ผวจ.ชลบุรี พร้อมเหล่ากาชาด บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มแก่ปวงประชา

ผวจ.ชลบุรี พร้อมเหล่ากาชาด บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มแก่ปวงประชา

ผวจ.ชลบุรี พร้อมเหล่ากาชาด บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มแก่ปวงประชา

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี ติดตามผลการปฏิบัติราชการ ผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวง กรม และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ศาลาประชาคมเทศบาลนครบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดย ขวัญเรือน ศรีจันทร์ ปลัดจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย หัว หน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี กล่าวต้อนรับ

โดยครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้บูรณาการร่วมกับกาชาดจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานเกี่ยวข้อง นำถุงยังชีพมอบให้กับ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส เด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตามโครงการดังนี้ มอบถุงยังชีพ ตามโครงการออกหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ให้แก่ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น จำนวน 200 ถุง เพื่อนำไปแจกให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส เด็กและเยาวชนผู้ยากไร้ พิธีมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือ ตามโครงการวันกาชาดบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ปวงประชา เยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุและผู้พิการที่ยากไร้ จำนวน 18 ราย พิธีมอบรถวิลแชร์และอุปกรณ์อื่นๆ ตามโครงการรถวิลแชร์และอุปกรณ์ของใช้ที่จำเป็นแก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่ยากไร้ จำนวน 38 ราย มอบรถวิลแชร์ ตามกิจกรรมมอบรถวิลแชร์ให้ผู้พิการ จำนวน 7 ราย มอบทุนการศึกษาตามโครงการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนและเยาวชนผู้ยากไร้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 40 ราย และมอบชุดนักเรียนและรองเท้านักเรียน ตามโครงการกาขาดปันน้ำใจ มอบชุดนักเรียนให้แก่เด็กนักเรียนผู้ยากไร้ จำนวน 36 ราย สำหรับโครงการนี้เป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ที่มุ่งบรรเทาทุกข์และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับโอกาสและความอบอุ่นจากสังคมอย่างเท่าเทียม นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะลงพื้นที่มอบบ้านให้กับผู้ยากไร้ ตามโครงการกาชาดรวมใจ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำถุงยังชีพให้กับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ยากไร้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป

​‘เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025’ รวมพลังนักวิ่งสายรุ้ง สร้างพื้นที่สำหรับทุกคนในสังคม

​‘เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025’ รวมพลังนักวิ่งสายรุ้ง สร้างพื้นที่สำหรับทุกคนในสังคม

​‘เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025’ รวมพลังนักวิ่งสายรุ้ง สร้างพื้นที่สำหรับทุกคนในสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม ศูนย์ความเข้าใจในความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกของประเทศไทย จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลเพื่อความหลากหลายทางการเรียนรู้ “เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025” ณ สวนหลวงร.9 ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นและอบอวลด้วยความหวัง โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1000 คน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกความสามารถ รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนเด็กๆ และครอบครัวที่มีความหลากหลายทางการเรียนรู้(Neurodiversity) ภายใต้แนวคิด “Everyone Matters. Everyone Belongs – ทุกคนมีความสำคัญ ทุกคนมีส่วนร่วมในสังคม”

นายวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทพรีเมียร์และมูลนิธิยุวพัฒน์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางความอบอุ่นจากผู้สนับสนุน อาสาสมัคร ทีมงาน และนักวิ่งสายรุ้ง พร้อมด้วยศิลปินอย่าง ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ , นภ พรชำนิ , โจ เดอะ ว๊อยซ์ และ เจ้าขุนทองและผองเพื่อน แบนด์ ที่ร่วมกันทำให้งานในวันนี้สำเร็จอย่างสวยงาม แม้สายฝนจะโปรยลงมาก่อนเริ่มงาน

โรสซาลีน่า อเล็กซานเดอร์ แม็คเคย์ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานพร้อมเน้นย้ำถึงเป้าหมายสำคัญของงานวิ่งในครั้งนี้ว่า “เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน เป็นงานระดมทุนประจำปีของมูลนิธิฯ โดยกิจกรรมในวันนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้ครอบครัวของผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้และสังคมมีความเข้าใจ มีทัศนคติในเชิงบวกและช่วยให้พวกเขาได้เข้าถึงโอกาสและการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่มูลนิธิฯ ยังได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้มีจิตศรัทธาและนักวิ่งทุกความสามารถ บรรยากาศในงานจึงเต็มไปด้วยพลังบวกแห่งความเป็นไปได้  นักวิ่งทั้งระยะ 3, 5 และ 10 กิโลเมตร และนักวิ่งรุ่นจิ๋วทุกความสามารถระยะ 50 เมตร ได้รับเหรียญที่แปรรูปจากฝาขวดพลาสติก HDPE เหลือใช้เป็นที่ระลึก และมีกิจกรรมปีนต้นไม้โดยมีรุกขกรจากบิ๊กทรีส์ โปรเจ็ค คอยดูแล

นอกจากนั้น ภายในงาน ยังได้มีการยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึง ศาสตราจารย์ นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีแห่งการจากไปของท่าน ผู้ซึ่งเป็นกำลังสำคัญต่อวงการวิ่งและเป็นผู้สนับสนุนงานเดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน มาอย่างต่อเนื่อง

“งานในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่คือการเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งการเข้าใจและโอบรับทุกความแตกต่าง สะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาในสังคมที่ดีกว่า – สังคมที่ทุกคนมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างแท้จริงโดยเริ่มที่ตัวเรา ขอบคุณที่มาร่วมสร้างสายรุ้งที่งดงามนี้ด้วยกัน” โรส กล่าวทิ้งท้าย

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม เป็นศูนย์ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกของประเทศไทย  ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ผ่านการแบ่งปันข้อมูล, ประสบการณ์, กําลังใจ และพลังเสริม แบบ “พ่อแม่สู่พ่อแม่” โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คําปรึกษา เพื่อให้บุคคลผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้ได้พัฒนาเต็มศักยภาพและมีชีวิตที่มีคุณภาพในสังคม

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll คนไทยเดือดร้อนนานาชนิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ภาษีของสหรัฐฯ และการทะเลาะเบาะแว้งของเขมร รวมถึงไม่มีคณะผู้บริหารประเทศออกมารับผิดชอบ ขอให้พระสยามเทวาธิราช จงคุ้มครองคนไทยทุกคนขณะนี้ด้วย ….. 

ll สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาปรินายก  ประธานพรอยากให้นำกฎหมายเก่าๆมาดู และเพิ่มความเข้มงวด หากจะเขียนอะไรลงไปก็ให้เต็มที่อย่าให้พระพุทธศาสนามีความเสื่อม …..

ll ให้หนักใจแทน สุชาติ ตันเจริญ  มาเป็นรมต.กำกับดูแลสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ   ทุกสิ่งอยู่ที่พระภิกษุ จะเคร่งครัดและปฏิบัติจริงตามพระวินัยมากน้อยแค่ไหน ( ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ) ….. 

ll อินทพร จั่นเอี่ยม สบายดีอยู่หรือ? ท่านมีทีมงานทั้งจังหวัด อำเภอ ตำบล มิใช่หรือ?  ทำไมถึงทราบเรื่องช้านัก ถ้าไม่มีข่าวในสื่อสำนักพุทธ ก็คงจะเงียบ กว่านี้ ใช่ไหม??…

ll แต่ รองผบ.สอบสวนกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ์  ปานแก้ว กล่าว “แม้พุทธศาสนาจะผ่านมา ๒๕๖๘ ปีแล้วก็ตาม แต่มารผจญเรื่อง”ความอยาก” ในหมู่พระสงฆ์ก็ยังคงเห็นอยู่ ต้องถือเป็นบททดสอบพระพุทธศาสนา ครั้งสำคัญในไทยอย่างยิ่งที่ต้องปฏิรูปสังคายนาครั้งใหญ่   โดยเฉพาะพส. แทนที่จะทำหน้าที่ปัดกวาดบ้าน แต่กลับเป็นการซุกขยะไว้ใต้พรหม? ……

ll ผักกาดหอม เขียนถึงการหาเสียงของ พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ กับเด็กสามนิ้ว  ตรรกะว่าทุกคนต้องเท่ากัน แต่ข้อเท็จจริง  ประชาธิปไตยต้นแบบอย่างอเมริกา หรืออังกฤษ ไม่มีคำว่าคนเท่ากัน  เพราะมันไม่เท่ากันจริงๆ …..

ll คนนี้แหละของจริง พล.ท.บุญสิน  พาดกลาง  “ยืนยันทหารไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติอย่างเข้มแข็ง และมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด๒๔ ชม. ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่ออย่าแชร์ข้อมูลเหล่านี้โดยไม่ตรวจสอบ  ยืนยันว่าทหารไทยยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่แนวหน้าตลอดแนวชายแดน ” ……

ll ให้ดีใจแทน ชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ  สามารถกลับเข้ารับราชการในระหว่างพิจารณา ชั่วคราว ……

ll ปลัดกระทรวงสธ.คนใหม่นาม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน  ตั้งแต่ ๑ ตค. ๒๕๖๘  แทน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์  ที่จะเกษียณอายุ ๓๐ กย. นี้ ……

ll เมื่อคืนวันศุกร์ ๑๘ กค. มีงานครบรอบวันเกิด ของอดีตอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.เภา  สารสิน  แม้ท่านจะไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว ก็ยังมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานรำลึกถึงท่าน และร่วมบริจาคเข้ามูลนิธิเภา สารสิน  ที่ สปอร์ตคลับ   ถนนอังรีดูนัง จัดโดย กลินท์ -พล.ต.อชินภัทร-กนิษฐ์ สารสิน พร้อมด้วนภริยาและหลานๆช่วยเต็มที่ ……. 
                                                                                                 

น้องนิ่ง…..นิ่ง…...

วธ.ฝึกอบรม ‘แทงหยวก’ ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีทั่วประเทศ

วธ.ฝึกอบรม 'แทงหยวก' ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีทั่วประเทศ

วธ.ฝึกอบรม ‘แทงหยวก’ ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ โชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างสมรรถนะการปฏิบัติงานพิธีฯ หลักสูตรการแทงหยวกในภารกิจพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 14 – 16 กรกฎาคม 2568 โดยมี ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธี กลุ่มพิธี การศพที่ได้รับพระราชทาน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 61 จังหวัด จำนวน 61 คน เข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร

โชติกา กล่าวว่า วธ. โดยกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ได้ปฏิบัติงานสนองพระบรมราโชบายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 และให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ในทุกมิติ โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ฝึกฝนทักษะเชิงช่าง และความชำนาญในการแทงหยวก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตกแต่งจิตกาธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ

“การอบรมได้รับเกียรติจาก พรเทพ จันทร์ทรา เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ 4 กองศิลปกรรม กรมสนับสนุนสำนักพระราชวัง เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกลุ่มอำนวยการพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานกรุงเทพมหานคร เป็นวิทยากรผู้ช่วย” รองปลัด วธ. กล่าว

รองปลัด วธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ “การแทงหยวก” นับเป็นศิลปะชั้นสูงที่ผสานทักษะและความประณีต ซึ่งจำเป็น ต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้ความชำนาญ เพื่อให้ผลงานงดงาม สมพระเกียรติและเป็นไปตามแบบแผนราชสำนัก โดย เฉพาะในงานพระราชทานชั้นโกศโถ โกศแปดเหลี่ยมและงานในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยเฉพาะงานในพระบรมราชานุเคราะห์ มีการพระราชทานมากขึ้นในส่วนภูมิภาค ซึ่ง วธ.เป็นผู้ปฏิบัตินั้นกำหนดให้มีการแทงหยวกประดับจิตกาธานให้แก่ผู้วายชนม์ผู้ได้รับพระราชทานโกศโถ โกศแปดเหลี่ยม และงานในพระบรมราชานุเคราะห์ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแทงหยวกต้องเป็นผู้มีความรู้และมีทักษะความชำนาญในการแทงหยวก เพื่อให้ได้ผลงานออกมาถูกต้อง สวยงาม ตรงตามรูป แบบที่กำหนด กองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานจึงจัดฝึกอบรมการแทงหยวกให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีในครั้งนี้ การอบรมครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง สมพระเกียรติสูงสุด

คุยกันเจ็ดวัดหน : หนุนติด ‘เครื่องบันทึกวิดีโอ’ ในห้องนักบิน หลัง ‘แอร์อินเดีย’ โหม่งโลก

คุยกันเจ็ดวัดหน : หนุนติด ‘เครื่องบันทึกวิดีโอ’ ในห้องนักบิน หลัง ‘แอร์อินเดีย’ โหม่งโลก

คุยกัน7วันหน : หนุนติด ‘เครื่องบันทึกวิดีโอ’ ในห้องนักบิน หลัง ‘แอร์อินเดีย’ โหม่งโลก

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารสายการบินแอร์อินเดีย ตกหลังจากบินขึ้นจากสนามบินเมืองอาห์เมดาบัด ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตบนคนเครื่อง 260 คน รอดชีวิตเพียงคนเดียว แถมยังมีคนบนพื้นดินสังเวยชีวิตด้วยอีกกว่า 20 คน ได้จุดประเด็นถกเถียงที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษในอุตสาหกรรมการบินอีกครั้ง เกี่ยวกับการติดตั้งกล้องวิดีโอเพื่อติดตามตรวจสอบการกระทำของนักบินในห้องนักบิน เพื่อเสริมข้อมูลจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินและเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน ที่บรรจุแน่นหนาในกล่องเหล็กสีส้มแข็งแรง หรือที่เราเรียกกันว่า ‘กล่องดำ’ ที่เจ้าหน้าที่สอบสวนอุบัติเหตุใช้อยู่ในปัจจุบัน

วิลลี่ วอลช์ ผู้บริหารสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา (IATA) ซึ่งเคยเป็นอดีตนักบินสายการบิน  บอกกับสื่อประเทศสิงคโปร์ในสัปดาห์นี้ว่า มีเหตุผลที่หนักแน่นในการติดตั้งกล้องวิดีโอในห้องนักบินของเครื่องบินโดยสาร เพื่อตรวจสอบการกระทำของนักบิน และเสริมข้อมูลจากเครื่องบันทึกเสียงและข้อมูลการบินที่นักสอบสวนอุบัติเหตุใช้อยู่แล้ว ซึ่งจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินกล่าวว่า รายงานเบื้องต้นจากสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารของอินเดีย ทำให้เกิดคำถามว่า นักบินคนหนึ่งของเที่ยวบิน 171 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็น สุมิตร สภาวัล (Sumeet Sabharwal) กัปตันของเครื่องบินลำนี้ ได้ตัดเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ของเครื่องบินโบอิ้ง 787 เพียงไม่กี่วินาทีหลังเครื่องขึ้นหรือไม่ ซึ่งการปิดสวิตช์เชื้อเพลิงที่ว่านี้นำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้

วอลซ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้ทราบเพียงเล็กน้อยในขณะนี้ เป็นไปได้สูงว่าการบันทึกวิดีโอเพิ่มเติมจากการบันทึกเสียง จะช่วยเหลือนักสอบสวนได้อย่างมากในการดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับประเด็นสุขภาพจิต

ผู้สนับสนุนการติดตั้งกล้องวิดีโอในห้องนักบินกล่าวว่า ภาพวิดีโอสามารถเติมเต็มช่องว่างที่เครื่องบันทึกเสียงและข้อมูลไม่สามารถให้ได้ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านกล่าวว่าข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการนำไปใช้ในทางที่ผิดนั้นมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งที่พวกเขาโต้แย้งว่าเป็นประโยชน์เพียงเล็กน้อยต่อการสอบสวน

เพียง 18 วันก่อนเกิดอุบัติเหตุแอร์อินเดียโหม่งโลก สำนักงานความปลอดภัยขนส่งออสเตรเลีย (ATSB) ได้เผยแพร่ผลการสอบสวนฉบับสมบูรณ์ต่อเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ โรบินสัน อาร์ซิกตี้ซิกซ์ (Robinson R66) แตกเป็นเสี่ยงกลางอากาศเมื่อปี 2023 ซึ่งเป็นเหตุให้นักบินที่อยู่คนเดียวบนเครื่องเสียชีวิต โดยผลสอบสวนชี้ว่า คลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน ‘อันประเมินค่าไม่ได้’ ที่ช่วยให้พนักงานสอบสวนอุบัติเหตุของออสเตรเลีย สามารถระบุชี้ชัดถึงต้นตอของอุบัติเหตุ ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า นักบินวุ่นอยู่กับงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้โทรศัพท์มือถือและการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม สำนักงานความปลอดภัยการขนส่งของออสเตรเลียชื่นชมบริษัท โรบินสัน เฮลิคอปเตอร์ส (Robinson Helicopters) ที่ติดตั้งกล้องมาจากโรงงาน และกล่าวว่า ทางสำนักงานสนับสนุนผู้ผลิตและเจ้าของรายอื่นๆ ให้พิจารณาถึงประโยชน์ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องของอุปกรณ์ที่มีลักษณะเแบบเดียวกันนี้

เมื่อปี 2000 จิม ฮอลล์ ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ เอ็นทีเอสบี (NTSB) เรียกร้องให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ หรือ เอฟเอเอ (FAA) กำหนดให้เครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกภาพในห้องนักบินด้วย ข้อเสนอแนะของฮอลล์มีขึ้นหลังจากเหตุเครื่องบินโดนสารสายการบินอิยิปต์แอร์ (Egyptair) สายการบินแห่งชาติของอียิปต์ เที่ยวบินที่ 990 ตกกลางมหาสมุทรแอตแลนติกในปี 1999 คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือยกลำ 217 คน ซึ่งตามรายงานของ เอ็นทีเอสบี ระบุว่า นักบินผู้ช่วยได้จงใจทำให้เครื่องบินโบอิ้ง 767 ตก

แอนโธนี บริคเฮาส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยการบินอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าในฐานะนักสอบสวนอุบัติเหตุ เขาเห็นด้วยกับการบันทึกวิดีโอในห้องนักบิน แต่ก็ยอมรับว่านักบินพาณิชย์มีข้อกังวลที่แท้จริง ความเห็นของสหภาพนักบินของสหรัฐฯ เช่น สมาคมนักบินสายการบินและสมาคมนักบินพันธมิตร กล่าวว่า เครื่องบันทึกเสียงและข้อมูลมีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุสาเหตุของอุบัติเหตุอยู่แล้ว และกล้องจะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้

เดนนิส ทาเจอร์ โฆษกของสมาคมนักบินพันธมิตร ซึ่งเป็นนักบินของสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลน์ส (American Airlines) กล่าวว่า การเรียกร้องให้ติดตั้งกล้องในห้องนักบินเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้จากความเครียดและกดดันของเจ้าหน้าที่สืบสวน ที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ เขาระบุว่า เขาเข้าใจปฏิกิริยาเบื้องต้นที่ว่า ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่นักสอบสวนมีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุสาเหตุของอุบัติเหตุได้อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีกล้องใด ๆ อีก พร้อมกับเสนอแนะว่า เพื่อให้การบินปลอดภัยยิ่งขึ้น ควรปรับปรุงระบบความปลอดภัยปัจจุบันเพื่อบันทึกข้อมูลที่มีคุณภาพสูงขึ้น แทนที่จะเพิ่มกล้องวิดีโอ

โดยทั่วไปแล้ว การบันทึกเสียงในห้องนักบินจะถูกเก็บเป็นความลับโดยนักสอบสวน โดยจะมีการเผยแพร่ข้อความถอดเสียงบางส่วนหรือทั้งหมดในรายงานฉบับสุดท้าย อย่างไรก็ตาม สหพันธ์สมาคมนักบินสายการบินนานาชาติ (International Federation of Air Line Pilots Associations) กล่าวว่า พวกเขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับประกันการรักษาความลับของวิดีโอในห้องนักบินได้ ขณะที่ จอห์น ค็อกซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยการบิน อดีตนักบินสายการบินเกษียณอายุ และอดีตประธานฝ่ายความปลอดภัยทางอากาศของสมาคมนักบินสายการบิน ยอมรับว่า ยังมีความกังวลว่าภาพวิดีโออาจถูกนำไปใช้โดยสายการบินเพื่อดำเนินการทางวินัย หรือวิดีโออาจรั่วไหลสู่สาธารณะหลังเกิดอุบัติเหตุ

ค็อกซ์ย้ำว่า การนำเสนอข่าวเครื่องบินตกเป็นข่าวใหญ่พาดหัวตอนค่ำ สร้างความโศกเศร้าสะเทือนใจให้กับครอบครัวนักบินและลูกเรือบนเครื่องบินมากพออยู่แล้ว หากมีนำคลิปวีดีโอในห้องนักบิน ที่บันทึกเหตุการณ์ช่วงเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกมาออกเผยแพร่ คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ครอบครัวของผู้สูญเสียต้องการเห็น

แปลและเรียบเรียงจาก https://edition.cnn.com/2025/07/16/asia/air-india-crash-cockpit-video-camera-debate-intl-hnk

ดาโน โทนาลี

Celebrity Gossip : 20 กรกฎาคม 2568

Celebrity Gossip : 20 กรกฎาคม 2568

Celebrity Gossip : 20 กรกฎาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

– กลายเป็นไวรัลทั่วโลก กับช็อต  เจนนี่ BLACKPINK โชว์แหวกเสื้อเผยบิกินี่กลางคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ของ BLACKPINK ในชื่อ DEADLINE WORLD TOUR ที่ลอสแอนเจลิส โดยระหว่างที่เจนนี่แสดงเพลงเดี่ยวอย่าง like JENNIE พร้อมจัดเต็มแฟชั่นชุดแดงรัดรูปอวดเรียวขาสวย และส่วนโค้งเว้าที่น่ามอง มีจังหวะที่เจนนี่เดินเข้ากล้องแล้วจับซิปเสื้อรูดลง เผยให้เห็นบิกินี่ด้านในแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นแล้วหมุนตัวอย่างมั่นใจ เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นและทำให้บรรยากาศในฮอลล์เดือดพล่านทันที ขณะที่แฟน ๆ ต่างแห่คอมเมนต์กันรัว ๆ หลังได้ชมคลิป เจนนี่ โชว์สุดแซ่บในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ถือเป็นความกล้าและเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเจนนี่ที่แสดงออกอย่างไม่มีกรอบจำกัด

– The White Lotus สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งบนเวที Emmy ครั้งที่ 77 ปีนี้ ไม่เพียงเข้าชิงซีรีส์ดราม่ายอดเยี่ยม แต่ยังส่งนักแสดงเข้าชิงถึง 8 คน ทั้งในสาขานักแสดงสมทบชาย หญิง และนักแสดงรับเชิญ สร้างความโดดเด่นอีกครั้งในฐานะซีรีส์เสียดสีสังคมที่ผลงานการแสดงล้วนเป็นที่จับตา ขณะที่ภาพรวม The White Lotus จาก HBO Max ที่พุ่งเป้าแฉชีวิตคนรวย และ The Studio ผลงานเสียดสีฮอลลีวูดเรื่องใหม่ของ Apple ต่างคว้าไปเรื่องละ 23 การเสนอชื่อ แต่ก็ยังแพ้ซีรีส์ไซไฟดราม่าจิตวิทยาสุดมืดหม่นเรื่อง Severance ผงาดคว้า 27 การเสนอชื่อเข้าชิง มากที่สุดในปีนี้ ขณะที่ The Penguin ซีรีส์ภาคแยกของวายร้าย Batman จาก HBO Max ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 24 การเสนอชื่อ ถือว่ารายชื่อผู้เข้าชิงจาก Television Academy ครั้งนี้ เป็นการเปิดศึกชิงรางวัลโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยงานประกาศผลจะจัดขึ้นวันที่ 14 กันยายน ที่นครลอสแอนเจลิส

– ซีรีส์ Harry Potter ฉบับสร้างใหม่ เริ่มถ่ายทำแล้วที่ Warner Bros. Studios Leavesden ในอังกฤษช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา HBO ยืนยันกำหนดออกอากาศเบื้องต้นในปี 2027 พร้อมเผยภาพแรกจากกองถ่ายที่มี โดมินิก แมคลาฟลิน ในบทแฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกันเป็นครั้งแรก สำหรับซีรีส์ Harry Potter ฉบับนี้ จะสร้างจากนิยายต้นฉบับของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง เช่นเดียวกับเวอร์ชันภาพยนตร์ ในส่วนของนักแสดงนำ โดมินิก แมคลาฟลิน รับบทเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์, อาราเบลล่า สแตนตัน รับบท เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และอลาสแตร์ สเตาต์ ในบทรอน วีสลีย์ ขณะที่ทีมนักแสดงผู้ใหญ่ได้ จอห์น ลิธโกว์ มารับบทดัมเบิลดอร์, แจเน็ต แม็คเทียร์ เป็นแม็กกอนนากัล, พาป้า เอซซิเอดู เป็นสเนป และนิค ฟรอสต์ ในบทแฮกริด

– The Hollywood Reporter ได้เผยแพร่บทความเชิงลึก เปิดเผยว่า คีอานู รีฟส์ จ่ายเงินให้บริษัทที่ชื่อว่า Loti เดือนละหลายพันดอลลาร์ เพื่อให้แพล็ตฟอร์มสื่อออนไลน์ ทั้งติ๊กต็อกและเมต้า ที่เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก จัดการกับผู้ลอกเลียนแบบเขา ด้วยการไล่ลบบัญชีโซเชียลมีเดียหลายหมื่นบัญชีในแต่ละปี โดยดาราขวัญใจแฟนคลับอาจจะเป็นคนดังที่ถูกเลียนแบบมากที่สุดในอินเตอร์เน็ต เนื่องจากบทบาทอันโด่งดัง และการไม่ค่อยปรากฏตัวในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความลึกลับในชีวิตส่วนตัวของเขา นั่นทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องว่างนี้ปลอมตัวเป็นเขา และเหมือนจะส่งข้อความในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเมือง โฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย ใช้บัญชีปลอมของเขา ส่งข้อความสร้างสัมพันธ์กับเหยื่อเพื่อให้เหยื่อจ่ายเงิน แน่นอนว่า คีอานู รีฟส์ ไม่ใช่คนเดียวที่เจอกับปัญหานี้ ยังมีคนดังอีกจำนวนมากที่ถูกปลอม อาทิ ทอม แฮงค์ ที่ได้เตือนแฟนๆ ว่ามีการใช้ภาพเหมือนของเขาแบบเอไอโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อปี 2023 เพื่อไปขายประกันสุขภาพทางทันตกรรม

– เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ล่าสุด ได้พบรักแท้อีกครั้งอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เธอควง จิม เคอร์ติส ไลฟ์โค้ชชื่อดังและนักสะกดจิตหนุ่มหล่อออกสื่ออย่างเปิดเผย รวมถึงฉากพลอดรักกันบนเรือยอตช์ ที่เกาะมายอร์กา ประเทศสเปน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แหล่งข่าววงในระบุว่า หลังจาก เจนนิเฟอร์  ที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้วถึง 2 ครั้ง ตอนนี้กำลังอินเลิฟ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อนๆ ต่างตื่นเต้นกับความรักครั้งใหม่นี้และคนที่ได้พบกับพวกเขาต่างก็คิดว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างสมบูรณ์แบบ

กอช. จัดงาน ’10 ปี กอช. ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออมกับหวยเกษียณ’ ขยายโอกาสการออมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม

กอช. จัดงาน '10 ปี กอช. ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออมกับหวยเกษียณ' ขยายโอกาสการออมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม

กอช. จัดงาน ’10 ปี กอช. ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออมกับหวยเกษียณ’ ขยายโอกาสการออมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ครบรอบ 10 ปี จัดงาน “10 ปี กอช. ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออม กับหวยเกษียณ” พร้อมนำเสนอนวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ “สลาก กอช.” หรือ “หวยเกษียณ” ตั้งเป้าเปลี่ยนพฤติกรรมการออมคนไทย ภายใต้แนวคิด “ซื้อหวยเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” เพื่อขยายโอกาสการออมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดงาน “10 ปี กอช. ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออม กับหวยเกษียณ” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ทัณฑสถานหญิงกลาง, ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), TrueMoney, AIS และ ShopeePay ที่มาร่วมออกบูธ เพื่อให้คำแนะนำด้านการออมและการวางแผนทางการเงิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างวินัยการออม และเตรียมพร้อมให้คนไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมั่นคง 

โดย ดร.เผ่าภูมิ ได้กล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทยว่า ในยุคที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ความผันผวนของระบบการเงินของโลกและการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การสร้างวินัยการออมในระดับครัวเรือนจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว สำหรับการจัดงาน “10 ปี กอช. ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออม กับหวยเกษียณ” จึงนับเป็นก้าวใหม่ที่ กอช.  ได้นำเสนอ “หวยเกษียณ” ในฐานะนวัตกรรมทางการเงินภายใต้แนวคิด “ซื้อหวยเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม ใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมที่คนไทยมีอยู่แล้ว เพื่อเติมเต็มให้คนไทยได้ออมเงินกันถ้วนหน้าผ่าน “หวยเกษียณ” 
ดร.เผ่าภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายสนับสนุนการออมที่เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่ง “หวยเกษียณ” จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยผลักดันให้สามารถเพิ่มเงินออมของประชาชนทุกคน โดยจะร่วมกันขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือระหว่าง กอช. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งนี้ ปัจจุบันร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ กอช. มีหน้าที่และอำนาจในการออกและจำหน่าย “หวยเกษียณ” เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนออมเงิน ผ่านการลุ้นรางวัล และสร้างระบบการออมที่ยั่งยืนรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทย

สำหรับ “สลาก กอช.” หรือ “หวยเกษียณ” เป็น สลากขูดดิจิทัล ราคาฉบับละ 50 บาท เปิดจำหน่ายให้ผู้มีสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถซื้อได้สูงสุดเดือนละ 3,000 บาท (60 ฉบับ) ผ่านแอปพลิเคชัน “กอช.” โดยออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท (5 รางวัล) รางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท (10,000 รางวัล) ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกรางวัลจะได้รับเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ทันที โดยเงินซื้อสลากทุกบาทจะถูกสะสมไว้เป็นเงินออม และผู้ซื้อสสลากจะได้รับเงินออม พร้อมผลประโยชน์เป็นก้อนในครั้งเดียว 4 กรณีดังนี้ 1.อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 2.อายุมากกว่า 60 ปี จะได้รับเงินคืนทั้งหมด เมื่อครบ 5 ปี นับแต่วันที่ซื้อสลาก และสามารถซื้อต่อไปได้คราวละ 5 ปี 3.ทุพพลภาพ, เสียสัญชาติไทย และ4.เสียชีวิต คืนเงินให้แก่บุคคลที่ระบุไว้ หรือทายาท 

ด้าน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวถึงบทบาทและผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาว่า กอช. ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกการออมเพื่อสังคมให้แก่แรงงานนอกระบบ รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มประชาชนทั่วไป อายุตั้งแต่ 15 – 60 ปี ที่ไม่มีสวัสดิการบำเหน็จบำนาญจากรัฐ เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ยามชราภาพ กอช. เปิดดำเนินงานเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2558 มีสมาชิกเริ่มต้นเพียง 300,000 คน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กอช. ได้ขยายช่องทางการออมที่สะดวกทันสมัย และสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2565 กอช. ขับเคลื่อน “วาระการออมแห่งชาติ” ผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเพิ่มเพดานการออมจากปีละ 13,200 บาท เป็นสูงสุด 30,000 บาท และเพิ่มเงินสมทบจากรัฐจากไม่เกิน 1,200 บาท เป็น 1,800 บาทต่อปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนออมได้มากขึ้นและได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นทำให้ปัจจุบัน กอช. มีสมาชิกกว่า 2.7 ล้านคน และมีทรัพย์สินกองทุนรวมกว่า 15,152 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568)

“กอช. ยังขยายโครงการสร้างวินัยการออมให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย อาทิ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผ่านความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ตลอดจนขยายเครือข่ายการออมสู่แรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง และผู้ต้องขังในโครงการ “สร้างชีวิตใหม่” เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสการออมอย่างแท้จริง และยังได้ขับเคลื่อนงานผ่านกระทรวงมหาดไทย ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ และยังสร้างตัวแทน กอช. ประจำหมู่บ้าน ได้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ เรายังได้ขยายช่องทางการรับสมัครและส่งเงินออม ผ่านธนาคารกรุงไทย, ออมสิน, ธอส., ธกส., ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เดินหน้ายกระดับการให้บริการ เพิ่มช่องทางการออมที่สะดวก รวดเร็ว เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกคน โดยสามารถสมัครสมาชิกและส่งเงินออมผ่านแอปพลิเคชัน “กอช.” และพันธมิตรดิจิทัลชั้นนำอย่าง ทรูมันนี่, MyAIS และ ShopeePay ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ที่ทุกการออมทำได้แค่ปลายนิ้วสัมผัส”นางสาวจารุลักษณ์ กล่าว

สำหรับในวาระครบรอบ 10 ปีนี้ นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวว่า กอช. ยังเปิดตัว “สลาก กอช.” หรือ “หวยเกษียณ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้ “หวยเกษียณ” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการขยายโอกาสการออมให้กับคนไทยทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม กอช. จะเดินหน้ายกระดับบริการต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบการออมที่ยั่งยืนและครอบคลุมทุกกลุ่มประชาชน สร้างอนาคตที่มั่นคงให้คนไทย ก้าวข้ามความเสี่ยงของสังคมสูงวัยอย่างมั่นใจ

ขณะที่ ดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงการเข้าสู่สังคมสูงวัยและความมั่นคงทางรายได้หลังเกษียณของประเทศไทยว่า จากข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า รายได้หลังเกษียณที่เพียงพอควรอยู่ที่อย่างน้อย 50–60% ของรายได้ก่อนเกษียณ แต่แรงงานในระบบของไทยมีรายได้หลังเกษียณเฉลี่ยเพียง 41% ขณะที่แรงงานนอกระบบมีรายได้หลังเกษียณต่ำกว่า 5% และมีรายได้ไม่แน่นอน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ภาครัฐต้องหามาตรการเพิ่มแรงจูงใจในการออม เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในยามเกษียณให้กับประชาชนทุกกลุ่ม

“การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะส่งผลต่อโครงสร้างรายได้ รายจ่ายของภาครัฐ และอาจกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการลดลงของสัดส่วนประชากรวัยแรงงานซึ่งเป็นกำลังที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลง ขณะที่รัฐต้องใช้งบประมาณในการดูแลสวัสดิการด้านบำเหน็จบำนาญผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทั้งเบี้ยยังชีพ เบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ และเงินสมทบกองทุนการออมเพื่อการเกษียณต่างๆ โดยในปี 2567 ภาครัฐใช้งบประมาณด้านสวัสดิการบำเหน็จบำนาญผู้สูงอายุรวม 500.7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากปี 2557 ที่ใช้งบประมาณ 253.4 ล้านบาท หรือประมาณ 10% ของงบประมาณ”ดร.วโรทัย กล่าว

ดร.วโรทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว ภาครัฐจึงสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออมเงินด้วยตนเองผ่าน “หวยเกษียณ” ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้หลังเกษียณ และลดภาระงบประมาณของรัฐ โดยโครงการหวยเกษียณ ใช้งบประมาณเงินรางวัลปีละ 780 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มเงินออมเพื่อการเกษียณให้กับประเทศปีละ 13,000 ล้านบาท หรือทุก 1 ล้านบาทที่รัฐใช้เป็นเงินรางวัล จะช่วยเพิ่มเงินออมเพื่อการเกษียณได้ถึง 16.6 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้จะไม่เพียงแต่อยู่ในบัญชีเงินออม แต่จะถูกนำไปลงทุนต่อในตลาดทุน ทำให้มีเงินไหลเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ ในประเทศ นำไปสู่การจ้างงาน และการกระจายรายได้สู่ประชาชน สุดท้ายแล้วไม่เพียงแต่ประชาชนได้ประโยชน์จากเงินออมของตัวเอง แต่ประเทศก็จะได้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน

-(016)

สินค้าดี สกลนคร สู่สากล ‘SAKON Global Market 2025’ เปิดเวทีใหม่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

สินค้าดี สกลนคร สู่สากล 'SAKON Global Market 2025' เปิดเวทีใหม่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

สินค้าดี สกลนคร สู่สากล ‘SAKON Global Market 2025’ เปิดเวทีใหม่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.08 น.

จังหวัดสกลนคร โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร จัดงานแสดงสินค้า “สินค้าดี สกลนคร สู่สากล SAKON Global Market 2025” เป็นเวทีที่รวบรวมสินค้าจากจังหวัดสกลนคร เช่น ผ้าคราม ธรรมชาติสกลนคร ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี น้ำหมากเม่าสกลนคร เนื้อโคขุนโพนยางคำ สินค้าเด่น สินค้าดัง เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า จังหวัดสกลนคร เป็นจังหวัดที่มีความสามารถ ในการผลิตสินค้าที่มีศักยภาพหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้า GI ซึ่งจังหวัดสกลนคร ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนสินค้า GI จำนวน 5 ชนิดสินค้า ได้แก่ น้ำหมากเม่าสกลนคร หมากเม่าสกลนคร ผ้าครามธรรมชาติ ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี และเนื้อโคขุนโพนยางคำ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ สร้างงานจากการผลิต และจำหน่ายสินค้า และสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น  โดยงาน “สินค้าดี สกลนคร สู่สากล SAKON Global Market 2025 ” มีการคัดสรรสินค้าคุณภาพ จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสกลนคร ทั้งสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป เสื้อผ้าพื้นเมือง สินค้า นวัตกรรม  ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก สินค้าสมุนไพร  โดยกิจกรรมสำคัญภายในงาน นอกจากเป็นการ แสดงและจำหน่ายสินค้าแล้ว  ยังมีการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) หรือการเชื่อมโยงการค้า ล้วนแสดงถึง ศักยภาพของผู้ประกอบการจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่นำเสนอสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ที่งดงามของจังหวัดสกลนคร

การจัดงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า GI และสินค้าที่มีศักยภาพของจังหวัดสกลนคร ภายใต้ ชื่องาน  “สินค้าดี สกลนคร สู่สากล SAKON Global Market 2025 ” ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 กรกฎาคม 2568 ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล ศาลายา ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยมีผู้ประกอบการจากจังหวัด สกลนคร  เข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 50 คูหา กิจกรรมการแสดงจากศิลปิน ก้านตอง ทุ่งเงิน, นุ้ย  สุวีณา, การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเดินแฟชั่นโชว์  Kram Couture : Local to Global  และกิจกรรมส่งเสริมการขาย แชะ แชร์ โชว์, นาทีทอง ,จับรางวัลลุ้นโชค ทุกวัน  

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ จะพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ สินค้า GI และสินค้าคุณภาพของจังหวัดสกลนคร ขยายช่องทางอาชีพ เพิ่มรายได้ สามารถแข่งขันและเชื่อมโยงการค้าได้ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้ตรงความต้องการของตลาด และเป็นการประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์สินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความเข้าใจ เข้าถึงสินค้าได้เป็นอย่างดี  ทำให้ผู้ประกอบการได้มี โอกาส และช่องทางการค้ามากขึ้น ตลอดจนเป็นการเชื่อมวัฒนธรรมต่างภูมิภาคสามารถประชาสัมพันธ์ สินค้า GI สินค้าที่มีศักยภาพ ตลอดจนการท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนคร  ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

-(016)

เปิดตลาดคึกคัก! ‘จูดี้-จารุกิตติ์’ โชว์ลีลานักขายตัวแม่ ชวน ชิม ช้อป ในลิ้นติดโปรแฟร์

เปิดตลาดคึกคัก! 'จูดี้-จารุกิตติ์' โชว์ลีลานักขายตัวแม่ ชวน ชิม ช้อป ในลิ้นติดโปรแฟร์

เปิดตลาดคึกคัก! ‘จูดี้-จารุกิตติ์’ โชว์ลีลานักขายตัวแม่ ชวน ชิม ช้อป ในลิ้นติดโปรแฟร์

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.03 น.

เปิดตลาดคึกคัก!! “ลิ้นติดโปรแฟร์ :  Food Hero” ก้อง-ท็อป รวมพลความอร่อย ชวน  จูดี้-จารุกิตติ์  โชว์ลีลานักขายตัวแม่ ชวน ชิม ช้อป แซ่บ!! ทุกเมนู

คึกคัก!! ตั้งแต่วันแรกเปิดตลาด  “ลิ้นติดโปรแฟร์ : Food Hero” รวมพลกองทัพฮีโร่แห่งรสชาติ มหกรรมอาหารอร่อย  ของคู่ซี้  ก้อง  ปิยะ – ท็อป ดารณีนุช เจ้าแม่ตลาดเคลื่อนที่ ยกขบวนของอร่อย คาว-หวาน ร้านดาราและร้านค้า Food Hero กว่า 100 ร้าน 1,000 เมนู !! ทั่วไทย  ฮีโร่ของอร่อยพร้อมเสิร์ฟ คัดสรรมาเพื่อคนชอบกินโดยเฉพาะ!!  จัดมาให้ชิม ช้อปตลอด 11 วันเต็ม!!

ภายในงานได้รับเกียรติจาก  คุณสมาพร คำชาย  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายลิสซิ่ง  ศูนย์การค้า แฟชั่นไอส์แลนด์  และเหล่าดาราที่มาออกร้านและดาราที่มาร่วมเปิดงาน อาทิ   เด่นคุณ งามเนตร, ฟลุ้ค ณธัช, ธงธง มกจ๊ก, ปอ อรรณพ , ผัดไท ดีใจ, โบว์ เบญจศิริ  และนักแสดงยูทูบเบอร์    จูดี้-จารุกิตติ์  มาร่วมภารกิจบอกต่อความอร่อย ตามสไตล์นักรีวิวเบอร์ใหญ่ ที่พกพาความสนุกสนาน กับลีลาการขายของระดับตัวแม่   จัดมาให้แซ่บทุกเมนู  เรียกเสียงฮาจากบรรดาพ่อค้าแม่ขาย และเหล่านักชิม ให้ได้ยิ้มหัวเราะ เพลิดเพลินทั้งงานตลอดการ ชิม ช้อป

“ลิ้นติดโปรแฟร์ : Food Hero” รวมทุกเมนูเด็ด กว่า 100 ร้าน 1,000 เมนู !! จัดหนัก จัดแน่นทุกพื้นที่ รวมครบ จบที่นี่ที่เดียว  สายช้อป สายชิม ห้ามพลาด!!   เริ่มความอร่อยแล้ว ตั้งแต่วันนี้ถึง  28 กรกฎาคม นี้  ณ  เซ็นเตอร์คอร์ท  ชั้น 1  ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์  ฮีโร่ของอร่อยพร้อมแล้ว …รอคุณมาเลือกสรรด้วยกันคะ

-(016)

A ROOT by Thai Group ต้อนรับ Eitan Bernath จุดประกาย ‘สุขภาพดี’ จากอาหารไทย สู่สายตาชาวโลก

A ROOT by Thai Group ต้อนรับ Eitan Bernath จุดประกาย ‘สุขภาพดี’ จากอาหารไทย สู่สายตาชาวโลก

A ROOT by Thai Group ต้อนรับ Eitan Bernath จุดประกาย ‘สุขภาพดี’ จากอาหารไทย สู่สายตาชาวโลก

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่ออาหารสุขภาพไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ “รากฐาน” ของการมีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ล่าสุด A ROOT by Thai Group นำโดยผู้บริหารมากวิสัยทัศน์ อาทินันท์  พีชานนท์  รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี เปิดบ้านต้อนรับ Eitan Bernath เชฟ นักเขียนและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวอเมริกัน ผู้ทรงอิทธิพลและจุดประกายคนรุ่นใหม่เรื่อง “สุขภาพผ่านอาหารและวัฒนธรรม” ภายใต้แนวคิด Fresh Food, Good Health ซึ่งได้รับเชิญเป็นพิเศษจากกระทรวงพาณิชย์ให้เข้าร่วมงาน Thai SELECT Royal Gala Night โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีอย่างเป็นทางการ โครงการ Thai SELECT มีเป้าหมายในการส่งเสริมอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก และกิจกรรม A ROOT by Thai Group สะท้อนภารกิจนี้ด้วยการนำเสนอมรดกอาหารไทยในรูปแบบใหม่อย่างสร้างสรรค์และมีความหมาย เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

โอกาสนี้ อาทินันท์ พีชานนท์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านวัฒนธรรมอาหาร และนำ Eitan เยี่ยมชมร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ อาหารสุขภาพ เสื้อผ้า ของใช้และสินค้าธรรมชาติจากร้านค้าและผู้ประกอบการภายในงาน พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “ข้าวยำหลากสี” อาหารจานเดียวที่เปี่ยมด้วยภูมิปัญญาไทย สุขภาพและรสชาติ

“This trip changed the way I look at health food. It’s not just about being nutritious—it’s about connection, culture, and care. What I’ve experienced here with A Root is beautiful, authentic, and deeply human.” — Eitan Bernath

เบื้องหลังแนวคิดการจัดคอมมูนิตี้เพื่อสุขภาพนี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของ ‘อาทินันท์ พีชานนท์  ผู้บริหารไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ องค์กรชั้นนำในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน และความเป็นอยู่ที่ดีทั้งกายและใจ เป็นผู้ผลักดันให้ A ROOT by Thai Group เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เป็น “คอมมูนิตี้สุขภาพ” ที่มีจุดยืนชัดเจนในเรื่องการเข้าถึงอาหารคุณภาพดี ราคาที่เป็นธรรม และการให้ความรู้เรื่องสุขภาพแก่สังคมในวงกว้าง

“เราต้องการให้ A ROOT เป็นรากฐานของการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีอย่างแท้จริง เพราะการลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนกับสุขภาพของตัวเอง ไม่เพียงทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่ยังลดภาระค่าใช้จ่ายในอนาคตได้”  อาทินันท์ ผู้ก่อตั้ง A ROOT by Thai Group

ภายในงานจึงเต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ Special Talk แชร์เคล็ดลับการสร้างสมดุลชีวิตและสุขภาพสำหรับชาวออฟฟิศ “Work-Life Balance” ให้สุขภาพดีทั้งกายใจ โดย ภฤตยา สัจจศิลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ SE Life และ Health Talk เกร็ดความรู้เพื่อสุขภาพโดย พญ.วรรณวิภา ทองบริสุทธิ์ จากโรงพยาบาลซานเปาโล หัวหิน และโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ในหัวข้อ “Personalized Medicine” การแพทย์เฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นแนวทางการแพทย์รูปแบบใหม่ ที่เน้นการรักษาโรคที่ปรับให้เข้ากับลักษ ณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยในการวินิจฉัย ป้องกันและรักษาโรคได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ช่วงกิจกรรม “Thai Taste Therapy” อาหารไทยเป็นยา โดย  ไอริณ ทวีเกื้อกูลกิจ ผู้อำนวยการ บริษัท ชิมไทย จำกัด และคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ด้านอาหารไทยมาบอกเล่าเรื่องราวและสาธิตการทำอาหารโดยใช้วัตถุดิบที่ถูกลืมอย่างเครื่องเทศล้านนา “มะแขว่น” ที่มีกลิ่นหอมและเผ็ดร้อน ซ่าๆ ผ่าวปลายลิ้น ซึ่งมากด้วยคุณค่าทางอาหารและยา มาปรุงอาหารรสชาติใหม่ “หอมซ่า แต่ไม่ชาลิ้น” ที่ถูกใจผู้บริโภคและคนรุ่นใหม่ ณ บริเวณล็อบบี้และด้านหน้าอาคารไทยกรุ๊ป สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม ทำเอาจุใจสายคลีน ยกให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งฮับฯ คอมมูนิตี้เพื่อการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ ผู้บริหารไทยกรุ๊ปฯ ยังให้เกียรติพา Eitan ไปสัมผัสวัฒนธรรมไทย ผ่านการเดินชมพระปรางค์วัดอรุณ ลิ้มรสขนมไทยที่ตลาดวังหลัง และเยี่ยม One Bangkok ศูนย์กลางแห่งไลฟ์สไตล์และแรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นใหม่ สะท้อนถึงแนวคิดของ A ROOT ที่เชื่อมโยง “สุขภาพ” กับ “วิถีชีวิต” อย่างเป็นรูปธรรม

ท้ายสุด ในวันที่โลกเต็มไปด้วยข้อมูลด้านสุขภาพ ผู้บริหาร  A ROOT by Thai Group  ตอกย้ำว่า “สุขภาพดีเริ่มจากสิ่งเล็กๆที่เรากินทุกวัน” และการได้รับการตอบรับจาก Eitan Bernath มาร่วมงานในครั้งนี้คือบทพิสูจน์ว่า อาหารเพื่อสุขภาพของไทย ไม่เพียงมีรสชาติที่ดี แต่ยังมี “คุณค่า” ทางโภชนาการ ที่สามารถส่งต่อสู่ผู้คนทั่วโลก

“สุขภาพ” กับ “การเงิน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การรักษาสุขภาพก็เท่ากับรักษาทรัพย์สินไว้ด้วย เริ่มต้นดูแลสุขภาพด้วยการเลือกสรรสิ่งที่ดีให้กับตัวเองไปกับ A ROOT by Thai Group