สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระดับชาติอาชีวศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787914

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระดับชาติอาชีวศึกษา

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระดับชาติอาชีวศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 21.45 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานพิธีปิดงานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมี นายอาคม จันทร์นาม ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายนิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา คุณอิทธิพล ภู่โกสีย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซียร์ พร๊อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน) ผู้แทนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับภาค 5 ภาค คณะกรรมการดำเนินงาน ผู้แทนสถานประกอบการ ผู้บริหารสำนัก ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากร นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วม ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จ.ปทุมธานี

นายยศพล กล่าวว่า งานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2566 เป็นความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของคณะกรรมการฯและระดับภาค 5 ภาค ตลอดจนคณะกรรมการดำเนินงานทุกท่าน ซึ่งงานสุดยอดนวัตกรรมฯ นำมาสู่ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 30 ผลงาน ใน 6 ประเภทการแข่งขัน โดยมีสถานศึกษาและผลงานที่ได้รับรางวัล ดังนี้

ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร อุตสาหกรรมสมัยใหม่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน เครื่องคั่วกาแฟด้วยโอ่งดินชนิดไร้ควันระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน เครื่องกรอเส้นฝ้ายสำหรับถักทอด้วยระบบไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคลำพูน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องใส่คอถุงและฝาจุกก้อนเชื้อเห็ดแครงระบบกึ่งอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน อุปกรณ์วัดความอ่อน-แก่ ของทุเรียน NIR KTL-TC01 วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์  รางวัล HONOR AWARD ได้แก่  ผลงาน เครื่องคั่วกาแฟด้วยโอ่งดินชนิดไร้ควันระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน แคชเชียร์อัจฉริยะ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน ระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้อัจฉริยะ เวอร์ชั่น 2.0 วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน ชุดเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นอัจฉริยะ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน เครื่องระบุตำแหน่งถนนชำรุดด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพระบบAI วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน เครื่องระบุตำแหน่งถนนชำรุดด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพระบบ AI วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี

ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี พลังงาน สิ่งแวดล้อม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ชุดเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานตู้อบและรมควันประหยัดพลังงานสำหรับแปรรูปปลาเม็ง วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องพ่นไอน้ำกรองอากาศอัตโนมัติด้วยระบบเทคโนโลยีพลังงานโซล่าเซลล์ วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ตัดแปลง EV Green Energy วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน ตู้อบและรมควันประหยัดพลังงานสำหรับแปรรูปปลาเม็ง วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ยำหยา ข้าวยำใบยอกึ่งสำเร็จรูป วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน เพรทเซลโพสไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องดื่มเยลลี่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ผสมเม็ดบีดส์จุลินทรีย์โพรไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวจากแป้งปลายข้าวหอมไชยาพันสาหร่ายเทียมจากใบชะคราม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน เพรทเซลโพสไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา

ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Care) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ลุคล้ม วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน วีลแชร์ แอนด์ วอล์คเกอร์ (Wheelchair and walker) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องฝึกสหสัมพันธ์ของมือและตา วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ รางวัลรองชนะเลิศอันคับ 3 ได้แก่ ผลงาน สมาร์ท บ๊อกซ์ เฮลแคร์ (Smart Box Health care) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน วีลแชร์ แอนด์ วอล์คเกอร์ (Wheelchair and walker) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา

ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แผ่นแว็กซ์กำจัดขนจากน้ำผึ้งชันโรงเสริมสารเหนียว ด้วยไมโครคริสตัลไลน์แว็กซ์ วิทยาลัยเทคนิคสตูล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน แฮร์โทนิค เอ็กซ์ตร้า 6 พลัส (HAIR TONIC EXTRA 6 PLUS) วิทยาลัยการอาชีพพิชัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์มูสโฟมล้างมือเสริมยูจีนอลสกัดจากสมุนไพร วิทยาลัยการอาชีพเกาะสมุย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ผ้าคลุมกระเป๋าเดินทางจากผ้าทอเกาะยอ (รักษ์ยอ Bag) วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน SUPANNIKA COSMETICS การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางน้ำหอม จากน้ำนมข้าวและสารสกัดธรรมชาติ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด

“นับเป็นเรื่องดี ๆที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ได้ใช้ความรู้ทางความสามารถจากการเรียนในสายวิชาชีพ รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางวิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ หรือ STEM ศึกษา มาพัฒนาผลงานนวัตกรรม และการแก้ปัญหาจากภูมิปัญญา เพื่อขับเคลื่อนสู่ชุมชน สู่เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกรางวัล ทุกสิ่งประดิษฐ์ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ให้เราร่วมกันพัฒนา และส่งต่อถึงรุ่นน้องๆ ให้ช่วยกันชูผลงานจากสิ่งประดิษฐ์ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ และภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งการเรียนสายอาชีวะจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้อย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

– 006

‘สมเด็จพระสังฆราชฯ’เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787884

'สมเด็จพระสังฆราชฯ'เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ

‘สมเด็จพระสังฆราชฯ’เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.41 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ และเหรียญ สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เพื่อระดมทุนในโครงการปรับปรุงซ่อมแซมฐานรากอาคารวรภักดิ์พิบูลย์ (ตึก 2) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลง ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม การนี้ ทรงเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ และเหรียญ สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เพื่อระดมทุนในโครงการปรับปรุงซ่อมแซมฐานรากอาคารวรภักดิ์พิบูลย์ (ตึก 2) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานสวดพระพุทธมนต์ และพระคณาจารย์นั่งปรก ทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ พระราชวชิรโมลี รองเจ้าคณะภาค 14 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม วรวิหาร พระครูยติธรรมานุยุต (หลวงพ่อแป๊ะ) วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม พระครูธรรมธรอดิเรก อนุตฺตโร เจ้าคณะตำบลหนองราชวัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองทราย จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดถึงศิษย์เก่า และนิสิตปัจจุบัน ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานฝ่ายฆราวาส ถวายสักการะ ถวายจตุปัจจัย ไทยธรรม ถวายแผ่นทอง จากนั้น เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หย่อนแผ่นทอง ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และโปรยข้าวตอกดอกไม้ ประธานฝ่ายฆราวาส ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระคณาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต คณะกรรมการอำนวยการสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำ รับพร เป็นอันเสร็จพิธี

อนึ่ง เมื่อเวลา 08.09 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดธูปเทียนบูชาฤกษ์หน้าโต๊ะเครื่องบวงสรวง แล้วนำผู้ร่วมพิธี ปักธูปหางบูชาเครื่องบวงสรวง โหรอ่านโองการบูชาฤกษ์อัญเชิญเทวดา และในเวลา 08.39 น. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ตามลำดับ จากนั้น นายกสมาคมฯ จุดเทียนน้ำมนต์ แล้วนิมนต์พระคณาจารย์ 4 รูป นั่งปรกอธิษฐานจิตประจำทั้ง 4 ทิศ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ที่หอพระของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ปางมารวิชัย จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2539 ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสิงห์ดำ”

“การจัดสร้างพระบูชาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อระดมทุนในโครงการปรับปรุงช่อมแซมฐานราก อาคารวรภักดิ์พิบูลย์ (ตึก 2) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญของคณะรัฐศาสตร์ฯ ให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม ปลอดภัยต่อคณาจารย์ นิสิต และผู้ใช้งาน ซึ่งพระบูชาได้จำลองแบบมาจาก พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ มาปรับรายละเอียดบริเวณฐานให้มีความสง่างามขึ้น ประกอบด้วย ผ้าทิพย์ ได้รับพระเมตตาประทานพระอนุญาตเชิญตราอักษรพระนาม “ออป.” ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ส่วนฐานด้านหลังประดับตราสัญลักษณ์ของสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ส.ร.จ.) ประกอบกับฐานบัวสองชั้นล้อมรอบด้วยพระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า โดยใช้ชนวนมวลสารโลหะจากการสร้างครั้งแรกและชนวนมวลสารจากพิธีสำคัญต่าง ๆ มาเป็นส่วนผสมในเนื้อโลหะของพระพุทธรูปที่สร้างในครั้งนี้” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรายการวัตถุมงคลที่เปิดให้สั่งจอง ได้แก่ 1. พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว บูชาองค์ละ 15,000 บาท 2. เหรียญ สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เนื้อทองคำลงยาสีดำ – สีชมพู บูชาองค์ละ 99,000 บาท เนื้อทองคำ บูชาองค์ละ 95,000 บาท เนื้อเงินลงยาสีดำ – สีชมพู บูชาองค์ละ 2,500 บาท เนื้อเงิน บูชาองค์ละ 2,000 บาท เนื้อนวโลหะ บูชาองค์ละ 1,500 บาท และเนื้อทองแดง บูชาองค์ละ 300 บาท โดยวัตถุมงคลทุกรายการจัดสร้างตามยอดสั่งจอง ซึ่งจะมีโค้ดและหมายเลขกำกับทุกองค์

“พี่น้องชาวสิงห์ดำทุกรุ่น และผู้สนใจ สามารถบูชาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2567 โดยสามารถติดต่อสั่งจองวัตถุมงคล 2 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทางที่ 1 สั่งจอง Online ผ่าน QR Code ตามโบรชัวร์ ติดต่อสอบถาม นางสาวธิศวรรณ กรรณรงค์ รุ่น 67 โทร. 09-8261-6977 นายทัชมินทร์ ปากจั่น รุ่น 74 โทร. 08-0574-0008 และช่องทางที่ 2 สั่งจอง On-site ได้ที่ อาคารเกษมอุทยานิน (รัฐศาสตร์ 60 ปี) ชั้น 12 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ติดต่อสอบถาม นายนิรันดร์ จินดาวรรณ ผู้จัดการ ส.ร.จ. รุ่น 36 โทร. 08-1344-4455 มีช่องทางการชำระเงินสั่งจองทางบัญชีเลขที่ 006-0-25454-8 ชื่อบัญชี จัดสร้างพระเชียงแสนสิงห์หนึ่งเพื่อสาธารณกุศล ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนวิสุทธิกษัตริย์” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

– 006

‘ป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ตรุษจีน67 ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน-หลวงปู่ไต้ฮง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787875

‘ป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ตรุษจีน67 ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน-หลวงปู่ไต้ฮง

‘ป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ตรุษจีน67 ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน-หลวงปู่ไต้ฮง

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 12.12 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 เพื่อตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน และหลวงปู่ไต้ฮง ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมังกรทอง

วานนี้ (วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย  นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการ  คณะผู้ช่วยกรรมการ คณะผู้บริหาร อาสาสมัคร รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมังกรทอง (มะโรง) ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

“พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์อันเป็นที่เคารพกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับชาวจีนแล้ว   ท่านเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกันหมด และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีนแล้ว โดยทำพิธีเวียนธูปรอบศาลเจ้า 3 รอบ ตั้งจิตอธิษฐาน ระลึกพระคุณเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า เพื่อทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว  และเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างมีความสุข และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มีทั้งการสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ร่วมลงชื่อทำบุญ “พะเก่ง”  คือการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา โดยพระสงฆ์อนัมนิกาย  เพื่อ สะเดาะเคราะห์  เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา  รับประทาน “สาคูสิริมงคล” รวมทั้งรับ “ฮู้แดง” ประทับยันต์หลวงปู่ ให้แคล้วคลาดปลอดภัย เพื่อความเป็นสิริมงคล เฮง ๆ ตลอดปีใหม่จีน

ซินเจียยู่อี่   ซินนี้ฮวดไช้ …  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบคุณ ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ร่วมทำบุญในเทศกาลตรุษจีน ขอให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ตลอดปี ตลอดไป

เลขาฯคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787809

เลขาฯคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ

เลขาฯคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ

วันเสาร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 17.47 น.

เลขาธิการคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ ครั้งที่ 1/2567 พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าสอบ 16 แห่งทั่วประเทศ  28,678 คน 

วันนี้ (17 ก.พ. 2567) ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู รายวิชาครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พบว่าการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสำหรับการจัดการทดสอบฯในครั้งนี้ คุรุสภาจัดการทดสอบฯ จำนวนทั้งสิ้น 16 แห่ง พร้อมกันทั่วประเทศ

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวว่า การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูฯ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 คุรุสภาจัดขึ้น จำนวน 2 วัน รวมจำนวน 6 รอบ แบ่งเป็นวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ในรอบที่ 1 (ระบบกระดาษ) รอบที่ 2 (ระบบกระดาษ) และรอบที่ 3 (ระบบอิเล็กทรอนิกส์) และในวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ในรอบที่ 4 (ระบบกระดาษ) รอบที่ 5 (ระบบกระดาษ) และรอบที่ 6 (ระบบอิเล็กทรอนิกส์) มีผู้เข้ารับการทดสอบฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น 28,678 คน ใน 16 สนามสอบ ดังนี้

สนามสอบภาคกลาง 3 แห่ง จำนวน 9,447 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 1,032 คน , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) 8,056 คน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 359 คน

สนามสอบภาคเหนือ 3 แห่ง จำนวน 4,294 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 1,588 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ 1,180 คน และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 1,526  คน

สนามสอบภาคตะวันออก 1 แห่ง จำนวน 453 คน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 453 คน

สนามสอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง จำนวน 10,771 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่น 1,380 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 3,805 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 1,869 คน และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 3,717 คน

และสนามสอบภาคใต้ 5 แห่ง จำนวน 3,713 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ 312 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1,021 คน, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 645 คน, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ 1,093 คน และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 642  คน ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้ แบ่งเป็นผู้เข้ารับการทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5,003 คน และเข้ารับการทดสอบด้วยระบบกระดาษ จำนวน 23,675 คน

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า การตรวจเยี่ยมสนามทดสอบฯ ณ  ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในวันนี้ เป็นการตรวจดูความเรียบร้อยของสนามทดสอบฯ ซึ่งจัดการทดสอบทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ การจัดสอบทั้งสองรูปแบบเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการทดสอบที่มีความต้องการสมัครสอบเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดการสอบระบบกระดาษควบคู่กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับผู้เข้าสอบได้มากขึ้น โดยภาพรวมของการจัดการทดสอบฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ มีรายงานจากสนามสอบอื่น ๆ พบว่า การจัดการทดสอบดำเนินการด้วยความเรียบร้อยเช่นเดียวกัน และทุกสนามสอบปฏิบัติตามมาตรการการเข้ารับการทดสอบอย่างเคร่งครัด เป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและปลอดทุจริต

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบทั้ง 6 รอบแล้ว คุรุสภาจะประกาศผลการทดสอบฯ ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์คุรุสภา  https://www.ksp.or.th และ https://ksp67.thaijobjob.com และหากประสงค์ที่จะพิมพ์ผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเป็นรายบุคคล ให้ผู้เข้ารับการทดสอบดำเนินการด้วยตนเองผ่านระบบ “KSP Self-Service” ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเท่านั้น

‘กยศ.’ปรับโครงสร้างหนี้วันแรก ผู้กู้ยืมทำสัญญาแล้วกว่า 1 พันราย-ปลดภาระผู้ค้ำประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787692

'กยศ.'ปรับโครงสร้างหนี้วันแรก ผู้กู้ยืมทำสัญญาแล้วกว่า 1 พันราย-ปลดภาระผู้ค้ำประกัน

‘กยศ.’ปรับโครงสร้างหนี้วันแรก ผู้กู้ยืมทำสัญญาแล้วกว่า 1 พันราย-ปลดภาระผู้ค้ำประกัน

วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 19.30 น.

กยศ.เปิดปรับโครงสร้างหนี้วันแรก มีผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญากว่า 1,000 ราย เผยหลังทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด

16 ก.พ.67 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดให้ผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นวันแรก มีผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญากว่า 1,000 ราย ปลดภาระผู้ค้ำประกันหลังจากทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทันที ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนนัดหมายวันเข้าทำสัญญาล่วงหน้าทางเว็บไซต์ กยศ. และกองทุนฯจะทยอยทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ให้กับผู้กู้ยืมจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 กองทุนฯได้เปิดให้ผู้กู้ยืมที่ลงทะเบียนนัดหมายเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เป็นวันแรก โดยมีผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญากว่า 1,000 ราย สำหรับผู้กู้ยืมที่มีสิทธิ์เข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้แก่ ลูกหนี้ทุกกลุ่ม โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้กู้ยืมผ่อนชำระเงินคืนกองทุนฯเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน ให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี และในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ ให้ส่วนลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้น และผู้ค้ำประกันหลุดพ้นความรับผิดหลังจากทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนนัดหมายเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้ ทางเว็บไซต์ http://www.studentloan.or.th โดยจะเปิดให้เข้ามาทำสัญญาทุกวันไม่เว้นวันหยุด เวลา 09.00 – 20.00 น. และกองทุนฯจะเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้กู้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ปลดภาระผู้ค้ำประกัน รวมถึงลดกระบวนการดำเนินคดี/บังคับคดี ซึ่งคาดว่าจะมีเงินกลับเข้ามาที่กองทุนฯ อย่างต่อเนื่อง และทำให้มีเงินหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษา รุ่นน้องต่อไป

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้’วิมลวิทยานุกูล’ชนะเลิศสุดยอดการแสดง’การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต’ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787609

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้'วิมลวิทยานุกูล'ชนะเลิศสุดยอดการแสดง'การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต'ประจำปี 2566

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้’วิมลวิทยานุกูล’ชนะเลิศสุดยอดการแสดง’การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต’ประจำปี 2566

วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 15.18 น.

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้”วิมลวิทยานุกูล”ชนะเลิศสุดยอดการแสดง”การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต”ประจำปี 2566 ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหาที่สำคัญของชาติที่สร้างความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศมาตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การต่อต้านการทุจริต มิใช่ภาระหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นภาระหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันสร้างสังคมไทยที่ไม่ทนต่อการทุจริต…ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต โดยศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการ  และกระทรวงวัฒนธรรม โดย นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นางรงค์รุจา สายเชื้อ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านธรรมาภิบาล สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร และบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัด “การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2566” โดยผ่านการคัดเลือกจากผลงานทั่วประเทศ เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 6 ทีมสุดท้าย ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน ภูมิใจคัดเลือกทีมชนะเลิศสุดยอดการแสดงต่อต้านคอรัปชัน ผลงานชื่อ : โจโรโถโลโปตี จาก ทีม เสาไห้การละคร  โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี คว้าถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครอง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

โครงการประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต” ประจำปี 2566  เปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศ สร้างสรรค์ผลงานโดยนำบทเพลงรณรงค์ต่อต้านการทุจริตของมูลนิธิฯ ทั้ง 10 เพลง มาต่อยอดเรียงร้อยเป็นละครเพลงผ่านการแสดงที่รวมความสามารถในด้านต่าง ๆ ของเยาวชนไทย ทั้งการร้องเพลง และการแสดงเพื่อส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนทั่วประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักรู้ถึงผลเสียหายความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนเป็นส่วนหนี่งในการสร้างเครือข่ายในการร่วมมือกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการประกวดฯ มีดังนี้

– รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชื่อ : โจโรโถโลโปตี จาก ทีม เสาไห้การละคร  โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี  รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมเกียรติบัตรจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และทุนการศึกษา 50,000 บาท

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานชื่อ : มือกร้าน เลือดกล้า จาก ทีม RS.B. DRAMA  โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน กรุงเทพฯ รับถ้วยเกียรติยศ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต พร้อมเกียรติบัตรและทุนการศึกษา 40,000 บาท และยังได้รับเลือกเป็นทีมขวัญใจมหาชน รับทุนการศึกษา 20,000 บาท

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่  ผลงานชื่อ : BEST SELLER จาก ทีม ฅนญ้อ โรงเรียนอุเทนพัฒนา จ.นครพนม รับถ้วยเกียรติยศ จากกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเกียรติบัตรจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และทุนการศึกษา 30,000 บาท

ทุกผลงานแสดงออกถึงการตระหนักรู้และเข้าใจในเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันที่จะส่งผลร้ายต่อสังคมและประเทศชาติ โดยมีความร่วมสมัย เข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยทั่วประเทศ  ผู้สนใจติดตามชมเทปบันทึกภาพ ‘การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต’ ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 23 และ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567 เวลา 15.00 – 16.00 น. ทางช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ระบบ HD ช่อง 111 ระบบ SD ช่อง 37 และทั้ง 6 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้รับการนำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ และสื่อต่าง ๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีจัดทำสปอตสรุปผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศเพื่อเผยแพร่ความสามารถของเยาวชนไทย โดยจะนำออกอากาศทางช่องรายการต่าง ๆ ของทรูวิชันส์ทั้ง 19 ช่องอีกด้วย

– 006

‘กยศ.-สถาบันทันตกรรม’ลงนาม MOU นำร่องให้กู้ยืมเรียนหลักสูตร‘ผู้ช่วยทันตแพทย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787516

‘กยศ.-สถาบันทันตกรรม’ลงนาม MOU นำร่องให้กู้ยืมเรียนหลักสูตร‘ผู้ช่วยทันตแพทย์’

‘กยศ.-สถาบันทันตกรรม’ลงนาม MOU นำร่องให้กู้ยืมเรียนหลักสูตร‘ผู้ช่วยทันตแพทย์’

วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 08.49 น.

‘คารม’เผย‘กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา’ลงนาม MOU กับสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ นำร่องให้กู้ยืมเรียนหลักสูตร‘ผู้ช่วยทันตแพทย์’ หวังสร้างบุคลากรให้มีทักษะขั้นสูง มีอาชีพมั่นคง

16 กุมภาพันธ์ 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานโครงการนำร่องการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในหลักสูตรอาชีพหรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) ขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทั่วไป ตาม พ.ร.บ. กยศ. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 เพื่อผลิตผู้ช่วยทันตแพทย์ให้มีความรู้ในทักษะขั้นสูง สามารถบริหารจัดการงานด้านทันตกรรมในการช่วยงานทันตแพทย์ทั่วไป และทันตแพทย์เฉพาะสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ยังมีโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขในหน่วยงานภาครัฐ เป็นประโยชน์ต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ

นายคารม กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เปิดโอกาสให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่มีความประสงค์จะศึกษาหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง เพื่อนำไปสู่โอกาสในการมีอาชีพที่มั่นคง รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตรงตามความต้องการ โดยจะมีระยะเวลาการดำเนินการโครงการนำร่อง 2 ปี (ปีการศึกษา 2566-2567) ให้เงินกู้ยืมเป็นค่าเล่าเรียนไม่เกิน 50,000 บาท/หลักสูตร/คน/ครั้ง กำหนดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี และให้ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 2 ปี

“สำหรับคุณสมบัติของนักเรียน นักศึกษาที่จะขอกู้ยืมเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา กำหนดให้มีอายุ 18 – 60 ปีบริบูรณ์ ศึกษาในหลักสูตร/สาขาวิชาตามประกาศที่คณะกรรมการกองทุนฯ กำหนด ทั้งนี้ ต้องทำประโยชน์ต่อสังคมหรือสาธารณะมาแล้วไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 2 ปี ก่อนการยื่นขอกู้ยืม และต้องไม่กู้ยืมซ้ำซ้อนกับลักษณะอื่น ๆ ณ ปีการศึกษานั้น ๆ โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ พัฒนาองค์ความรู้และทักษะให้กับประชาชนผู้ที่ต้องการพัฒนาหรือต่อยอดการเรียนรู้ สามารถประกอบอาชีพมีงานทำและสร้างรายได้ในระยะยาวต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามประกาศและรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ http://www.studentloan.or.th”  นายคารม กล่าว

‘ธนากร’สั่งสแกนข้อมูลหนี้สินครู สกร.ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787493

'ธนากร'สั่งสแกนข้อมูลหนี้สินครู สกร.ใหม่

‘ธนากร’สั่งสแกนข้อมูลหนี้สินครู สกร.ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 21.35 น.

อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ อึ้ง!ข้อมูลครู สกร.ปลอดหนี้กลุ่มสีแดง-สีเหลือง เข้าข่ายกลุ่มสีเขียวแค่ 6 คน สั่งสำรวจ-จำแนกข้อมูลใหม่ พร้อมกำชับผู้บริหารห้ามตัดเงินเดือนลูกน้องเกินระเบียบมีใช้จ่ายไม่ถึง 30%

นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เมื่อตนมาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ก็ได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯของ สกร. และพบข้อมูลที่ไม่เชื่อว่า สกร.ที่มีบุคลากรที่เป็นข้าราชการ 4,980 คน พนักงานราชการ 14,246 คน และลูกจ้าง 249  คน รวมทั้งสิ้น 19,475 คน นั้น ไม่มีบุคลากรในสังกัด สกร.เป็นหนี้ในกลุ่มสีเหลือง และสีแดงเลย มีเป็นหนี้กลุ่มสีเขียวเพียงแค่ 6 คนเท่านั้น ดังนั้น ตนจึงได้สั่งการให้ไปสำรวจและกลั่นกรองข้อมูลใหม่ โดยจำแนกแยกประเภทวิกฤติสีแดง ใกล้วิฤติสีเหลือง และปกติสีเขียว เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทั่วถึง ตรงจุด ไม่มีตกหล่น

“ ผมปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่มานาน ถึงแม้ว่าครูของ สกร.ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทำบัญชีครัวเรือนให้แก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย บุคลากรของ สกร.จึงน่าจะมีวินัยในการวางแผนทางการเงินที่ดี อีกทั้ง ครู สกร.หรือ กศน.เดิม ก็มีความเก่งในหลายมิติ บางคนมีอาชีพเสริม แต่ข้อมูลที่ระบุว่าครูฯ สกร.อยู่ในกลุ่มสีขียวแค่ 6 คน ไม่มีสีเหลือง สีแดงเลยแม้แต่คนเดียวข้อมูลก็น่าจะผิดปกติแล้ว แต่ถ้าข้อมูลถูกต้องก็ให้ยืนยันมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหลังจากได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนมาแล้วก็จะมีการสื่อสารกับครูบรรจุใหม่ เพื่อไม่ให้เข้าสู่วังวนหนี้สิน รวมถึงนำครูที่มีหนี้สินเข้าระบบเพื่อรับการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ในปี 2566 ที่ผ่านมา สกร. หรือ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)เดิม ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องของความร่วมมือการดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงมีการทำ MOU กับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน เพื่อจัดหาสวัสดิการทางด้านที่อยู่อาศัยที่มั่นคงให้แก่บุคลากร เพื่อให้บุคลากรมีขวัญกำลังใจและมีความสุขในการปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น” นายธนากร กล่าว

รักษาราชการแทนอธิบดี สกร.กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องการหักเงินเดือนชำระหนี้ ตนได้สั่งการไปแล้วว่าให้ผู้บริหารหน่วยงานของ สกร.และสถานศึกษาในสังกัดดำเนินการตรวจสอบในการให้หนังสือรับรองเงินเดือนแก่บุคลากรตามหลักเกณฑ์การตัดเงินเพื่อชำระหนี้ของข้าราชการในสังกัด โดยต้องมีเงินเดือนคงเหลือในบัญชีอย่างน้อยร้อยละ 30 เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. 2551อย่างเคร่งครัด ซึ่งเรื่องนี้ รมว.ศธ.ได้ให้ความสำคัญมาก หากในพื้นที่ใดมีการหักเงินเดือนเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด ทำให้ครูอยู่อย่างยากลำบาก เพราะมีเงินเดือนเหลือใช้จ่ายไม่ถึงร้อยละ 30 ผู้บริหารจะต้องถูกลงโทษทางวินัย ดังนั้น เราต้องช่วยกันดูแลอย่างเคร่งครัดและครอบคลุมทั่วถึง.  

‘กรมศิลป์’จัดแสดงโขนครั้งประวัติศาสตร์ รามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี ณ วัดไชยวัฒนาราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787489

'กรมศิลป์'จัดแสดงโขนครั้งประวัติศาสตร์ รามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี ณ วัดไชยวัฒนาราม

‘กรมศิลป์’จัดแสดงโขนครั้งประวัติศาสตร์ รามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี ณ วัดไชยวัฒนาราม

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 21.26 น.

“กรมศิลป์”จัดแสดงโขนครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ประกอบแสงสี เรื่อง รามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี ณ วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา 9-10 มี.ค.นี้

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา จัดการแสดงสุดยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ผสานสองมรดกที่ขึ้นทะเบียนรับรองโดยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) “โขน – มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” และ “วัดไชยวัฒนาราม – โบราณสถานที่ตั้งอยู่ในเขตมรดกโลก” กับการแสดงโขนประกอบแสงสี เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี ณ วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 9 – 10 มีนาคม 2567 เพื่อสืบสานและเชิดชูวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า สอดคล้องกับปณิธานในการดำเนินงานของทั้งสองหน่วยงานที่มุ่งหมายในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย รวมถึงในระดับนานาชาติ

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า “เพื่อตอบสนองนโยบายซอฟท์พาวเวอร์ของรัฐบาล และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการ “ราตรีนี้ที่วัดไชยวัฒนาราม” ตั้งแต่พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับที่ดีจึงได้สานต่อโครงการไปถึงสิ้นเดือนเมษายน 2567 นี้ ภายใต้ชื่องาน “ยามค่ำอยุธยา ๒๕๖๗ – Ayutthaya Sundown 2024” เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของโบราณสถานยามราตรี และร่วมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ โดยมีจุดเด่นคือการจัดแสดงโขนประกอบแสงสี โดยสำนักการสังคีต ร่วมกับมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ที่ถือเป็นการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เราขอขอบคุณมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ที่ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย มีความตั้งใจสืบสานและอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าไว้ให้คนรุ่นต่อๆ ไป ที่นับเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนด้านวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งคนในประเทศ และนานาประเทศ จึงขอเชิญชวนให้มาร่วมชมการแสดงครั้งสำคัญนี้ด้วยกันครับ”

นายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กล่าวว่า “สำนักการสังคีต ให้ความสำคัญในการดำเนินงานโครงการจัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีสัญจรไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย เสมือนเรา “ยกโรงละครแห่งชาติออกไปหาประชาชน” โดยสร้างสรรค์และปรับองค์ประกอบการแสดง  เล่าเรื่องให้กระชับและชวนติดตาม รวมทั้งผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยมาเพิ่มอรรถรสในการชม ที่ไม่เพียงให้ถูกใจผู้ที่ติดตามการแสดงของเราเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เรายังหวังให้คนรุ่นใหม่ รวมทั้งประชาชนนอกกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสชมการแสดงที่มีคุณค่าแก่การอนุรักษ์ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น การแสดงชุด “สัจจะพาลี” ที่จัดขึ้นที่วัดไชยวัฒนารามครั้งนี้ ถือเป็นอีกตอนที่มีความสำคัญของเรื่องรามเกียรติ์ ไม่เพียงมีเนื้อหาที่สนุกสนาน ยังเป็นตอนที่รวบรวมตัวละครเอกของเรื่องเอาไว้มากมาย รับรองได้ว่าผู้ชมจะได้รับชมอย่างมีความสุขแน่นอน”

นายสมคิด รุจีปกรณ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา กล่าวว่า “มูลนิธิฯ ก่อตั้งมากว่า 20 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างยั่งยืนแก่คนในสังคมไทย หนึ่งในแนวทางหลักของการดำเนินงาน เราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเพราะเป็นสิ่งที่แสดงถึงอัตลักษณ์ที่ดีงามของชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ที่เราอยากให้พวกเขาได้สัมผัส เรียนรู้ และร่วมสืบสานสิ่งอันมีค่าเหล่านี้ ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ร่วมมือกับกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการโครงการต่างๆ อาทิ โครงการพัฒนาศักยภาพทักษะด้านช่างเพื่อบูรณะจิตรกรรม ประติมากรรมไทย โครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่จริงนอกโรงเรียนให้กับคุณครู เพื่อใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตร ผ่านเส้นทางทัศนศึกษาโบราณสถาน รวมถึงโครงการบูรณะโบราณสถานของไทย และครั้งนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดงานแสดงโขนซึ่งถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่รวมศิลปะ หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน เราหวังว่านอกจากจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มีโอกาสได้มาชมแล้ว ยังถือเป็นการช่วยสืบสานวัฒนธรรมไทยที่เป็นมรดกอันล้ำค่าให้ดำรงสืบไปอย่างงดงาม”

การจัดแสดงโขนประกอบแสงสี เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี เป็นการแสดงสุดตระการตาครั้งประวัติศาสตร์ ที่ผสมผสานสองสุดยอดแห่งศิลปะไทยซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างการแสดงโขน ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากองค์การยูเนสโก โดยมีฉากหลังเป็น วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา หนึ่งในโบราณสถานแห่งสำคัญของไทย ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกด้วยเช่นกัน ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้สัมผัสกับการแสดงสุดยิ่งใหญ่ พร้อมเทคนิกแสง สี เสียงอันทันสมัย รวมถึงการออกแบบเวทีการแสดงที่วิจิตรบรรจงและกลมกลืนกับสถานที่ในทุกมิติ นอกจากนี้ ยังมีการบรรเลงวงออร์เคสตรา โดยวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงก่อนการแสดงโขนให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามอาทิตย์อัสดง ในสถานที่แห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้อย่างเต็มอิ่มอีกด้วย

การแสดงโขนประกอบแสงสี เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี จัดแสดงในวันที่ 9 – 10 มีนาคม 2567 เวลา 17.30 น. ณ วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถเข้าชมได้ฟรี โดยผู้ชมเพียงชำระค่าเข้าโบราณสถานวัดไชยวัฒนารามเพียง 10 บาทต่อท่าน ซึ่งรายได้จากส่วนนี้ทางโบราณสถานจะนำไปบำรุงสถานที่ต่อไป

– 006

เสมา1 สั่ง สพฐ.ตรวจสอบเยลลี่หลากสี ป้องกันระบาดในโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787322

เสมา1 สั่ง สพฐ.ตรวจสอบเยลลี่หลากสี ป้องกันระบาดในโรงเรียน

เสมา1 สั่ง สพฐ.ตรวจสอบเยลลี่หลากสี ป้องกันระบาดในโรงเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 13.01 น.

“เสมา1”สั่ง สพฐ.ตรวจสอบเยลลี่หลากสี ป้องกันระบาดในโรงเรียน  ด้าน ”รองธีร์“ เตรียมประสานขอข้อมูล อย.ห่วงเป็นอัตรายกับเด็กเล็ก

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 จากกรณีที่ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ออกมาเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับขนมเยลลี่องุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการทำเลียนแบบหลากสีออกวางจำหน่ายตามหน้าโรงเรียนหรือชุมชน โดยไม่มีฉลากภาษาไทยและยังผ่านการรับรองจาก อย. เกรงผู้บริโภคจะได้รับสารอัตรายจากสิ่งเจือปน นั้น

ล่าสุดเ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า  ตนได้ฝากให้ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ไปตรวจสอบข้อมูลและให้ประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนต่างๆให้กำชับตรวจตราเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ขนมเยลลี่ดังกล่าวเข้าไประบาดในโรงเรียนแล้ว

ด้านนายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้รับการสั่งการจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว  โดยวันนี้ตนจะสอบถามไปยังเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ  หากพบว่ามีอัตรายจริง สพฐ.ก็จะสั่งการไปยังโรงเรียนต่างๆให้เฝ้าระวังและหาทางป้องกันเพราะหากเด็กเล็กบริโภคถุงหุ้มเยลลี่เข้าไปอาจติดคอได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อย่าซื้อกิน! อย.เตือน’เยลลี่องุ่นเคียวโฮ’สุดอันตราย ระบาดในออนไลน์-ขายพรึ่บหน้าโรงเรียน