สกสค.พัฒนา รพ.ครู เพื่อการรักษาที่ทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785221

สกสค.พัฒนา รพ.ครู เพื่อการรักษาที่ทันสมัย

สกสค.พัฒนา รพ.ครู เพื่อการรักษาที่ทันสมัย

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แพทย์หญิง (พญ.) ฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลครู ของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และคณะ กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาโรงพยาบาลครูว่า โรงพยาบาลครูเป็นหนึ่งในภารกิจด้านการจัดสวัสดิการ ด้านสุขภาพอนามัยให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการอื่นๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ตามระเบียบว่าด้วยสถานพยาบาล ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยนอกในวันทำการ ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ไม่มีผู้ป่วยค้างคืนและเพื่อให้การรักษาพยาบาลทันสมัยยิ่งขึ้น สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จึงจะดำเนินการพัฒนาพลิกโฉมโรงพยาบาลครู โดยจะดำเนินการ3 เรื่องควบคู่ไปพร้อมๆ กัน ได้แก่

1.ปรับการบริหารจัดการเป็น Smart hospital โดยเปลี่ยนระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลครู จาก Hospital OS เป็น Digital Transformation to Smart hospital 2.การส่งเสริมป้องกันสุขภาพของคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ (ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ) โดยต้องลงทะเบียนเป็นหน่วยร่วมบริการกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพ เขต 13 กทม. และ 3.การ Renovation อาคารหอพัก 4 ชั้นเพื่อขออนุญาตเป็นสถานบริการสาธารณสุข

ซึ่งในช่วงเดือน มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ณ ขณะนั้น) และบอร์ด สกสค. เห็นชอบในหลักการให้พลิกโฉมโรงพยาบาลครูให้ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้มารับบริการ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการ Smart hospital เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบริการให้เชื่อมโยง ตอบสนองได้รวดเร็ว ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 2.โครงการ Renovation อาคารหอพัก 4 ชั้น ที่ไม่ได้ใช้งาน และขออนุญาตเป็นสถานพยาบาล ซึ่งจะประกอบไปด้วยหน่วยไตเทียม นวดแผนไทย และกายภาพบำบัด พร้อมปรับพื้นที่พักรับรองในการมารับบริการที่โรงพยาบาลครู

พญ.ฤทัย กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงเดือน ม.ค.2567 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. ได้มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และให้คำแนะนำในการสานต่อภารกิจของโรงพยาบาลครูในโครงการดังกล่าว พร้อมเน้นเรื่องการส่งเสริมป้องกันสุขภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งโรงพยาบาลครูได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพเชิงรุกของบุคลากรฯ (ขณะนี้รอหนังสือตอบกลับถึงวิธีการดำเนินงานที่เหมาะสม ถูกต้องจากกรมบัญชีกลางฯ) นอกจากนี้ ยังได้ลงทะเบียนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพ เขต 13 เฉพาะด้านเวชกรรมและทันตกรรม เพื่อรับสิทธิในการส่งเสริมป้องกันฯ เช่น การให้บริการฉีดวัคซีนตามฤดูกาล การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ เป็นต้น

ผอ.โรงพยาบาลครู กล่าวอีกว่า การขยายพื้นที่โรงพยาบาลครู โดย Renovation อาคารหอพัก 4 ชั้น มาเป็นพื้นที่รักษาพยาบาล จะปรับโฉมทั้งภายในภายนอก ซึ่งภายนอกจะทำ
Facade หรือ เปลือกอาคาร ให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามน่ามาเข้ารับบริการ มีการทำทางเชื่อมที่ชั้น 2 และชั้น 4 กับอาคารเดิม ส่วนภายในปรับปรุงพื้นที่ทั้ง 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 ประกอบด้วย หน่วยบริการติดตั้ง Central Lab ครบวงจร โดย Outsourcing ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาปฏิบัติงาน เพื่อลดระยะเวลาการเดินทางของ Lab ไปตรวจที่อื่น, มีการติดตั้งเครื่อง X-ray แบบ Digital เพื่อให้มีเครื่อง X-ray ที่ทันสมัย, ตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยไตเทียม เช่น เครื่องทำน้ำ RO และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ชั้นที่ 2 ใช้เป็นหน่วยไตเทียม ได้ 20 เตียง โดยจะมีเอกชนมาลงทุน เพื่อเพิ่มบริการในการล้างไตในทุกสิทธิ์ ชั้นที่ 3 ใช้เป็นนวดแผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้ประมาณ 20 เตียง ซึ่งปัจจุบันมี 7 เตียงบริการ ส่วนชั้นที่ 4 ใช้เป็นสำนักงานห้องผู้อำนวยการ และหน่วยสนับสนุน และทำให้สามารถขยายบริการหน่วยทำฟัน

‘ครูนกเล็ก’แม่พิมพ์สายยูทูบเบอร์หลักล้าน เผยหลักคิดทำสื่อการสอนอย่างไรให้โดนใจผู้เรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785304

‘ครูนกเล็ก’แม่พิมพ์สายยูทูบเบอร์หลักล้าน เผยหลักคิดทำสื่อการสอนอย่างไรให้โดนใจผู้เรียน

‘ครูนกเล็ก’แม่พิมพ์สายยูทูบเบอร์หลักล้าน เผยหลักคิดทำสื่อการสอนอย่างไรให้โดนใจผู้เรียน

วันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 20.37 น.

‘ครูนกเล็ก’แม่พิมพ์สายยูทูบเบอร์หลักล้าน เผยหลักคิดทำสื่อการสอนอย่างไรให้โดนใจผู้เรียน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์  2567 “ครูนกเล็ก” นางจีรภัทร สุกางโฮง ครูประจำโรงเรียนบางมด ครูสายยูทูบเบอร์ที่มียอดผู้ติดตามช่องระดับหลักล้าน กล่าวในรายการ “แนวหน้าTalk” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ซึ่งมี นายบุญยอด สุขถิ่นไทย เป็นพิธีกร ในประเด็นการทำคลิปวีดีโอให้โดนใจ ว่า อย่างแรกต้องวางเป้าหมายก่อน คลิปที่เราทำต้องการสื่อสารเรื่องอะไร สื่อสารกับใคร เนื้อหาก็ต้องให้ตรงประเด็น และต้องเริ่มต้นจากความชอบของตัวเราก่อนว่าอยากนำเสนอเรื่องใด ส่วนความยาวของคลิป ตนมองว่า 1-2 นาที ก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็ก แล้วค่อยมีเนื้อหาของเราขยายเข้าไป

“ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้คนกล้าแสดงออกมากขึ้น คนชอบที่จะถ่ายวีดีโอ ถ่ายคลิปมากขึ้น แต่ก็ต้องดูด้วยว่าคุณชอบแบบไหน บางคนอาจจะถนัดชอบถ่ายนำเสนอเรื่องราวของตัวเอง ก็ต้องดูว่าคุณต้องการนำเสนอเรื่องอะไร อยากจะให้คนดูเป็นแบบไหน เป้าหมายของเราเป็นใคร อย่างถ้าถามในมุมมองของครูนกเล็ก ก็มองคอนเทนต์เรื่องการศึกษา ก็เป็นส่วนหนึ่งเป็นหลัก สองเด็กดูแล้วก็ต้องสนุก สามก็ต้องปลอดภัยสำหรับเด็กด้วย” นางจีรภัทร กล่าว

นางจีรภัทร กล่าวต่อไปว่า ส่วนคำถามเรื่องจะสังเกตอย่างไรว่าเนื้อหาที่เราทำไปแล้วโดนใจหรือไม่ มีอะไรต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง ตนยอมรับว่าทุกวันนี้ก็ยังต้องเดาทางอยู่ เพราะเด็กหรือคนดูเปลี่ยนไปตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่มีสูตรสำเร็จ เป็นการทดลองทำ ซึ่งการศึกษาก็คือการเรียนรู้ เราก็ได้เรียนรู้ไปด้วย แต่อย่างในปัจจุบัน หากเป็นเนื้อหาที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มติ๊กต๊อก ที่ได้รับความนิยมคือคลิปการสอนภาษาไทย ว่าด้วยการผสมสระให้เป็นจังหวะ เพราะดูสนุก เข้าใจง่าย เด็กสามารถร้องตามได้

สำหรับประสบการณ์ที่ได้รับหลังเป็นครูสายยูทูบเบอร์มา 10 ปี สิ่งที่ได้สำหรับตนเองคือ 1.ฝึกทักษะการสื่อสารมากขึ้น 2.ฝึกการคิดเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น 3.ฝึกการไตร่ตรองคิดล่วงหน้าก่อนลงมือทำมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบที่อาจตามมาให้น้อยที่สุด ขณะที่การชวนลูกสาวมาช่วยทำคลิป ตนก็ได้เห็นพัฒนาการของลูก ซึ่งลูกเป็นคนที่กล้าแสดงออกและมีความคิดสร้างสรรค์ และที่ประสบความสำเร็จคือทำให้ลูกมีใจใฝ่เรียนรู้ตามตนไปด้วย ซึ่งปัจจุบันลูกสาวถ่ายวีดีโอและตัดต่อเป็นแล้ว ตนไม่ต้องยัดเยียดอะไรให้ เขาอยากรู้อะไรก็ไปหาแหล่งเรียนรู้เองได้

“ประโยชน์เพื่อสังคม ครูนกเล็กมองว่าการทำคลิปของครูนกเล็ก แต่ละคลิปครูนกเล็กมีความตั้งใจแล้วก็อยากจะให้เกิดประโยชน์กับนักเรียน เกิดประโยชน์กับผู้ปกครอง โรงเรียนอื่นๆ ที่สามารถนำคลิปของเราไปใช้ประโยชน์ได้ อยากให้เด็กนักเรียนทุกคนอ่านออกเขียนได้ สนใจกลับมาเรียนหนังสือ” นางจีรภัทร กล่าว 

กรมโยธาฯ ออกแบบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785263

กรมโยธาฯ ออกแบบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กรมโยธาฯ ออกแบบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 19.03 น.

‘กรมโยธาฯ’ ออกแบบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปยังทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา6รอบ 28กรกฎาฯ

วันที่ 5 ก.พ.2567 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง(ยผ.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 กระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ โดยได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการออกแบบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ โดยประดิษฐานตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28ก.ค.2567 ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำหนดไว้  ในการดำเนินการจัดทำซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดทำแบบซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 5 รูปแบบ แบ่งตามภูมิภาคต่าง ๆ ดังนี้ 1. ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก 2. ภาคเหนือ 3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4. ภาคใต้ และ 5. ภาคใต้ (3 จังหวัดชายแดน) และแบ่งเป็นรูปแบบละ 2 ขนาดได้แก่ แบบที่ 1 ซุ้มประตูแบบ 2 เสา สำหรับถนน 4 เลน (ความกว้างประมาณ 15 เมตร) แบบที่ 2 ซุ้มประตู แบบ 3 เสา สำหรับถนน 6 เลน มีเกาะกลาง (ความกว้างประมาณ 26 เมตร) พร้อมประมาณราคาก่อสร้างแล้วเสร็จ 

“กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการส่งแบบซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติฯ ให้ทุกจังหวัดเพื่อเตรียมการก่อสร้างซุ้มประตูใหม่หรือใช้โครงสร้างซุ้มประตูเดิมที่มีอยู่ กระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการเน้นย้ำไปยังแต่ละจังหวัด ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย โดยให้มีการตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรงและปรับปรุงให้สวยงาม สมพระเกียรติ ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแบบก่อสร้างและราคาได้ที่ QR code ที่ปรากฏ” อธิบดีกรมโยธาฯ กล่าว

เปิดค่าย‘นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน’ ปลูกฝังเยาวชน‘เข้าใจ-รัก’สิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785076

เปิดค่าย‘นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน’  ปลูกฝังเยาวชน‘เข้าใจ-รัก’สิ่งแวดล้อม

เปิดค่าย‘นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน’ ปลูกฝังเยาวชน‘เข้าใจ-รัก’สิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นประธานเปิดการอบรมภายใต้โครงการ “นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน” โดยมี นายชัยวิทย์ อุณหศิริกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นางสลิลา ยรรยงสวัสดิ์ เลขานุการกรม นายชัยยุทธ สุขเสริม ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 7 ราชบุรี และเจ้าหน้าที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เข้าร่วมงาน ณ บริษัท ศุภศิลาชัย จำกัดโรงโม่หิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

สำหรับการอบรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน (แร่ในชีวิตประจำวัน) การบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่านการทำเหมืองแล้ว ความปลอดภัยของคนงานในเหมืองแร่และการรีไซเคิล

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ การทัศนศึกษาเยี่ยมชมการประกอบการของบริษัทฯ และการฟื้นฟูพื้นที่หลังการทำเหมืองแล้ว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนันทนาการ 3 ฐาน ได้แก่ 1.ฐานอุโมงค์ลับ..ซ่อนแร่ 2.ฐานวงล้อหมุนเวียนรีไซเคิล และ 3.ฐานจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ รวมถึงกิจกรรม “แชร์แร่..ให้เพื่อนรู้” โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จาก 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนีโรงเรียนหนองโพวิทยา และโรงเรียนช่องพรานวิทยา เข้าร่วมการอบรมฯ จำนวน 45 ราย

มจพ.เปิดรับสมัครนักศึกษา ป.โท-เอก ประจำปี’67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785075

วันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม (DBA) ที่กรุงเทพฯ เรียนวันอาทิตย์ และวิทยาเขตระยอง เรียนวันเสาร์ และระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม (MBA) กรุงเทพฯ รอบเช้าเรียนวันเดียว รอบค่ำ ระยอง เรียนวันเสาร์, สาขาการบัญชี (X-MBAcc) ระยอง เรียนวันเสาร์ โดยรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 12 พ.ค. 2567 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 080-5945073, 065-6415585, 089-6880377

คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม โครงการพัฒนาผู้บริหารหลักสูตรบริหารธุรกิจระดับบัณฑิตศึกษา คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม สาขาวิชาการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและทรัพยากรมนุษย์ ระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (S-MBR, X-MBR), ระดับปริญญาเอก หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (X-DBR) สมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 10 มี.ค. 2567 ศึกษารายละเอียดหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มเติมได้ที่ https://bid.kmutnb.ac.th/2020/?page_id=9383 หรือสอบถามได้ที่ LINE : https://lin.ee/jozU3Rs E-mail : bhrd.bid.kmutnb@gmail.com

คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ภาควิชามนุษยศาสตร์ ภาคการศึกษา 1/2567, สาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์และนวัตกรรม, สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรม รับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 พ.ค. 2567 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บัณฑิตวิทยาลัย อาคารนวมินทรราชินี ชั้น 12 โทร.02-5552000 ต่อ 2422, 2424 หรือ http://www.grad.kmutnb.ac.th ลิงก์รับสมัคร http://grad.admission.kmutnb.ac.th/

สกู๊ปพิเศษ : เปิดหลักสูตรงานบริการฯ สานฝันหนุ่มสาวทำงานรายได้สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785077

สกู๊ปพิเศษ : เปิดหลักสูตรงานบริการฯ  สานฝันหนุ่มสาวทำงานรายได้สูง

สกู๊ปพิเศษ : เปิดหลักสูตรงานบริการฯ สานฝันหนุ่มสาวทำงานรายได้สูง

วันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอ็ม โกลบอล ทาเล้นทส์ จำกัด เปิดหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรเพื่องานบริการโรงแรมและเรือสำราญ โดยจะใช้ความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 ฝ่าย ผลิตนักบริการมืออาชีพ สานฝันหนุ่ม-สาวทำงานรายได้สูงและได้ท่องเที่ยวทั่วโลกโดยมี ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเป็นผู้ลงนามในฝ่ายของมหาวิทยาลัย และ น.ส.ภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานกรรมการบริษัท ลงนามด้านบริษัทเอ็ม โกลบอล ทาเล้นทส์ จำกัด

ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี มทร.พระนคร กล่าวว่า ธุรกิจภาคการท่องเที่ยว การแพทย์ ธุรกิจโรงแรมที่พัก สายการบิน และเรือสำราญ ล้วนต้องพึ่งพางานจากภาคบริการดังนั้น การบริการในภาคการศึกษาจึงมีความสำคัญ ต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองต่อการพัฒนาด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการที่มีพลวัตและการเติบโต ซึ่งสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้

สำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวเรือสำราญในปัจจุบัน เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่งของโลกที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มทร.พระนคร เล็งเห็นความสำคัญในการผลิตบุคลากรไปทำงานบนเรือสำราญ ทั้งนี้การท่องเที่ยวเรือสำราญนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับประเทศในมิติของบุคลากรที่ทำงานบนเรือก็มีผลตอบแทนสูงกว่าการทำงานในประเทศถึง 7 เท่า และยังได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ที่อยู่ในเส้นทางของเรือสำราญอีกด้วย

“หลักสูตรระยะสั้นที่ลงนามความร่วมมือในวันนี้นับเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก และที่สำคัญคือสอดรับกับนโยบายของ มทร.พระนครที่ว่า เรียนที่ไหนก็เรียนได้ แต่จบ มทร.พระนครมีงานทำ 100 เปอร์เซ็นต์” อธิการบดี มทร.พระนคร กล่าว

ผศ.ดร.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มทร.พระนครกล่าวว่า คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมีสาขาวิชาการโรงแรมและธุรกิจบริการที่จะรองรับการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมดังกล่าว หลักสูตรพิเศษระยะสั้นที่จะเปิดร่วมกับเอ็ม โกลบอลทาเล้นทส์นี้ จะตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเดินเข้าสู่งานบริการภาคแรงงานอย่างรวดเร็ว และมีรายได้ทันที

“มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนบุคลากร การใช้ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ทางเอ็ม โกลบอล ทาเล้นทส์ เตรียมหลักสูตรการฝึกอบรม วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ สถานที่ฝึกงานเมื่อนักศึกษาเรียนภาคทฤษฎีและปฏิบัติเสร็จแล้ว รวมถึงประสานงานกับบริษัทเรือสำราญชั้นนำของโลกเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาได้ทำงานและท่องโลกตามความฝัน” ผศ.ดร.ยุทธภูมิ ระบุ

นายชีวารัตน์ แสงชูโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม โกลบอล ทาเล้นทส์จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีวิทยากรมากประสบการณ์ ทั้งเคยทำงานกับบริษัทเรือสำราญระดับโลกและเป็นอาจารย์ฝึกอบรมงานบริการในสถาบันที่สอนการโรงแรมและเรือสำราญมาอย่างยาวนาน ดังนั้น หลักสูตรที่ร่วมพัฒนากับ มทร.พระนคร จะเน้นหนักไปที่การเรียนการสอนวิชา Food & Beverage หรือ อาหารและเครื่องดื่ม และ Housekeeping หรือวิชาแม่บ้าน โดยจะใช้เวลาในการเรียนทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติแบบเข้มข้นในห้องเรียนเพียง 1 เดือน จากนั้นจะส่งนักศึกษาไปฝึกงานกับโรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นเวลา 3 เดือน นอกจากนี้ยังแนะแนวการสอบสัมภาษณ์กับตัวแทนของบริษัทเรือสำราญให้ด้วย โดยผู้ที่มีสิทธิ์ลงเรือสำราญจะต้องผ่านงานกับโรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นระยะเวลา 6 เดือนก่อน

“ค่าเล่าเรียนเบื้องต้นหลักสูตรนี้อยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นบาท แต่ช่วงนี้ลดราคาพิเศษ เหลือเพียง 29,900 บาท เท่านั้น เพราะมีวัตถุประสงค์ต้องการส่งผู้ที่ต้องการเป็นนักบริการมืออาชีพถึงฝั่งฝัน นี่คือความสุขและความภาคภูมิใจของอดีตเด็กเรือสำราญอย่างพวกเรา” นายชีวารัตน์กล่าว

ดร.นฤมล สิทธิรัตน์ ผู้อำนวยการงานฝึกอบรม บริษัท เอ็ม โกลบอลทาเล้นทส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า สำหรับงานบริการต้องถือว่าคนไทยได้เปรียบคนชาติอื่นตรงที่มีใจบริการเป็นเยี่ยม บุคลิกอ่อนโยน ยิ้มแย้ม และมีความอดทนสูง คุณสมบัติผู้ที่จะเข้าฝึกอบรมหลักสูตรของเรากำหนดไว้คร่าวๆ ว่าต้องมีอายุระหว่าง 20-33 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า มีความรู้ภาษาอังกฤษในเกณฑ์ใช้ได้ บุคลิกภาพดี

“ผู้เรียนจบหลักสูตรได้งานค่อนข้างแน่นอน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคนว่าจะได้รับการเซ็นสัญญาเมื่อไหร่ ในแต่ละปีบริษัทเรือสำราญเปิดรับคนเข้าทำงานอย่างต่ำ 3 พันคน แต่ปัจจุบันแรงงานจากบ้านเรายังป้อนให้เขาได้ไม่เพียงพอความต้องการ” ดร.นฤมล กล่าว

ด้าน น.ส.ภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานกรรมการบริษัท เอ็ม โกลบอล ทาเล้นทส์ จำกัด กล่าวย้ำว่า “เอ็มกรุ๊ป โฮลดิ้ง เราเน้นทำธุรกิจบนหลักความไม่โลภและแบ่งปัน ตีมูลค่าความเชี่ยวชาญของผู้ร่วมงานแต่ละบุคคลเป็นทุน เป็นทรัพย์สิน เราให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์ เราให้โอกาสคนอายุตั้งแต่ 19-80 ปีเข้าร่วมงาน เราวางผู้ร่วมงานเป็นพาร์ทเนอร์ ไม่ได้เป็นลูกจ้าง เราไม่จำเป็นต้องมีอาคารมูลค่าหลายร้อยล้าน บุคลากรหรือผู้ร่วมงานของเรานั่นแหละคือสำนักงานอันใหญ่โต”

สำหรับการเปิดรับสมัครนักศึกษารุ่นแรก ระหว่างวันที่ 12 ก.พ. ถึง12 เม.ย. 2567 และจะเปิดเรียนในวันที่ 2 พ.ค. 2567 ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพื่อสมัครเรียนได้ที่ http://www.mglobaltalents.com หรือ โทรศัพท์ 065-8965245

ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี มทร.พระนคร

ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี มทร.พระนคร

ภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ปธ.กก.บมจ.เอ็ม โกลบอลฯ

ภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ปธ.กก.บมจ.เอ็ม โกลบอลฯ

นศ.ระยองกว่า3,000คนเดือดร้อนหนัก หลัง’กยศ.’ไม่ให้กู้ยืม อ้างไม่เกิดการเรียนการสอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785000

นศ.ระยองกว่า3,000คนเดือดร้อนหนัก หลัง'กยศ.'ไม่ให้กู้ยืม อ้างไม่เกิดการเรียนการสอน

นศ.ระยองกว่า3,000คนเดือดร้อนหนัก หลัง’กยศ.’ไม่ให้กู้ยืม อ้างไม่เกิดการเรียนการสอน

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.43 น.

นักศึกษา ม.ดังในระยองกว่า 3,000 คน เดือดร้อนหนัก หลัง ‘กยศ.’ ไม่ให้กู้ยืม อ้างไม่เกิดการเรียนการสอนทั้งที่เปิดเรียนตามปกติ ล่าสุดยื่นฟ้องศาลปกครองระยองแล้ว 

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2567 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง หล้งได้รับการร้องเรียนกรณีที่ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไม่ให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยกว่า  3,000 คน กู้ยืม สร้างความเดือดร้อนให้กับนักศึกษาเป็นอย่างมาก

โดยน.ส.อริสรา อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารศาสตร์ ตัวแทนนักศึกษา เปิดเผยว่า ตนในฐานะตัวแทนนักศึกษาที่เดือดร้อน ขณะนี้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้งหมดกว่า 3,000 คน กำลังเดือดร้อน กรณีที่ทางสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ทั้งที่ผ่านมายังสามารถกู้ยืมได้ตั้งแต่ปี 2564 โดยมีข้อความแจ้งมาว่า “ไม่สามารถเบิกเงินกู้ยืมได้เนื่องจากคุณถูกระงับการให้กู้ยืม จากสาเหตุสถานศึกษาทำผิดข้อตกลงเงื่อนไขที่ให้ไว้กับกองทุน”

น.ส.อริสรา กล่าวว่า ทั้งที่มหาวิทยาลัยมีการเรียนตามปกติ ทางตนเองพร้อมด้วยตัวแทนรวม 5 คน จึงได้นำเรื่องเข้ายื่นฟ้อง ผู้จัดการ กยศ. ต่อศาลปกครองระยอง เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2567 เป็นคดีเลขดำที่ 37/2567 และ 38/2567 โดยศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ซึ่งหลังจากที่ยื่นฟ้องไปปรากฎว่าเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 ที่ผ่านมาพวกตนทั้ง 5 คน ที่เป็นตัวแทน ได้ถูกมือมืดโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ในเวลาไล่เลี่ยกัน คือเวลา  09.30 น., 10.00 น., และ 10.45 น. เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นด้วยเบอร์ 02-******* โดยผู้โทรเป็นเสียงผู้หญิง อ้างว่ามาจากหน่วยงานแห่งหนึ่ง โดยกล่าวถึงกรณีที่พวกตนได้ไปยื่นฟ้อง ผู้จัดการ กยศ. โดยพูดผ่านโทรศัพท์ ให้ไปถอนฟ้อง แล้วจะอนุมัติเงินกู้ให้ พร้อมนัดหมายให้พวกตนมาเจอกันที่มหาวิทยาลัยโดยไม่ทราบเหตุผล

น.ส.อริสรา กล่าวว่า ตนเองพร้อมเพื่อนนักศึกษาจึงเดินทางไปที่มหาวิทยาลัย ปรากฎว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายคนมายืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย จึงเกิดความหวาดกลัว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน พวกตน จึงไม่กล้าเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมทั้งได้เดินทางไปแจ้งความต่อ ร.ต.อ. ณัฐวรรธน์ โง๊ะบุดดา รอง สว.(สอบสวน)สภ.เพ อ.เมืองระยอง ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น จะขอเจรจาเฉพาะที่ศาลปกครองเท่านั้น เพราะเรื่องกำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองระยอง ต้องการให้คดีนี้ เป็นคดีตัวอย่างเพื่อให้นักศึกษาทั่วประเทศที่กู้ยืมเงินจาก กยศ.ได้รับความเป็นธรรม

น.ส.อริสรา เปิดเผยต่อว่า สำหรับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย จะมีการเรียนที่ไม่ตรงกัน จึงทำให้มีนักศึกษาทยอยกันเข้าเรียน ซึ่งมีการเรียนการสอนมาตลอด ไม่ทราบว่าทาง กยศ. ตรวจสอบแบบไหน จึงขอฝากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย หากไม่มีเงินจาก กยศ. นักศึกษากว่า 3,000 คน เดือดร้อนเรื่องการศึกษาต่อ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน พร้อมฝากไปยัง กยศ. ว่า สาเหตุใดจึงไม่อนุมัติให้นักศึกษากู้ยืมเงิน ไม่รู้ว่าใช้หลักเกณฑ์ใด ทั้งที่ผ่านมาก็สามารถกู้ได้ ทั้งที่เป็นนักศึกษาคนเดียวกัน

ขณะที่ น.ส.ละมุน แม่ค้าขายอาหารใกล้กับมหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านขายอาหารใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้มานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยจะขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่มทุกชนิด ทั้งน้ำชา กาแฟ โอเลี้ยง น้ำอัดลม ซึ่งจะมีทั้งขายอาหารให้นั่งกินที่ร้านของตนและรับทำอาหารนำเอาไปส่งให้กับนักศึกษา และอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยด้วย ขณะที่ตนนำเอาอาหารไปส่งให้นักศึกษา และอาจารย์ ตนพบเห็นว่ามีนักศึกษา และอาจารย์มาทำการเรียนการสอนตามปกติ ซึ่งจะมีนักศึกษาจำนวนมากมาเรียนหนังสือกันอย่างคึกคักมาโดยตลอด

ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784471

ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ย

ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 16.42 น.

ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ยเหลือไม่เกินร้อยละ 4.75 ชะลอฟ้องล้มละลายครูหนี้วิกฤต 3 ปี

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุรศักดิ์  พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานเป็นการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ ศธ.ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้บริหารองกรหลัก ศธ. ผู้แทนจากสถาบันการเงินต่างๆ และสหกรณ์ออมทรัพย์ฯเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลงร่วมมือหรือ MOU แก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยมีสาระสำคัญ 4 มาตรการ คือ ขอความร่วมมือกับสถาบันการเงิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 4.75 ชะลอการฟ้องล้มละลายครูที่มีหนี้วิกฤต หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL เป็นระยะเวลา 3 ปี ขยายงวดการผ่อนชำระถึงอายุ 75 ปี และการรวมหนี้รีไฟแนนซ์ โดยจากนี้จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย เพื่อลงนามความร่วมมือ MOU อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

“นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ผ่านสถานีแก้หนี้ในจังหวัดต่างๆ พบว่าสามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครูไปได้ระดับหนึ่ง และขณะนี้ทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาหนี้สินครู อย่างเช่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์ครูทั่วประเทศ ให้ช่วยกันลดดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ให้เกินร้อยละ 4.75 ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากหลายแห่ง และบางแห่งยังมีการรวมหนี้รีไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่อยู่ในร่าง MOU โดยมาตรการนี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์แต่ละแห่ง หากที่ใดสามารถรวมหนี้ได้ก็ถือเป็นเรื่องดี ขณะที่ธนาคารออมสิน ก็ยืนยันมาแล้วว่า ในช่วงนี้จะไม่มีการฟ้องล้มละลายครูที่มีหนี้วิกฤต หรือหนี้NPL เป็นเวลา 3 ปี ส่วนจำนวนครูมีเท่าไรนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นข้อมูลของทางธนาคาร” นายสุรศักดิ์ กล่าว

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมกำชับไปยังหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด ว่าการหักเงินเดือนชำระหนี้จะต้องให้ครูมีเงินเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 30 ของเงินเดือน ซึ่ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.ก็มีความห่วงใย และได้กำชับไปยังหน่วยงานในสังกัด ศธ.ที่รับผิดชอบ ต้องทำตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนบำนาญข้าราชกานเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 โดยหักเงินเดือนได้ไม่เกิน 70% หรือให้เงินเดือนเหลือสุทธิ ไม่น้อยกว่า 30% เพื่อให้ครูอยู่ได้ และในหนังสือยินยอมกับต้นสังกัดให้หักเงินเดือน ก็ให้เขียนกำกับไว้ด้วยว่า หักได้ไม่เกิน 70% หากหน่วยงานใดหักเงินเดือนครูเกิน 70% จะมีความผิด ผู้ถูกหักสามารถฟ้องร้องเป็นคดีอาญาได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังห่วงใย กรณีครูที่ถูกฟ้องล้มละลายว่าต้องออกจากราชการหรือไม่ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ก็ได้ยืนยันแล้วว่า กรณีครูที่ถูกฟ้องล้มละลายจากการกู้เงิน ที่ไม่ใช่การทุจริต จะไม่ถูกออกจากราชการ ซึ่งระเบียบดังกล่าวใช้กับหน่วยงานราชการทุกแห่ง ดังนั้น ครูก็ไม่ต้องห่วงในเรื่องจะต้องถูกออกจากราชการแล้ว

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784428

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.53 น.

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ระหว่างวันที่ 9 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่  ลงชื่อ สวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี  รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะโรง ซึ่งได้ผ่านการทำพิธีเบิกเนตรโดยพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต (เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) พร้อม รับประทาน “สาคูสิริมงคล”  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข   อัญเชิญ “ฮู้แดง” (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อนำไปประทับหน้าบ้าน เคหะสถาน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  “เคาะระฆังทอง”ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และ ร่วม “พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เพื่อขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 9 และ 17 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

เนื่องจากขณะนี้ ประเทศไทย เกิดสถานการณ์ค่าฝุ่น P.M 2.5 เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังคงมีอยู่ในขณะนี้ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใย และเพื่อความปลอดภัยของผู้มีจิตศรัทธา มูลนิธิฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร คอยอำนวยความสะดวกผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งจัดตั้งหน่วยพยาบาลสำหรับการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และจัดให้มีป้ายประชาสัมพันธ์ค่าฝุ่นละออง P.M 2.5 แบบ Realtime เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้มีจิตศรัทธาอีกทางหนึ่ง รวมถึงจัดให้มีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน รวมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และใช้บริการเจลแอลกอฮอล์ที่มูลนิธิฯ ที่จัดบริการแก่ทุกท่านทั่วทุกบริเวณงาน รวมทั้งจัดให้มีบูธปฐมพยาบาลเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงาน

พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์  http://www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะโรง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก  อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย  ถนนเจ้าคำรพ  ถนนมังกร  ถนนหลวง  ถนนเสือป่า ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784416

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.43 น.

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

31 มกราคม 2567 หลวงพ่อทัตตชีโว เมตตาเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญสมาธิภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ ณ พระมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย ในโครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 12 โดยมีพระธรรมยาตรา จำนวน 1,140 รูป พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

โดยได้รับเกียรติจากนางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง เป็นผู้แทนพสกนิกรเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยนายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง และ รศ.(พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ถวายเครื่องไทยธรรมแด่หลวงพ่อทัตตชีโว ประธานสงฆ์

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ประชาสัมพันธ์โครงการธรรมยาตรา ปีที่ 12 กล่าวว่า ตลอดเดือนมกราคม พระธรรมยาตราทั้ง 1,140 รูป ดำเนินกิจวัตรตามบทฝึกพระใหม่ ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชน สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่จัดพิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา ถวายมหาสังฆทานแด่วัดในชุมชน รวม 368 วัด เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา, ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น รวม 31 วัด, มอบทุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาและเยาวชนในชุมชน รวม 30 ทุน เป็นการปลูกฝังให้เยาวชนรักวัดในท้องถิ่นด้วยกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามหลัก “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน) การรณรงค์รักษา ศีล 5 ในหมู่ประชาชน เป็นต้น ซึ่งรูปแบบกิจกรรมทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล 5 ) ของคณะสงฆ์ไทย เพื่อนำบุญที่เกิดขึ้นน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ด้วย

สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และจุดประทีปเพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี จัดให้มีขึ้นในพื้นที่อนุสรณ์สถานอันเกี่ยวเนื่องกับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมา มาแล้ว 6 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 วันที่ 6 ม.ค. ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) โลตัสแลนต์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ ครั้งที่ 2 วันที่ 10 ม.ค. ณ อนุสรณ์สถานคลองบางนางแท่น จ.นครปฐม อนุสรณ์สถานลำดับที่ 2 สถานที่ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต ครั้งที่ 3 วันที่ 14 ม.ค. ณ วัดสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 3 สถานที่เกิดในเพศสมณะ ครั้งที่ 4 วันที่ 20 ม.ค. ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 4 สถานที่เกิดด้วยกายธรรม ครั้งที่ 5 วันที่ 24 ม.ค. ณ อนุสรณ์สถานบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก ครั้งที่ 6 ณ อาคารธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จ.กรุงเทพมหานคร สถานที่ค้นคว้าและเผยแผ่วิชชาธรรมกาย และ ครั้งนี้เป็นสุดท้าย ณ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 7 สถานที่ขยายวิชชาธรรมกาย

โครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง เป็นพุทธประเพณีจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-31 มกราคม ของทุกปี สามารถติดตามรายละเอียดโครงการฯ ได้ที่ http://www.ธรรมยาตรา.com, http://www.dhammakaya.net, http://www.gbnus.com หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร.02-831-1234