“ในฐานะศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์และผู้สนับสนุน ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้เห็นผลงานของน้องๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่ลึกซึ้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการได้กลับมาสนับสนุนผลงานวิทยานิพนธ์ในครั้งนี้ คือการส่งต่อแรงผลักดันให้กับรุ่นน้องที่กำลังก้าวเดินตามเส้นทางสายออกแบบได้อย่างที่ตั้งใจ” ชมะนันท์ จารุนันทลักษณ์ จาก Take off to Trader
มิวเซียมเกือบทุกแห่งที่มีงานศิลปะซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบจึงมักมีเก้าอี้ของศิลปินต่าง ๆ มาจัดแสดงด้วย ใน Goulandris Museum ก็มีผลงาน Chair of Practical Function ของ Jean Dubuffet มาจัดแสดง Jean Philip Arthur Dubuffet จิตรกร และนักประติมากรรมชาวฝรั่งเศสนี้เกิดที่ Le Havre ในครอบครัวคหบดีที่มีบิดาเป็นพ่อค้าขายส่งไวน์ เขาย้ายมาที่ปารีสในปี 1918 เพื่อเข้าเรียนที่ Academie Julian แต่เขากลับรู้สึกเบื่อหน่ายจึงลาออกและไปเที่ยวอิตาลีกับบราซิลก่อนย้ายกลับมาทำธุรกิจไวน์กับครอบครัว ปี 1942 เขาตัดสินใจให้ความสนใจกับศิลปะอย่างจริงจังและเริ่มงานจิตรกรรมด้วยงานตามแนวทางศิลปะแบบ Fauvism ผลงานของเขาเริ่มได้รับความนิยมเมื่อเขาสามารถจัดแสดงผลงานเดี่ยวในเดือนตุลาคม 1944 ที่ Galerie Rene Drouin ปารีส ต่อมาเขาเริ่มหันมาใช้โคลน ทราย ถ่าน เศษแก้ว เชือก ซีเมนต์ หิน โพลีเอสเตอร์ เรซินผสมเข้าไปในสีเพื่อผลิตงานจนแปลกแยกกว่าผลงานของศิลปินอื่นในช่วงเวลาเดียวกันส่งผลให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักและสามารถจัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งที่สองได้ในปี 1946 สำหรับ Chair of Practical Function นี้เขารังสรรค์ขึ้นเสร็จภายในวันเดียวคือวันที่ 29 มีนาคม 1969 โดยอยู่ในชุด L’ Hourloupe อันมีชื่อเสียงของเขา นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานชิ้นนี้แม้จะชื่อว่า Practical Function แต่แท้ที่จริงแล้วคงทำหน้าที่ได้เพียงแค่เฟอร์นิเจอร์ประดับโดยไม่สามารถนั่งได้จริง เพราะคงนั่งไม่สบายนั่นเอง
นอกจากผลงานของ Dubuffet แล้ว ที่นี่ยังมีผลงานที่ชื่อ Chair Painted on All sides with a Goblin Head on the Chair Seat ของ Friedensreich Hundertwasser ที่น่าสนใจ เขาเกิดที่เวียนนาในเดือนธันวาคมปี 1928 ในครอบครัวที่มีบิดาเป็นวิศวกร และมีมารดาเป็นชาวยิว หลังจากเขาเกิดไม่นาน บิดาของเขาก็เสียชีวิตจากไส้ติ่งอักเสบ มารดาจึงต้องเลี้ยงเขาเพียงลำพัง เมื่อเขาเข้าเรียนหนังสือที่เวียนนาเมื่ออายุได้ 7 ปี ครูสอนศิลปะของเขาเห็นแววความสามารถในการใช้สีของเขา แม้เขาจะมีเชื้อสายยิว แต่เขาก็สามารถหลุดรอดความตายมาได้ เขาสามารถเข้าเรียน Academy of Fine Arts ในปี 1948 แต่เขากลับเลิกเรียนและเดินทางไปอิตาลี และปารีสในปีต่อมา ปี 1951 เขาเดินทางไป Tunisia และได้สัมผัสกับงานของ Egon Schiele, Paul Klee และ Walter Kampmann และเริ่มสร้างแนวทางศิลปะที่มีอัตลักษณ์ของตนเองมากขึ้นจนสามารถจัดแสดงนิทรรศการผลงานเดี่ยวในปี 1952 ผลงาน ชื่อ Chair Painted on All sides with a Goblin Head on the Chair Seat ของมิวเซียมนี้เป็นผลงานที่ถูกจัดแสดงในนิทรรศการผลงานเดี่ยวที่กรุงบรัสเซลล์ เบลเยี่ยม ระหว่างวันที่ 10-30 มกราคม 1953 ที่สามารถเรียกคำชมได้อย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมจากการที่เขาสามารถเปลี่ยนเก้าอี้ธรรมดา ๆ ให้มีความแปลกใหม่ด้วยการใช้สีสดใสรังสรรค์งานจนมีเนื้อหา