Life & Health : สาวมือใหม่ขับรถหน้าฝนลุยน้ำท่วมอย่างไร

Life&Health : สาวมือใหม่ขับรถหน้าฝนลุยน้ำท่วมอย่างไร

Life&Health : สาวมือใหม่ขับรถหน้าฝนลุยน้ำท่วมอย่างไร

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ฝนตก รถติด น้ำท่วมขัง กลายเป็นภาพคุ้นตาของฤดูฝนในเมืองไทย ที่ทำเอาหลายคนโดยเฉพาะสาว ๆ ที่ต้องขับรถลุยเดี่ยว ต้องพกทั้งความกล้าและความระวังไว้เต็มพิกัด เพราะการขับขี่ท่ามกลางสายฝน หรือเสี่ยงต้องลุยน้ำท่วมขัง ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของทัศนวิสัยที่แย่ลงเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่สถานการณ์ไม่คาดฝันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่หัดขับ หรือผู้หญิงที่ขับรถคนเดียวไม่มีผู้ช่วยคอยให้คำปรึกษา การขับรถในหน้าฝนจึงเป็นเรื่องท้าทาย  เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถรับมือกับฝนตกหนัก ถนนลื่น หรือน้ำท่วมได้อย่างมั่นใจ

ข้อมูลจาก นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้แบรนด์  “POP” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทยที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ให้คำแนะนำว่า  การขับรถหน้าฝนที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือสภาพถนนที่คาดเดาไม่ได้  และเมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ขับรถมือใหม่ที่ขาดประสบการณ์  หรือผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว อาจตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ดังนั้น มือใหม่ควรศึกษาข้อมูล และมีคำแนะนำติดไว้ในรถ  เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ สามารถรับมือกับฝนตกหนัก ถนนลื่น หรือน้ำท่วมได้อย่างมั่นใจ โดยคุณชวิศ ได้รวบรวม “Do & Don’t” ข้อควรทำ และไม่ควรทำ สำหรับมือใหม่เมื่อต้องขับรถในช่วงหน้าฝน ขณะฝนตกหนัก หรือขับรถลุยน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ขับขี่และลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวรถ

สิ่งที่ “ควรทำ” (Do)

1. สิ่งแรกที่อยากเน้นคือ ทัศนวิสัยจะเปลี่ยนทันทีที่ฝนเริ่มตก โดยเฉพาะช่วงน้ำแรกถนนจะลื่นกว่าปกติมาก ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้าแม้ในตอนกลางวันเพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นเรา และควรเพิ่มระยะห่างจากคันหน้า 2-3 เท่า  ที่สำคัญอย่าใช้ไฟฉุกเฉินในขณะที่รถยังวิ่งอยู่ เพราะอาจทำให้ผู้อื่นสับสนคิดว่ารถจอดนิ่งอยู่กลางถนน  เสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้ 

2.  ควรมีการตรวจเช็คอะไหล่รถยนต์ เพื่อเตรียมรถให้พร้อมการใช้งาน   โดยเฉพาะยางรถยนต์ ใบปัดน้ำฝน และเบรก คือ 3 จุดแรกที่ควรเช็คทันที แต่สิ่งที่มักถูกละเลยคือ ‘ช่วงล่าง’ โดยเฉพาะรถที่ใช้งานหนักหรือวิ่งถนนไม่เรียบ บูชยาง ลูกหมาก โช้คอัพ และยางรองแท่นเครื่อง หากเสื่อมจะส่งผลให้รถสั่น โคลง หรือสูญเสียการควบคุมเวลาเจอถนนเปียก การเช็กช่วงล่างไม่ได้แค่เพื่อความนุ่ม แต่คือความปลอดภัย

3. ถ้าจำเป็นต้องขับรถตอนฝนตกหนัก มือใหม่ควรตั้งสติและใจเย็นๆ อย่าตระหนกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก การขับรถหน้าฝนไม่ได้อันตรายถ้าวางแผนให้ดี มือใหม่ควรเลือกเส้นทางหลัก หลีกเลี่ยงถนนที่น้ำท่วมประจำ  ควรขับช้า ใช้เกียร์ต่ำ และหากเริ่มมองไม่เห็น ควรหาที่ปลอดภัยจอดรอ ไม่ต้องฝืนขับ เพราะความมั่นใจที่มากไป บวกกับประสบการณ์ที่ยังไม่มาก อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดได้

4.  เทคนิคในการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูง

  • ขั้นแรกต้องประเมินระดับน้ำ ถ้าสูงเกินครึ่งล้อหน้าไม่ควรลุย ควรหันหลังกลับหรือเปลี่ยนเส้นทาง โดยเฉพาะผู้หญิงหรือมือใหม่ ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจ ขอให้หยุดรถก่อนเข้าเขตน้ำขัง จะไม่เสียหาย โดยสังเกตจากสิ่งรอบตัว เช่น ล้อรถคันหน้า เสาไฟ หรือฟุตบาท ถ้าน้ำสูงเกินครึ่งล้อ หรือเห็นรถคันอื่นหยุดรอ แสดงว่าน้ำลึกเกินควรลุย ถ้าเป็นมือใหม่ อาจพกไม้สั้นๆ ไว้ตรวจระดับน้ำง่าย ๆ จากหน้าต่าง  นอกจากนี้ ควรสังเกตทิศทางน้ำ ถ้าไหลแรงหรือขุ่นคลัก หลีกเลี่ยงไว้ก่อนดีที่สุด
  • หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ให้ปิดแอร์ ใช้เกียร์ต่ำ เดินคันเร่งคงที่ ห้ามเบรก หรือเร่งเครื่องแรงเด็ดขาด ถ้ารถติดช่วงล่างไม่ดี อย่างบูชหรือโช้คเสื่อม รถจะโคลงและสั่นมากขณะผ่านน้ำ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ระบบข้างใต้เสียหาย
  • ถ้าเครื่องยนต์ดับกลางน้ำ อย่าสตาร์ทรถซ้ำเป็นอันขาด เพื่อป้องกันความเสียหาย เพราะการสตาร์ทอาจทำให้เกิด ‘Water Lock’ หรือการที่น้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ ส่งผลให้เครื่องพังถาวร ควรปลดเกียร์ ดึงเบรกมือ และโทรเรียกรถยกทันที อาจจะดูยุ่งยากแต่ป้องกันค่าซ่อมหลักแสน
  • หลังจากเพิ่งขับรถลุยน้ำท่วมขังให้เหยียบเบรกย้ำๆสัก 2-3 ครั้งก่อนที่จะขับต่อไป เพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้ปกติ
  • ถ้าไม่มั่นใจว่าจะขับผ่านน้ำท่วมได้ ควรหยุดรถในที่ปลอดภัย บนพื้นที่สูง ไม่ขวางจราจร ไม่อยู่ใต้ต้นไม้ หรือสายไฟแรงสูง เปิดไฟฉุกเฉินไว้ ปิดกระจกให้สนิท อย่าออกจากรถโดยไม่จำเป็น และอย่าเปิดประตูถ้าน้ำเริ่มเข้าเกินพื้นรถ เพราะน้ำจะทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว

5. ควรล้างช่วงล่างรถทันที  เพราะถ้าไม่ล้างจะทำให้โคลนและน้ำเกาะที่บูชยางรองต่างๆ และสะสมความชื้น ทำให้เสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากช่วงล่างหลวม น้ำเข้าเพลาขับ หรือบูชฉีก ก็อาจเป็นจุดเริ่มของความเสียหายที่ใหญ่ขึ้น

6. มือใหม่ หรือผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว ควรเตรียมกล่องอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ท้ายรถเสมอ เช่น ไฟฉาย เบอร์ฉุกเฉินของประกัน หรือรถยก เสื้อกันฝน ผ้าขนหนู และ Power bank  เผื่อสถานการณ์ติดค้างกลางฝนเป็นเวลานาน 

สิ่งที่ “ไม่ควรทำ” (Don’t)

1. เวลาขับรถลุยน้ำท่วมสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่มือใหม่มักพลาดทำบ่อยๆและทำให้เกิดความเสียหาย ได้แก่

  • เร่งเครื่อง เพื่อให้ผ่านเร็วๆ ซึ่งทำให้พัดลมหรือท่อดูดอากาศดูดน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์
  • การเปิดแอร์แรงขณะลุยน้ำ ซึ่งจะทำให้น้ำกระเซ็นเข้าไปในพัดลมระบายความร้อน หรือระบบไฟใต้ท้องรถ โดยเฉพาะถ้าแอร์รถอยู่ต่ำมากในรุ่นรถบางประเภท น้ำอาจโดนพัดลมคอนเดนเซอร์ ดังนั้น ขณะลุยน้ำควรปิดแอร์
  • การเบรกแรงกะทันหันขณะน้ำขัง อาจทำให้เบรกลื่น หรือระบบเบรกดูดน้ำเข้าไปในดรัม

2. พฤติกรรมที่ห้ามทำเด็ดขาดขณะขับรถลุยน้ำท่วม ได้แก่

  • ถ้าขับรถลุยน้ำลึกแล้วเครื่องยนต์ดับห้ามสตาร์ทเด็ดขาด เพราะทำให้เกิดความเสียหาย
  • ห้ามเปิดฝากระโปรงรถ เพราะถ้าเครื่องยนต์ร้อนจัดและสัมผัสน้ำ อาจเกิดไอน้ำหรืออันตรายจากแรงดัน
  • ห้ามเปิดประตูหากน้ำยังท่วมถึงขอบรถ เพราะน้ำจะทะลักเข้ามาทันที ห้ามขับเร็ว ห้ามขับสวนกับกระแสน้ำ และห้ามขับตามท้ายรถใหญ่เกินไป เพราะคลื่นน้ำจากรถหน้าอาจซัดกลับเข้าห้องเครื่องของเรา อย่าคิดว่าแค่ลุยแป๊บเดียวแล้วจะไม่เป็นอะไร เพราะน้ำเพียง 20–30 ซม. ก็ทำให้ระบบช่วงล่างพังได้ ถ้าเข้าไปสะสมในบูชยางหรือจุดข้อต่อ
  • ห้ามออกมากเดินย่ำน้ำรอบรถโดยไม่รู้ระดับพื้น เพราะอาจตกหลุม หรืออาจมีสายไฟชำรุด ทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตได้

3. อย่าดับเครื่องยนต์ทันที หลังจากขับรถลุยน้ำท่วมจนมาถึงจุดหมายแล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำที่ค้างอยู่ที่ท่อไอเสียย้อนกลับเข้าไป ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้น้ำที่อาจตกค้างอยู่ในหม้อพักท่อไอเสียระเหยออกมาให้หมดช่วยลดความเสียหายต่อเครื่องยนต์

บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์  “POP” อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 30 ปี โดยมุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนที่มีความทนทานและได้มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com

ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ความสำเร็จครั้งสำคัญ ‘voco’ เครือโรงแรม IHG เปิดให้บริการครบ 100 แห่ง

ความสำเร็จครั้งสำคัญ ‘voco’  เครือโรงแรม IHG เปิดให้บริการครบ 100 แห่ง

ความสำเร็จครั้งสำคัญ ‘voco’ เครือโรงแรม IHG เปิดให้บริการครบ 100 แห่ง

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.17 น.

IHG Hotels & Resorts (IHG) หนึ่งในบริษัทโรงแรมชั้นนำระดับโลก ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญกับการเปิดตัวโรงแรมภายใต้แบรนด์โวโค ครบ 100 แห่งภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี

โวโค แบรนด์โรงแรมซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2561 ได้สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในด้านประสบการณ์ที่โดดเด่นและการบริการเหนือระดับให้แก่แขกผู้เข้าพัก จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในกลุ่มคอลเลกชันพรีเมียมของเครือ IHG โดยในปี พ.ศ. 2567 โวโค มีสถิติการเปิดตัวโรงแรมและประกาศลงนามสัญญาสูงที่สุด ทำให้ปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการกว่า 25 ประเทศทั่วโลก และเตรียมขยายเครือข่ายเพิ่มเติมในแถบประเทศไทย มาเลเซีย และ จาเมกา ภายในสองปีข้างหน้า

นับตั้งแต่เปิดตัว โวโค มีการเติบโตที่น่าทึ่ง โดยภายในปี พ.ศ. 2566 มีโรงแรมที่เปิดให้บริการและอยู่ระหว่างการพัฒนาถึง 100 แห่ง และหลังจากนั้น เครือข่ายของโวโค ก็ขยายตัวเป็นจำนวนเกือบสองเท่า ทั้งในส่วนของโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วและที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านระบบบริหารจัดการและกลยุทธ์การขยายธุรกิจของ IHG ปัจจุบันโวโค มีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น 100 แห่งใน 25 ประเทศทั่วโลก และอีก 95 แห่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความสำเร็จของแบรนด์โวโค มาจากแนวทางการออกแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่นและกรอบการดำเนินงานที่ลงตัวสำหรับการปรับเปลี่ยนจากโรงแรมเดิม ทำให้กลุ่มเจ้าของโรงแรมสามารถได้รับประโยชน์จากระบบบริหารจัดการระดับโลกของ IHG ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่จำกัด โวโค เปิดโอกาสให้โรงแรมแต่ละแห่งได้เข้าร่วมพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่มีความโดดเด่น ผ่านการบริหารจัดการอย่างพิถีพิถัน จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม พร้อมคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโรงแรมแต่ละแห่งไว้ได้อย่างครบถ้วน

คุณวิเวก บัลลา กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG กล่าวว่า “การที่แบรนด์โวโค เติบโตอย่างรวดเร็วจนมีโรงแรมกว่า 100 แห่งภายในเวลาไม่ถึง 7 ปี ถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งมาก  โดยโรงแรมโวโค แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ได้เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2565 บนถนนออร์ชาร์ด ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของสิงคโปร์ และตั้งแต่นั้นมา เราก็เติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ voco Orchard Singapore, voco Seoul Gangnam, voco Seoul Myeongdong, voco Bali Seminyak, voco Ma Belle Danang – By IHG และ voco Quang Binh Resort – By IHG รวมถึงโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกจำนวน 8 แห่ง”

“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทั้งแขกผู้เข้าพักและกลุ่มเจ้าของโรงแรม ในฐานะแบรนด์โรงแรมระดับพรีเมียม โวโค ไม่เพียงแต่ได้รับคะแนนความพึงพอใจระดับสูงจากแขกผู้เข้าพักเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของโรงแรมอิสระได้รับผลประโยชน์จากระบบบริหารจัดการและเครือข่ายระดับโลกของ IHG”

“ไม่นานนี้ เราได้ต้อนรับการเปิดตัวของ voco Quang Binh Resort – By IHG ซึ่งเป็นที่พักในรูปแบบรีสอร์ทแห่งแรกของโวโค สู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหลที่สุดของเวียดนาม อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของถ้ำ Son Doong อันโด่งดังระดับโลก และยังมีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ เกาหลี และเวียดนาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น พวกเราตั้งใจเดินหน้านำความอบอุ่นและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของโวโค ไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ อีกมากมายในอนาคต”

โวโค มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจ โดยยึดหลักสำคัญของแบรนด์ ได้แก่  ‘Come on in’, ‘Me time’ และ ‘voco life’ สร้างสรรค์ออกมาเป็นการต้อนรับอันอบอุ่นและเป็นกันเอง โวโค เป็นที่รู้จักด้านการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ในขณะที่ยังรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโรงแรมแต่ละแห่ง พร้อมให้แขกผู้เข้าพักได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ที่แตกต่าง ภายใต้มาตรฐานที่เชื่อถือได้ของแบรนด์ระดับโลก

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 18.24 น.

Amazfit แบรนด์สมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะโดยเซปป์ เฮลท์ (Zepp Health) (NYSE: ZEPP) ผู้นำด้านเทคโนโลยีสุขภาพ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Amazfit Bip 6 ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้รองรับทุกๆไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังและผู้ที่ชอบดูแลสุขภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา ฟังก์ชันการวัดค่าสุขภาพครบครัน และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 2 สัปดาห์ โดยตัวเรือนของ Amazfit Bip 6 นั้นถูกออกแบบโดยการใช้โครงอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถกันน้ำได้ถึง 5 ATM พร้อมหน้าจอ AMOLED แสดงผลคมชัด ขนาด 1.97 นิ้ว และยังฟีเจอร์วัดคุณภาพการนอนหลับและอัตราการเต้นของหัวใจที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงมี AI ช่วยออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกาย และยังสามารถใช้ระบบการนำเส้นทางแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย

นายเวย์น ฮวง (Wayne Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของซีอีโอของเซปป์ เฮลท์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าสมาร์ทวอทช์และสมอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะควรมีเทคโนโลยีฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมโดยที่ยังคงความสวยงามของดีไซน์ที่ทันสมัยสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ Amazfit Bip 6 นี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การประเมินผลการออกกำลังกายขั้นสูง โค้ชอัจฉริยะที่ช่วยออกแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และโหมดสำหรับการฝึก HYROX โดยเฉพาะ รวมทั้งมีความแข็งแรงทนทานสามารถปรับให้เหมาะกับทุกกิจกรรม”

ฟีเจอร์และฟังก์ชันที่น่าสนใจของ Amazfit Bip 6

1. ดีไซน์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว พร้อมค่าความสว่างถึง 2000nits ช่วยให้แสดงผลคมชัดในทุกสภาพแสง

2. ประเมินข้อมูลการนอนหลับและวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำด้วยเทคโนโลยี BioTracker™ Amazfit Bip 6 มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 6.0 PPG ที่ดีที่สุดของ Amazfit โดยสามารถวัดผลอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การวัดระดับความเครียด และความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ

3. มีโหมดการออกกำลังกายมากกว่า 140 โหมด รวมถึงโหมดการแข่งกัน HYROX รองรับกิจกรรมฟิตเนสและไลฟ์สไตล์มากกว่า 140 กิจกรรม รวมถึงโหมดที่จะช่วยฝึกความแข็งแกร่งให้กับร่างกายเพื่อการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะ และยังมี AI ช่วยประเมินและให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียด เพื่อช่วยออกแบบรูปแบบการออกกำลังให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงยังมีระบบ GPS สามารถนำทางแบบออฟไลน์ ช่วยในการติดตามตำแหน่งและระยะทางในการออกกำลังกาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งอีกด้วย

4. อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 2 สัปดาห์และกันน้ำได้ 5 ATM ทำให้ Amazfit Bip 6 สามารถรองรับกิจกรรมสุดแอ็คทีฟได้หลากหลายรูปแบบ

5. ฟีเจอร์เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันAmazfit Bip 6 ยังรองรับการแจ้งเตือนในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการโทรออกและรับสาย การอ่านข้อความ การอัปเดตโซเชียลมีเดีย การพิมพ์ข้อความโดยการใช้เสียง และซิงค์การแจ้งเตือนต่างๆ โดยมี Zepp Flow ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมนาฬิกา, ตอบกลับข้อความ, เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ และเริ่มโหมดออกกำลังกายด้วยการใช้เสียงโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ

6. แอปพลิเคชัน Zepp ตอบโจทย์ด้านข้อมูลสุขภาพและการออกกำลัง Zepp ถือเป็นจุดเด่นของสมาร์ทวอทช์ Amazfit ที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละบุคคล พร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยบันทึกข้อมูลโภชนาการของผู้ใช้ โดยสามารถถ่ายภาพมื้ออาหารของตนเองและบันทึกได้โดยตรงผ่านแอปเพื่ออัปโหลดข้อมูลโภชนาการอัตโนมัติ

Amazfit Bip 6 พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศและร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit ในราคาเพียง ราคา 2,690 บาท โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amazfit.com

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.15 น.

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 มิถุนายน 2568 สโมสรอุทัยธานี เอฟซี นำโดยคุณธนาชัย ปั้นงาม ผู้อำนวยการสโมสร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากโรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ นำโดยคุณโรเบิร์ต เทร็ลล์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ฝึกฟุตบอล Uthai Thani FC Training Center พร้อมร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง “สโมสรอุทัยธานี เอฟซี” และ “โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์”

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรในการยกระดับการพัฒนาเยาวชนด้านฟุตบอล ด้วยแนวทางการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ การสนับสนุนจากบุคลากรมืออาชีพ และเครือข่ายความร่วมมือจากระดับโลก มุ่งสู่เป้าหมายในการปั้นนักฟุตบอลรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ และก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างยั่งยืน

-(016)

วิศวฯ มก.ชวนน้องๆ ร่วมงาน Open House ‘KU Engineering Sparks’ 4 -5 ก.ค.นี้

วิศวฯ มก.ชวนน้องๆ ร่วมงาน Open House  ‘KU Engineering Sparks’ 4 -5 ก.ค.นี้

วิศวฯ มก.ชวนน้องๆ ร่วมงาน Open House ‘KU Engineering Sparks’ 4 -5 ก.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.58 น.

เปิดบ้านทั้งที ต้องไม่ธรรมดา! วิศวฯ KU ชวนน้อง ๆ มาสัมผัสงาน Open House ที่อัดแน่นด้วยไอเดีย ความสนุก และพลังสร้างสรรค์ พบกับการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยอาจารย์และนิสิตรุ่นพี่ เกีี่ยวกับการเตรียมตัวและสมัครเข้าเรียน ,ชมการแสดงผลงานของนิสิตและอาจารย์ของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ,ทำกิจกรรม Work Shop ในห้องปฏิบัติการจริง จะเรียนสาขาไหน หรือยังไม่แน่ใจ? มาหาคำตอบที่นี่

ลงทะเบียนออนไลน์ เข้าร่วมกิจกรรม ได้ที่ https://openhouse.eng.ku.ac.th

-(016)

‘แลนดี้ โฮม’ เปิด 2 สาขาใหม่ ‘บางนา – นครปฐม’ ชูกลยุทธ์สร้างบ้านคุณภาพจนลูกค้าอยากบอกต่อ

‘แลนดี้ โฮม’ เปิด 2 สาขาใหม่ ‘บางนา - นครปฐม’ ชูกลยุทธ์สร้างบ้านคุณภาพจนลูกค้าอยากบอกต่อ

‘แลนดี้ โฮม’ เปิด 2 สาขาใหม่ ‘บางนา – นครปฐม’ ชูกลยุทธ์สร้างบ้านคุณภาพจนลูกค้าอยากบอกต่อ

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

“แลนดี้ โฮม” บุกขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว “สาขานครปฐม” เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดเปิดตัว “สาขาบางนา” หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง (High Net Worth) ที่ต้องการสร้างบ้านในระดับราคา 8-30 ล้านบาท ชูกลยุทธ์สร้างบ้านสวย คุณภาพดี บริการดี จนลูกค้าอยากบอกต่อ ตั้งเป้ายอดขายรวม 2 สาขาใหม่ แตะ 500 ล้านบาท ภายในปี 2568  
แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้าและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้น แต่ “แลนดี้ โฮม” ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศไทย ยังคงเร่งเดินเกมรุกสวนกระแสเศรษฐกิจ ด้วยการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง 2 แห่งในช่วงครึ่งปีแรก คือสาขานครปฐม และล่าสุดสาขาบางนาด้วยงบลงทุนรวมกว่า 90 ล้านบาท คาดการณ์ยอดขายสองสาขารวมกันอยู่ที่ 500 ล้านบาทภายในปี 2568

โดยในครึ่งปีแรก “แลนดี้ โฮม” มียอดขายรวมทั่วประเทศกว่า 1,200 ล้านบาท จากเป้ารวมทั้งปีที่วางไว้ 2,700 ล้านบาท แม้ตลาดรวมจะมีการชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ

คว้าโอกาสเร็ว เร่งธุรกิจโตแรง

แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะยังมีความผันผวนแต่ตลาดรับสร้างบ้านกลุ่มราคา 8-30 ล้านบาท ยังเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน Zone พื้นที่ “บางนา” ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูง และกลุ่มที่มีความมั่งคั่ง “High Net Worth” (HNW)

นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยสาเหตุที่เลือก “บางนา” เป็นทำเลเปิดสาขาใหม่ มาจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านระดับพรีเมียมในยุคนี้ ที่ไม่ได้มองหาแค่บ้านสวยเท่านั้น แต่ต้องการบริการที่ “ครบ จบ และไว้วางใจได้”

“Modern Gallery Experience” เปิดประสบการณ์ใหม่ของการสร้างบ้าน

“แลนดี้ โฮม สาขาบางนา” ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด “Modern Gallery Experience” ที่หลอมรวมความเป็น Art Gallery แสดงโมเดลแบบบ้านหลากไสตล์ นับเป็นพื้นที่สำหรับพบปะและปรึกษากับสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบ้านไว้ในที่เดียว  โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ Communitiy Mall  “For You Park” ติดถนนใหญ่ บางนา-ตราด ก่อนถึง Central Bangna 1.5 กิโลเมตร ด้วยขนาดพื้นที่ Showroom กว่า 150  ตารางเมตร

นวัตกรรมการอยู่อาศัย ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ กลุ่มกำลังซื้อไฮเอนด์

นางสาวพรรัตน์ กล่าวว่า การเปิดสาขาบางนาเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าสร้างบ้านหรู โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ในเขตตะวันออก จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัด ชลบุรี ฝั่งตะวันตกได้แก่ ศรีราชา,บางละมุง เป็นต้น

จากข้อมูลของแลนดี้ โฮม พบว่าลูกค้าโซนพื้นที่บางนา มีความต้องการปลูกสร้างบ้านในระดับราคา 8-30ล้านบาท เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งปีแรกของปี 2568 ลูกค้าโซนดังกล่าวเน้นปลูกสร้างบ้านด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ 500-1,000  ตร.ม. รองรับครอบครัวขยาย หรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีผู้สูงอายุอยู่ร่วมกัน โดยสไตล์บ้านที่ลูกค้าชื่นชอบ เป็นบ้านสไตล์ Modern Luxury,  Modern Classic และ European Mansion  

ไม่มีเวลาก็สร้างบ้านได้ แลนดี้ โฮมสาขาบางนาดูแลให้ครบจบทุกขั้นตอน

นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทแลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “แลนดี้ โฮม สาขาบางนา เปรียบเสมือนศูนย์รวมแรงบันดาลใจ  สำหรับคนที่คิดจะสร้างบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้านักธุรกิจที่มีเวลาไม่มาก โดยสาขาบางนาถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์สร้างบ้านอย่างครบวงจร และมีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 300 แบบ พร้อม  Solution เทคโนโลยีการอยู่อาศัย CAPPlus  (Clean Air Positive Pressure) ระบบเติมอากาศบริสุทธ์ เติม Fresh Air พร้อมสร้างสภาวะแรงดันบวก ป้องกันฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรค เข้าสู่ภายในบ้าน ตลอดจนการตกแต่งภายในแบบ all in one ครบจบในที่เดียว เพื่อยกระดับชีวิตการอยู่อาศัยของลูกค้า”

Landy Grand Zone แบบบ้านหรูระดับ High-End ที่นักธุรกิจ,ดาราเลือกใช้

Landy Grand คือแบรนด์เรือธงของ Landy Home สำหรับลูกค้าที่ต้องการบ้านระดับ Luxury (20 ล้านบาทขึ้นไป) พร้อมบริการออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจร ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มนักธุรกิจ, ดาราคนดัง, และครอบครัวที่ต้องการบ้านหลังใหญ่แบบมีเอกลักษณ์ในทุกองค์ประกอบ ด้วยบริการแบบ One Stop Service ที่ช่วยให้การสร้างบ้านหรูกลายเป็นเรื่องง่าย ไร้กังวลทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การออกแบบบ้านใหม่ (Exclusive Custom Design) โดยไม่มีค่าออกแบบเพิ่ม ราคาถูกคิดรวมในสัญญาเดียว งบไม่บานปลาย

เผยกลยุทธ์ยอดขายเติบโต สวนกระแสเศรษฐกิจ

นางสาวภัทรา กล่าวว่า แลนดี้ โฮม ยึดมั่น และผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งมาโดยตลอด ด้วยหลัก “3 Smiles”  ที่มุ่งเน้นพัฒนาระบบการบริการและการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้ทุกฝ่ายในกระบวนการก่อสร้าง ทั้งลูกค้า คู่ค้า และทีมงาน มีความพึงพอใจสูงสุด และสามารถส่งมอบบ้านคุณภาพได้มาตรฐานเดียวกันในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

แลนดี้ โฮม ยังคงครองความเป็นผู้นำในธุรกิจรับสร้างบ้าน ด้วยการได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะบริษัทรับสร้างบ้านที่มี “ผลงานบ้านสวย” และ “รีวิวบอกต่อจากลูกค้ามากที่สุด” ทั้งแบบปากต่อปากและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Google, Pantip หรือโซเชียลมีเดียอื่น ๆ โดยเฉพาะในช่วงราคาตั้งแต่ 8–30 ล้านบาท ซึ่งแลนดี้ โฮมมี Portfolio แบบบ้านจริงที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างมาแล้วเป็นจำนวนมาก

สำหรับผู้ที่สนใจสร้างบ้าน หากจองสร้างบ้านที่สาขาบางนาและนครปฐม ภายในเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม รับส่วนลดสร้างบ้านสูงสุดถึง 33% จองเท่าไหร่ลดเท่านั้น พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.landyhome.co.th

-(016)

TVI – มูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ จัดโครงการ ‘Together We Care ดูแลสุนัขจร’ สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

TVI - มูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ จัดโครงการ 'Together We Care ดูแลสุนัขจร' สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

TVI – มูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ จัดโครงการ ‘Together We Care ดูแลสุนัขจร’ สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ผนึกกำลังมูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) จัดโครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) เดินหน้าจัดโครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” เพื่อส่งเสริมการทำหมันสุนัขจรจัดอย่างต่อเนื่อง หวังลดปัญหาสุนัขไร้บ้านในระยะยาว พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งคนและสัตว์ในชุมชนอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้ในสังคมเกี่ยวกับความสำคัญของการควบคุมประชากรสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการ “ทำหมันสัตว์จรจัด” ซึ่งถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการลดจำนวน

สุนัขจรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสวัสดิภาพของสัตว์ที่มักต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ไม่มีเจ้าของดูแลหรือได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

ล่าสุด โครงการได้ลงพื้นที่ชุมชนบริเวณเขตบางนา-ตราด หมู่บ้านเลควูด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบปัญหาสุนัขจรจัดจำนวนมาก โดยได้ดำเนินการทำหมันสุนัขจรจำนวนรวมทั้งสิ้น 96 ตัว พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรม “ตามหาบ้าน” เพื่อหาผู้รับเลี้ยงสุนัขจรที่มีความพร้อมในการดูแลสัตว์อย่างเหมาะสม

โครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในการแสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” ในการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ยังให้การสนับสนุนเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการดูแลสุขภาพน้องหมาน้องแมวอย่างเต็มที่ ด้วยแผนประกัน “Pet Friend Insurance” ประกันภัยสัตว์เลี้ยง เพื่อนซี้ 4 ขา ที่คุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย (OPD, IPD) สูงสุดถึง 200,000 บาทต่อปี

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยสัตว์เลี้ยง “Pet Friend Insurance” ได้ที่ เว็บไซต์: http://www.scspetfriend.com, http://www.thaivivat.co.th / Facebook: Thaivivat Insurance / LINE Official Account: THAIVIVAT INSURANCE

-(016)

BIG CAMERA นำ 15 ผู้โชคดีร่วมเปิดประสบการณ์ ถ่ายภาพสุดคลูกับกูรูดังที่ประเทศโปรตุเกส

BIG CAMERA นำ 15 ผู้โชคดีร่วมเปิดประสบการณ์ ถ่ายภาพสุดคลูกับกูรูดังที่ประเทศโปรตุเกส

BIG CAMERA นำ 15 ผู้โชคดีร่วมเปิดประสบการณ์ ถ่ายภาพสุดคลูกับกูรูดังที่ประเทศโปรตุเกส

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.59 น.

บิ๊ก คาเมร่า ผู้นำศูนย์รวมกล้องดิจิทัลและผู้ให้บริการด้านการถ่ายภาพครบวงจร พา 15 ผู้โชคดีจากแคมเปญ BIG CAMERA BIG BONUS 2024 (บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส 2024) ร่วมทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพสุดคูลแบบเอ็กซ์คลูซีพ ณ ประเทศโปรตุเกส 7 วัน 4 คืน  เปิดประสบการณ์สุดพิเศษ สัมผัสความงดงามของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่กรุงลิสบอน ชมความงามของแม่น้ำสาย     โรแมนติกและตึกสีสันสดใสที่เมืองปอร์โต้ ลัดเลาะไปหมู่บ้านโบราณกลางขุนเขาแห่งซินตราที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และอีกหลากหลายประสบการณ์

พร้อมเข้าคลาสถ่ายภาพสุดไพรเวท โดยมีช่างภาพเทียร์วันของเมืองไทย อย่าง จอร์จ ธาดา วารีช ที่พาเปิดโลกการถ่ายภาพแฟชั่นระดับมืออาชีพกับคลาส Fashion Photo workshop กอล์ฟ-กันตพัฒน์ พฤฒิธรรมกูล เจ้าของเพจกอล์ฟ มาเยือน ที่มาสอนทริคสุดว้าวกับการถ่ายภาพ Landscape ปิดท้ายด้วยการสร้างวิดีโอคอนเทนต์กับคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนดัง ใหญ่-กฤดา เสพมงคลเลิศ และกิจกรรมครั้งนี้ได้นักแสดงสาว มิ้นท์ – รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร ร่วมเป็นนางแบบ พร้อมด้วย ดร.นิวรรณ เตือนใจยา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมต้อนรับผู้โชคดีและร่วมเดินทาง

-(016)

NER มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง สานภารกิจช่วยชีวิต

NER มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง สานภารกิจช่วยชีวิต

NER มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง สานภารกิจช่วยชีวิต

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.56 น.

หลายคนตระหนักดีว่ารถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพขั้นสูงมีความจำเป็นอย่างมากในการให้บริการฉุกเฉินทางการแพทย์ รถพยาบาลสามารถให้บริการฉุกเฉินทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในการรับส่งผู้ป่วย  ไปยังโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลได้รวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกันภายในรถพยาบาลยังมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถดูแลเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมก่อนที่จะถึงโรงพยาบาลด้วย

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวว่า เพื่อตอกกย้ำพันธกิจ NER สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง เดินหน้าสนับสนุนการช่วยชีวิตประชาชนหลายพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล แสดงพลังแห่งการให้ด้วยการมอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูงพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครันให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยมีคณะผู้บริหาร ร่วมกับ ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต ภายใต้โครงการ “บริจาครถพยาบาล 108 คันทั่วประเทศ ในเมตตาครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต” เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับส่งต่อและเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและส่งต่อโอกาสในการรอดชีวิตอย่างทันท่วงที  

บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุข พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงได้มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูงให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ล่าสุดได้มอบให้โรงพยาบาลละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นรถพยาบาลคันที่2 โดยบริษัทฯ มีเจตนารมณ์ชัดเจนในการตอบแทนสังคม พร้อมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG และตระหนักดีว่ารถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูงนี้… เป็นประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน ให้ได้รับบริการด้านสาธารณสุขอย่างทันท่วงที ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดการเสียชีวิต ได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

-(016)

มช.จัดกิจกรรม ‘CMU Pride 2025’ สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหา’ลัย

มช.จัดกิจกรรม 'CMU Pride 2025' สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหา'ลัย

มช.จัดกิจกรรม ‘CMU Pride 2025’ สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหา’ลัย

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.24 น.

มช. ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย จัดกิจกรรม CMU Pride 2025 สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดกิจกรรม CMU Pride 2025 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความเท่าเทียมและความหลากหลาย หรือ Pride Month โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเคารพความแตกต่างในทุกมิติของผู้คน และเพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่โอบรับความหลากหลายและครอบคลุมอย่างแท้จริง (Inclusive University) ภายใต้แนวคิด “เพราะทุกเฉดสีคือความงดงามของโลกใบนี้” โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์อาหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเปิดให้บุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยหลากหลายรูปแบบที่เน้นการมีส่วนร่วม การสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อาทิ Workshop การทำสร้อยข้อมือและพวงกุญแจ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สร้างผลงานที่สะท้อนตัวตนและสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลาย

กิจกรรม Mocktail สีรุ้ง ที่ชวนผู้เข้าร่วมมาร่วมรังสรรค์เครื่องดื่มแห่งความสดใส เติมพลังใจด้วยสีสันและรสชาติที่เปี่ยมด้วยความหมาย

Healing Space “พักใจ” พื้นที่สงบที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้หยุดพัก หายใจลึก ๆ และเยียวยาจิตใจในบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัย

ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือ นิทรรศการ CMU Pride People ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของบุคคลหลากหลายกลุ่มภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านสื่อสารคดีและคลิปวิดีโอที่บอกเล่าถึงความเข้มแข็ง ความเปราะบาง ความกล้าหาญ และความงดงามของการรักและยอมรับตนเอง โดยเรื่องราวแต่ละตอนเชื่อมโยงกับสีบนธง Pride ที่สื่อถึงคุณค่าและแง่มุมสำคัญของชีวิต เช่น ความกล้าหาญ ความหวัง การเยียวยา และการเติบโต เรื่องราวที่ถูกนำเสนอในนิทรรศการนี้ ได้แก่ นักศึกษาหญิงไร้สัญชาติที่แม้จะขาดสิทธิทางกฎหมาย แต่ยังคงมุ่งมั่นและลุกขึ้นมาเป็นผู้นำเพื่อเยาวชนกลุ่มเดียวกัน หรือ นักกีฬาหญิงนักเพาะกายที่ต่อสู้กับอคติทางเพศด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาหญิงรุ่นใหม่ สามารถรับชมได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=sVb1WwKJy0o หรือหน้าเพจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กิจกรรม CMU Pride 2025 และนิทรรศการ CMU Pride People จัดขึ้นเพื่อสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะ พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ที่สนับสนุนการเติบโตของผู้คนในทุกสถานะและอัตลักษณ์ โดยไม่เพียงเป็นสถานที่ผลิตบัณฑิตเพื่อออกไปสู่สังคมเท่านั้น หากแต่ยังเป็นพื้นที่ที่ “ปลูกชีวิต” ให้กับผู้คนในรั้วมหาวิทยาลัยให้สามารถเปล่งประกายและเติบโตในแบบของตนเองอย่างภาคภูมิ

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ CMU Pride 2025 สอดคล้องกับพันธกิจด้าน Diversity, Equity & Inclusion (DEI) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายและการปฏิบัติที่ส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่างอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4 การศึกษาเพื่อความเท่าเทียม, SDG 5 ความเสมอภาคทางเพศ, และ SDG 10 การลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ความสำคัญในฐานะการเป็น SDG-driven University ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สังคมแห่งความเสมอภาคผ่านการศึกษา นโยบาย และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองความหลากหลายและความเท่าเทียมใน CMU Pride 2025 เพื่อร่วมกันสร้างมหาวิทยาลัยและสังคมที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และเป็นพื้นที่ที่ทุกเสียง ทุกตัวตน ได้รับการเคารพและยอมรับอย่างแท้จริง

-(016)