ยศชนัน ถือฤกษ์ 09.00 น. นำทีม รัฐมนตรีเพื่อไทย ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนพาชมห้องทำงาน

ยศชนัน ถือฤกษ์ 09.00 น. นำทีม รัฐมนตรีเพื่อไทย ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนพาชมห้องทำงาน

ยศชนัน ถือฤกษ์ 09.00 น. นำทีม รัฐมนตรีเพื่อไทย ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนพาชมห้องทำงาน

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.51 น.

ยศชนัน ถือฤกษ์ 09.00 น. นำทีม รัฐมนตรีเพื่อไทย ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนพาชมห้องทำงาน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ศาลพระภูมิ และศาลตายาย 

จากนั้นเวลา 09.09 น. นายยศชนัน นำรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เข้าห้องทำงานอย่างเป็นทางการ

โดยนายยศชนัน นำทีมรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินพร้อมกันไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล 

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคดีพิเศษ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคดีพิเศษ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคดีพิเศษ

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.37 น.

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดอาญาเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง เข้าข่ายคดีพิเศษ มีผลย้อนหลัง 1 มี.ค. 2569 รองรับการดำเนินคดีกลุ่มขบวนการหรือพฤติการณ์ซับซ้อน

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษเรื่อง มติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ

ด้วยคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๙ และที่ประชุมได้มีมติตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบมาตรา ๑๐ (๓) แห่งพระราชบัญญัติ การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษที่ต้องสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ จำนวน ๑ เรื่อง คือ

กรณี ความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๑๐ หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อน หรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙ เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙

พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

แม่ยกปชป.เดือด! ไล่ศุภจี เรียนมารยาท ปมทาบ วีระพงษ์ กุนซือ

แม่ยกปชป.เดือด! ไล่ศุภจี เรียนมารยาท ปมทาบ วีระพงษ์ กุนซือ

แม่ยกปชป.เดือด! ไล่ศุภจี เรียนมารยาท ปมทาบ วีระพงษ์ กุนซือ

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.03 น.

แม่ยกปชป.เดือด! ไล่ศุภจี เรียนมารยาท ปมทาบ วีระพงษ์ กุนซือ

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2569 นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ภาพข่าวนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ยอมรับว่าได้ทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่ปรึกษา พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “ต้องฝากนางศุภจีไปศึกษาคำว่า #มารยาท ที่เขาพึงกระทำกันในสังคม หรือนางหมดปัญญาหาบุคคลากร

– เท่าที่เห็นพรรคนี้กวาดTechnocratไปเข้าพรรคมันยังไม่พออีกรึ

.. แล้วสส.ในพรรคจะมีงานทำกันไหมนี่ แค่เห็นรายชื่อที่ปรึกษาของศุภจีก็ตาลายแล้ว

#สสในพรรคเขาไม่มีความสามารถเลยเหรอ

.. แหมๆๆๆนึกว่าคนเดียวจะเอาอยู่ เห็นติ่งคุยนักคุยหนาว่าเก่งอย่างกะนางฟ้า

.. อิ อิ “

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จันทิรา จิตรชื่น – เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ เป็น รองเลขาธิการ ป.ป.ช.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จันทิรา จิตรชื่น - เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ เป็น รองเลขาธิการ ป.ป.ช.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จันทิรา จิตรชื่น – เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ เป็น รองเลขาธิการ ป.ป.ช.

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.48 น.

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๒ ราย ดังนี้

๑. นางจันทิรา จิตรชื่น ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

๒. นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจริตแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

สุขสมรวย ไหว้ศาลพระภูมิทำเนียบฯ ก่อนลุยงาน 3 หน่วยงานหลัก

สุขสมรวย ไหว้ศาลพระภูมิทำเนียบฯ ก่อนลุยงาน 3 หน่วยงานหลัก

สุขสมรวย ไหว้ศาลพระภูมิทำเนียบฯ ก่อนลุยงาน 3 หน่วยงานหลัก

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.20 น.

วันที่ 11 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนปฎิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ หลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว โดยนางสุขสมรวย เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแล 3 หน่วยงาน คือ 1.สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2.สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน องค์การมหาชน (บจธ.) และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) โดย 3 หน่วยงานมีความสำคัญ ตนตั้งใจจะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

สุขสมรวย
สุขสมรวย
สุขสมรวย
สุขสมรวย
สุขสมรวย
สุขสมรวย
สุขสมรวย
สุขสมรวย
สุขสมรวย

แวดวงนักปกครอง : 11 เมษายน 569

แวดวงนักปกครอง : 11 เมษายน 569

แวดวงนักปกครอง : 11 เมษายน 569

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ 2569 (ปีใหม่ไทย) อธิบดีพวงนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อวยพรและขอบคุณการทำงานของฝ่ายปกครองทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ทุ่มเทเสียสละ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เปรียบประดุจ “ที่พึ่ง” ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา

เริ่มเทศกาล 7 วันอันตราย ฝ่ายปกครองทุกภาคส่วนบูรณาการ พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัย เคาะประตูบ้าน เล็งเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของคนในชุมชนทุกรูปแบบ พร้อมลุยตรวจสถานบริการ คุมเข้มแอลกอฮอล์ เน้นประชาสัมพันธ์ ตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุ ด่านชุมชน ด่านถนนรอง-หลัก ตัดวงจรเสี่ยงอันตราย…เพื่อสงกรานต์แห่งความสุขอย่างแท้จริง

ยังคงเน้นย้ำพื้นที่ ให้ติดตามสถานการณ์สำคัญ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสงกรานต์ เพื่อป้องกันการขาดแคลน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน กำชับบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที เร่งประชาสัมพันธ์มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการได้อย่างทั่วถึงมาตรการประหยัดพลังงานในส่วนราชการอย่างจริงจัง เร่งให้ทุกหน่วยงานเป็นต้นแบบในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว

นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม

นางสาวภารดี เผือกโสภา

นายอำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

“สงกรานต์นี้ไม่มีสะดุด!” กรมการปกครองเปิดให้บริการทำบัตรประจำตัวประชาชน ต่อเนื่องวันหยุดเทศกาลสงกรานต์11-15 เมษายน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ณ สำนักทะเบียนฯ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยตรวจสอบจุดเปิดบริการได้ที่เว็บไซต์ bora.dopa.go.th หรือผ่าน Webchat ศูนย์บริการทะเบียนและบัตรสายด่วน 1548 พร้อมให้คำปรึกษา และเคลียร์ทุกข้อสงสัย อำนวยความสะดวกประชาชนในทุกมิติ

สถานการณ์ฝุ่นควัน ไฟป่าภาคเหนือยังคงน่าห่วง ปกครอง“ลุยต่อเนื่อง!” ระดมกำลังสมาชิก อส. กว่า 1,000 นาย จาก 14 จังหวัดปูพรมดับไฟป่า สกัดหมอกควัน ที่ยังคงทวีความรุนแรง บูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าสกัดจุดเสี่ยงสำคัญ ไม่ให้ไฟลุกลามกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เน้นปฏิบัติการเชิงรุก“ลาดตระเวน-ควบคุม-ดับไฟ” เพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เร่งลดผลกระทบจากไฟป่าหมอกควัน หวังฟื้นคุณภาพอากาศโดยเร็ว

“ท่าอุเทนผนึกกำลัง!” ยึดยาบ้า 1 แสนเม็ดริมโขง มูลค่ากว่า 1 ล้าน นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง “ฝ่ายปกครอง-อส.-ชรบ.”คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง หลังพบเรือต้องสงสัยเทียบท่าฝั่งไทยก่อนกลับ สปป.ลาว ทีมท่าอุเทนลุยตรวจค้นจุดเกิดเหตุ บริเวณพงหญ้าข้างบันไดริมโขง พบยาบ้ารวมกว่า 100,000 เม็ด เขียนชื่อจังหวัดปลายทางภาคกลาง จึงส่งของกลางและหลักฐานให้ สภ.ท่าอุเทนเดินหน้าขยายผล “ล่าตัวการใหญ่” ต่อไป

วันหยุดยาวนี้ “นายอำเภอพาเที่ยว” ชวนเที่ยวอำเภอไม่ไกลกรุงเทพฯ “บ้านแพ้ว ล่องเรือชมสวนองุ่น เปิดเสน่ห์ชุมชนสองฝั่งคลอง”นางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ชวนสัมผัสวิถีชุมชน ล่องเรือชมสวนองุ่น-สวนผลไม้ วิถีชีวิตริมคลองท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เริ่มต้นที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร กราบหลวงพ่อโตเสริมสิริมงคลก่อนออกเดินทาง ล่องผ่านวัดสำคัญตลอดเส้นทางก่อนปิดท้ายที่ “สวนเจริญผล” ชิมผลไม้สดจากสวน “บ้านแพ้วไม่ใช่แค่ทางผ่านแต่คือจุดหมายแห่งความสุข ครบทั้งชิมเที่ยว ทำบุญ ในวันสบายๆ ของทุกคน”

นาย..อำเภอน้อย

รุมจี้นายกฯสอบคนใกล้ตัว ซัดแก๊งไอ้โม่ง เอี่ยวทุนเทา-สแกมเมอร์ ปิดฉากถล่มนโยบายรบ.

รุมจี้นายกฯสอบคนใกล้ตัว ซัดแก๊งไอ้โม่ง เอี่ยวทุนเทา-สแกมเมอร์ ปิดฉากถล่มนโยบายรบ.

รุมจี้นายกฯสอบคนใกล้ตัว ซัดแก๊งไอ้โม่ง เอี่ยวทุนเทา-สแกมเมอร์ ปิดฉากถล่มนโยบายรบ.

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รุมจี้นายกฯสอบคนใกล้ตัว ซัดแก๊งไอ้โม่ง เอี่ยวทุนเทา-สแกมเมอร์ ปิดฉากถล่มนโยบายรบ.

ฝ่ายค้านรุมสับนโยบายรัฐบาลทิ้งทวน “โรม” บี้นายกฯสอบคนใกล้ตัวเอี่ยวแก๊งไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ ด้าน“กรณ์” ไม่เชื่อมั่นจะปราบทุนเทา-สแกมเมอร์หลังคนใกล้ตัวมีเอี่ยวขณะที่’จูรี‘โชว์ฝีปากเตือนอย่ามูมมามมาก ไม่อยากให้จบชีวิตแบบ’ชูชก‘

เมื่อวันที่ 10 เมษายน2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาวาระคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา162 วันแรก (9เม.ย.)ซึ่งเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30น.การอภิปรายเป็นไปด้วยความราบรื่น สส.พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชน(ปชน.)ได้มุ่งเน้นการอภิปรายไปที่กระทรวงแรงงานเช่นการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม การดูแลสิทธิ์สวัสดิการผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ค่าครองชีพสูง เนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน จึงอยากให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนอภิปรายเรื่องของการแก้ปัญหายาเสพติด ที่จะต้องครอบคลุมทุกมิติเพื่อลดปัญหาการเสพติดซ้ำ รวมไปถึงปัญหางบประมาณที่จัดสรรให้สำหรับค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง ซึ่งมีการจ่ายเงิน ในอัตรา ต่ำกว่าค่ารักษาจริง เป็นต้น

ถกนโยบายวันแรกใช้ไป17.30ชั่วโมง

จากนั้นในเวลา 02.18น.นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานที่ประชุม ได้สั่งพักการประชุม และนัดหมายประชุมอีกครั้งในเวลา เวลา 08.00น.วันที่ 10เมษายน2569 ทั้งนี้ ในการแถลงนโยบายของครม.อนุทิน2 ในวันแรกใช้เวลาไปทั้งสิ้น 17.30ชั่วโมง เบื้องต้นมีในการแถลงนโยบายวันสุดท้าย กำหนดปิดเวลา 23.00น.วันที่ 10เม.ย.ตามกรอบระยะเวลาที่วิป3ฝ่ายและครม.ได้ตกลงกันไว้

‘โรม’ชี้ปราบ’ทุจริต-ทุนเทา‘ย้อนแย้ง

เวลา 08.10น.ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ลุกขึ้นอภิปรายถึงนโยบายการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา รวมถึงการทุจริต คอร์รัปชันว่า ตนไม่เชื่อมั่นการดำเนินการของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เนื่องจากย้อนแย้งกับการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน กรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ลงนามร่วมกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ต่อความร่วมมือสแกนม่านตา ซึ่งมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะอดีตรมว.ดีอี ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเสไอ) ดำเนินคดีและส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)

เลือกตัวรมต.เหมาะสมแล้วหรือไม่

“ผมไม่รู้ว่าคดีนั้นจะรวดเร็วเหมือนคดีของพวกผมหรือไม่ แต่นายอนุทิน สั่งลงโทษนายประเสริฐ ที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ชดใช้กรรมโดยให้เป็นรมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้เยาวชนดูเป็นตัวอย่างให้จัดการผู้ทำผิดเป็นอย่างไร การแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชันเป็นรูปธรรมของนายอนุทิน ไม่เกรงใจนายไชยชนก ที่ดำเนินคดีดังกล่าว ขณะที่เมื่อวานนายกฯ แถลงยึดทรัพย์เบน สมิธ คิดหรือไม่ว่ามีคนใน ครม.บางคนข้องเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ผมสงสัยต่อการคัดเลือกคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ให้น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรี เพราะมีคดีในดีเอสไอ แต่นายประเสริฐเรื่องส่งถึงป.ป.ช.แล้ว แต่ได้เป็นรัฐมนตรีได้ ตกลงในเรื่องคดีมีปัญหากับน.ส.สุดาวรรณ หรือพ่อของน.ส.สุดาวรรณกันแน่” นายรังสิมันต์ กล่าว

ปูด’เสี่ยตือ’ค้าน้ำมันนายทุน’ภท.’

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการจับน้ำมันที่จ.อ่างทอง ซึ่งพบว่ามีเสี่ยตือเป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบพบว่ามีคลังน้ำมันหลายแห่ง หลายล้านลิตร แต่การดำเนินการรัฐบาลไม่จัดการ หรือจัดการอย่างยากเย็น ทั้งที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคมรู้จักดี เพราะบริษัทของเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ มูลค่าเกินกว่า 100ล้านบาทมีสัญญาเงินกู้ 2ครั้ง 2สัญญา ที่สำคัญ พ.ย.2568พบบว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคให้พรรคภูมิใจไทย 1ล้านบาท ขณะที่ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่าขายน้ำมันแพง แต่กลับไม่ดำเนินคดีใดๆ ซึ่งอาจมีสาเหตุว่าเพราะมีนายทุนการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองหรือไม่

สอบ’พิพัฒน์’เอี่ยวสแกมเมอร์หรือไม่

“นายพิพัฒน์ทราบดีว่าเสี่ยตือมีธุรกิจอย่างไร ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่อย่างไร เหตุที่รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรไอ้โม่ง อาจเพราะไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาล ก็เป็นได้ ก่อนหน้านี้ที่บอกว่ามีการติดสินบนไม่ให้ปราบสแกมเมอร์ทราบว่า เป็นลูกของเสี่ยตือด้วย ดังนั้นกรณีที่เป็นเครือข่ายเดียวกันมีสัมพันธ์กัน พวกเขาจึงลอยนวลพ้นผิดได้ หากนายกฯ ดูการกระทำไม่ดูชื่อ ทำไมตอนนี้เครือข่ายเสี่ยตือ ที่มีประเด็นกักตุนน้ำมัน น้ำมันเถื่อน สแกมเมอร์ถึงไม่จัดการ หากทำจริงควรดำเนินการเพื่อไม่ให้อำนาจมืดซื้ออำนาจรัฐ และนายอนุทินต้องตรวจสอบนายพิพัฒน์ว่า ไม่เกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนหรือเรื่องทุนเทา เพื่อไม่ให้การปราบทุจริตจะได้ไม่เป็นเพียงลมปากและอย่าสร้างภาพเป็นคนดี แล้วแสวงหาประโยชน์จากวิกฤติชาติ และปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน” นายรังสิมันต์ กล่าว

ทั้งนี้ ช่วงท้ายการอภิปรายของ นายรังสิมันต์ สส.ภูมิใจไทย ลุกประท้วงเนื่องจากมีลักษณะใส่ร้าย แต่นายมงคล ยังให้ นายรังสิมันต์ อภิปรายจนจบ ซึ่งมีการอภิปรายทิ้งท้ายว่า“ไม่รู้ว่าเวลาของผมจะเหลือในสภาฯ เท่าไร แต่ผมและพรรคประชาชนไม่มีวันยอมแพ้คนที่ทำหลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรม”

‘กรณ์’ซัดราคาน้ำมันเกรงใจนายทุน

ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นวันที่สอง ถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา ว่า กับประเด็นวิกฤติพลังงาน รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์รับมือ และจากที่ได้ติดตามเห็นว่ารัฐบาลใช้ยุทธศาสตร์เดียว คือ การซื้อเวลารอให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมา แม้จะมีการใช้กองทุนน้ำมันชดเชย แต่ราคาหน้าสถานีบริการกลับลดลงเพียง 2บาทกว่าโดยอิงค่าการกลั่น7บาท แต่ค่าการกลั่นปัจจุบันมีราคา 12บาท ดังนั้นหากใช้สูตรการลดค่าน้ำมัน ต้องลดลง 12บาทด้วย ทุกการตัดสินใจของรัฐบาลทำให้ประชาชนสงสัยว่าแก้ปัญหาโดยเกรงใจนายทุนมากเกินกว่าความทุกข์ของประชาชน

ต้องออกสูตรคิดราคาน้ำมันเป็นธรรม

นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า เมื่อวันที่ 9เม.ย.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง บอกว่า ภาระการดูแลน้ำมันขอให้เป็นภาระของกองทุนน้ำมัน หมายถึงให้ประชาชนดูแลเองฐานะผู้ใช้หนี้กองทุนน้ำมัน ขณะที่ภาษีสรรพสามิตเก็บเท่าเดิม โดยอ้างว่าอาจไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่รายได้จากน้ำมันไม่ได้ส่งตรงไปที่ค่ารักษาพยาบาล แต่เข้ากองกลาง ที่ตนยืนยันว่าการลดภาษีสรรพสามิตพร้อมกับลดค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่จำเป็นตนมองว่า รัฐบาลควรกำหนดสูตรคำนวณราคาน้ำมันที่เป็นธรรมโดยเร็ว

ไม่เชื่อปราบทุนเทา-สแกมเมอร์ได้จริง

นายกรณ์ อภิปรายต่อถึงนโยบายปราบสแกมเมอร์ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมงานแถลงข่าว ป.ป.ช. ยึดทรัพย์เพิ่มเติมของกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งการทำงานของหน่วยงานไทยที่ผ่านมาล่าช้า เมื่อเทียบกับต่างชาติ ซึ่งการทำงานที่ล่าช้านั้น พบว่าการยักย้ายทำให้การยึดอายัดทำไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้น นายกฯ ยึดหลักปฏิบัติการทำงานว่า ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม คือไม่สนใจว่าใครเกี่ยวข้อง จะเดินหน้าเอาผิดตามพฤติกรรม ตนไม่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะก่อนหน้านี้ อดีตรมช.คลังในรัฐบาลของนายอนุทิน1 ที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับธนาคารของกัมพูชาซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ มีความเกี่ยวข้องกับการเข้าไปซื้อหุ้นกองทุนที่เป็นของกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มฟอกเงินซึ่งพบว่าถูกยึดอายัดในรอบนี้ด้วย ดังนั้นตนขอให้นายกฯ ตรวจสอบคนไทย คนใกล้ชิดของนายกฯ ที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงและเกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ด้วย

ตั้ง’วิศิษฎ์’คุม’กลต.’เหมาะสมหรือไม่

นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่การแก้ปัญหากลุ่มสแกมเมอร์ ตามที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินการที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มมาจากการลงนามอัปยศกับกลุ่มทุนสแกมเมอร์และได้ส่งเรื่องเอาผิดนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ตามมาตรา 157ต่อ ป.ป.ช. ทั้งนี้พบด้วยว่าการลงนามเอ็มโอยูอัปยศนั้นมีผู้ร่วมลงนามคือ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)ที่มีบทบาทสำคัญตรวจสอบความโปร่งใสความถูกต้องในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นขอถาม รมว.คลังว่า เหมาะสมหรือไม่ที่ตั้งบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามเอ็มโอยูที่เอื้อกับการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก แม้เอ็มโอยูจะถูกยกเลิกไปแล้ว นั้นเหมาะสมหรือไม่

คนเอี่ยวทุนเทาล้วนอยู่ใกล้’อนุทิน’

นายกรณ์ อภิปรายต่อว่าและในกรณีของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมร่วมกับนายเบน สมิธ กรณีซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตตัวและผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ผ่านธนาคารบีไอซีของกัมพูชา ซึ่งก่อนที่จะตั้งนายสุริยะกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่“ผมขอให้ชี้แจงต่อสาธารณะ หากไม่ทำ ผมขอตั้งคำถามสะท้อนจริงใจ จริงจังหรือไม่ ต่อการปราบกลุ่มทุนเทา ที่นายกฯ บอกว่า พร้อมปิดตา เอาเรื่องกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนเกี่ยวข้องล้วนอยู่ใกล้ตัวและอยู่ในรัฐบาล“ นายกรณ์ กล่าว

‘ชวน’ทวงเบี้ยผู้สูงอายุ1พันขึ้นไป

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ตนยึดหลักอมตาวาจา ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ซึ่งไม่ใช่คำขวัญของพรรคฯ แต่เป็นความจริงว่า หากโกหกหลอกลวงแล้ว ผู้อื่นรู้ ก็จะเกิดความเสียหาย และความจริง จะทำให้แก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ส่วนปัญหาในนโยบายของรัฐบาลนั้น นโยบายของรัฐบาลทั่วไปยอมรับกันได้ แต่บางเรื่องที่เป็นความปรารถนาของประชาชน ก็ไม่มี เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็นระดับ 1,000 บาทขึ้นไป โดยมองว่าไม่ใช่ภาระงบประมาณเกินความจำเป็น หากบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาว

แนะแก้ทุจรติต้องเริ่มที่นักการเมือง

สำหรับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน นายชวน ระบุว่า การแก้ปัญหาจะเกิดผลได้จริง ต้องเริ่มจากนักการเมือง เพราะเป็นต้นทางของระบบ พร้อมเตือนว่าหากยังมีการใช้เงินซื้อเสียง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลจะลดลง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศในเวทีระหว่างประเทศส่วนสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ นายชวน เสนอให้รัฐบาลศึกษาแนวทาง“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”อย่างลึกซึ้ง โดยเน้นว่าต้องเข้าใจที่มาของแนวพระราชดำริอย่างแท้จริง ไม่ใช่นำมาใช้เพียงในเชิงนโยบาย พร้อมย้ำว่าปัญหาความไม่สงบในอดีตส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม

’จูรี‘กังขานายกฯมีนายทุนอยู่ในใจ

เวลา10.50น.นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนฟังนายกฯอ่านแถลงนโยบายให้สภาฯฟังจนมาถึงถ้อยคำหนึ่งที่ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตนขนลุก แหงนมองหน้าและพยายามมองใจของนายกฯว่าจริงๆ แล้วในใจของนายกฯมีประชาชนแล้วแทรกด้วยนายทุนอยู่หรือไม่ เพราะสิ่งที่นายกฯแถลง ย้อนแย้งความเป็นจริงกับที่ประชาชนประสบอยู่ เข้าใจว่านายกฯโชคดีเกิดมาเป็นเศรษฐีเลย แต่อยากให้เปิดใจมองลงมาข้างล่างเห็นคนหาเช้ากินค่ำที่ตอนนี้ลำบากมาก รายได้น้อย แต่รายจ่ายเยอะมาก สิ่งที่ถูกอยู่อย่างเดียวที่ประชาชนสามารถซื้อได้คือยาบ้าเม็ดละ10บาท หาได้ทั่วไป ซื้อง่ายกว่ายาพาราอีก ขอฝากไปยังนายกฯให้เข้าใจหน่อย สิ่งที่พยายามบริหารจัดการทั้งหมด ท่านไม่กล้าทุบนายทุน แต่ทุบชาวบ้าน เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะรวยเมื่อไหร่ ถ้าเป็นปักษ์ใต้ตอนนี้ ต้องบอกว่ารุนไม่ไหวแล้ว

อย่ามูมมามหวั่นตายแบบชูชก

นายจูรี กล่าวต่อว่า เรื่องน้ำมันที่หายไปก่อนหน้านี้ พอขึ้นราคาน้ำมันมา6บาท กลับมีน้ำมันทุกปั๊ม ทุกวันนี้น้ำมันเกือบ50บาท หาเติมได้หมดเลย เสมือนเสกน้ำมันเหล่านี้มาได้ ตนรู้สึกว่าในใจนายกฯมีแต่นายทุน เข้าใจแต่นายใจ แต่ไม่เคยเข้าใจประชาชน ขณะที่นโยบายปราบปรามยาเสพติด ที่นายกฯแถลงตอนหนึ่งจะปราบปรามบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ต้องบอกว่าจริงจังแค่ไหนแค่ไหนเรียกจริงจัง เพราะขณะนี้มันระบาดไปทุกหย่อมหญ้าจริงๆ ถ้าจริงจังจริง ต้นปีที่ผ่านมาคงไม่มีข่าว วัยรุ่นหลอนยา จับนักเรียนเป็นตัวประกันจนผอ.โรงเรียนต้องเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตนักเรียน ทั้งประเทศสดุดีความดีของผอ. แต่ครอบครัวของเขาไม่ปรารถนาคำสดุดี เขาต้องการชีวิตผอ.กลับคืนมา“ผมอยากฝากนายกฯ และครม.ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ว่า ทำอะไรหลังจากนี้ พยายามอย่าให้มูมมามมาก เพราะผมคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่บริหารจนครบเทอม ไม่อยากให้รัฐบาลมาจบชีวิตแบบเดียวกับที่ชูชกเขาจบชีวิต” นายจูรี กล่าว

ภท.ประท้วงบี้ถอน’ชูชก-มูมมาม’

ทั้งนี้ สส.พรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ ลุกขึ้นประท้วงให้นายจูรีถอนคำพูดเสียดสีคือคำว่า ทำอะไรต่อไปนี้อย่ามูมมามเดี๋ยวจะเป็นเหมือนชูชก เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม เช่นเดียวกับนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี ประท้วงว่าคำพูดดังกล่าวส่อให้เห็นถึงกิริยาของผู้อภิปราย ทำให้สภาฯไม่สมเกียรติ ขณะที่นายโสภณ วินิจฉัยคำว่า มูมมาม ยังพอรับไหว ขอให้รัฐบาลมาชี้แจงดีกว่าทำให้นายจูรีชี้แจงว่าไปย้อนดูเทปได้ ตนพูดว่าหลังจากนี้ เสมือนเป็นคำเตือนว่า เป็นห่วงประเทศนี้ นายโสภณจึงวินิจฉัยย้ำว่า ยังพอไหว ครม.ยังพอชี้แจงได้ ขอให้ไปต่อดีกว่าจากนั้นจึงอภิรายต่อไป

ทสท.ชี้ภาคเกษตรล้มเหลว-หนี้บาน

ด้าน นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ลุกอภิปรายท้วงติงนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลว่า แม้รัฐบาลจะแถลงให้ความหวังในการยกระดับรายได้เกษตรกรจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า ภาคเกษตรของไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตความล้มเหลวเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกนาปรังที่ตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัม(กก.)ละ 5 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นถึงไร่ละ5,000บาท ทำให้ชาวนาต้องแบกรับภาระหนี้สิน จนไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เปรียบเสมือนวิกฤตชีวิตของคนรากหญ้า ที่ต้องทิ้งนามาเป็นแรงงานในเมืองเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ สะท้อนภาพว่า นโยบายที่แถลงไว้สวยหรู กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ซ้ำยังมีปัญหาการบริหารจัดการน้ำและระบบชลประทานที่ไม่ทั่วถึงเป็นตัวซ้ำเติมวิกฤต เพราะเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาน้ำฝนและขาดแหล่งน้ำต้นทุนที่มั่นคง ไม่สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเผชิญภัยแล้ง น้ำท่วม ซ้ำร้ายธุรกิจในชุมชนและร้านโชห่วยยังถูกกลืนกินโดยกลุ่มทุนใหญ่จากร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง คนชนบทไร้อาชีพ รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว มองไม่เห็นอนาคตในโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันที่บีบรัดคนตัวเล็ก

รบ.ต้องออกมาตรการด่วนช่วยเหลือ

“เพื่อให้เกษตรกรผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ขอเสนอให้รัฐบาลนำมาตรการช่วยเหลือเดิมที่เคยได้ผลมาปรับใช้ทันที โดยเฉพาะการลดต้นทุนและสนับสนุนช่วยเหลือชาวนา (ค่าเก็บเกี่ยว) ให้เพิ่มวงเงินเป็นไร่ละ 1,000บาท สูงสุด 20ไร่ต่อครัวเรือน รวมถึงเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือค้างจ่ายจากปีที่ผ่านมาให้กับเกษตรกรอีกกว่า 150,000รายให้เสร็จสิ้น รวมถึงมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายและการรวบรวมข้าว พร้อมเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกรและบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรให้เชื่อมโยงกับความต้องการของโลกอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งหากเกษตรกรที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศไม่สามารถอยู่รอดได้ ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ฝากรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์และเกษตรฯทำงานร่วมกันให้เป็นรูปธรรมตามที่แถลงต่อสภา ไม่ใช่ให้คำมั่นสัญญา เพียงนโยบายสวยหรู แต่ทำไม่ได้จริง” นายชัชวาล กล่าว

ปชน.จี้จับโกงน้ำมันภายใน1เดือน

นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนขอให้รัฐบาลออกมายกมือไหว้ขอโทษประชาชนต่อกรณีที่เคยกล่าวโทษประชาชนว่าเป็นต้นเหตุน้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนแห่เติมน้ำมัน นอกจากนั้นแล้วให้ยกมือไหว้ขอโทษที่ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤติราคาน้ำมันและพลังงาน ที่รวมถึงค่าไฟฟ้าตามที่หาเสียงได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงเพราะมัวแต่เกรงใจนายทุน หากรัฐบาลจริงใจ ต้องจับคนโกงน้ำมันให้ได้ภายใน 1 เดือน และนอกจากนั้นแล้วต้องมีกรอบเวลากำหนดผลงานภาคปฏิบัติที่ชัดเจนว่า ภายใน 1 เดือนจะทำเรื่องใดให้สำเร็จ โดยเฉพาะเปิดโควตาขายไฟคืนรัฐ 1 ล้านครัวเรือน ภายใน 3 เดือนจะเห็นเรื่องใดที่ทำให้สำเร็จ เช่น เจรจากับภาคเอกชน ลดค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนจ่ายฟรีให้โรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง หรือสมัยหน้าจะสนับสนุนการแก้ไขปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับพลังงาน หากไม่เป็นเช่นนั้น หรือทำไม่ได้ รัฐมนตรีค่อยมาลาออก หรือเดินไปจูงมือนายกรัฐมนตรี ลาออกไปจากสภาแห่งนี้” นายศุภโชติ อภิปราย

เช็คสต๊อกน้ำมันสำรอง เหลือ110วัน หมอวรงค์ขุดพิรุธดีเซล จี้สอบ700ล้านลิตรหาย

เช็คสต๊อกน้ำมันสำรอง เหลือ110วัน หมอวรงค์ขุดพิรุธดีเซล จี้สอบ700ล้านลิตรหาย

เช็คสต๊อกน้ำมันสำรอง เหลือ110วัน หมอวรงค์ขุดพิรุธดีเซล จี้สอบ700ล้านลิตรหาย

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เช็คสต๊อกน้ำมันสำรอง เหลือ110วัน หมอวรงค์ขุดพิรุธดีเซล จี้สอบ700ล้านลิตรหาย

“สุริยะ”นั่งไม่ติดเรือขนส่งปุ๋ยติดช่องแคบฮอร์มุซ 3 ลำ กว่า 2.5 แสนตัน หวั่นเกษตรกรเดือดร้อนเล็งซื้อจากรัสเซีย ด้าน กระทรวงพลังงาน เผยไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ 110 วัน ล่าสุดกองทุนน้ำมันติดลบ 59,447.80 ล้านบาท หมอวรงค์’จี้‘อนุทิน-พิพัฒน์’แจงให้ชัดน้ำมันกว่า 700 ล้านลิตรหายจากระบบ หรือแค่ตัวลมเบิกชดเชยกองทุนน้ำมัน สร้างความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท หากยังเฉย รอตั้งกมธ.สอบ ลั่นได้เห็นรัฐมนตรีติดคุกแน่

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นกลับไปแตะระดับใกล้ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวก 3.46 ดอลลาร์ แตะที่ 97.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent ปิดที่ 95.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ระดับประมาณ 104 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนและตลาดมีความกังขาต่อข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ยังคงเปราะบาง

ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะอิหร่านยังคงปิดกั้นและควบคุมการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก รวมถึงการที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

น้ำมันไทยพอใช้100วัน

ปัจจัยทั้งหมดส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างหนักต่อภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานโลก โดยนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำประเมินว่า หากความขัดแย้งยังดำเนินต่อไปและยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซตามปกติ ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปจนถึงสิ้นปีนี้

ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 10 เม.ย.2569 ไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ 110 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 23 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 31 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 31 วัน

ส่วนการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 8 เม.ย.2569 ผลิตน้ำมันดีเซลได้ 83.23 ล้านลิตร และจำหน่าย 64.74 ล้านลิตร

กองทุนติดลบ 59,447.80 ล้าน

ทั้งนี้ ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) ลิตรละ 48.40 บาท, น้ำมันดีเซล (B20) ลิตรละ 43.40 บาท, น้ำมันเบนซิน (E20) ลิตรละ 38.95 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 43.95 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 43.58 บาท

หากเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 43.95 บาท ขณะที่กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ลิตรละ 49.67 – 86.02 บาท ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ลิตรละ 48.40 บาท ขณะที่ กัมพูชา มาเลเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ลิตรละ 55.27 – 117.72 บาท

ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 10 เม.ย.2569 ติดลบ 59,447.80 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 520.70 ล้านบาท

บางจากแจงต้องแวะสิงคโปร

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีเรือน้ำมันแวะสิงคโปร์ก่อนมาถึงไทย ว่า การขนส่งน้ำมันดิบเที่ยวดังกล่าว เป็นการขนส่งในลักษณะ co-loading หรือมีลูกค้าร่วมใช้บริการขนส่ง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติในอุตสาหกรรม โดยมีการบรรทุกน้ำมันดิบสำหรับลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายในเรือลำเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการขนส่ง

สำหรับเที่ยวเรือนี้มีลูกค้าอีกรายหนึ่งที่มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ จึงมีการนำส่งตามลำดับปลายทางตามแผนการขนส่ง ก่อนที่เรือจะเดินทางต่อมายังประเทศไทย เพื่อนำส่งน้ำมันดิบที่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมัน บางจาก ศรีราชา โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ารายอื่นเป็นข้อมูลทางการค้า ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยในที่สาธารณะได้ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เริ่มประสานงานขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อวานนี้ด้วย

ทั้งนี้ เรือบรรทุกน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลาง ชื่อเรือ MT.POLA ได้เดินทางมาถึงท่าเรือโรงกลั่นบางจาก ศรีราชา เมื่อคืนวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยมีปริมาณน้ำมันดิบ 700,000 บาร์เรล ล่าช้ากว่าแผนงานเดิม 15 วัน หลังจากที่รัฐบาลไทยเข้าเจรจากับทางการอิหร่านและโอมานสำเร็จ โดยไม่ได้มีรายจ่ายเพิ่มแก่อิหร่านเพื่อผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่อย่างใด

โดยระบบเรือขนส่งน้ำมันดิบ ปกติแล้วใช้ระบบ “โคโหลด” (Co-load) เพื่อร่วมกันเช่าเรือหรือการบรรทุกสินค้า (น้ำมัน) ของลูกค้าหลายรายมาในเรือลำเดียวกัน นับเป็นการแชร์พื้นที่เรือเพราะเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มีความจุสูงมาก บางครั้งผู้ซื้อรายเดียวอาจไม่ได้ซื้อน้ำมันเต็มลำเรือ จึงมีการ “หารค่าเช่าเรือ” กับผู้ซื้อรายอื่น ซึ่งทำให้ต้นทุนน้ำมันที่มาถึงไทยต่ำที่สุด

ไทยออยล์เพิ่มกำลังการผลิต

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 8เม.ย. รายงานผลการดำเนินงานในปี 2568 ผู้ถือหุ้นอนุมัติการจ่ายเงินปันผลปี 68 ในอัตราหุ้นละ 1.8 บาทต่อหุ้น และเมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.8 บาทต่อหุ้นแล้ว คงเหลือเป็นเงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการ 6 เดือนหลัง ในอัตราหุ้นละ 1 บาทต่อหุ้น

บมจ.ไทยออยล์รายงานต่อที่ประชุมว่า จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้ดำเนินการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยใช้อัตราการกลั่นสูงสุด (Refinery Utilization Rate) ที่ระดับ 113% จากกำลังกลั่น 275,000 บาร์เรลต่อวัน พร้อมเร่งปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น อาทิ แอฟริกาและอเมริกา เพื่อทดแทนน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง แม้ว่าต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย จะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 18.7 ล้านลิตรต่อวันเป็น 19.8 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้น พร้อมเปิดให้บริการคลังน้ำมันที่โรงกลั่นตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่ง ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และวางแผนจัดหาน้ำมันดิบอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศอย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับผลดำเนินการ ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิรวม 3,171 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับปัจจัยบวกจากรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการไถ่ถอนหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ 4,042 ล้านบาท และกำไรจากการต่อรองราคาเข้าซื้อธุรกิจของบริษัทร่วมในประเทศสิงคโปร์ 7,371 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 14,584 ล้านบาท ผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มีแผนปฏิบัติการเชิงรุกและการบริหารจัดการความเสี่ยงรองรับสถานการณ์ต่างๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน ดังนี้

1. การดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2. การเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ปตท. ในการขยายวงเงินเครดิตที่ใช้ ในการจัดซื้อน้ำมันดิบ3. การลดระดับหนี้สินและจัดการโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสม ประกอบด้วย การไถ่ถอนหุ้นกู้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ การชำระคืนเงินกู้กับสถาบันการเงินก่อนกำหนด และการออกหุ้นกู้ ชั่วนิรันดร์มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปุ๋ยติดชองแคบ 2.5แสนตัน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปุ๋ยเคมีมีความเสี่ยงตึงตัวจากปัญหาการขนส่งในตะวันออกกลาง โดยมีเรือบรรทุกแม่ปุ๋ยของบริษัท เจียไต๋ จำกัด ติดค้างอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ 3 ลำ ปริมาณรวมประมาณ 250,000 ตัน และยังไม่สามารถยืนยันกำหนดการนำเข้าได้

ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และผู้ประกอบการนำเข้าปุ๋ย เห็นตรงกันว่าต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าสำรอง เนื่องจากฤดูกาลเพาะปลูกใหม่จะเริ่มในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการผลิตหลักของประเทศ โดยปริมาณปุ๋ยในระบบปัจจุบันเพียงพอใช้ในระยะสั้น หากต้องการให้มีใช้ต่อเนื่องจนสิ้นสุดฤดูกาลผลิตในเดือนกรกฎาคม จำเป็นต้องนำเข้าเพิ่มอีกประมาณ 1 ล้านตัน

จ่อบินไปรัสเซีย

นายสุริยะ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทูตเกษตรเร่งประสานงานเพื่อเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของรัสเซีย ภายในสัปดาห์หน้า และจะเดินทางไปเจรจาด้วยตนเอง เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือด้านการค้าปุ๋ยระหว่างรัฐ ขณะที่รายละเอียดด้านราคาและปริมาณจะให้ภาคเอกชนเป็นผู้เจรจา เพื่อให้การนำเข้าเกิดขึ้นได้รวดเร็วและสอดคล้องกับกลไกตลาด พร้อมระบุว่าหากมีความชัดเจนในการนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมจะช่วยลดความกังวลของตลาด และทำให้ราคาปุ๋ยในประเทศมีแนวโน้มปรับลดลง เนื่องจากผู้ค้ารายย่อยจะเร่งระบายสต็อกออกสู่ตลาด โดยขณะนี้ปริมาณปุ๋ยส่วนใหญ่ได้กระจายจากผู้ประกอบการรายใหญ่ไปอยู่ในระบบการค้ารายย่อยแล้ว

ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรได้ออกมาตรการลดต้นทุน โดยอนุญาตให้ใช้วัสดุอื่นทดแทนเม็ดพลาสติกในการผลิตกระสอบปุ๋ย เช่น กระดาษอัด หลังราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์พลังงานโลก ส่งผลให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ลดลงและทำให้ราคาปุ๋ยในตลาดปรับลดลงทันที

เร่งช่วยเกษตรกร

ด้านนายมนัส เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า ปุ๋ยที่มีความเสี่ยงขาดแคลนในขณะนี้คือปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นชนิดที่มีการใช้มากที่สุด ขณะที่ปุ๋ยชนิดอื่นยังมีเพียงพอ โดยภาครัฐและเอกชนจะร่วมมือกันในลักษณะ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งให้ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมตามชนิดพืชและพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว

ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรระบุว่า ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยเฉลี่ยปีละ 4–6 ล้านตัน โดยปี 2568 นำเข้ากว่า 6.1 ล้านตัน มูลค่ากว่า 91,000 ล้านบาท แหล่งนำเข้าหลัก ได้แก่ จีน ซาอุดีอาระเบีย และรัสเซีย ขณะที่ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 พบว่ามีปุ๋ยคงเหลือในระบบจำนวน 920,760.61 ตัน และจีนได้จำกัดการส่งออกปุ๋ยเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ปริมาณปุ๋ยในตลาดโลกตึงตัวและกระทบต่อการนำเข้าของไทย

เม็ดพลาดสติกราคาพุ่ง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะนี้ขนาดนี้กระทบกับซัพพลายของพลาสติกในประเทศไทย ทำให้มีราคาสูงขึ้นปริมาณเม็ดพลาสติก ถุงพลาสติก ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีจำนวนที่หายากมากขึ้นและแพงมากขึ้น สุดท้ายภาระก็จะตกอยู่ที่ประชาชน

อย่างไรก็ตามกระทรวงอุตสาหกรรมตระหนักดีว่าในขณะนี้เราจะมีทางเลือก ทั้งการใช้วัสดุทดแทน ซึ่งนายวราวุธ ได้โชว์กระติกน้ำสีดำที่พกติดตัว ก่อนจะบอกว่าอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน แต่เมื่อเม็ดพลาสติกหายากขึ้นและแพงขึ้น และค่าขนส่งอาจทำให้พลาสติกและขวดน้ำดื่มมีราคาแพงขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกคนหันมาใช้กระติกน้ำ เพื่อจะลดต้นทุนและลดภาระ พร้อมใช้ภาชนะต่าง ๆ เพื่อลดพลาสติกด้วย

รีไซเคิลพลาดสติก

นายวราวุธ กล่าวว่า จากข้อมูลประเทศไทยมีขยะพลาสติก 2.7 ล้านตัน นำมารีไซเคิลใหม่เพียง 25 % ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาแยกขยะ รีไซเคิล ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้เพิ่มปริมาณการรีไซเคิล จาก 25 % เป็น 30-35 % ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนของเม็ดพลาสติกที่ต้องนำเข้าและผลิต ซึ่งต้นทางของเม็ดพลาสติกก็มาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มาจากน้ำมัน หากลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกและใช้สิ่งที่เรามีอยู่ในประเทศไทย ก็จะช่วยลดภาระให้กับประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้วัสดุใดมาแทนเม็ดพลาสติก นายวราวุธ กล่าวว่า เม็ดพลาสติกที่เราพูดถึงวันนี้เป็นเม็ดพลาสติกใหม่ เป็นวัตถุดิบที่เพิ่งผลิตใหม่ หากไม่ใช้วัตถุดิบใหม่ ก็ใช้วัตถุดิบรีไซเคิล ซึ่งมาจากปริมาณขยะพลาสติกที่มีอยู่ในไทยกว่า 2.7 ล้านตัน ซึ่งยังไม่ได้รับการเอาไปรีไซเคิลมากเท่าที่ควร หากสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จะช่วยลดภาระ การหาเม็ดพลาสติกใหม่ให้กับอุตสาหกรรมได้

น้ำมันหายทุจริตปล้นชาติ

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าวถึงกรณีความผิดปกติของปริมาณน้ำมันดีเซลในประเทศ ว่า ตนพบความผิดปกติอย่างร้ายแรงที่เข้าข่ายเป็นขบวนการทุจริตปล้นชาติ ในรูปแบบของน้ำมันที่หายไปจากระบบในช่วงวิกฤต โดยจากการตรวจสอบข้อมูลทางการจากกรมธุรกิจพลังงาน พบความผิดปกติในช่วงกลางเดือนถึงสิ้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดการณ์ได้ว่ามีน้ำมันดีเซลหายไปจากระบบประมาณ 600-700 ล้านลิตร โดยมีหลักฐานเชิงสถิติระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว มีการรายงานยอดการส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศสูงถึง 70 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่าภาวะปกติในเดือนม.ค.ที่มียอดจ่ายเพียง 51 ล้านลิตรต่อวันอย่างมาก ที่น่าสังเกตคือ ในช่วงที่ตัวเลขรายงานว่ามีการจ่ายน้ำมันสูงถึง 70 ล้านลิตร ประชาชนกลับหาเติมน้ำมันไม่ได้ ถูกจำกัดปริมาณการเติมเพียง 500-1,000 บาทต่อคัน แต่ในปัจจุบันที่ยอดจ่ายน้ำมันลดลงเหลือเพียง 37-46 ล้านลิตรต่อวัน แต่ประชาชนกลับเติมน้ำมันได้ตามปกติและไม่มีการขาดแคลน

เบิกเงินกองทุนไปชดเชย

“น้ำมันส่วนเกินปริมาณมหาศาลนี้อาจเป็นน้ำมันลม น้ำมันเก๊ หรือน้ำมันที่มีแต่ตัวเลขในบัญชีแต่ไม่มีตัวน้ำมันจริง เพื่อใช้เป็นช่องทางในการเบิกเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในช่วงดังกล่าวมีการชดเชยสูงถึงลิตรละ 15-20 กว่าบาท หากคำนวณจากปริมาณ 600 ล้านลิตร จะคิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการปล้นภาษีประชาชนสูงถึงกว่าหมื่นล้านบาท”นพ.วรงค์ กล่าว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจง และเรื่องนี้อาจนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องนี้ ถึงตอนนั้นหลักฐานจะรัดแน่นจนดิ้นไม่หลุดและเห็นรัฐมนตรีติดคุกแน่นอน

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“โลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน แบ่งขั้วกันชัดเจน ความมั่นคงแห่งชาติคงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทางทหารเท่านั้น แต่คือความปลอดภัยของประชาชน เสรีภาพของภูมิภาค และความสามารถของประเทศในการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก”

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายกฯเผยประชุม ครม.พรุ่งนี้ เน้นคลอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน

นายกฯเผยประชุม ครม.พรุ่งนี้ เน้นคลอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน

นายกฯเผยประชุม ครม.พรุ่งนี้ เน้นคลอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 00.16 น.

“นายกฯ”เผยประชุม ครม.พรุ่งนี้ เน้นคลอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน ชี้”กบน.”ปรับลดราคาน้ำมันพรุ่งนี้ เป็นหน้าที่”รัฐบาล”ต้องทำ ไม่ใช่ของขวัญสงกรานต์

11 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 22.40 น.คืนที่ผ่านมา (10 เม.ย.) ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า ก็ดี เรารับฟังทุกจุด ส่วนตัวก็ได้จดไว้แทบทุกประเด็น รวมถึงรัฐมนตรีทุกท่านโดยเฉพาะการอภิปรายข้อเสนอแนะ ข้อชี้แนะต่างๆ แม้กระทั่งสิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลนี้ได้ทำแม้ไม่ได้อยู่ในนโยบาย หากนำมาพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็จะทำ ต้องขอบคุณสมาชิกรัฐสภา ในช่วง 2 วันนี้เราได้รับข้อมูลอย่างเต็มที่ ตรงไหนที่มีประโยชน์จะนำไปปฏิบัติ

เมื่อถามว่า จะมีข้อเสนอแนะไหนที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.) นายอนุทิน กล่าวว่า ในการประชุมพรุ่งนี้เน้นเรื่องการช่วยเหลือประชาชน ที่หลายท่านได้เสนอแนะมา แต่อย่าลืมว่าพรุ่งนี้เป็นวันแรกที่รัฐบาลชุดนี้จะบริหารได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ข้ามจากรัฐบาลชุดที่แล้วในบางประเด็น ที่เป็นนโยบายจะต้องผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไป ไม่สามารถทำได้ เราก็ต้องรอ

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการอะไรเป็นของขวัญให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกสิ่งที่เราทำ ทำเพื่อประชาชนอยู่แล้วทุกวัน ไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำ ไม่ได้ทำเพื่อเอาใจประชาชน แต่เราทำเพื่อช่วยเหลือประชาชน

เมื่อถามย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินทุกชนิด สูงสุด 6 บาท ถือเป็นของขวัญช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันไม่ใช่ของขวัญ มันเป็นหน้าที่ เป็นสำนึกของคณะรัฐมนตรีทุกคน พวกเรามาได้เพราะประชาชน ไม่มีปัจจัยอื่นเลยที่ต้องเกรงใจ และจะไม่ทำให้ประชาชน