อาลัย! ‘เริงชัย ประภาษานนท์’นักเขียนผู้สร้างตำนาน’อินทรีแดง’เสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785623

อาลัย! 'เริงชัย ประภาษานนท์'นักเขียนผู้สร้างตำนาน'อินทรีแดง'เสียชีวิต

อาลัย! ‘เริงชัย ประภาษานนท์’นักเขียนผู้สร้างตำนาน’อินทรีแดง’เสียชีวิต

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 10.11 น.

สวธ.แจ้งการบำเพ็ญกุศลนักเขียนผู้สร้างตำนาน “อินทรีแดง” นายเริงชัย ประภาษานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2562

7 ก.พ.2567 นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า นายเริงชัย ประภาษานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2562 ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สิริอายุ 94 ปี โดยทางครอบครัวแจ้งว่าจะมีกำหนดรดน้ำศพ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น. และกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ วันที่ 7 , 8 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 น. ณ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ศาลา 2 ซอย วัชรพล ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และกำหนดการพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น.

อธิบดีสวธ. เปิดเผยอีกว่า นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม มอบหมายให้กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม โดยกลุ่มสวัสดิการศิลปินแห่งชาติฯ ดำเนินการจัดสวัสดิการช่วยเหลือ ดังนี้ มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท ค่าเครื่องเคารพศพ 3,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท ด้วย

สำหรับประวัติของ นายเริงชัย ประภาษานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2562 เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 ที่อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ขณะศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนันทนศึกษา เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2487 โรงเรียนปิดลง เริงชัยออกมาทำงานที่โรงไฟฟ้าสามเสน เมื่อโรงไฟฟ้าถูกระเบิดทำลาย ได้งานทำใหม่เป็น ช่างเรียงพิมพ์

และเริ่มเขียนเรื่องสั้นเรื่องแรกชื่อ “พรหมบันดาล” ตีพิมพ์ในนิตยสาร “รัตนโกสินทร์” ใช้นามปากกา “สุริยา” ต่อมาเขียนนวนิยายแนวบู๊ใช้นามปากกา “เศก ดุสิต” เรื่อง “สี่คิงส์” และ “ครุฑดำ” จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์อักษรสมิต ตามมาด้วยเรื่องในชุด “อินทรีแดง” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น มีชื่อเสียงเป็นที่นิยม จนต้องนำตัวละครจากทั้ง 2 เรื่อง คือ “คมน์ พยัคฆราช” และ “โรม ฤทธิไกร” มามีบทบาทร่วมกันในเรื่อง “จ้าวนักเลง” ต่อมาเรื่อง “พยัคฆ์ร้ายไทยถีบ” ตีพิมพ์ในนิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ของสำนักพิมพ์อักษรโสภณ เริงชัยใช้นามปากกา เศก ดุสิต, เกศ โกญจนาศ, ศิรษา, ดุสิตา, สุริยา และลุงเฉื่อย

ในสมัยสื่อสิ่งพิมพ์ เฟื่องฟู ผลงานของเริงชัยเป็นที่ต้องการของหนังสือต่างๆ ในสัปดาห์หนึ่งจึงต้องเขียนนวนิยายส่งนิตยสารถึง 5 เล่ม ผลงานมีทั้งหมดกว่า 50 เล่ม ส่วนใหญ่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เริงชัยได้รับรางวัลนราธิป จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2552 ผลงานชุด “อินทรีแดง” เป็นหมุดหมายของอาชญนิยายไทย เริงชัยสามารถสร้างตัวละคร “อินทรีแดง” ให้เป็นบุคคลในอุดมคติเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเยียวยาจิตใจของผู้คนในสังคมให้มีพลังและแกร่งกล้า เพื่อต่อสู้กับอำนาจ ความชั่วร้าย อินทรีแดงเป็นวีรบุรุษในหัวใจนักอ่าน เป็นคนดี คนเก่งที่ช่วยแก้ปัญหา ไม่เพียงแต่ในสังคมเล็กๆ หรือ ชุมชน หากหมายรวมถึงปัญหาของบ้านเมืองด้วย เป็นตัวแทนของคนไทยในการปราบปรามความชั่วร้ายในสังคม

ผลงานของเริงชัยมีพลังทางวรรณศิลป์ ผ่านโครงสร้างนวนิยายอันซับซ้อน และด้วยภาษาอันทรงประสิทธิภาพ ผลงานจึงได้รับความนิยม และยืนยงข้ามกาลเวลา อยู่ในความทรงจำของนักอ่านมาทุกยุคทุกสมัย นายเริงชัย ประภาษานนท์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2562

มทร.ธัญบุรี จัดแข่งขัน ‘ทักษะบริหารธุรกิจ 9 มทร.’ กระตุ้นศักยภาพ สร้างสัมพันธ์ ‘เครือข่ายการศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785534

มทร.ธัญบุรี จัดแข่งขัน ‘ทักษะบริหารธุรกิจ 9 มทร.’  กระตุ้นศักยภาพ สร้างสัมพันธ์ ‘เครือข่ายการศึกษา’

มทร.ธัญบุรี จัดแข่งขัน ‘ทักษะบริหารธุรกิจ 9 มทร.’ กระตุ้นศักยภาพ สร้างสัมพันธ์ ‘เครือข่ายการศึกษา’

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันทักษะบริหารธุรกิจ 9 มทร. ที่จัดขึ้นภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ชูแนวคิด “เติบโต แตกต่าง อย่างสร้างสรรค์” และจัดพิธีเปิดโครงการฯ ณ หอประชุมราชมงคล มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

รศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า โครงการสัมมนาและแข่งขันทักษะทางวิชาการด้านบริหารธุรกิจ 9 มทร. เป็นอีเว้นท์ทางวิชาการที่สำคัญ และหมุนเวียนกันจัดโครงการสลับกันอย่างต่อเนื่องภายในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้งหมด 9 แห่งทั่วประเทศ โดยปีนี้ มทร.ธัญบุรี เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดโครงการและกิจกรรมย่อยต่างๆ มากมาย ถือเป็นโอกาสที่ผู้เข้าร่วมทั้งหมด ทั้งผู้เรียน คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาด้านการบริหารธุรกิจ การเข้าร่วมแข่งขันทักษะวิชาการเพื่อกระตุ้นทบทวนและแสดงศักยภาพ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ที่นำไปสู่การประสานความร่วมมือ ความสัมพันธ์ และเครือข่ายการศึกษา ซึ่งจะทำให้การจัดการศึกษาด้านบริหารธุรกิจเกิดการพัฒนาและปรับเปลี่ยนตามบริบทสังคมและโลก ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

“คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักศึกษาบริหารธุรกิจทั้ง 9 มทร. จะได้รับประสบการณ์ที่ดี มีแนวทางการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ หรือการเลือกเส้นทางการศึกษาที่ดีจากโครงการที่จัดขึ้นนี้ รวมถึงเกิดแรงบันดาลใจแก่ตนเอง เกิดเครือข่ายความสัมพันธ์ และเกิดการเรียนรู้ที่มากยิ่งขึ้น ภายใต้กิจกรรมย่อยที่คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ได้ตั้งใจจัดขึ้น รวมทั้งหมดกว่า 11 กิจกรรมย่อย และเชิญชวนให้ทุกท่านภายในงานร่วมขยายผล เผยแพร่ส่งต่อ เพื่อให้โครงการนี้ได้รับการเผยแพร่ เพื่อแสดงศักยภาพและคุณภาพด้านการศึกษา โดยเฉพาะในด้านบริหารธุรกิจต่อไป” รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ในฐานะประธานในพิธีเปิดโครงการฯ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.กล้าหาญ ณ น่าน คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ประกอบด้วยเป้าหมายที่ 4 การสร้างหลักประกันว่า ทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป้าหมายที่ 5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเป้าหมายที่ 13 การปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น และชูแนวคิดการจัดงานสำคัญที่ว่า เติบโต แตกต่าง อย่างสร้างสรรค์

ขณะที่ นางสาวทัศนพรรณ ฉั่วศรีสกุล (ต้นหอม) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ที่เข้าร่วมโครงการฯ เผยว่า ตนและเพื่อนได้เข้าร่วมในส่วนของกิจกรรมการประกวดแนวปฏิบัติที่ดีของนักศึกษา The Best Practice ซึ่งนำเอาโครงการค่ายอาสาพัฒนาชุมชน ประจำปีการศึกษา 2566 ที่ไปร่วมดำเนินการ ณ โรงเรียนวัดทองหลาง (สุขสมวิทยาคาร) จ.นครนายก มานำเสนอในการแข่งขันทักษะวิชาการ ภายใต้แนวทางของวงจรคุณภาพ PDCA เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมของนักศึกษาให้สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย เผยแพร่กิจกรรมให้เป็นที่รู้จัก เสริมศักยภาพการเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติและการทำงานเป็นทีมที่มีคุณภาพผ่านวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง

นายวัชระ เกียรติวัฒนานนท์ (โอ๊ก) นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.อีสาน (วิทยาเขตขอนแก่น) เผยความรู้สึกจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ 3 การแสดงนิทรรศการผลงานของคณาจารย์และนักศึกษา โดยตนร่วมเป็นตัวแทนของ มทร.อีสาน ซึ่งการจัดงานของ มทร.ธัญบุรี ครั้งนี้มีแนวคิดการจัดงานที่น่าสนใจมาก ทั้งธีมและบรรยากาศงานเชื่อมโยงกันหมด นั่นแปลว่าทางเจ้าภาพได้วางแผนมาอย่างดี ตนยังชื่นชอบพิธีเปิดที่มีความเรียบง่าย สื่อนัยสำคัญของแนวคิดการจัดงานที่ชัดเจน ที่สำคัญทั้งโล่รางวัลและเหรียญรางวัล ถูกสร้างสรรค์และผลิตขึ้นจากกระดาษ ขณะเดียวกัน ราชมงคลธัญบุรี ยังนำเอาไอทีและสื่อออนไลน์มาใช้เสริมตลอดการจัดงานและการแข่งขัน ทำให้เข้าถึงง่ายและสะดวก อย่างไรก็ตาม ตนขอส่งกำลังใจให้กับเพื่อนๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้ง มทร.อีสาน และอีก 8 มทร. ร่วมด้วย

วว.เปิดรับพรีออเดอร์‘กุหลาบ’เพื่อสุดที่รัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785531

วว.เปิดรับพรีออเดอร์‘กุหลาบ’เพื่อสุดที่รัก

วว.เปิดรับพรีออเดอร์‘กุหลาบ’เพื่อสุดที่รัก

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ และศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ภายใต้การดำเนินโครงการมาลัยวิทยสถาน ร่วมต้อนรับเดือนแห่งความรัก เพื่อมอบของขวัญสุดพิเศษแด่ “สุดที่รัก รักที่สุดของคุณ” ด้วยกุหลาบแสนสวยในแจกันสีหวานละมุน ส่งตรงจากเกษตรกร “กลุ่มผู้ปลูกกุหลาบบ้านลายเหนือ” จ.เลย ซึ่งได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีและบรรจุภัณฑ์โดย วว. ที่ทำให้กุหลาบมีความสดใหม่ มีชีวิตชีวา สามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 8 วัน พร้อมขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน สนใจสั่งซื้อเพื่อสนับสนุนเกษตรกรของไทย ได้ที่ โทร.061-6436907 (คุณบุญคอง สายคำตั้ง)

‘GISTDA’ ยกระดับการใช้ดาวเทียม ทดสอบ‘นักเตะไทย’เสริมศักยภาพด้านกีฬา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785535

‘GISTDA’ ยกระดับการใช้ดาวเทียม  ทดสอบ‘นักเตะไทย’เสริมศักยภาพด้านกีฬา

‘GISTDA’ ยกระดับการใช้ดาวเทียม ทดสอบ‘นักเตะไทย’เสริมศักยภาพด้านกีฬา

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ส่งเสริมศักยภาพให้กับนักกีฬาฟุตบอลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน การควบคุมสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา รวมถึงการวิเคราะห์ผลสถิติต่างๆ รอบด้าน โดยมีการทดสอบอย่างเป็นทางการในเกมนัดพิเศษระหว่างเชียงราย ยูไนเต็ด กับแดกู เอฟซี จากเกาหลีใต้ ณ สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดี้ยม จ.เชียงราย

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ปัจจุบันระบบนำทางด้วยดาวเทียม หรือ Global Navigation Satellite System (GNSS) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีอวกาศที่ประชาชนได้นำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น การใช้ GNSS ด้านการขนส่ง การทำแผนที่ การวางผังเมืองและเศรษฐกิจ การแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า และการเกษตรที่มีความแม่นยำสูง เพื่อส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็ก และขนาดกลาง นอกจากนี้ ในต่างประเทศได้มีการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ร่วมกับกิจกรรมแข่งขันกีฬาสากลประเภททีมในรูปแบบกลางแจ้ง เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล หรือ ฟุตซอล เพื่อติดตามและวิเคราะห์ผลข้อมูลในเชิงสถิติและกายภาพของนักกีฬาภายในทีม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผน เพื่อประเมินสถานการณ์และการพัฒนาปรับปรุงให้กับผู้เล่นในทีม นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของฝูงชนรอบสนามทั้งในยามปกติและในยามคับขันไปพร้อมๆ กัน อีกด้วย ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมากในการเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

ผอ.GISTDA กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบัน GISTDA และ The National Space Policy Secretariat (NSPS), Cabinet Office of the Government of Japan มีความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ และในระดับภูมิภาค ได้จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ Multi GNSS Asia Annual Conference 2024 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2567 โดยการประชุมดังกล่าวจะมีการนำเสนอการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านการกีฬา ซึ่งจะมีการทดสอบให้กับนักฟุตบอลในเกมนัดพิเศษระหว่างเชียงราย ยูไนเต็ด กับแดกู เอฟซี จากเกาหลีใต้ ณ สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดี้ยม จังหวัดเชียงราย

เครื่องมือนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อติดตามและวิเคราะห์ประเมินผลนักกีฬาแบบรายบุคคล โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Digitalyst ติดไปกับเสื้อของนักฟุตบอล ซึ่งจะมีการเก็บรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น อาทิ การจับความเร็ว แม็กซิมั่มสปีด อัตราเร่ง ระยะทางทั้งหมดในการแข่งขัน ความหนาแน่นของพื้นที่สนาม ความเร็วของลูกฟุตบอล การประมวลผลของเครื่องนี้
มีข้อมูลของนักเตะเจลีก และ บุนเดสลีกา มาเป็นฐานให้เปรียบเทียบด้วย ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา สำหรับจุดเด่นของเครื่องนี้ที่เหนือกว่าตัวอื่นๆ ที่เคยมีการใช้งานมาก่อนหน้านี้คือ ค่าความคลาดเคลื่อนน้อยมาก เพียง 1 cm. error เท่านั้นโดยใช้ระบบดาวเทียมนำทางของประเทศญี่ปุ่น (QZSS) เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเทคโนโลยีจากดาวเทียมจะเข้ามามีบทบาทต่อคนไทยมากขึ้น ทั้งในด้านของกีฬามืออาชีพ มือสมัครเล่น และกีฬาเยาวชน ซึ่งไม่ใช่แค่การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในกีฬาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการดำเนินชีวิตของคนไทยต่อไปด้วย

สพฐ.เล็งจัดกิจกรรมเสริมทักษะชีวิตแบบออนไซต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785530

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงการก่อเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในเด็กซึ่งพบว่า ระยะหลังแนวโน้มผู้ก่อเหตุจะเป็นกลุ่มเด็กอายุไม่ถึง 15 ปี เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยช่วง2 ปีที่ผ่านมา เด็กต้องเรียนออนไลน์ ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์หายไป ส่วนหนึ่งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ อีกกลุ่มหนึ่งก็เข้าไปอยู่ในหลืบของโลกออนไลน์ ทำให้ผลที่ตามมาคือ การขาดการปฏิสัมพันธ์ เด็กไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้จึงแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ซึ่งสภาวะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะเด็กเท่านั้น แม้แต่ผู้ใหญ่เองก็มีให้เห็นอยู่

ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหา คือ ต้องให้เด็กทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะแบบออนไซต์มากขึ้นอย่างต่อเนื่องสามปี เพื่อให้เด็กได้เกิดปฏิสัมพันธ์และกระบวนการคิด โดยเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้หรือกระบวนการส่งเสริมทักษะชีวิตในมิติความปลอดภัย ซึ่งวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ต้องใช้เงิน เพราะเป็นเรื่องของการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมเพิ่มเติมการสร้างทักษะชีวิตที่จะแทรกเข้าไปในการเรียนการสอนอย่างเข้มข้น โดยตนได้หารือเบื้องต้นกับ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ.ไปบ้างแล้ว

สิ่งที่ต้องเน้น คือ เด็กต้องรู้จักท้องถิ่นลึก รักประเทศไทยและอยู่ได้ในโลก โดยรู้จักท้องถิ่นลึกผลลัพธ์ที่ได้คือ เด็กจะมีความภาคภูมิใจในตัวเองมีองค์ความรู้ที่เป็นซอฟต์ พาวเวอร์ ของท้องถิ่นที่ใช้ต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ ขณะที่รักประเทศไทย ผลคือจะไม่ทะเลาะกัน เพราะมีแกนคิดอันเดียวกัน ส่งความรักประเทศไทยจะทำให้ความข้อขัดแย้งในสังคมไทยลดลง ส่วนอยู่ได้ในโลกคือ ความเป็นผู้ประกอบการ มีความรู้ทางภาษา มีหลักคิดวิธีการจัดการชีวิตบนโลกออนไลน์ สามารถทำกิจกรรมค้าระหว่างประเทศได้ มีเพื่อนนานาชาติ เปิดโลกทัศน์และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนบนโลกได้

สำหรับเรื่องที่น่าเป็นห่วงสุดในโลกโซเชียลก็คือ เรื่องของการหลอกให้เงินเด็กประมาณ 300 บาทเปิดบัญชีม้าโดยหลอกล่อว่า “มีรายได้พิเศษแค่กดไลค์กดแชร์ก็ได้เงินแล้ว”

“อยากจะขอเตือนเด็กๆ ว่าการทำงานแบบนี้ไม่มีจริงในโลก และตอนนี้มีปัญหาเด็กโดนดำเนินคดีบัญชีม้าจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะอายุระหว่าง 12 ถึง 14 ปี เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาก็คงต้องแก้ด้วยการจัดกิจกรรมที่จะตกผลึกทักษะชีวิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะทำได้ในลักษณะของการเขียนเรียงความ การโต้วาที ยอวาที หรือวิชาลูกเสือหรือวิชาอื่นๆ ที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์เพื่อเด็กจะได้ใช้ชีวิตเป็นและรู้จักการควบคุมอารมณ์ด้วย” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

สพฐ.กางปฏิทินรับ‘ม.1และม.4’ ยันตรวจสอบเข้ม ไร้‘ใต้โต๊ะ’แลกที่นั่งเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785435

สพฐ.กางปฏิทินรับ‘ม.1และม.4’ ยันตรวจสอบเข้ม ไร้‘ใต้โต๊ะ’แลกที่นั่งเรียน

สพฐ.กางปฏิทินรับ‘ม.1และม.4’ ยันตรวจสอบเข้ม ไร้‘ใต้โต๊ะ’แลกที่นั่งเรียน

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.55 น.

สพฐ.กางปฏิทินรับ‘ม.1และม.4’ ยันตรวจสอบเข้ม ไร้‘ใต้โต๊ะ’แลกที่นั่งเรียน

6 กุมภาพันธ์ 2567 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศปฏิทินรับนักเรียน และนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2567 โดยจะเริ่มเปิดรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) และ ม.4 วันที่ 9-13 มีนาคม นี้

ทั้งนี้ สพฐ. มอบอำนาจให้กรรมการเขตพื้นที่การศึกษา กรรมการสถานศึกษา และโรงเรียน เป็นผู้ออกหลักเกณฑ์ เพราะต้องการกระจายอำนาจให้โรงเรียนมีความเข้มแข็ง เพราะเขตพื้นที่ฯ และโรงเรียน จะรู้รายละเอียดว่าสามารถรับนักเรียนได้กี่คน เพิ่มห้องเรียนได้จำนวนเท่าไร แต่ทั้งหมดจะต้องไม่เกินเกณฑ์ที่ สพฐ.กำหนด ส่วน สพฐ. จะทำหน้าที่ให้แนวทางในการดำเนินการ ส่วนหลักการจะให้โรงเรียนและกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ตัดสินใจ และจะเข้าไปช่วยเฉพาะกรณีที่มีปัญหาจริง ๆ เท่านั้น

“สพฐ.พร้อมรับนักเรียนปี 2567 มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริต หรือการเรียกรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนอย่างแน่นอน เพราะมีหน่วยงานตรวจสอบเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ทั้งหน่วยงานภายนอก ที่คอยเฝ้าระวัง รวมถึงผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษา ซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เชื่อว่าจะไม่ยอมให้เสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงไม่กังวล แต่ถ้าโรงเรียนใดมีปัญหา สพฐ.ก็พร้อมเข้าไปช่วยแก้ไข” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดสอบครูผู้ช่วยตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ (ว16) และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ว17) นั้น ขณะนี้ สพฐ. ได้จัดทำปฏิทินการสอบ รวมถึงจัดทำตัวชี้วัดการประเมินการสอบสัมภาษณ์ ภาค ค  ตามที่ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มอบหมายมาเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ. ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รมว.ศธ. เป็นประธาน พิจารณาภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ทั้งนี้ หลังจากการสอบครูผู้ช่วย ว16 และว17 เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยทั่วไป ว14 และสอบผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเขตพื้นที่ฯ  ตามลำดับ โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. สำรวจอัตราว่างก่อนประกาศรับต่อไป

“การสอบครูผู้ช่วยปีนี้ สพฐ. จะเป็นผู้บริหารจัดการข้อสอบเอง จากเดิมมอบอำนาจให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ เป็นผู้ดำเนินการ โดยจะมอบให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ เป็นผู้ออกข้อสอบ ซึ่งใครที่มีคุณสมบัติครบ ก็ขอเตรียมความพร้อมอ่านหนังสือเตรียมสอบ ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างว่า ช่วยให้สอบได้ เพรา สพฐ.จะคัดเลือกมหาวิทยาลัยที่เป็นกลาง ได้รับการยอมรับเพื่อให้การจัดสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใส และไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

เปิดกิจกรรม’วิชาการศรีเกิด เปิดวัฒนธรรมจีน’ สอนเด็กนักเรียนรู้ตรุษจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785423

เปิดกิจกรรม'วิชาการศรีเกิด เปิดวัฒนธรรมจีน' สอนเด็กนักเรียนรู้ตรุษจีน

เปิดกิจกรรม’วิชาการศรีเกิด เปิดวัฒนธรรมจีน’ สอนเด็กนักเรียนรู้ตรุษจีน

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.08 น.

โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด สังกัดเทศบาลนครเชียงรายจัด“วิชาการศรีเกิด เปิดวัฒนธรรมจีน” ครั้งที่ 17 สอนเด็กนักเรียนรู้ตรุษจีน

วันที่ 6 ก.พ.67 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย มอบหมายให้นายณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย นางบังอร มะลิดิน รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย ร่วมเปิดกิจกรรม “วิชาการศรีเกิด เปิดวัฒนธรรมจีน ครั้งที่ 17  ณ โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด โดยมีพระไพศาลประชาทร วิ. (หลวงพ่อพบโชค) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง เชียงราย เข้าร่วมในกิจกรรมด้วย

ทั้งนี้ โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด เป็นหนึ่งในโรงเรียนในสังกัด เทศบาลนครเชียงราย โดยมีนางสาวศิริภัส ขัติยะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด นำคณะครูอาจารย์และนักเรียนเข้าร่วม ในพิธีจัดให้มีกิจกรรมแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งพิธีสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมงานในโอกาสเทศกาลตรุษจีน โดยมีผู้ปกครองเด็กนักเรียน เดินทางมาร่วมในกิจกรรมจำนวนมาก

สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ทางเทศบาลนครเชียงราย  ได้ให้ความสำคัญกับภาษาจีน รวมทั้งวัฒนธรรมจีน ที่มีบทบาทสำคัญต่อประชาคมโลกและประเทศไทย เทศบาลนครเชียงราย นำโดยนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศนครเชียงราย ได้ตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมจีนมาโดยตลอด จึงมีกิจกรรมระหว่างเทศบาลนครเชียงรายและประเทศจีนอย่างหลากหลาย เช่น โครงการความร่วมมือทางการศึกษาแก่ครูและนักเรียน ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน 

อีกทั้งความร่วมมือจากสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการจัดการศึกษาตามการพัฒนาดังกล่าว

ด้านนางสาวศิริภัส ขัติยะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด กล่าวว่า โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ได้จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเพิ่มเติมวิชาภาษาจีนกลางมาตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบันได้พัฒนาหลักสูตรโดยเน้นการเรียนการสอนด้วยภาษาจีนอย่างเข้มข้น โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การจัดงานครั้งนี้จึงเพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพทางภาษาและวัฒนธรรมจีน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว จะทำให้นักเรียนทุกคนได้เข้าถึงวัฒนธรรมจีน ในช่วงตรุษจีน รวมทั้งได้ความรู้อื่นๆ ควบคู่ไปด้วยการมีประสบการณ์นอกห้องเรียน 

ยกระดับแรงงานคนรุ่นใหม่ เข้าระบบ Credit Bank ทำงานช่วงเรียนเทียบโอนหน่วยกิตรับวุฒิจบได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785337

ยกระดับแรงงานคนรุ่นใหม่ เข้าระบบ Credit Bank ทำงานช่วงเรียนเทียบโอนหน่วยกิตรับวุฒิจบได้

ยกระดับแรงงานคนรุ่นใหม่ เข้าระบบ Credit Bank ทำงานช่วงเรียนเทียบโอนหน่วยกิตรับวุฒิจบได้

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 08.25 น.

รัฐบาลโดย‘ก.แรงงาน-อว.’ลงนามความร่วมมือพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับ‘มทร.-ม.เกษตรฯ’ยกระดับแรงงานคนรุ่นใหม่ เข้าระบบ Credit Bank ทำงานช่วงวัยเรียน เทียบโอนหน่วยกิต รับวุฒิจบได้

6 กุมภาพันธ์ 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมความร่วมมือในการผลิตกำลังคนในภาคการศึกษา และภาคแรงงาน Up-Skill for More Earn เพื่อมีงานทำรองรับเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้ง พัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกำลังแรงงานรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งระบบ มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะฝีมือในทุกระดับอย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมให้มีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ มีรายได้ มีงานทำ มีสวัสดิการ และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

นายคารม กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม   ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการจัดการศึกษาการพัฒนาฝีมือแรงงาน เทียบโอน และสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิต ระหว่าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจะร่วมกันจัดฝึกอบรมหลักสูตรฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อสะสมในระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) โดยนำมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และหลักสูตรการฝึกอบรมฝีมือแรงงานมาเทียบโอนการเรียนรู้สู่ระบบธนาคารดังกล่าว เพื่อแรงงานจะได้วุฒิการศึกษา เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้เรียนในระบบ แต่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากการทำงาน การฝึกอบรม การทดสอบ หรือประสบการณ์ด้านอื่น ได้มีโอกาสนำไปใช้เพิ่มคุณวุฒิการศึกษาด้านวิชาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีงานทำ และมีรายได้ที่สูงขึ้น

นายคารม กล่าวย้ำว่า ระบบ Credit Bank เป็นระบบที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้กำลังแรงงานสามารถนำผลการเรียนรู้และประสบการณ์จากการประกอบอาชีพที่หลากหลายรูปแบบมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตตามหลักเกณฑ์เพื่อเก็บสะสมไว้ในการขอรับรองคุณวุฒิทางการศึกษาที่สูงขึ้น จะทำให้แรงงานที่อยู่นอกระบบการศึกษา แต่ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการทำงานที่ยาวนานผ่านการฝึกอบรม และทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้ว  นำมาเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อปรับวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาตรี สามารถลดระยะเวลาการเรียน ลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพิ่มโอกาสในการเลื่อนระดับ ความก้าวหน้าในอาชีพ

วว.เปิดรับพรีออเดอร์‘กุหลาบ’เพื่อสุดที่รัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785218

วว.เปิดรับพรีออเดอร์‘กุหลาบ’เพื่อสุดที่รัก

วว.เปิดรับพรีออเดอร์‘กุหลาบ’เพื่อสุดที่รัก

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ และศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ภายใต้การดำเนินโครงการมาลัยวิทยสถาน ร่วมต้อนรับเดือนแห่งความรัก เพื่อมอบของขวัญสุดพิเศษแด่ “สุดที่รัก รักที่สุดของคุณ” ด้วยกุหลาบแสนสวยในแจกันสีหวานละมุน ส่งตรงจากเกษตรกร “กลุ่มผู้ปลูกกุหลาบบ้านลายเหนือ” จ.เลย ซึ่งได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีและบรรจุภัณฑ์ โดย วว. ที่ทำให้กุหลาบมีความสดใหม่ มีชีวิตชีวา สามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 8 วัน พร้อมขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน สนใจสั่งซื้อเพื่อสนับสนุนเกษตรกรของไทย ได้ที่ โทร.061-643 6907 (คุณบุญคอง สายคำตั้ง)

เปิดเวทีประกวด ‘GLOBE SRC 2024’ เฟ้นหาเยาวชนนักคิด-วิจัยวิทย์สิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785220

เปิดเวทีประกวด ‘GLOBE SRC 2024’  เฟ้นหาเยาวชนนักคิด-วิจัยวิทย์สิ่งแวดล้อม

เปิดเวทีประกวด ‘GLOBE SRC 2024’ เฟ้นหาเยาวชนนักคิด-วิจัยวิทย์สิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยโครงการโลกศึกษาเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (GLOBE) ขอเชิญนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-มัธยมศึกษาปีที่ 6 พร้อมด้วยครูที่ปรึกษา สมัครเข้าร่วมประกวดผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567 GLOBE Student Research Competition 2024 (GLOBE SRC 2024) ชิงรางวัลพร้อมโล่และเกียรติบัตร สมัครออนไลน์ได้ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ฝ่ายโลกศึกษาเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม GLOBE สสวท. https://globethailand.ipst.ac.th/news.php สอบถามที่อีเมล globesrc@proj.ipst.ac.th 

ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยประกอบด้วย นักเรียนจำนวน 2-3 คน กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 และครูที่ปรึกษางานวิจัย 1 – 2 คนต่อ 1 งานวิจัย โดยครูที่ปรึกษางานวิจัยและนักเรียนต้องสังกัดในโรงเรียนเดียวกัน   โรงเรียนสามารถส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมการคัดเลือกได้ระดับชั้นละ 1 งานวิจัย โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกาศผลการคัดเลือกวันที่ 5 เมษายน 2567 ที่เว็บไซต์ https:
//globethailand.ipst.ac.th และ เฟซบุ๊ก GLOBE Thailand : https://www.facebook.com/globethailand2015