“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” ขับเคลื่อนการให้อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อเงินบริจาค 2,149,000 บาท แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอนาคตทางการแพทย์

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” ขับเคลื่อนการให้อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อเงินบริจาค 2,149,000 บาท แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอนาคตทางการแพทย์

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” ขับเคลื่อนการให้อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อเงินบริจาค 2,149,000 บาท แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอนาคตทางการแพทย์

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.40 น.

การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” สานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ สนับสนุนและส่งต่อความช่วยเหลือสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบเงินบริจาคจากกิจกรรมประมูลไอเทมสุดพิเศษและของรักจากนักกอล์ฟระดับโลกในงาน “Honda LPGA Thailand 2025 Charity Night” รวมกับเงินสมทบอื่น ๆ ทั้งสิ้น 2,149,000 บาท ให้แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบกองทุนเพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส ฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวาระ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงพยาบาลศิริราช และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น การจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น การส่งเสริมงานวิจัยทางการแพทย์ การมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข และการยกระดับศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง 

กิจกรรม Honda LPGA Thailand 2025 Charity Night จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมเมอเวนพิค สยาม นาจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี โดย ไฮไลต์ของงาน คือ การประมูลของที่ระลึกสุดพิเศษจากนักกอล์ฟระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน อาทิ  ถุงกอล์ฟรุ่นพิเศษจากฮอนด้าพร้อมลายเซ็นจากนักกอล์ฟทั้ง 72 คนที่เข้าร่วมการแข่งขัน, พัตเตอร์และเสื้อกอล์ฟของ แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ, ธงพร้อมลายเซ็นของนักกอล์ฟหญิงไทยทั้ง 12 คนที่ร่วมแข่งขัน, ภาพวาดโปสเตอร์การแข่งขันที่มีลายเซ็นของนักกอล์ฟระดับโลก 5 คน ได้แก่ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล, แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ, รัวหนิง หยิน, ยูกะ ซาโสะ และบรู๊ค เอ็ม เฮนเดอร์สัน รวมถึงเหล็ก 3 ของจอร์เจีย ฮอลล์, เวดจ์ของพี่น้องฝาแฝดจากญี่ปุ่น ชิซาโตะ และ อากิเอะ อิวาอิ และรองเท้ากอล์ฟของซีลีน บูติเยร์

กิจกรรมนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดควบคู่กับการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้จัดการแข่งขันได้ร่วมมือกับนักกอล์ฟและพันธมิตรในการระดมทุนเพื่อมอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงการบริจาคในปีนี้ มีมูลค่ายอดเงินบริจาคสะสมกว่า 8 ปี จากกิจกรรมดังกล่าว รวม 13,171,730 บาท

การแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” เป็นรายการกอล์ฟสตรีระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องถึง 18 ครั้ง ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งจากนักกอล์ฟระดับโลกและแฟนกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  โดยมุ่งมั่นในการยกระดับวงการกอล์ฟไทย เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้ร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลก พร้อมส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความตั้งใจของฮอนด้าและพันธมิตรในการสนับสนุนและส่งเสริมกีฬา เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ลูกเสือไทยคิดผลิต ‘กล่องลูกเสือแซบอีหลี’ ส่งให้ทหาร ตำรวจชายแดน

ลูกเสือไทยคิดผลิต ‘กล่องลูกเสือแซบอีหลี’ ส่งให้ทหาร ตำรวจชายแดน

ลูกเสือไทยคิดผลิต ‘กล่องลูกเสือแซบอีหลี’ ส่งให้ทหาร ตำรวจชายแดน

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.19 น.

มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย โดย ดร. อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิฯ นำทีมลูกเสือไทยคิดผลิต “กล่องลูกเสือแซบอีหลี” ภายในประกอบด้วย น้ำปลาร้า  หอมแดง กระเทียม ปลาแห้ง น้ำตาล  มะนาว พริกแห้ง น้ำพริกคลุกข้าว  และ ธนบัตร 50 บาท เพื่อจัดส่งให้กับทหาร ตำรวจชายแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนต่อไป

อสมท ร่วมพันธมิตร จัดเต็ม ‘DORAEMON BIRTHDAY PARTY 2025’ ฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในไทย

อสมท ร่วมพันธมิตร จัดเต็ม ‘DORAEMON BIRTHDAY PARTY 2025’ ฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในไทย

อสมท ร่วมพันธมิตร จัดเต็ม ‘DORAEMON BIRTHDAY PARTY 2025’ ฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในไทย

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.59 น.

อสมท ร่วมกับพันธมิตร AI Thailand ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3 และ Major Cineplex จัดงาน “Doraemon Birthday Party 2025” เฉลิมฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 1–3 กันยายน 2568 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระ ราม 3

ไฮไลท์สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ ที่มาร่วมปาร์ตี้ฉลองวันเกิดให้โดราเอมอน ในวันที่ 3 กันยายน 2568 ซึ่งตรงกับวันครบรอบวันเกิดของโดราเอมอน โดยจะมีกิจกรรมปาร์ตี้สุด Exclusive ภายในโรงภาพยนตร์ Major Cineplex  เพียง 500 ที่นั่ง และการแสดงสุดประทับใจ พร้อมด้วยกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ ลุ้นรับของที่ระลึกภายในงานแบบจัดเต็ม

สำหรับแฟนๆ ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมปาร์ตี้วันเกิดสุดพิเศษ สามารถร่วมส่งคำอวยพรวันเกิดผ่านเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำแสนอบอุ่นครั้งนี้ไปพร้อมกัน ถึง “โดราเอมอน” ผ่านเว็บไซต์ AI Thailand: https://aithailand.co.th/ ได้ตลอดทั้งเดือนกันยายน 2568

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพื่อรับบัตรฟรี ผ่านช่องทางการแจกบัตร เข้าร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดได้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฏาคม 2568 และสามารถติดตามกติกา การร่วมสนุกเพื่อรับบัตรผ่านทางเพจ Doraemon Thailand และ รายการช่อง 9 การ์ตูน ผ่านทางช่อง 9 กด 30 ในช่วงเวลาการออกอากาศการ์ตูนโดราเอมอน 

พบกับความสนุกและความอบอุ่นครั้งยิ่งใหญ่  “Doraemon Birthday Party 2025” งานสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิด “โดราเอมอน” ตัวการ์ตูนขวัญใจของคนไทยและคนทั่วโลก ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3  

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ วิกฤติการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 สาเหตุ ผลกระทบ และแนวโน้มในอนาคต

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ วิกฤติการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 สาเหตุ ผลกระทบ และแนวโน้มในอนาคต

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ วิกฤติการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 สาเหตุ ผลกระทบ และแนวโน้มในอนาคต

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.57 น.

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีทั้งความร่วมมือและความตึงเครียดมายาวนาน โดยในปีพ.ศ.  2568 ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศกลับมาเกิดอีกครั้งจากหลายปัจจัย บทความนี้จะวิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบปัจจุบัน และคาดการณ์ล่วงหน้าสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงสมมติเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุด (Worst-Case Scenario) เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมรับมือ  

ข้อพิพาทเรื่องชายแดนไทย กัมพูชา เริ่มขึ้นเพราะกรณีเขาพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินให้เป็นของกับพูชาเมื่อพ.ศ. 2505  ต่อมาพ.ศ. 2528-2530 มีการปะทะกันด้วยปืนใหญ่ที่ช่องบก  ความตึงเครียดทวีเพิ่มขึ้น ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 เมื่อทหารไทยไปห้ามนักท่องเที่ยวกัมพูชาไม่ให้ร้องเพลงชาติเขมรที่ปราสาทตาเมือนธม  ทหารเขมรมาขุดสนามเพลาะ ใกล้ช่องบก  และมีการปะทะกัน ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิตไป 1 คน ฝ่ายกัมพูชาได้นำเรื่องเขตแดนไปฟ้องศาลโลก  แต่ฝ่ายไทยปฏิเสธไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกเพราะเกรงจะต้องเสียดินแดนเหมือนกรณีเขาพระวิหาร    7 มิถุนายน 2568 ทหารไทยออกคำสั่งจำกัดเวลาผ่านเข้าออกด่านชายแดน แล้วต่อมาเพิ่มมาตรการเป็นการปิดชายแดนห้ามคนและพาหนะทุกชนิดผ่านตลอดชายแดน คืออุบลราชธานี  ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด   กัมพูชาตอบโต้ด้วยการงดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าไทย   

1. สาเหตุของความขัดแย้ง  ความตึงเครียดในปี พ.ศ.  2568 เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่:  

1.1 ข้อพิพาทด้านเขตแดน   บริเวณปราสาทพระวิหาร   ช่องบก ปราสาทตาเมือน ตาควาย   เกาะกูด  และพื้นที่ทับซ้อนทางทะล 

1.2 ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ     แหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย   รายได้จากคาสิโนและคอลเซนเตอร์ในกัมพูชา      

1.3   อิทธิพลมหาอำนาจ .. การที่กัมพูชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ทำให้สหรัฐอเมริกาไม่พอใจ   

1.4  กระแสต่อต้านทักษิณ …กลุ่มที่ไม่พอใจ ต่อต้านทักษิณ ชินวัตร  เช่นพวก สนธิ ลิ้มทองกุล  จตุพร พรหมพันธุ์  ได้ตามไปต่อต้านฮุนเซนและกัมพูชาด้วยจนมีการกล่าวคำก้าวร้าวว่า  “ ถ้ามีอำนาจจะบุกยึดเขาพระวิหาร  พระตะบอง เสียมเรียบ”   ทำให้ฮุนเซนโกรธแค้นมาก

2. ผลกระทบในปัจจุบัน    ความขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลต่อทั้งสองประเทศในหลายด้าน:  

2.1 ความมั่นคง: การเพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดน และการปะทะเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจทำให้ประชาชนวิตกกังวล  

2.2 เศรษฐกิจ: การปิดพรมแดนของไทย 798 กิโลเมตร   ทำให้ การค้าชายแดนหยุดชะงัก โดยเฉพาะจุดผ่านแดนสำคัญ เช่น อรัญประเทศ-ปอยเปต   ตราด-เกาะกง  และ  สุรินทร์ -โอร์สเม็ด    ส่งผลต่อรายได้ของพ่อค้าและประชาชน บ่อนคาสิโนชายแดนไทย กัมพูชาเกือบต้องปิดตัวลง  ตัดรายได้สำคัญของผู้นำกัมพูชา  

2.3 สังคม: ความรู้สึกชาตินิยมที่พุ่งสูงขึ้นทั้งสองฝ่าย นำไปสู่การเหยียดเชื้อชาติหรือความเกลียดชังระหว่างประชาชน   ซึ่งอาจลุกลามแบบที่ มีการเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา ในพ.ศ. 2546

2.4 การท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวทั้งสองประเทศ

3. สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  

3.1 การเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด: อาจมีมาเลเซียหรือจีนมาเป็นคนกลางเจรจาไกล่เกลี่ย ยุติความขัดแย้ง

3.2 การปะทะจำกัดวง: การสู้รบขนาดเล็กอาจเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ทั้งสองฝ่ายอาจควบคุมไม่ให้ขยายตัว  

3.3 มาตรการทางเศรษฐกิจ: เช่น การควบคุม หรือห้ามการนำเข้าส่งออกหรือการเพิ่มภาษีศุลกากร  สินค้าหรือบริการบางอย่าง เช่น มันสำปะหลัง  ผักผลไม้  น้ำมันเชื้อเพลิง    การรักษาพยาบาล  

4. หากความรุนแรงบานปลายถึงที่สุด (Worst-Case Scenario):

4.1สงครามเต็มรูปแบบ: การใช้กำลังทหารขนาดใหญ่ทั้งทางบกและทางอากาศ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน  แบบที่เคยเกิดที่ช่องบก พ.ศ.2528-2530

4.2 ผู้ลี้ภัย: ประชาชนทั้งสองฝ่ายอาจอพยพหนีการสู้รบ หลายหมื่นคน   เหมือนสมัยสงครามเขมรแดง พ.ศ. 2518

4.3 เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศพังทลาย: การลงทุนจากต่างชาติหยุดชะงัก ค่าเงินอ่อนตัว ราคาสินค้าพุ่งสูง  ทองคำขึ้นราคา

5. ควรเตรียมตัวอย่างไร?  

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ประชาชนควรจะเตรียมตัว:  

5.1 ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ  ระวังข่าวหลอกลวง  ข้อมูลบิดเบือน    หรือข่าวปลอมเพื่อสร้างสถานการณ์  

5.2  หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความแตกแยก  

5.3 เตรียมแผนรับมือกรณีเกิดวิกฤต เช่น เก็บเงินไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน  ซื้อทองคำแท่ง  จัดกระเป๋าเตรียมอพยพ  

โดย: สุริยพงศ์

MILKLAB ร่วมส่งเสริมผลักดันวัฒนธรรมคาเฟ่ในไทยกับงาน ‘Brew Your Vibes’ ที่สยามเซ็นเตอร์

MILKLAB ร่วมส่งเสริมผลักดันวัฒนธรรมคาเฟ่ในไทยกับงาน  ‘Brew Your Vibes’ ที่สยามเซ็นเตอร์

MILKLAB ร่วมส่งเสริมผลักดันวัฒนธรรมคาเฟ่ในไทยกับงาน ‘Brew Your Vibes’ ที่สยามเซ็นเตอร์

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

MILKLAB แบรนด์นมทางเลือกชั้นนำจากออสเตรเลียที่พัฒนาจากพืช เตรียมมอบประสบการณ์คาเฟ่สุดพิเศษให้กับคอกาแฟชาวไทย ในงาน “Brew Your Vibes” ในวันที่ 19–20 กรกฎาคม 2568 ณ บริเวณ Atrium 2 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสวัฒนธรรมคาเฟ่แนวใหม่ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์นมพืชระดับพรีเมียมจาก MILKLAB ที่โดดเด่นทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และความสามารถในการเข้ากับกาแฟอย่างลงตัว โดยเฉพาะเมนู Iced Strawberry Matcha และ Iced Pistachio Latte ที่พร้อมเสิร์ฟฟรีในงานวันละ 200 แก้ว (จนกว่าของจะหมด)

ในงานมีกิจกรรรมให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มมลองรสชาติกาแฟที่แตกต่าง และถ่ายภาพเช็คอินสุดสวยเป็นที่ระลึก ไฮไลต์ของงาน พบกับ Mikael Jasin แชมป์โลกบาริสต้า 2024 แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ MILKLAB ที่จะมาจัดกิจกรรม “Omakafe” เพื่อส่งมอบประสบการณ์การจับคู่กาแฟกับนมพืชผ่านรสชาติใหม่ที่ไม่คาดคิดมาก่อนให้กับผู้โชคดี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการสาธิตลาเต้อาร์ตและเมนูพิเศษจาก คุณมุก MILKLAB Brand Ambassador ของไทย พร้อมดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากดีเจชื่อดังอย่าง Taidy, Patra, Bestboi และ Esspee ที่จะมาสร้างบรรยากาศชิล ๆ ตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีของขวัญ ของที่ระลึก และส่วนลดสำหรับ กาแฟ อีกมากมายเตรียมมอบให้ผู้เข้าร่วมกิจ กรรมต่างๆ

MILKLAB ได้รับการยอมรับจากร้านกาแฟในออสเตรเลียว่าเป็นแบรนด์นมพืชสำหรับบาริสต้าอันดับ 1  และยังขยายตลาดสู่กว่า 20 ประเทศทั่วโลก การจัดงานครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำความสำคัญของตลาดกาแฟและวัฒนธรรมคาเฟ่ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงชุมชนคอกาแฟ บาริสต้า และผู้ประกอบการร้านกาแฟให้ร่วมสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ยั่งยืนและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กิจกรรม Brew Your Vibes โดย MILKLAB เปิดให้เข้าร่วมฟรี ระหว่างเวลา 10:30–18:00 น. วันที่ 19 และ 20 กรกฎาคม 2568 ที่สยามเซ็นเตอร์ Atrium 2 ผู้สนใจเข้าร่วม Omakafe กับ Mikael Jasin สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSebFauk-X7hXSdsPkLDx_VGckmeSjC6Q7UtcXSBNi_pUZcHXQ/viewform

กรมทะเล จัดกิจกรรม ‘Marine Monitoring Hackathon 2025’ ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนานวัตกรรมติดตามคุณภาพน้ำทะเลไทยเพื่อความยั่งยืน

กรมทะเล จัดกิจกรรม ‘Marine Monitoring Hackathon 2025’ ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนานวัตกรรมติดตามคุณภาพน้ำทะเลไทยเพื่อความยั่งยืน

กรมทะเล จัดกิจกรรม ‘Marine Monitoring Hackathon 2025’ ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนานวัตกรรมติดตามคุณภาพน้ำทะเลไทยเพื่อความยั่งยืน

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

”ถ้าเสียงของทะเลส่งถึงคุณได้… คุณจะทำอะไร?”

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมการแข่งขันสุดเข้มข้นในกิจกรรม “Marine Monitoring Hackathon 2025 คุณจะรู้ว่าน้ำทะเลคุณภาพดีได้อย่างไร?” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ในโจทย์การแข่งขันออกแบบ “แนวคิดเชิงนวัตกรรม”  เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพน้ำทะเล ในการตรวจสอบและจัดการคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะน้ำทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ (Innovative Design) ความหลากหลายทางชีวภาพ และสุขภาพของประชาชนในระยะยาว แบ่งเป็น  Track 1: Smart Monitoring พัฒนาแนวทางใหม่ในการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล Track 2: Smart Sensor & Data Collection/Platform ออกแบบระบบเซ็นเซอร์และวิธีเก็บข้อมูลจากทะเล และ Track 3 : Citizen science & community involvement การมีส่วนร่วมของชุมชนในการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร และโอกาสต่อยอดแนวคิดสู่การนำไปใช้จริงในการดูแลทะเลไทยอย่างยั่งยืน 

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า “เพราะทะเล คือ ทรัพยากรล้ำค่าที่หล่อเลี้ยงชีวิต เศรษฐกิจ และความสมดุลของระบบนิเวศ การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลเพื่อการป้องกันและลดมลพิษทางทะเล ตลอดจนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงเป็นภารกิจที่สำคัญ เพื่อประเมินสถานการณ์และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำทะเล ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันบริบทของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การออกแบบระบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่สามารถสนับสนุนการรวบรวม วิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูลทรัพยากรทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การจัดกิจกรรม Hackathon จะช่วยเปิดโอกาสให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ และผู้ที่สนใจ ร่วมกันระดมสมองในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อออกแบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต“

กิจกรรม Hackathon มีลักษณะที่สำคัญ คือ Knowledge Sharing – การแบ่งปันองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการออกแบบ Mini-workshop – การสาธิตเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการฝึกทักษะด้านการคิด ออกแบบ และการนำเสนอ Mentoring Session – การให้คำปรึกษาแบบเจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปรับปรุงแนวคิดของแต่ละทีม และ Idea Pitching – การนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ เพื่อคัดเลือกแนวคิดที่มีศักยภาพสูงสุดในการพัฒนาใช้จริง ซึ่งนอกจากกิจกรรมแต่ละลักษณะของ Hackathon จะสามารถทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะที่จำเป็นครอบคลุมทั้งทักษะพื้นฐานและทักษะขั้นสูงแล้ว ยังสามารถเป็นกระบวนการประเมินผลการพัฒนาทักษะ และการสร้างผลกระทบต่อสาธารณะในวงกว้างได้อีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 14 – 29 กรกฎาคม 2568 (ปิดรับสมัครเวลา 23.59 น.) ทาง https://bit.ly/regisMMH2025  โดยผู้สมัครจะต้องทำแบบทดสอบในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เพื่อคัดเลือก และประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ซึ่งผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะได้ฟังการบรรยายออนไลน์และคำแนะนำจากอาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใช้พัฒนาแนวคิดสู่การแข่งขันต่อไป ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 082-596-4219 (คุณโบว์) หรือทางอีเมล marinemonitoringhack@gmail.com มาร่วมเป็นพลังของคนรุ่นใหม่ เพื่อทะเลไทยที่ใสสะอาดและยั่งยืนไปด้วยกัน

-(016)

Torani ฉลอง 100 ปี เปิดตัว 3 รสชาติใหม่ ในงาน ‘Thailand Coffee Fest 2025’

Torani ฉลอง 100 ปี เปิดตัว 3 รสชาติใหม่ ในงาน ‘Thailand Coffee Fest 2025’

Torani ฉลอง 100 ปี เปิดตัว 3 รสชาติใหม่ ในงาน ‘Thailand Coffee Fest 2025’

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.45 น.

Torani Syrup หรือ น้ำเชื่อมโทรานี่ แบรนด์ไซรัปที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1925 จากฝีมือชาวอิตาเลียนย่าน North Beach ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้กลายเป็นแบรด์ไซรัปที่ได้รับความนิยมและความไว้ใจจากบาริสต้า บาร์เทนเดอร์ ร้านคาเฟ และครัวทั่วโลก จนสามารถเดินทางก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 1 แห่งความทรงจำอันแสนยาวนาน

อุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทบอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภายในงาน Thailand Coffee Fest 2025 : Drink Better Coffee เทศกาลกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 7 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 10 – 13 กรกฎาคม 68 ที่ผ่านมา ภายในบูทของ Torani มีการเปิดตัวรสชาติใหม่โดยเฉพาะ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี “Torani Flavor of the Century” เพื่อเฉลิมฉลองศตวรรษแห่งการสร้างสรรค์รสชาติระดับตำนาน นอกจากจะได้ลิ้มลองเครื่องดื่มที่รังสรรค์มาจาก Torani รสชาติต่าง ๆ ที่สดชื่นได้ทั้งวันแล้ว ยังมีกิจกรรมและของรางวัลมากมาย ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน 

 “Celebrating 100 years of amazing Flavors of Torani” เปิดตัว 3 รสชาติใหม่ในงาน Thailand Coffee Fest 2025

1. Puremade Diamond Syrup (Flavor of the Century) เป็นรสชาติพิเศษประจำวาระครบรอบ 100 ปี ที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “เพชร” โดยมีรสชาติที่สดใสของ Sparkling Wine ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของ Vanilla และมีความ Fruity เล็กน้อย จึงออกมาเป็นรสชาติแห่งจินตนาการ ที่ไม่ได้อิงจากอาหารหรือรสชาติที่มีอยู่จริง และตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อยกย่องลูกค้า พันธมิตร รวมถึงพนักงาน อันมีคุณค่าดั่งอัญมณีที่ใช้เวลาเดินทางมาถึง 100 ปี ซึ่งรสชาตินี้ จะมีจำหน่ายเพียง 4 เดือน เท่านั้น

2. Vanilla Salt Syrup เป็นไซรัปที่ Torani สร้างสรรค์ขึ้นมาและพัฒนาให้มีรสชาติที่ซับซ้อน กลิ่นหอมมากขึ้น ผสานระหว่างความหวานและความเค็มที่ละเอียดอ่อน ได้ทั้งกลิ่นและรสชาติอย่างลงตัว ส่วนใหญ่แนะนำให้นำไซรัปไปผสมกับเครื่องดื่มที่เป็นกาแฟ หรือนม เพื่อเพิ่มมิติความกลมกล่อมและหอมกรุ่นของรสชาติมากยิ่งขึ้น

3. Sour Candy Syrup เป็นรสชาติที่ถูกออกแบบและหวนให้นึกถึงลูกอมที่คุ้นเคยในสมัยยังเป็นเด็ก รสชาติโดยรวมจะออกเปรี้ยมอมหวาน กระตุ้นต่อมรับรสได้ดี มีกลิ่นหอมให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า โดย Torani เล็งเห็นว่าตลาดเครื่องดื่มที่เติบโตได้มากกว่าตลาดกาแฟ จึงตั้งใจสร้างรสชาติของไซรัปให้สามารถนำไปรังสรรค์เป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่สนุกสนาน ค็อกเทล หรือม็อกเทล และสามารถนำไซรัปไปผสมกับน้ำผลไม้ได้ อาทิ แอปเปิล องุ่น ฯลฯ เพราะความเปรี้ยวจะเข้ากันได้ดี

Torani จึงเป็นแบรนด์ไซรัปที่มีเรื่องราว จากการเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมเครื่องดื่มมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการวางรากฐานให้กับ Italian Soda หรือการสร้าง Latte รสชาติแรกของโลกในยุค 1980s ซึ่งตลอดระยะเวลาแห่งการเดินทาง 100 ปี ไม่ใช่แค่เพิ่มรสชาติให้เมนู แต่ยิ่งเพิ่มคุณค่าให้กับทุก ๆ แก้วที่เสิร์ฟ

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Boncafe Showroom ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือเลือกชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.boncafe.co.th  เฟซบุ้ก: Boncafe Thailand อินสตาแกรม: boncafethailand LINE OA: @boncafethailand และสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ Lazada: Boncafe Thailand และ Shopee: Boncafe Thailand

-(016)

สายมูเจนใหม่ มีเฮ! YETI x หมอช้าง เปิดคำทำนายสุดปัง พร้อมเผยโฉมไอเท็มเสริมดวงรับครึ่งปีหลัง 68

สายมูเจนใหม่ มีเฮ! YETI x หมอช้าง เปิดคำทำนายสุดปัง พร้อมเผยโฉมไอเท็มเสริมดวงรับครึ่งปีหลัง 68

สายมูเจนใหม่ มีเฮ! YETI x หมอช้าง เปิดคำทำนายสุดปัง พร้อมเผยโฉมไอเท็มเสริมดวงรับครึ่งปีหลัง 68

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.13 น.

ปาดเหงื่อสู้กันมาครึ่งปีแล้ว! เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง 2568 หลายคนคงกำลังลุ้นตัวโก่งว่าโชคชะตาราศีจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ล่าสุด หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา กูรูด้านพยากรณ์ชื่อดังของประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ YETI แบรนด์แก้วน้ำอันดับ 1 ของโลก ที่จัดจำหน่ายและบริหารโดย Element 72 ใน แคมเปญสุดพิเศษ “YETI Sip Your Sign” ออกแบบลวดลายประจำราศี เสริมด้วยเลขมงคล เลเซอร์ลงบนแก้ว YETI ให้ทุกการดื่มน้ำ ที่เสริม สุขภาพอยู่แล้ว ได้เสริมพลังชีวิต การงาน การเงิน และเสน่ห์ตามแบบฉบับสายมูเจนใหม่ สำหรับใครที่ชื่นชอบ การเช็คดวง และเชื่อเรื่องโชคชะตา นี่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มต้นครึ่งปีหลังด้วยพลังบวก แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่า ราศีไหนสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการลงมือทำอย่างตั้งใจแล้ว “เรื่องดีๆ” ก็จะเป็นจริงในไม่ช้า ส่วนใครที่อยากเสริม พลังดีๆ ให้ตรงกับราศีของตัวเอง ต้องห้ามพลาด!

ราศีเมษ (14 เม.ย. – 14 พ.ค.)

หน้าที่การงานดี เข้าสู่จุดลงตัว งานที่เคยมีปัญหาเริ่มคลี่คลาย มีโอกาสเติบโตในสายอาชีพ

ราศีพฤษภ (15 พ.ค. – 14 มิ.ย.)

การเจรจาดี วาจาพารวย คำพูดมีพลัง ดึงดูดความสำเร็จโดยเฉพาะในเรื่องธุรกิจและการต่อรอง

ราศีเมถุน (15 มิ.ย. – 16 ก.ค.)

การค้าขายดี มีเงินเข้าเยอะ รายรับมากขึ้น เหมาะกับการลงทุนใหม่ๆ หรือขยายกิจการ

ราศีกรกฎ (17 ก.ค. – 16 ส.ค.)

มีจังหวะชีวิตดี นาทีทองได้พลิกฟื้น ชีวิตที่เคยติดขัดจะกลับมาสดใสอีกครั้ง

ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

ได้ผู้มีศรัทธา หรือผู้ใหญ่ช่วยเหลือ สนับสนุนให้เติบโตทั้งการงานและส่วนตัว

ราศีกันย์ (17 ก.ย. – 17 ต.ค.)

ดวงโชคลาภดี ได้มาแบบไม่คาดฝัน มีโอกาสถูกรางวัลหรือได้รับของมีค่า

ราศีตุลย์ (18 ต.ค. – 16 พ.ย.)

ผลตอบแทนดีในสิ่งที่ลงทุนไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ การเรียน หรือโปรเจกต์ที่ทำ

ราศีพิจิก (17 พ.ย. – 15 ธ.ค.)

ดวงรายได้ดี ปัญหาเรื่องเงินจะเริ่มคลี่คลาย มีโอกาสหารายได้ใหม่ๆ

ราศีธนู (16 ธ.ค. – 14 ม.ค.)

มี Connection ดี ได้รับโอกาสสำคัญจากคนรอบตัว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จระยะยาว

 ราศีมังกร (15 ม.ค. – 12 ก.พ.)

ดวงดีรอบด้าน ทั้งการงาน การเงิน และความรัก เรียกได้ว่าเป็นช่วงนาทีทองของชีวิต

ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 14 มี.ค.)

ดาวการเงินดี มีดวงได้โชคใหญ่ หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง

ราศีมีน (15 มี.ค. – 13 เม.ย.)

มีความราบรื่นดี ได้จังหวะเฉิดฉาย เหมาะสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่หรือแสดงศักยภาพเต็มที่

นี่คือการร่วมงานกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง YETI แบรนด์ Drinkware อันดับ 1 ที่ทั่วโลกให้การ ยอมรับ กับหมอดูแถวหน้าของประเทศไทย เพื่อคนรักการดื่มที่อยากเสริมดวงดังให้ปังไปพร้อมกัน! สามารถ เป็นเจ้าของ YETI Sip Your Sign Collection ได้ที่ YETI Flagship Store ชั้น 2 โซน Parade @ One Bangkok และ ร้าน Element 72 ทุกสาขา หมดเขต 31 สิงหาคม 2568 นี้ เท่านั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Instagram : @YETI_Thailand และ @Element72_Thailand และ Facebook : Element72 YETI Sip Your Sign Collection เสริมดวง & เสริมใจ ใช้ทุกวันก็รู้สึกดีทุกวัน ของขวัญสุดพิเศษสำหรับ ตัวคุณเองหรือคนที่คุณห่วงใย สายมูห้ามพลาด!

‘วอทช์ แกลเลอเรีย พารากอน’ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชวนคนรักนาฬิการ่วมยลโฉมเรือนเวลาหรู

'วอทช์ แกลเลอเรีย พารากอน'ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชวนคนรักนาฬิการ่วมยลโฉมเรือนเวลาหรู

‘วอทช์ แกลเลอเรีย พารากอน’ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชวนคนรักนาฬิการ่วมยลโฉมเรือนเวลาหรู

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.57 น.

วอทช์ แกลเลอเรีย พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เปิดม่านปรากฏการณ์เรือนเวลาระดับโลก นำเสนอเรือนเวลาหรูระดับมาสเตอร์พีซ ในงาน “PARAGON WATCH FAIR 2025” รวมที่สุดแห่งความหรูหราของเรือนเวลาจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก ทั้งรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นหายาก รวมถึงนาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุดแห่งปี 2025 จากงาน WATCHES & WONDERS 2025 งานแสดงนวัตกรรมนาฬิการะดับโลก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  สู่ใจกลางกรุงเทพฯ ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชั่นของคนรักนาฬิกา (NO.1 OF WATCH DESTINATION) พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568   ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น1 และแผนก WATCH GALLERIA ชั้น M และชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

กลับมาอีกครั้ง สำหรับงาน “PARAGON WATCH FAIR 2025” (พารากอน วอทช์ แฟร์ 2025) งานแสดงนาฬิกาครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอย โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE PINNACLE OF TIMEPIECES” ที่คัดสรรนาฬิกาหรูส่งตรงจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีไฮไลท์ที่เหล่านักสะสมและคนรักเรือนเวลาห้ามพลาด กับนาฬิกาหรูที่นำมาเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และจำหน่ายเฉพาะในงานนี้ อาทิ FREDERIQUE CONSTANT LIMITED EDITION MANUFACTURE CLASSICS WORLDTIMER มีเพียง 2 เรือนในประเทศไทย, GRAND SEIKO สัมผัสความล้ำค่า ที่มีเพียง 80 เรือนในโลกและเพียง 1 เรือนสำหรับงานนี้, BREITLING เรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นสำหรับคุณสุภาพบุรุษ ดีไซน์สง่างาม, ORIS X TROCADERO 30th ANNIVERSARY EDITION ศิลปะของเวลาที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยอย่างสง่างาม ผลิตเพียง 50 เรือน ในประเทศไทย และ MAURICE LACROIX นิยามใหม่ของนาฬิกาดำน้ำ กระจกหน้าดีไซน์หรูด้วยคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อนสองชั้น

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าพันธมิตรแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก เข้าร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ร่วมด้วยเซเลบริตี้ และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลา อาทิ คุณเตย – คุณเต็ม มหาดำรงค์กุลคุณศรินญา มหาดำรงค์กุล, คุณอ๋อง – สิทธานต์ ศุภเกรียงไกร , คุณแจสซี่ – กิระนา  จัสมิน ชูว์เทอร์, คุณปอย – กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวชคุณเบสท์ – อนาวิล ชาติทอง รวมถึงนักมวยชาวไทยระดับโลก ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน ที่มาร่วมสัมผัสโลกแห่งเรือนเวลา ผ่านบรรยากาศอันหรูหราซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของงาน

นอกเหนือจากความพิเศษของเรือนเวลาไฮไลท์ภายในงาน ในปีนี้ยังได้มีการนำเสนอเทรนด์นาฬิกาสปอร์ตแฟชั่น รองรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกาย อาทิ GARMIN, CASIO, G – SHOCK, LUMINOX, SEIKO ที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ล้ำสมัย ครอบคลุมทุกความต้องการของสายแอคทีฟและคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ รวมถึงหลากหลายเรือนนาฬิกากลุ่ม  พรีเมียมจากแบรนด์ BREITLING, FREDERIQUE CONSTANT, GRAND SEIKO, MAURICE LACROIX, ORIS, PERRELET, CHARRIOL และกลุ่มเทรนด์จากแบรนด์ ALBA, CITIZEN, COACH, DANIEL WELLINGTON, EMPORIO ARMANI, GUESS, LACOSTE, MASERATI, MICHAEL KORS, ORIENT, SEVENFRIDAY, TIMEX และ WISE พร้อมทั้งกล่องเก็บนาฬิกาคุณภาพดีเยี่ยมจากแบรนด์ PAUL DESIGN, WATCH CLINIC และ WOLF ตอบโจทย์ทุกสไตล์ในงานเดียว

ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน นักมวยชาวไทยระดับโลก เผยถึงไลฟ์สไตล์ในการเลือกนาฬิกาว่า “ผมชอบนาฬิกาที่ดูเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความแข็งแรง อย่างเช่น นาฬิกา G – SHOCK GA-2100 สีดำสาย  เรซินคือใส่แล้วชอบมากครับ เพราะเป็นนาฬิกาที่พร้อมไปกับเราได้ทุกที่ จะซ้อมมวย เดินห้าง หรือเที่ยวเดินทางก็เข้ากับทุกลุค นอกจากนี้ยังชอบนาฬิกาที่สามารถสวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน อย่างนาฬิกาที่ผมใส่ G-SHOCK GM-2110D สีเงิน ก็เท่ดีครับ สามารถใส่เดินในเมืองหรือออกงานก็ได้ และในงานนี้ก็มีนาฬิกาสปอร์ตแฟชั่นให้เลือกมากมาย ผมก็อยากเชิญชวนทุกคนมาเลือกนาฬิกาที่งานนี้กันครับ”

ทางด้าน เอิร์น – จิราภรณ์ กมลรังสรรค์ นักกีฬาและอินฟลูเอนเซอร์ เจ้าของฉายา “นางฟ้าสายวิ่ง” กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนตัวชอบใส่นาฬิกาแนวสปอร์ตวอทช์ เพราะเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ชอบวิ่งเป็นประจำ นอกจากจะช่วยดูระยะทางและจับเวลาแล้ว ยังเหมือนมีโค้ชส่วนตัวคอยติดตามสถิติการวิ่ง ทำให้พัฒนาได้อย่างมีเป้าหมาย อีกทั้งดีไซน์เรียบเท่ห์ ใส่ได้ทั้งวัน สำหรับวิธีเลือกนาฬิกาจะดูจากฟังก์ชันการใช้งาน เป็นหลัก เช่น GPS ในตัว, วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การจับเวลา, แบตเตอรี่การใช้งาน และเชื่อมต่อแอปดูผลย้อนหลังได้ รวมถึงจะเน้นนาฬิกาที่ใส่สบาย น้ำหนักเบา เพื่อไม่รบกวนเวลาวิ่ง ซึ่งภายในงานก็มีนาฬิกาหลายรุ่นสำหรับสายสปอร์ตแฟชั่นให้เลือกมากมายค่ะ”

พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เฉพาะในงาน อาทิ สินค้า SPECIAL DEAL ลดสูงสุด 50%, รับฟรี M Cash คูปอง สูงสุด 30,000 บาท และบัตรจอดรถสยามพารากอน, TOP SPENDERS รับของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 315,900 บาท และรับเพิ่มบัตรกำนัลห้องพักจาก Veranda Resort Pattaya MGallery Collection มูลค่ารวม 40,000 บาท พิเศษ! รายการ Black Weekend ลดเพิ่ม/เครดิตรวมสูงสุด 40% (25-28 กรกฎาคม 2568 ) รวมถึงแบ่งชำระ 0% ทุกชิ้น นานสูงสุด 10 เดือน จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี)

ร่วมสัมผัสที่สุดของนาฬิกาเรือนหรู และข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ในงาน “PARAGON WATCH FAIR 2025” ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1      และแผนกนาฬิกา WATCH GALLERIA ชั้น M และชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง FACEBOOK: WATCH GALLERIA

กลับมาอีกครั้ง! บินเริ่มต้น 0 บาท กับโปรฯ เด็ดจากเวียตเจ็ทไทยแลนด์

กลับมาอีกครั้ง! บินเริ่มต้น 0 บาท กับโปรฯ เด็ดจากเวียตเจ็ทไทยแลนด์

กลับมาอีกครั้ง! บินเริ่มต้น 0 บาท กับโปรฯ เด็ดจากเวียตเจ็ทไทยแลนด์

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.50 น.

กลับมาอีกครั้งกับโปรโมชั่นที่ดีที่สุดจากเวียตเจ็ทไทยแลนด์ “It’s Time to Vietjet” เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 0 บาท (ราคาไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศ อาทิ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่ และอีกมากมาย รวมถึงเส้นทางระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ อาทิ ไทเป ฟูกุโอกะ ฟูโกว๊ก ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเส้นทางยอดนิยมทั่วเอเชีย สามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 14 – 17 กรกฎาคม 2568 ใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม 2568 – 28 มีนาคม 2569 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม มีที่นั่งราคาโปรฯ เพียบ จองได้เลยตอนนี้ ที่ www.vietjetair.com

โปรโมชั่นพิเศษนี้ครอบคลุมทุกเส้นทางบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ รวมถึงเส้นทางยอดนิยมสู่แดนอาทิตย์อุทัย ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ฟูกุโอกะ เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ เชียงใหม่ – โอซาก้า เมืองทันสมัยที่มีชีวิตชีวา และกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – โตเกียว และโอซาก้า สองมหานครสำคัญด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นของญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางอื่น ๆ ที่รวมอยู่ในโปรโมชั่นนี้ ได้แก่ โซล เมืองหลวงแห่งเทรนด์ด้านแฟชั่น วัฒนธรรม K-Pop และเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กว่างโจว และหางโจว เมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน ฟู้โกว๊ก และดานัง เมืองชายทะเลยอดนิยมในเวียดนาม ไทเป เมืองแห่งสตรีทฟู้ดและตลาดกลางคืนของไต้หวัน พนมเปญ เมืองหลวงที่อุดมด้วยวัฒนธรรมของกัมพูชา และมุมไบ เมืองศูนย์กลางธุรกิจและอุตสาหกรรมบันเทิงของอินเดีย นอกจากนี้ยังรวมถึงเส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ โอกินาวา และฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (ผ่านไทเป) มอบประสบการณ์การเดินทางผ่านตัวเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งวัฒนธรรม เมืองใหญ่ และธรรมชาติอันสวยงามในราคาสุดคุ้ม

สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ โปรโมชั่นพิเศษนี้ครอบคลุมทุกเส้นทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่จุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วไทย ได้แก่ เชียงใหม่ และ เชียงราย เมืองแห่งเสน่ห์และวัฒนธรรมของภาคเหนือ ภูเก็ต และ กระบี่ กับหาดทรายขาวและทะเลใสอันงดงาม หาดใหญ่ และ สุราษฎร์ธานี เมืองท่องเที่ยวที่เปี่ยมด้วยสีสันของภาคใต้ ตลอดจน ขอนแก่น อุดรธานี และ อุบลราชธานี ที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมอีสานได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังรวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาค ระหว่าง ภูเก็ต – เชียงใหม่ และ เชียงราย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง พร้อมเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่าในราคาสุดพิเศษ ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Thailand” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ“จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

เวียตเจ็ทไทยแลนด์คว้ารางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2568” จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ สหราชอาณาจักร และรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดแห่งปี 2567” จากนิตยสาร International Finance เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยึดมั่นในค่านิยมหลัก คือ ‘ความสนุกสนานและเป็นมิตร’ ควบคู่กับ ‘ความปลอดภัย’ ‘ความตรงต่อเวลา’ และ ‘ราคาที่เข้าถึงได้’

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ไทเป กัมพูชา อินเดีย เกาหลีใต้ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค