สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

1 มี.ค. 2569 23:22 น.

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

สหรัฐฯ เผย เรือรบของอิหร่านที่ถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ กำลังจมลงสู่ก้นอ่าวโอมาน ขณะยอมรับว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ บาดเจ็บอีกหลายรายระหว่างปฏิบัติการโจมตี

เมื่อ 1 มี.ค. 2569 ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เรือคอร์เวต ชั้นจามารัน (Jamaran-class) ของอิหร่าน ซึ่งถูกกองทัพสหรัฐฯ โจมตีในช่วงเริ่มต้นของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กำลังจมลงสู่ก้นอ่าวโอมานที่ท่าเรือชาบาฮาร์ ทางตอนใต้ของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ ยอมรับด้วยว่า มีทหารอเมริกัน 3 นายเสียชีวิตระหว่างร่วมในปฏิบัติการ “อีปิค ฟิวรี” (Operation Epic Fury) เพื่อต่อต้านอิหร่าน และอีก 5 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส

นอกจากนั้น มีทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดและอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการเพื่อกลับไปปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง CENTCOM ย้ำด้วยว่า ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป และความพยายามในการตอบโต้ของเรายังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ

“สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ครอบครัวของเหล่าทหาร เราจะยังคงไม่เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงอัตลักษณ์ของทหารผู้กล้าที่เสียชีวิตของเรา จนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมงหลังจากที่ได้แจ้งญาติสนิทแล้ว” แถลงการณ์ระบุเสริม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

1 มี.ค. 2569 22:57 น.

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านยืนยันว่า ไม่มีความคิดที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกในขณะนี้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงดุเดือด

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว อัลจาซีรา ว่า ในขณะนี้ประเทศของเขาไม่มีความประสงค์ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และไม่มีแผนการที่จะกระทำการใดๆ ที่จะเป็นการ “ขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าวในระยะนี้”

คำพูดของนายอารักชีเกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลกับสหรัฐฯ กำลังโจมตีเข้าใส่อิหร่านอย่างดุเดือด ในขณะที่เตหะรานก็ยิงมิสไซล์และโดรนเข้าใส่ประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ เพื่อเป็นการตอบโต้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่านายอารักชีจะมีการยืนยันดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่จากภารกิจกองทัพเรือของสหภาพยุโรป (Aspides) ระบุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เรือต่าง ๆ ได้รับการส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ VHF จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน โดยระบุว่า “ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อมโยงผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้ากับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ

เจ้าหน้าที่ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ กล่าวว่า ทางการอิหร่านยังไม่ได้ยืนยันคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่เตหะรานเคยขู่ว่าจะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือที่แคบนี้มานานหลายปี เพื่อเป็นการตอบโต้หากมีการโจมตีสาธารณรัฐอิสลาม ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera , reuters

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก “ไม่เฉียดเลย”

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก "ไม่เฉียดเลย"

1 มี.ค. 2569 21:52 น.

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก “ไม่เฉียดเลย”

กองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์อ้างว่า พวกเขายิงขีปนาวุธเข้าโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ยืนยันว่า มิสไซล์ของอิหร่านไม่ได้เฉียดใกล้เรือเลย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 2569 กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขายิงขีปนาวุธ 4 ลูกโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ของสหรัฐฯ ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งมายังตะวันออกกลางเพื่อกดดันอิหร่าน

แต่ต่อมา ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงการณ์ว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ไม่ได้ถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีตามที่มีการกล่าวอ้าง

“ขีปนาวุธที่ถูกยิงออกมานั้นไม่ได้เฉียดใกล้เป้าหมายเลยแม้แต่น้อย” CENTCOM ระบุ พร้อมเสริมว่าเรืออับราฮัม ลินคอล์น ยังคงเดินหน้าปล่อยเครื่องบินขับไล่เพื่อสนับสนุน “ภารกิจอันไม่ลดละในการปกป้องชาวอเมริกัน ด้วยการกำจัดภัยคุกคามจากระบอบการปกครองของอิหร่าน”

ทั้งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วอชิงตันกับเตหะรานกำลังเดินหน้าเจรจาเพื่อหาทางยุติข้อพิพาทเรื่องโครงการนิวเคลียร์

โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันอิหร่านให้ยอมทำข้อตกลง ด้วยการเสริมกำลังทางทหารอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้กับอิหร่านและในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรอบ รวมถึงการส่งเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ไปยังภูมิภาคดังกล่าว

นอกจากนั้น ยังมีการส่ง เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น พร้อมด้วยเรือพิฆาตกับเรือรบประเภทต่างๆ และฝูงเครื่องบินขับไล่เข้าไปสมทบอีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

1 มี.ค. 2569 21:25 น.

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

ทางการคูเวตเผย อิหร่านยิงมิสไซล์เข้าใส่ประเทศของพวกเขากว่า 100 ลูก และมีโดรนอีกมากกว่า 280 ลำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

เมื่อ 1 มี.ค. 2569 กระทรวงสาธารณสุขของคูเวตเปิดเผยว่า การโจมตีของอิหร่านที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีก 32 ราย โดยผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด

ดร.อับดุลเลาะห์ อัล-ซานาด โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลในบริเวณต่างๆ เช่น หน้าอก ศีรษะ และช่องท้อง รวมถึงส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยมี 15 รายในจำนวนนี้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจาเบอร์ อัล-อาหมัด

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของคูเวตระบุว่า กองทัพอากาศสามารถสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธของอิหร่านได้ 97 ลูก และทำลายโดรนอีก 283 ลำ นับตั้งแต่อิหร่านเริ่มเปิดฉากโจมตี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

1 มี.ค. 2569 21:03 น.

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

(อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี)

อิหร่านจัดตั้ง สภาผู้นำบริหารประเทศชั่วคราว หลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 มี.ค. 2569 ว่า รัฐบาลอิหร่านประกาศจัดตั้ง “สภาผู้นำ” เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศชั่วคราว หลัง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของพวกเขา ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของอิหร่านระบุว่า หากผู้นำสูงสุดไม่ได้อยู่ในอำนาจอีกต่อไป ให้จัดตั้งสภาผู้นำชั่วคราวซึ่งประกอบด้วย ประธานาธิบดี, หัวหน้าฝ่ายตุลาการ และ นักบวชระดับสูง จาก “สภาอารักษ์” (Guardian Council) เพื่อรับผิดชอบหน้าที่แทน จนกว่าสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) จำนวน 88 คน จะเลือกผู้นำคนใหม่

สภาผู้นำชุดนี้ประกอบด้วย อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี รองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ, มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และ โกลัม-ฮอสเซน โมห์เซนี-เอเจอี หัวหน้าฝ่ายตุลาการ

ทั้งนี้ อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี เป็นนักบวชผู้ทรงอิทธิพลที่มีผลงานในหน่วยงานรัฐบาลมาอย่างยาวนาน และยังเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจจากคาเมเนอี ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ และเป็นสมาชิกของสภาอารักษ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งและพิจารณากฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

1 มี.ค. 2569 18:09 น.

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

สื่ออิสราเอลรายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรวม 30 ราย รวมถึงผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ภายในครึ่งนาทีแรกของการโจมตีระลอกแรกที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

สถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอล ระบุว่า การสังหารผู็นำสุงสุดของอิหร่านเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงครึ่งนาที ในปฏิบัติการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ขณะที่เว็บไซต์ N12 รายงานว่า ฝ่ายการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอลย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น และอาจดำเนินต่อเนื่องอีกหลายวัน

สื่ออิสราเอลหลายแห่งยังเน้นย้ำถึงการวางแผนอย่างละเอียด และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพอิสราเอลกับสหรัฐฯ รวมถึงความแม่นยำด้านข่าวกรองที่ใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง โยอาฟ ลีมอร์ จากหนังสือพิมพ์ อิสราเอล ฮายอม เตือนว่า อาจเกิดความเห็นต่างระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลในระยะต่อไป โดยชี้ว่าอิสราเอลพร้อมทำสงครามยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีความอดทนในระดับเดียวกันหรือไม่

ด้านนักข่าวอาวุโส นาฮุม บาร์เนีย จาก Yedioth Ahronoth ให้ความเห็นว่า สำหรับสหรัฐฯ นี่อาจเป็นสงครามที่เลือกได้ แต่สำหรับอิสราเอลนี่คือ สงครามที่จำเป็น เพราะถึงแม้ทรัมป์จะแสดงการสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ในขณะนี้ แต่ก็มีคำเตือนว่า กระแสความคิดเห็นของประชาชนสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากสงครามยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

อิหร่านเริ่ม “กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ” วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

อิหร่านเริ่ม "กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ" วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

1 มี.ค. 2569 16:25 น.

อิหร่านเริ่ม “กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ” วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

หัวหน้าสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่านให้สัมภาษณ์สื่อของรัฐ ระบุกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจหลังการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน

อาลี ลาริจานี หัวหน้าสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน ระบุกับสื่อของรัฐในระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางทีวีว่า ในขั้นต้นจะมีการจัดตั้ง คณะผู้นำชั่วคราว ขึ้นมาบริหารราชการแทน โดยบุคคลระดับสูงของประเทศ เช่น ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน อิหร่าน หัวหน้าศาลยุติธรรม และตัวแทนจากสภาผู้พิทักษ์ จะเข้ารับหน้าที่ดูแลบริหารไปก่อนจนกว่าจะมีการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ 

ในขณะเดียวกัน ลาริจานียังเตือนถึง ความพยายามในการแบ่งแยกประเทศ หลังเหตุการณ์คาเมเนอีเสียชีวิต โดยเน้นย้ำว่าช่วงเวลานี้อิหร่านต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว และไม่ยอมให้มือภายนอกมารังแกหรือสร้างความแตกแยกภายในประเทศ 

คำประกาศของลาริจานีมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระดับภูมิภาค หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่ทำให้คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเสียชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อทั้งการเมืองภายในอิหร่านและเสถียรภาพความมั่นคงในตะวันออกกลางโดยรวม.

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

1 มี.ค. 2569 15:54 น.

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านประกาศชัด “ไม่อนุญาตให้เรือรบสหรัฐฯ เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย” ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดหนัก

โมห์เซน เรซาอี อดีตผู้บัญชาการระดับสูงของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน และปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะไม่มีเรือรบของสหรัฐฯ ลำใดได้รับอนุญาตให้เข้าสู่อ่าวเปอร์เซียโดยเด็ดขาด 

โดยคำประกาศดังกล่าวเผยแพร่ผ่านโพสต์บนเทเลแกรมของ Fars News Agency ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือสหรัฐได้ระดมกำลังทางทะเลจำนวนมากในภูมิภาค โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกกำลังดังกล่าวว่าเป็นกองเรือรบขนาดใหญ่ ก่อนการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในช่วงก่อนการโจมตี มีรายงานว่าเรือรบบางส่วนของสหรัฐประจำการอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่บางลำอยู่ในทะเลอาหรับ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่แน่นอนของกองเรือสหรัฐในวันอาทิตย์ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

ด้านหน่วยบัญชาการทหารสหรัฐภาคกลาง ได้เผยแพร่วิดีโอตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตี แสดงภาพเรือรบสหรัฐยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เข้าใส่เป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงภาพเครื่องบินขับไล่ทะยานขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน

ท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่านครั้งนี้ สะท้อนความเสี่ยงที่อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อาจกลายเป็นจุดปะทะโดยตรงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความมั่นคงทั่วโลก.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

1 มี.ค. 2569 15:46 น.

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ชาวปากีสถานบุกพื้นที่ทางเข้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ  ในนครการาจี เกิดการปะทะกับตำรวจ เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ประท้วงปมสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านที่มีรายงานว่า คร่าชีวิตผู้นำสูงสุด “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” 

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เกิดเหตุชุมนุมรุนแรงบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯในนครการาจี ประเทศปากีสถาน หลังมีข่าวสหรัฐฯ และ อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่า ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต

ผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันด้านนอกสถานกงสุลก่อนจะบุกเข้าไปยังพื้นที่ทางเข้าอาคาร พร้อมตะโกนประณามการโจมตีและเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลในพื้นที่เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ จากการปะทะกับตำรวจ และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังควบคุมฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุม

อย่างไรก็ตาม ทางการปากีสถานยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยรอบสถานกงสุลสหรัฐฯ ถูกยกระดับสูงสุด ท่ามกลางความกังวลว่า การประท้วงอาจขยายวงกว้างในหลายเมือง.

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

1 มี.ค. 2569 15:45 น.

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป กระทบการส่งออกน้ำมันและสินค้าไทย พร้อมเตรียมรับมือ สงครามไร้รูปแบบ กระทบความมั่นคงทั่วโลก

การโจมตีของอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการของอิสราเอล ที่ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.69) ทำให้ตอนนี้ทั่วโลกต่างจับตาผลกระทบ โดยเฉพาะสงครามไร้รูปแบบที่จะกระทบไปยังเครือข่ายของชาติมหาอำนาจ แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็ต้องจับตา การปิด 2 ช่องคือ ช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งน้ำมันและสินค้าไปยังยุโรป ซึ่งจะมีผลต่อสินค้าส่งออกของไทย

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การที่ผู้นำอิหร่านเสียชีวิตไปยิ่งสร้างความขับแค้นให้กับประชาชนอิหร่าน และเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้คนที่นับถือศาสนาชีอะฮ์ ในตะวันออกกลางเข้ามาร่วมกับการต่อต้านสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

นั่นหมายความว่า สงครามที่ไม่เป็นรูปแบบและไม่เป็นทางการกำลังจะเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการก่อเหตุต่างๆ จะมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอลทั่วโลก

แต่ที่น่าสนใจคือ การปิด 2 ช่องแคบ ที่เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ ที่จะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับการกดดันของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกทางมหาสมุทรทางเดียวของบริเวณส่วนใหญ่ของประเทศที่ส่งปิโตรเลียมออกในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังยุโรป

โดยตอนนี้อิหร่านมีการสั่งการไม่ให้ เรือขนส่งน้ำมันต่างๆ ข้ามไปได้ แม้ตอนนี้ยังไม่มีประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าอีกไม่นานจะถูกปิดลง และหลังจากนี้จะมีการปะทะระหว่างกลุ่มคนที่ต้องการเปิดช่องแคบนี้กับกลุ่มอิหร่าน ที่ไม่ต้องการเปิดช่องแคบ ซึ่งจะกลายเป็นอีกสมรภูมิสำคัญในการโจมตี

ซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ มีผลกระทบคือ การขนส่งน้ำมันมาจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของน้ำมันที่จำหน่ายทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น และอาจเกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด แต่ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นช่องแคบสำคัญ และไม่เคยถูกปิดมาก่อน ยกเว้นในช่วงสั้นๆ ในสงครามอิรัก ซึ่งสงครามในรอบนี้อาจเป็นครั้งแรกที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในระยะยาว

ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ อีกเส้นเลือดสำคัญการขนส่งไปยุโรป

นอกจากนี้ ยังมีช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นจุดที่สำคัญ ซึ่งกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านดูแลอยู่ โดยกลุ่มนี้ประกาศออกมาแล้วว่าจะร่วมกับอิหร่านในการต่อต้านสหรัฐและอิสราเอล โดยช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เป็นเส้นทางสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังคลองสุเอซ เข้าไปพื้นที่ยุโรป ถือเป็นช่องทางสำคัญในด้านการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป

ดังนั้นถ้าอิหร่านและกลุ่มสนับสนุนอิหร่าน ดำเนินการปิดทั้งสองช่องแคบ จะมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า และเศรษฐกิจของโลก ที่ส่งผลมายังประเทศไทย รวมถึงการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย

ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อไทย จะเห็นได้ชัดว่าการที่อิสราเอลและสหรัฐโจมตีอิหร่าน ไม่ได้ต้องการเจรจาเรื่องหัวรบนิวเคลียร์กับอิหร่าน แต่สิ่งที่ต้องการคือ การเข้าไปเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่าน ดังนั้นสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต้องพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่านเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะอิหร่าน ยังมีศักยภาพในการตอบโต้คืน โดยจะเห็นได้จากการโจมตีฐานทัพอเมริกาในพื้นที่ต่างๆ ในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันอิหร่าน ก็ประกาศการยกระดับโจมตีพื้นที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอล ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า นั่นหมายความว่าสงครามขณะนี้จะยืดเยื้อ และมีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ ความมั่นคงทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยที่มีผลประโยชน์อยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแรงงานในอิสราเอล รวมถึงนักธุรกิจที่ลงทุนในตะวันออกกลางและนักเรียนนักศึกษาต่างๆ ที่ไปเรียนอาจจะมีผลกระทบในระยะยาว ดังนั้นทางการไทยควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงการมองหาแหล่งน้ำมันอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง และต้องเฝ้าระวังในเรื่องความมั่นคง