatrica หลังจากได้ทำการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นในเมืองกาสเตยอน ประเทศสเปน จำนวน 269 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 13.9 ปี ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว พบว่าการกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเป็นประจำส่งผลให้คะแนนในวิชาหลัก การเรียนภาษา และทักษะด้านการพูดดีขึ้น รวมถึงเกรดเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวม สอดคล้องกับผลการศึกษาของสถาบันประสาทวิทยาการศึกษาในกรุงลอนดอนของอังกฤษที่ชี้ชัดว่า โภชนาการมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลการศึกษาของนักเรียน โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้การคิดวิเคราะห์และความจำระยะสั้น

ขณะที่ พญ.เอริกา สตีลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพครอบครัวแบบองค์รวม จากรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เสริมว่า อาหารเมดิเตอร์เรเนียนมีผลดีต่อสุขภาพและพัฒนาการของสมอง เนื่องจากมีกรดไขมันโอเมกา 3 หรือไขมันอัจฉริยะ ซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันสำคัญในสมองในปริมาณ จึงมีส่วนช่วยให้สามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้แม่นยำมากขึ้น

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการส่งเสริมพัฒนาการของลูก ด้วยการเลือกสรรโภชนาการที่ดี สามารถนำเทคนิคไปปรับใช้ด้วยการปรุงเมนูไทยแบบง่ายๆ โดยเลือกใช้ส่วนผสมตามแบบฉบับชาวเมดิเตอร์เรเนียนที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ อาทิ ผักผลไม้สด ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่วนานาชนิด น้ำมันมะกอก และเนื้อปลา มาปรุงเป็นเมนูต่างๆ เช่น ข้าวผัดปลาแซลมอน ผัดผักรวมมิตร หรือก๋วยเตี๋ยวผัดกุ้ง ฯลฯ

สำหรับน้ำมันมะกอก ทุกคนคงทราบถึงสารพัดคุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอกเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในการลดคอเลสเตอรอล หรือการลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเบาหวาน แต่น้ำมันมะกอกที่วางขายในท้องตลาดมีหลากหลายสูตรให้เลือกใช้ตั้งแต่เวอร์จิ้น เอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น ไลท์ เอ็กซ์ตร้า ไลท์ หรือระบุแค่เป็น “น้ำมันมะกอก” ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้สูตรใดในการปรุงเมนูโปรด

เคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกใช้ คือ สำหรับน้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น ซึ่งมีรสสัมผัสเข้มข้นนอกจากจะสามารถรับประทานได้สดๆ จากขวด ยังเหมาะสำหรับใช้ปรุงอาหารที่ไม่ต้องผ่านความร้อน ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารเมื่อใช้หมัก ปรุงรสชาติซุปและซอส หรือทำน้ำจิ้มแสนอร่อย ส่วนชนิดที่ระบุแค่ “น้ำมันมะกอก” เหมาะสำหรับการทอดแบบน้ำมันท่วม การอบ รวมไปถึงการย่าง อาทิ เมนูหอยทอด ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว หรือแม้กระทั่งปลาดุก

ปิดท้ายด้วยน้ำมันมะกอก สูตรเอ็กซ์ตร้า ไลท์ จะเข้ากันได้ดีกับอาหารทุกประเภท รวมไปถึงการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูง เช่น เมนูผัด และทอดแบบน้ำมันท่วม อาทิ ไข่เจียว ผัดกะเพรา ผัดผักรวม หรือข้าวผัด เป็นต้น

เพราะชอบเที่ยว จึงเปิดทัวร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576382

  • วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 14:00 น.

เพราะชอบเที่ยว จึงเปิดทัวร์

เรื่อง กันย์

มรุต ทวีเพ็ชร ผู้บริหารบริษัท ไอเดีย เวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์ ผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์มากว่า 12 ปี เพิ่งเปิดอาชีพเสริมในการทำทัวร์เมื่อปีที่แล้ว ด้วยจุดเริ่มต้นธุรกิจมาจากความชอบหรือหลงใหลในสิ่งนั้นสุดๆ สำหรับ เลิฟ ฮอลิเดย์ ผู้ให้บริการธุรกิจนำเที่ยวน้องใหม่ จัดสรรจุดหมายปลายทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ใช้ทั้งหัวใจที่ลุ่มหลงกับการเดินทางมาผลักดันการทำงาน โดยดึงทักษะงานประชาสัมพันธ์มาสร้างสรรค์รูปแบบการนำเสนอด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ทั้งที่มีความต้องการหลากหลาย และคาดหวังสูง

ก่อนจะเป็นเลิฟ ฮอลิเดย์ ที่เปิดให้บริการนำเที่ยวอย่างจริงจังในตอนนี้ แนวคิดนี้เป็นเพียงความใฝ่ฝันเล็กๆ ที่สนุกและตื่นเต้นกับการกล้าคิดทำสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของเขาขึ้นมา เพื่อหวังจะต่อยอดความสุขจากการเดินทางให้กับคนอื่นๆ ด้วย

“ธุรกิจนี้มาจากความชอบส่วนตัวจริงๆ ผมชอบเดินทางมากๆ เริ่มเดินทางจริงจังมา 5-6 ปีแล้ว และยังอยากถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวในแบบของตัวเองให้คนอื่นๆ รู้ด้วย จึงทำเพจ ใต้ปีกนางฟ้า ขึ้นมาเพื่อแชร์เรื่องการเดินทางที่มีประโยชน์ในหลายๆ แง่มุม จนมีผู้ติดตามนับหมื่นคน และเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้จัดนำเที่ยวแบบนี้บ้าง

บวกกับแบ็กกราวด์ของตัวเองที่ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ จึงถนัดและเชี่ยวชาญงานด้านบริการ มีทักษะและความรู้ในการบริหารจัดการ ทำงานด้านการสื่อสารและการประสานงาน ทั้งยังมีประสบการณ์จัดทริปให้กับนักข่าวและลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และทุกปีก็จะมีการจัดทริปบริษัทตนเองอยู่แล้ว ทำให้มั่นใจว่าการกระโจนเข้ามาในธุรกิจนำเที่ยวคือคำตอบที่ดีที่สุด ณ เวลานี้”

ด้วยธุรกิจนำเที่ยวมีการแข่งขันสูง เลิฟ ฮอลิเดย์ จึงไม่ได้นำเรื่องยอดขายหรือกำไรจากการทำธุรกิจมาเป็นตัวตั้งต้น แต่มองถึงโอกาสที่จะเป็นทางเลือกใหม่ๆ หวังเปิดมิติการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้เป็นการเดินทางที่สนุก มีความสุข และคุ้มค่าที่สุด โดยนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวแบบบูติกทัวร์ ที่จัดสรรการท่องเที่ยวได้ตามต้องการหรือเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีสไตล์การเที่ยวเฉพาะตัว เปิดโอกาสให้ลูกค้าทั้งแบบ Incentive Group, Private Group และ Tour Group ได้ร่วมออกแบบตารางการเดินทางที่ชื่นชอบด้วยตัวเอง

“จากประสบการณ์การเดินทางและจากการทำงาน เรายึดความต้องการลูกค้าเป็นตัวตั้งเสมอ เพื่อให้เกิดความพอใจโดยรวม ในเมื่อลูกค้าอาจมีเจ้าประจำอยู่แล้ว โจทย์คือทำอย่างไรให้ลูกค้าเปิดโอกาสให้เราโดยไม่ใช้วิธีการต่อสู้ด้วยการตัดราคา แต่มองให้ลึกถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นทริปพิเศษที่เขารอคอย ซึ่งพบว่างานนี้เหมือน Wedding Planner ที่เป็นเรื่องของการสร้างความประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งลูกค้ามีความคาดหวังสูง ทุกคนมาเพื่อตักตวงความสุขกลับไป ดังนั้นการให้บริการด้วยความจริงใจ ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน ไขข้อสงสัย และทำตามคำเรียกร้องและคำมั่นสัญญาได้คือสิ่งสำคัญ

ดังนั้น หากมีเงื่อนไขใดที่ไม่อาจทำได้จริง ก็ต้องบอกลูกค้า พูดคุยกัน และยอมรับตกลงกันก่อนเดินทางเพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกผิดหวัง เช่นกรณีบางจุดหมายปลายทาง ในประเทศหรือเมืองนั้นๆ อาจมีข้อจำกัดเรื่องยานพาหนะ เราก็จะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนเพื่อนำไปสู่การนำเสนอโปรแกรมที่ดีที่สุดตามความต้องการและเงื่อนไขที่ลูกค้ายอมรับหรือพร้อมจ่ายได้”

กับทีมงานด้านการนำเที่ยวมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ซึ่งมีความชำนาญในหลากหลายเส้นทางทั่วโลก ในทุกทวีปทั้ง ยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ-ใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกา โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับเอเยนซีท้องถิ่นในแต่ละประเทศ จึงวางใจได้ว่านักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวกสบาย อบอุ่นใจ และปลอดภัยตลอดการเดินทาง

ถ้ามองในแง่ธุรกิจการคัดสรรจุดหมายปลายทางที่มีความสดใหม่อยู่ ถึงแม้จะมีความยากในการดำเนินการ จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่มีข้อดีคือส่งผลให้ธุรกิจของเขาแตกต่างจากรายอื่นๆ และกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจขึ้นได้ กลุ่มเป้าหมายของเขาเป็นกลุ่มวีไอพี ข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารระดับสูงในองค์กรเอกชน จะพบว่าพวกเขาเดินทางในจุดหมายเดิมๆ กันมาหมดแล้ว ดังนั้นการจัดโปรแกรมที่มีความพิเศษขึ้นหรือเอ็กซ์คลูซีฟ จึงเป็นจุดขายของเลิฟ ฮอลิเดย์ ที่พยายามนำเสนอให้แตกต่างออกไป

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผลตอบรับดีตามที่คาดหวัง ลูกค้าได้รับบริการตามที่เรานำเสนอไว้ และด้วยจุดแข็งนี้ก็ช่วยให้เกิดการแนะนำบอกต่อไปยังกลุ่มลูกค้าอื่นๆ โดยที่เราก็ต้องกระตุ้นพีอาร์ไปพร้อมกับช่องทางออนไลน์ทั้ง Website: http://www.loveholiday.co.th และ Line official : @loveholiday หรือ Facebook : loveholidayth ควบคู่กันไป และด้วยรูปแบบการนำเสนอทั้งจุดหมายปลายทาง หรือโปรแกรมแปลกใหม่น่าตื่นตาตื่นใจ เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า ก็ทำให้เลิฟ ฮอลิเดย์ คาดหวังจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับวงการนำเที่ยวด้วยเช่นกัน

ระวัง! เรื่องภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/576262

  • วันที่ 08 ม.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

ระวัง! เรื่องภาษี

เรื่อง ภาดนุ ภาพ Pixabay

การที่เราจะทำให้เงินหรือทรัพย์สินที่มีอยู่นั้นงอกเงย หรือเพิ่มพูนมากขึ้น เคล็ดลับที่หลายคนรู้กันดีก็คือ การใช้เงินทำงาน เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนสามารถทำได้ หากมีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบซะก่อน

เคล็ดลับที่หลายคนหันมาใช้เงินทำงาน ดูแล้วน่าจะเป็นหนึ่งในหนทางสร้างเงินที่สะดวกสบายที่สุด และการตอบแทนในเรื่องกำไรก็นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว แม้การลงทุนบางอย่างอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนมากเท่าการประกอบธุรกิจทั่วไป แต่หากหักลบกลบกันแล้ว การลงทุนแบบใช้เงินทำงานก็อาจไม่ต้องเสียค่าเดินทางหรือค่าโสหุ้ยอะไรมากมาย

สิ่งหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้ก็คือ “การเสียภาษี” เพราะที่ผ่านมาหลายคนละเลยเรื่องนี้ จนตกม้าตายกันมานักต่อนักแล้ว เช่น มีนักธุรกิจคนหนึ่งที่ลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์แบบซื้อมา-ขายไป โดยธุรกิจนี้ก็ทำกำไรให้เขาได้เป็นอย่างดี แต่เขากลับพลาดในเรื่องการเสียภาษี ทำให้เขาโดนฟ้องย้อนหลัง ดอกทบต้นไม่ต่ำกว่า 6 ล้านบาทเลยทีเดียว แล้วยิ่งเจอคดีตอนช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตกด้วยนะ ก็ส่งผลให้นักธุรกิจผู้นั้นถึงขั้นล้มละลายในเวลาต่อมา

เห็นมั้ยล่ะว่า เรื่องภาษีที่ดูว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ก็อาจทำให้เราเสียหายได้มากกว่าที่เราจะคาดคิด

ฉะนั้นทุกคนควรใส่ใจและรู้โดยอัตโนมัติว่า การลงทุนของเรานั้นต้องเสียภาษีที่ตรง ไหนบ้าง จากนั้นก็รีบจัดการจ่ายภาษีซะ ดีกว่าปล่อยให้มันกลายเป็นดอกในเชิงลดเงินเรา แล้วเราจะมานั่งโอดครวญว่า “ฉันไม่รู้” ไม่ได้ จะโทษว่าเจ้าหน้าที่ไม่เตือนก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะตามกฎหมายแล้ว “การเสียภาษีคือหน้าที่ของประชาชน”

แต่กระนั้นการลงทุนบางประเภทก็มีผลดี เพราะมันถูกนำมาช่วยคิดหักภาษีได้ตอนที่เราต้องชำระภาษีบุคคลธรรมดาประจำปี ได้แก่ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF ซึ่งช่วยลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้น การลงทุนหลายตัวที่นักลงทุนยินดีลงทุน แม้จะต้องลงทุนระยะยาวและอาจจะไม่ได้ผลตอบแทนมากมายเท่าไร แต่ในเชิงภาษีแล้วมันสามารถช่วยให้เขาลดหย่อนได้อย่าง RMF ก็สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 แสนบาท/ปี เลยทีเดียว

พูดได้ว่าการลงทุนประเภทกองทุน จึงเป็นลูกเล่นในการบริหารเงินที่ช่วยลดหย่อนภาษี ซึ่งนักบัญชีมักชอบที่จะแนะนำให้นักลงทุนที่มีรายได้มากๆ ใช้ช่องทางเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งในทางหนึ่งการที่รัฐบาลกำหนดช่องทางนี้ไว้ ก็เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้นำเงินออกมาลงทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแทนที่จะเก็บไว้เฉยๆ โดยเปล่าประโยชน์

จงอย่าลืมว่า ภาษีคือส่วนหนึ่งของเงินที่ภาครัฐเอามาช่วยเอกชนและประชาชนในการบริหารประเทศ ฉะนั้นการที่เราทุกคนต้องจ่ายภาษีก็ถือเป็นการช่วยดูแลประเทศของเราในทางหนึ่งด้วยเช่นกัน