ทีมหุ่นยนต์วิศวฯ มก. คว้าแชมป์ ‘BRICS Skill Competition 2025’

ทีมหุ่นยนต์วิศวฯ มก. คว้าแชมป์ ‘BRICS Skill Competition 2025’

ทีมหุ่นยนต์วิศวฯ มก. คว้าแชมป์ ‘BRICS Skill Competition 2025’

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผศ.ดร.พิเชษฐ์ สืบสายพรหม รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมสากล คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ได้นำนิสิตจากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกอบด้วย นายนิภัทร์ เลาหพรทรัพย์ และ นายณัฐกิตต์ จันทพรม เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขัน BRICS Skills Competition 2025 (BRICS Future Skills and Technology Challenge) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–22 ธันวาคม 2568 ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

การแข่งขันดังกล่าวเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติของกลุ่มประเทศ BRICS ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและนวัตกรรมเทคโนโลยี ครอบคลุมสาขาการผลิตอัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ ทักษะดิจิทัล และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา เสริมสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติ และความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม

ผลปรากฏว่า ทีมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันในสาขา “System Integration and Application for Robots with Artificial Intelligence” การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิศวกรรม หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ของนิสิตและคณาจารย์ ตลอดจนความพร้อมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมสู่มาตรฐานสากล นับเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นิสิตได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์และสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยและประเทศชาติในเวทีนานาชาติครั้งนี้

องคมนตรีมอบรางวัล ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่นแห่งปี ละครเยาวชนต้านทุจริต

องคมนตรีมอบรางวัล ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่นแห่งปี ละครเยาวชนต้านทุจริต

องคมนตรีมอบรางวัล ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่นแห่งปี ละครเยาวชนต้านทุจริต

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.38 น.

องคมนตรีมอบรางวัล “ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่นแห่งปี”ละครเยาวชนต้านทุจริต กองทุน ป.ป.ช.ร่วมสร้างสังคมไม่ทนคอร์รัปชัน

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในการมอบรางวัลไทย ในโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ให้กับ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอร์รัปชัน สนับสนุนโดยกองทุน ป.ป.ช.โดยรางวัลไทย ดำเนินการโดยมูลนิธิเพื่อสังคมไทย มอบให้กับหน่วยงานและบุคคลเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบคุณงามความดี ทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยมีผู้แทนเข้ารับรางวัลได้แก่ มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดง, จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ,ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ, อีฟ อรวรรณ พิไลวรเพชร , พอร์ช  พงษกร อภิภัสร์เดชากุล , ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์ , นรต.ธีทัต วิเศษชูชาติกุล, นตท.เนรมิตร ใจสิทธิ์ เป็นต้น

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอร์รัปชัน”  โดย กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ดำเนินการอบรมพื้นฐานการแสดง และให้เยาวชนได้ร่วมในการคิด สร้างสรรค์บทละครและร่วมแสดงละครกับดารานักแสดงมืออาชีพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากละครช่องต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอร์รัปชันผ่านการแสดงละครสั้น สนับสนุนนักเรียน นักศึกษาร่วมเป็นเครือข่ายต่อต้านการทุจริต ผ่านการผลิตสื่อละครที่สามารถเข้าถึงเด็กเยาวชนด้วยกันเอง และส่งต่อแนวคิดไปยังพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และประชาชนทุกกลุ่มทั่วประเทศที่รับชมผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียลหลากหลายช่องทาง โดยมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการ 30 สถาบัน เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษากว่า 3,000 คนได้ร่วมเป็นแกนนำในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก การันตรีจากรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งเสียงชื่นชมจากผู้รับชมละครสั้นต้านทุจริตที่เผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียลสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมหลากหลายกลุ่มทั่วประเทศ

ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ ครูเบส ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงและเขียนบทละคร กล่าวว่า “การปลูกฝังเยาวชนเรื่องการต่อต้านการทุจริตนั้น  สิ่งที่สำคัญก็คือการให้ลงมือ “คิดและสร้าง”ด้วยตัวเอง โครงการของเราไม่ได้เพียงแค่บอกเด็กเยาวชนว่าการทุจริตคอร์รัปชันคืออะไร แต่เราเปิดพื้นที่ให้เขาได้ตั้งคำถาม ได้เขียนเรื่อง ได้มีส่วนรวม ได้แสดงออกจากมุมมองของเขาในฐานะคนรุ่นใหม่ ผมคิดว่าการเล่าเรื่องจากเยาวชนสู่เยาวชนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถึงแม้มุมมองแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่ทำให้พวกเขาสามารถเห็นตัวเองอยู่ในสถานการณ์นั้นๆได้ง่ายขึ้น ทำให้พวกเขาเข้าถึงและเข้าใจกันและกันแน่นอนว่าโครงการนี้ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเยาวชน เราไม่จำกัดกรอบว่าเยาวชนจะต้องเล่าเรื่องการต่อต้านทุจริตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง”

นรต.ธีทัต วิเศษชูชาติกุล ชั้นปีที่ 3 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า “ผมมองว่าโครงการนี้เป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่ง นวัตกรรมของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่อยู่ที่กระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของเยาวชนโดยโครงการได้ให้บทบาทของเยาวชนจาก “ผู้รับสาร” เป็น “ผู้สร้างสาร” เพื่อ “ส่งสาร”ละครสั้นต้านทุจริต สื่อสารไปยังเด็กเยาวชนและประชาชนทั่วประเทศผ่านสื่อช่องทางต่างๆนั่นเอง”

นตท.เนรมิตร ใจสิทธิ์ ชั้นปีที่ 2 โรงเรียนเตรียมหทาร กล่าวว่า “เพราะนี่เป็นละครที่ไม่เหมือนใคร พิเศษตรงที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนได้เรียนรู้จากวิทยากรตัวจริงในวงการ และได้มีส่วนร่วมในการคิดบท การแสดง และการถ่ายทำร่วมกับมืออาชีพจากวงการบันเทิง ตัวจริงเสียงจริง ต้องขอบคุณทาง กองทุน ป.ป.ช. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างสื่อละครสั้น เพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ยิ่งมีแนวทางในการให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำละครแบบนี้ ยิ่งได้ละครสร้างสรรค์ดีดีให้กับประเทศของเราเพิ่มขึ้น เรียกว่าได้ทั้งความบันเทิง กับดารานักแสดงตัวจริง และยังได้สาระ แง่คิดดีดีที่ส่งต่อจากเยาวชนถึงเยาวชนและประชาชนทุกกลุ่มที่เป็นผู้ชมทั่วประเทศอีกด้วย”

ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์ นักแสดง-โรงเรียนอัสสัมชัญ กล่าวว่า “ผมคิดว่าโครงการนี้ช่วยเปลี่ยนการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมๆ ในการสอนการต่อต้านการทุจริต ให้กลายเป็นรูปแบบใหม่ รูปแบบที่ให้เด็กเยาวชนได้มีประสบการณ์จริง แทนที่จะสอนด้วยเนื้อหาสำเร็จรูป โครงการออกแบบกระบวนการให้เด็กเยาวชนได้คิด ตั้งคำถาม เขียนบท แสดง และเล่าเรื่องจากประสบการณ์ในมุมมองของตัวเอง ทั้งเรียนทั้งสนุก ได้ทั้งความรู้และได้ใจคนรุ่นใหม่ไปเต็มๆครับ”

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอร์รัปชัน” ตั้งใจให้เนื้อหาของละครสะท้อนปัญหาใกล้ตัวเด็กเยาวชน และเป็นสื่อที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับตัวเด็กเยาวชนโดยกระบวนการผลิตละครที่เด็กเยาวชนคิด ร่วมผลิต และสื่อตรงถึงเพื่อนๆ เด็กเยาวชนด้วยกัน รวมถึงคนในครอบครัว คนรอบๆ ตัว และประชาชนทั่วประเทศที่รับชมละครผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียล โครงการนี้เป็นการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตผ่านสื่อละคร ซึ่งแตกต่างจากละครที่เห็นๆ ทั่วไปคือ เป็นละครที่เด็กเยาวชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก โดยโครงการนี้จะมีการจัดอบรมให้ความรู้กับนักเรียนนักศึกษาในหลากหลายด้าน เช่น เรียนรู้พื้นฐานการแสดงกับครูนักแสดงมืออาชีพ, ฝึกความกล้าแสดงออก ,การฝึกสมาธิในการทำงาน, การพูดในที่สาธารณะ, การพัฒนาบุคลิกภาพ ,การสร้างตัวตนในแบบ influencer และหัวใจของการอบรมในครั้งนี้คือการเรียนรู้เรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อสร้างเครือข่ายเด็กเยาวชนไม่ทนคอร์รัปชัน พร้อมทั้งแบ่งกลุ่มพูดคุยถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหา และออกมานำเสนอเพื่อคัดเลือกมาทำบทละครสั้น ดังนั้นบทละครจะได้แนวคิดการเดินเรื่องทั้งหมดมาจากตัวนักเรียนนักศึกษาที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมถึงมีส่วนร่วมในกระบวนการถ่ายทำ เพื่อสร้างสรรค์ละครคุณภาพที่จะกระตุ้นเด็กเยาวชนและผู้ชมทุกกลุ่ม ให้ตระหนักรู้ถึงโทษและแนวทางป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันที่อยู่ใกล้ตัวทุกคน

ผอ.สั่งสอบด่วน ครูสาวร้อยเอ็ดโยงชู้นายสิบ ผิดจริงไล่พ้นพื้นที่

ผอ.สั่งสอบด่วน ครูสาวร้อยเอ็ดโยงชู้นายสิบ ผิดจริงไล่พ้นพื้นที่

ผอ.สั่งสอบด่วน ครูสาวร้อยเอ็ดโยงชู้นายสิบ ผิดจริงไล่พ้นพื้นที่

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

ผอ.ร้อยเอ็ดสั่งฟัน! ตั้งกรรมการสอบครูสาว โยงชู้ชายนายสิบ ลั่นหากผิดจริงสั่งย้ายพ้นพื้นที่ทันที

ความคืบหน้ากรณี เมียหลวงท้อง 8 เดือน แฉแชตลับและพิกัด GPS ร้องเรียนสามีทหารยศนายสิบแอบปันใจให้ครูสาว ล่าสุดโรงเรียนต้นสังกัดในจังหวัดร้อยเอ็ดขยับแล้ว ผู้อำนวยการฯ สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยด่วน ชี้หากพบมูลความผิดจริงบทลงโทษสูงสุดคือย้ายพ้นพื้นที่

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล โดยผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกระบุถึงได้เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจและได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งแชตสนทนาและไทม์ไลน์ที่ปรากฏ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ด้านข้อมูลจากประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ระบุว่า ขณะนี้ครูสาวคู่กรณีอยู่ระหว่างการลาป่วยตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม และยังไม่ได้เข้ามารายงานตัวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนชี้ชัดว่ามีการกระทำผิดวินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพจริง ทางโรงเรียนพร้อมดำเนินการลงโทษตามระเบียบขั้นเด็ดขาด โดยอาจถึงขั้นพิจารณาสั่งย้ายออกจากโรงเรียนทันที เพื่อรักษาเกียรติแห่งวิชาชีพครู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เมียท้อง8เดือน เก็บหลักฐานแชตคาว ผัวทหาร-ชู้ครู เตรียมฟ้องทวงศักดิ์ศรี

ซาบีดานำทีมรับ ‘สำริดประโคนชัย’ คืนสู่ไทย ย้ำจุดยืนติดตามโบราณวัตถุทุกชิ้นกลับบ้าน

ซาบีดานำทีมรับ 'สำริดประโคนชัย' คืนสู่ไทย ย้ำจุดยืนติดตามโบราณวัตถุทุกชิ้นกลับบ้าน

ซาบีดานำทีมรับ ‘สำริดประโคนชัย’ คืนสู่ไทย ย้ำจุดยืนติดตามโบราณวัตถุทุกชิ้นกลับบ้าน

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.20 น.

‘ซาบีดา’ นำทีมรับ ‘สำริดประโคนชัย’ คืนสู่ไทย ย้ำจุดยืนติดตามโบราณวัตถุทุกชิ้นกลับบ้าน

6 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานการรับมอบโบราณวัตถุ “ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย” จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับคืนสู่มาตุภูมิ

โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางเอลิซาเบธ เจ คอนนิก อัครราชทูตที่ปรึกษา ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายคาลวิน เวบบ์ ผู้ช่วยทูตประจำภูมิภาค สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย เข้าร่วมรับมอบที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กทม.

สพฐ.ทบทวนแนวทางรับนักเรียนปี 69 ย้ำโปร่งใส ไม่กระทบสิทธิ์ เด็กมีที่เรียนครบทุกคน

สพฐ.ทบทวนแนวทางรับนักเรียนปี 69 ย้ำโปร่งใส ไม่กระทบสิทธิ์ เด็กมีที่เรียนครบทุกคน

สพฐ.ทบทวนแนวทางรับนักเรียนปี 69 ย้ำโปร่งใส ไม่กระทบสิทธิ์ เด็กมีที่เรียนครบทุกคน

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

วันที่ 6 มกราคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 1/2569 เพื่อทบทวนแนวปฏิบัติการรับนักเรียนปีการศึกษา 2569 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โปร่งใส เป็นธรรม และไม่กระทบสิทธิ์นักเรียน ภายใต้นโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม”

ที่ประชุมยืนยันหลักการเดิมตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2563 การสอบ O-NET เป็นไปโดยสมัครใจ ไม่บังคับ และไม่นำผลสอบมาใช้เป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์การรับนักเรียน เพื่อคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและบริบทพื้นที่ พร้อมนำถ้อยคำเดิมกลับมาใช้เพื่อลดความสับสนและความกังวลของผู้ปกครอง

สำหรับปีการศึกษา 2569 สพฐ. ยืนยันความโปร่งใส เด็กทุกคนมีที่นั่งเรียนครบถ้วน กำหนดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 40 คนต่อห้อง เพื่อให้ครูดูแลได้อย่างทั่วถึง พร้อมเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณและโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษา ย้ำว่าโรงเรียนทุกแห่งมีครูที่มีคุณภาพ ความสำเร็จของผู้เรียนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน

ทั้งนี้ สพฐ. จะสรุปผลการทบทวนและออกแนวปฏิบัติการรับนักเรียนปี 2569 อย่างเป็นทางการต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองสิทธิ์นักเรียนทุกคน

นอกจากนี้ ยังมีพิธีรับมอบงบสนับสนุนโครงการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลครูและบุคลากร สพฐ. จากบริษัทไมโครซอฟท์และแคนวา รวม 1,075,400 บาท เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอนให้ทันสมัยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนทั่วประเทศ

สุรศักดิ์ รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน วันนักประดิษฐ์ 2569 นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน

สุรศักดิ์ รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน วันนักประดิษฐ์ 2569 นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน

สุรศักดิ์ รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน วันนักประดิษฐ์ 2569 นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

“สุรศักดิ์” รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน ชูพลังคนรุ่นใหม่ปลดล็อกอนาคตประเทศ

วันที่ 5 มกราคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์ ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นนานาชาติ จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)” ครั้งที่ 27 ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม (Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation)” ระหว่างวันที่ 5 – 9 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

โดยงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นประธานในพิธีและปาฐกถาพิเศษ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศาสตราจารย์ กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 ผู้บริหารกระทรวง อว. ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศที่จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงนั้น ไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ และต่อยอดสู่นวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
ทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้ตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายผลักดันให้หน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Win” ซึ่งในด้านการเกษตร กระทรวง อว. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “วิจัยติดดินกินได้” เพื่อช่วยเกษตรกรลดแรงงาน ลดเวลา และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี โดยเน้นหลักการ “เพิ่ม 4 เพิ่ม” ได้แก่ เพิ่มผลผลิตต่อไร่, เพิ่มรายได้, เพิ่มความแม่นยำในการฉีดพ่น และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรไทย นอกจากนี้ ในด้านการศึกษา กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะแรงงานผ่านการ Upskill และ Reskill ในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์, ระบบราง, ดิจิทัล และ AI ด้านสุขภาพ ผ่านหลักสูตรระยะสั้นและโครงการ Sandbox บัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อผลิตแรงงานสมรรถนะสูงรองรับตลาดแรงงานและช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน

นายสุรศักดิ์ กล่าวเน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมใช้งาน AI ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศการศึกษาไทยให้ทันสมัย โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการนำเข้าเทคโนโลยีมาเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยจากห้องทดลองสู่ชีวิตจริง “นวัตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่เราต้องกล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าเปลี่ยนแปลง เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศให้เข้มแข็ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก” นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวชื่นชมสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และภาคีเครือข่ายทั้งไทยและต่างประเทศที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องทุกปี ซึ่งถือเป็นเวทีแห่งความภาคภูมิใจและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ของประเทศไทยสืบไป

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า การจัดงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 หรือ Thailand Inventors’ Day 2026 จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ในการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” สำหรับการจัดงานในปีนี้ วช. มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ โดยมีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 1,000 ผลงาน จากนักประดิษฐ์ไทยและนักประดิษฐ์นานาชาติกว่า 20ประเทศทั่วโลก ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ และนิทรรศการน้อมรำลึกการมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เพื่อเชิดชูเกียรตินักประดิษฐ์และนักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่น รวมถึงนิทรรศการผลงานประดิษฐ์ที่แบ่งตามกลุ่มเรื่องสำคัญ อาทิ ด้านการเกษตร การแพทย์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน “Thailand New Gen Inventors Award” หรือ “I-New Gen” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่

ดร.วิภารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสืบไป

ทั้งนี้ วช. ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน “วันนักประดิษฐ์” 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) ระหว่างวันที่ 5 – 9 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 17.30 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com/

‘นักวิชาการ มธ.’วิเคราะห์เจาะลึก สหรัฐฯบุกจับกุม‘นิโคลัส มาดูโร’ ผลกระทบไทย-ผลกระทบโลก

‘นักวิชาการ มธ.’วิเคราะห์เจาะลึก สหรัฐฯบุกจับกุม‘นิโคลัส มาดูโร’ ผลกระทบไทย-ผลกระทบโลก

‘นักวิชาการ มธ.’วิเคราะห์เจาะลึก สหรัฐฯบุกจับกุม‘นิโคลัส มาดูโร’ ผลกระทบไทย-ผลกระทบโลก

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.56 น.

6 มกราคม 2569 นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์สหรัฐฯ บุกจับ “นิโคลัส มาดูโร” อาจไม่ทำให้ “เวเนซุเอลา” มีอนาคตสดใสอย่างที่คิด ชี้มะกันอาจเสียต้นทุนหลากหลาย สะท้อนจากบทเรียน “อิรัก-อัฟกานิสถาน” ระบุ “PDVSA” จัดสรรน้ำมันให้คู่ค้าประเทศอื่นไปแล้ว ทั้ง “จีน-ยุโรป” จึงไม่ง่ายที่อเมริกาจะเข้าควบคุม หวั่นท่าที “ทรัมป์” ใช้อำนาจ ต้องเฝ้าระวังการแทรกแซง “ไทย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” คาดผลจากการทำผิดกฎบัตรสหประชาชาติ ทั้งที่เป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวร UNSC จะทำให้กลุ่มประเทศลาตินอเมริกาอาจหันไปพึ่ง “จีน” มากขึ้น 

ดร.สิเรมอร อัศวพรหมธาดา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกรณีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไฟเขียวให้กองกำลังทหารสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการบุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2569 ตอนหนึ่งว่า หากมองปรากฎการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่าสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจของตนเองในการบุกรุก ปราบปราม และเข้าแทรกแซงประเทศอื่นอย่างเข้มข้น โดยไม่รับฟังเสียงทัดทานจากนานาชาติที่มีเพิ่มมากขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรจับตาและเฝ้าระมัดระวัง เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงเช่นเดียวกับเวเนซุเอลา แต่การแทรกแซงอาจมาในรูปแบบอื่นๆ เช่น การเป็นตัวกลางในการเจรจาเรื่องไทย-กัมพูชา หรือการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติฯลฯ 

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบทางอ้อมมาถึงประเทศไทยในเรื่องราคาน้ำมัน เพราะหากสหรัฐฯ เข้าไปจัดการน้ำมันในเวเนซุเอลาตามที่โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุจริง ก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการกำหนดปริมาณน้ำมันในตลาดโลกและราคาน้ำมันได้ ตรงนี้อาจส่งผลกระทบมาถึงไทยได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วยที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ของประเทศไทย ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าวด้วยท่าทีที่เป็นกลาง ไม่โจมตีหรือประณามการกระทำของสหรัฐฯ และเรียกร้องในลักษณะที่ให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการทูตกับไทยมาอย่างยาวนาน

“สำหรับเวเนซุเอลานั้น ไทยไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นมากนัก ไทยไม่ได้มีสถานทูตอยู่ในเวเนซุเอลา และเวเนซุเอลาก็ไม่ได้เข้ามาตั้งสถานทูตในไทย ขณะที่สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการทูตกับไทยมาอย่างยาวนาน ฉะนั้นแถลงการณ์ที่ออกมาในลักษณะที่วางตัวเป็นกลาง ยึดหลักสากลที่ว่าด้วยเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ จึงแนวทางที่ดีในสถานการณ์นี้” ดร.สิเรมอร กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อถึงสถานการณ์เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ ว่าถึงแม้การดำเนินการของสหรัฐฯ จะทำให้ประชาชนเวเนซุเอลาจำนวนไม่น้อยออกมาเฉลิมฉลองและแสดงความดีใจ เพราะเชื่อว่าต้นเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำถูกทำให้พ้นไปแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่า การเข้ามาของสหรัฐฯ ไม่สามารถการันตีอนาคตที่สดใสให้กับเวเนซุเอลาได้ง่ายดายอย่างที่คิด 

ทั้งนี้ เพราะเวเนซุเอลาอาจจะต้องอยู่ในภาวะความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจ และความไม่มีเสถียรภาพต่อไป และอาจเกิดความวุ่นวายต่างๆ ภายในประเทศตามมาอีก เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 13 ปี ภายใต้การบริหารของนิโคลัส มาดูโร มีทั้งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์และเสียผลประโยชน์ ดังนั้นการแสดงออกซึ่งความดีใจของประชาชนกลุ่มหนึ่งจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดสำคัญที่จะทำให้เห็นว่าระบบโครงสร้างทางการเมืองแบบระบบอุปถัมภ์ การขจัดผู้เห็นต่าง และการเมืองที่เน้นนโยบายประชานิยม ฯลฯ จะหายไป อีกทั้ง ปัญหาความเปราะบางทางเศรษฐกิจอันเกิดจากการพึ่งพารายได้หลักจากน้ำมันเพียงอย่างเดียวโดยไม่ปรับตัวให้เข้าระบบเศรษฐกิจโลกที่มีความหลากหลายและซับซ้อนก็จะยังคงดำรงอยู่ต่อไป หากไม่เกิดการปรับตัว ซึ่งการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรายได้หลักเพียงอย่างเดียวเป็นปัญหาหลักทางเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศในลาตินอเมริกา

“สหรัฐฯ จับนิโคลัส มาดูโร ไปได้แล้ว เรื่องมันไม่ได้จบอยู่แค่นั้น สหรัฐฯ อาจต้องเสียต้นทุนอีกหลายอย่างจากการกระทำครั้งนี้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง เปรียบเทียบในสมัย จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ที่ได้เข้าไปปฏิบัติการทางทหารและช่วยฟื้นฟูด้านต่างๆ ในอิรัก อัฟกานิสถาน จนกระทั่งเมื่อสหรัฐฯ ถอนออกมา สุดท้ายแล้วทั้งอิรัก อัฟกานิสถาน ก็กลายเป็นประเทศที่ไม่ได้มีเสถียรภาพ เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ขาดความชอบธรรม มีความแตกแยก และประเทศก็ไม่ได้ดีเหมือนที่คาดการณ์ ซึ่งมองไปไกลๆ เวเนซุเอลาก็จะต้องรอดูแบบนี้อีกเหมือนกัน” ดร.สิเรมอร กล่าว

ดร.สิเรมอร กล่าวอีกว่า แหล่งพลังงานน้ำมันในเวเนซุเอลา ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อย่อว่า “PDVSA” ได้ดำเนินการจัดสรรปันส่วนให้สัมปทานและร่วมลงทุนกับคู่ค้าบริษัทน้ำมันจากหลายๆ ประเทศไปแล้ว รายใหญ่ที่สุดคาดว่าน่าจะเป็นจีน รองลงมาคือคู่ค้าหลายๆ ประเทศในแถบยุโรป ดังนั้น หากสหรัฐฯ จะเข้าไปจัดการพลังงานน้ำมันเวเนซุเอลาอย่างที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ คำถามสำคัญคือสหรัฐฯ จะเข้าไปดีลหรือเข้าไปจัดการกับประเทศคู่ค้าเหล่านี้อย่างไร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดำเนินการแม้เวเนซุเอลาจะยังมีน้ำมันอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ทว่า ที่จะเป็นไปได้มากที่สุดจากกรณีนี้ คือสหรัฐฯได้เปรียบเรื่องการขนส่งน้ำมันจากแท่นขุดเจาะไปยังโรงกลั่นในรัฐลุยเซียนาและรัฐเท็กซัส ซึ่งมีระยะทางไม่ไกลมากนักจากเวเนซุเอลา เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันที่นำเข้ามาจากตะวันออกกลาง 

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปด้วยว่า การกระทำของสหรัฐฯ ได้รับการถูกประณามอย่างหนักจากหลายประเทศ เพราะถือเป็นการขัดแย้งอย่างเห็นได้ชัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติที่ได้ให้ความคุ้มครองอำนาจอธิปไตยทางดินแดนของแต่ละประเทศและหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐอื่น และการที่สหรัฐฯ ที่เป็นประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ขนาดประเทศที่ถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกถาวรของ UNSC ยังละเมิดอำนาจกฎบัตรสหประชาชาติ คำถามคือในเวลานี้ระเบียบโลกอยู่ที่ไหน และประเทศต่างๆ จะกระทำการใดก็ได้ใช่หรือไม่

ดร.สิเรมอร กล่าวอีกว่า การกระทำของสหรัฐฯ อาจจะนำมาซึ่งความแตกแยกของอิทธิพลจากประเทศต่างๆ ที่มีต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา เพราะในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่สหรัฐฯ ที่มีอำนาจต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา แต่ยังมีจีนซึ่งเข้ามามีอำนาจในภูมิภาคอย่างเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเข้ามาให้ความช่วยเหลือและการลงทุนซึ่งมีเงื่อนไขน้อยกว่าหรือไม่มีเลยเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ ทั้งยังมีการเพิ่มอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องอื่นๆเช่นเทคโนโลยีและความมั่นคง อีกทั้งยังมีรัสเซีย และอิหร่าน ที่เข้ามามีบทบาทในด้านการค้าอาวุธและความมั่นคง สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้เกิดการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นในภูมิภาคจากประเทศมหาอำนาจมากขึ้น สหรัฐฯ จึงไม่ได้เป็นพี่ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของภูมิภาคลาตินอเมริกาอีกแล้ว 

ดังนั้น การที่สหรัฐฯ กระทำการเช่นนี้จึงยิ่งเป็นการซ้ำเติมความแตกแยกให้เกิดขึ้นในภูมิภาคลาตินอเมริกา เพราะมีรัฐบาลจากหลายประเทศ เช่น อาร์เจนตินา เอล ซาลวาดอร์ ให้การสนับสนุนและไม่คัดค้านต่อการกระทำของสหรัฐฯ แต่กลุ่มประเทศอย่างเม็กซิโก โคลอมเบีย ชิลี บราซิล นั้นประณามการกระทำของสหรัฐฯ นอกจากนี้การกระทำของสหรัฐฯในเหตุการณ์นี้เปรียบเสมือนการสะกิดแผลเก่าที่สหรัฐฯ เคยแทรกแซงและก้าวก่ายกิจการทางการเมืองประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมาในยุคสงครามเย็น ขณะที่อีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจอย่างจีนที่มีความเป็นมิตรมากกว่า อาจกลายมาเป็นตัวเลือกให้กลุ่มประเทศจากลาตินอเมริกาหันหน้าเข้าหาเพิ่มมากขึ้น และอาจเป็นโอกาสให้จีนปรับยุทธศาสตร์เข้าไปเพิ่มอำนาจในลาตินอเมริกามากกว่าที่เป็นอยู่ก็เป็นได้

ซินโครตรอนโชว์แสงสีการทดลองตระการตา จุดประกาย ‘นักเรียนจิตรลดา’ ใส่ใจวิทยาศาสตร์

ซินโครตรอนโชว์แสงสีการทดลองตระการตา จุดประกาย ‘นักเรียนจิตรลดา’ ใส่ใจวิทยาศาสตร์

ซินโครตรอนโชว์แสงสีการทดลองตระการตา จุดประกาย ‘นักเรียนจิตรลดา’ ใส่ใจวิทยาศาสตร์

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปลี่ยนสถาบันวิจัยเป็นฐานทดลองทางวิทยาศาสตร์ จุดประกายนักเรียนชั้นประถมศึกษาโรงเรียนจิตรลดา ใส่ใจวิทยาศาสตร์ ผ่านกิจกรรม “ค่ายนักวิทยาศาสตร์น้อย…ท่องแดนซินโครตรอน” ครั้งที่ 10 จัดเตรียมฐานการทดลองสนุกๆ ครอบคลุมความรู้พื้นฐานทางด้านเคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา พร้อมโชว์แสงสีตระการตาผ่านการทดลองทำปฏิกิริยาเคมีบนเวที Science Show

ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ ประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมศึกษาเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนสำหรับโรงเรียนจิตรลดา และรองผู้อำนวยการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงสยาม 2 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ค่ายนักวิทยาศาสตร์น้อย…ท่องแดนซินโครตรอน” ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนจิตรลดา จำนวน 80 คน ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมทั้งบรรยายพิเศษเรื่อง “แสงซินโครตรอน…ลำแสงสุดล้ำ” เพื่อเปิดมุมมองเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ขั้นสูงให้แก่นักเรียนในค่าย

โดย ดร.ประพงษ์ เปิดเผยว่า สถาบันฯ ได้จัดฐานการทดลองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน ครอบคลุมความรู้วิทยาศาสตร์หลายด้านที่เกี่ยวข้องกับแสงซินโครตรอน ฐานทดลองให้ความรู้ด้านฟิสิกส์ อาทิ “ฐานเสียงแปลงร่างเป็นลาย” สร้างลวดลายเม็ดทรายจากการแทรกสอดของคลื่นที่เดินทางไปกลับบนแผ่นเหล็กที่สั่นสะเทือนจากคลื่นเสียง จนเกิดลวดลายเรขาคณิตที่เรียกว่า Chladni Figures “ฐานเครื่องเปลี่ยนทรงผมสุดแนว” เรียนรู้เรื่องศักย์ไฟฟ้าและไฟฟ้าสถิตจากทรงผมที่เปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสเครื่องฟานเดอกราฟฟ์ “ฐานรุ้งกระป๋อง” ทดลองแยกสเปกตรัมแสงด้วยกระป๋องขนม สังเกตแสงรุ้งในกระป๋องเมื่อส่องแสงขาวหรือแสงสีอื่นๆ จากหลอดไฟ LED สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ฐานทดลองให้ความรู้ด้านเคมี อาทิ “ฐาน Elsa Trick” เพื่อเรียนรู้การตกผลึกแบบคายความร้อนจากสารละลายอิ่มตัวยิ่งยวด “ฐานถอดรหัสลับ” เพื่อเรียนรู้สารที่เป็นกรด-เบส และสารละลายอินดิเคเตอร์ที่ใช้บอกความเป็นกรด-เบส และฐานทดลองให้ความรู้ด้านชีววิทยา อาทิ “ฐานสิ่งมีชีวิตจิ๋วรอบตัวเรา” ขยายมุมมองโลกสิ่งมีชีวิตจิ๋วด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง นอกจากกิจกรรมฐานการทดลองต่างๆ แล้ว นักเรียนในค่ายยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการแสงสยาม ซึ่งมีทีมนักวิทยาศาสตร์และนักฟิสิกส์เครื่องเร่งอนุภาคนำชม แล้วปิดท้ายด้วยการแสดงโชว์วิทยาศาสตร์แสนสนุก โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ ที่แสดงแสงสีสุดตระการตาบนเวทีด้วยการทดลองทำปฏิกิริยาเคมีจากสารเคมีใกล้ตัว

ทั้งนี้ สถาบันฯ และโรงเรียนจิตรลดา ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การทำวิจัยของครูและโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีซินโครตรอนและสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศ และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้เยาวชนมีเจตนคติที่ดีต่อวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมสนับสนุนทางวิชาการ การฝึกอบรม การจัดกิจกรรม ผลักดันโครงการวิทยาศาสตร์และค่ายวิทยาศาสตร์ และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

‘LEARN Volunteers’ ปี 2 ภารกิจจิตอาสา จากบทบาทองค์กรพัฒนาผู้เรียน สู่การพัฒนาสังคม

‘LEARN Volunteers’ ปี 2 ภารกิจจิตอาสา จากบทบาทองค์กรพัฒนาผู้เรียน สู่การพัฒนาสังคม

‘LEARN Volunteers’ ปี 2 ภารกิจจิตอาสา จากบทบาทองค์กรพัฒนาผู้เรียน สู่การพัฒนาสังคม

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

LEARN Corporation เดินหน้าต่อยอดโครงการ LEARN Volunteers ปี 2 โครงการจิตอาสาที่สะท้อนความตั้งใจขยายบทบาทพัฒนาผู้เรียน สู่การสร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างมีความหมาย ผ่านการเรียนรู้และลงมือทำจริงร่วมกันของอาสาสมัครในเครือ LEARN Corporation

โดย LEARN Volunteers ในปีนี้ เน้นการสร้างคุณค่าผ่านการสนับสนุนให้อาสาสมัครร่วมกันเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ประกอบด้วยสองภารกิจหลัก ได้แก่ การลงพื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลน ที่ อ.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร ซึ่งทีมอาสาสมัครได้ร่วมกันเก็บขยะทะเลกว่า 120 กิโลกรัม เรียนรู้คุณค่าของระบบนิเวศชายเลนจากผู้เชี่ยวชาญ และทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด อีกภารกิจคือการพัฒนาโรงเรียนบ้านกระบกเตี้ย จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่อาสาสมัคร กว่า 200 คน ร่วมกันทาสีสนามกีฬา ซ่อมแซมเครื่องเล่น และปรับปรุงพื้นที่การเรียนรู้ให้กลับมาสดใส ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้โครงการแตกต่างจากปีแรกไม่ใช่จำนวนกิจกรรม แต่เป็นการที่อาสาสมัครจากหลากหลายเจเนอเรชันได้ออกมาทำกิจกรรมเพื่อสร้างคุณค่าให้สังคมร่วมกัน ส่งผลให้โครงการปีนี้กลายเป็นกิจกรรมที่มีความหมายมากยิ่งขึ้นทั้งในมุมผู้ให้และผู้รับ

นายธานินทร์ ทิมทอง ประธานเจ้าหน้าที่สายความยั่งยืนทางสังคม บมจ.เลิร์น คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปีนี้โครงการเติบโตขึ้นทั้งในด้านความร่วมมือของอาสาสมัครและรูปแบบกิจกรรม สิ่งที่เราโฟกัสไม่ใช่จำนวนของกิจกรรม หากเป็นคุณค่าและความหมายของการลงมือทำในแต่ละครั้ง เราเริ่มต้นจากการพัฒนาผู้เรียน และวันนี้เรามองไปถึงการสร้างคนที่เติบโตพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ในระยะยาว และเป็นเหตุผลที่เราตั้งใจเดินหน้าโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง

หัวใจของ LEARN Volunteers คือความเชื่อว่า โอกาสสามารถส่งต่อและขยายคุณค่าไปสู่ผู้อื่นได้ โครงการจึงเปิดพื้นที่ให้อาสาสมัครได้สัมผัสบริบทจริงของสังคม ขณะเดียวกัน โรงเรียนที่ขาดแคลนก็ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพนักงาน ผู้ปกครอง และผู้เรียนในเครือ ที่ร่วมกันบริจาคเพื่อจัดหาเครื่องเล่นเด็กให้โรงเรียนบ้านกระบกเตี้ย สะท้อนพลังของการร่วมมือจากคนหลายกลุ่มในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ของโรงเรียนที่ยังต้องการโอกาสในระยะยาว

นักวิจัย ม.เกษตรฯ ค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ของโลก ได้รับพระราชทานชื่อจากกรมสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา

นักวิจัย ม.เกษตรฯ ค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ของโลก ได้รับพระราชทานชื่อจากกรมสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา

นักวิจัย ม.เกษตรฯ ค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ของโลก ได้รับพระราชทานชื่อจากกรมสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รศ.ดร.วันชัย ปลื้มภาณุภัทร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณะนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ สกุลใหม่ของโลก ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์ภายใต้พระนามของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมายุ 70 พรรษา พุทธศักราช 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ ในพระราชกรณียกิจด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพ เข้าร่วมงาน Chula the Impact ครั้งที่ 36 ในหัวข้อ “43 สิ่งมีชีวิตใหม่ของโลก” นามพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนักอนุกรมวิธานชาวไทยและต่างประเทศจำนวน 130 คน จากสถาบันภายในประเทศ 31 แห่ง และต่างประเทศ 14 แห่ง ได้ร่วมกันเขียนบทความจำนวน 40 เรื่อง นำเสนอการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่รวม 41 ชนิดใหม่ และ 2 สกุลใหม่ นับเป็นวาระสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จุฬาฯ แถลงรายละเอียดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก ภายในงานมีการจัดนิทรรศการสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกทั้ง 43 ชนิด ด้วย

ทั้งนี้ นักวิจัย มก. และภาคีเครือข่ายร่วมวิจัยได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ของโลก ดังนี้ สกุลใหม่ของโลก จำนวน 2 สกุล  ได้แก่ สกุลผีเสื้อกลางคืนเทพรัตน์  Debaratania สกุลเห็ดก้อนอำพันเจ้าฟ้า Sirindhornea 

พืชชนิดใหม่ของโลก ได้แก่ กระเจียวชมพูสิรินธร Curcuma princeps ฮ่อมสิรินธร Strobilanthes sirindhorniae

สัตว์ชนิดใหม่ของโลก ได้แก่ แมลงชีปะขาวเทพรัตน์ Ephoron debaratana แมลงชีปะขาวสิรินธร Teloganopsis sirindhornae  มดตะนอยเทพรัตน์ Tetraponera sirindhornae

สัตว์ในกลุ่มครัสเตเชียน ได้แก่ โคพีพอดสิรินธร Tropodiaptomus sirindhornae  แอมฟิพอดเจ้าฟ้า Quadrimaera sirindhornae

สัตว์ในกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลัง จำนวน 1ชนิด ได้แก่ กบเขาหินทรายเจ้าฟ้า Limnonectes sirindhornae

เห็ดและยีสต์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน  5 ชนิด ได้แก่ ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง Blastobotrys princeps ยีสต์สิรินธร Cyberlindnera sirindhorniae ยีสต์น้ำหวานดอกตาลโตนดเจ้าฟ้าหญิง Moniliella princeps ยีสต์น้ำหวานดอกตาลโตนดสิรินธร Metschnikowia sirindhorniae เห็ดโกงกางจิ๋วสิรินธร Calathella sirindhornice