กยศ.จับมือสถานศึกษานอกระบบ 74 แห่ง นำร่องการให้กู้ยืมหลักสูตรระยะสั้นด้านการบริบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791063

กยศ.จับมือสถานศึกษานอกระบบ 74 แห่ง  นำร่องการให้กู้ยืมหลักสูตรระยะสั้นด้านการบริบาล

กยศ.จับมือสถานศึกษานอกระบบ 74 แห่ง นำร่องการให้กู้ยืมหลักสูตรระยะสั้นด้านการบริบาล

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานโครงการนำร่องการให้เงินกู้ยืมในหลักสูตรอาชีพหรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) ร่วมกับสถาบันทันตกรรม และโรงเรียนเอกชนนอกระบบ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทั่วไป ตาม พ.ร.บ. กยศ. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 โดยมี นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา 74 แห่ง ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุน กยศ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ กองทุนฯได้เตรียมความพร้อมสำหรับการให้กู้ยืมเงินในลักษณะที่ 5 ลักษณะอื่นตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงการศึกษาที่หลากหลาย ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 กองทุนฯจึงได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการนำร่องการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาในหลักสูตรอาชีพหรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) กับสถาบันทันตกรรม และโรงเรียนเอกชนนอกระบบ รวม 74 แห่ง ซึ่งจะเป็นการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตรงตามความต้องการอย่างเหมาะสม

“โดยจะเริ่มจากหลักสูตรการดูแลเด็กเล็ก หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ หลักสูตรพนักงานให้การดูแล หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ขั้นสูง โดยจะมีระยะเวลาการดำเนินการโครงการนำร่อง 2 ปี (ปีการศึกษา 2566-2567) ให้เงินกู้ยืมเป็นค่าเล่าเรียนไม่เกิน 50,000 บาท/หลักสูตร/คน/ครั้ง กำหนดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี และให้ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 2 ปี” ผู้จัดการกองทุน กยศ. กล่าวและว่า

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะขอกู้ยืมเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาในลักษณะที่ 5 กำหนดให้มีอายุ 18-60 ปีบริบูรณ์ศึกษาในหลักสูตร/สาขาวิชาตามประกาศที่คณะกรรมการกองทุนฯกำหนด ต้องทำประโยชน์ต่อสังคมหรือสาธารณะมาแล้วไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 2 ปีก่อนการยื่นขอกู้ยืม และต้องไม่กู้ยืมซ้ำซ้อนกับลักษณะอื่นๆ ณ ปีการศึกษานั้นๆ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ พัฒนาองค์ความรู้และทักษะให้กับประชาชนผู้ที่ต้องการพัฒนาหรือต่อยอดการเรียนรู้ สามารถประกอบอาชีพมีงานทำและสร้างรายได้ในระยะยาวต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามประกาศและรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ http://www.studentloan.or.th

เปิดตัว’แอนโธเนีย’ นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790978

เปิดตัว'แอนโธเนีย' นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี 2567

เปิดตัว’แอนโธเนีย’ นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.46 น.

วธ.เปิดตัวแอนโธเนีย “นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี 2567” และเพลงสงกรานต์ ภาษาต่างประเทศ ให้ชาวต่างชาติได้มีส่วนร่วม

4 มี.ค.2567 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลงข่าว เปิดตัวนางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ประจำปี 2567 และเพลงสงกรานต์ ฉบับภาษาต่างประเทศในโอกาสที่ องค์การยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ พร้อม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางอติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ เจ้าของและผู้จัดการวงดนตรีสุนทราภรณ์  รศ.ดร.จารุณี หงส์จารุ อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายพหลยุทธ กนิษฐบุตร รองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และ นางนฤมล เลี้ยงรักษา รองประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าว ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ด้านเฟสติวัลและด้านการท่องเที่ยวรองรับ Thailand Creative Content Agency (THACCA) และในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดนโยบายภายใต้ซอฟต์พาวเวอร์ “สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก” เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดยประเพณี “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year Festival)” ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

“ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นประเพณีแห่งความสุข ความอบอุ่น อ่อนโยน เต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความสนุกสนาน ความเอื้ออาทรและการให้เกียรติ เคารพซึ่งกันและกัน โดยใช้ “น้ำ” เป็นสื่อในการสร้างสัมพันธไมตรี ในปี 2567 นี้รัฐบาล โดยความร่วมมือกับทุกภาคส่วนกำหนดจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival : ประเพณีสงกรานต์ไทย หมุดหมายนักท่องเที่ยวทั่วโลก” ในช่วงเดือนเมษายน โดยมีการจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) และส่วนภูมิภาค จึงขอเชิญชวนคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลกร่วมงานดังกล่าว เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ และร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ อันทรงคุณค่าของประเทศไทยให้คงอยู่สืบไป” นายเสริมศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายโกวิท กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567  ในโอกาสที่ประเพณี “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year Festival)” ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก ได้แก่ การจัดทำบทเพลงสงกรานต์ ฉบับภาษาต่างประเทศ จำนวน 4 ภาษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาฝรั่งเศส เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้รับรู้ถึงคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง เป็นการสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศเพื่อยกระดับและพัฒนาด้านความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ ให้แก่ประเทศไทย

นายโกวิท กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้แต่งตั้งนางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว รองนางงามจักรวาลอันดับ 1 ประจำปี 2023 เป็น “นางมโหธรเทวี” นางสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ เพื่อร่วมถ่ายทอดคุณค่าสาระและแสดงอัตลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ไทย สำหรับกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ในปีนี้ สวธ.มีการจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค จึงขอเชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศร่วมงานดังกล่าวเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ภายหลังช่วงแถลงข่าวประธานได้มอบจักรและตรีศูล สัญลักษณ์ของนางสงกรานต์ ประจำปี 2567 และมอบเกียรติบัตร ให้แก่นางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี 2567” ต่อด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม ชุด “ตำนานนางสงกรานต์” โดยแอนโทเนีย โพซิ้ว และการแสดงบทเพลง “เริงสงกรานต์” ฉบับภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ โดยคณะนักร้องคลื่นลูกใหม่ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ จากนั้น เป็นการแสดงบทเพลง “สงกรานต์” (เพลงแต่งใหม่โดย รศ.ดร.จารุณี หงส์จารุ) ฉบับภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ บรรเลงโดยวงดนตรีเฉลิมราชย์ และการแสดงขับร้องบทเพลงเริงสงกรานต์ ฉบับภาษาจีน โดย ส.ว.ประเสิรฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ร่วมกับคณะเม้ง ป.ปลา 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม สรงน้ำพระพุทธรูป การสาธิตการจัดประเพณีสงกรานต์ จากสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดภูเก็ต อีกด้วย

ทั้งนี้ สวธ. ขอเชิญร่วมกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2567 ประกอบด้วย   -งานรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗ ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ 10 เมษายน 2567 -นิทรรศการ สงกรานต์ไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ 10- 12 เมษายน 2567 เวลา 10.00- 21.00 น. ณ ลานกลางแจ้งหน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร (BACC)  

-งานสืบสานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ระหว่าง 12- 16 เมษายน 2567 และ กิจกรรมการแสดงสืบสานประเพณีสงกรานต์ ในงานใต้ร่มพระบารมี 242  กรุงรัตนโกสินทร์  ในวันที่ 13 เมษายน 2567 ณ เวทีการแสดง สังคีตศาลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นต้น

WRS จับมือ MOU มทร.กรุงเทพ และ Tiny MakeUp สร้างหลักสูตรซอล์ฟสกิลพลังคนรุ่นใหม่ สภาอุตฯดัน เตรียมเสนอ อว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790954

WRS จับมือ MOU มทร.กรุงเทพ และ Tiny MakeUp สร้างหลักสูตรซอล์ฟสกิลพลังคนรุ่นใหม่ สภาอุตฯดัน เตรียมเสนอ อว.

WRS จับมือ MOU มทร.กรุงเทพ และ Tiny MakeUp สร้างหลักสูตรซอล์ฟสกิลพลังคนรุ่นใหม่ สภาอุตฯดัน เตรียมเสนอ อว.

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.35 น.

WRS จับมือ MOU มทร.กรุงเทพ และ Tiny MakeUp สร้างหลักสูตรซอล์ฟสกิลพลังคนรุ่นใหม่ สภาอุตฯดัน เตรียมเสนอ อว.

บริษัทเวิร์ดรีวอร์ดโซลูชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ Tiny MakeUp Academy โดยมีผู้แทนคณะทำงานภายใต้ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสภาอุตสาหกรรม และผู้แทนคณะทำงานวุฒิสภาด้านการอุดมศึกษา ร่วมสนับสนุนและเป็นสักขีพยาน ซึ่งการดำเนินความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างหลักสูตรพัฒนาศักยภาพพลังคนรุ่นใหม่ด้านซอล์ฟสกิลเพื่อตอบโจทย์นโยบายของการพัฒนากำลังคนของรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยภายในงานได้มีการสาธิตการเรียนด้านผู้นำโปรโตคอลและการเปิดวีดีทัศน์การจัดหลักสูตร ๑ วัน นอกไปจากนั้น ในขอบข่ายความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงการสร้างงานวิจัย การบริการวิชาการสำหรับประชาชน การสร้างงานด้านศิลปวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์นโยบายการดำเนินงานด้านซอล์ฟพาวเวอร์อีกด้วย

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790913

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 11.46 น.

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่

ระหว่างวันที่ 10 – 13 มีนาคม 2567  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ขอเชิญศิษยานุศิษย์ และสาธุชนที่เลื่อมใส ร่วมสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่ องค์ฮกเต็กแป๊ะกง และองค์นาจาไท้จื้อ (เทพโกมินทร์)  ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ  โดยวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2567 เวลา 17.30 น. คณะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเดินทางถึงกรุงเทพฯ ผ่านบริเวณวงเวียนโอเดียน  ไปตามถนนเยาวราช – เจริญกรุง โดยขบวนจะแห่ถึงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  เวลาประมาณ 18.00 น. และในวันที่ 11-12 มีนาคม 2567  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 06.30 – 21.00 น. สำหรับวันพุธที่ 13 มีนาคม 2567 เวลา 18.30 น. จะมีพิธีส่งเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับหาดใหญ่

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวจีนและไทยในจังหวัดปัตตานีอย่างดี   เมื่อถึงวันขึ้น 15  ค่ำ เดือนอ้าย หรือวันเพ็ญเดือน 3 ตามจันทรคติของไทย จะมีงานฉลองสมโภชเจ้าแม่ ซึ่งจัดเป็นงานฉลองใหญ่ทุกปี ท่านที่เดินทางไปจังหวัดปัตตานีสามารถไปสักการะได้ที่  ศาลเล่งจูเกียง  ถนนอาเนาะรู  อำเภอเมือง ซึ่งมีรูปจำลองของเจ้าแม่ประดิษฐานอยู่ ที่สุสานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนั้น   มีชาวปัตตานีได้มากราบไหว้  และ บนบานศาลกล่าว   ปรากฏว่าต่างก็สมหวังไปตาม ๆ กัน   ผู้คนจึงร่ำลือโจษจันไปทั่วปรากฏว่ามีผู้คนหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ

ในทุกปี  ตั้งแต่วันชิวอิก ถึง ชิวสี่ของเดือนที่ 2 ตามปฏิทินจีน หรือ 1 เดือนหลังจากวันตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ  มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ กำหนดอัญเชิญองค์จำลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่ มาประดิษฐานที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้ประชาชนที่เลื่อมใสในกรุงเทพมหานคร และ สถานที่ใกล้เคียง ที่ไม่สะดวกเดินทางไปถึงปัตตานี หรือสงขลา ได้มีโอกาสสักการบูชาทุกปี  ในการเซ่นไหว้สักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว นอกจากเครื่องกระดาษ ธูปเทียน นัยว่าท่านโปรดผ้าแพรสีแดง และ สร้อยมุก สร้อยมุกนั้นที่ปฏิบัติกันอยู่ก็คือ เมื่อนำสักการะและอธิษฐานต่อองค์เจ้าแม่แล้ว นำไปคล้องที่ศอเจ้าแม่ทั้ง 2 เส้น และนำคืนมา 1 เส้นนำกลับไปบูชาที่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เตรียมของไหว้ต่าง ๆ ประกอบด้วย  – สร้อยมุก 2 เส้น  – พวงมาลัย  – ขนมมงคล  – ชุดกระดาษพร้อมธูปเทียน  ไว้บริการภายในงาน เพื่อความสะดวกของประชาชนที่มาสักการบูชา ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 หรือที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

งามไส้!จับ‘ผอ.โรงเรียน’ที่สุรินทร์ สพฐ.สั่งให้ออกจากราชการฐานเอี่ยวคดียาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790908

งามไส้!จับ‘ผอ.โรงเรียน’ที่สุรินทร์ สพฐ.สั่งให้ออกจากราชการฐานเอี่ยวคดียาเสพติด

งามไส้!จับ‘ผอ.โรงเรียน’ที่สุรินทร์ สพฐ.สั่งให้ออกจากราชการฐานเอี่ยวคดียาเสพติด

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 11.26 น.

งามไส้!จับ‘ผอ.โรงเรียน’ที่สุรินทร์ สพฐ.สั่งให้ออกจากราชการฐานเอี่ยวคดียาเสพติด

4 มีนาคม 2567 นายธีร์ ภวังคนันท์ รองโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองโฆษก สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในคดีที่เกี่ยวข้องกับขบวนการผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคอีสาน เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 นั้น ประเด็นดังกล่าว ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ได้รับทราบและมอบหมายให้ตนและศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. นำโดยนายตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์ความปลอดภัยฯ ดำเนินการตรวจ​สอบข้อ​เท็จจริง​ที่เกิดขึ้น

“พบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ข้าราชการรายดังกล่าวอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อหาที่ถูกจับกุมเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ดำเนินการอย่างเด็ดขาดในทันที โดยขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ต้นสังกัดของโรงเรียนดังกล่าว ได้พิจารณามีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และสั่งให้ข้าราชการรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากพบว่าผิดจริงก็จะดำเนินการตามระเบียบของทางราชการต่อไป” นายธีร์ กล่าว

นายธีร์ กล่าวอีกว่า ประเด็นดังกล่าว พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ได้สั่งการให้ติดตามความคืบหน้าและดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะประเด็นเรื่องยาเสพติดนี้เป็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆโดยที่ผ่านมาได้เน้นย้ำและกำกับสถานศึกษามาโดยตลอดว่าจะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากสารเสพติดทุกชนิด รวมถึงผู้บริหาร ครูและบุคลากรในโรงเรียนด้วย จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดไม่ว่าประเภทใดก็ตาม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน หลังจากนี้ก็จะกำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงานในกำกับทุกสังกัด ตรวจตราเรื่องยาเสพติดอย่างเข้มข้นทั้งภายในและบริเวณรอบสถานศึกษา และต้องร่วมกันสอดส่องดูแลพฤติกรรมเสี่ยงของบุคลากรที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างรอบด้านครบทุกมิติ ให้สถานศึกษาปลอดภัย “เรียนดี มีความสุข” เกิดขึ้นได้จริง

‘กทม.’เปิด6เวทีตามกลุ่มเขต รับฟังความเห็นจัดระเบียบแผงลอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790820

‘กทม.’เปิด6เวทีตามกลุ่มเขต รับฟังความเห็นจัดระเบียบแผงลอย

‘กทม.’เปิด6เวทีตามกลุ่มเขต รับฟังความเห็นจัดระเบียบแผงลอย

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ร่วมแสดงความคิดเห็น“ร่างประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายหรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะ” โดยนอกจากการรับฟังผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ law.go.th หรือระบบกลางทางกฎหมาย ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เพิ่งปิดรับความคิดเห็นไปเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา ยังมีการเปิดเวทีแบบออนไซต์ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังนี้

1.กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ (ธนบุรี คลองสาน จอมทอง บางกอกใหญ่ บางกอกน้อย บางพลัด ตลิ่งชัน และทวีวัฒนา) วันที่ 23 ก.พ. 2567 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตบางกอกน้อย 2.กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก (บางกะปิ สะพานสูง บึงกุ่ม คันนายาว ลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก คลองสามวาและประเวศ) วันที่ 5 มี.ค. 2567 เวลา 13.00 น. ณ ศาลาประชาคมเมืองมีนถิ่นทอง สำนักงานเขตมีนบุรี

3.กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง (พระนคร ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดินแดง ห้วยขวาง พญาไท ราชเทวีและวังทองหลาง) วันที่ 6 มี.ค. 2567 เวลา 09.00 น. ณ ห้องมินิเธียเตอร์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง 4.กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ (จตุจักร บางซื่อ ลาดพร้าว หลักสี่ ดอนเมือง สายไหมและบางเขน) วันที่ 8 มี.ค. 2567 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานเขตดอนเมือง

5.กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ (ปทุมวัน บางรัก สาทร บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย วัฒนา พระโขนง สวนหลวงและบางนา) วันที่ 11 มี.ค. 2567 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตยานนาวา และ 6.กลุ่มเขตกรุงธนใต้ (ภาษีเจริญ บางแค หนองแขม บางขุนเทียน บางบอน ทุ่งครุ และราษฎร์บูรณะ) วันที่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตบางแค

ม.อ.ร่วมกับ IPF เปิดเวทีปาฐกถาพิเศษ โดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790760

ม.อ.ร่วมกับ IPF เปิดเวทีปาฐกถาพิเศษ โดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

ม.อ.ร่วมกับ IPF เปิดเวทีปาฐกถาพิเศษ โดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567, 13.08 น.

ม.อ.ร่วมกับ IPF เปิดเวทีปาฐกถาพิเศษ โดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ The prospects for global financial stability

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ คณะเศรษฐศาสตร์ International Peace Foundation (IPF) และการสนับสนุนของ บริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด โรงแรมดุสิตธานี แอนด์รีสอร์ท ธนาคารกสิกรไทย และ บีเอ็มดับเบิลยู เปิดปาฐกถาพิเศษโดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ Prof. Robert F. Engle III ในหัวข้อ The prospects for global financial stability ภายใต้กิจกรรม JAPAN-ASEAN BRIDGES Event Series ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-อาเซียน และในวาระครบรอบ 55 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในปี 2566 โดย ผศ. ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ กล่าวเปิดงาน Mr. Uwe Morawetz, Founding Chairman of International Peace Foundation กล่าวรายงาน ผศ. ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย บุคลากร นักศึกษา และผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง ณ ห้อง Conference Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในวันที่ 1 มีนาคม 2567

ศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอ็งเกิล เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านการเงินจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สเติร์น ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี ค.ศ. 2003 จากการวิจัยเกี่ยวกับแนวคิดของความผันผวนแบบมีเงื่อนไขอัตโนมัติ (ARCH) ได้พัฒนาวิธีการสำหรับสร้างแบบจำลองทางสถิติสำหรับความผันแปรตามช่วงเวลา และแสดงให้เห็นว่าเทคนิคเหล่านี้สามารถบ่งบอกลักษณะต่าง ๆ ของอนุกรมเวลาได้อย่างถูกต้อง ศาสตราจารย์เอ็งเกิลได้รับรางวัลนี้ร่วมกับศาสตราจารย์ไคลฟ์ ดับเบิลยู. เจ. แกรนเจอร์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการร่วมของ Volatility and Risk Institute แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สเติร์น ซึ่งท่านได้สร้างเครื่องมือสำหรับการวิจัยเพื่อติดตามความเสี่ยงในเศรษฐกิจโลก และนำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชนผ่านเว็บไซต์ V-LAB

ผศ. ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ กล่าวว่า กิจกรรมปาฐกถาพิเศษโดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 4 ภายใต้กิจกรรม JAPAN-ASEAN BRIDGES Event Series โดยมหาวิทยาลัยได้ร่วมกับ International Peace Foundation (IPF) เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 55 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในปี 2566

“มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม การวิจัย และการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งในภาคใต้และประเทศ โดยความสำเร็จนี้ได้มาจากคณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ม.อ. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เมื่อ 21 ปีที่แล้ว เชื่อว่าการปาฐกถาพิเศษ Prof. Robert F. Engle III ในหัวข้อ The prospects for global financial stability ในครั้งนี้ จะสร้างการรับรู้แก่เครือข่ายการวิจัยทั่วโลก และเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาสังคมที่ดีขึ้น ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษา และผู้เข้าร่วมงานทุกคน สู่การยกระดับชุมชนและสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

ด้าน ผศ. ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมปาฐกถาพิเศษโดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ Prof. Robert F. Engle III ในหัวข้อ The prospects for global financial stability ซึ่งเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับความท้าทายและผลกระทบที่เกิดจากความไม่เสถียรทางการเงิน ความเสี่ยงและการลดความเสี่ยงของระบบการเงินของเราให้ดีขึ้น

คณะเศรษฐศาสตร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 21 ปีที่แล้ว เป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงด้านเศรษฐศาสตร์แห่งแรกในภาคใต้ มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพซึ่งมีพื้นฐานที่ดีในด้านทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และวิธีการเชิงปริมาณ พร้อมทั้งพัฒนาความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ผ่านการวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ระดับนานาชาติ โดยกิจกรรรมที่จัดขั้นในครั้งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมปาฐกถาพิเศษโดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลอีกครั้ง ในวันที่ 27 มีนาคม 2567 เวลา 15.00 น. หัวข้อ The role of basic science in biotechnology โดย Prof. Randy W.Schekman ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ณ ห้องประชุมทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ คณะแพทยศาสตร์

‘พีท กันตพร’เข้าพิธีรับรางวัลศิษย์เก่ามีชื่อเสียง‘ม.มหิดล’ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790739

‘พีท กันตพร’เข้าพิธีรับรางวัลศิษย์เก่ามีชื่อเสียง‘ม.มหิดล’ประจำปี 2566

‘พีท กันตพร’เข้าพิธีรับรางวัลศิษย์เก่ามีชื่อเสียง‘ม.มหิดล’ประจำปี 2566

วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567, 08.29 น.

‘พีท กันตพร’เข้าพิธีรับรางวัลศิษย์เก่ามีชื่อเสียง‘ม.มหิดล’ประจำปี 2566

3 มีนาคม 2567 นายกันตพร หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะศิษย์เก่าวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับเลือกให้เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ หรือนานาชาติ (Mahidol University Alumni Recognition) ประจำปี 2566

การคัดเลือกผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละปี จะคัดเลือกบุคคลที่มีชื่อเสียง มีความสามารถ และคุณประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งนายกันตพร หาญพาณิชย์ เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งการเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลในเครือเกษมราษฎร์ และได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับแนวทางในการวางแผนและพัฒนาทั้งธุรกิจเอง รวมถึงการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งถือเป็นผู้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ที่ผ่านมามีศิษย์เก่าของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งจากหลายอาชีพและสาขา ได้รับเลือกมาเป็นประจำทุกปี ซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าต่อสังคมไทย โดยพิธีรับมอบรางวัลได้ถูกจัดขึ้นในวันที่ 2 มีนาคม 2567 โดยมีคุณแม่พญ.สมพร หาญพาณิชย์ และแฟนสาว แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย เข้าร่วมแสดงความยินดีด้วย

สพฐ.จัดงบให้ครูพานักเรียนฝึกว่ายน้ำเพื่อชีวิต สกัดเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790726

สพฐ.จัดงบให้ครูพานักเรียนฝึกว่ายน้ำเพื่อชีวิต สกัดเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอม

สพฐ.จัดงบให้ครูพานักเรียนฝึกว่ายน้ำเพื่อชีวิต สกัดเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอม

วันเสาร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567, 23.07 น.

เลขาธิการฯกพฐ.” เผย สพฐ.จัดงบให้ครูพานักเรียนฝึกว่ายน้ำเพื่อชีวิต สกัดเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอม

วันที่ 2 มีนาคม 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีข้อห่วงใยในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่เด็กมักจะจมน้ำเสียชีวิต ว่า  สพฐ.มีโครงการสอนเรื่องว่ายน้ำเพื่อชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง และให้ความรู้เรื่องการเอาตัวรอดจากการจมน้ำ ซึ่งก่อนปิดภาคเรียนทางโรงเรียนนก็ทำอยู่แล้ว และสพฐ.ได้แจ้งกำชับไปยังโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาในการให้ความรู้แก่นักเรียน

“ที่เกิดเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตส่วนใหญ่พอเด็กปิดภาคเรียนเด็กมักจะไปเล่นน้ำ เรารู้ปัญหาแล้วจึงสอนการว่ายน้ำเพื่อชีวิต ให้กับเด็กอยู่ตลอด ส่วนโรงเรียนที่ไม่มีสระว่ายน้ำ ที่ผ่านมา สพฐ.ได้ประสานกับภาคเอกชน หรือโรงแรมที่มีสระว่ายน้ำ  สพฐ.จัดงบให้ครูพาเด็กไปฝึกว่ายน้ำเอาตัวรอด  เพราะ สพฐ.ไม่ได้ลงทุนสร้างสระว่ายน้ำให้ทุกโรงเรียน เนื่องจากต้นทุนสูงมากและการดูแลก็ยาก ดังนั้น ก่อนปิดภาคเรียนจึงใช้วิธีส่งงบลงไปให้ครูพาเด็กไปฝึกว่ายน้ำเพื่อป้องกันนักเรียนจมน้ำเสียชีวิต“ เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

สพฐ.ห่วงใยนักเรียน’ถูกทำโทษเกินกว่าเหตุ’ เร่งตั้งกรรมการสอบ พร้อมย้ำไม่ให้เกิดขึ้นอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790719

สพฐ.ห่วงใยนักเรียน'ถูกทำโทษเกินกว่าเหตุ' เร่งตั้งกรรมการสอบ พร้อมย้ำไม่ให้เกิดขึ้นอีก

สพฐ.ห่วงใยนักเรียน’ถูกทำโทษเกินกว่าเหตุ’ เร่งตั้งกรรมการสอบ พร้อมย้ำไม่ให้เกิดขึ้นอีก

วันเสาร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567, 22.34 น.

สพฐ. ห่วงใยนักเรียนถูกทำโทษเกินกว่าเหตุ เร่งตั้งกรรมการสอบ พร้อมย้ำไม่ให้เกิดขึ้นอีก

2 มีนาคม 2567 นายธีร์ ภวังคนันท์ รองโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองโฆษก สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ กรณีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพระ​นครศรี​อยุธยา​ ทำโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ​ โดยการใช้ไม้เรียวตีที่ก้นจนฟกช้ำ เนื่องจากนักเรียนไม่ได้ส่งการบ้าน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 นั้น

นายธีร์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นดังกล่าว ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ได้รับทราบและมอบหมายให้ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. นำโดยนายตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์ความปลอดภัยฯ ดำเนินการตรวจ​สอบข้อ​เท็จจริง​ที่เกิดขึ้น พบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยผู้ปกครองนักเรียนได้เดินทางมาพบและพูดคุยกับผู้บริหารโรงเรียนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารและครูได้ขอโทษผู้ปกครองเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวและยืนยันจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก แต่ทางผู้ปกครองยังรู้สึกติดใจจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยที่ครูผู้สอนมิได้กระทำการท้าทายแต่อย่างใด

จากนั้นในวันนี้ (2 มีนาคม 2567) ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและนักจิตวิทยาโรงเรียนประจำเขตพื้นที่ฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนเพื่อดูแลเยียวยาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และให้กำลังใจผู้ปกครองนักเรียน พร้อมทั้งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้ย้ายครูคนดังกล่าว มาช่วยราชการที่ สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ทันที จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ส่วนเรื่องคดีความนั้นได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“ทาง สพฐ. รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ต้องการให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นในสถานศึกษาไม่ว่าในระดับใดก็ตาม ในส่วนนี้จึงต้องกำชับทุกโรงเรียนให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนฯ ไม่ให้กระทำเกินขอบเขตที่ได้กำหนดไว้ พร้อมทั้งกำชับทุกโรงเรียนให้ความสำคัญกับการดูแลนักเรียนด้วยความเอาใจใส่อย่างรอบด้านทุกมิติ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ขอให้คุณครูเป็น safe zone ที่พึ่งทางจิตใจให้แก่นักเรียน เพื่อช่วยกันสร้างเสริมให้นักเรียนทุกคนเติบโตอย่างเข้มแข็ง “เรียนดี มีความสุข” อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่” รองโฆษก สพฐ. กล่าว