ครูเฮ!!! ศธ.เตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือน 1 พ.ค.นี้ บรรจุใหม่รับ 16,500 บาทต่อเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791423

ครูเฮ!!! ศธ.เตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือน 1 พ.ค.นี้ บรรจุใหม่รับ 16,500 บาทต่อเดือน

ครูเฮ!!! ศธ.เตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือน 1 พ.ค.นี้ บรรจุใหม่รับ 16,500 บาทต่อเดือน

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.30 น.

ครูเฮ!!!  ศธ.ขานรับนโยบายรัฐบาล สั่งเตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1 พ.ค.นี้ เผยนบรรจุใหม่รับ 16,500 บาท

6 มี.ค.67  พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารศธ. ว่า ที่ประชุมกำลังหารือการเตรียมความพร้อมการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตามนโยบายรัฐบาล โดยได้เน้นย้ำในเรื่องการดำเนินการให้สามารถปรับเงินเดือนให้ทันภายในวันที่ 1 พ.ค. นี้ 

“ผู้บรรจุใหม่จะได้รับเงินเดือนในอัตรา 16,500 บาท และจะต้องไปดูในส่วนผู้ได้รับผลกระทบ ก็จะต้องไปดูว่าจะปรับอย่างไร โดยต้องการให้ได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนพร้อมกันวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ไม่ต้องการให้มาจ่ายย้อนหลัง”

ทั้งนี้ สำหรับการปรับเพิ่มเงินเดือนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือ การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ ซึ่งจะทยอยปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุเพิ่มปีละ 10% ในปี 2567 และ 2568 โดยในปี 2568 ผู้ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี จะได้เงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และปรับคุณวุฒิอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน ส่วนกลุ่มที่ 2 การปรับเงินชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ พร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ

ศธ.สั่งสอบวินัยร้ายแรง ‘สพป.ขอนแก่น เขต 2’ เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791394

ศธ.สั่งสอบวินัยร้ายแรง 'สพป.ขอนแก่น เขต 2' เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย

ศธ.สั่งสอบวินัยร้ายแรง ‘สพป.ขอนแก่น เขต 2’ เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.28 น.

รมว.ศึกษาฯ สั่งสอบวินัยร้ายแรง สพป.ขอนแก่น เขต 2 เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย กำชับเร่งแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

กรณีมีผู้ร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอว่า มีการทุจริตการจัดการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ (ว16) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ขอนแก่น เขต 2 โดยจัดสอบ เมื่อวันที่ 19-20 สิงหาคม 2566 โดยมีข้อมูลว่า มีการจัดทำคู่มือการสอบและทำตำหนิตรงกับข้อสอบ นำมาจำหน่ายเล่มละ 300,000-600,000 บาทนั้น

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในส่วนขอดีเอสไอถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายเป็นคดีอาญา ในส่วนศธ.ได้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้สั่งการให้ประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สพป.ขอนแก่น เขต 2 หยุดปฏิบัติหน้าที่ และย้ายสลับผู้อำนวยการเขตพื้นที่สพป.ขอนแก่น เขต 2 ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุทัยธานี เขต 1 เพื่อดำเนินการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง  ทั้งนี้ส่วนตัวได้กำชับให้มีการติดตามแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว รวมถึงสอดส่องไม่ให้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

“ในยุคนี้จะเน้นเรื่องการทำงาน ตรวจสอบและแก้ปัญหาการทุจริตต่าง ๆให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ยุกนี้ต้องทำงานอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเรื่องที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนเกี่ยวข้องกับการขนยาบ้า  สพฐ.ก็ได้สั่งให้ออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว และได้กำชับให้มีการดำเนินการติดตาม เพื่อไม่ให้คนอื่นมีพฤติกรรมเลียบแบบ พยายามสอดส่องดูแลให้ดีที่สุด  โดยเฉพาะเรื่องข้าราชการที่ทุจริต ซึ่งเป็นนโยบายผมอยู่แล้ว ที่ให้เร่งรัดดำเนินการกับคนทำผิดต้องได้รับการลงโทษ คนทำดีก็จะต้องได้รับการชมเชยด้วยความรวดเร็วเช่นกัน“ รมว.ศธ.กล่าว

ทางด้าน นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า สำหรับครูผู้ช่วยที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วกว่า 40 คนนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตจริง ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนในเรื่องของการประพฤติผิดทางจรรยาบรรณต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่สอบปากคำผู้สมัครสอบจำนวน 20 คน ที่มีชื่ออยู่ในลำดับสำรองในบัญชีการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.2566 และมีการประกาศประกาศผลสอบไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2566

ทั้งนี้หลังการประกาศสอบ มีผู้ร้องเรียนว่าการสอบครั้งนี้ มีการทุจริต โดยมีการจัดทำคู่มือการสอบ และทำตำหนิที่ตรงกันกับข้อสอบออกมา จำหน่ายเล่มละ 300,000-600,000 บาท จึงเชื่อว่าการจัดสอบไม่โปร่งใส และไม่มีหน่วยงานกลางมาจัดสอบ หรือ ร่วมสังเกตการณ์

ด้าน นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้รับร้องเรียนมาจากผู้สมัครสอบ 2 คน ซึ่งเป็นผู้เสียหาย อ้างว่ามีการจ่ายเงินให้คณะกรรมการที่รับผิดชอบการสอบครั้งนี้ จำนวน 300,000-600,000 บาท เพื่อแลกกับการสอบบรรจุได้ แต่พอถึงเวลากับสอบไม่ผ่าน จึงนำข้อมูลมาแจ้ง เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ มีข้อมูลว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 2 ซึ่งปัจจุบันย้ายไปดำรงตำแหน่ง ใน จ.อุทัยธานี และประธาน อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และมีการดำเนินการทางวินัยกับคนที่เกี่ยวข้องแล้ว

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้บังคับคดี‘อุเทนถวาย’ แนะทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐ-2ฝ่ายตกลงกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791391

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้บังคับคดี‘อุเทนถวาย’ แนะทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐ-2ฝ่ายตกลงกัน

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้บังคับคดี‘อุเทนถวาย’ แนะทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐ-2ฝ่ายตกลงกัน

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.23 น.

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้พิพากษาบังคับคดีที่ดิน‘อุเทนถวาย’ แต่เห็นว่าคำวินิจฉัยทางแพ่งที่ให้ย้ายออก-มอบที่ดินคืน‘จุฬาฯ’ พร้อมจ่ายค่าเสียหายถูกต้องแล้ว ทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐบาลและการตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย

6 มีนาคม 2567 นายประวิตร บุญเทียม ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในชั้นปกครองสูงสุด ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งรองประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก หรืออุเทนถวาย ว่า ศาลปกครองไม่ได้มีคำพิพากษาโดยมีคำบังคับ

ทั้งนี้เนื่องจากตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อปี 2549 ที่กำหนดไม่ให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐฟ้องศาล แต่ให้ส่งเรื่องต่อสำนัก งานอัยการสูงสุด เพื่อนำเข้าคณะกรรมการชี้ขาดคดีทางแพ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการจากหลายหน่วยงาน และปี2553 คณะกรรมการชี้ขาดฯคดีทางแพ่ง มีคำวินิจฉัยให้อุเทนถวายขนย้าย และส่งมอบพื้นที่คืนแก่จุฬาฯ พร้อมชำระค่าเสียหาย 1,140,900 บาท ตั้งแต่ ปี 2549 จนกว่าจะส่งมอบพื้นที่คืนเสร็จ แต่ด้วยเหตุขัดข้องต่างๆก็ยังไม่ได้มีการปฏิบัติ

จนทางอุเทนถวายเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการนี้ไม่ถูกต้อง จึงมาฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อปี 2556 โดยต้องการให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยกรรมการชุดนี้ แต่ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้อง  เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าคำวินิจฉัยของกรรมการชี้ขาดฯนั้นชอบแล้ว ผลของเรื่องนี้ศาลไม่ได้ออกคำบังคับ แค่ยืนยันคำวินิจฉัยของคณะกรรม การชี้ขาดแล้วและศาลเห็นด้วย

ส่วนจุฬาฯจะมาร้องขอให้ศาลบังคับคดีจึงทำไม่ได้ เพราะตามกฎหมายศาลทำไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินหน้าตามนี้ แต่ขึ้นอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล และการตกลงกันของทั้งจุฬาลงกรณ์ และอุเทนถวาย ดังนั้น คำถามที่ว่าศาลบังคับคดีให้เป็นไปตามคำสั่งหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าไม่มี และสั่งไม่ได้

โคราชเจ๋ง ใช้รังสีอินฟราเรดแสงฯ วิเคราะห์พรรณไม้ถิ่น ‘แจงสุรนารี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791292

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) อาคารสิรินธรวิชโชทัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)  ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.กาญจนา ธรรมนู นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อมรรัตน์ โมฬี ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และนายรุ่งเพชร ปัญญาวุฒิ ผู้รักษาการแทนหัวหน้าฝ่ายสำนักงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (อพ.สธ.มทส.) และนักวิจัยของศูนย์ศึกษาลักษณะกายวิภาคศาสตร์เมล็ด แจงสุรนารี และแจงสยาม ร่วมกันวิเคราะห์การใช้รังสีอินฟราเรดจากแสงซินโครตรอนวิเคราะห์ “แจงสุรนารี” พรรณไม้ที่เคยค้นพบว่าเป็นชนิดใหม่ของโลกเมื่อปี 2564 และเดินหน้าหาสารสำคัญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นจังหวัดนครราชสีมา

ดร.กาญจนา เปิดเผยว่า “นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ ได้ร่วมกับ นายรุ่งเพชร ปัญญาวุฒิ ผู้รักษาการแทนหัวหน้าฝ่ายสำนักงาน อพ.สธ.มทส. และนักวิจัยของศูนย์ศึกษาลักษณะกายวิภาคศาสตร์เมล็ด แจงสุรนารี และแจงสยาม โดยใช้รังสีอินฟราเรดจากแสงซินโครตรอน เพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์ จัดจำแนกชนิด และวิเคราะห์สารสำคัญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์”

รองศาสตราจารย์ ดร.ดร.อมรรัตน์ โมฬี ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “การค้นพบแจงสุรนารี เกิดจากทีมสำรวจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เก็บตัวอย่างและสำรวจในพื้นที่ อ.สีคิ้ว และ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยเมื่อปี พ.ศ.2564 ดร.ปรัชญา ศรีสง่า นักพฤกษศาสตร์ จากองค์การสวนพฤกษศาสตร์ และ รศ.ดร.สันติ วัฒฐานะ นักพฤกษศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ อพ.สธ.มทส. ตรวจสอบชื่อพฤกษศาสตร์ที่ถูกต้อง พบว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก และตั้งชื่อทางพฤษศาสตร์ว่า Maerea koratensis Srisanga & Watthana  และตั้งชื่อไทยว่า “แจงสุรนารี”

สดร.คาดลูกไฟสีเขียวปรากฏเหนือท้องฟ้า เป็น’ดาวตกชนิดลูกไฟ’ มีธาตุนิกเกล เป็นส่วนประกอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791189

สดร.คาดลูกไฟสีเขียวปรากฏเหนือท้องฟ้า เป็น'ดาวตกชนิดลูกไฟ' มีธาตุนิกเกล เป็นส่วนประกอบ

สดร.คาดลูกไฟสีเขียวปรากฏเหนือท้องฟ้า เป็น’ดาวตกชนิดลูกไฟ’ มีธาตุนิกเกล เป็นส่วนประกอบ

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.23 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2567 จากกรณี ปรากฏลูกไฟสีเขียวขนาดใหญ่วิ่งพาดผ่านท้องฟ้าเป็นแนวยาว คืนวันที่ 4 มี.ค.67 เวลาประมาณ 21.00 น. เศษ ในหลายพื้นที่ของจังหวัดแถบภาคกลางและภาคตะวันออกของไทย อาทิ กรุงเทพฯ และปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี สมุทรสาคร นครนายก ปราจีนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี ฉะเชิงเทรา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ดาวตก (Meteorite) เกิดจากการที่วัตถุท้องฟ้าขนาดเล็กผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก เสียดสีกับชั้นบรรยากาศ ที่ระดับความสูงประมาณ 80-120 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นแสงสว่างวาบพาดผ่านท้องฟ้า ยิ่งวัตถุมีขนาดใหญ่ ความร้อนและแสงสว่างที่เกิดขึ้นก็มากตามไปด้วย ซึ่งจากคลิปวิดีโอและภาพถ่ายดังกล่าว ดาวตกที่ปรากฏมีขนาดใหญ่ และสว่างมาก ความสว่างใกล้เคียงกับดาวศุกร์ จึงสันนิษฐานว่าเป็นดาวตกชนิด #ลูกไฟ (Fireball) ทั้งนี้ แสงสีเขียวของดาวตก สามารถบ่งบอกได้ว่ามีส่วนประกอบของธาตุนิกเกิล ซึ่งเป็นธาตุโลหะ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสีของดาวตก เกิดจากเศษหินและฝุ่นของดาวหาง หรือดาวเคราะห์น้อย พุ่งเข้ามาชนกับชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูงมาก เกิดการเสียดสีและเผาไหม้ ทำให้อะตอมของดาวตกเปล่งแสงออกมาในช่วงคลื่นต่าง ๆ เราจึงมองเห็นสีของดาวตกปรากฏในลักษณะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยได้แก่ องค์ประกอบทางเคมี โมเลกุลของอากาศโดยรอบ

ในแต่ละวันจะมีวัตถุขนาดเล็กผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกเป็นจำนวนมาก เราสามารถพบเห็นได้เป็นลักษณะคล้ายดาวตก และยังมีอุกกาบาตตกลงมาถึงพื้นโลกประมาณ 44-48.5 ตันต่อวัน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ห่างไกลผู้คน จึงไม่สามารถพบเห็นได้ ดาวตกนั้นจึงเป็นเรื่องปกติและสามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ 

สำหรับสีของดาวตกนั้น มาจากแสงที่เปล่งออกมาจากอะตอมโลหะของดาวตก ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามองค์ประกอบทางเคมี เช่น อะตอมแคลเซียม ( Ca ) ให้แสงสีออกโทนม่วง อะตอมแมกนีเซียม ( Mg ) และนิกเกิล ( Ni ) ให้แสงสีฟ้าเขียว อะตอมโซเดียม ( Na ) ให้แสงสีส้มเหลือง ในขณะที่โมเลกุลในชั้นบรรยากาศโลก จะมีอะตอมของออกซิเจน ( O ) และไนโตรเจน ( N ) เป็นองค์ประกอบ ซึ่งจะให้แสงสีแดง ดังนั้น สีของดาวตกจึงขึ้นอยู่กับการเปล่งแสงขององค์ประกอบแต่ละชนิด และการเปล่งแสงของอากาศโดยรอบตัวดาวตกที่ร้อนจัด ซึ่งมักจะให้แสงสีแดงและสีเขียวเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับความสูงจากพื้นโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ใครเห็นบ้าง! ส.ดาราศาสตร์ไทยชี้ลูกไฟพุ่งตกบนท้องฟ้าคือ’ดาวตกดวงใหญ่’

รอง อสส.เปิดอบรมหลักสูตร อัยการระดับพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 11 เตรียมพร้อมขึ้นผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791177

รอง อสส.เปิดอบรมหลักสูตร อัยการระดับพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 11 เตรียมพร้อมขึ้นผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศ

รอง อสส.เปิดอบรมหลักสูตร อัยการระดับพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 11 เตรียมพร้อมขึ้นผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.34 น.

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด (รอง อสส.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 11 (พ.ศ. 2567) โดยมี นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ นางสมศิริ ชำนาญชานันท์ รองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ นางสาวกรภัทร นิษฐาอัครากุล อัยการพิเศษฝ่ายแผนงานฝึกอบรม นายยศวัจน์ ผาติธีรวิทย์ อัยการพิเศษฝ่ายฝึกอบรม และนายทีปกร โกมลพันธ์พร อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธี

ภายหลังพิธีเปิดแล้ว นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด ได้บรรยายพิเศษให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบถึงแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัยการสูงสุดในอนาคต โดยเฉพาะในมิติด้านกฎหมายที่จะมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมปัจจุบัน รวมถึงข้อเสนอกฎหมายใหม่ที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ

ด้าน นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เปิดเผยว่า หลักสูตร อัยการพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 11 (พ.ศ.2567) เป็นหลักสูตรที่มีความสำคัญอย่างมากในการสร้างผู้บริหารยุคใหม่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะและทัศนคติในการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง ให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการบริหารงานที่ทันสมัยและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งในการอบรมนั้น จะศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ ภาคเอกชน หลักธรรมาภิบาล และการพัฒนาบุคลิกภาพ

สำหรับหลักสูตร อัยการพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 11 (พ.ศ.2567) ประกอบไปด้วย ข้าราชการอัยการ จำนวน 80 คน และบุคลากรจากหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 12 คน อาทิ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. นายสมชาย เอื้ออารีรัชต์ นางสาวสุรวีย์ ชัยธำรงค์กูล นางสาวณัฏฐ์ณัชชา ลีลาปัญญาเลิศ นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต และนายชำนาญ ชาดิษฐ์ มีระยะเวลาการอบรมระหว่างวันที่ 4 มีนาคม – วันที่ 2 เมษายน 2567 นี้

สุดเจ๋ง! นศ.เทคนิคกันทรลักษ์ คิดค้นเครื่องวัดความอ่อนแก่ของทุเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791065

สุดเจ๋ง! นศ.เทคนิคกันทรลักษ์  คิดค้นเครื่องวัดความอ่อนแก่ของทุเรียน

สุดเจ๋ง! นศ.เทคนิคกันทรลักษ์ คิดค้นเครื่องวัดความอ่อนแก่ของทุเรียน

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.05 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า เครื่องวัดความอ่อนแก่ของทุเรียน NIR KTL TC-01 ของวิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นผลงานสิ่งประดิษฐ์ประเภทที่ 1 ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ในงานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษาการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ระดับชาติ ประจำปี 2566 ที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ได้ใช้ความรู้ความสามารถจากการเรียนในสายวิชาชีพ รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางวิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ หรือ STEM ศึกษา มาพัฒนาผลงานนวัตกรรม และการแก้ปัญหาจากภูมิปัญญา เพื่อขับเคลื่อนสู่ชุมชน สู่เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ซึ่งการเรียนสายอาชีวะจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป

น้องเวฟ-ธีรนัย วระพุฒ นักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า เครื่องวัดความอ่อนแก่ของทุเรียน NIR KTL TC-01 ออกแบบมาสำหรับทุเรียนพันธุ์หมอนทองซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยม โดยการใช้เทคนิค NIR Spectroscopy (LED) แบบไม่ทำลายตัวอย่าง (Non-destructive testing) ที่มีศักยภาพในการใช้วัดความอ่อนแก่ของทุเรียนที่มีความแม่นยำ การใช้งานมีความสะดวกสบาย พกพาได้ง่าย ประหยัดเวลาในการเลือกซื้อและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อหรือรับประทานทุเรียนได้ตามรสชาติความสุกที่ต้องการซึ่งวิธีการใช้เริ่มจากนำเครื่องตรงจุดเซ็นเซอร์ไปชิดกับก้านทุเรียน หรือเปลือกของทุเรียนเพื่อให้เครื่องอ่านค่า ใช้เวลาแสดงผลประมาณ 2-3 วินาที ผลที่ได้จะแสดงหน้าจอเป็นค่าร้อยละของความแห้งของทุเรียน ซึ่งค่าปกติที่เกษตรกร พร้อมตัดทุเรียนเพื่อจำหน่ายจะอยู่ที่ค่าเฉลี่ยร้อยละ 32-33 สำหรับผลทุเรียนที่มีลักษณะกรอบนอกนุ่มใน จะต้องแสดงค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 34-36 ส่วนผลทุเรียนที่มีลักษณะสุกพอดี เนื้อนุ่ม ค่าเฉลี่ยจะแสดงอยู่ที่ร้อยละ 37-38 ถ้าค่าเฉลี่ยเกินร้อยละ 39 ขึ้นไป ทุเรียนจะมีลักษณะสุกมาก มีรสชาติหวานขม ซึ่งเหมาะนำไปทำเป็นทุเรียนกวน และ ถ้าผลแสดงค่าเฉลี่ยต่ำกว่าร้อยละ 32 ถือว่าเป็นทุเรียนอ่อนที่ยังไม่พร้อมตัดจำหน่าย

“แต่เดิม เกษตรกรจะใช้การกะคาดคะเนโดยนับจากวันที่ทุเรียนออกดอกไปราว 120 วัน หรือ 4 เดือน แล้วจึงตัดผลทุเรียนออกจำหน่าย ซึ่งตามธรรมชาติความเป็นจริง ทุเรียนไม่สามารถออกดอกพร้อมกันหมดทั้งสวนในเวลาเดียวกัน เครื่องวัดความอ่อนแก่ของทุเรียนนี้ ก็จะสามารถช่วยเกษตรกรในการวัดค่าเพื่อตัดผลทุเรียนออกวางจำหน่ายสู่แผงขายหรือการส่งออกต่างประเทศได้อย่างมีคุณภาพ ลดความเสียหายต่อผลผลิตได้เป็นอย่างดี” นายธีรนัย กล่าว

ทั้งนี้ เครื่องวัดความอ่อนแก่ของทุเรียน ราคา 2,900 บาท สนใจติดต่อได้ที่ Facebook : เด็กเทคนิคกันทรลักษ์ หรือ Facebook : NIR KTL TC01 อุปกรณ์วัดความอ่อนแก่ทุเรียน หรือ Line ID : wiphawan1979 หรือโทร.084-5082691 ครูคำโฮม คูณสว่าง

ครูเฮ! ศธ.คืนครูให้นักเรียนทั่วประเทศ ชงงบจ้าง‘ภารโรง’ให้ทุกโรงเรียนที่ขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791061

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงศึกษาธิการเสนอของบประมาณสนับสนุนให้จัดสรรนักการภารโรงให้สถานศึกษาทั่วประเทศ ว่า จากการลงพื้นและได้รับฟังสภาพปัญหาอุปสรรคต่างๆ นั้น ทำให้ทราบถึงปัญหาของโรงเรียนว่าการที่โรงเรียนไม่มีนักการภารโรง ส่งผลทำให้ครูมีภารเพิ่มขึ้นคือ นอกจากจะทำหน้าที่ในการสอนนักเรียนแล้ว ยังต้องทำงานที่ไม่ใช่การสอน เช่น ต้องทำหน้าที่ในการซ่อมบำรุง ทำความสะอาดอาคารสถานที่ ดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนและอีกหลายๆ หน้าที่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเห็นในปัญหาดังกล่าว จึงอยากให้ครูได้มีเวลาในการเตรียมการสอน รวมทั้งดูแลเด็กนักเรียน และพัฒนาตัวเองมากขึ้น

“กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีการตั้งเรื่องของบประมาณปี 2567 ในการจ้างนักการภารโรงให้ทุกโรงเรียนที่ขาด โดยจากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีความต้องการนักการภารโรงจำนวน 14,210 อัตรา เป็นเงิน 639,450,000 บาท (อัตราละ 9,000 บาท ต่อเดือน) สามารถเริ่มจ้างได้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567 นอกจากนี้ในงบประมาณปี 2568 ยังจะมีการดำเนินการจ้างอีกจำนวน 25,370 อัตรา เป็นเงินจำนวน 2,739,960,000 บาท ซึ่งจะสามารถดำเนินจ้างได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568 จากนั้นก็จะดำเนินการเตรียมการเพื่อของบประมาณในปีต่อๆ ไปอีกด้วย” รมช.ศธ. กล่าว

‘เพิ่มพูน’ ชี้ระบบ TRS ช่วยลดภาระครูจัดทำเอกสาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791064

‘เพิ่มพูน’ ชี้ระบบ TRS  ช่วยลดภาระครูจัดทำเอกสาร

‘เพิ่มพูน’ ชี้ระบบ TRS ช่วยลดภาระครูจัดทำเอกสาร

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร ศธ. ว่า ที่ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการยกระดับผลประเมินตามโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA โดยได้มีการสื่อสารทำความเข้าใจให้ทุกหน่วยงานของศธ. เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่วนความคืบหน้าการนำคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยมีแนวคิดจะจัดทำ “โอเน็ตพลัส” เพื่อใช้ในการสอบเทียบนั้น อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนก็ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดสอบโอเน็ตทั้งออนไลน์และออนไซต์ ทำให้รับรู้และรับทราบปัญหาในหลายๆเรื่อง ซึ่งในการจัดสอบครั้งหน้าก็คงจะต้องมีการปรับ ทบทวนกระบวนการ โดยขอให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)ไปดูว่าทำอย่างไร จึงจะสามารถกระจายสนามสอบออกไปยังโรงเรียนต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดภาระเด็ก ไม่ให้เด็กต้องเดินมาหาสถานที่สอบ

“ส่วนปัญหาที่เด็กสมัครแล้วไม่ยอมมาสอบ ก็คงต้องสื่อสารทำความเข้าใจ รวมถึงต้องปรับกระบวนการสอบใหม่ เพื่อลดภาระเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งที่ผ่านมาจะกำหนดวันสอบตรงกับวันหยุดยาว หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ บางครอบครัวอาจจะอยากเดินทางไปต่างจังหวัด เด็กก็อยากเดินทางไปกับครอบครัวก็เลยไม่มาสอบ เพราะการสอบไม่ได้มีผลกับตัวเด็ก ดังนั้น จึงอาจต้องปรับโดยขอให้ สทศ.มองให้รอบด้านวางแผนบริหารจัดการให้ครบทุกมิติ ส่วนที่จะให้คะแนนโอเน็ตมีผลต่อตัวเด็ก เช่น ให้มีผลต่อการเลื่อนชั้นเรียนนั้น ก็คงต้องมาดูรายละเอียด เพราะบางโรงเรียนก็นำผลสอบโอเน็ตมาดูความถนัดของนักเรียน เพื่อปรับให้เหมาะสม ให้การนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด” รมว.ศธ. ระบุ

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าในการของบจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ Teacher Rotation System หรือ TRS สำหรับดำเนินการย้ายทุกกรณี กว่า 20 ล้านบาทนั้น ทางสำนักงานประมาณขอตัดไปในรอบแรกและขอให้ไปตั้งงบปี 2568 ซึ่งทางศธ.ก็พยายามสื่อสารทำความเข้าใจ ในขั้นตอนแปรญัตติ เพื่อให้ได้รับงบมาดำเนินการภายในปี 2567 เพราะเป็นระบบที่สำคัญช่วยลดภาระครูในการจัดทำเอกสารต่างๆ และการใช้งบเพียง20 ล้านบาท มาดำเนินการในเรื่องนี้ ถือว่าคุ้มค่ามาก

ม.รังสิต ลงนามความร่วมมือส่งเสริมการทำวิจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791062

ม.รังสิต ลงนามความร่วมมือส่งเสริมการทำวิจัย

ม.รังสิต ลงนามความร่วมมือส่งเสริมการทำวิจัย

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ฝ่ายญี่ปุ่นสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรังสิต ต้อนรับคณะผู้บริหารจาก มหาวิทยาลัย Kyoto Tachibana ประเทศญี่ปุ่น ในการเดินทางมาเยี่ยมเยือน และลงนามความร่วมมือด้านการศึกษา การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ด้านการส่งเสริมการทำวิจัย และเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกัน ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ และ ดร.เชาว์ เต็มรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายญี่ปุ่นสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรังสิต ต้อนรับ ณ ห้องประชุม อาคาร Student Center (อาคาร 6) มหาวิทยาลัยรังสิต

ดร.เชาว์ เต็มรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายญี่ปุ่นสัมพันธ์ ม.รังสิต กล่าวว่า โครงการแลกเปลี่ยนนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัยสามารถเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ทางวัฒนธรรม รวมถึงการเข้าร่วมโครงการวิจัยร่วมกันในหลากหลายสาขาวิชา นอกจากนี้ยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนการสอน และการวิจัยร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางวิชาการและการวิจัยให้กับทั้งสองประเทศ

“ความร่วมมือจะเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญ เป็นความร่วมมือที่มากไปกว่าการส่งนักศึกษาไปแลกเปลี่ยน เพราะได้มีการพูดคุยและทำความร่วมมือด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวิชาการระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นด้วย นี่จึงเป็นสิ่งยืนยันให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มากไปกว่าการผลักดันกลุ่มนักศึกษา แต่เรายังขยายวงกว้างมากขึ้นมายังกลุ่มคณาจารย์ และนักวิชาการด้วย จากการพูดคุยก็จะมีรายละเอียดมากมาย และแน่นอนว่าการร่วมมือระหว่างกันครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย” ผู้ช่วยอธิการบดีฯ กล่าว