อิหร่านประกาศ แต่งตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่

อิหร่านประกาศ แต่งตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่

9 มี.ค. 2569 04:36 น.

อิหร่านประกาศ แต่งตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่

สื่อรัฐบาลอิหร่านประกาศในเช้าวันจันทร์ว่า โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ สืบทอดตำแหน่งต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขา

สื่อของรัฐบาลอิหร่านประกาศเมื่อช่วงเช้าตรู่วันจันทร์ (9 มี.ค. 2569) ว่า อิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศแล้ว สืบทอดตำแหน่งต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขา ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยนักบวชระดับสูงจำนวน 88 คน และมีหน้าที่รับผิดชอบในการคัดเลือกผู้นำสูงสุด

อนึ่ง นับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปี 2522 สภาผู้เชี่ยวชาญเคยเลือกผู้นำคนใหม่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือตอนที่ อาลี คาเมเนอี ได้รับการคัดเลือกอย่างเร่งด่วนภายหลังการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ รูฮุลเลาะห์ โคเมนี เมื่อกว่า 3 ทศวรรษก่อน

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ว่า การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดานั้น เป็นเรื่องที่เขา “ไม่อาจยอมรับได้”

นอกจากนั้น โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC News ในวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านจะอยู่ได้ไม่นาน หากไม่ได้รับการเห็นชอบจากเขา

ทั้งนี้ โมจตาบา ในวัย 56 ปี เป็นบุตรชายคนที่สองของคาเมเนอี เขาเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีอิทธิพลอย่างมากอยู่เบื้องหลัง และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยงานทางทหารที่ทรงอำนาจที่สุดในประเทศ รวมถึงกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัครบาซิจ (Basij)

โมจตาบาไม่ใช่หนึ่งในนักบวชระดับสูงและไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในรัฐบาลอิหร่าน เขาเคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรในปี 2019 โดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้กล่าวหาว่าเขาทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) และกองกำลังบาซิจ เพื่อสนับสนุนบิดาของเขาในการสั่นคลอนภูมิภาคและการกดขี่ภายในประเทศ

แหล่งข่าวของอิสราเอลระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลโจมตีอิหร่านโดยมุ่งเป้าหมายไปที่นายโมจตาบา แต่อิสราเอลเชื่อว่าเขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากความพยายามดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ

อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ

9 มี.ค. 2569 03:24 น.

อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ

อิสราเอลโจมตีเมืองหลวงเลบานอนรอบใหม่ อ้างสังหารผู้บัญชาการกองกำลัง คุดส์ ฟอร์ซ ของอิหร่านได้หลายราย ขณะที่เลบานอนระบุว่า ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลพุ่งเกือบ 400 ศพแล้ว

เมื่อ 8 มี.ค. 2569 กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า พวกเขาโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุต ของเลบานอนรอบใหม่ และสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลัง “คุดส์” (Quds Force) ซึ่งเป็นหน่วยรบในสังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้หลายราย

ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่าการโจมตีดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ผู้บัญชาการ 5 นายจากหน่วยเลบานอน (Lebanon Corps) และหน่วยปาเลสไตน์ (Palestine Corps) ของกองกำลังคุดส์ โดยมีรายงานว่าทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการประชุมกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของเลบานอน

ตามข้อมูลของ IDF หน่วยเลบานอนของกองกำลังคุดส์ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และอิหร่าน

ขณะที่ทางการเลบานอนระบุว่า การโจมตีซึ่งพุ่งเป้าไปที่ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งกลางกรุงเบรุตเมื่อช่วงรุ่งสาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยที่ไม่มีการยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตเป็นใคร

อีกด้านหนึ่ง นายราคาน นัสเซเรดดีน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุในงานแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล นับตั้งแต่สหรัฐฯ กับรัฐบาลยิวเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. เพิ่มขึ้นเป็น 394 ศพแล้ว

นายนัสเซเรดดีนระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว เป็นเด็กถึง 83 ราย และเป็นผู้หญิงอีก 42 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิตในการโจมตีด้วย 9 ราย

ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากเมื่อวันเสาร์ ซึ่งในขณะนั้นรัฐมนตรีสาธารณสุขระบุตัวเลขไว้ที่ 294 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สภาอิหร่านลั่น ชื่อของ “คาเมเนอี” จะคงอยู่ต่อไปในฐานะผู้นำอิหร่าน

สภาอิหร่านลั่น ชื่อของ “คาเมเนอี” จะคงอยู่ต่อไปในฐานะผู้นำอิหร่าน

9 มี.ค. 2569 02:30 น.

สภาอิหร่านลั่น ชื่อของ “คาเมเนอี” จะคงอยู่ต่อไปในฐานะผู้นำอิหร่าน

สมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านออกมาระบุว่า ชื่อของ “คาเมเนอี” จะคงอยู่ต่อไปในฐานะผู้นำอิหร่าน ทำให้เกิดความคาดหมายว่า โมจตาบา คาเมเนอี อาจได้รับเลือกเป็นผู้นำคนใหม่ต่อจากบิดาของเขา

เมื่อ 8 มี.ค. 2569 สมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่คัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านออกมากล่าวว่า ชื่อของ “คาเมเนอี” จะยังคงดำรงอยู่ในฐานะผู้นำของอิหร่านต่อไป หลังจากก่อนหน้านี้สภาฯ ได้ระบุว่า เลือกผู้นำคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการ

ในวิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อของอิหร่าน ฮอสเซนอาลี เอชเควารี กล่าวว่า “ประเด็นเรื่องการกำหนดตัวผู้นำ… ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว … นามของคาเมเนอีจะดำรงอยู่ต่อไป การลงคะแนนเสียงได้สิ้นสุดลงแล้ว และผมหวังว่าทางการจะประกาศให้ทราบในเร็ว ๆ นี้ … ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลใดๆ”

ความเห็นของเอชเควารีบ่งชี้ว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายคนที่สองของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนก่อนซึ่งเสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา อาจได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่

ทั้งนี้ โมจตาบา คาเมเนอี ในวัย 56 ปี เป็นนักบวชระดับกลางที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการในระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC)

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ว่า การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดานั้น เป็นเรื่องที่เขา “ไม่อาจยอมรับได้”

นอกจากนั้น โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC News ในวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านจะอยู่ได้ไม่นาน หากไม่ได้รับการเห็นชอบจากเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

9 มี.ค. 2569 01:50 น.

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านจะอยู่ได้ไม่นาน หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากเขา ในขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่าเลือกผู้นำใหม่แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร

เมื่อ 8 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านจะอยู่ได้ไม่นาน หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากเขา ในขณะที่อิหร่านกำลังเตรียมประกาศชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้ปกครองอิหร่านมานานหลายทศวรรษ จนกระทั่งถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศเมื่อ 28 ก.พ.

“เขาจะต้องได้รับการอนุมัติจากเรา” ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC News “ถ้าเขาไม่ได้รับการอนุมัติจากเรา เขาก็จะอยู่ได้ไม่นาน”

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ประกาศกร้าวว่า เขาต้องการมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้นำคนต่อไปของอิหร่าน เพราะเขาไม่อยากจะกลับมาจัดการเรื่องเดิมๆ ทุก 10 ปี “เราต้องการเลือกประธานาธิบดีที่จะไม่นำพาประเทศของตนไปสู่สงคราม” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นายทรัมป์ยังเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า เขาเปิดกว้างสำหรับการมีผู้นำทางศาสนาในอิหร่าน “ผมหมายความว่า มันขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นเป็นใคร ผมไม่รังเกียจผู้นำทางศาสนา ผมดีลกับผู้นำทางศาสนามาเยอะมากและพวกเขาก็ยอดเยี่ยม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

9 มี.ค. 2569 00:20 น.

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

ซาอุดีอาระเบียรายงานพบผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านปะทุขึ้น หลังจากมีมิสไซล์ตกใส่อาคารที่อยู่อาศัย จนมีผู้เคราะห์ร้าย 2 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบคน

เมื่อ 8 มี.ค. 2569 สำนักงานป้องกันพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า ขีปนาวุธลูกหนึ่งตกใส่ที่พักอาศัยในเมือง อัล-คาร์จ (Al-Kharj) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงริยาดไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 107 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีก 12 ราย

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ซาอุดีอาระเบียรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตในประเทศ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิต 2 รายดังกล่าวเป็นชาวอินเดียและชาวบังกลาเทศ ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 12 ราย เป็นชาวบังกลาเทศทั้งหมด

สำนักงานป้องกันพลเรือนระบุว่า ทีมฉุกเฉินได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุในวันอาทิตย์ หลังจากขีปนาวุธพุ่งชนที่พักของพนักงานบริษัทซ่อมบำรุงและทำความสะอาดแห่งหนึ่ง โดยในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยิงขีปนาวุธดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ว่า พวกเขามุ่งเป้าโจมตีระบบเรดาร์ในหลายสถานที่ รวมถึงที่เมืองอัล-คาร์จ

ทั้งนี้ เมืองอัล-คาร์จ ตั้งอยู่ใกล้กับ ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ซึ่งเป็นฐานทัพอากาศหลักของซาอุดีอาระเบีย และตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงริยาด โดยฐานทัพแห่งนี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากอิหร่านอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน

เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน

8 มี.ค. 2569 22:53 น.

เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน

เรือลากจูงติดธง UAE ระเบิดก่อนจมทะเลที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้มีลูกเรือสูญหาย 3 ราย โดยบริษัทด้านความปลอดภัยระบุว่า เรือลำนี้ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ ขณะพยายามช่วยเรืออีกลำ

กระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียระบุในแถลงการณ์ว่า ลูกเรือชาวอินโดนีเซีย 3 รายสูญหาย หลังจากเรือลากจูง “มูซาฟฟาห์ 2” (Musaffah 2) ซึ่งติดธงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อับปางลงในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 มี.ค.)

กระทรวงฯ ระบุว่า เรือมูซาฟฟาห์มีลูกเรือทั้งหมด 7 ราย ประกอบด้วยชาวอินโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ โดยมีผู้รอดชีวิต 4 ราย ส่วนอีก 3 รายที่ยังคงสูญหายทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย

“ผู้รอดชีวิตชาวอินโดนีเซียหนึ่งรายกำลังอยู่ระหว่างการรักษาบาดแผลไฟไหม้ที่โรงพยาบาลในเมืองคาซับ ประเทศโอมาน ส่วนชาวอินโดนีเซียอีกสามรายที่เหลือนั้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง” กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียระบุ

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนที่เรือจะอับปางลง ได้เกิดการระเบิดขึ้นจนเป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้เรือ ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัด

อย่างไรก็ตาม บริษัทรักษาความปลอดภัย “แวนการ์ด” (Vanguard) ระบุว่าเรือลากจูงลำดังกล่าวถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธสองลูก ในขณะที่พยายามเข้าไปให้ความช่วยเหลือเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ “เซฟีน เพรสทิจ” (Safeen Prestige) ติดธงมอลตา ซึ่งถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธไปก่อนหน้าแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 มี.ค.)

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เกิดเหตุโจมตีเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาแล้วหลายครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

8 มี.ค. 2569 21:54 น.

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันของอิหร่านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามครั้งใหม่นี้อุบัติขึ้นเมื่อ 8 วันก่อน โดยโจมตีถึง 4 จุด ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ

สำนักข่าว อัลจาซีรา รายงานเมื่อ 8 มี.ค. 2569 ว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่คลังน้ำมันของอิหร่านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ และทำให้เกิดไฟลุกไหม้รุนแรงจนควันดำหนาทึบปกคลุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะราน

การโจมตีอิหร่านร่วมกันของสหรัฐฯ กับอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 9 แล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. โดยมีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วกว่า 1,300 ศพ และในเลบานอนประมาณ 300 ศพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลประมาณ 12 ศพ

ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันชาห์รัน (Shahran)
ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันชาห์รัน (Shahran)

ตามรายงานของสำนักข่าว ฟาร์ส (Fars) ของอิหร่าน การโจมตีคลังน้ำมันเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง เนื่องจากขีปนาวุธได้ตกใส่คลังเก็บน้ำมัน 4 แห่ง และศูนย์ส่งถ่ายการผลิตน้ำมันในกรุงเตหะรานและจังหวัดอัลบอร์ซ (Alborz)

เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วย คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน, โรงกลั่นน้ำมันเตหะราน ทางตอนใต้, คลังน้ำมันชาห์รัน (Shahran) ทางตะวันตกของเตหะราน และ คลังน้ำมันในเมืองคาราจ (Karaj)

ผู้อยู่ในที่เกิดเหตุระบุว่า มีน้ำมันจากคลังชาห์รันรั่วไหลออกมาตามท้องถนน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าคนขับรถบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 4 คน เสียชีวิตจากการโจมตีในเตหะรานและอัลบอร์ซ อย่างไรก็ตาม ทางการระบุเพิ่มเติมว่า “ยังไม่มีปัญหาขาดแคลนการกระจายเชื้อเพลิง” และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกำลังเร่งดำเนินการดับไฟที่ลุกไหม้

ด้านอิสราเอลแถลงว่า พวกเขาโจมตีคลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่งในเตหะราน ที่ถูกใช้เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่าน

ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh)
ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh)

นายโตฮิด อาซาดี ผู้สื่อข่าวของอัลจาซีรารายงานจากกรุงเตหะรานว่า อิสราเอลเคยโจมตีคลังเชื้อเพลิงของอิหร่านมาแล้วระหว่างสงคราม 12 วันเมื่อมิถุนายนปีก่อน แต่การโจมตีครั้งนี้ถือว่ารุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และว่า “เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต ทั้งในแง่ของภาวะสงครามและสภาพแวดล้อมในเมืองหลวง”

นายอาซาดีเล่าอีกว่า เขาเห็น “หยดฝนสีดำ” เกาะอยู่บนหน้าต่างในช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์ “มีความเสี่ยงสูงมากที่พวกเราจะถูกล้อมรอบไปด้วยอากาศที่เป็นพิษ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

8 มี.ค. 2569 21:20 น.

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

สมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านหลายคนระบุว่า เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศว่าเป็นใคร โดยเบื้องต้นคาดว่ายังไม่สามารถจัดประชุมได้เพราะการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

เมื่อ 8 มี.ค. 2569 อยาตอลเลาะห์ อาหมัด อาลาม อัล-โฮดา นักบวชระดับสูงหนึ่งในสมาชิกของสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่าน ซึ่งมีอำนาจในการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเมห์ร (Mehr) ว่า การเลือกตั้งผู้นำได้จัดขึ้นแล้ว และผู้นำคนใหม่ได้รับการแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว

นายอัล-โฮดา ระบุว่า ข่าวลือที่พยายามทำให้ดูเหมือนว่าสภาผู้เชี่ยวชาญยังไม่ได้ตัดสินใจนั้นเป็น “คำลวงทั้งสิ้น” และเสริมว่า ขณะนี้ขึ้นอยู่กับสำนักงานเลขาธิการของสภาฯ ซึ่งนำโดย อยาตอลเลาะห์ ฮอสเซนี บูเชห์รี แล้วว่า จะประกาศผลการแต่งตั้งดังกล่าวเมื่อใด

ด้านอยาตอลเลาะห์ ไฮดารี สมาชิกอีกคนของสภาผู้เชี่ยวชาญระบุผ่านสำนักข่าว ISNA ว่า ตัวเลือกที่ “ดีที่สุด” ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้เชี่ยวชาญได้รับเลือกแล้ว พร้อมเสริมว่า “ที่น่าสังเกตคือ แม้แต่ ‘ซาตานผู้ยิ่งใหญ่’ ก็ยังกล่าวถึงชื่อของบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกโดยตัวแทนสภาฯ”

ทั้งนี้ คำว่า “ซาตานผู้ยิ่งใหญ่” (Great Satan) เป็นคำที่ โคเมนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามอิหร่าน และเป็นผู้นำสูงสุดก่อนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ใช้เพื่อเรียกสหรัฐอเมริกา

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้หาก โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อาลี คาเมเนอี จะขึ้นสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านได้ข้อสรุปแล้ว แต่หลายชั่วโมงต่อมากลับยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการเลือกผู้สืบทอด ทำให้สมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญหลายคนเริ่มออกมาแสดงความไม่พอใจ

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ความล่าช้าในการประกาศอาจเกิดจากการที่สภาผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถนัดประชุมแบบพบตัวกันได้ท่ามกลางภัยคุกคามจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

นายโมห์เซน บอร์ฮานี นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเตหะราน ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ตามรัฐธรรมนูญของอิหร่านและระเบียบของสภาฯ การหารือและปรึกษาหารือต้องกระทำโดยสมาชิกอย่างน้อย 2 ใน 3 ในที่ประชุมด้วยตนเอง “หากเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ครบถ้วน การประกาศใด ๆ จะถือว่าขาดความสมบูรณ์ทางกฎหมาย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก- ย้ำมีปุ๋ยเพียงพอใช้ถึง 5 เดือน ไม่จำเป็นต้องกักตุน

คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก- ย้ำมีปุ๋ยเพียงพอใช้ถึง 5 เดือน ไม่จำเป็นต้องกักตุน

8 มี.ค. 2569 19:16 น.

คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก- ย้ำมีปุ๋ยเพียงพอใช้ถึง 5 เดือน ไม่จำเป็นต้องกักตุน

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เผย คนไทยในอิหร่านเดินทางถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก ช่วยเหลือผู้ตกค้างรวมแล้ว 292 คน ยันไทยมีปุ๋ยเพียงพอใช้ได้ถึง 5 เดือน ย้ำไม่จำเป็นต้องกักตุน สต๊อกเก่ายังไม่ขึ้นราคา

วันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวในประเด็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทย ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง ยังโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยเฉพาะในอิหร่าน บาห์เรน คูเวต และเลบานอน ที่ถูกโจมตีในหลายพื้นที่ ส่วนอิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่โจมตีประเทศต่างๆ ในภูมิภาค แต่จะมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสหรัฐฯ เท่านั้น เพื่อป้องกันตนเอง จะตอบโต้จนกว่าการโจมตีอิหร่านจะยุติลง หรือจนกว่าคณะความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะดำเนินการ

ขณะที่ทางประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก และอาจขยายพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศแนะนำให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุดและขอให้แจ้งข้อมูลที่อยู่ มาที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

คนไทยในอิหร่านเดินทางถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก ช่วยเหลือรวมแล้ว 292 คน

ส่วนการช่วยเหลือคนไทยกลุ่มแรกในอิหร่าน จำนวน 62 คน นำโดยน.ส.ชนานิตร ประเสริฐผล ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตกรุงเตหะราน เดินทางโดยรถยนต์ถึงตุรกีแล้วเมื่อช่วงค่ำเมื่อวานนี้ด้วยความปลอดภัย โดยมีสถานเอกอัครทูตไทยในกรุงอังการา ประเทศตุรกี ต้อนรับและอำนวยความสะดวก เพื่อเข้าที่พักและรอเดินทางกลับแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะเดินทางถึงไทย วันที่ 9 มีนาคม และกลุ่มที่ 2 จะเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 10 มีนาคม นอกจากนี้ยังมีคนไทยในอิหร่านที่จะเดินทางทางบกออกจากอิหร่านในวันที่ 10 มีนาคม ไปยังตุรกี อยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิด

สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงอังการา ยังรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรัก ที่เดินทางข้ามแดนเรียบร้อยแล้ว รวม 18 คน หลังจากนั้นจะเดินทางกลับไทยต่อไป โดยมีคนไทยที่ตกค้างในตะวันออกกลางได้รับการช่วยเหลือรวมแล้ว 292 คน

นายปาณิดล ยังกล่าวอีกว่า ในห้วงสถานการณ์ยังมีความเปราะบางการนำเสนอข่าว ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดเคลื่อน ที่ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

ยันไทยมีปุ๋ยเพียงพอใช้ได้ถึง 5 เดือน ย้ำไม่จำเป็นต้องกักตุน

ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวในประเด็น สถานการณ์สต๊อกปุ๋ยเคมีภายในประเทศ กล่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์มีการติดตามเรื่องปุ๋ยอย่างใกล้ชิด ให้ผู้นำเข้ารายงานปริมาณนำเข้าและสต๊อกทุกวันที่ 10 ของเดือน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามและบริหารสินค้าได้

โดยในเดือนมกราคมไทยมีสต๊อกปุ๋ยเคมี 1.52 ล้านตัน มีความต้องการใช้เฉลี่ย 0.8 ล้านตัน ยืนยันว่ามีสต๊อกเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ และคาดว่าเดือนมีนาคมจะมีสต๊อกปุ๋ยเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการขอนำเข้าก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และยังนำเข้าแม่ปุ๋ย โพแทสเซียมจากแคนาดา จีน และเกาหลีใต้ ส่วนปุ๋ยยูเรีย มีอยู่ 0.32 ล้านตัน หรือประมาณ 6.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน และอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย 120,000 ตัน หรือประมาณ 2.4 ล้านกระสอบ และมีการนำเข้าจากมาเลเซียอีก 2 หมื่นตัน จะทำให้มีปุ๋ยยูเรียรวมประมาณ 8.9 ล้านกระสอบ ยืนยันว่ามีปุ๋ยใช้งานเพียงพอประมาณ 5 เดือน ซึ่งไทยยังมีแหล่งนำเข้าปุ๋ยจากมาเลเซียและบรูไน ที่สามารถนำเข้าได้ตามปกติและเติมเต็มสต๊อกได้อย่างต่อเนื่อง และปุ๋ยในปัจจุบันเป็นสต๊อกเก่าจึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา 

 “ศุภจี” สั่งสแกนเข้มผู้ค้าฉวยขึ้นราคา เจอโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ยต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีว่าด้วย พ.ร.บ. สินค้าและบริการ โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยืนยันว่าปุ๋ยในประเทศยังมีเพียงพอไม่จำเป็นต้องกักตุนปุ๋ย หากพบสินค้าเกินราคาให้ร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์ทั่วประเทศ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

"ทรัมป์" ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

8 มี.ค. 2569 12:08 น.

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวกลางเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ว่าไม่สนใจการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน ชี้สงครามจะจบลงต่อเมื่อกองทัพและคณะผู้นำอิหร่านถูกกำจัดจนหมดสิ้น ขณะที่สถานการณ์ในเลบานอนระอุหนัก และการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านลุกลามเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง และเริ่มส่งผลกระทบต่อภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเขาไม่มีความประสงค์ที่จะเจรจากับอิหร่านในขณะนี้ โดยระบุว่าปฏิบัติการทางอากาศอย่างต่อเนื่องอาจทำให้การเจรจาไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป หากผู้นำอิหร่านทุกคนถูกกำจัดและกองทัพถูกทำลายลงอย่างราบคาบ “เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผมคิดว่าคงไม่มีใครเหลืออยู่พอที่จะพูดคำว่า ‘เราขอยอมแพ้’ ด้วยซ้ำ” ทรัมป์กล่าว

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังปฏิเสธความรับผิดชอบกรณีการโจมตีโรงเรียนสตรีในอิหร่านที่ทำให้เด็กเสียชีวิตนับร้อยคน โดยอ้างว่าน่าจะเป็นฝีมือของอิหร่านเองเนื่องจากอาวุธขาดความแม่นยำ แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางส่วนจะระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นฝีมือของกองกำลังสหรัฐฯ ก็ตาม

ด้านนายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้กล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการต่อกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ พร้อมวิงวอนให้ชาติเพื่อนบ้านวางตัวเป็นกลาง

อย่างไรก็ตาม เขาได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ให้ยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข โดยระบุว่าเป็นเพียง “ความเพ้อฝัน” ทั้งนี้สภาผู้นำชั่วคราวของอิหร่านตกลงที่จะระงับการโจมตีชาติเพื่อนบ้านชั่วคราว เว้นแต่จะมีการใช้พื้นที่ของประเทศนั้นๆ เป็นฐานในการโจมตีอิหร่านก่อน

สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สองของสงคราม โดยอิสราเอลยกระดับการโจมตีกลุ่มเฮซบอลลาห์ โดยล่าสุดได้ถล่มอาคารที่พักอาศัยใจกลางกรุงเบรุต ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตในเลบานอนพุ่งสูงเกือบ 300 รายตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา

ส่วนในอิหร่าน เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นในกรุงเตหะราน ขณะที่อิสราเอลอ้างว่าได้ทำลายคลังแสงและศูนย์บัญชาการหลายแห่ง ด้านอิหร่านระบุว่าพลเรือนเสียชีวิตแล้วกว่า 1,332 ราย

สงครามที่ขยายวงกว้างได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบโลจิสติกส์และธุรกิจทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดลงโดยปริยาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี

ล่าสุด คูเวต อิรัก และกาตาร์ ได้ประกาศปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติลง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียได้ส่งคำเตือนไปยังเตหะรานว่า หากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของราชอาณาจักรยังไม่หยุดลง ริยาดอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ในระดับเดียวกัน

ส่วนยอดความสูญเสียล่าสุด พลเรือนอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 1,332 ราย บาดเจ็บหลายพันคน ในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิต 10 รายจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะที่ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 6 นาย ซึ่งร่างของผู้เสียชีวิตได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศในรัฐเดลาแวร์แล้วเมื่อวันเสาร์ และในเลบานอน มีผู้เสียชีวิตประมาณ 300 รายจากการโจมตีของอิสราเอล

ขณะนี้กลุ่มนักบวชสายแข็งในอิหร่านได้เรียกร้องให้มีการประชุมเพื่อคัดเลือก “ผู้นำสูงสุด” คนใหม่โดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าการประชุมจะเกิดขึ้นภายในวันอาทิตย์นี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงไร้ทางออกทางการทูต.

ที่มา  Reuters