อิหร่านเตือนชาว UAE รอบใหม่ “อยู่ให้ห่างจากท่าเรือหลัก”

อิหร่านเตือนชาว UAE รอบใหม่ “อยู่ให้ห่างจากท่าเรือหลัก”

14 มี.ค. 2569 23:23 น.

อิหร่านเตือนชาว UAE รอบใหม่ “อยู่ให้ห่างจากท่าเรือหลัก”

อิหร่านออกคำเตือนถึงชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รอบใหม่ ว่าให้อยู่ห่างจากท่าเรือหลักของประเทศ หลังเตหะรานมุ่งเป้าโจมตีท่าเรือของ UAE มาตลอด

เมื่อ 14 มี.ค. 2569 อิหร่านออกคำเตือนอีกครั้งไปยังพลเรือนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ท่าเรือหลักของประเทศ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีตอบโต้ของรัฐบาลเตหะรานมาตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ประกาศซึ่งเผยแพร่โดยสื่ออิหร่านที่มีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคง ออกคำสั่งให้ผู้อยู่อาศัยใน UAE อพยพออกจากพื้นที่โดยรอบท่าเรือ เจเบล อาลี (Jebel Ali) ในดูไบ, ท่าเรือ คาลิฟา (Khalifa) ในอาบูดาบี และท่าเรือ มินา อัล-ฟูไจราห์ (Mina Al-Fujairah) ในรัฐฟูไจราห์

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่าเรือฟูไจราห์ถูกโจมตีด้วยโดรน หลังจากที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าจะแก้แค้นเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน แม้ระบบป้องกันจะยิงสกัดเอาไว้ได้ แต่ซากโดรนที่ตกลงมาก็ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณใกล้ท่าเรือ

ท่าเรือและคลังน้ำมันของ UAE ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านมาตลอด นับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. โดยจนถึงตอนนี้ การโจมตีของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตใน UAE แล้ว 6 ศพ บาดเจ็บอีก 141 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

นอกเหนือจากท่าเรือแล้ว อิหร่านยังได้ตั้งเป้าโจมตีไปที่สนามบิน, โรงแรม, อาคารสูง, ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และโรงงานผลิตน้ำมันอีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์อ้าง เครื่องบินเติมน้ำมัน 5 ลำ ถูกโจมตีแต่เสียหายเล็กน้อย

ทรัมป์อ้าง เครื่องบินเติมน้ำมัน 5 ลำ ถูกโจมตีแต่เสียหายเล็กน้อย

14 มี.ค. 2569 22:21 น.

ทรัมป์อ้าง เครื่องบินเติมน้ำมัน 5 ลำ ถูกโจมตีแต่เสียหายเล็กน้อย

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยืนยันว่า เครื่องบินเติมน้ำมันของสหรัฐฯ 5 ลำถูกโจมตีขณะจอดอยู่ที่สนามบินในซาอุดีอาระเบีย และเสียหายเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ถูกยิงตกตามที่สื่อในประเทศรายงาน

เมื่อ 14 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เปิดเผยว่า มีเครื่องบินเติมน้ำมันของสหรัฐฯ จำนวน 5 ลำถูกโจมตีขณะจอดอยู่ที่สนามบินแห่งหนึ่งในซาอุดีอาระเบีย แต่ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยหรือ “แทบจะไม่เสียหายเลย”

ทรัมป์อ้างว่า เครื่องบินเติมน้ำมัน 4 ใน 5 ลำได้กลับมาใช้งานตามปกติแล้ว ในขณะที่ลำที่ 5 ได้รับความเสียหายมากกว่าลำอื่น แต่จะกลับมาปฏิบัติการได้ในเร็ว ๆ นี้

“พาดหัวข่าวที่จงใจบิดเบือนโดยพวกสื่อข่าวลวงเกิดขึ้นอีกแล้ว เกี่ยวกับเรื่องเครื่องบินเติมน้ำมัน 5 ลำที่ถูกอ้างว่าถูกยิงตกที่สนามบินแห่งหนึ่งในซาอุดีอาระเบียจนใช้งานไม่ได้อีกต่อไป” ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social

“แต่ในความเป็นจริงนั้น ฐานทัพถูกโจมตีเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่เครื่องบินไม่ได้ถูก “ยิงตก” หรือ “ถูกทำลาย” เลย 4 ใน 5 ลำแทบไม่มีความเสียหายใดๆ และกลับมาใช้งานตามปกติแล้ว ส่วนอีกลำหนึ่งมีความเสียหายมากกว่าเล็กน้อย แต่จะขึ้นบินได้ในไม่ช้า ไม่มีลำไหนถูกทำลาย หรือแม้แต่ใกล้เคียงกับคำนั้น ตามที่พวกสื่อข่าวลวงประโคมข่าวในพาดหัว”

“สื่ออย่าง เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ และ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รวมถึงพวก “หนังสือพิมพ์” และสื่อชั้นต่ำอื่นๆ จริงๆ แล้วพวกเขาอยากให้เราแพ้สงคราม รายงานที่ยอดแย่ของพวกเขานั้น ตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง! พวกนี้เป็นคนป่วยและจิตฟั่นเฟือนอย่างแท้จริงที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้สร้างความเสียหายให้กับสหรัฐอเมริกามากแค่ไหน”

“โชคดีที่ชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2024 ที่ยิ่งใหญ่และเด็ดขาดของเราได้พิสูจน์แล้วว่า ประชาชนในประเทศนี้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นดีกว่าพวกสื่อข่าวลวงมากนัก!”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านเอาคืน ถล่มคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่ใน UAE หลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์ก

อิหร่านเอาคืน ถล่มคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่ใน UAE หลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์ก

14 มี.ค. 2569 21:45 น.

อิหร่านเอาคืน ถล่มคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่ใน UAE หลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์ก

ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งน้ำมันดิบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกโจมตีด้วยโดรนส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง หลังอิหร่านประกาศจะโจมตีท่าเรือของ UAE ตอบโต้ที่สหรัฐฯ ถล่มเกาะคาร์ก

เมื่อ 14 มี.ค. 2569 ท่าเรือฟูไจราห์ ศูนย์กลางน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกโจมตีด้วยโดรนจนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งผลให้ควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เพียงวันเดียวหลังจากสหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน

สื่อท้องถิ่นของรัฐฟูไจราห์ ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเศษซากจากโดรนที่ถูกสกัดไว้ได้ตกลงมาในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

อนึ่ง ท่าเรือฟูไจราห์ เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบปริมาณหลายแสนบาร์เรลในแต่ละวัน และตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่น้ำมันดิบราว 1 ใน 5 ของโลกจะต้องเดินทางผ่านด้วย ก่อนจะเกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อ 28 ก.พ. และอิหร่านสั่งปิดช่องแคบแห่งนี้

สำนักข่าว รอยเตอร์ส กับ บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า กิจกรรมการขนถ่ายน้ำมันบางส่วนในรัฐฟูไจราห์ต้องถูกระงับชั่วคราวหลังเกิดเหตุโดรนโจมตีและเพลิงไหม้ดังกล่าว ขณะที่แถลงการณ์ของสำนักงานสื่อแห่งฟูไจราห์ไม่ได้มีการกล่าวถึงการหยุดชะงักของกิจกรรมการขนถ่ายน้ำมันแต่อย่างใด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตี เกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่าน ซึ่งเป็นฐานส่งออกน้ำมันดิบหลักของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่าอาจมีการตอบโต้ด้วยการโจมตีท่าเรือและคลังสินค้าใน UAE

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ หลังเกาะคาร์กถูกโจมตี

อิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ หลังเกาะคาร์กถูกโจมตี

14 มี.ค. 2569 09:59 น.

อิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ หลังเกาะคาร์กถูกโจมตี

อิหร่านขู่จะตอบโต้กลับด้วยการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ หากสหรัฐฯโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์ก ยืนยันโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันยังไม่เสียหาย

สื่อทางการของอิหร่านรายงานอ้างแถลงการณ์ของกองบัญชาการทหาร Khatam al-Anbiya Central Headquarters เมื่อเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่าหากสหรัฐฯโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานของอิหร่าน จะตอบโต้กลับด้วยการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในภูมิภาคที่มีผู้ถือหุ้นสหรัฐ หรือมีความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่ากองทัพสหรัฐได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน โดยผู้นำสหรัฐยังขู่ว่า อาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเกาะคาร์กเพิ่มเติม หากอิหร่านยังคงขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดFars News Agency สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่ามีรายงานการระเบิดมากกว่า 15 ครั้งบนเกาะดังกล่าว และมีกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐโจมตีเป้าหมายทางทหาร  แต่ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์ก ยังไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐอเมริกา

โดยแหล่งข่าวภาคสนามที่ถูกอ้างถึงโดยสำนักข่าว ระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีประกอบด้วยระบบป้องกันของกองทัพ ฐานทัพเรือ Joshen Sea Base หอควบคุมสนามบิน และโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์บนเกาะดังกล่าว

ทั้งนี้ เกาะคาร์กเป็นเกาะขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 24 กิโลเมตร แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของอิหร่าน

อิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปกส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 9 ใน 10 บาร์เรลผ่านเกาะแห่งนี้ โดยปริมาณการส่งออกอยู่ที่ราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และปลายทางสำคัญคือจีน.

ที่มา : CNN

ทรัมป์ลั่น “เกาะคาร์ก”ศูนย์กลางน้ำมันอิหร่านถูกถล่มแล้ว ขู่เจอหนักแน่หากยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ลั่น “เกาะคาร์ก”ศูนย์กลางน้ำมันอิหร่านถูกถล่มแล้ว ขู่เจอหนักแน่หากยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

14 มี.ค. 2569 09:05 น.

ทรัมป์ลั่น “เกาะคาร์ก”ศูนย์กลางน้ำมันอิหร่านถูกถล่มแล้ว ขู่เจอหนักแน่หากยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ระบุ กองทัพสหรัฐถล่มโจมตีเป้าหมายทางทหารทั้งหมดบนเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันของอิหร่าน พร้อมเตือนอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันด้วย หากอิหร่านยังขวางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่เป้าหมายทางทหารทั้งหมดบนเกาะคาร์กของอิหร่าน พร้อมประกาศว่าได้ ทำลายล้างเป้าหมายทางทหารทุกแห่งอย่างสิ้นเชิง

ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวดำเนินการโดยกองบัญชาการกลางของสหรัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทิ้งระเบิดที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐย้ำว่า กองทัพยังไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเกาะแห่งนี้ แม้จะมีศักยภาพทำลายได้ก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าเป็นการตัดสินใจเพื่อความเหมาะสม

แต่ทรัมป์เตือนว่า หากอิหร่านยังคงขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐอาจพิจารณาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเกาะคาร์กในอนาคต

เกาะคาร์กเป็นเกาะขนาดประมาณ 5 ไมล์นอกชายฝั่งอิหร่าน และถือเป็น ศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ โดยรองรับการส่งออกน้ำมันดิบราว 90% ของอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ เกาะแห่งนี้แทบไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีในช่วงสองสัปดาห์แรกของสงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งยืนยันกับ CNN ว่า กองทัพสหรัฐได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ ต่อเกาะคาร์กจริง แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป้าหมายทางทหารถูกทำลายทั้งหมดตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่า หากต้องการยึดหรือโจมตีเกาะคาร์กอย่างเต็มรูปแบบ อาจต้องใช้กำลังทหารภาคพื้นดินจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ยังลังเลที่จะดำเนินการ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังเคยปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการโจมตีเกาะคาร์กระหว่างให้สัมภาษณ์กับพิธีกรของ Fox News โดยระบุว่าเป็นคำถามที่ไม่เหมาะสม และอาจเปลี่ยนการตัดสินใจได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค เนื่องจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ตลาดน้ำมันโลกและเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก.

ที่มา : CNN

เสธ.ทร. ยัน 3 ลูกเรือ ยังมีชีวิต ขอ “โอมาน” เร่งช่วย “มุจตาบา” ประกาศล้างแค้น พร้อมเปิดแนวรบใหม่

เสธ.ทร. ยัน 3 ลูกเรือ ยังมีชีวิต ขอ "โอมาน" เร่งช่วย "มุจตาบา" ประกาศล้างแค้น พร้อมเปิดแนวรบใหม่

เสธ.ทร. ยัน 3 ลูกเรือ ยังมีชีวิต ขอ “โอมาน” เร่งช่วย “มุจตาบา” ประกาศล้างแค้น พร้อมเปิดแนวรบใหม่

14 มี.ค. 2569 09:02 น.

เสธ.ทร.แจ้ง 3 ลูกเรือ “มยุรี นารี” ยังมีชีวิตอยู่ ติดอุปสรรคการสู้รบยังไม่สงบ ประสานทหารโอมานหาทางช่วยเหลือ ส่วน 20 ลูกเรือที่รอดชีวิตเตรียมกลับไทยสัปดาห์หน้า บริษัทเจ้าของเรือแถลงการณ์ประสานหลายฝ่ายประเมินเดินเรือปลอดภัย ส่วนสงครามทวีความรุนแรง อิสราเอลยกระดับการโจมตีเลบานอน 

สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น

สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น

14 มี.ค. 2569 08:37 น.

สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น

สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลาง ส่งเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส ทริโปลี เสริมทัพ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเตรียมโจมตีอิหร่านอย่างหนัก ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สหรัฐอเมริกาส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง รวมถึงเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส ทริโปลี (USS Tripoli) ท่ามกลางสงครามกับอิหร่าน ที่กำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ผู้นำสหรัฐประกาศเตรียมเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการโจมตี

โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ทาง Fox News เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ว่า กองกำลังสหรัฐจะโจมตีเป้าหมายของอิหร่านอย่างหนักมาก ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล ในสงครามตะวันออกกลางครั้งล่าสุด

สงครามดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งทั่วภูมิภาค

สหรัฐ–อิสราเอลโจมตีแล้วกว่า 15,000 เป้าหมาย

ด้านพีท เฮกเซ็ท รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กองกำลังสหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามแล้วมากกว่า 15,000 เป้าหมาย หรือเฉลี่ยมากกว่า 1,000 เป้าหมายต่อวัน

เขายังระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้ศักยภาพการตอบโต้ของอิหร่านลดลงอย่างมาก โดยการยิงขีปนาวุธลดลงประมาณ 90%, การโจมตีด้วยโดรนลดลงประมาณ 95%

ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากบิดา ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐอ้างว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ฝ่ายอิหร่านยืนยันเพียงว่าเขาบาดเจ็บ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ขณะที่ฝ่ายอิหร่านประกาศจะยังคงกดดันการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าว และเตือนว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น หากการโจมตีต่ออิหร่านยังดำเนินต่อไป

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบ และยังคงส่งผลกระทบต่อ ราคาน้ำมันโลก ความมั่นคงด้านพลังงาน และเศรษฐกิจโลก ในระยะต่อไป.

ที่มา : channelnewsasia

สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

14 มี.ค. 2569 05:51 น.

สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

สหรัฐฯ ประกาศรางวัลนำจับผู้นำและผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านหลายราย รวมถึงผู้นำสูงสุดคนใหม่ “โมจตาบา คาเมเนอี” ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านยังคงออกมาปรากฏตัวในกิจกรรมวันกุดส์ ที่จัดขึ้นกลางกรุงเตหะราน แม้เกิดเหตุระเบิดใกล้พื้นที่ชุมนุม

วันที่ 13 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศตั้งเงินรางวัลสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 360 ล้านบาท สำหรับผู้ให้ข้อมูลที่นำไปสู่การระบุตัวหรือจับกุมผู้นำสำคัญของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ของอิหร่าน

โดยประกาศฉบับนี้ ระบุรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบัญชาการและควบคุมกำลังของ IRGC รวม 10 คน แม้จะเปิดเผยชื่อเพียง 6 คน บุคคลที่ถูกกล่าวถึงรวมถึง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน และอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งปรากฏตัวในการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลในกรุงเตหะราน

ด้านสื่ออิหร่านเผยแพร่ภาพและวิดีโอของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนที่เข้าร่วมการชุมนุม วันกุดส์ (Quds Day) ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีเพื่อแสดงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ และผู้ที่ปรากฏตัวในงานรวมถึง มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ตามด้วยนายอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ตลอดจนนายอาห์มัดเรซา ราดาน ผู้บัญชาการตำรวจ และนายโกลัมโฮสเซน โมห์เซนี เอเจอี ประธานฝ่ายตุลาการ

ในคลิปวิดีโอหนึ่งจะเห็นว่า นายโมห์เซนี เอเจอี กำลังให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ของรัฐ ขณะที่เกิดเสียงระเบิดขึ้นใกล้พื้นที่ชุมนุม ส่วนอีกคลิปหนึ่งเผยให้เห็นนายเปเซชเคียน เดินทักทายประชาชนและถ่ายเซลฟีกับผู้ร่วมชุมนุมบนท้องถนน ขณะที่ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน โมจตาบา คาเมเนอี ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วมกิจกรรมวันกุดส์ เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง.

ที่มา CNN

ยูเอ็นเรียกร้องเปิดทางขนส่งความช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนผู้คนนับล้านเสี่ยงเดือดร้อน

ยูเอ็นเรียกร้องเปิดทางขนส่งความช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนผู้คนนับล้านเสี่ยงเดือดร้อน

14 มี.ค. 2569 05:01 น.

ยูเอ็นเรียกร้องเปิดทางขนส่งความช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนผู้คนนับล้านเสี่ยงเดือดร้อน

หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสงครามตะวันออกกลางเปิดทางให้เรือบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย หลังการสู้รบทำให้การเดินเรือเกือบหยุดชะงัก

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรมและผู้ประสานงานบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน แถลงเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลางเปิดทางให้เรือบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย หลังการสู้รบทำให้การเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ถูกรบกวนอย่างหนัก

แถลงการณ์ระบุว่า การขนส่งความช่วยเหลือต้องได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย พร้อมเตือนว่า หากการหยุดชะงักยังคงดำเนินต่อไป ประชาชนหลายล้านคนอาจเผชิญความเสี่ยงด้านอาหารและเวชภัณฑ์ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ 

นายเฟลตเชอร์ระบุว่า ปัจจุบันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงักจากสถานการณ์การสู้รบ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนขนส่งพุ่งสูงและสร้างอุปสรรคต่อการลำเลียงสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารและยา โดยย้ำว่า ขณะนี้กำลังติดต่อโดยตรงกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกดดันให้เปิดทางเดินเรือสำหรับการขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยไม่ถูกขัดขวาง

ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนและความขัดแย้งลุกลามทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย.

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่านจะจบ “เมื่อผมรู้สึกว่าถึงเวลา” เตรียมโจมตีหนักเพิ่ม

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่านจะจบ “เมื่อผมรู้สึกว่าถึงเวลา” เตรียมโจมตีหนักเพิ่ม

14 มี.ค. 2569 04:39 น.

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่านจะจบ “เมื่อผมรู้สึกว่าถึงเวลา” เตรียมโจมตีหนักเพิ่ม

ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สื่อ ระบุสงครามกับอิหร่านจะสิ้นสุดเมื่อเขา “รู้สึกได้เองว่าถึงเวลา” พร้อมเตือนสัปดาห์หน้าจะโจมตีหนักขึ้น ขณะประเมินผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอาจยังมีชีวิตอยู่

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะสิ้นสุดลง “เมื่อผมรู้สึกว่ามันถึงเวลา”

เมื่อถูกถามว่าทรัมป์จะรู้ได้อย่างไรว่าสงครามจบลงแล้ว ทรัมป์ตอบว่า “เมื่อผมรู้สึกได้ โอเคมั้ย” และบอกว่า “ผมรู้สึกมันได้จากข้างใน” โดยทรัมป์ยังระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอิหร่านตอนนี้รุนแรงมากจนต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นตัวได้ แต่ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า สหรัฐฯ จะเพิ่มการโจมตีอิหร่านอย่างหนักขึ้นไปอีก

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยประเมินว่าเขาอาจได้รับบาดเจ็บแต่ยังมีชีวิตอยู่

ขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทรัมป์ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ พร้อมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบหากมีความจำเป็น อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดี.

ที่มา BBC