คณะกรรมการจัดการประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก หรือ Global Summit of Women (GSW) นำโดย กอบกาญจน์ วัฒนวรวรางกูร ประธานคณะกรรมการฝ่ายไทย ร่วมด้วย สุพัตรา จิราธิวัฒน์, หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช เป็นตัวแทนคณะกรรมการไปร่วมการประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก Global Summit of Women (GSW) 2025 ที่เบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี พร้อมกับสองนักบริหารหญิงไทย ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ซีอีโอ บริษัทเซ็ปเป้ และ ดอกเตอร์นริสา เชื้อวิดุล-ออว์ ซีอีโอ KogoPay (โคโกะ เพย์) ประเทศไทย ได้รับเชิญขึ้นอภิปรายแสดงวิสัยทัศน์บนเวที โดยมีสตรีผู้นำนานาชาติเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก มีหลายประเทศที่มากันเป็นกลุ่มคณะใหญ่ เช่น สตรีนักธุรกิจในยุโรป อเมริกัน จีน และเกาหลี
การประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก หรือ Global Summit of Women (GSW) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเวียนไปจัดยังประเทศต่างๆ สำหรับปี 2568 นี้เป็นการฉลองครบรอบ 35 ปี หัวข้อหลักการประชุมปีนี้ คือ Women Restoring Values in the Digital Age (บทบาทผู้หญิงกับการฟื้นฟูคุณค่าในยุคดิจิทัล) ซึ่งประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2565 นับเป็นการประชุมที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง มีผู้นำสตรีทั้งจากภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลกเดินทาวมาเข้าร่วมประชุมเกือบ 1,000 คน เป็นการเปิดประเทศหลังโควิด 19 ที่ได้รับความชื่นชมเป็นอันมาก
ทุกๆ ปี จะมีการเฟ้นหาผู้นำสตรีไทยที่มีความสามารถในระดับนานาชาติ ให้ไปร่วมอภิปรายบนเวทีระดับโลก เพื่อให้ทุกประเทศรับรู้ถึงความเป็นมืออาชีพระดับสากลของทั้งซีอีโอและผู้ประกอบการไทย เพื่อเปลี่ยนภาพพจน์หญิงไทย คนไทย และประเทศไทยว่ามีศักยภาพ มีคุณภาพ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทย สำหรับในปีนี้ ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Should Companies Take a Position on Socio-Cultural Issues?” โดยเธอได้กล่าวอย่างชัดเจนบนเวทีว่า SAPPE ยึดมั่นในบทบาทขององค์กรที่ “กล้ายืนหยัดเ พื่อคุณค่าที่เชื่อ” ไม่ใช่แค่ในเชิงกลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นการส่งเสียงอย่างมีจุดยืน ในประเด็นที่มีความสำคัญต่อสังคมและวัฒนธรรม โดยมีคุณค่าหลักขององค์กรที่ถูกหล่อหลอมไว้ใน DNA ได้แก่ ความเป็นนักนวัตกรรม การส่งเสริมบทบาทผู้หญิง และความหลากหลาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “บิวตี้ ดริ๊ง” สะท้อนจุดยืนในการส่งเสริมให้ผู้หญิงดูแลตนเอง รักและภาคภูมิใจในความงามจากภายใน โดยเแคมเปญ “สวยเรา ไม่ต้องสวยใคร” มีแนวคิดว่าควรเป็นคนที่เชื่อมั่นในความงามของตนเอง และสามารถเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ ยึดมั่นในเรื่องความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการเปิดกว้าง องค์กรมีพนักงานหญิงคิดเป็น 53% ของพนักงานทั้งหมด และในระดับผู้บริหารระดับสูงมีสัดส่วนถึง 60% ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการขับเคลื่อนด้วยคุณค่า โดยมีการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับผู้ถือหุ้นรายไตรมาส การสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์และ Social Listening ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้ทีมงานทุกระดับสามารถเข้าถึงผู้บริหารได้โดยตรง
4 ไฮไลต์ในงาน “โครงการหลวง 56” สอดคล้องกับ Global Trends
1.สุขภาพและนวัตกรรมอาหาร Innovative Food & Beverage Wellness เทรนด์ที่กำลังมาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ภายในงานพบกับ “The Legend of Royal Coffee” ตามรอยเรื่องเล่ากาแฟของพ่อ สู่การสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ชิมกาแฟเมนูพิเศษจากแชมป์บาริสต้า, ครั้งแรก เมนู Ready to Cook คิดสูตรโดย Celebrity Chef จัดเป็นเซ็ตพร้อมปรุง 12 เมนูให้ซื้อกลับไปทำที่บ้านได้สะดวกและอร่อย
2.ด้าน Sustainability เซ็นทรัลพัฒนา และกลุ่มเซ็นทรัล มีปณิธานอันแน่วแน่ในการสนับสนุนการจัดงาน ร่วมส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยบนพื้นที่สูงและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องวิสัยทัศน์ “The Place Making for Sustainable Future” โดยให้พื้นที่ศูนย์ฯ เป็นที่ที่จำหน่ายผลิตผลโครงการหลวง จากเกษตรกรบนพื้นที่สูง 39 แห่ง ใน 7 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยา ลำปาง และ ตาก สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรชาวไทยกว่า 12,000 ชีวิตบนพื้นที่สูง ในงานยังใช้ถุง Bio Compostable ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติจาก บริษัท ภัณฑ์ดีพลาสติก เป็นปีที่ 2 ย้ำภารกิจสร้าง Sustainable Ecosystem และเดินหน้า NET Zero อย่างเป็นรูปธรรม ของเซ็นทรัลพัฒนา
3.Immersive Experiences ผสานศิลปะ เทคโนโลยี และธรรมชาติ กับงาน Royal Bistro โดยเชฟเตย–สหรัฐ ผู้ชนะการแข่งขันรายการ MasterChef The Professionals Thailand คนแรกของประเทศไทย และเชฟอาร์–ธีรภัทร ผู้ชนะจากการแข่งขัน จาก The Next Iron Chef Season 2 ครั้งแรก Royal Bistro Gala Night กับ Fine Dining เรื่องเล่าจากยอดดอยสู่ปลายช้อน Royal Bistro ปีที่ 3 ที่โซน Urban Balance และRoyal choice menu เมนูพิเศษจากวัตถุดิบโครงการหลวง ที่ร้านดังในศูนย์ฯ อาทิ จินเจอร์ ฟาร์ม คิทเช่น, ฮั่วเซ่งฮง, โซซากุ, บีนส์ คอฟฟี่ โรสเตอร์ และ ฮอกไกโด ราเม็ง ซันโตวกะ เป็นต้น