หลอดเลือดสมองตีบตัน รักษาทัน ลดเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

หลอดเลือดสมองตีบตัน รักษาทัน ลดเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

หลอดเลือดสมองตีบตัน รักษาทัน ลดเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ที่เป็นมักมีอาการอย่างเฉียบพลัน แต่หากมาถึงมือแพทย์เร็วทันเวลา ก็มีโอกาสรักษาให้หายเป็นปกติได้

นายแพทย์พงศกร พงศาพาส ประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่าโรคหลอดเลือด สมอง หรือ Stroke เกิดจากการที่หลอดเลือดสมองมีการอุดตัน ตีบ หรือแตก ทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการแสดง เช่น หน้าเบี้ยว ตาพร่ามัวมองเห็นภาพซ้อน อ่อนแรง ชาครึ่งซีก หรือเป็นอัมพาตแบบครึ่งซีก พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้ เป็นต้น โดยมักเกิดในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป แต่พบได้มากในกลุ่มผู้สูงอายุเนื่องจากหลอดเลือดเสื่อมตามวัย

ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 mmHg เป็นระยะเวลานาน จะทำให้หลอดเลือดเสื่อมการทำงานเร็วกว่าปกติ ส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดตีบ แตก หรืออุดตันได้ โรคเบาหวาน ทำให้เกิดผนังหลอดเลือดเสื่อมการทำงาน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเกิดปัญหาหลอดเลือดสมองต่างๆ ที่กล่าวมาได้ โรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคผนังหัวใจรั่ว โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดกระจายไปอุดเส้นเลือดสมองได้ โรคไขมันโลหิตสูง ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด เกิดการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดเสื่อม ส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดตีบ แตก หรืออุดตันได้

การสูบบุหรี่ มีสารที่เร่งความเสื่อมของหลอดเลือดสมอง เกิดภาวะโรคทางหลอดเลือดสมองได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 6 เท่า ดังคำกล่าวที่ว่า “The more you smoke the more you stroke” ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ ก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดกระจายไปอุดตันหลอดเลือดสมองและอวัยวะต่างๆได้ โรคอ้วน และ ขาดการออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจได้ เป็นปัจจัยที่ช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองเสื่อม และเพิ่มการทำงานของหัวใจ ช่วยลดการเกิดปัญหาหลอดเลือดสมองได้อย่างมาก

การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจสมองด้วยคอมพิวเตอร์ (CT Scan), การตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI และ MRA), การตรวจการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดในสมอง (Transcranial Doppler : TCD), และการตรวจหลอดเลือดคอ (Carotid Doppler) เป็นต้น ซึ่งผลการตรวจที่แม่นยำจะสามารถช่วยให้แพทย์วางแผนการป้องกัน และรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง คือการทำให้เซลล์ของสมองยังอยู่รอดให้ได้นานที่สุด โดยการที่เลือดไหลเวียนได้ทันเวลาและในระดับที่เหมาะสม จะสามารถทำให้เนื้อสมองที่ได้รับผลกระทบฟื้นตัวได้เร็ว ส่งผลให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติได้ โดยในระยะแรกที่เกิดอาการ แพทย์จะทำการประเมินผู้ป่วย หากมีข้อบ่งชี้ของการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดและไม่มีข้อห้าม แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4.5 ชั่วโมง แต่ในกรณีที่มีหลอดเลือดสมองขนาดใหญ่อุดตัน แพทย์จะรักษาโดยการใช้สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบและขึ้นไปที่สมอง เพื่อนำเอาลิ่มเลือดที่อุดตันในหลอดเลือดออกมา (Mechanical thrombectomy) การรักษาที่สามารถทำได้รวดเร็ว ส่งผลให้การบาดเจ็บของสมองที่เกิดขึ้นน้อยลง และได้ผลลัพธ์การทำงานของสมองที่ดี

ผู้ป่วยควรควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ควมคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวสูง หลีกเลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมระดับน้ำตาลในโรคเบาหวาน ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานผลไม้และผักให้มากยิ่งขึ้น และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคหลอดเลือดสมองมักส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้าง ดังนั้น นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สิ่งสำคัญคือ หมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพราะหากรู้ตัวเร็ว ยังมีโอกาสรักษาได้ทัน และลดความเสี่ยงที่จะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน ร่วมกับ สยามซินโฟนิเอตต้า ออร์เคสต้าเยาวชนนำเสนอ “POSSIBLE DREAMS ความฝันอันสูงสุด” คอนเสิร์ตสำหรับครอบครัวด้วยดนตรียอดนิยมจากโมสาร์ทถึงแฮร์รี พ็อตเตอร์ โดย ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน,  ลีโอ วีเลอร์ (บุตรชาย), Dominika RosiekSoJung Lee (นักไวโอลินและเชลโลจากต่างประเทศ) ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมใหญ่)  6 ส.ค.  เวลา 19.30 น.รายได้มอบโครงการศึกษาดนตรีเยาวชน บัตร : 500 บาท; 2,000 บาท (VIP)สำรองที่ www. TicketMelon.com   LINE: Opera Siam..๐๐

ll ยินดีกับ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ที่ได้เป็น ว่าที่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข..๐๐

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ เหล่ากาชาด จ.ชลบุรี บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มแก่ปวงประชา โดยมี ประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี ร่วมด้วย ณ ศาลาประชาคมเทศบาลนครบ้านสวน อ.เมืองชลบุรี..๐๐

ll ชาว Digital CEO#7 ยินดีกับ พิชาวีร์ วรพัทธ์โภคิน ที่ได้เป็น Regional Sales Director ของ Cloudflare Thailand, Philippines & Indochina..๐๐

ll แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และกลุ่ม LGBTQIA2S+ แต่ระบบนิเวศน์ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ เผย Canvas Ventures International (CVI) กำลังเร่งขับเคลื่อนระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยด้วยวิสัยทัศน์ “Peach Economy” การผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจสีชมพูที่เน้นความหลากหลายและการยอมรับ กับเศรษฐกิจสีส้มที่เน้นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ งาน Canvas Forum Kickoff 2025: Paint Your Vision ที่ Glowfish Sathorn ถือเป็นการเปิดเวทีสำหรับ Canvas Forum 2025 ที่จะจัดขึ้น 30 ก.ค.– 1 ส.ค. ณ Club Siam Glowfish..๐๐

ll ภญ.สิริมาส ศรีวัฒนา มอบผลิตภัณฑ์กันแดดชั้นนำ ภายใต้เครือ Cantabria Labs ประเทศสเปน คิดค้นโดยทีมแพทย์จาก Harvard University รับรองด้วยงานวิจัยกว่า 100 ฉบับ  แก่ ปิยะพงษ์ วงศ์ปิยะกุล ผู้จัดการทีมบ็อบสเลจ์ สมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย  เพื่อดูแลปกป้องผิวน้องๆนักกีฬาทีมชาติ .๐๐

ll ขอแสดงความยินดีกับ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับรางวัล Thailand Moral Awards 2024 ประเภทบุคคล จากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)..๐๐

ll สภาสังคมสงเคราะห์ฯ และกัลยาณมิตร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ 27 ก.ค.06.00 น. ณ ห้องนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ..๐๐

ll สวด วรศรี วาจรัต มารดา พล.ต.หญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล  ณ ศาลาบุพาการีนุสรณ์ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 17-21 ก.ค.18.30 น.พระราชทานเพลิงศพ 22 ก.ค.17.00 น.เมรุ 2..๐๐

ll ครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐเปรูและประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย เชิญชมการแสดง Peruvian Traditional Dance Flashmob แฟลชม็อบการเต้นพื้นเมืองเปรู 23 ก.ค.18.00 น. ณ พาร์คพารากอน ชั้น M สยามพารากอน เชิญชมฟรี..๐๐

‘สุดาวรรณ’ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.68

'สุดาวรรณ' ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.68

‘สุดาวรรณ’ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.68

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.49 น.

“สุดาวรรณ” รมว.อว. ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 5,000 ต้น เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ดันงานวิจัยกล้าไม้เชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา สร้างอาชีพ สร้างรายได้สู่ชุมชน

20 กรกฎาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ ประธานมูลนิธิผืนป่าในใจเรา กล่าวรายงาน  ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และประธานคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวภารกิจของกระทรวง อว. เกี่ยวกับการดูแลรักษาป่าไม้ และมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คณะกรรมการคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดโคราช และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ นายนิกร โสมกลาง นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล นายอภิชา เลิศพชรกมล นายนรเสฎฐ์  ศิริโรจนกุล และนายรชตะ  ด่านกุล ตลอดจนประชาชน เข้าร่วม ณ พื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์ บ้านหนองนกเขียน หมู่ที่ 10  ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า การปลูกป่าครั้งนี้ เป็นการใช้กล้าไม้ผสมเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา ซึ่งเกาะอยู่ที่รากกล้าไม้ เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตขึ้นจะมีเห็ดกินได้เจริญเติบโตออกมาจากรากกล้าไม้ ได้แก่ เห็ดตะไคล เห็ดระโงก และเห็ดตับเต่า ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ได้จากผลงานวิจัยที่นักวิจัยของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้มายังหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เช่น สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ นครราชสีมา และศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) กรมป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งมูลนิธิผืนป่าในใจเรา เป็นตัวอย่างของการบูรณาการที่นำเอาผลการวิจัยมาต่อยอดให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัย ไปสู่การใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช 1 ใน 3 มรดกโลก ของจังหวัดนครราชสีมา 

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) และสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์วังน้ำเขียว ที่ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยนี้ และได้นำไปขยายผลสู่การอบรม การผลิตกล้าไม้และเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซาในระดับชุมชน ถือเป็นการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปสู่การใช้จริงที่สามารถผลิตได้ด้วยอุปกรณ์ในครัวเรือน และเกิดประโยชน์ทั้งด้านอาชีพ รายได้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการฟื้นฟูระบบนิเวศ การดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือกันอย่างดียิ่ง ที่ให้เกิดความร่วมมือกันอย่างแข็งขันจนงานวันนี้สำเร็จไปด้วยดี การดำเนินงานในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนและประสานงานจากหลายภาคส่วน และต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งที่มูลนิธิผืนป่าในใจเรา ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพขององค์ความรู้ดังกล่าว และร่วมมือในการจัดอบรมให้กับเยาวชนและประชาชนกว่า 70 คน รวมถึงการขยายผลสู่กิจกรรมปลูกป่าในวันนี้ ด้วยกล้าไม้ที่ผสมเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา จำนวน 5,000 ต้น 

“นี่คือภาพสะท้อนของการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่กระทรวง อว. ให้ความสำคัญ โดยการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมกับอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว

จากนั้น นางสาวสุดาวรรณพร้อมคณะได้มอบเครื่องหมักปุ๋ย และงานวิจัยที่เป็นความรู้ทางการเกษตรให้กับชุมชนและเกษตรกร รวมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อม สะแกราช และตรวจเยี่ยมบุคลากร วว. เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป

-(016)

เยาวชนไทยเจ๋ง! คว้า 2 แชมป์โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับอาเซียน ในการแข่งขัน ‘ASPC 2025’

เยาวชนไทยเจ๋ง! คว้า 2 แชมป์โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับอาเซียน ในการแข่งขัน 'ASPC 2025'

เยาวชนไทยเจ๋ง! คว้า 2 แชมป์โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับอาเซียน ในการแข่งขัน ‘ASPC 2025’

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.31 น.

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีปิดและมอบรางวัล “การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชนกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 11” (The 11th ASEAN Student Science Project Competition (ASPC 2025)) โดยมี รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย ดร.ชนินทร วรรณวิจิตรรองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบรางวัลให้แก่ทีมเยาวชนอาเซียนณ ห้องแสงเดือน-แสงเทียน พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า NSM ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ผลการแข่งขัน ASPC 2025 ปีนี้ เยาวชนไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศถึง 2 สาขา จากทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ ทีมจากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง ประกอบด้วย นายเมธวิน จันทร์ทอง และ น.ส.นิชานาถ ถาวรพานิช ในโครงงาน “การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของล้อชนิดแม่เหล็กสำหรับหุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม” (Development and optimization of magnetic adhesion wheels for pipe-climbing robots)

สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ทีมจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร ประกอบด้วย นายปฏิพล เจริญผล และนายพีรพัฒน์ พรมจันทร์ ในโครงงาน “ระบบวิเคราะห์คุณภาพและบ่งบอกถึงเหตุผลของระดับคุณภาพของเนื้อโคขุนโพยางคำสำหรับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” (AI-Based system for quality analysis and determinants of Phon Yang Kham Beef for the industry)

ส่วนรางวัลชนะเลิศ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ตกเป็นของประเทศสิงคโปร์ ในโครงงาน “Development of a novel diagnostic tool for antibody responses to vaccines” การพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยการตอบสนองของสารภูมิต้านทานต่อวัคซีน โดย Mr. Aaron Jacob

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทีมเยาวชนไทยและอาเซียนว่า “ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับเยาวชนอาเซียนทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันฯ เวทีนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ระหว่างกันในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่สามารถนำไปสู่การประกวดในระดับโลกได้ ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ NSM สมาคมวิทย์ฯ และบริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด และทุกภาคส่วนที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดกิจกรรมเพื่อเยาวชนอาเซียนในครั้งนี้ เพราะการส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศกลุ่มอาเซียนอย่างความยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนากลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ โดยหวังว่าเยาวชนอาเซียนจะสามารถนำผลงานเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้และต่อยอด พร้อมจะขับเคลื่อนสังคมอาเซียนให้ทัดเทียมระดับโลกต่อไป”

ด้าน ดร.ชนินทร เผยว่า “การประกวดฯ ในปีนี้มีเยาวชนจาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว เมียนมา และไทย รวมทั้งสิ้น 37 โครงงาน มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 105 คน โดยเวทีนี้มุ่งหวังให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และต่อยอดศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนอาเซียน ตลอดจนความสามารถในการนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปต่อยอดพัฒนาประเทศของตน ให้ก้าวไกลและยืนหยัดอย่างภาคภูมิใจบนเวทีโลก”

รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ กล่าวว่า “สมาคมวิทยาศาสตร์ฯ เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นผลักดันกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ให้กับสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน พร้อมทั้งบ่มเพาะเยาวชนเพื่อส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชน ไม่เพียงเฉพาะเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเยาวชนในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย การจัดประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ในระดับอาเซียนนอกจากจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านSTEM แล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เยาวชนพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อันเป็นพลังสำคัญที่จะผลักดันศักยภาพของเยาวชน ก้าวสู่การสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศและภูมิภาคอาเซียนต่อไป”

ด้าน นายปฏิพล เจริญผล และนายพีรพัฒน์ พรมจันทร์ จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร เปิดเผยความรู้สึกหลังคว้ารางวัลชนะเลิศในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ว่า “โครงงานของเราเกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการคัดเกรดเนื้อให้ได้มาตรฐานที่มีคุณภาพสูง โดยใช้เพียงโทรศัพท์มือถือในการถ่ายภาพเนื้อ แล้วนำมาประมวลผลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และจำแนกเกรดของเนื้ออย่างแม่นยำ เราทั้งคู่รู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการได้รับรางวัลจากเวทีนี้ ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของเรา”

ผลรางวัลอื่น ๆ ใน “การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชนกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 11” (The 11th ASEAN Student Science Project Competition (ASPC 2025)) ประเภทต่าง ๆ มีดังนี้

สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ โครงงาน Molecular Docking, Principal Component Analysis, and Structure-Activity Relationship Analysis of Terpenoids from Marine Heterobranch Mollusks as Human Neutrophil Elastase Inhibitorsพัฒนาโดย Mr. Breindel Sam T. Luis

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ประเทศเวียดนาม โครงงาน METAMATERIAL: Absorb electromagnetic waves, especially 5G emitting from electronic devices พัฒนาโดย Mr. Nguyen Duy Manh และ Mr. Do Thai Minh

•รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย โครงงาน Development and characterization of a durian peel-based nanocellulose TiO₂ NPs nanocomposite for biodegradable packaging applications โดย Mr. Zacarich Widjoyo Arilo และประเทศมาเลเซียโครงงาน Intelligence Flood Alarm System (I-FAS) พัฒนาโดย Mr. Ahmad Irfan Bin Ahmad Shahrul Radzuan และ Mr. Akid Dinie Bin Muhamad Ikhram

สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

 •รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ประเทศไทย จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม โครงงาน Utilization of Microalgae Chlorella spp. to absorb carbon dioxide and treat wastewater in industrial systems พัฒนาโดย นายสิรภพ บูรพาสกุล

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ประเทศไทย จาก โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จ.เชียงราย โครงงาน Development of a smart farming system for rearing the mole cricket (Gryllotalpa orientalis) พัฒนาโดย นายเทพพระคุณ วจนะไพโรจน์ และน.ส.ธันยธรณ์ วรรณพิรุฬ

•รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย โครงงาน Oil spill remediation with modified natural polysaccharide guar gum: Assessment of the potential of guar gum as an active ingredient of oil absorbent fabrics พัฒนาโดย Ms. Zinnia Mysha Amaia และ Ms. Naura Shafira Raihani และประเทศเวียดนาม โครงงาน Preliminary evaluation of phytochemical composition and antioxidant activity of Tournefortia montana L. leaf and stem extracts collected in Tu Son, Bac Ninh province, Vietnam พัฒนาโดย Mr. Pham Dinh Minh Nghia และ Ms. Luc Phan Bao Thy

สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ โครงงาน Production of Poly(Lactic) Acid from Lactic Acid derived via simultaneous saccharification and fermentation of marang seed starch using lactobacillus พัฒนาโดย Mr. Patrick Quinn Regidor Yan
Yan

•รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ประเทศอินนีเซีย โครงงาน SMEDI (Smart Message Sender Device) : Short message sending device for underdeveloped areas without credit พัฒนาโดย Mr. Muhammad Fathul Yasir และMr. Tesco Aditya Palijama

•รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ประเทศเวียดนาม โครงงาน Study on the development of a detection kit for food additives using an eco-friendly fluorescent solution พัฒนาโดย Ms. Hoang Ngan Duong และMr. Nguyen Minh Khoi และประเทศเวียดนาม โครงงานPhotothermal biomass from watermelon rind for solar-driven desalination and power generation พัฒนาโดย Ms. Nguyen Mai Phuong และ Mr. Pham Quang Duc

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันประมูลซอธบีส์ (Sotheby’s) จัดประมูลเศษอุกกาบาตจากดาวอังคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูล มีชื่อเรียกว่า NWA 16788 น้ำหนัก 24.5 กิโลกรัม ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกประมูลไปในราคา 5.3 ล้านดอลลาร์ (ราว 172 ล้านบาท) โดยผู้ประมูลที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน สูงกว่าราคาประเมินที่ราว 2-4 ล้านดอลลาร์ รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติระดับโลกของซอธบีส์บอกว่า การค้นพบ NWA 16788 มีความสำคัญเป็นพิเศษ มันถือเป็นเศษอุกกาบาตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบบนโลก ก่อนจะถูกประมูลไปในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการประมูลมา

NWA 16788 ถูกค้นพบในภูมิภาคอากาเดซ ที่อยู่ห่างไกลในประเทศไนเจอร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 มันมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าเศษอุกกาบาตจากดาวอังคารที่มีขนาดรองลงไปเท่าที่เคยพบบนโลกถึงกว่าร้อยละ 70 ปัจจุบัน มีเศษอุกกาบาตดาวอังคารเพียงแค่ 400 ชิ้นที่ถูกพบบนโลกใบนี้ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบภายในของเศษอุกกาบาตชิ้นนี้ เผยให้เห็นว่า มันอาจหลุดออกมาจากพื้นผิวดาวอังคาร และกระเด็นเข้าสู่อวกาศจากแรงกระแทกของดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง ที่รุนแรงมากจนทำให้บางส่วนของอุกกาบาตแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และบางส่วนของมันพุ่งตกลงมายังโลก

อุกกาบาต คือชิ้นส่วนของวัตถุในระบบสุริยะ เช่น ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ ที่ยังคงอยู่รอดหลังจากพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สวนสนามวันชาติฝรั่งเศสสุดยิ่งใหญ่

ประมวลภาพบรรยากาศขบวนสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส หรือวันบัสตีย์ ตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี ถือเป็นการสวนสนามประจำปีที่เก่าแก่ที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป มีทหารเหล่าทัพต่างๆ ของฝรั่งเศส รวมถึงนาวิกโยธิน กองกำลังรักษาความปลอดภัยพลเรือน รวมถึงสุนัขกู้ภัย ทหารม้า และตำรวจ เข้าร่วมสวนสนามบนถนนเอลิเซในกรุงปารีส ต่อหน้าประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และผู้นำต่างชาติอีกจำนวนมาก พร้อมฝูงบินแสดงการบินผาดแผลงบนท้องฟ้าเหนือประตูชัยในกรุงปารีส ปิดท้ายด้วยการแสดงพลุดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ตระการตา

Health News :จีนส่งออก ‘อุปกรณ์การแพทย์’ ทั่วโลก

Health News :จีนส่งออก ‘อุปกรณ์การแพทย์’ ทั่วโลก

Health News :จีนส่งออก ‘อุปกรณ์การแพทย์’ ทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การประชุมนานาชาติด้านความร่วมมืออุปกรณ์การแพทย์ ณ เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 11-12 ก.ค. รายงานว่า จีนส่งออกอุปกรณ์การแพทย์เข้าถึงสถาบันการแพทย์กว่า 9,000 แห่งในมากกว่า 190 ประเทศและภูมิภาคในปี 2024

โหวเหยียน ประธานสมาคมอุปกรณ์การแพทย์แห่งประเทศจีน กล่าวว่าการนำเข้าและส่งออกอุปกรณ์การแพทย์ของจีนมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นอยู่ที่ร้อยละ 9.4 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้การเพิ่มขึ้นของความสามารถทางการแข่งขัน อิทธิพลของแบรนด์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ

วัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้คือการสร้างเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับสูง ครอบคลุมวงกว้าง และหลากหลายมิติ รวมถึงการแบ่งปันนวัตกรรมและประสบการณ์ของจีนในภาคธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์

อนึ่ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนบริษัทผู้ประกอบธุรกิจการแพทย์จาก 17 ประเทศและภูมิภาคได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

เปิดโครงการ ‘พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี’ หนุนเยาวชนสู่รั้วมหาวิทยาลัย

เปิดโครงการ ‘พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี’ หนุนเยาวชนสู่รั้วมหาวิทยาลัย

เปิดโครงการ ‘พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี’ หนุนเยาวชนสู่รั้วมหาวิทยาลัย

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์  บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด และ วิชัย ยิ่งประเสริฐ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร ร่วมจัดกิจกรรมการอบรมโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” ปีที่ 3 เพื่อแนะนำนักเรียนระดับชั้นมัธ ยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดระยอง ในการเรียนรู้หลักการนำเสนอผลงานและเทคนิคการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) อย่างเป็นระบบจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งในปีนี้มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการฯ มากกว่า 5,000 คน โดยมี สลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยองให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 

โครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด ESG ของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบหลัก 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ข้อที่ 4 ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ในการสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงตลอดชีวิต ซึ่งการจัดทำโครงการฯ นี้มีการให้ความรู้และช่วยให้เยาวชนก้าวสู่ความสำเร็จด้วย 4 เป้าหมายที่เน้นการพัฒนาศักยภาพรอบด้าน  โครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการจัดทำ Portfolio สำหรับการสอบ TCAS รอบแรกเท่านั้น  แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนได้ค้นพบเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับตนเองอีกด้วย จากความสำเร็จของโครงการ ในปีนี้บีแอลซีพีจึงได้ขยายโอกาสให้กับนักเรียนเพิ่มมากขึ้น พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปเข้มข้นใน 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ Business Camp และ Engineer Step สำหรับนักเรียนที่สนใจด้านบริหารและด้านวิศวกรรมศาสตร์ ส่วน Veterinary Science Workshop สำหรับนักเรียนที่สนใจด้านสัตวแพทย์ ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงพยาบาลสัตว์ทะเลหายากในไตรมาสที่ 4

ตะลอนเที่ยว : สวัสดิภาพสัตว์ในความรับผิดชอบของคน

ตะลอนเที่ยว : สวัสดิภาพสัตว์ในความรับผิดชอบของคน

ตะลอนเที่ยว : สวัสดิภาพสัตว์ในความรับผิดชอบของคน

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความรับผิดชอบของผู้เลี้ยงสัตว์ต่อสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัข และแมว คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สังคมมนุษย์มีความสุข เพราะเมื่อสัตว์เลี้ยงในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บรบกวน ก็ส่งผลให้ผู้คนในสังคมนั้น ๆ มีความปลอดภัย และห่างไกลจากโรคร้ายที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นพาหะ โดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้า 

ตามหลักสวัสดิภาพคน และสวัสดิภาพสัตว์ เป็นเครื่องยืนยันว่าหากคนในสังคมจะมีความเป็นอยู่ที่ดีแล้ว สัตว์เลี้ยงในสังคมนั้นต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีด้วย เพราะคนและสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนประกอบหนึ่งของสังคม โดยทั้งสองส่วนอยู่ในสภาวะแวดล้อมเดียวกัน ถ้าหากสัตว์ต้องประสบปัญหาโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ก็ย่อมทำให้คนในสังคมนั้นไม่สามารถหลีกหนีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บอันมีสัตว์เป็นพาหะของโรคได้ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อสัตว์มีความเป็นอยู่ที่ดี เพราะได้รับความเมตตาจากคนที่เป็นผู้เลี้ยงและดูแลสัตว์ ก็นับเป็นการเกื้อกูลกันระหว่างคนต่อสัตว์ 

ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) หมายถึงสัตว์เลี้ยงในสังคมได้รับการเลี้ยงดู ดูแลอย่างดีและเหมาะสม มีสภาพการดำรงชีวิตที่ดี มีสุขอนามัยดี มีความเป็นอยู่สะดวกสบายตามควรแก่ความเป็นอยู่ มีอาการการกิน มีที่อยู่อาศัยอย่างดีเหมาะสม และได้รับความเมตตาปรานี ไม่ถูกกระทำทารุณกรรม ไม่ถูกรังแก ไม่ถูกทอดทิ้ง และเมื่อสัตว์เจ็บไข้ได้ป่วย ก็ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม และไม่ปล่อยให้สัตว์แพร่ขยายพันธ์ุมากเกินไปจนกลายเป็นปัญหาสังคมตามมา สังคมที่มีการจัดการสวัสดภาพสัตว์อย่างดี จะส่งผลดีต่อระบบนิเวศน์ตามมา และหากสังคมนั้นเป็นสังคมเน้นเรื่องการท่องเที่ยวด้วย ก็จะเป็นผลดีต่อสังคม เนื่องจากสัตว์ในสังคมไม่มีโรค เมื่อสัตว์ปลอดโรคร้าย ผู้คนที่ไปท่องเที่ยวในสังคมนั้นก็ปลอดภัยด้วย 

ด้วยเหตุผลด้านสวัสดิภาพคนและสวัสดิภาพสัตว์ หนังสือพิมพ์แนวหน้าจึงร่วมมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำโครงการทำหมันให้สุนัขและแมวจรจัด และมีเจ้าของ รวมถึงตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้กับชุมชนต่าง ๆ โดยทำโครงการนี้มาแล้วกว่า 15 ปี โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากชุมชน และบริษัทห้างร้านที่เห็นความสำคัญของสวัสดิภาพคนและสัตว์ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ผู้จัดทำโครงการนี้ไปให้บริการทำหมันสุนัขและแมว พร้อมกับตรวจสุขภาพรักษาโรคให้กับสัตว์เลี้ยงในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม จังหวัดนครปฐม ในการนี้คณาจารย์ และสัตวแพทย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงบุคลากรในคณะฯ พร้อมทั้งนิสิต รวมประมาณ 40 คน โดยให้บริการกับสัตว์รวมประมาณ 200 ตัว (ทำหมัน ฉีดวัคซีนรวม พร้อมตรวจสุขภาพสัตว์) รวมถึงส่งต่อสุนัขป่วยเนื่องจากมดลูกอักเสบร้ายแรง ไปผ่าตัดและรักษาที่โรงพยาบาลสัตวแพทย์ในอำเภอสามพราน 

โครงการนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยผู้ประสานโครงการคือหนังสือพิมพ์แนวหน้า (นายเฉลิมชัย ยอดมาลัย บรรณาธิการข่าว) ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดย ศ. สพ.ญ. ดร. สันนิภา สุรทัตต์ คณบดี และ รศ. น.สพ. ดร.  ธีรวัฒน์ ธาราศานิต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์เล็ก และ สพ.ญ. สุวรัตน์ วดีรัตน์ หัวหน้าธนาคารเลือด โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อีกทั้งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม นายสุรินทร์ แคบำรุง และคณะผู้บริหารเทศบาลฯ และหัวหน้าส่วนราชการของเทศบาลฯ พร้อมทั้งปลัดเทศบาล ดร. มนูญ วิวรรณ และผู้อำนวยการกองการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นางสาวอุไรวรรณ คงเสนา ในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้สมาชิกชุมชนในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม นำสัตว์เลี้ยงไปรับการทำหมันและตรวจสุขภาพ

และที่สำคัญคือ ต้องขอขอบคุณสัตวแพทย์ทุกคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงโดยปราศจากอุปสรรค และที่ต้องขอบคุณมากเป็นพิเศษคือเจ้าของสัตว์ที่นำสัตว์เลี้ยงไปรับบริการ 

หากชุมชนใดต้องการได้รับบริการเช่นนี้ โปรดติดต่อประสานงานกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยติดต่อที่หมายเลข 091 7233615 

by Mr. Flower 

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Contemporary Art Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Contemporary Art Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Contemporary Art Athens

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเอเธนส์และชอบงาน Contemporary Art ไม่เพียงควรเยือน Goulandris Museum ยังมี National Museum of Contemporary Arts ให้เยือนด้วย มิวเซียมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1997 ภายใต้กฎหมายของ Hellenic Ministry of Culture and Sports และเปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2000 นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บสะสมของจัดแสดงของคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ดั้งเดิมนั้นมิวเซียมใช้สถานที่ชั้นหนึ่งของ Fix Brewery ขนาด 1800 ตารางเมตรเป็นที่จัดแสดง นับจากเปิดตัวมิวเซียมก็ได้มีการจัดนิทรรศการระหว่างปี 2003-8 และเพิ่มกิจกรรมที่ Athens Concert Hall ร่วมกับ Athens School of Fine Arts เรื่อยมา ในปี 2014 มิวเซียมได้ทำการต่อเติมเพื่อขยายพื้นที่ 1 ครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกคับแคบ

ในปีที่สุดเดือนพฤษภาคมปี 2015 มิวเซียมก็ได้รับการอนุมัติจาก Ministry of Culture and Sport ให้ย้ายสถานที่มายังที่ตั้งปัจจุบัน ระหว่างตุลาคม 2016 ถึงมกราคม 2019 มิวเซียมได้จัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว และกิจกรรมการศึกษาหลายครั้ง ในระหว่างนั้นมิวเซียมก็ได้รับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิ Stavros Niachos 3 ล้านยูโรเพื่อซื้อของจำเป็นในการต่อเติมและเสริมสร้างศักยภาพของมิวเซียม อาทิ ทำห้องสมุด ห้องแลป ห้องมัลติมีเดียรวมทั้งซื้อของจัดแสดงเพิ่มเติมด้วย ในปี 2020 รัฐบาลมีดำริที่จะปรับปรุงอาคารให้ใหญ่โตขึ้นโดยผู้ชนะประกวดแบบคือ 3SK Stylianidis Architects การปรับปรุงใช้งบรัฐบาลมากถึง 40 ล้านยูโร อีกทั้งยังได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากสหภาพยุโรปอีกรายละ 3 ยูโรเพื่อซื้อของสะสมเพิ่มเติม

ของจัดแสดงที่ได้รับมาเพิ่มขึ้นก่อนปี 2022 เป็นของ Ilya Kabakov, Stephen Antonakos, Gary Hill, Nan Goldin, Vadim Zakharov, Gillian Wearing, Ann Sofi Siden, Vlassis Caniaris, Nikos Kessanlis, Eleni Mylonas, Dimitris Alithinos, Nikos Navridis, Joel Sanders, Allan Sekula นอกจากจัดแสดงงานจิตรกรรมแล้ว เป้าหมายของมิวเซียมอีกประการของมิวเซียมคือ ต้องการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อให้ศิลปินรุ่นใหม่สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างไร้ขอบเขต พวกเขาจึงซื้องานทั้งวีดีโอ และมัลติมีเดียอื่น ๆ ของ Bill Viola, Bruce Nauman, Nam June Paik, Mona Hatoum, Vito Acconci, Dan Graham, Robert Wilson, Tony Oursler, Eleni Mylonas, Chris Burden, Lynda Benglis, Sadie Benning, Dara Birnbaum มาจัดแสดงด้วย ยิ่งกว่านั้นมิวเซียมยังจัดโปรแกรมติวศิลปินกรีซรุ่นใหม่ให้มีความเป็นมืออาชีพ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอีกต่างหากด้วย หลังปี 2022 มิวเซียมยังได้รับของจัดแสดงของศิลปินกรีซเพิ่มขึ้นอีกถึง 140 ชิ้นจาก D.Daskalopoulos อาทิ งานของ Kutlug Ataman, Abraham Cruzvillegas, Paul McCarthy, Ana Mendieta, Annette Messager

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือน EMST จึงไม่เพียงจะได้มีประสบการณ์กับอาคารอันล้ำสมัยใหญ่โตของมิวเซียมเท่านั้น ยังจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมทางด้านศิลปะใหม่ ๆ หลากหลายแบบอีกจำนวนมากด้วย