42 GRAND RESIDENCE ที่พักสุดคลาสสิคใจกลางเอกมัย เตรียมเติบโตต่อกับโปรเจ็คใหม่เร็วๆ นี้

42 GRAND RESIDENCE ที่พักสุดคลาสสิคใจกลางเอกมัย เตรียมเติบโตต่อกับโปรเจ็คใหม่เร็วๆ นี้

42 GRAND RESIDENCE ที่พักสุดคลาสสิคใจกลางเอกมัย เตรียมเติบโตต่อกับโปรเจ็คใหม่เร็วๆ นี้

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.20 น.

ในเวลาที่โรงแรม คอนโด อพาร์ตเม้นท์ แข่งกันเติบโต จำนวนห้อง และขนาดห้องเล็กลงเรื่อยๆ แต่ 42 Grand Residence ยังเป็นเซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ไม่กี่ที่ ที่ยังคงความคลาสสิคและยิ่งใหญ่อยู่ใจกลางถนนสุขุมวิท 42 นอกจากห้องนอนที่กว้างขวางแล้ว ยังอยู่ใจกลาง รายล้อมด้วยแลนด์มาร์กที่สำคัญ เช่น Gateway Ekamai, Emquatier, Emporium และ K-Village เป็นต้น รวมถึงสามารถเดินทางไปสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิในระยะทางเพียง 25 กม. ตอบโจทย์ชีวิตทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันนอกจากนั้นยังใกล้ทางพิเศษบางนา –อาจณรงค์ที่สามารถเดินทางไปถึงชลบุรีได้เพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น และล่าสุด 42 Grand Residence กำลังเตรียมเปิดโปรเจ็คใหม่ร้านกาแฟสุดชิคสำหรับคนเมืองที่จะสามารถมาพักผ่อน หย่อนใจ หรือทำงานได้ในเร็ววันนี้

อิ๊ก – นนทกร ตันติวัตนะ กรรมการบริหาร 42 Grand Residence กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เราได้สร้าง 42 Grand Residence ด้วยไอเดียของการอยากสร้างที่พักที่เหมือนบ้าน ณใจกลางเมือง จะเห็นได้ว่าห้องของ 42 Grand Residence จะค่อนข้างใหญ่ และกว้างขวาง เริ่มต้นไซส์เล็กสุดก็ 70 ตร.ม. สำหรับ 1 ห้องนอน และ ขนาดใหญ่ที่สุดที่เป็นห้องนอน Duplex 2 ชั้น3 ห้องนอน คือ ขนาด 235 ตร.ม. เราเลือกทำเลทองตรงใจกลางกรุงเทพฯเลยครับ

ผมมองว่า ที่นี่คือ โอกาสทองในการจัดสรร และบริหารเวลาสำหรับคนทำงานในเมืองครับ เพราะนอกจากจะอยู่ในทำเลย่านธุรกิจแล้วการเดินทางก็สะดวกเพราะมีทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย และอยู่บนถนนเส้นหลักของกรุงเทพ สาธารณูปโภคต่างๆ เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใจกลางเมือง ถ้าคุณกำลังมองหาที่พักอาศัยที่คุ้มทั้งการเช่าอาศัยระยะสั้นและระยะยาว 42 Grand Residence คือคำตอบครับ

เราไม่ได้ขายแค่ที่อยู่ แต่เราปักหมุดที่ความมั่นคงในอนาคตด้วยครับ เพราะ มองด้านการดำเนินชีวิตที่สะดวกสบาย การเดินทางสะดวกมากไปทางพระราม 4 ก็สามารถขึ้นทางด่วนได้เลย หรือจะไปสุขุมวิทก็อยู่แค่ด้านหน้าซอย เดินไปรถไฟฟ้าเอกมัยเพียง 2 นาที (300 เมตร) ใกล้ทั้งเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์เพียง 2.5 กม. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 4 กม. และห่างจาก One Bangkok กับเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพียงประมาณ 5-6 กิโลเมตร ก็เลยคิดว่าที่นี่ตอบโจทย์คนเมือง ได้ เป็นอย่างดี เรามีทั้ง service apartment สำหรับผู้เช่าระยะยาว และ บริการในรูปแบบโรงแรมสำหรับเช่ารายวันด้วยครับ”

กรรมการบริหาร 42 Grand Residence ขยายความเรื่องโปรเจ็คใหม่ด้วยอีกว่า “เดี๋ยวจะมีโครงการร้านกาแฟมาเปิดเพิ่ม ซึ่งจะเป็นบริการแก่ผู้พักอาศัยที่ตึก แล้วก็ คนในซอยสุขุมวิท 42 ด้วย เนื่องจาก เราเล็งเห็นแล้วว่า แม้ว่าร้านกาแฟแถวนี้จะมีค่อนข้างมาก แต่ในซอย42 มีร้านที่เป็นไฮ คอนเซ็ปต์ ค่อนข้างน้อย อีกทั้งเป็นทำเลที่มีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ รวมถึงคนทำงานแถวนี้ก็สามารถมานั่งประชุมงาน ชิวรีแล็กซ์ได้ ก็เลยคิดว่าการมีโครงการร้านกาแฟนี้น่าจะตอบโจทย์แก่ชาว42 เพิ่มได้มากขึ้นอีกครับ”

42 Grand Residence ที่พักพรีเมียมสุดคลาสสิค ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท เอกมัย ทำเลศักยภาพ ที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ผู้เช่าคุณภาพ และแวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำของกรุงเทพมหานคร เพียง 2.5 กม. จากศูนย์การค้า The Emporium 4 กม. จากศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์หากสนใจเช่าได้ทั้งระยะสั้น ระยะยาว สามารถติดต่อได้ที่ราคาเช่ารายเดือนเริ่มต้นที่ 40,000 บาท รายวัน เริ่มต้นเพียงคืนละ 1,500 บาท เท่านั้น

Rado ฉลอง 40 ปีแห่งแรงบันดาลใจจากเทนนิส กับเรือนเวลาไฮไลท์ที่สะท้อนดีไซน์เหนือกาลเวลา

Rado ฉลอง 40 ปีแห่งแรงบันดาลใจจากเทนนิส กับเรือนเวลาไฮไลท์ที่สะท้อนดีไซน์เหนือกาลเวลา

Rado ฉลอง 40 ปีแห่งแรงบันดาลใจจากเทนนิส กับเรือนเวลาไฮไลท์ที่สะท้อนดีไซน์เหนือกาลเวลา

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในปี 2025 นี้ Rado เฉลิมฉลองก้าวสำคัญในวาระครบรอบ 40 ปีแห่งความร่วมมืออันทรงคุณค่ากับวงการเทนนิสระดับโลกภายใต้แนวคิด “Game, Set and Match” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางร่วมกัน ระหว่างศิลปะของการประดิษฐ์เรือนเวลา และความท้าทายของการแข่งขันกีฬาเทนนิสระดับอาชีพตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่การจับมือกันครั้งแรกในรายการ Swiss Open Gstaad ปี 1985 จนถึงปัจจุบัน Rado ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันเทนนิสกว่า 30 รายการทั่วโลก พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนนักกีฬาในทุกระดับ ตั้งแต่ดาวรุ่งไปจนถึงแชมป์แกรนด์สแลม

เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีของความสัมพันธ์ระหว่าง Rado กับวงการเทนนิสระดับโลก แบรนด์ได้นำเสนอเรือนเวลารุ่นพิเศษ Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,985 เรือนทั่วโลก ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านหน้าปัดไล่เฉดสีจากรูทีเนียมสู่ขาว พร้อมขีดบอกเวลาตำแหน่ง 3/6/8/12 นาฬิกา ซึ่งแทนคะแนน 15/30/40/เกม ตามแบบฉบับของกีฬาเทนนิส พร้อมเข็มวินาทีปลายสีเขียวที่ได้แรงบันดาลใจจากลูกเทนนิส ขับเคลื่อนด้วยกลไก Rado คาลิเบอร์ R763 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง และมาพร้อมระบบ EasyClip สำหรับเปลี่ยนสายที่สะดวก เรือนเวลานี้สะท้อนแนวคิด Sporty Elegance ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านเทคนิค ดีไซน์ และความหมาย ถือเป็นการหลอมรวมความคลาสสิกของงานออกแบบเข้ากับพลังแห่งการแข่งขันได้อย่างลงตัว นาฬิการุ่นนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนกีฬาและนักสะสม ผู้หลงใหลในความเที่ยงตรงเหนือกาลเวลา

Rado กับวงการเทนนิส:พันธกิจที่สานต่อด้วยความมุ่งมั่น

ด้วยบทบาทในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ ATP และ Davis Cup Rado ไม่เพียงแสดงถึงความเที่ยงตรง แต่ยังเป็น สัญลักษณ์แห่งความน่าเชื่อถือในโลกของกีฬา ความร่วมมือกับการแข่งขันระดับตำนานอย่าง French Open, Mubadala Citi DC Open และ Swiss Indoors Basel ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงแฟนกีฬาทั่วโลกอย่างลึกซึ้ง Rado ยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่สร้างแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนผ่านโครงการ Rado YoungStars ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2015 และผลักดัน แชมป์โลกหลายคนเติบโตจากโครงการนี้

แบรนด์แอมบาสเดอร์ Rado ผู้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ

หนึ่งในความภาคภูมิใจของ Rado คือการได้ร่วมงานกับนักเทนนิสชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Ash Barty, Cameron Norrie และ Barbora Krejčíková ซึ่งต่างมีบทบาทในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่สะท้อนบุคลิกเฉพาะตัว ทั้งด้านดีไซน์ กลไก และนวัตกรรมวัสดุไฮเทคเซรามิก

Rado ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตนาฬิกา หากแต่คือผู้นำด้านนวัตกรรมวัสดุและศิลปะการออกแบบที่กลายเป็นเอกลักษณ์ระดับโลกทุกเรือนเวลาคือการรวมกันของศาสตร์แห่งกลไกและความงามทางสายตา ซึ่งถ่ายทอดออกมาผ่านดีไซน์ที่ร่วมสมัยและวัสดุชั้นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่หรูหรา นุ่มนวล และทนทานเหนือกาลเวลา

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมสืบสานอัตลักษณ์ไทย ยกระดับ 15 แกงไทยหาทานยากสู่สากล

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมสืบสานอัตลักษณ์ไทย ยกระดับ 15 แกงไทยหาทานยากสู่สากล

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมสืบสานอัตลักษณ์ไทย ยกระดับ 15 แกงไทยหาทานยากสู่สากล

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งแรกกับเมนู “แกงไทย” หาทานยาก เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัดงาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ อร่อยทั่วไทย ครั้งที่ 15 : มหัศจรรย์แกงไทย มรดกแห่งวัฒนธรรม” สืบสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมด้านอาหารไทย   รวมสุดยอดร้านอร่อยจากทั่วทุกภูมิภาคมากกว่า 300 ร้านค้า 3,000 เมนู พร้อมเฟ้นหาผู้ชนะหนึ่งเดียวที่จะครองตำแหน่ง “ศึกชิงแชมป์ต้มยำกุ้ง 2025” โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 13 กรกฎาคม 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน,   บางแค, ท่าพระ, บางกะปิ และเดอะมอลล์ โคราช

งาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ อร่อยทั่วไทย ครั้งที่ 15” เทศกาลอาหารครั้งยิ่งใหญ่ อิ่ม ฟินทั่วไทยได้ในงานเดียว จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ มหัศจรรย์แกงไทย มรดกแห่งวัฒนธรรม จัดโดย เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย,  บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด  เพื่อขานรับนโยบาย “ซอฟต์พาวเวอร์”  ของภาครัฐ ด้วยการยกระดับอาหารไทยในทุกมิติ พร้อมช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร SME ทั้งขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยทั่วประเทศ  

พบไฮไลท์เมนู “แกงไทย” หาทานยาก รวมสุดยอดร้านอร่อยจากทั่วทุกภูมิภาคมากกว่า 300 ร้านค้า 3,000 เมนู พิเศษ! ลิ้มรสแกงไทยโบราณหาทานยากจากทั่วทุกภาค โดยโรงเรียนสอนอาหารครัววันดี และพบกับการแข่งขัน “ศึกชิงแชมป์ต้มยำกุ้ง 2025” เมนูมรดกโลก ที่ประกาศรับรองจากองค์การสหประชาชาติ หรือ UNESCO  โดยร่วมกับวิทยาลัยดุสิตธานี  เฟ้นหาสุดยอดนักปรุงต้มยำกุ้ง  ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 137,000 บาท โดยผู้ชนะเลิศได้แก่ ปุรินทร์ เตชประสพชัย

ครั้งแรกในไทย กับทุ่งดอกกระเจียวบานกลางห้างฯ กว่า 3,000 ดอก สุดละลานตา อลังการกับหมู่บ้านวัฒนธรรมไทย 4 ภาค ที่ถ่ายทอดเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละภูมิภาคผ่านการตกแต่ง และการแสดงวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ไทย อาทิ การบรรเลงระนาดเอกร่วมสมัย, วงดนตรีอีสานยุคใหม่ที่ผสมผสานเสียงดนตรีพื้นบ้านเข้ากับความร่วมสมัย, การแสดงนาคเล่นน้ำของภาคอีสาน, การแสดงกิงกะหร่าของภาคเหนือ โดยได้รับเกียรติจาก อิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองกิจการเครือข่ายทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท   เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บุญส่ง คุ้มบุญ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์, โบว์ลิ่ง-ชลทิพย์ ระยามาศ 2 กูรูนักชิม ผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหารชื่อดังของไทย และ ชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ มาร่วมสร้างสีสัน

สัมผัสอรรถรสความอร่อยของแกงไทยโบราณหากินยาก และสุดยอดร้านอร่อยจากทุกภูมิภาค การันตีความอร่อยโดยกูรูนักชิมระดับประเทศ  เชลล์ชวนชิม  THAI SELECT  สถาบันระดับโลกอย่าง มิชลินไกด์ (MICHELIN Guide) และร้านอร่อยจากเหล่าคนดัง ถ่ายทอดผ่านกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมพื้นเมือง 4 ภาคของไทย ดังนี้  ภาคเหนือ:

ถึงเจียงใหม่ คิทเช่น  ร้านอาหารเหนือจากจังหวัดเชียงใหม่ การันตีความอร่อย ‘มิชลิน’ ฉบับประเทศไทย 5 ปีซ้อน พร้อมเสิร์ฟเมนูจานเด็ดรสชาติต้นตำรับแต้ๆมากมาย, ร้านข้าวซอยนิมมาน ข้าวซอยรสชาติเข้มข้น จากวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเลิศจากชุมชนสู่ครัวโลกเข้มข้นถึงเครื่องกับพริกกะเหรี่ยงสายพันธุ์โบราณกว่า 100 ปี การันตีความอร่อย ‘มิชลิน’ ฉบับประเทศไทย 2 ปีซ้อน, ร้านสุกี้ช้างเผือก  จากสูตรน้ำจิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ และความเหนียวนุ่มของวุ้นเส้น ควบคู่กับกลิ่นหอมกระทะที่มีความเฉพาะตัว ทำให้ “สุกี้ช้างเผือก” ได้รับความนิยมไม่ว่าใครที่ไปเยือนเชียงใหม่ ต่างก็ต้องไปลิ้มลอง ร้านเวียงคุ้มเจ้า สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอาหารเหนือแท้ๆ จากพะเยา ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่น ไปจนถึงขั้นตอนการปรุงอย่างพิถีพิถัน เมนูแนะนำ แกงฮังเลสูตรคุณแม่ รสกลมกล่อมถึงเครื่อง

ภาคกลาง : ตื่นตากับตลาดน้ำจำลอง สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำสุดคลาสสิกของไทยย้อนยุค พร้อมเมนูขึ้นชื่อจากร้านดัง อาทิ ร้านรสมาลี ร้านอาหารไทยโบราณได้รับแรงบันดาลใจจาก “แม่” โดดเด่นด้วยเมนู ปูนิ่ม ไม่ว่าจะเป็น ต้มข่าปูนิ่ม หอมมัน กลมกล่อมด้วยกะทิ และสมุนไพรไทย, ร้านต้มยำกุ้งบางลำภู เจ้าเก่าเจ้าแรกนายซี นครอินทร์ ร้านสตรีทฟู๊ดชื่อดัง เมนูเด่นที่ต้องสั่งคือ ต้มยำกุ้งน้ำข้น จุดเด่นอยู่ที่การใช้มันกุ้งแทนนมสดหรือพริกเผา ทำให้รสชาติเข้มข้น พร้อมกุ้งแม่น้ำตัวโต สดใหม่ เนื้อเด้ง รสชาติหวาน, ร้านจึงอังลัก หรือ หมูสะเต๊ะเฉลิมบุรี หมูสะเต๊ะเจ้าแรกของประเทศไทยที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี จุดเด่นคือ ใช้เนื้อหมูสันนอกมันน้อย หมักกับกะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ เกลือ และผงขมิ้น นำไปแช่ช่องแข็งนาน 3 วัน ทำให้หมูสะเต๊ะมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ เข้มข้น ไปด้วยถั่วและงา การันตีความอร่อยโดยเชลล์ ชวนชิม, ร้านฮ่อยจ๊อแฮ่กึ้น by เล้งกี่แปดริ้ว ตำนานความอร่อยจาก “เล้งกี่สามย่าน” สู่เมนูของทอดระดับพรีเมียม เมนูแนะนำ จ๊อเศรษฐี ที่เลือกใช้ปูก้อน ให้รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วยสูตรพิเศษเฉพาะร้านอาหารบ่อทองบุรี  เมืองแห่งความอร่อย ชลบุรี เป็นร้านอาหารแห่งแรกที่นำยอดปาล์มมาทำอาหารจนเป็นเมนูขึ้นชื่ออย่าง แกงส้มยอดปาล์มไข่ปลาริวกิว และ ยำสุดยอดบ่อทอง จุดเด่นของยอดปาล์มคือไม่มีเสี้ยนทำให้เวลาเคี้ยวนุ่มละมุนลิ้น    การันตีความอร่อยโดยมาตรฐาน THAI SELECT

ภาคอีสาน : โดดเด่นด้วยการตกแต่งกระติ๊บไซส์ยักษ์ ธุงใยแมงมุง และผีตาโขน ที่ถ่ายรูปมุมไหนก็โดนใจ พร้อมเมนูต้นตำรับอาหารอีสานสุดแซ่บ อาทิ แก้วไก่กรอบ ร้านอาหารอีสานชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่อง ไก่ย่างหนังกรอบต้นตำรับ เนื้อไก่นุ่ม หนังกรอบเค็มนิด ๆ หอมกลิ่นย่าง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด เพิ่มความจัดจ้านทานคู่กับ ส้มตำไทย รสชาติกลมกล่อม เผ็ดเปรี้ยวหวานตามแบบฉบับบอีสานแท้สไตล์, ร้านปากหม้อในหลืบ สืบทอดมากกว่า 40 ปี ความพิเศษคือแป้งบางนุ่ม ไส้ปากหม้อคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ปรุงโดยกรรมวิธีพิเศษ เอกลักษณ์ชัดเจน เป็นของดีคู่เมืองมหาสารคาม, ร้านส้มตำน้องฝ้าย ร้านอาหารอีสานที่สืบทอดตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมนูซิกเนเจอร์กับเมนูหาทานยากแกงผักหวานไข่มดแดง น้ำแกงหอมปลาร้าจากปลาแห้งที่ และความพิถีพิถันในการเด็ดยอดอ่อนของผักหวาน เห็ดที่เราใช้เป็นเห็ดขอนดอกเล็กๆ และใช้ไข่มดแดงสดๆตามฤดูกาล,  ร้าน VT แหนมเนือง อาหารสไตล์เวียดนามต้นตำรับ เมนูขึ้นชื่ออย่างแหนมเนือง ทานคู่กับเครื่องเคียงที่เสิร์ฟแบบจัดเต็ม, ร้านผำบิน เมนูแนะนำ ห่อหมกไข่ผำ เมนูที่นำเครื่องแกงสูตรเฉพาะของร้านมาผสมกับเนื้อปลากรายบด กลมกล่อมด้วยน้ำกะทิหอมมัน และโรยหน้าไข่ผำสด เมนูนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักชิมและผู้รักสุขภาพ

ภาคใต้ : ล่องใต้ไปพบกับเรือนปั้นหยา และเสน่ห์ผ้าปาเต๊ะที่ต้องสะดุดตา พร้อมเมนูแกงใต้แท้ๆ ถึงเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น แกงไตปลา แกงส้ม แกงพริกกระดูกหมู หรือแกงรสกลมกล่อมอย่าง ใบเหลียงต้มกะทิจัดจ้าน จากร้านดังมากมาย อาทิ ขมิ้น (Camin Cuisine & Cafe) เสน่ห์อาหารใต้ร่วมสมัย จุดเด่นของร้านคืออาหารใต้รสมือแม่ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นแท้ๆ เมนูแนะนำ หมูฮ้อง หมูสามชั้นตุ๋นนุ่ม เคี่ยวนานจนเข้าเนื้อ รสชาติกลมกล่อมหวานเค็มพอดี ,ร้านครัวต้นฝน อาหารใต้ พังงา ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นสดใหม่ ตั้งแต่กะปิจากชุมชนประมง ไปจนถึงผักและสมุนไพรที่ปลูกในสวนหลังบ้าน เมนูแนะนำ แกงปูใบชะพลู รสเข้มข้น หอมเครื่องแกงกะทิ พร้อมเนื้อปูก้อนแน่นๆ เสิร์ฟคู่ผักสดพื้นบ้าน การันตีความอร่อย “มิชลิน บิบกูร์มองต์” 4 ปีซ้อน, ร้านจันทน์หอม  ร้านอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ รสชาติถึงเครื่องมากว่า 20 ปี จุดเด่นของทางร้านคือการทำเครื่องแกงเอง เมนูแนะนำ แกงไตปลา ผัดสะตอกะปิกับกุ้ง และกบทอดขมิ้น การันตีความอร่อยระดับ “มิชลิน บิบกูร์มองต์ 2024” และ “มิชลิน ไกด์ 2025”, ร้าน MAMA YAYA อาหารใต้มลายู โดดเด่นด้วยใช้เครื่องเทศและวัตถุดิบพื้นบ้านอย่างพืชผักสมุนไพร อาหารทะเลจากชาวประมงท้องถิ่น   เมนูแนะนำคือ ไก่ต้มเครื่องคุณยาย, ข้าวยำ หรือข้าวยำน้ำบูดู (เนอซิเกอราบู) , ร้านสาวพังงาแกงใต้  ร้านดังจาก Tiktok วัตถุดิบส่งตรงจากพังงา เมนูแนะนำ แกงพริกกระดูกหมู ทางร้านเลือกใช้ซี่โครงหมูอย่างดี น้ำแกงพริกหอม รสชาติเผ็ดเข้มข้นถึงเครื่องแบบคนใต้แท้

พิเศษ! เฉพาะที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เท่านั้น พบกับร้านฮิตติดกระแสทั่วไทย  7 วัน 7 ร้านเด็ด อาทิ ยำแสนวอน, ก๋วยจั๊บ มิสเตอร์ โจ, ท๊อฟฟี่เค้กชลบุรี, โรตีสายไหมแม่ป้อม, หนึ่ง นม นัว, แอนท่าดินแดง และร้านป้าณีกุ้งแช่น้ำปลา และร้านดังของเหล่าดารา และคนดัง อาทิ เคนภูปัง ของเคน ภูภูมิ, ตั้งหยู่ หมูกระทะสตรีทฟู้ดสุดฮิพ ของ “เชาว์ ชวลิต” , ปุยแสบปาก น้ำพริกโบราณ วัตถุดิบพรีเมี่ยม ของ “ปุยฝ้าย AF”

นอกจากนี้ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ยังมีร้านดังอีกมากมาย อาทิ ร้านลูกชิ้นนายปิง ลูกชิ้นหมูปั้นสด พร้อมน้ำจิ้มสุดแซ่บที่มาแรงสุดๆ บนโลกโซเชียล, ร้าน PIG ME UP คอหมูย่างพรีเมียม ของ “เจมิไนน์ นรวิชญ์”, ร้าน Yavanola กราโนล่าเพื่อสุขภาพ ของ “คารีสา สปริงเก็ตต์” ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และมีสิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์อีกมากมาย

สัมผัสอรรถรสแห่งความอร่อย พร้อมสืบสานอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทย ในงาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ อร่อยทั่วไทย ครั้งที่ 15” ตั้งแต่วันนี้ – 13 กรกฎาคม 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน, บางแค, ท่าพระ, บางกะปิ และเดอะมอลล์ โคราช

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิง แม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิง แม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิง แม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรช ไทยแลนด์ มุ่งมั่นส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดในระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะในผู้หญิงซึ่งมีมากกว่า 8,300 คน คิดเป็น 35%   เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยมะเร็งปอดเพศชายและหญิงรายใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2565  เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียทางสุขภาพและลดการเสียชีวิตและเพิ่มโอกาสในการรักษามะเร็งปอด

ข้อมูลสถิติ ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2573 หรือภายใน 6 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เพศหญิงในประเทศไทยมากกว่า 11,200 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากจำนวนผู้ป่วยเพศหญิงรายใหม่จำนวน 8,300 คน จากปี 2565 แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งปอดสะท้อนการแพร่กระจายของปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ไม่เพี่ยงแค่บุหรี่ แอลกอฮอล์ มลพิษทางอากาศ  แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญอีก เช่น การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้เช่นกัน

อีกทั้ง งานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้บ่งชี้ว่าการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งปอด ตัวอย่างเช่น การกลายพันธุ์ในยีน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor) เป็นที่แพร่หลายในประชากรเอเชียอาจเป็นสาเหตุก่อมะเร็งปอดโดยไม่เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วย การวิจัยระบุว่าประมาณ 30-40% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในเอเชียมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าประชากรชาวตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ

แพทย์หญิง ศันสนี เลิศฤทธิ์เรืองสิน ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรช ไทยแลนด์ กล่าวว่า โรชมุ่งมั่นค้นคว้าและวิจัยเทคโนโลยี เพื่อการรักษาในมะเร็งหลายชนิด รวมถึงโรคมะเร็งปอด ปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลักๆ อยู่ 3 ประเภทนอกเหนือจากการฉายแสงและการผ่าตัด ได้แก่ เคมีบำบัด การใช้ยามุ่งเป้า และ ภูมิคุ้มกันบำบัด โดยยาเคมีบำบัด จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่มักมาพร้อมกับผลข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ เหนื่อยล้า และผมร่วง  ในด้านยามุ่งเป้าเป็นการใช้ยาเพื่อกำหนดเป้าหมายเซลล์มะเร็งที่มีการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมบางอย่างโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อเซลล์ปกติ ยังมีผลข้างเคียงเช่น ผื่นผิวหนัง อ่อนเพลีย ปาก/คออักเสบ ส่วนการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน เป็นการช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่ยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปฏิกิริยาทางผิวหนัง อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น หากคนไข้มีสัญญาณเบื้องต้น เช่น ไอเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจมีเสมหะปนเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย  ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยรวดเร็วถูกต้อง”

โรช ไทยแลนด์ มุ่งมั่นรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้คนไทยตระหนักว่าโรคมะเร็งปอดไม่ได้เกิดแค่ในผู้ชายหรือคนที่สูบบุหรี่ หากคัดกรองรวดเร็วและเหมาะสม ได้รับการรักษา จะทำให้หายขาดจากมะเร็งปอดได้ หากเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น ทั้งนี้ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดได้ที่ มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง https://thaicancersociety.com/ หรือเพจเฟสบุ๊ค @thaicancersociety เว็บไซด์ Lung and Me https://www.lungandme.com/ หรือเพจเฟสบุ๊ค @lungandme

เพลง “กตัญญู” แต่งโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ คว้ารางวัลชนะเลิศ เวที Thailand Moral Awards 2024

เพลง “กตัญญู” แต่งโดย ศุภชัย เจียรวนนท์  คว้ารางวัลชนะเลิศ เวที Thailand Moral Awards 2024

เพลง “กตัญญู” แต่งโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ คว้ารางวัลชนะเลิศ เวที Thailand Moral Awards 2024

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดงาน Thailand Moral Awards 2024 เพื่อเชิดชูองค์กรและบุคคลที่ส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ขยายผลการทำความดี และสร้างพื้นที่แห่งความดีในสังคมอย่างยั่งยืน โดย พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธี มอบรางวัลชนะเลิศ Thailand Moral Awards 2024 สาขาบทเพลง ให้แก่ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ประพันธ์บทเพลง “กตัญญู” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรม ซึ่งสะท้อนแนวคิดด้านคุณธรรมที่ควรยึดถือในการดำเนินชีวิต และยังเป็นหนึ่งในค่านิยมองค์กรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

องคมนตรี พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานในพิธี มอบรางวัลชนะเลิศ สาขาบทเพลง ให้แก่ ศุภชัย เจียรวนนท์

บทเพลง “กตัญญู” แต่งขึ้นจากแรงบันดาลใจของ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยความรู้สึกหลังรับรางวัลในครั้งนี้ว่า “เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมเล็ก ๆ ในการส่งเสริมสิ่งดีงามให้กับสังคมผ่านบทเพลงนี้ สำหรับแรงบันดาลใจในการเขียนบทเพลง ‘กตัญญู’ มาจากคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะคุณแม่ของผม ซึ่งท่านเพิ่งจากไปครบ 2 ปีพอดี เพลงนี้จึงถือเป็นการระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของท่าน ในฐานะผู้ประพันธ์ ผมเพียงเขียนจากหัวใจ ถ่ายทอดเนื้อหาว่าด้วยความกตัญญู ส่วนกระบวนการผลิตและเรียบเรียงนั้น ได้รับความร่วมมือจากทีมงานคุณภาพที่ช่วยกันทำให้บทเพลงนี้สมบูรณ์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม และ รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม พร้อมด้วย ผู้รับรางวัลสาขาต่างๆ ศุภชัย เจียรวนนท์, ร.อ.ท.หญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ และ Moral Ambassador สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาฟันดาบพาราลิมปิก

ความกตัญญูคือรักแท้ดั้งเดิมของมนุษย์ เป็นจุดเริ่มต้นของเมตตาและการเข้าใจผู้อื่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม หากเราปลูกฝังสิ่งนี้ในเยาวชนตั้งแต่เล็ก ก็จะขยายเป็นความกตัญญูต่อชุมชน สังคม และโลก บทเพลงคือสื่อที่เข้าถึงหัวใจคนได้ลึกซึ้ง และผมเชื่อว่าเพลงที่เปี่ยมด้วยคุณค่าจะช่วยปลูกฝังสิ่งดีงามในใจผู้ฟังได้อย่างยั่งยืน เพลงนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเคยบวชให้คุณแม่ และชวนลูกชายบวชสามเณรร่วมกัน ทำให้เห็นพลังของเยาวชนในการเรียนรู้ หากได้รับโอกาสทั้งทางโลกและทางธรรม ก็จะเติบโตเป็นคนดีที่สมบูรณ์ได้อย่างแท้จริง

“ในโลกยุคปัจจุบันที่หมุนเร็วมาก ทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสื่อดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อมี AI เข้ามา ทำให้เราตอบสนองความต้องการทางโลกได้มากขึ้น แต่ในทางจิตใจนั้น เรายิ่งต้องมี ‘สื่อคุณธรรม’ ที่เข้าไปช่วยสร้างสมดุล สื่อเหล่านี้ควรแทรกอยู่ในระบบดิจิทัลให้มากที่สุด เพื่อสร้างพื้นฐานทางใจ เกิดสติ ปัญญา และการตระหนักรู้ เชื่อว่าหากสื่อดิจิทัลสามารถถ่ายทอดคุณธรรมควบคู่ไปกับความบันเทิงได้อย่างสมดุล ก็จะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังสื่อคุณธรรมทั้งหลาย รวมถึงคณะกรรมการและศูนย์คุณธรรมที่จัดงานสำคัญเช่นนี้ขึ้นมา และหวังว่าเราทุกคนจะร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณธรรมให้แข็งแรงและเติบโตต่อไป” ศุภชัย กล่าวทิ้งท้าย

คณะกรรมการศูนย์คุณธรรมและผู้ได้รับรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2024 อาทิ ศุภชัย เจียรวนนท์ พร้อมด้วยผู้แทน ทรู ซีเจฯ และ ซีพี ออลล์ รับรางวัลประเภทสื่อ

รางวัลนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเครือซีพีและทรู คอร์ปอเรชั่น ในการขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทยผ่านพลังของบทเพลง และตอกย้ำบทบาทองค์กรในการปลูกฝังค่านิยมดีงามให้กับเยาวชนและประชาชนไทย

ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดงานมอบรางวัล “THAILAND MORAL AWARDS 2024”  โดยมีรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 166 รางวัล แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทสื่อ ประเภทบุคคล และประเภทชุมชมและองค์กร สำหรับบริษัทในเครือฯ ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาละคร จากเรื่อง Good Doctor หมอใจพิเศษ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาโฆษณา จากโฆษณา วันพ่อ: ความทรงจำที่ดีที่สุดของคุณคืออะไร และรางวัลชมเชย จากโฆษณา จิตวิญญาณความเป็นครู

ศุภชัย เจียรวนนท์ กับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

สามารถรับชม MV เพลง กตัญญูได้ที่…. https://youtu.be/QKGIDvfEkC8?si=h0Vks25m1vwJ60s5 และติดตามข่าวสารโครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรมได้ทาง http://www.facebook.com/truelittlemonkthailand และ TikTok สามเณรปลูกปัญญาธรรม

ภัยใกล้ตัว ‘RSV’ ในเด็กเล็ก เสี่ยงวิกฤต ‘ไข้หวัดใหญ่’ ในผู้สูงอายุ คร่าชีวิตได้

ภัยใกล้ตัว ‘RSV’ ในเด็กเล็ก เสี่ยงวิกฤต ‘ไข้หวัดใหญ่’ ในผู้สูงอายุ คร่าชีวิตได้

ภัยใกล้ตัว ‘RSV’ ในเด็กเล็ก เสี่ยงวิกฤต ‘ไข้หวัดใหญ่’ ในผู้สูงอายุ คร่าชีวิตได้

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงฤดูฝนจนถึงต้นฤดูหนาว เป็นฤดูกาลของการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ การตระหนักรู้และเข้าใจแนวทางการป้องกันโรคอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซาโนฟี่ ประเทศไทย ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้ จึงสนับสนุนเวทีเสวนาด้านสุขภาพ Health Talk ในงาน Thailand Healthcare 2025 ภายใต้หัวข้อ “เด็กเล็กติดง่าย ผู้สูงวัยเสี่ยงหนัก : ทำความรู้จักอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่” โดยได้รับเกียรติจาก ศ. พญ. ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล และรศ. พญ. โสภิดา บุญสาธร รีฟส์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงลึกและแนวทางการรับมือโรคเหล่านี้ เพื่อปกป้องคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่าง “เด็กเล็ก” และ “ผู้สูงอายุ”  65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง

รศ. พญ. โสภิดา บุญสาธร รีฟส์ และ ศ. พญ. ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

อาร์เอสวี : ภัยเงียบที่เด็กเล็กทุกคนเสี่ยง ควรป้องกันก่อนสาย

ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus – RSV) เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มอายุแรกเกิดจนถึง 2 ปี ซึ่งสามารถติดต่อได้ผ่านการไอ จาม และการสัมผัส โดยเชื้ออาจอยู่ในพื้นผิวได้นาน ทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย โดยเด็กทุกคนจะต้องเคยติดเชื้อ RSV อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ และ 90% ของเด็กจะติดเชื้อ RSV ภายใน 2 ขวบปีแรก โดยมีถึง 50% ของเด็กที่ติดเชื้อภายในขวบปีแรก การระบาดของเชื้ออาร์เอสวี ส่วนใหญ่เป็นตามฤดูกาล ในประเทศไทยการระบาดจะเริ่มเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม และระบาดสูงสุดในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็กที่ยังไม่ได้ออกจากบ้าน ไม่จำเป็นต้องได้รับภูมิคุ้มกันอาร์เอสวี แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนในบ้านสามารถนำเชื้อมาสู่ลูกน้อยได้ง่าย ทำให้เด็กเล็กที่แม้จะอยู่แต่ในบ้านก็ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อและมักมีอาการรุนแรงจนต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการของอาร์เอสวีในเด็กที่ควรสังเกต คือ ไอ หอบเหนื่อย มีเสมหะเหนียว และไข้สูง ซึ่ง 1 ใน 3 ของเด็กเล็กที่ติดเชื้ออาร์เอสวีจะมีอาการรุนแรงลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ เนื่องจากทางเดินหายใจของเด็กอายุน้อยมีขนาดเล็ก ที่สำคัญ คือ อาร์เอสวียังไม่มียารักษาจำเพาะ เป็นการรักษาประคับประคองตามอาการ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันก่อนเกิดโรค โดยเฉพาะตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 เดือน

รศ. พญ. โสภิดา บุญสาธร รีฟส์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เน้นย้ำว่า “ในกลุ่มเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ไม่ว่าจะเกิดมาแข็งแรงดี ครบกำหนด คลอดก่อนกำหนด หรือมีโรคประจำตัว ล้วนมีโอกาสที่จะติดเชื้ออาร์เอสวี ได้ และอาจเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารักษาในหออภิบาลผู้ป่วยเด็กวิกฤต และอาจเสียชีวิตได้”

ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ ปัจจุบันมี “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปอาร์เอสวี” ซึ่งไม่ใช่วัคซีนแต่เป็นการฉีด “แอนติบอดี” เข้าสู่ร่างกายโดยตรง ทำให้สามารถป้องกันโรคได้ทันที โดยข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันประสิทธิภาพสูง ได้แก่ ลดความเสี่ยงในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนล่างได้ถึง 79.5% และลดความเสี่ยงในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้ออาร์เอสวีโดยรวมได้ถึง 83.2% นอกจากนี้ ยังลดระยะเวลาการเข้ารับการรักษา และลดโอกาสการเข้ารับการรักษาตัวในหออภิบาลผู้ป่วยเด็กวิกฤตได้ถึง 75.3% ดังนั้น เพื่อปกป้องเด็กไทยจากโรคติดเชื้ออาร์เอสวี ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยจึงออกแนวทางการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเนอร์ซีวิแมบ (Nirsevimab) โดยแนะนำในทารกแข็งแรงดีทุกรายที่อายุต่ำกว่า 8 เดือน และอาจพิจารณาให้ในทารกแข็งแรงดีที่อายุ 8-12 เดือน โดยแนะนำให้เริ่มฉีดก่อนเข้าฤดูกาลระบาดของอาร์เอสวี ช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมของทุกปี สำหรับทารกที่เกิดในระหว่างช่วงฤดูกาลระบาดของอาร์เอสวี ควรได้รับเนอร์ซีวิแมบโดยเร็วที่สุดหลังคลอด โดยภูมิคุ้มกันจะขึ้นทันทีตั้งแต่ได้รับเนอร์ซีวิแมบ และปกป้องลูกน้อยได้อย่างน้อย 6 เดือนตลอดฤดูกาลระบาด

ไข้หวัดใหญ่ : เลือกวัคซีนให้เหมาะสม ป้องกันผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ

ศ. พญ. ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งแค่ 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2568 มีผู้ป่วยมากกว่า 370,000 ราย และเสียชีวิตถึง 51 ราย โดยกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุด คือ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันถดถอยและมักมีโรคร่วม การป้องกันโดยการเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากไข้หวัดใหญ่มักระบาดในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องจนถึงต้นฤดูหนาว จึงขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณารับวัคซีนได้ทันที

ศ. พญ. ศศิโสภิณ อธิบายเพิ่มว่า “ในผู้สูงอายุมีหลายปัจจัยที่ทำให้เวลาเป็นโรคติดเชื้อรุนแรงกว่าปกติ ปัจจัยแรก คือ จาก ‘ภาวะภูมิคุ้มกันถดถอย’ ภูมิคุ้มกันจะลดลงเมื่ออายุเยอะขึ้น ทำให้ติดเชื้อง่าย หรืออาการรุนแรงกว่าคนหนุ่มสาว และปัจจัยที่สอง คือ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะมีโรคร่วม เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคปอดเรื้อรัง เมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จึงทำให้โรคนั้น ๆ กำเริบ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่จะแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาตรงที่มีความรุนแรงมากกว่า ผู้ป่วยมักมีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียมาก อาจลงปอด และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

ปัจจุบัน วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 แบบ คือ ขนาดมาตรฐาน (standard dose) ที่ฉีดได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และขนาดสูง (high dose) ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยวัคซีนขนาดสูงมีปริมาณแอนติเจนสูงกว่าขนาดมาตรฐานถึง 4 เท่า ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีกว่าในกลุ่มผู้สูงอายุ ข้อมูลการศึกษาพบว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดขนาดสูงมีประสิทธิภาพสูงกว่าวัคซีนขนาดมาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถลดโอกาสการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้เพิ่มขึ้น 24% ลดการป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลได้เพิ่มขึ้น 64% และลดอัตราการเสียชีวิตได้เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับวัคซีนขนาดมาตรฐาน (คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568) วัคซีนขนาดสูงนี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ในแถบอเมริกาและยุโรปมานานกว่า 10 ปี มากกว่า 200 ล้านโดส สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย

ผู้บริหาร ซาโนฟี่ ประเทศไทย และคณะแพทย์ที่มาร่วมให้ความรู้ในงาน

นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมควบคุมโรคของไทย ยืนยันว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ 3 สายพันธุ์ หรือ 4 สายพันธุ์ ไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการป้องกัน เนื่องจากสายพันธุ์ B/Yamagata ซึ่งเคยรวมอยู่ในวัคซีนแบบ 4 สายพันธุ์นั้นไม่พบการระบาดอย่างมีนัยสำคัญมาเกือบ 5 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ดังนั้น การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ จึงเพียงพอสำหรับการป้องกันในปัจจุบัน

ด้วยความเสี่ยงที่มาพร้อมกับฤดูการระบาด การตระหนักรู้และเลือกแนวทางการป้องกันที่เหมาะสมสำหรับทั้ง RSV และไข้หวัดใหญ่ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะช่วยให้เราสามารถปกป้องตนเองและคนที่รักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซาโนฟี่ ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งเสริมให้คนไทยร่วมกันเสริมสร้างเกราะคุ้มกัน ลดความสูญเสียจากโรคที่สามารถป้องกันได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน  

หยุดความปวดใจ ‘ผมร่วง-ผมบาง’ ด้วย ‘ไบโอติน’ ฮีโร่ช่วยให้ผมแข็งแรง

หยุดความปวดใจ ‘ผมร่วง-ผมบาง’ ด้วย ‘ไบโอติน’ ฮีโร่ช่วยให้ผมแข็งแรง

หยุดความปวดใจ ‘ผมร่วง-ผมบาง’ ด้วย ‘ไบโอติน’ ฮีโร่ช่วยให้ผมแข็งแรง

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรื่องน่ากังวลใจของคนผมร่วง ที่บางทีแค่ลูบเบาๆ  ผมก็ติดมือมาอยู่ตลอด เรื่องใหญ่ที่ต้องหาทางออก เพราะไม่ใช่แค่เส้นผมที่ร่วง แต่ความมั่นใจที่เคยมีก็หายไปด้วยเช่นกัน แม้ปัญหาผมร่วงจะเกิดขึ้นได้ โดยเส้นผมร่วงได้ตามธรรมชาติประมาณ 50–100 เส้น/วัน แต่การที่มีจำนวนผมร่วงมากกว่าปกติ เช่น เวลาหวีหรือสระผม มีผมร่วงจำนวนเยอะ มีผมติดบนหมอนมากกว่าปกติ สังเกตเห็นว่าผมบางจนเห็นหนังศีรษะ หรือผมร่วงมากกว่า 100 เส้น/วัน เป็นสิ่งที่ควรต้องหยุดคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

สาเหตุของผมร่วง มีหลายปัจจัย เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทั้งในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอด วัยทองหมดประจำเดือน การผมร่วงจากกรรมพันธุ์ นอกจากนี้การใช้สารเคมีบนหนังศีรษะหรือเส้นผม การยืด การดัด การทำสีผม การจัดแต่งทรงผม เป็นประจำ ก็เสี่ยงต่อผมร่วงได้ รวมไปถึงความเครียดสะสม และการขาดสารอาหาร เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี

นอกจากการเสริมสารอาหาร โปรตีน ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี อีกสิ่งที่ควรรู้ เพื่อเข้าใจเรื่องกลไกในร่างกายที่สอดคล้องและสัมพันธ์กัน อย่าง ไบโอติน โดยเป็นที่รู้จักในชื่อว่า Vitamin H หรือ Vitamin B7 จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ ทำหน้าที่ช่วยในการสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย เช่น เส้นผม เล็บ และผิวหนัง โดยไบโอตินช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน เคราติน (keratin) ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเส้นผมและเล็บ ทำให้เส้นผมดูเงางาม จึงทำให้ปัจจุบันนิยมใช้ไบโอตินในการบำรุงผมและเล็บให้มีสุขภาพดี

สำรวจตัวเองว่าร่างกายกำลังขาดไบโอตินอยู่หรือไม่ ถ้าหากสีผมเปลี่ยน ผมหงอกก่อนวัย ผมหลุดร่วง เล็บเปราะ หัก ผิวหนังแห้ง อักเสบง่าย ข้อใด ข้อหนึ่งที่กำลังเจอปัญหาอยู่นั้น อาจจะเป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าร่างกายกำลังขาดไบโอติน Giffarine (กิฟฟารีน) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย เข้าใจทุกมิติในการดูแลสุขภาพ ให้การดูแลผมไม่ใช่เรื่องยุ่งยากและคลายความกลุ้มใจด้วย “Giffarine Biotin H Maxx 900”(กิฟฟารีน ไบโอติน เอช แมกซ์ 900)

มากกว่าการดูแลผม กิฟฟารีน ไบโอติน เอช แมกซ์ 900 เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใส่ไบโอตินเต็มโดสถึง 900 มคก. ซึ่งมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของเส้นผม ผสานคุณค่าสารสกัดฮอร์สเทล แหล่งของซิลิกอนสาระสำคัญที่ส่งผลดีต่อสุขภาพเส้นผม ผิวและเล็บ อีกทั้งยังมีซีลีเนียม สังกะสี ทองแดงสูง รวมถึงมีวิตามินเอ ซี ดี บี 2 บี 5 บี 12 และ โฟเลตสูง รวมถึงแอล-เมไธโอนีน, แอล-ซิสเทอีน และโปรตีนจากถั่วเหลืองไอโซเลท โดยผลิตภัณฑ์พัฒนาสูตรใหม่ที่ให้ไบโอตินมากถึง 3,000% Thai RDI และมากกว่าเดิม 6 เท่า

ตอบโจทย์คนรักผม คลายความกังวลใจ เรื่องผมขาดหลุดร่วง และผมหงอกก่อนวัย นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อเล็บไปพร้อมกัน โดยทานเพียงวันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร

คาโอ สานฝันเยาวชนไทยหัวใจสีเขียว โชว์พลังงานศิลปะผ่านปลายพู่กัน กับโครงการประกวดภาพวาดสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ชิงรางวัลจากญี่ปุ่น

คาโอ สานฝันเยาวชนไทยหัวใจสีเขียว โชว์พลังงานศิลปะผ่านปลายพู่กัน กับโครงการประกวดภาพวาดสิ่งแวดล้อมนานาชาติ  ชิงรางวัลจากญี่ปุ่น

คาโอ สานฝันเยาวชนไทยหัวใจสีเขียว โชว์พลังงานศิลปะผ่านปลายพู่กัน กับโครงการประกวดภาพวาดสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ชิงรางวัลจากญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด (Kao) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำจากญี่ปุ่นและเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยในครัวเรือนไทย เช่น แอทแทค, บิโอเร, ไฮเตอร์, มาจิคลีน และลอรีเอะ ชวนเยาวชนไทยหัวใจสีเขียว อายุ 6-15 ปี (นับถึงเดือนสิงหาคม 2568) มาร่วมส่งผลงานศิลปะถ่ายทอดจินตนาการและมุมมองที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลกใบนี้ผ่านปลายพู่กัน ใน “โครงการประกวดภาพวาดสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ระดับเยาวชน โดยคาโอ ครั้งที่ 16” ภายใต้หัวข้อ ‘มาสร้างสิ่งแวดล้อมของเราให้ยั่งยืนกันเถอะ!’  ซึ่งผลงานทุกชิ้นที่ส่งเข้าร่วมประกวดจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลก พร้อมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจากประเทศญี่ปุ่นพร้อมใบประกาศนียบัตร

โครงการนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้แสดงออกและสะท้อนความสร้างสรรค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและโลกอนาคตที่ดีกว่า โดยในปีที่ผ่านมามีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากถึง 16,639 ชิ้น จาก 33 ประเทศทั่วโลก และที่น่าภาคภูมิใจคือ การประกวดที่ผ่านมาเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศและรางวัลอื่นๆ รวม 10 รางวัล ซึ่งถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่เยาวชนไทยคว้าชัยชนะบนเวทีระดับโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถที่โดดเด่นอย่างแท้จริง อีกทั้ง คาโอยังได้ริเริ่มโครงการบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ตามการเลือกกิจกรรมของเยาวชนอีกด้วยพร้อมการเปิดรับภาพวาด โดยมียอดบริจาครวมกว่า 830,000 เยน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคาโอในการสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เยาวชนผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 สิงหาคม 2568 สำหรับกติกาการเข้าร่วมประกวดสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ https://www.kao.com/th/th/news/2025/20250422-001/ หรือติดตามรายละเอียดผ่านทาง Facebook: Kao Industrial (Thailand) Co., Ltd.

‘Beyond IVF’ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโฉมใหม่ เทคโนโลยีล้ำสมัย จับมือผู้เชี่ยวชาญ IVF จากนิวซีแลนด์ สานฝันผู้มีบุตรยากทุกช่วงวัย

‘Beyond IVF’ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโฉมใหม่ เทคโนโลยีล้ำสมัย จับมือผู้เชี่ยวชาญ IVF จากนิวซีแลนด์ สานฝันผู้มีบุตรยากทุกช่วงวัย

‘Beyond IVF’ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโฉมใหม่ เทคโนโลยีล้ำสมัย จับมือผู้เชี่ยวชาญ IVF จากนิวซีแลนด์ สานฝันผู้มีบุตรยากทุกช่วงวัย

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Beyond IVF ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโฉมใหม่ เปิดบริการอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวพันธมิตร Fertility Associates (FA) จากประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีชื่อเสียงในด้านอัตราความสำเร็จสูงในการรักษาภาวะมีบุตรยาก และยังถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ IVF รายใหญ่เป็นอันดับ 1 ของนิวซีแลนด์ และอันดับ 2 ของมาเลเซีย  

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญ  อาทิ ฯพณฯ โจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย, ซูซี ฟิวเทรลล์ อัครราชทูตฝ่ายพาณิชย์แห่งสำนักงานการค้าประเทศนิวซีแลนด์ในประเทศไทย พร้อมด้วย นพ. แอนดรูว์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการแพทย์กลุ่มและผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ของ Fertility Associates (FA) และผู้บริหารจาก Beyond IVF และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมากมาย ณ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก Beyond IVF สาขาพระราม 2

นพ. แอนดรูว์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการแพทย์กลุ่มและผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ของ Fertility Associates (FA) และตัวแทนจาก ASPIRE (Asia Pacific Initiative on Reproduction) ประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า “Fertility Associates (FA) มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยระดับโลกมาสู่ผู้มีภาวะมีบุตรยากในประเทศไทย โดย Beyond IVF และ Fertility Associates (FA) มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องในการสร้างเครือข่ายการรักษาที่ครอบคลุม รวมถึงยกระดับมาตรฐานการรักษาและบริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เช่น RTAC และ Embryoscope ซึ่ง Beyond IVF มีความพร้อมตั้งแต่การให้คำปรึกษาจากทีมงานมากประสบการณ์ ตลอดจนการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ทำให้เราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการรักษาภาวะมีบุตรยาก และเติมเต็มความสุขให้กับทุกครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์” 

Beyond IVF โฉมใหม่ ให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากอย่างครบวงจร ทุกโปรแกรมออกแบบมาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละครอบครัวที่กำลังมองหาผู้ช่วยสู่เส้นทางการมีบุตร โดยมุ่งเน้นทั้งความสำเร็จของการรักษาและความสะดวกสบายของผู้รับบริการเป็นสำคัญ

สำหรับผู้เริ่มต้นวางแผนครอบครัว บริการใหม่ที่น่าสนใจคือ “การกระตุ้นไข่ตก (Ovulation Induction)” ซึ่งใช้ยาเม็ดในการกระตุ้นรังไข่เพื่อให้ไข่ตกโดยไม่ต้องฉีดยา และสามารถมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิได้ตามธรรมชาติ โดยบริการนี้ไม่จำเป็นต้องแสดงใบสมรส สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที

สำหรับคู่รักวัย 40 ปีขึ้นไป  กับแพ็กเกจ Family Builder ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บรักษาตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ (Euploid Embryos) ซึ่งมีแนวโน้มในการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์และปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสเกิดความผิดปกติของโครโมโซม (Aneuploidy) ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ฝังตัวไม่สำเร็จหรือแท้งบุตร การตรวจคัดกรองตัวอ่อนด้วย PGT จะช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ เพิ่มโอกาสสำเร็จ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านเวลา

Embryoscope คือระบบบ่มเพาะตัวอ่อนอัจฉริยะ ที่สามารถบันทึกภาพการเจริญเติบโตของตัวอ่อนแบบไทม์แลปส์อย่างต่อเนื่อง พร้อมวิเคราะห์ด้วยระบบ AI ที่ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดได้อย่างแม่นยำ ยกระดับโอกาสสำเร็จในการทำ IVF ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยประสบการณ์กว่า 37 ปี และอัตราประสบความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยาก ทำให้ปัจจุบันมีทารกกว่า 30,000 คนได้ลืมตาดูโลกจากเครือข่ายของคลินิก ช่วยสร้างความสุขและเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์ตามความต้องการ โดยมีเคสที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย อาทิ คุณแม่เป็น PCOS (หรือโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ) มารักษาด้วยวิธี ICSI (Intracytoplasmic sperm injection) สุดท้ายได้ลูกแฝดสมใจ หรือ คุณแม่อายุ 47 ปี แต่งงานมาแล้ว 19 ปีโดยไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน รักษาด้วยวิธี ICIS สำเร็จ ตั้งครรภ์มีทายาทสมความตั้งใจ ฯลฯ 

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ทั้งแบบออนไลน์ หรือเข้ารับบริการที่คลินิกโดยตรง หรือนัดหมายเพื่อตรวจวิเคราะห์ที่คลินิก หรือสามารถกรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา ตลอดจนเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการที่สุด สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.beyondivf.com

สธวท-ปทุมนนท์ จัดแข่งโบว์ลิ่งการกุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้ รพ.บางใหญ่

สธวท-ปทุมนนท์ จัดแข่งโบว์ลิ่งการกุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้ รพ.บางใหญ่

สธวท-ปทุมนนท์ จัดแข่งโบว์ลิ่งการกุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้ รพ.บางใหญ่

วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ โดย ภัทรพร  สันตธาดาพร นายกสมาคม สธวท -ปทุมนนท์ ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานจัดงาน “การแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”  เพื่อหารายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องตรวจสมรรณภาพทารกในครรภ์สำหรับตรวจเด็กแฝดให้แก่โรงพยาบาลบางใหญ่ และส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังหญิงก่อนพ้นโทษในทัณฑสถานหญิงทั่วไป ณ บลู โอ ริธึม แอนด์ โบว์ ชั้น 5 สยามพารากอน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล กล่าวเปิดงาน

ภัทรพร  สันตธาดาพร ประธานจัดงาน และ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานเปิดงาน

สุกัญญา นิยมมาลัย,เบญจมาศ ชาญประดิษฐ์,ภัทรพร สันตธาดาพร,คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล,รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา,ผ่องเพ็ญ อาชาเทวัญ,ศรีศุภางค์  มอริส และรัตนา เตชะพันธุ์งาม

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแข่งขันเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความหมาย เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นสำหรับโรงพยาบาลบางใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในฐานะประธานจัดงานจึงขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อจุดประสงค์อันดีงามนี้ ขณะเดียวกันขอชื่นชมในน้ำใจของทุกท่านที่มีส่วนในการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และสังคมโดยรวม

พูนศรี จงแสงทอง,ณัฏฐ์กัญญา แสงโพธิ์,ภัทรพร สันตธาดาพร,คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล, ละออ ตั้งคารวคุณ, วิภาดา ธรรมาวราคุปต์ และ ศรีสุภางค์ มอริส

รัชนี วัชรีวงศ์ฯ, มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม, จรรย์สมร วัธนเวคิน,คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล,คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร,ละออ ตั้งคารวะกุล,ไพลิน ภัยลี้ และประธานจัดงาน

สุภาพร เอ็ลเดทจ,อุมาลี ชุ่มเชื้อ,อิสรีย์ ธนกุลเสถียร และวรรณพร บวรวราภรณ์

ภายในงานพรั่งพร้อมไปด้วยสมาชิก สสธวท และ สธวท อาทิ คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, จรรย์สมร วัธนเวคิน, มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม, ณัฐกัญญา แสนโพธ์, ละออ ตั้งคารวะกุล, ศิรินภา สว่างล้ำ, ไพลิน ภัยลี้, วิภาดา ธรร, มาวรานุคุปต์, รัตนา เตชะพันธ์งาม, เบญจมาศ ชาญประดิษฐ์, สุกัญญา นิยมวลัย, ผ่องเพ็ญ  อาชาเทวัญ, กัณตนา  ผ่องพิพัฒน์, อิสรีย์  ธนะกุลเสถียร, อภิสรา ศิริคุรุรัตน์, ศรีสุภางค์ มอริส ฯลฯ ที่เสียสละทั้งแรงกายและกำลังทรัพย์เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้

เบญจมาศ ชาญประดิษฐ์,ประเทือง คูสกุล,ละออ ตั้งคารวคุณ,พูลศรี จงแสงทอง และวิภาดา ธรรมาวรานุคุปต์

พัทธ์ปัณณธร ปรีดิ์นพธัช, ศรีสุข  ภู่ชัยวัฒนานนท์,ทรัพย์ทวี   เชื้อบุญมี, สมศรี ชัยสุริยเทพกุล, เยาวมาลย์  วัชระเรืองศรี,มนวิภา ประชัญคดี,พวงทอง อานันทนะสุวงศ์, วรรณพร  บวรวราภรณ์ และศรีสุข  ภู่ชัยวัฒนานนท์

บรรยายกาศการแข่งขัน

สำหรับ “โรงพยาบาลบางใหญ่” สนับสนุนการปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และกระทรวงสาธารณสุข ดูแลประชาชนใน อ.บางใหญ่ บางส่วนจากอำเภอบางกรวย และอำเภอบางบัวทอง รับรักษาครอบคลุมทุกกลุ่มโรคในสาขาสูติกรรม ศัลยกรรม อายุรกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรมกระดูก และมีบริการด้านการแพทย์ทางเลือก ได้แก่ บริการด้านแพทย์แผนไทย คลินิกฝังเข็ม มีระบบขอรับคำปรึกษาการส่งต่อตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมี บริการด้านการแพทย์ทางเลือก ได้แก่ บริการด้านแพทย์แผนไทย คลินิกฝังเข็ม รวมถึงบริการส่งเสริมสุขภาพชุมชนในแต่ละกลุ่มวัย ในกลุ่มเครือข่ายชุมชน, บริการป้องกันโรค คัดกรองโรคติดต่อ ได้แก่ วัณโรค คัดกรองโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง , การให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในกลุ่มเป้าหมาย โดยทีมสหวิชาชีพประกอบด้วยแพทย์-พยาบาล-ทันตแพทย์-เภสัชกร-นักจิตวิทยาและนักกายภาพบาบัด ร่วมให้บริการฟื้นฟูสภาพครอบคลุมทั้งผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก และ ชุมชน ดูแลผู้ป่วยร่วมกับบุคลากรเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร มอบรางวัลแก่นักกีฬา

เก็บภาพความประทับใจชาว สธวท ได้ทั้งความสนุกและอิ่มบุญ