สดร.ชวนเที่ยวงานมหกรรมดาราศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 11 ม.ค.นี้

สดร.ชวนเที่ยวงานมหกรรมดาราศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 11 ม.ค.นี้

สดร.ชวนเที่ยวงานมหกรรมดาราศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 11 ม.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “NARIT AstroFest 2025” มหกรรมดาราศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ในวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคมนี้ชวนน้องๆ หนูๆ มาตะลุยโลกดาราศาสตร์ กับหลากหลายกิจกรรมตลอดวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เรียนรู้และสนุกกับนิทรรศการดาราศาสตร์ ท้องฟ้าจำลองฟูลโดมดิจิทัลรอบพิเศษ พร้อมเพลิดเพลินเดินชมนิทรรศการดาราศาสตร์ ส่องดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์ช่วงกลางคืน ที่ยกขบวนจัดพร้อมกัน5 แห่งทั่วประเทศ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธรเชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สงขลา ตั้งแต่ 09.00-22.00 น. เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยแต่ละแห่งมีกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ ดังนี้

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ กับกิจกรรม Open House เปิดบ้านห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์ ปีนี้เปิดโซนใหม่ครั้งแรกที่น้องๆ จะได้ชมห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้ทดสอบและประกอบดาวเทียมฝีมือคนไทย พร้อมตื่นตาตื่นใจกับหลากหลายนวัตกรรมต้นแบบจากงานพัฒนาเทคโนโลยี และวิศวกรรมดาราศาสตร์ขั้นสูง อาทิ ระบบควบคุมกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ ฐานกล้องโทรทรรศน์ติดตามวัตถุท้องฟ้าความแม่นยำสูง กล้องถ่ายภาพทั่วท้องฟ้าและวิเคราะห์สภาพอากาศ เครื่องเคลือบกระจกกล้องโทรทรรศน์แห่งชาติ กระทบไหล่วิศวกรและนักดาราศาสตร์ตัวจริงเสียงจริงกับดินแดนแห่งงานวิจัยดาราศาสตร์ นอกจากนี้ยังเปิดโซนดาราศาสตร์สำหรับเด็กและครอบครัว ชวนมาสร้างสรรค์ยานอวกาศจำลองกับภารกิจพิชิตดาวอังคาร Mars Landing ใครหิวเรามี Star Market สารพันสินค้าอาหารในธีมดาราศาสตร์ให้อิ่มอร่อยตลอดทั้งวันกับ ส่วนช่วงค่ำชวนมานั่งปิกนิกชมดาวเคล้าลมหนาวและเสียงดนตรี พร้อมลุ้นรับกล้องโทรทรรศน์กลับบ้านกันฟรีๆ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 084-0882261  

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา เยาวชนคนโคราชและใกล้เคียง เตรียมพบกับหลากหลายกิจกรรมดาราศาสตร์อันเหนือคาด อาทิ ทะลุจักรวาล ดาวหาง…ฮัลแน่ อวกาศช็อตฟีล ยูโรปามาค่ะซิส! และพาเหรดมินิเกมบนเวทีตลอดทั้งวัน ช่วงค่ำพบกับการผจญภัยไขความลับแห่งดวงดาวในป่าเรืองแสง ท่องนิทรรศการยามค่ำคืน ชมดาวเคล้าเสียงดนตรี อิ่มอร่อยกับตลาดนัดธีมอวกาศ Star Market ลุ้นรับของที่ระลึกพิเศษแบบฉ่ำตลอดทั้งงาน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 086-4291489 

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น เหล่าตัวเล็กดินแดนอีสานเหนือเตรียมตัวให้พร้อม หอดูดาวภูมิภาคขอนแก่น เปิดบ้านยกขบวนกิจกรรมดาราศาสตร์ในวันเด็กแห่งชาติอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก! สนุกกับการผจญภัยในฐานกิจกรรม อาทิ Kid & Family Zone กิจกรรมดาราศาสตร์สำหรับครอบครัว ช่วงค่ำชวนมาดูดาว
พลางแชะ แชร์ เช็คอิน เก็บภาพความประทับใจกับบอลลูนดวงจันทร์ยักษ์ โซนเรืองแสง และลุ้นรางวัลกับเกมบิงโกดาราศาสตร์ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 063-8921854

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทรา ชวนสำรวจและไขความลับดาราศาสตร์กับกิจกรรม “อะไรอยู่ในหอดูดาว?” และนานากิจกรรมดาราศาสตร์มหาสนุก อาทิ จรวดขวดน้ำ สไลม์อวกาศ บิงโกดาราศาสตร์ ตื่นตากับเทศกาลว่าวหรรษาดาราศาสตร์ ท้าประลองฝีมือกับกิจกรรมลูกข่างอวกาศ ชมการแสดงวิทยาศาสตร์ Science Show ช่วงค่ำร่วมผจญภัยในดินแดน Glow in the dark ปิ้งข้าวโพด และมาร์ชเมลโลสไตล์ชาวแคมป์ พร้อมปิดท้ายค่ำคืนด้วยกิจกรรมขับขานนิทานดาวผ่านท้องฟ้าจริง สอบถามเพิ่มเติม โทร. 084-0882264

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ยกทัพกิจกรรมสำหรับเด็กๆ จัดเต็มบนเขารูปเช้าใจกลางเมืองสงขลา สายนักประดิษฐ์เตรียมตัวมาสร้างและส่งจรวดสู่ดวงจันทร์ แข่งขันเครื่องบินพลังยาง บังคับหุ่นยนต์บนพื้นผิวดาวอังคาร สังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ เล่นเกมบิงโกดาราศาสตร์ และโซนสนุกสำหรับเด็ก Kids Zone เติมสีแต่งฝันกับการเรียนรู้ดาราศาสตร์ผ่านงานศิลปะ ช่วงค่ำชวนมาเก็บภาพความประทับใจกับดวงจันทร์ ดาวพฤหัสบดี และโซน Glow in the Dark จากนั้นร่วมชิงชัยในสนามประลองปัญญากับเกม Astronomy Davinci พร้อมด้วยเวิร์กช็อปและเกมอีกมากมายลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษตลอดงาน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 095-1450411

ศาลยุติธรรม ร่วมมือ สวทช. นำ AI สนับสนุนภารกิจศาลฯ ลดระยะเวลาการพิจารณาคดี

ศาลยุติธรรม ร่วมมือ สวทช. นำ AI สนับสนุนภารกิจศาลฯ  ลดระยะเวลาการพิจารณาคดี

ศาลยุติธรรม ร่วมมือ สวทช. นำ AI สนับสนุนภารกิจศาลฯ ลดระยะเวลาการพิจารณาคดี

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานศาลยุติธรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนภารกิจศาลยุติธรรม โดยมีนายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานการลงนามความร่วมมือ เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการสนับสนุนภารกิจของศาลยุติธรรมในการเสริมสร้างประสิทธิภาพการพิจารณาคดีและการบริหารงานยุติธรรมให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ T เปลี่ยนผ่านสู่อนาคต (Transformation) โดยมี ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช.และ นายภพ เอครพานิช รองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ณ อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การ MOU ครั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ และแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ.2565-2568 ยุทธศาสตร์ T เปลี่ยนผ่านสู่อนาคต (Transformation) ซึ่งมีเป้าหมายในการเสริมสร้างการอำนวยความยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วยระบบดิจิทัล ผ่านการพัฒนาระบบการใช้เทคโนโลยีที่อาศัยปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดี และบริการจัดการ การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ยังรวมถึงการร่วมกันสนับสนุนและจัดหาคลังข้อมูลเกี่ยวกับศาลยุติธรรมสำหรับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีบทบาทในการเสริมประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมสนับสนุนภารกิจและงานต่างๆ ของศาลยุติธรรม เพื่อลดขั้นตอน ลดระยะเวลา การเชื่องโยงข้อมูล การสืบค้นข้อมูลคำสั่ง และคำพิพากษาของศาล ควบคู่ไปกับระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม และเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการประชาชน

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. จะได้นำองค์ความรู้และงานวิจัยทางด้าน AI มาใช้ในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ให้สามารถตอบสนองความต้องการสนับสนุนภารกิจหลักของศาลยุติธรรม ได้แก่ ระบบช่วยร่างคำฟ้อง, ระบบค้นหาและเข้าถึงข้อมูลในวีดีโอ, ระบบถาม-ตอบข้อมูลของศาล, ระบบถอดความการพิจารณาคดี Onsite และ Online, ระบบแนะนำกระบวนการดำเนินการในศาล, ระบบสืบค้นข้อมูลทางวิชาการผ่านระบบ RAG (Retrieval Augmented Generation) ระบบเปลี่ยนแปลงข้อมูลภาพให้เป็นตัวอักษร (Optical Character Recognition : OCR) และระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อื่นๆ สำหรับสนับสนุนภารกิจงานของศาลยุติธรรม

นอกจากนี้ เนคเทค สวทช. ยังวางแผนร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรมในการสนับสนุนและจัดการคลังข้อมูลเกี่ยวกับศาลยุติธรรม เพื่อพัฒนา AI ในรูปแบบต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน รวมถึงความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรจากทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลวิชาการและประสบการณ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบงานและเสริมสร้างศักยภาพก่อให้เกิดประโยชน์ของแต่ละหน่วยงานต่อไป

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบของขวัญวันเด็กแด่นายกฯ เพื่อมอบให้เยาวชน ในวันเด็กแห่งชาติ68

'มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง'มอบของขวัญวันเด็กแด่นายกฯ เพื่อมอบให้เยาวชน ในวันเด็กแห่งชาติ68

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบของขวัญวันเด็กแด่นายกฯ เพื่อมอบให้เยาวชน ในวันเด็กแห่งชาติ68

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.48 น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญวันเด็ก 240,000 ชิ้น แด่นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ  ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

8 มกราคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ  นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ เข้าพบ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบชุดของขวัญวันเด็ก ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และกล่องดินสอ รวมจำนวน 240,000 ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้เด็กและเยาวชน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า งานสังคมสงเคราะห์ กิจกรรมที่สำคัญหนึ่งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทำเป็นประจำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 66 ปี  คือ การมอบของขวัญให้เด็กๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ”แบ่งปันความรัก ความสุขและเสริมการเรียนรู้  เพราะ “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”  สร้างเด็กไทยในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต  โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้จัดพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็กให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ

โดยในปี พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทั้งสิ้น รวม 3,600,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 15 ล้าน 8 แสนบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung
 

‘สำนักงานอัยการสูงสุด’จัดพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568

'สำนักงานอัยการสูงสุด'จัดพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568

‘สำนักงานอัยการสูงสุด’จัดพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.59 น.

สำนักงานอัยการสูงสุด จัดพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568 เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่งเสริมให้บุคลากรมีคุณธรรม มีคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย สร้างความสัมพันธ์สามัคคีในหมู่คณะ

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 8 มกราคม 2568 บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568 โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจัดขึ้น มี นายเรวัตร จันทร์ประเสริฐ ประธานกรรมการอัยการ (ประธาน ก.อ.) คณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุด ชมรมข้าราชการฝ่ายอัยการ และสมาคมภริยาอัยการ เข้าร่วมในพิธี ซึ่งได้รับเมตตาจากพระสงฆ์วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง จังหวัดนนทบุรี ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และออกรับบาตรข้าวสารอาหารแห้ง

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรในสำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงประชาชนทั่วไป อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรมีคุณธรรม มีคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย สร้างความสัมพันธ์สามัคคีในหมู่คณะ และยังสอดคล้องกับนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด นโยบายที่ 3 ในการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมด้วย

– 006

ตำรวจอัยเยอร์เวงร่วม ตชด.444 บริการตัดผมฟรีให้เด็ก นร.ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง

ตำรวจอัยเยอร์เวงร่วม ตชด.444 บริการตัดผมฟรีให้เด็ก นร.ดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง

ตำรวจอัยเยอร์เวงร่วม ตชด.444 บริการตัดผมฟรีให้เด็ก นร.ดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.01 น.

ตำรวจ สภ.อัยเยอร์เวง ร่วมกับ ตชด 444 ออกหน่วยบริการตัดผมฟรีให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนวังใหม่ฟรี ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

วันที่ 8 ม.ค.68 ที่โรงเรียนวังใหม่ ประชาอุทิศ 2519 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา พ.ต.อ.ธีรภัทร ปิยะถาวร ผกก.สภ.อัยเยอร์เวง มอบหมายให้ชุดจิตอาสาชุมชนสัมพันธ์ ร่วมกับร้อย ฉก.ตชด 444 จัดกิจกรรมจิตอาสา ออกหน่วยบริการตัดผมฟรีให้กับเด็กนักเรียนเพื่อให้เด็กนักเรียนมีทรงผมสั้น สะอาดเรียบร้อย ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีพร้อมเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจคณะครู และนักเรียน

ตำรวจ สภ.อัยเยอร์เวง จึงเข้าใจถึงปัญหาเรื่องภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนและผู้ปกครองเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการตัดผมนักเรียนที่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญ แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ไม่ค่อยดีมากนักหลายครอบครัวแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก

นักเรียนที่ตัดผม เผยว่า ดีใจมากที่พี่ๆ ตำรวจ มาเป็นช่างตัดผมให้ โดยไม่ต้องเสียตังค์ที่ผ่านมาพ่อต้องพาไปตัดผมในตัวอำเภอที่รวมระยะทางไปกลับกว่า 30 กิโลเมตร จึงอยากให้พี่ๆตำรวจจัดกิจกรรมออกหน่วยบริการตัดผมฟรีให้นักเรียนบ่อยๆ จะได้ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายให้กับพ่อแม่ได้ – 003

สุดเจ๋ง! อาชีวะไทย คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติปี 68 เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน

สุดเจ๋ง! อาชีวะไทย คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติปี 68 เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน

สุดเจ๋ง! อาชีวะไทย คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติปี 68 เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.40 น.

สุดเจ๋ง! นศ.วอศ.เสาวภา และวอศ.สระบุรี ชนะเลิศการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ 2025 ณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 7 มกราคม 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดส่งทีมนักศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 3 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 4 – 7 มกราคม 2568 ซึ่ง Harbin Engineering University (HEU) และ China-Harbin International Ice and Snow Festival ร่วมสนับสนุนและเป็นเจ้าภาพจัดงาน ณ เมือง Harbin สาธารณรัฐประชาชนจีน  ผลปรากฏว่า ทีมนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี  ชนะเลิศได้รับรางวัลที่ 1 ส่วนทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี  ได้รับรางวัลที่ 2  โดยทั้ง 3 ทีมได้รับโล่รางวัลพร้อมประกาศนียบัตร สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 55 ทีม จาก 8 ประเทศ ได้แก่ จีน อิตาลี เยอรมัน รัสเซีย มาเลเซีย ไทย โปรตุเกส และเบลารุส

รางวัลที่ 1 โดยทีมนักศึกษาสาขาวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ประกอบด้วย นายวรัสก์กร  โชติสิริพัชร์ นายเพชรธรรม  สุขสวัสดิ์  นายธนกฤต ใจเย็น ชั้น ปวช.3 และนายอภิโชค  จันทนะ  ชั้น ปวช.2  โดยมีนายสุกฤษ  สุธญพลาวุฒิ และ นายศรชัย  ชนะสุข เป็นครูควบคุมทีม ชื่อผลงาน “สายใยแห่งผู้พิทักษ์คู่แฝด ผู้พิทักษ์และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองวัฒนธรรม”  ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีนได้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนศิลปะและวิทยาการใหม่ ๆ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เราถ่ายทอดและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองวัฒนธรรมนี้ เปรียบได้กับ ‘พี่น้องฝาแฝด ซึ่งเป็นรากฐานของประติมากรรมชิ้นนี้  โดยรวบรวมประเพณีทางศิลปะของทั้งสองประเทศ โดยเน้นที่สัญลักษณ์แห่งการปกป้องและคุ้มครองที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน ได้แก่ ยักษ์ของไทยและจีน รวมถึงสิงโต ซึ่งตามความเชื่อดั้งเดิมจะทำหน้าที่ปกป้องอาคารและบ้านเรือน องค์ประกอบเหล่านี้เมื่อนำมาผสานเข้าด้วยกันแล้ว สามารถแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของทั้งสองวัฒนธรรม สะท้อนถึงความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกัน และความเคารพซึ่งกันและกันที่คงอยู่มาช้านาน

และทีมนักศึกษาสาขาวิจิตรศิลป์  วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ประกอบด้วย นายภัทรภูมิ  เจียรนิมิต     นางสาวญาดา มหาพันธน์ ชั้น ปวช.3 นายวันนุวรรตน์ โสภาพงษ์ ชั้นปวช.2 และนางสาวชนัญญา เพ็ชรริ ชั้น ปวส.1 แผนกวิชาออกแบบ โดยมีนายกิตติพล  วิเชียรเชื้อ เป็นครูผู้ควบคุม ชื่อผลงาน มวยไทย (Thai Fight) ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้มวยไทยอันทรงพลัง ที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง ความเป็นนักสู้ ที่มีความสมดุลระหว่างพละกำลังกับความนุ่มนวล พร้อมกับการผสานภาพของศิลปะมวยไทยและช้าง ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย เป็นสัญลักษณ์แห่งความอดทน ความแข็งแกร่ง และมีพลัง เป็นความผูกพันระหว่างคนไทยกับช้างที่มีมาแต่โบราณ

รางวัลที่ 2 ได้แก่ทีมนักศึกษาสาขาวิจิตรศิลป์  วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย  นายวายุ  มีบุญ นายสิรวิชญ์  พันธุ์บุญ นายนพสิษฐ์  จารึกรัมย์ ชั้นปวช.2 แผนกวิชาวิจิตรศิลป์ และนายไพพิศาล  แหวนวงษ์ ชั้น ปวช.1 โดยมี นายพฤติพงษ์  วงศ์วรรณา เป็นครูผู้ควบคุมทีม ชื่อผลงาน ความสัมพันธ์ไทย – จีน ซึ่งมีความผูกพันกันมายาวนานนับหลายร้อยปี ประชาชนชาวจีนบางส่วนได้ย้ายถิ่นฐานมาใช้ชีวิตยังราชอาณาจักรไทย บางส่วนมาประกอบธุรกิจ ทำการเกษตร และค้าขาย จนเจริญรุ่งเรือง ศิลปะวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าหลากหลายประการที่ชาวจีนนำมาด้วยได้แผ่ขยายและซึบซับสู่วิถีชีวิตของชนชาวไทย โดยเฉพาะประเพณีการเชิดสิงโต ซึ่งจะจัดขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลองในโอกาศพิเศษ งานเปิดกิจการ หรืองานมงคลสมรส เป็นที่ชื่นชมของประชาชนชาวไทย ประติมากรรมชิ้นนี้แสดงถึงลักษณะเคลื่อนไหวท่าทาง ของการเชิดสิงโต ในชุดสิงโตโดยมีคนเชิดอยู่ด้านใน ประกอบกับลีลาท่าทางที่งดงาม และทรงพลังยิ่งนัก

โดยการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ  ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ด้านทักษะความรู้และวิชาชีพให้กับนักเรียนนักศึกษาในเวทีระดับนานาชาติ พร้อมกับแสดงศักยภาพของนักเรียน นักศึกษา อาชีวศึกษาให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งชื่อเสียงและความภาคภูมิใจมาสู่สอศ.และประเทศไทยต่อไป

ทั้งนี้ คณะมีกำหนดการเดินทางกลับในวันที่ 8 ม.ค.68 เที่ยวบิน ZH 305 โดยจะเดินทางถึงประเทศไทย ในวันที่ 9 มกราคม 68 เวลา 02.05 น.

คุมประพฤติ‘นักเรียน’ เพิ่ม‘บุหรี่ไฟฟ้า-บารากุไฟฟ้า’ของต้องห้าม ข้องแวะโดนโทษ 4 ระดับ

คุมประพฤติ‘นักเรียน’ เพิ่ม‘บุหรี่ไฟฟ้า-บารากุไฟฟ้า’ของต้องห้าม ข้องแวะโดนโทษ 4 ระดับ

คุมประพฤติ‘นักเรียน’ เพิ่ม‘บุหรี่ไฟฟ้า-บารากุไฟฟ้า’ของต้องห้าม ข้องแวะโดนโทษ 4 ระดับ

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.04 น.

‘ครม.’เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา เพิ่ม‘บุหรี่ไฟฟ้า-บารากุไฟฟ้า’เป็นของต้องห้าม พร้อมกำหนดบทลงโทษหากพบเข้าไปข้องเกี่ยว

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 7 ม.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ เดิมกฎหมายตัวนี้เป็นเรื่องที่ห้ามนักเรียนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเช่น บุหรี่ และยาเสพติดอื่นๆ แต่ปัจจุบันมีบุหรี่ไฟฟ้า บารากุ และวัตถุออกฤทธิ์อื่นๆ ที่เป็นภัยคุกคามเพิ่มเข้ามา ทางทางกระทรวงศึกษาธิการ จึงเสนอของต้องห้าม คือ 1.บุหรี่ไฟฟ้า 2.บารากุไฟฟ้า และวัตถุออกฤทธิ์อื่นๆตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดยมีบทลงโทษสำหรับนักเรียนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง 4 ระดับ คือ 1.ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทำทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนความประพฤติ และ4.ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

“รมว.ศึกษาธิการเห็นว่าเราไม่สามารถไปยึดของพวกนี้ได้ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ เช่น หากของเหล่านี้ถูกนำเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ จะต้องมีการจับกุมจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแล เป็นต้น” นายคารม ระบุ

ด้าน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม. ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ ของนักเรียนและนักศึกษาฉบับที่พ.ศ…ใหม่ เนื่องจาก กฎกระทรวงฉบับเดิมเมื่อปี 2548 ครอบคลุมเรื่องการซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติดเท่านั้น ซึ่งการปรับร่างกฎกระทรวงใหม่ได้ปรับปรุงถ้อยคำให้ครอบคลุมลักษณะการกระทำให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากซื้อจำหน่ายแลกเปลี่ยนและเสพ และให้เพิ่มสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ สภาพการณ์ปัจจุบัน คือ การซื้อ จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยนให้ ส่งมอบ มีไว้เพื่อขาย เสพ บริโภค สูบครอบครอง หรือกระทำการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสุรา เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ ตัวยาบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า ยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนนักศึกษาเข้าไปข้องเกี่ยวกับสิ่งอบายมุข

อย่างไรก็ตามหลังจากครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ ของนักเรียนและนักศึกษาฉบับที่ พ.ศ. …มาแล้ว ตนจะลงนามประกาศกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว เพื่อให้มีผลบังคับใช้ดำเนินการกับเด็กนักเรียนที่นำสิ่งผิดกฎหมายมาโรงเรียน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า นอกจากการจัดทำร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวแล้วยังได้มีการพูดคุยกับกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ในการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในโรงเรียนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สามารถมีอำนาจตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าหรือสิ่งผิดกฎหมายจากต่างประเทศได้ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของพณ. ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายของศธ. ร่างกฎหมายของกระทรวงขึ้นมาเอง ในการดูแลและมีอำนาจตรวจยึดและทำลายสิ่งของประเภทดังกล่าวได้มากขึ้น

‘ศุภมาส’ขู่ฟัน‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

https://www.naewna.com/local/851618

‘ศุภมาส’ขู่ฟัน‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

‘ศุภมาส’ขู่ฟัน‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.05 น.

‘ศุภมาส’จ่อ​ฟัน​‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดหลักสูตร‘อาสาตำรวจจีน’ภายใน 1-2 วัน สั่งทบทวนคุมจัดอบรม Non- degree

เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 7 มกราคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงกรณีอธิการบดีมหาวิทยาลัยสยามแถลงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดหลักสูตรอบรมอาสาตำรวจจีน ว่า เป็นไปตามที่ปรากฏในข่าวว่าทางมหาวิทยาลัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เป็นผู้บริหารคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นชาวจีนจัดอบรมเองโดยพลการ ไม่มีการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้น

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า หนึ่งในผู้เสียหายคือมหาวิทยาลัย จึงเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารท่านนี้ หลังจากมหาวิทยาลัยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีส่วนรู้เห็น และไม่มีการเก็บเงิน แต่มีการใช้ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ซึ่งผู้บริหารชาวจีนได้ร่วมจัดอบรมกับหน่วยงานเอกชนข้างนอก เก็บเงินผู้เข้าร่วมรายละ 38,000 บาท  กว่า 20 คน

“หากมหาวิทยาลัยไม่ไปแจ้งความร้องทุกข์ กระทรวง อว. ก็จะเข้าไปกำกับดูแลและดำเนินคดีกับมหาวิทยาลัย ส่วนกรอบระยะเวลาไม่ได้มีกำหนดแต่มองว่ามหาวิทยาลัยควรเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่คาดว่า น่าจะใช้เวลาภายใน1-2 วัน เพราะไม่มีสาเหตุอะไรที่ต้องรอ สังคมรอคำตอบอยู่” น.ส.ศุภมาส กล่าว

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ส่วนตัวได้มีการสอบถามกับมหาวิทยาลัย ถึงความเป็นไปได้ที่ไม่ทราบเรื่องการจัดอบรมดังกล่าว ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ชี้แจงว่า การจัดอบรมเพิ่งมีแค่ครั้งเดียว และมีคนเข้าร่วมน้อย ไม่ได้ผ่านกระบวนการของมหาวิทยาลัย จึงต้องรอดูต่อไปว่ามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าทุกข์จะไปแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ รวมถึงต้องมีการตั้งกรรมการสอบวินัยของผู้บริหารจีนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการหักเงินเดือน ตัดเงิน ตักเตือนหรือไปจนถึงการไล่ออก

ทั้งนี้ ในอดีตหลักสูตรการจัดอบรมและให้ใบประกาศนียบัตร หรือเรียกว่า Non-degree หรือหลักสูตรที่ไม่ได้รับปริญญา ซึ่งหลักสูตรอบรมดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในหลักสูตร Non-degree ซึ่งไม่มีระเบียบที่จะเข้าไปกำกับดูแลในส่วนนี้ได้ แต่ในระยะหลังเริ่มมีมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรอบรมมากขึ้นทำให้ต้องมาทบทวน รวมถึงแก้ระเบียบที่จะเข้าไปกำกับดูแลหลักสูตรNon-degree ให้เกิดความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดความเสียหายด้วย

ม.กรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ‘BU RUN 2025’

https://www.naewna.com/local/851507

ม.กรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ‘BU RUN 2025’

ม.กรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ‘BU RUN 2025’

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ชวนนักวิ่งและศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน BU มาร่วมวิ่งหรือเดินบนดินแดนแห่งความคิดสร้างสรรค์ในรั้วมหาวิทยาลัยที่ร่มรื่นกับเส้นทางใหม่บรรยากาศทะเลสาบยามเช้า ร่วมสร้างสุขปันรักให้อบอุ่นหัวใจ มอบรายได้จากกิจกรรมเป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยจัดขึ้นใน
วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 05.00-07.20 น. ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 สมัครวิ่งที่ https://race.thai.run/burun2025

ระยะทาง 10 km. ค่าสมัคร 700 บาท 5 km. ค่าสมัคร 500 บาท ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/burun.bangkokuniversity?
mibextid=LQQJ4d
 หรือเบอร์โทร.062-3245245 และ 081-6675340

DPU เปิดโครงการ ‘Guijiang Workshop’ เสริมทักษะ นศ.จีน-ไทย ปั้นนักไลฟ์มืออาชีพ

https://www.naewna.com/local/851513

DPU เปิดโครงการ ‘Guijiang Workshop’  เสริมทักษะ นศ.จีน-ไทย ปั้นนักไลฟ์มืออาชีพ

DPU เปิดโครงการ ‘Guijiang Workshop’ เสริมทักษะ นศ.จีน-ไทย ปั้นนักไลฟ์มืออาชีพ

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ Chinese Plus วิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว ประเทศจีน และบริษัทกุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่น อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต อีคอมเมิร์ซ จำกัด ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เปิดโครงการ “Guijiang Workshop” และ “สถาบันอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน-ไทย”เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ พัฒนาทักษะอีคอมเมิร์ซ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษาไทยและจีน ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์ความร่วมมือด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนของกระทรวงศึกษาธิการจีน โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย สมาคมครูจีนแห่งประเทศไทย วิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว ธนาคารออมสินภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ภายในงานยังมีการจัดการแข่งขันกระชับมิตรการไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์ระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาจีน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สตรีมมิ่งณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดี สายงานวิชาการ DPU กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 7.5 แสนล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 6% การขยายตัวนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ในวงการธุรกิจและการศึกษา เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าวมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จึงร่วมมือจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว และบริษัทนำเข้าส่งออกสินค้าอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่น เพื่อจัดตั้งโครงการ Guijiang Workshop และสถาบันอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน-ไทย โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะระดับสากล พร้อมมุ่งเน้นผลิตนักอีคอมเมิร์ซที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวน 300 คน ภายใน 3 ปี ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังได้นำจุดแข็งด้านการเรียนการสอน สาขาการค้าระหว่างประเทศ โลจิสติกส์ และภาษาจีนธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนจากนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาต่อยอดความร่วมมือในครั้งนี้

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ DPU กล่าวว่า โครงการความร่วมมือนี้ ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมีห้องไลฟ์สตรีมมิ่งจำนวน 6 ห้อง เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติการไลฟ์สดขายสินค้า นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการศึกษาและวัฒนธรรมการค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างไทยและจีน ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของการเรียนการสอนอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ และความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการกับสถาบันการศึกษา อย่างไรก็ตามการพัฒนาความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการศึกษาและเตรียมความพร้อมบุคลากรสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่ ผ่านการบูรณาการการเรียนการสอนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำสะท้อนวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

นายหยาง หง ประธานกรรมการ บจก.กุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่น อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต อีคอมเมิร์ซ เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์บริษัทในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนว่า บริษัทให้ความสำคัญกับกรอบความร่วมมือ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) และนโยบาย BRI (Belt and Road Initiative) หรือโครงการเส้นทางสายไหมทางบกและเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์ม TikTok และ Multi-channel Network (MCN) ด้วยแอคเคาท์กว่าแสนราย มีผู้ติดตามกว่า 12 ล้านคน และยอดการรับชมสูงถึง 9,800 ล้านครั้ง สร้างรายได้กว่า 2 ร้อยล้านหยวนต่อปี สำหรับการส่งเสริมด้านการศึกษา บริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง โดยปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 2,000 คน เข้าร่วมโครงการเรียนรู้ด้านอีคอมเมิร์ซ เราจึงมีความพร้อมที่จะมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะทั้งในจีนและข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง

ศ.หวัง ฮวน เลขานุการเอก ฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาจีนกว่า 200 แห่ง มีโครงการความร่วมมือกับกว่า 70 ประเทศ รวม 400 สถาบัน ดังนั้น โครงการความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมจีนกำลังขยายการลงทุนในไทย ซึ่งต้องการบุคลากรที่มีทักษะและเข้าใจวัฒนธรรมข้ามแดน โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนจะครบรอบ 50 ปี ความร่วมมือนี้จะเป็นคลื่นลูกใหม่ของการแลกเปลี่ยนทางการค้า วัฒนธรรม และองค์ความรู้ เป็นการสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน และยังจุดประกายสำหรับการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซระหว่างไทยและจีนอีกด้วย

ดร.โชติกานต์ จิราลักษณ์สกุล หัวหน้าหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ DPU กล่าวว่า การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สตรีมมิ่ง ระหว่างทีมแข่งขันจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว ประเทศจีน และนักศึกษา DPU มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้สภาพจริงของอีคอมเมิร์ซและเข้าใจกระบวนการทำงานจริง ภายหลังการแข่งขันจะมีการอบรมอย่างเข้มข้น 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2567 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากกุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่นฯ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ ตั้งแต่กระบวนการตั้งราคา การทำโปรโมชั่น ไปจนถึงการกระตุ้นยอดขาย โดยบริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์มพิเศษที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถวางแผนการขายก่อนไลฟ์สด รวมถึงสร้างแพลตฟอร์มจำลองการไลฟ์สดที่สามารถเก็บข้อมูลหลังบ้าน เพื่อนำไปวิเคราะห์การตลาดได้ซึ่งถือเป็นโอกาสทางการศึกษาที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ในอนาคตมหาวิทยาลัยมีแผนขยายความร่วมมือ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทดังกล่าวมาเป็นวิทยากร และสอนบางรายวิชาที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน โดยจะใช้ห้องปฏิบัติการ Guijiang สตูดิโอ เป็นฐานฝึกปฏิบัติไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคณะสามารถใช้ห้องสตูดิโอดังกล่าวในการฝึกไลฟ์สดได้