ม.เกษตร ต้อนรับนิสิตนานาชาติ ‘Proud to be i-KU 2025’

ม.เกษตร ต้อนรับนิสิตนานาชาติ 'Proud to be i-KU 2025'

ม.เกษตร ต้อนรับนิสิตนานาชาติ ‘Proud to be i-KU 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ต้อนรับนิสิตใหม่ – ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มก. เป็นประธานในพิธีและกล่าวต้อนรับนิสิตใหม่ KU85 สำหรับนิสิตไทย และนิสิตต่างชาติ หลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรภาษาอังกฤษทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในงานปฐมนิเทศและต้อนรับนิสิตใหม่  ก้าวแรกสู่ศาสตร์แห่งแผ่นดิน “Proud to be i-KU 2025” ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

​มวล.จัดอบรม ‘Grow Your Business’ อัปสกิลผู้ประกอบการสู่สากล

​มวล.จัดอบรม ‘Grow Your Business’ อัปสกิลผู้ประกอบการสู่สากล

​มวล.จัดอบรม ‘Grow Your Business’ อัปสกิลผู้ประกอบการสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) โดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคีเครือข่าย จัดอบรมหลักสูตร “Grow Your Business” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ให้พร้อมสำหรับตลาดสากล โดยได้รับเกียรติจาก นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดการอบรม ณ โรงแรมเมืองลิกอร์ จ.นครศรีธรรมราช

นางประไพ เพชรพงศ์พันธุ์ พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศผ่านระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ใน 4 ภาค ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพทางการค้า การลงทุน และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในเชิงพื้นที่ โดยมีสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในฐานะผู้แทนของกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่ ทำหน้าที่บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน

“เป้าหมายสำคัญของการอบรมหลักสูตร “Grow Your Business” คือการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนเข้าใจทิศทางการพัฒนาของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) พร้อมเปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายธุรกิจ เพื่อนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการของตนเอง พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ให้พร้อมสำหรับตลาดสากล” นางประไพ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง  ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. กล่าวว่า อุทยานวิทย์ฯ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยครอบคลุมทั้งด้านสถานที่, เทคโนโลยีการผลิต, งานวิจัย, การเชื่อมต่อนักวิจัย ไปจนถึงการช่วยจัดหาแหล่งเงินทุน

‘โรงเรียนวัดกู่คำฯ’ ต้นแบบโรงเรียนขยายโอกาส พัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก

‘โรงเรียนวัดกู่คำฯ’ ต้นแบบโรงเรียนขยายโอกาส พัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก

‘โรงเรียนวัดกู่คำฯ’ ต้นแบบโรงเรียนขยายโอกาส พัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) จ.เชียงใหม่ ชมตัวอย่างความสำเร็จ ต้นแบบโรงเรียนขยายโอกาส ในการยกระดับคุณภาพสถานศึกษาและนักเรียนจากการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาปรับใช้ สร้าง Learner Leader Innovator ด้วยผลประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. พร้อมย้ำจุดเน้นการประกันคุณภาพเพื่อพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสสู่มาตรฐานใหม่

ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศธ. กล่าวว่า  การประเมินคุณภาพภายนอก นับเป็นกลไกที่สำคัญในการตรวจสอบและกระตุ้นให้หน่วยงานที่จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับชาติถึงหน่วยงานที่เล็กที่สุดคือสถานศึกษาและภายในห้องเรียน ต้องมีการประเมินตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ยั่งยืน การประเมินนี้มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยผู้ประเมินจะลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลในสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อวิเคราะห์ “สิ่งที่สถานศึกษาทำได้ดี” และ “สิ่งที่สถานศึกษาสามารถเดินหน้าพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้น” ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง และสังคมว่าการศึกษาที่ได้รับ มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

“บริบทของสถานศึกษาขนาดเล็กและโรงเรียนขยายโอกาสมีลักษณะคล้ายคลึงกันตรงที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือชุมชนที่ขาดแคลน เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนของชาติ สถานศึกษาเหล่านี้จึงมีภารกิจสำคัญในการจัดการศึกษาให้ทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จึงจำเป็นต้องเร่งการประเมินคุณภาพการศึกษาในกลุ่มสถานศึกษาดังกล่าว ซึ่งการประเมินคุณภาพภายนอกจะทำให้สถานศึกษาทราบถึงจุดเด่น จุดที่ควรปรับปรุง ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาสถานศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นได้” รมช.ศธ. กล่าว

ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า จากการประเมินคุณภาพภายนอก สมศ. พบตัวอย่างโรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่สามารถยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างโดดเด่น จากการนำนวัตกรรมการเรียนรู้และผลการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. มาปรับใช้ เพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็น “Learner, Leader และ Innovator” ได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้จะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและศักยภาพก็ตาม โดยข้อค้นพบจากการประเมินคุณภาพภายนอก โรงเรียนวัดกู่คำฯพบว่า สถานศึกษามีการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกจากครั้งก่อน (ปี พ.ศ. 2564) มาปรับใช้ด้านการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ การเป็นผู้นำและการเป็นนวัตกร ผ่านแนวคิด ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และโครงการทางวิชาการต่างๆ เป็นต้น

ด้าน ดร.ประคอง พิไรแสงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) กล่าวว่า จากการเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. ในปี พ.ศ. 2568 นี้ได้เปลี่ยนทัศนคติของครูและนักเรียนจากความกังวลสู่ความเข้าใจ และร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผลการประเมินคุณภาพภายนอกที่ได้รับจาก สมศ. ยังช่วยให้สถานศึกษาเห็นความจำเป็นในการเผยแพร่นวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องรับรู้และร่วมพัฒนา พร้อมทั้งเน้นการพัฒนา Mindset ครูและนักเรียน ให้เห็นคุณค่าการเรียนรู้และดูแลตนเอง ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างผู้เรียนให้เป็น ผู้เรียนรู้ ผู้นำ และนวัตกร ผ่านวิธีการปฏิบัติจริง อาทิ การตั้งเป้าหมายรายบุคคล การประเมินกลุ่มเพื่อน การดูแลกันเองตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 1 ด้วยการจัดทำกระบวนการเรียนรู้แบบ 1 วิถี 4 กิจกรรม ได้แก่ 1.กิจกรรมกลุ่ม 2 มิติ – ฝึกการเรียนรู้อยู่ร่วมกันบนวิถีประชาธิปไตยและความเป็นผู้นำ 2.กิจกรรมเล่าเรื่องประเทืองปัญญา – ฝึกทักษะการเรียนรู้ ทักษะการคิดผ่านข่าวและเหตุการณ์รอบตัว 3.กิจกรรมจิตศึกษา – พัฒนาสติ ปัญญา อารมณ์และความเข้าใจตนเอง 4.กิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการสร้างสรรค์นวัตกรรม – ฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้สู่การสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของผู้เรียน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่ต่อยอดได้จริงในชีวิต

“แม้จะเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากรและบุคลากร แต่โรงเรียนวัดกู่คำฯ ยังสามารถสร้างผู้เรียนที่มีไอเดียโดดเด่นและพร้อมพัฒนาให้เท่าทันโลกอนาคต โดยเชื่อว่า 65% ของอาชีพในวันนี้จะหายไปในอนาคต จึงต้องเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะเรียนรู้ตลอดชีวิตและความสามารถในการปรับตัว สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราไม่ได้มองการประเมินเป็นการตัดสิน แต่เป็นกระจกสะท้อนที่ช่วยให้เราพัฒนาตัวเองและเด็กๆ อย่างแท้จริง” ผู้อำนวยการ รร.วัดกู่คำฯ กล่าว

สำหรับ โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) จ.เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนระดับชั้น อนุบาลปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนเด็กนักเรียนและผู้เรียน 239 คน มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 71 คน อัตราส่วนผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นเด็กพื้นที่ร้อยละ 71 เด็กต่างชาติร้อยละ 25 และเด็กชาติพันธุ์ร้อยละ 4  

พร้อมรับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากหน่วยงานภายนอก ทั้งในด้านงบประมาณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และทรัพยากรด้านนวัตกรรมการศึกษา เพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพของครูและนักเรียน โดยเฉพาะในสถานศึกษาขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง แม้จะมีนักเรียนที่มีไอเดียและความสามารถโดดเด่น แต่ยังขาดกลไกสนับสนุนให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกันนี้ โรงเรียนยังเห็นว่าการประเมินคุณภาพภายนอก จาก สมศ. ในทุก 5 ปี มีความสำคัญในการเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเชิงพัฒนา โดยมี สมศ. ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ประเมินและ “พี่เลี้ยงทางวิชาการ” ที่สามารถให้คำแนะนำ ต่อยอด และร่วมวางแผนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

‘ในหลวง-พระราชินี’ทรงห่วงใย พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของ เยี่ยมทหาร-ราษฎรที่บาดเจ็บ

‘ในหลวง-พระราชินี’ทรงห่วงใย พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของ เยี่ยมทหาร-ราษฎรที่บาดเจ็บ

‘ในหลวง-พระราชินี’ทรงห่วงใย พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของ เยี่ยมทหาร-ราษฎรที่บาดเจ็บ

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.03 น.

‘ในหลวง-พระราชินี‘ ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯอุบลราชธานี  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว  พร้อมกับทรงรับผู้บาดเจ็บทุกคนไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย  

วันที่ 6 สิงหาคม 2568  เวลา  15.00  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์  น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ จ่าสิบเอก อำนาจ  วงษ์ศรีวอ  สิบเอก ปกรณ์เกียรติ  วันสืบ  พลทหาร สรัล  ยานประสงค์  และพลทหาร จารุเดช  ศิริทัศไนย  กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา และเข้ารับการรักษาพยาบาล  ณ  โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ในการนี้  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์  การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลอย่างหาที่สุดมิได้

สพสท.จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ 12-14 พ.ย.นี้

สพสท.จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ 12-14 พ.ย.นี้

สพสท.จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ 12-14 พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย (สพสท.) จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ ที่ จ.นครปฐม ระหว่าง 12-14 พ.ย.นี้

รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม นายกสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย (สพสท.) เปิดเผยว่า สมาคมฯ ใคร่ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมวิชาการแห่งชาติ เรื่อง “คุณภาพการ พลศึกษาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Quality Physical Education Toward Sustainable Development Goals) ระหว่างวันที่ 12-14 พ.ย.68 ที่แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจครู อาจารย์ ด้านที่เกี่ยวข้อง หรือนิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยความยินดี

ในงานดังกล่าวจะมีพิธีประกาศเกียรติคุณ รางวัลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้กับบุคคลและโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ได้แก่ รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านการบริหาร, รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านวิชาการ, รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านปฏิบัติการในสถานศึกษาระดับประถมศึกษา, รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านปฏิบัติการในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา, รางวัลโรงเรียนดีเด่นแห่งชาติระดับประถมศึกษา และรางวัลโรงเรียนดีเด่นแห่งชาติระดับมัธยมศึกษา

กิจกรรมในวันที่ 12 พ.ย.68 จะมีปาฐกถาพิเศษ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ เพียรชอบ เรื่อง “ธรรมนาวาวัง : หลักสัจจศาสตร์สำหรับครูอาจารย์” โดย พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระธรรมวชิราจารย์ (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ ป.ธ.8), รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการมหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย, รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย การบรรยายจาก ผศ.ดร.มารุต ตั้งวัฒนาชุลีพรโส รองอธิการบดี และคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ม.บูรพา, ผู้แทนสถาบันผลิตบัณฑิตพลศึกษา, ผู้แทนโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา วิทยากรจากประเทศจีน, สิงคโปร์ และเวียดนาม

ส่วนวันที่ 13 พ.ย.68 การบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา และรองศาสตราจารย์ ดร.โยธิน แสวงดี จาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา และวิทยากรบรรยาย เรื่อง “ปัญญาประดิษฐ์ (AI.) ในการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา” โดย ดร.สุขยืน เทพทอง ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ)

วันที่ 14 พ.ย.68 ภาคเช้า จะเป็นการนำเสนอผลงานทางวิชาการแบบบรรยาย แบ่งตามห้องผลงานด้านสุขศึกษา พลศึกษา นันทนาการ กิจกรรมทางกาย และนวัตกรรมพลศึกษาและกีฬา จากนั้นเวลา 12.15 น. จะมีพิธีปิดการประชุม โดย รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม นายกสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย และพิธีมอบทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน

สำหรับผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประชุมวิชาการครั้งนี้สามารถติดต่อได้ที่ คุณเฉลิมศรี ไวยรัตน์ 08-1305-5039 หรือที่ ผศ.ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล 08-1424-2843

– 006

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของอุปกรณ์กีฬา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระพันปีหลวง’

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของอุปกรณ์กีฬา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของอุปกรณ์กีฬา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

‘ในหลวง’ พระราชทานหนังสือ ยา อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น ทรงเลี้ยงไอศกรีม แก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระพันปีหลวง” 12 สิงหาคม 2568

6 สิงหาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใย และทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก และเยาวชน ในสถานศึกษาต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยาพระราชทาน อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีม แก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568

6 สิงหาคม 2568 เวลา 09.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยาพระราชทาน  อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีม แก่โรงเรียนต่างๆจำนวน 2 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ท่านผู้หญิงอินทิรา พลธร เป็นประธานเชิญหนังสือ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งไอศกรีมพระราชทาน ไปมอบแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา เขตวังทองหลาง จำนวนรวม 2,314 คน และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า เขตสะพานสูง จำนวนรวม 3,090 คน

โดยหนังสือต่างๆ ซี่งเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาทิ 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถกับสิ่งแวดล้อม, สมเด็จแม่กับการศึกษา, สมเด็จแม่กับการศึกษา , ป่ารักน้ำ – ทางเลือกสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน ศิลป์แผ่นดิน, ธรรมราชินี, ที่ระลึกครบ 100 ปี พระที่นั่งอนันตสมาคม พิธีเปิดศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 7 และพิธีเปิดเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์, ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศราชการ เป็นต้น ฯลฯ 

เพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า และได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จำนวน 100 เล่ม ยาพระราชทาน เป็นชุดยาสามัญประจำบ้านสำหรับไว้ใช้ในห้องปฐมพยาบาท  อุปกรณ์กีฬา 

ได้แก่ ลูกบาสเกตบอลหนัง ลูกฟุตบอลหนังเย็บ ลูกวอลเลย์บอลหนัง ลูกตะกร้อ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและฝึกซ้อมกีฬา สิ่งของที่จำเป็น ประกอบด้วย อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ในการทำความสะอาด ได้แก่ น้ำยาล้างห้องน้ำ สบู่ล้างมือ ถุงขยะ ไม้กวาดดอกหญ้าและไม้กวาดสนาม และตู้เครื่องทำน้ำเย็นเพื่อใช้ในการทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียน สำหรับของหวานในวันนี้ ได้แก่ไอศกรีม รวมทั้งน้ำดื่ม และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา  

ในโอกาสนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา เขตวังทองหลาง และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ต่างร่วมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่ไทย อย่างกึกก้องด้วยความจงรักภักดี.

012

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม’ร้องเพลงชาติ’ส่งกำลังใจทหารไทย

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม'ร้องเพลงชาติ'ส่งกำลังใจทหารไทย

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม’ร้องเพลงชาติ’ส่งกำลังใจทหารไทย

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.52 น.

ส่งใจจากแดนไกล!! อธิการบดี มรภ.ยะลา นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,500 คน สวมเสื้อเหลือง ร่วม’เคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย’ พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ปฏิบัติงานชายแดนไทย กัมพูชา 

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,500 คน ร่วมกิจกรรม “เคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย” เพื่อแสดงพลังแห่งความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ

โดยภายในงานเต็มไปด้วยความพร้อมเพรียง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง แสดงถึงความจงรักภักดีและพลังแห่งความสามัคคี ยังมีการถือป้าย แสดงความรักชาติ ปกป้องอธิปไตย พร้อมโบกธงชาติไทย เพื่อแสดงความหวงแหนในอธิปไตยของชาติไทย และร่วมส่งแรงใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านความมั่นคง โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนและประชาชนในการร่วมกันปกป้องและธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และผืนแผ่นดินไทย

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล 'สมเด็จพระพันปีหลวง' เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.50 น.

เชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 

6 สิงหาคม 2568 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2568 

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

.012

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ร่วมกับ เรือนจำกลางนครพนม จัดกิจกรรมสืบสานประเพณี “ลงแขกดำนา” ประจำปีการศึกษา 2568 ณ แปลงนาใหญ่ ภายในเรือนจำกลางนครพนม โดยมี  ผศ.ดร.เสาวคนธ์ เหมวงษ์ คณบดีคณะเกษตรและเทคโนโลยี และ นายฉลาด อ่อนหัวโทน ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่เรือนจำ และนักศึกษาผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง เข้าร่วมกิจกรรมรวม 161 คน

กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาซึ่งอยู่ในสถานะผู้ต้องขัง ได้เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่นา ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมด้านการเกษตรของไทย และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานท้องถิ่น

อาจารย์สรินทรเทพ สายเนตร ภูกฤตธาดา อาจารย์ประจำสาขาวิชาสหวิทยาการศึกษา คณะเกษตรและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กิจกรรมลงแขกดำนา ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในรายวิชาภาคปฏิบัติ ภายใต้โครงการความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยนครพนมกับเรือนจำกลาง ซึ่งจัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตร “เกษตรศาสตร์” โดยมีนักศึกษาในระบบจากเรือนจำ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางนครพนม เรือนจำจังหวัดสกลนคร และเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร รวมประมาณ 350 คน ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

หลักสูตรดังกล่าวเปิดรับผู้เรียนที่มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) และมีโทษไม่ต่ำกว่าระยะเวลาการศึกษา (3 ปี) โดยเน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ด้านอาหาร สัตวศาสตร์ พืชศาสตร์ ประมง และด้านช่าง ซึ่งผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิการศึกษาที่สามารถนำไปใช้สมัครงาน หรือแม้กระทั่งสอบเข้ารับราชการได้

สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในระหว่างศึกษา หากมีความประสงค์สามารถโอนย้ายเข้าสู่ระบบการเรียนปกติที่คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้ทันที โดยไม่เสียสิทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้มีนักศึกษาในรุ่นแรกของโครงการกำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 ของภาคเรียนที่ 2

กิจกรรม “ลงแขกดำนา” ครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จของการบูรณาการการเรียนรู้ควบคู่กับการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นตัวอย่างของการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและคืนคนดีสู่สังคม

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน ‘Future Food Future Opportunity’

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน 'Future Food  Future Opportunity'

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน ‘Future Food Future Opportunity’

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โชว์ศักยภาพ – นางศิรินันท์  ทับทิมเทศ  นักบริหารพิเศษและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ (ศนอ.) วว. พร้อมคณะนักวิจัย โชว์ศักยภาพของ ศนอ. เนื่องในการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความสำเร็จการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอาหารอนาคต ประจำปี 2568 ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Future Food  Future Opportunity โอกาสใหม่อาหารไทยด้วยพลังพันธมิตร” เพื่อเสริมแกร่ง SMEs ณ โรงแรมทีเค. พาเลซ  แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงทพฯ