ส้มเช้ง กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน

ส้มเช้ง กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน

ส้มเช้ง กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.40 น.

“ส้มเช้ง สามช่า” กอดคอลูกสาวคนเล็กร่ำไห้ เปิดใจบทเรียนธุรกิจผิดพลาด สูญเงิน 16 ล้าน สวนกลับชาวเน็ตแซะของานเอาเงินไปทำหน้า ทำไมไม่ขอ “เท่ง เถิดเทิง”

“ส้มเช้ง สามช่า” ขอเปิดใจ หลังต้องปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเซ่นพิษเศรษฐกิจ ประกาศขอรับงานรีวิวทุกชนิดเพื่อหาเงินมาลงทุน แต่กลับถูกคนบางกลุ่มซ้ำเติมว่าหาเงินไปทำหน้า วันนี้ควงลูกสาวคนเล็ก “น้องคิม” เล่าความภูมิใจ เรียนจบป.โทที่อังกฤษ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย”  และ “เป๊กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ล่าสุดน้องคิมจบป.โทที่อังกฤษ สาขาอะไร?

คิม : ดิจิทัลมาเก็ตติ้งค่ะ 

ไปต่อปริญญาโทกี่ปี?

คิม : ประมาณปีครึ่งค่ะ

 พี่ส้มภูมิใจ?

ส้มเช้ง : สุด เราเด็กต่างจังหวัด เรียนน้อย ลูกไปเรียนถึงต่างประเทศ เรารู้สึกดีใจกับเขาด้วย 

 คิม : ต่อยอดความฝันให้แม่ค่ะ แม่อยากได้แฟนอังกฤษ อยากได้แฟนฝรั่ง 

ส้มเช้ง : ไม่ใช่ความรู้เหรอ

 คิม : แม่เฉลยเขาไปเถอะ (หัวเราะ)

พี่ส้มอยากมีแฟนเป็นคนอังกฤษ?

ส้มเช้ง : ใช่ แม่ไม่ได้ไป ส่งลูกไปแทน (หัวเราะ) 

ความฝันของแม่สำเร็จมั้ย?

คิม : ไม่สำเร็จค่ะ ตอนนี้ส่งแม่ไปอเมริกาสิ้นปีแทน 

ส้มเช้ง : ส่งไปหาผัว (หัวเราะ)

กลับมานานหรือยัง?

คิม : จะสองเดือนแล้วค่ะ 

แพลนอะไรไว้อยู่ไทย?

คิม : คิมมีสมัครแอร์ฯ ไว้ค่ะ จริงๆ อยากช่วยแม่ทำคอนเทนต์ยูทูปให้ได้เหมือนเดิม เขามีเรื่องเครียดด้วย ก็อยากหาแบรนด์ทำกับพี่ส่าวค่ะ 

แต่เบื้องต้นอยากเป็นแอร์โฮสเตส เพราะอะไร?

คิม : จริงๆ เป็นความฝันตั้งแต่เด็กแล้ว แม่พาไปเที่ยว แล้วรู้สึกว่าแอร์ฯ เขาหน้าตาดีกันเนอะ เราก็หน้าตาไม่แย่ เราเป็นได้นี่

แม่ไม่อยากให้เป็น?

ส้มเช้ง : อยากให้เป็น แต่ไปเรียนอังกฤษมาได้ภาษา อยากให้ไปเป็นแอร์ฯ ต่างประเทศ ไปโน่นไปนี่ ไปกาตาร์ แต่น้องบอกว่าไม่ใช่ อยากเป็นแอร์ที่ประเทศไทย 

 คิม : ก็ได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมา รู้สึกว่าชอบตัวเองตอนอยู่ที่ไทยมากที่สุดแล้ว ก็เลยอยากหาสายการบินที่ไทยมากกว่า จะได้อยู่ใกล้แม่ด้วย 

ช่วงไปเรียนปริญญาโท ลองไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก ไม่ชอบหรือยังไง?

คิม : มันไม่ถือว่าไม่ชอบ แต่รู้สึกว่าอยู่ไทยสบายใจกว่าเยอะมาก ทุกอย่างสะดวกกว่า คิมเลือกอาหารการกินเป็นหลัก ฉะนั้นอยู่ไทยเหมาะกับตัวคิมมากที่สุด

ส้มเช้ง : คิมกินเก่ง อาหารไทยได้หมดเลย ส้มตำ ยำ ลาบ น้ำพริก 

ตอนไปเรียนป.โทที่โน่น ทำอาหารกินเองมั้ย?

คิม : ทำค่ะ แต่ให้คนอื่นทำให้ (หัวเราะ)

ช่วงไปเรียนป.โทที่อังกฤษ นอกจากเรียนไปทำพาร์ทไทม์ด้วย?

คิม : ใช่ค่ะ ทำสองที่ ตอนแรกคิมไปไล่ถ่ายรูปตามเอาท์เลตให้เขา อย่างที่สองคือทำที่ร้านอาหารไทย 

แม่ว้าวมาก อยู่บ้านไม้กวาดไม่เคยจับ อยู่โน่นไปล้างจ้าง?

ส้มเช้ง : เราเลี้ยงมา ลูกคนเล็กเนอะ เขาเกิดมาค่อนข้างสบาย มีแม่บ้าน เขาเลยไม่ต้องทำอะไรเลย พอเขาส่งรูปมาเราตกใจ เจ้าของร้านบอกคุณส้ม ต่อไปคุณส้มสบายแล้วนะ ไล่แม่บ้านออกเลย ตอนนี้คิมทำเป็นหมดแล้ว เราช็อกเลย ลูกกูทำได้ขนาดนี้เหรอ (หัวเราะ) ภูมิใจค่ะ ได้หน่อยเดียว กลับมาก็ไม่เห็นทำเหมือนเดิม

พอไปอยู่ต่างประเทศ ต้องช่วยเหลือตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ร้านอาหารเป็นยังไงบ้าง?

คิม : มันสนุกมาก มันเป็นอะไรใหม่ๆ มาก หนูได้ลองคุยกับชาวต่างชาติมากขึ้น ได้เสิร์ฟอาหาร ได้รู้จักเมนูอาหารมากกว่าเดิม สนุกเลย ได้กวาดบ้าน ถูบ้าน

ส้มเช้ง : ทำไมเธอไม่เอาความสนุกมาทำที่บ้านบ้างล่ะ

คิม :   อันนั้นได้เงิน (หัวเราะ) หนูได้เจอสังคมดีๆ จากร้านอาหารเยอะมากค่ะ ถ้าแม่ให้เงิน หนูทำได้นะ (หัวเราะ) 

ทำพาร์ทไทม์ชั่วโมงเท่าไหร่?

คิม :   ชม.ละ 500-600 ประมาณนี้ค่ะ ทำวันนึง 6 ชม.ค่ะ 

ส้มเช้ง :   3 พัน แม่ให้วันละ 300 ได้เลย 

อยู่โน่นไม่เคยขอเงินค่าขนมแม่เลย?

คิม : มีบ้างค่ะ ถ้าเกิดว่าหนูเหนื่อยจากการทำงาน มีวีกที่พักแล้วขอแม่ 

ส้มเช้ง : เราแพลนให้เรียบร้อยแล้วว่าที่ส่งไปเรียน มีเงินก้อนนี้นะ ให้เขาเมเนทเอง ตอนหลังไม่พอ โทรมาขอ นี่ก็โวยไป แล้วก็ส่งไปอยู่ดี 

พอกลับมาไทย ยังไม่ได้มีงาน แต่ไม่ได้ขอเงินคุณแม่?

คิม : ขอพี่สาวแทนค่ะ 

ไปอยู่อังกฤษกับใคร?

คิม : อยู่คนเดียวค่ะ ไม่เหงา เพราะเพื่อนคนไทยเต็มไปหมดเลย 

ก่อนคิมไปเรียนป.โทที่อังกฤษ พี่ส้มเป็นห่วงหนักมาก?

ส้มเช้ง : เขาเป็นลูกคนเล็ก แล้วคิมเป็นคนติดบ้านมาก คิมไม่ไปไหนเลย อยู่บ้านอย่างเดียว หิวก็ออกมากิน กินเสร็จเข้าห้อง 

อินโทรเวิร์ตเหรอ?

ส้มเช้ง : แบบนั้นเลย

คิม : จริงๆ ไม่อินโทรเวิร์ตค่ะ คิมแค่ขี้เกียจ (หัวเราะ)

ส้มเช้ง : ไม่เที่ยวด้วย เราก็คิดว่าลูกฉันโลกจะกว้างกว่านี้มั้ย พอเขาบอกจะไปเรียนอังกฤษ โอ้โห ไปเลยลูก อะไรส่งลูกได้เต็มที่เลย ตอนแรกเป็นห่วงมาก อย่างน้อยตอนได้คุยกัน คิมอยู่ได้เหรอคนเดียว จะไปเรียนได้เหรอ ก็ส่งไปเรียนภาษาก่อน กลับมาบอกว่าแม่ หนูได้ ก็ไปสอบเรียบร้อย พอไปส่ง เห็นที่พักอีก ไปดูไปอยู่กับเขา 10 กว่าวัน แต่ตอนเราจะกลับ เราเห็นแล้วว่าห้องพักใหญ่โอเค สบาย แต่จะมีปัญหา ตอนเขาเลิกเรียน ประมาณ 6 โมง อังกฤษมันมืดแล้ว ลูกต้องเดินข้ามถนน มันค่อนข้างเปลี่ยว ก็โทรหา เราแพลนเวลาลูกเลิกเรียนแล้วก็โทรไป วันไหนโทรไปแล้วไม่รับ จะโทรอยู่นั่นแหละ แล้วส่งสติ๊กเกอร์ ไม่รับสักที ไม่ตอบกลับสักที ลูกตอบกลับผ่านไปสักประมาณ 3-4 ชม. แม่ หนูหลับอยู่ 

ที่เรียนกับที่พักค่อนข้างไกล มีเหตุการณ์อะไรน่ากลัว?

คิม : มีบ้างค่ะ ช่วงรอบัสกลับหอ มีคนเดินมาถามว่าสนใจโอเพ่นรีเลชั่นชิพมั้ย หนูรีบเดินเลยค่ะ น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่คบได้หลายคน 

ส้มเช้ง : หน้าตาเป็นไงลูก

คิม : น่ากลัวค่ะ หนูอยู่คนเดียว หนูถ่ายคลิปแล้วเดินหนีมาเลย 

อีกเรื่องที่พี่ส้มห่วง คิมเรียนคลาสเดียวกับอดีตคู่หู แฟนเก่า?

ส้มเช้ง : คู่หูเขาเป็นผู้หญิง ลูกแนะนำมาคือเป็นเด็กผู้หญิงคนนึงน่ารัก แล้วเราเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขา เริ่มซอยผมสั้น เราเข้าใจแล้ว ลูกคบคนนี้ ตั้งแต่โตเป็นสาวเลย คนเดียว กี่ปีนะ

คิม : ประมาณ 6 ปีค่ะ

ส้มเช้ง : เห็นความน่ารักของเขาสองคน เทคแคร์ ดูแลกัน แล้ววันนึงลูกบอกเขามีคนอื่น ลูกก็ร้องไห้ เราก็ปลอบลูก ถ้าเขาไม่เห็นความดีของลูกก็อย่าไปสนใจเลย ทำใจเนอะ คนเรามันไม่ใช่เนื้อคู่กัน ความฝันของเราคือวันใดลูกไปเรียนต่างประเทศ ลูกฉันจะได้แฟนฝรั่ง ฉันจะได้หลานตาสีฟ้า คิดไปต่างๆ นานา แต่นี่ปัญหาคือต้องบินไปเรียนด้วยกัน แต่ก่อนเรียนมีปัญหา แล้วเลิกกัน

ตอนแรกแพลนไปต่อโทด้วยกัน สุดท้ายเลิกกันซะก่อน?

คิม : ใช่ 

ส้มเช้ง : แล้วที่พีกไปกว่านั้น คิมไปสอบติดเรียบร้อยแล้ว จะบิน อีกคนสอบไม่ติด นี่ก็รออยู่กี่เดือน

คิม : ช่วงก.ย. ถึง ม.ค. 

ส้มเช้ง : ตอนนั้นเริ่มระหองระแหง แต่นี่รักเขา ก็รอ แต่ทุกอย่างแพลนไปแล้ว ก็ต้องช้าไปอีก แต่ก็เข้าใจลูก รอก็รอ สุดท้ายแล้ว รอ เลิก 

เขาสอบติดมั้ย?

คิม : ติดค่ะ เรียนอยู่คลาสเดียวกัน หนูไม่อึดอัด หนูรู้สึกว่าหนูเต็มที่กับความสัมพันธ์นี้ไปแล้ว เลยไม่รู้สึกเสียดายอะไรเลย อาจเหลือแค่ความเสียใจ ความเศร้าเท่านั้นเองค่ะ ก่อนไปอินกับครอบครัว อินกับเพื่อน เพราะเขาเป็นฝ่ายให้กำลังใจเราดีมากๆ หนูร้องไห้ก็มากล่อมจนหนูหลับเลย แม่ก็จะไลน์มาถามว่าวันนี้เจอเขาหรือเปล่า เป็นยังไงบ้าง 

ใช้เวลานานมั้ยกว่าจะมูฟออน?

คิม : จนเรียนจบเลยค่ะ เพราะยังต้องเจอกันทุกวันๆ มันไม่ได้ใช้เวลาลองอยู่ด้วยตัวเองสักครั้ง ก็นั่นแหละค่ะ ใช้เวลาปีครึ่ง

ส้มเช้ง : แอบแย็บถามว่าเป็นยังไงบ้าง เขาบอกว่าแม่ หนูโอเคตอนนี้เป็นเพื่อนกันแล้วนะ เราก็โอเค โล่งใจ 

ระหว่างนั้นเราโสด เป็นสาวไทย ก็ป๊อบปูลาร์ในหนุ่มต่างชาติ?

คิม : มีหนุ่มรัสเซียค่ะ วาเลนไทน์เขาทักมาถามว่าอยากได้ดอกไม้มั้ย เพื่อนก็บอกว่าก็เอาสิ จะได้ถ่ายคอนเทนต์ด้วย หนูก็โอเค เอามาให้ เขาบอกขอขึ้นห้องได้มั้ย หนูบอกว่าไม่ได้ เขากลับไปก็รีบบอกแม่ แล้วตลกมาก ดอกไม้ดอกเดียว ขอขึ้นห้องเลย (หัวเราะ) 

คิมชอบชาวต่างชาติมั้ย สเปกมั้ย?

คิม : จริงๆ ชาวต่างชาติก็หล่อนะคะ หน้าตาดีทั้งนั้นเลย แต่หนูไม่ชอบ รู้สึกว่าด้วยลักษณะนิสัย เคาท์เจอร์ต่างกัน เวลาเล่นมุกไปเขาไม่เก็ต ชอบคนไทยมากกว่า 

ส้มเช้ง : ผิดหวัง ชีวิตจะมีคู่ ทำไมต้องเล่นมุกหรือไง 

คิม : เขาไม่เก็ตเราไงแม่

ส้มเช้ง : ไม่เก็ตก็ไม่เป็นไร ชีวิตคู่ไม่ต้องเล่นมุกกันทุกวันลูก

คิม : มันต้องเล่น หนูชอบไร้สาระ 

ส้มเช้ง : แม่ผิดหวังมาก เพราะอย่างที่บอกอยากได้หลานตาสีฟ้า เขาบอกเขาเปิดใจกับความรักไม่ได้จำกัดว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย พอมีผู้ชายมาจีบเรามีความหวังเลย 

ดันลูกไม่ได้ ทำไมไม่ดันตัวเอง?

ส้มเช้ง : นี่ไง เขาบอกว่าเจ้าของร้าน พี่ตุ้ม เขาบอก แม่ เขาวัยเดียวกับแม่เลยนะ กลุ่มเพื่อนเขาได้ผัวฝรั่ง 70 ทุกคนเลยแม่ แม่มาแม่ได้เลย แม่เข้าก๊วนนี้ได้เลย พี่ตุ้มเขามีก๊วนเพื่อนสามีของเขา 

สนใจมั้ย อายุ 70 หมดเลย?

ส้มเช้ง : ก็ได้อยู่นะ (หัวเราะ)

ช่วงคิมกลับมาอยู่ไทยสองเดือน พี่ส้มน้อยใจ คิมไม่ค่อยได้กลับมาหาพี่ส้ม?

ส้มเช้ง : เห็นหน้าสองครั้ง มาแว็บๆ ด้วย ลูกอยู่โน่นเราคิดถึงอยู่แล้ว พอลูกมาถึงเมืองไทยปุ๊บไปกินปิ้งย่าง หมูกระทะก่อนเลย วันนั้นก็ไม่ได้เจอกัน ก็ผ่านไป จนเข้าอาทิตย์ที่สอง ก็มาเจอกัน เจอได้แค่แป๊บเดียว เรายังโหยหาลูก เรานอยด์ บางอารมณ์ก็อยากข่มอารมณ์ให้ดีๆ ก็โทรหาเขา ก็ถามว่าตกลงกลับจากอังกฤษหรือยัง ฉันไม่เห็นหน้าเธอเลย เขาบอกแม่ว่างวันไหน เดี๋ยวหนูเข้าไป ก็หายไปอีก จนกระทั่งเพิ่งได้มาเจอกัน 

ช่วงนี้ยิ่งนอยด์ สถานการณ์ไม่ค่อยดี ทุกอย่างติดขัดไปหมด?

ส้มเช้ง : พี่มีความดื้ออยู่ในตัว ตั้งแต่ไม่ได้อยู่บริษัท ออกมาปุ๊บ เขาบอกว่าชีวิตแม่พอแล้ว แม่ต้องหยุด ต้องเที่ยว แม่หาความสุขอย่างเดียว แม่อยากไปไหน แม่ไปเลย ทั้งสองคน ลูกเชียร์แบบนี้ แต่พี่ดื้อ พี่อยากทำโน่นทำนี่ พี่เป็นคนขยันคนนึง เห็นช่องทางทำมาหากิน ก็น่าจะได้ เงินจะงอกเงยขึ้นมา พี่มีเงินอยู่ก้อนนึงไว้ทำธุรกิจ ก็เอามาลง แต่พอลงก็ไม่เป็นอย่างที่เราหวัง ก็ขาดทุน หายร่อยหรอไป ก็เจอโปรเจกต์นึงก็เอาไปลง อันนี้แหละ ก็ลงไปเยอะ สรุปคือละลาย 

ล่าสุดคือร้านก๋วยเตี๋ยว?

ส้มเช้ง : ใช่ แล้วมีอีกตัวนึงซึ่งไม่ได้ออกสื่อ เป็นอีกธุรกิจนึง เราก็ไว้ใจคนมากเกินไป ตัวนี้ก็หมด ละลายเลย 

ช่วงที่หนักสุดๆ ถึงแม้ไม่ได้เจอหน้าคิม มีโทรไปร้องไห้กับลูก?

คิม : จริงๆ วันนั้นแม่โทรหาพี่สาว พี่หยกค่ะ พี่หยกก็รีบโทรตามเลย ว่าแม่ไม่ยอมกลับบ้าน ไปนั่งอยู่ร้านอาหาร ก็เลยรีบไป จนรู้เรื่องว่าแม่เครียด แม่เขาไม่ค่อยบอกหนูค่ะ เขาบอกพี่หยก หนูไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอมารู้ทีหลัง ก็รู้สึก…(ร้องไห้) ยากจัง หนูช่วยแม่ไม่ได้เลย 

ให้กำลังใจแม่ยังไง?

ส้มเช้ง : เขากอดก่อน แล้วก็ร้องไห้ หยกก็ร้องไห้ แล้วบอกว่าแม่รู้มั้ย ทุกครั้งที่แม่โทรไปแล้วเสียงแม่เหนื่อยมาก หนูไม่มีความสุขเลย (ร้องไห้) คนที่เหนื่อยมากกว่าแม่คือหนู หนูเครียด (ร้องไห้) หนูไม่อยากได้ยินเสียงแม่ที่เหนื่อยแบบนี้ (ร้องไห้) หนูอยากได้ยินเสียงหัวเราะของแม่ พี่รู้สึกว่าพี่ผิดมาก พี่ทำให้ลูกเสียใจ ร้องไห้ กอดเขาแล้วบอกว่าแม่ขอโทษ เราไม่รู้ว่าลูกเซนซิทีฟ หยกเคยมีภาวะซึมเศร้า หยกต้องกินยา ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น เหมือนอย่างที่บอก เขาไม่อยากให้เราทำอะไรแล้ว แม่สบายแล้วนะ ไม่ต้องลำบากก็สามารถมีชีวิตมีความสุขได้แล้ว แม่ก็โทษตัวเอง เป็นเพราะแม่ดื้อ แม่โกรธตัวเอง เขาบอกแม่ไม่ต้องโกรธหรอก เมื่อก่อนเราก็ไม่เคยมี เรากลับไปอยู่บ้านเช่าก็ได้ เมื่อก่อนเราอยู่บ้านเช่านี่ เราก็บอกว่าไม่ถึงขนาดนั้น ทรัพย์สมบัติเรายังมี เราไม่ได้ขายทรัพย์สมบัติอะไรเลยสักอย่าง เขาก็บอกคนแย่กว่าเรามีตั้งเยอะ แล้วทำไมแม่ต้องเอาเสียงเศร้าๆ มาฝากหนู ก็เลยขอโทษเขา สัญญาว่าโอเค แม่ไม่คิดแล้ว แม่ไม่ทำแล้ว มันจมปลักกับความคิดตัวเอง โทษตัวเอง 

เวลามีอะไรไม่ได้ตามที่หวังก็จะเล่าให้ลูกสาวคนโตฟัง แต่กับคิมไม่ค่อยเล่าให้เขาฟังเพราะอะไร?

ส้มเช้ง : อาจจะอยู่กับหยกตลอด มีอะไรก็โทรหาหยกตลอด หยกจะมีความเป็นผู้ใหญ่ หยกเหมือนเป็นแม่อีกคนของคิมเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้น พี่จะเล่าให้หยกฟัง หยกก็จะไปซัปพอร์ตตัวน้องอีกที เราก็เลยเหมือนสนิทกับหยกมากกว่า แต่รักลูกเท่ากัน คิดว่าหยกมีความเป็นผู้ใหญ่ รับเรื่องของเราได้ ไม่อยากให้เล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกรับรู้แล้วไม่สบายใจ

พอคิมรู้ว่าแม่ไม่ค่อยสบายใจ เศร้าแค่ไหน?

คิม : เศร้าค่ะ หนูกลายเป็นคนใช้ชีวิตปกติอยู่คนเดียว ไม่ได้รับรู้เรื่องเครียดๆ ของที่บ้านเลย (ร้องไห้) ถ้าหนูรู้ หนูอาจใช้ชีวิตระวังกว่านี้ ไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้ค่ะ พี่หยกจะมีความสุขยังไม่กล้ามีเลย แต่หนูมีความสุขทุกวัน (ร้องไห้) 

หลังจากนี้คุณแม่สามารถเล่าให้คิมฟังได้มั้ย?

คิม : ได้ค่ะ แม่บอกหนูได้นะ หนูไม่ชอบมารู้ทีหลังแบบนี้เลย หนูห่วงแม่ค่ะ ตอนที่รู้เรื่องก็ช็อก แม่กับพี่หยกนั่งร้องไห้ หนูแบบ เกิดอะไรขึ้น หนูไม่เคยรู้ดีเทลขนาดนั้นเลย แต่ตอนนี้แค่รู้สึกว่าทุกอย่างมีทางออกหมดแล้วค่ะ เหลือแค่แม่มูฟออน ใช้ชีวิตให้มีความสุขแล้ว แม่ไม่จมปลัก

ส้มเช้ง : แค่ความรู้สึกเท่านั้นเอง 

ร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนจะมาดี เกิดอะไรขึ้น?

ส้มเช้ง : ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าเศรษฐกิจไม่ดี โน่นนี่นั่น ร้านใหญ่เกินไป ลูกน้องเยอะเกินไป แบกภาระไว้เยอะเกินไป จนเกินกว่าเราจะแบกได้ ตอนนั้นเรามีทุนอยู่สบายๆ เราซัปพอร์ตวันละหมื่นสองหมื่นเราไม่สนใจเลย อยากให้ลูกน้องอยู่ แต่พอมันร่วงทุกอย่างสะสม ยิ่งอีกธุรกิจนึงที่เราไปลงแล้วมันสะดุด มาคิดต่อเดือนเราจ่ายหลายแสนมาก ที่เราต้องจ่ายแบบนี้ เป็นโดมิโน่เลย

ร้านก๋วยเตี๋ยวขาดทุนประมาณไหน?

ส้มเช้ง :   เอาชัดๆ เลยมากกว่า 3 เดือนเข้าเนื้อตลอด 6 หลัก เยอะเลย 

รวมตัวเลขในการทำธุรกิจที่ไม่สำเร็จไป สักเท่าไหร่?

ส้มเช้ง : 16 ล้าน ทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวและอีกธุรกิจ 

มันผิดพลาดตรงไหน?

ส้มเช้ง : อีกธุรกิจนึง เราเชื่อใจคนมากเกินไป

โดนโกง?

ส้มเช้ง : ประมาณนั้น เป็นเรื่องการลงทุน 

ก็เลยกระทบกับร้านก๋วยเตี๋ยว ตอนมาโปรโมตร้านก๋วยเตี๋ยวกับน้องหยก ตอนนั้นขายดีมาก?

ส้มเช้ง : ขายดีมาก อันดับหนึ่งคนที่ไป ต้องกินไส้ทอด เป็นสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้านเลย ถ้าปีนี้ 30 คณเกิดมาไม่เคยกินไส้ทอดรสชาติแบบนี้เลย ยอดขายดีมากๆ เลย 

มาไลฟ์สดในติ๊กต๊อก อยากได้งานทำ ติดขัดเรื่องการเงิน ตอนนี้ติดขัดขนาดไหน?

ส้มเช้ง : ต้องบอกว่าเงินที่เก็บไว้เป็นทุนทำธุรกิจ มันละลายหมดเลย มันไม่เหลือเลย พอเราจะเริ่มต้นใหม่ ก็ไม่ใช่กับการที่เราจะไปหยิบในก้อนของลูก ที่เราแบ่งไว้ จะเอามาลงกับตรงนี้มันก็ไม่ใช่แล้ว ก็อยากยืนด้วยตัวเอง ทำด้วยตัวเอง เราต้องหาทุนด้วยตัวเอง ก็เลยบอกว่าใครเห็นศักยภาพของส้ม ไปไลฟ์สดได้ รีวิวได้ ทำอะไรได้ ที่คุณมองเห็น สามารถทักมาได้เลย ตอนนี้อยากได้ทุนหนึ่งก้อน เพื่อลุยต่อ พี่ก็ไม่รู้จะลุยต่อเรื่องอะไร แต่เป็นที่ร้านแน่นอน แต่จะเป็นรูปแบบไหนยังไม่รู้ แต่ในใจพี่ที่คิดไว้ พี่จะไม่ทำเล็กๆ ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 55 บาทแล้ว 

ไลฟ์สดวันก่อน น้ำตาแตก มีคนเข้ามาให้กำลังใจเยอะ?

ส้มเช้ง : ใช่ พี่ค่อนข้างเซนซิทีฟ วันที่เรารู้สึกว่ามันแย่ แล้วมีคนมาซัปพอร์ต แค่อ่านว่าพี่ส้ม พี่เป็นคนเก่งนะ พี่ต้องลุกขึ้นมายืนได้แน่นอน ให้กำลังใจพี่ คอมเมนต์ที่อ่านแล้วซึ้งใจ ก็เก็บความรู้สึกปีติดีใจไม่อยู่

แต่มีบางคอมเมนต์ บอกว่าพี่ส้มหาเงินเอาเงินไปทำหน้า ทำไมไม่ไปขอพี่เท่งบ้าง พี่เท่งก็รวย อยากตอบอะไรกับคอมเมนต์พวกนี้?

ส้มเช้ง : ถามว่าคิดได้ไง ส้มตกงานนะคะ มาขอรีวิวนะคะ ถ้าเห็นศักยภาพของส้มก็ติดต่อมาได้ ส้มจะเอาเงินไปทำหน้าค่ะ มันใช่เหรอ คิดได้ยังไง คุณเมนต์มาอย่างนี้ก็ทำให้คนอื่นเขารู้ว่าคุณไม่ได้รู้จักเราจริง หน้าเราทำมา 9 ปีแล้วค่ะทุกคน แล้วที่ไปเกาหลี ไม่ได้ไปทำหน้า ไปเอเจนซี่ส่งลูกค้าศัลยกรรมที่เกาหลีด้วย อีกหนึ่งการงานที่เราทำอยู่ค่ะ 

 อีกคอมเมนต์ที่บอกทำไมไม่ไปขอพี่เท่ง?

ส้มเช้ง : เพื่อ! เงินเขา เป็นพี่น้องกันก็จริง ให้เขารวยขนาดไหน มองย้อนกลับไป ตั้งแต่เกิดมา พี่เท่งเป็นพี่ชาย เจอเท่งถามเท่งนะคะ แม้แต่สลึงเดียวไม่เคยขอเงินเท่ง เท่งอยู่บริษัทดัง เป็นเท่งเถิดเทิงดังแล้ว พี่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกสองคนอยู่บ้านเช่า ยังหาเช้ากินค่ำ ทำกับข้าวขาย หุงข้าวขาย พี่ลำบากมาก แต่ไม่เคยแบมือขอเงินเท่งแม้แต่บาทเดียว พี่คิดว่าถ้าพี่จะทำ พี่ทำด้วยตัวเอง พี่จะมีความภาคภูมิใจมากกว่า 

สูญเงินไป 16 ล้าน ทำให้เราเหมือนตกตะกอนชีวิต ได้ทำสิ่งนึงออกมา สิ่งนั้นคือ? 

ส้มเช้ง :   พี่ทำเพลงนึงออกมาค่ะ เพลงชื่อว่าตะวันตกดิน คนเราเกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีอะไรแน่นอน ตะวันอยู่สูงเสียดฟ้า ถึงเวลายังตกดิน 

จะได้ฟังเมื่อไหร่?

ส้มเช้ง : วันอังคารนี้ค่ะ ไปฟังที่ยูทูปได้เลย ทำไว้ประมาณครึ่งปีได้แล้ว ยังหาจังหวะออกไม่ได้ พอถึงจังหวะนี้มันสะท้อนตัวเอง มันใช่เลย ก็ขอออกช่วงนี้แหละค่ะ พ่อแหวง เป็นคนแต่งค่ะ เพลงนี้ความหมายดีมากๆ สุดจริงๆ พอได้ฟังที่พ่อเขาร้องแล้วบอกว่าพ่อ หนูอยากได้เพลงนี้เลย มันดีมากๆ ก็เลยทำ 

คิมฟังเพลงเต็มๆ หรือยัง?

คิม : ลองฟังแล้วค่ะ เป็นเพลงปลุกใจ ให้กำลังใจ มีดนตรีไทยสไตล์แม่ค่ะ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เส้นทางชีวิต สังข์ ดอกสะเดา วัย 63 ปี อดีตดาวตลกแถวหน้า สู่วิถีบั้นปลายอันสมถะ

เส้นทางชีวิต สังข์ ดอกสะเดา วัย 63 ปี อดีตดาวตลกแถวหน้า สู่วิถีบั้นปลายอันสมถะ

เส้นทางชีวิต สังข์ ดอกสะเดา วัย 63 ปี อดีตดาวตลกแถวหน้า สู่วิถีบั้นปลายอันสมถะ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.30 น.

เปิดประวัติและเส้นทางชีวิต “สังข์ ดอกสะเดา” สังข์ ดอกสะเดา อายุ 63 ปี  (เกิดปี พ.ศ. 2506 – เสียชีวิต 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) เป็นหนึ่งในศิลปินตลกสู้ชีวิตผู้สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน

สังข์ เป็นลุ่มน้ำมูลตัวจริงโดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ.2506 ณ บ้านนิคม 6 ตำบลห้วยใต้ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่ออายุได้เพียง 4 ขวบ ครอบครัวได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านตาปาง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝั่งบิดา ในตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จากนั้นได้ย้ายมาเรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาที่บ้านเกิดของมารดา ณ บ้านหนองบัวบัลลังก์ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ จนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนจะเข้าสู่การสู้ชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง

ในฐานะคนในวงการบันเทิง สังข์ ได้ร่วมสร้างเสียงหัวเราะภายใต้คณะตลกชื่อดัง และมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับคนในวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เด๋อ ดอกสะเดา และ แดนนี่ ศรีภิญโญ

ชีวิตในวงการของสังข์เต็มไปด้วยมิตรภาพรอบด้าน เขาไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพ แต่ยังเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับ แดนนี่ ศรีภิญโญ โดยปลูกบ้านอยู่ติดกับบ่อน้ำของแดนนี่ และพึ่งพาอาศัยใช้น้ำในบ่อน้ำร่วมกันในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ สังข์ยังเป็นธุระช่วยดูแลที่ดินให้กับทั้งแดนนี่และเด๋อ ดอกสะเดา ควบคู่กันไปด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์

หลังจากโลดแล่นสร้างความสุขในเมืองกรุงมานาน ปัจจุบันสังข์ได้เลือกใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบและเรียบง่ายกับครอบครัวที่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

เขาเลือกวิถีชีวิตตามธรรมชาติในชนบท หากินตามวิถีพื้นบ้าน เน้นการรับประทานปลาน้ำจืด น้ำพริกป่นปลา และเก็บผักริมรั้วปลอดสารพิษเป็นอาหารหลัก ซึ่งเป็นภาพจำของความสมถะและรักในธรรมชาติของเขา

ในช่วงปลายเดือนเมษายน พ.ศ.2569 สังข์เริ่มมีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ ปอดไม่ค่อยดี มีอาการเหนื่อยหอบอย่างหนักจนต้องพ่นยาตลอดทั้งวันทั้งคืน และจำเป็นต้องให้ออกซิเจนประคองอาการตลอด 24 ชั่วโมง จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ไม่นาน ในช่วงประมาณวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2569 อาการของเขาได้ทรุดลงอีกครั้งจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งผลเอกซเรย์พบว่าเขาป่วยเป็น “มะเร็ง”

ตลอดระยะเวลาที่รักษาตัว ลูกๆ ได้คอยเฝ้าดูแลอาการของผู้อย่างใกล้ชิดด้วยความรัก จนกระทั่งในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.44 น. ลูกชายได้แจ้งข่าวเศร้าว่า “สังข์ ดอกสะเดา” ได้จากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงผลงาน รอยยิ้ม และความทรงจำอันงดงามในใจของครอบครัว เพื่อนพ้องในวงการตลก และแฟนแฟนตลอดไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : คุณสังข์ ดอกสะเดา

วงการตลกเศร้า! สังข์ ดอกสะเดา จากไปอย่างสงบ ลูกชายเผยขอไม่ยื้อให้พ่อทรมาน

วงการตลกเศร้า! สังข์ ดอกสะเดา จากไปอย่างสงบ ลูกชายเผยขอไม่ยื้อให้พ่อทรมาน

วงการตลกเศร้า! สังข์ ดอกสะเดา จากไปอย่างสงบ ลูกชายเผยขอไม่ยื้อให้พ่อทรมาน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.23 น.

นักแสดงตลกชื่อดัง “สังข์ ดอกสะเดา” ได้จากไปอย่างสงบแล้ว ลูกชายโพสต์บีบหัวใจขอไม่ยื้อพ่อให้ทรมาน

18 พ.ค.69 ล่าสุด ลูกชายของ “สังข์ ดอกสะเดา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อแจ้งข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่นี้ ระบุข้อความสุดซึ้งและบีบหัวใจว่า “ตอนนี้ พ่อเสียชีวิตแล้วนะครับ จากไปอย่างสงบ พ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ จะทำตามทุกอย่างที่เคยคุยกันไว้ จะดูแลแม่อย่างดี”

นอกจากนี้ ก่อนที่ตลกชื่อดังจะเสียชีวิต ทางลูกชายยังได้มีการอัปเดตอาการป่วยและรายละเอียดการรักษาของคุณพ่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัวในการตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยระบุว่า แพทย์แจ้งว่าคุณพ่อมีอาการออกซิเจนในเลือดต่ำเหลือเพียง 87% มีไข้ขึ้นสูง และความดันต่ำ ซึ่งการเข้าช่วยเหลือในนาทีวิกฤตมีความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปั๊มหัวใจที่อาจทำให้ซี่โครงหักหรือเกิดอาการเลือดออก

ซึ่งผลลัพธ์ของการยื้อชีวิตมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน คือ หากปั๊มหัวใจขึ้นมาได้ก็อาจต้องอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทา หรือหากปั๊มไม่ขึ้นคุณพ่อก็จากไปอยู่ดี ทั้งนี้ ทางครอบครัวและญาติๆ ได้ปรึกษาหารือกันอย่างถี่ถ้วนแล้ว โดยเห็นพ้องว่าให้ทีมแพทย์ช่วยอย่างสุดความสามารถ แต่หากสุดกำลังแล้วคุณพ่อไม่ไหว ก็ขออย่ายื้อไว้ให้ทรมาน เพราะไม่อยากให้คุณพ่อต้องเหนื่อยอีกต่อไป

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีเหล่าคนบันเทิง เพื่อนพ้องในวงการตลก รวมถึงแฟนคลับจำนวนมาก เข้ามาร่วมแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของ “สังข์ ดอกสะเดา” ต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและสร้างรอยยิ้มให้คนไทยมาอย่างยาวนาน

แนวหน้าออนไลน์ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้

ฮอตทะลุเฟรม! ใหม่ ดาวิกา เสิร์ฟลุควันเกิด 34 ปี เซ็กซี่ไฟลุก

ฮอตทะลุเฟรม! ใหม่ ดาวิกา เสิร์ฟลุควันเกิด 34 ปี เซ็กซี่ไฟลุก

ฮอตทะลุเฟรม! ใหม่ ดาวิกา เสิร์ฟลุควันเกิด 34 ปี เซ็กซี่ไฟลุก

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.

แซ่บขึ้นทุกปีจริงๆ สำหรับซุปตาร์สาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ที่ล่าสุดออกมาเสิร์ฟลุคฉลองวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 34 ปี แบบจัดเต็มความเซ็กซี่ จนแฟนๆ พากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์สนั่นโซเชียล

       โดยปีนี้ “ใหม่ ดาวิกา” มาในลุคเรียบแต่เผ็ดเกินต้าน กับเสื้อซีทรูสีขาวติดเลข 34 สีแดง แมตช์กับกางเกงในสีแดงตัวจิ๋ว เผยความสวยเซ็กซี่แบบมีคลาส จนแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างพากันเข้ามาอวยพรวันเกิด พร้อมชื่นชมความสวยออร่าของสาวใหม่ที่อายุเพิ่มขึ้น แต่ความหน้าเด็กและหุ่นเป๊ะยังเหมือนสาววัย 20 ต้นๆ

ขอบคุณภาพจาก : @davikah

สละโสดแล้ว! มินนี่-ไฮโซกี้ เข้าพิธีวิวาห์ หลังคบหาดูใจกว่า 3 ปี

สละโสดแล้ว! มินนี่-ไฮโซกี้ เข้าพิธีวิวาห์ หลังคบหาดูใจกว่า 3 ปี

สละโสดแล้ว! มินนี่-ไฮโซกี้ เข้าพิธีวิวาห์ หลังคบหาดูใจกว่า 3 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.24 น.

17 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น สำหรับคู่ของ “ไฮโซกี้ สราวุธ เสรีธรณกุล” ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งอาณาจักรสารให้ความหวาน และเจ้าของแบรนด์รังนกชื่อดัง กับนางเอกสาว “มินนี่ ภัณฑิรา” ที่ล่าสุดได้จูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ หลังทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานกว่า 3 ปี

       บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและโรแมนติก ท่ามกลางครอบครัว คนสนิท รวมถึงแขกในวงการบันเทิงที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาวกันอย่างคับคั่ง

หลังภาพบรรยากาศงานแต่งถูกเผยแพร่ออกไป แฟนๆ และเพื่อนในวงการต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดีให้กับทั้งคู่จำนวนมาก พร้อมชื่นชมความสวยหล่อของบ่าวสาวที่ดูออร่าจับทั้งงาน

ส่องลุค ณิชา ณัฏฐณิชา สวยสง่าระดับอินเตอร์บนพรมแดงคานส์

ส่องลุค ณิชา ณัฏฐณิชา สวยสง่าระดับอินเตอร์บนพรมแดงคานส์

ส่องลุค ณิชา ณัฏฐณิชา สวยสง่าระดับอินเตอร์บนพรมแดงคานส์

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.56 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งลุคที่สร้างเสียงฮือฮาบนพรมแดงระดับโลก สำหรับนางเอกสาว “ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์” ที่ปรากฏตัวอย่างสง่างามในฐานะ L’Oréal Paris Brand Ambassador บนพรมแดง เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 79 หรือ Cannes Film Festival 2026 เมื่อค่ำคืนวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

งานนี้ ณิชามาในลุคสุดเรียบหรูแต่ทรงพลัง กับชุดเดรสสีขาวผ่าสูงสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์ BENT KAHINA ที่โดดเด่นด้วยซิลลูเอตต์เข้ารูปและดีเทลคัตเอาต์ช่วงเอว เผยความสง่างามในสไตล์โมเดิร์นมินิมัล ผสมกลิ่นอายอาวองต์การ์ดอย่างลงตัว

โดยแบรนด์ BENT KAHINA ก่อตั้งโดย Chaima Mennana และ Jora Frantzis ซึ่งมีแนวคิดในการผสานโลกอนาคตเข้ากับรากวัฒนธรรมแอฟริกาเหนือ พร้อมสะท้อนพลังและอิสรภาพของผู้หญิงผ่านงานดีไซน์ ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ลุคของณิชาในปีนี้ที่ใช้ชื่อว่า “Sculpted Silent” เน้นการใช้สรีระและรูปร่างของผู้หญิงเพื่อถ่ายทอดพลังแห่งความสง่างามและความมั่นใจ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของลุคนี้คือเครื่องประดับ High Jewelry จาก Cartier คอลเลกชัน Sixième Sens Par Cartier ที่ช่วยเติมเต็มความหรูหราได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสร้อยคอระย้าและต่างหูที่รังสรรค์จากไวท์โกลด์ มรกต คริสตัลธรรมชาติ ออนิกซ์ และเพชร เสริมให้ลุคของณิชาดูสวยสตรองและทรงพลังยิ่งขึ้น

ขอบคุณภาพจาก : @nychaa

มีน น้องสาว มายด์ ลภัสลัล ขอโทษแล้ว! รับกดไลก์เพราะซัพพอร์ตพี่สาว

มีน น้องสาว มายด์ ลภัสลัล ขอโทษแล้ว! รับกดไลก์เพราะซัพพอร์ตพี่สาว

มีน น้องสาว มายด์ ลภัสลัล ขอโทษแล้ว! รับกดไลก์เพราะซัพพอร์ตพี่สาว

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.21 น.

17 พฤษภาคม 2569 ดราม่ามหากาพย์ระหว่าง “ทราย สก๊อต” และ “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” ยังคงถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้ “มายด์ ลภัสลัล” ภรรยาของพาย ออกมาโพสต์ขอโทษ ยอมรับว่าแสดงออกและเข้าใจสถานการณ์คลาดเคลื่อน จนส่งผลกระทบต่อผู้อื่น พร้อมเผยว่าไม่เคยได้ยินคลิปเสียงมาก่อนตลอดระยะเวลาที่คบกัน และรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทรายต้องเผชิญ รวมถึงตัดสินใจขอถอยห่างจากสามีเพื่อทบทวนตัวเองและดูแลสภาพจิตใจ

       ล่าสุด “มีน วิชญาพร” น้องสาวแท้ๆ ของมายด์ ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลระบุว่า “สวัสดีค่ะ มีนนะคะ มีนรู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาก รวมถึงเป็นห่วงพี่สาวของมีนด้วย ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย มีนรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณทรายและครอบครัว และมีนขอโทษที่ทำให้ทุก ๆ คนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ด้วยค่ะ

       สิ่งที่มีนทำไปทั้งหมด ทั้งการกดไลค์และคอมเมนต์ให้กำลังใจ เป็นเพราะมีนรักและซัพพอร์ตพี่สาวคนเดียวในชีวิตของมีนเหมือนที่มีนทำมาตลอด และมีนเสียใจมาก ๆ ที่ความรักและสัญชาตญาณในการซัพพอร์ตพี่สาวของมีนในครั้งนี้ กลับกลายเป็นสร้างผลกระทบกับทุก ๆ คนในวงกว้าง มีนขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวังค่ะ

       ขอโทษทุกคนอีกครั้งที่ทำให้เดือดร้อนกับเรื่องนี้นะคะ และต่อไปมีนจะทบทวนเรื่องราวต่อจากนี้อย่างมีสติและรอบคอบ นึกถึงจิตใจ และตระหนักถึงผลลัพธ์ของการกระทำให้มากกว่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

เซ่นพิษดราม่า! ช่อง KARNFOEI ประกาศพักงาน กาน ปมด่าชาวเน็ตดราม่ากดไลก์ มายด์

เซ่นพิษดราม่า! ช่อง KARNFOEI ประกาศพักงาน กาน ปมด่าชาวเน็ตดราม่ากดไลก์ มายด์

เซ่นพิษดราม่า! ช่อง KARNFOEI ประกาศพักงาน กาน ปมด่าชาวเน็ตดราม่ากดไลก์ มายด์

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.09 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ลุกลามต่อเนื่องในโลกออนไลน์ สำหรับดราม่าที่เชื่อมโยงกับกรณีของ “ทราย สก๊อต” และ “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” หลังมีคนดังหลายรายถูกจับตาเรื่องการเข้าไปกดไลก์ใต้โพสต์ของ “มายด์ ลภัสลัล” ซึ่งเกี่ยวข้องกับคลิปชี้แจงของพาย จนหลายคนต้องออกมาขอโทษ ชี้แจง และทยอยลบคอมเมนต์รวมถึงอันไลก์เพื่อลดกระแสดราม่า

ล่าสุด “กาน ชัชนันท์ ฉันทจินดา” หรือ “กาน KARNFOEI” ยูทูบเบอร์ชื่อดังจากช่อง KARNFOEI ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นสวนกระแสในโซเชียล โดยมองว่าการกดไลก์เป็นเพียงการให้กำลังใจเพื่อนเท่านั้น

โดยข้อความระบุว่า “สิ้นหวังกับประเทศนี้เหลือเกิน ที่เอาเรื่องการกดไลก์มาตรหน้าคน ใครเห็น ต่างก็ต้องออกมาขอโทษในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง กลับกัน เรื่องตัวเองโดนเอาเปรียบกลับเพิกเฉย ขอให้เจริญ สาธุ”

“พวกมึงเหมือนคนไม่มีเพื่อนอ่ะ เลยไม่เข้าใจว่าการให้กำลังใจเพื่อนมันเป็นยังไง เพราะฉะนั้น หยุดประสาทแดx หยุดสร้างสังคมแย่ๆ มองมุมตัวเองบ้าง เลิกตัดสินคนอื่น”

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาวเน็ตจำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าข้อความดังกล่าวมีลักษณะเหยียดและดูถูกคนธรรมดาที่ทำมาหากิน จนกลายเป็นกระแสดราม่าร้อนในโลกออนไลน์ทันที

กระทั่งล่าสุด “เฟย ภัทร” พร้อมทีมงานจากช่อง KARNFOEI ได้ออกมาโพสต์แถลงการณ์ชี้แจง พร้อมประกาศพักงานกาน และลดบทบาทในช่องลงทันที

“จากกระแสข่าวเกี่ยวกับโพสต์บนพื้นที่ส่วนตัวของกาน เฟยและทางบริษัทได้รับทราบเรื่องและขอชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนบุคคลของกาน และไม่ได้สะท้อนถึง ‘ความตั้งใจและเป้าหมาย’ แนวทางหรือคุณค่าที่ทีมงานตั้งใจยึดถือในการทำช่อง”

พวกเราอยากขออภัยทุกท่านจากใจจริง ที่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวังหรือไม่สบายใจ พวกเราในฐานะเพื่อนและเพื่อนร่วมงานที่สร้างช่องนี้มาด้วยกัน เมื่อกานทำพลาดและหลุดออกจากเป้าหมายตรงนี้ไป ทางบริษัทไม่ได้เพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ได้มีการพูดคุย ตักเตือน รวมถึงทบทวนกันอย่างจริงจังแล้ว หลังจากนี้ ทางบริษัทจะมีการเปลี่ยนแปลง และจะมีการพักงานและลดบทบาทของกานในช่องลงทันที

ขอบคุณทุกคำตักเตือน และทุกความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาด้วยความหวังดี พวกเราจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเรียนรู้และปรับปรุงตัวต่อไปครับ และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับโอกาสที่รับฟังพวกเราครับ

เฟย และทีมงาน”

พลิกโฉมการศึกษาอีสานใต้! ชู ‘STEM – Zero Dropout-ODOS’ ปั้นเด็กไทยเป็นพลเมืองโลก

พลิกโฉมการศึกษาอีสานใต้! ชู ‘STEM - Zero Dropout-ODOS’ ปั้นเด็กไทยเป็นพลเมืองโลก

พลิกโฉมการศึกษาอีสานใต้! ชู ‘STEM – Zero Dropout-ODOS’ ปั้นเด็กไทยเป็นพลเมืองโลก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายด้านการศึกษา แก่หน่วยงานและผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนครูและบุคลากร สังกัดเขตตรวจราชการที่ 14 กระทรวงศึกษาธิการ (จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ) ณ หอประชุมโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ ทรัพยากร ตลอดจนวิกฤตพลังงาน ซึ่งเมื่อโลกเปลี่ยน การศึกษาก็ต้องเปลี่ยนตาม และหวังว่าชาวการศึกษาในพื้นที่อีสานใต้ จะปรับตัวเปลี่ยนแปลงก้าวให้ทันโลกด้วยเช่นกัน จึงขอฝากในเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้ตอบโจทย์ความเป็นพลเมืองโลก เท่าทันโลกในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รวมทั้งการศึกษาต้องตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจใหม่ (S Curve) สอดรับกันตั้งแต่ระดับปฐมวัย อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาไปจนถึงอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นระบบที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่เป็นหลัก จึงต้องเน้นการเรียน ‘สะเต็มศึกษา’ STEM เพื่อเตรียมคนของเราเข้าไปสู่ระบบใหม่ให้ได้

“ขอสัญญาว่าจะดำเนินนโยบาย 3 เรื่อง ให้เกิดขึ้นจริงที่นี่ ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา การศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาเอกชน และการศึกษาพิเศษทุกกลุ่ม โดยในเรื่องแรกจะเดินหน้าโครงการ Zero Drop Out เป็นหมุดหมายที่จะช่วยให้เด็กได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาตามความถนัด ต่อมาคือการขยายโครงการ ODOS จะมีการทบทวนให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่อีสานใต้ เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียม การศึกษาจะไม่สะดุดเพราะความยากจน และเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน คือ การคืนเวลาและลดภาระครู ตามโครงการ Work Smart โดยจะรีเซ็ตระบบใหม่ มีการปรับตัวชี้วัดที่ซ้ำซ้อน ให้ครูได้มีเวลาโฟกัสชั้นเรียน ไม่ต้องทำจัดซื้อจัดจ้าง หรือโครงการต่างๆ เว้นแต่เป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า เราจะเปรียบเราเองเป็นช่างตัดเสื้อที่พยายามตัดเสื้อให้พอดีกับพวกท่าน ทั้งในเชิงบริบทของเขตตรวจราชการที่ 14 ในหลายมิติ ทั้งภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม งบประมาณรายหัว และทรัพยากรต่างๆ จะต้องไปให้ถึงทุกคน โดยเฉพาะเด็กพิการและโรงเรียนที่ขาดแคลนมากที่สุด เพื่อไปสู่เป้าหมาย เรียนฟรีมีจริง และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้เพียงคนเดียว

จุฬาฯ เปิดตัว ChulaGLLP หลักสูตรปริญญาโท ผู้นำห้องปฏิบัติการระดับสากลหลักสูตรแรกของโลก

จุฬาฯ เปิดตัว ChulaGLLP หลักสูตรปริญญาโท ผู้นำห้องปฏิบัติการระดับสากลหลักสูตรแรกของโลก

จุฬาฯ เปิดตัว ChulaGLLP หลักสูตรปริญญาโท ผู้นำห้องปฏิบัติการระดับสากลหลักสูตรแรกของโลก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคีองค์กรสุขภาพระดับโลก เปิดตัวหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำห้องปฏิบัติการระดับสากล หรือ Master of Science in Global Laboratory Leadership Program (ChulaGLLP) หลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทที่มุ่งผลิตผู้นำห้องปฏิบัติการสุขภาพยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health ซึ่งเชื่อมโยงสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักสูตร ChulaGLLP พัฒนาโดยความร่วมมือของ 5 ส่วนงานของจุฬาฯ ได้แก่ คณะสหเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. และได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) ผ่านศูนย์ความร่วมมือไทย–สหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข (Thailand MOPH–U.S. CDC Collaboration, TUC) กรมควบคุมโรค ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อบูรณาการศักยภาพของทั้งสององค์กรในการพัฒนาการเรียนการสอน การฝึกอบรม และสมรรถนะของนิสิตและบุคลากรสหวิชาชีพสุขภาพ

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า การเปิดหลักสูตร ChulaGLLP ไม่ใช่เพียงการเปิดหลักสูตรใหม่ แต่เป็น การเปิดแพลตฟอร์มใหม่ในการพัฒนาภาวะผู้นำ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกปัจจุบัน โดยห้องปฏิบัติการมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกัน การตรวจจับ การเฝ้าระวัง การเตรียมพร้อม และการตอบโต้ต่อวิกฤตสุขภาพ และอนาคตของระบบห้องปฏิบัติการขึ้นอยู่กับคุณภาพของภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการ

ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. กล่าวว่า สธ..เชื่อว่าห้องปฏิบัติการคือเสาหลักของระบบสาธารณสุข สนับสนุนการตรวจหาโรค การวินิจฉัย การเฝ้าระวัง ความปลอดภัยทางชีวภาพ การตอบโต้การระบาด การประกันคุณภาพ และการตัดสินใจบนฐานหลักฐาน

นี่คือรูปแบบใหม่ของความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันอุดมศึกษา ที่เชื่อมโยงการฝึกอบรมวิชาชีพ ความก้าวหน้าทางวิชาการ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผศ.ดร.ทนพ.เทวฤทธิ์ สะระชนะ ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯและประธานหลักสูตร ChulaGLLP กล่าวว่า หลักสูตร ChulaGLLP เป็นหลักสูตรนอกเวลาราชการ และหลักสูตรแบบโมดูล รองรับทั้งผู้เรียนในเส้นทางปริญญาและไม่รับปริญญา มีระบบ microcredentials และ credit bank เพื่อให้ผู้เรียนและบุคลากรที่ทำงานแล้วสามารถเลือกเรียน สะสมสมรรถนะ และต่อยอดสู่ปริญญาได้อย่างยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังมีรายวิชาเฉพาะด้าน Artificial Intelligence and Information Technology for Laboratory Leaders เพื่อเตรียมผู้นำห้องปฏิบัติการให้พร้อมต่ออนาคตของบริการห้องปฏิบัติการและการจัดการข้อมูลสุขภาพ

การเปิดตัว ChulaGLLP ครั้งนี้จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและกำลังคนด้านห้องปฏิบัติการสุขภาพของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคีองค์กรสุขภาพระดับโลก เพื่อพัฒนาผู้นำห้องปฏิบัติการที่มีวิสัยทัศน์ มีจริยธรรม ทำงานแบบบูรณาการ และพร้อมขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศและประชาคมโลกอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด One Health