จนท.คุมเข้ม! วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ทยอยร่วมงานคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784374

จนท.คุมเข้ม! วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ทยอยร่วมงานคึกคัก

จนท.คุมเข้ม! วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ทยอยร่วมงานคึกคัก

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 13.03 น.

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 90 ปี หรือ “วันบลูเดย์” เป็นวันที่ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันจะกลับมาทำกิจกรรมรำลึกด้วยกัน แต่ในปีนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 ที่ผ่านมาเกิดเหตุนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมวันรายหนึ่ง ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นทั้งศิทย์เก่าและศิทย์ปัจจุบันของอุเทนถวายไปรุมทำร้ายใช้มีดแทงจนเสียชีวิต

ส่วนบรรยากาศบริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ช่วงเช้าของวันนี้ว่ามีศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันทยอยเดินทางเข้ามาร่วมงาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากในพื้นที่นครบาล และกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ตำรวจควบคุมฝูงชน มาดูแลความปลอดภัยและดูการจราจร โดยทางเข้ามหาวิทยาลัยฯเปิดให้ทางเข้า-ออกแค่ประตูเดียว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันเข้มงวด และตรวจอาวุธ ตรวจกระเป๋า และค้นรถของบุคคลที่เข้าพื้นที่มหาวิทยาลัยด้วย และงานวันนี้ทางสถาบันไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวด้านในให้สังเกตการณ์อยู่ด้านนอกเท่านั้น

สำหรับกำหนดการ วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ในวันนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 06.30 น. ไปจนถึงเวลา 12.00 น. โดยมีการทำบุญตักบาตร พระภิกษุสงฆ์ 19 รูป, พิธีบวงสรวงพระวิษณุกรม, และถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป โดยงานครั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยฯขอความร่วมมือผู้ที่จะเข้าร่วมงงาน ไม่นำรถจักรยานยนต์ และรถยนต์เข้ามาจอดในเขตพื้นที่อุเทนถวาย และงดเว้นการจอดรถบริเวณริมถนนพญาไททั้งสองฝั่งด้วย

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. วางแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย วางมาตรการป้องกันเหตุนักศึกษา 2 สถาบันชื่อดังก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยในวันนี้อาจมีบุคคลไม่หวังดีก่อเหตุความวุ่นวายส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลพื้นที่สุ่มเสี่ยงและจุดล่อแหลมเพื่อป้องกันการก่อเหตุของนักศึกษาทั้งสองแห่ง ทั้งก่อนและหลังวันบลูเดย์ โดยใช้กำลังตำรวจ 2 กองร้อย ดูแลพื้นที่ สับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสมและห้วงเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนและรถควบคุมผู้ต้องหา

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครู จ่อเสนอจ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784368

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครู จ่อเสนอจ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทน

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครู จ่อเสนอจ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 12.41 น.

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครูตามมติ ครม. สัปดาห์หน้าเตรียมเสนอ ครม. จ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทนครู

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า  กว่าสองสัปดาห์แล้วที่มติคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ทันที  ด้วยความห่วงใยในสวัสดิภาพและลดภาระของครูอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งขณะนี้ได้รับผลตอบรับดีมากจากครูทั้งประเทศ รวมทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เข้าใจเจตนาของการยกเลิกเวรครู หลายแห่งได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแทนการให้ครูนอนเฝ้า เช่น ระบบกล้องวงจรปิดควบคุมจากระยะไกล แอปพลิเคชันที่ตรวจตราและประสานหน่วยงานด้านความปลอดภัยได้ตลอดเวลา รวมทั้งการร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่เข้ามาสนับสนุนตู้แดง เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความห่วงใย ความเข้าใจต่อความปลอดภัยของชีวิตครูและทรัพย์สินราชการจากทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง

อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติตามมติ ครม. พบว่าสถานศึกษาบางแห่งยังให้ครูทำหน้าที่อยู่เวรตามเดิมอยู่ โดยปรับเปลี่ยนการออกคำสั่งจากคำว่าอยู่เวร เป็นคำว่าให้ครูปฏิบัติหน้าที่ดูแลโรงเรียนแทนนั้น ทำให้ครูไม่ได้รับการให้เลิกอยู่เวรตามมติ ครม. ที่ให้มีผลทันที ซึ่งวิธีการเช่นนี้สุ่มเสี่ยงเป็นการออกคำสั่งที่ขัดกับมติ ครม. จึงอยากขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวนี้ ปรับเปลี่ยนวิธีในการดูแลความปลอดภัยให้ถูกต้องและเหมาะสมโดยไม่ต้องให้ครูมานอนเฝ้าโรงเรียน

“รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการ (นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล) เร่งผลักดันเรื่องยกเลิกการอยู่เวรของครู เนื่องจากห่วงใยความปลอดภัยของครูเป็นหลัก หลายครั้งที่ครูถูกทำร้ายขณะอยู่เวรโดยไม่มีทางสู้ ซึ่งการบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจของครูทุกคน ไม่คุ้มค่าเลยในการเข้าแลกเพื่อปกป้องทรัพย์สิน โลกวันนี้มีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถนำมาใช้ทดแทนได้ รวมถึงบริษัทรักษาความปลอดภัย อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการเองก็มีนโยบายเปลี่ยนองค์กรให้ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น จึงอยากวอนผู้บริหารสถานศึกษาที่ยังให้ครูเข้าเวรอยู่ ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปตามมติ ครม. ที่มีความตั้งใจจะยกเลิกการให้ครูเข้าเวร เพื่อดูแลครูและให้ครูมีความสุขได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งรวบรวมข้อมูลความต้องการจ้าง รปภ.มาดูแลความปลอดภัยของสถานศึกษาให้ครบถ้วน เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทันในสัปดาห์หน้า โดยหวังว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ส่งผลกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคุณครูทั้งประเทศโดยตรง

 “อยากขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาใช้แนวคิดบนหลักที่ว่า สวัสดิภาพและความปลอดภัยของครูมีความสำคัญกว่าทรัพย์สินทั้งหมด โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการให้ครูไปเฝ้าเวรยามนี้ ขอให้ท่านคิดว่าคุณครูทุกคนคือเพื่อนร่วมงานมากกว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา วันนี้เราปลดล็อคเรื่องครูอยู่เวรได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือดูแลกันและกัน คืนครูให้ห้องเรียน พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับพื้นที่ มีความทันสมัย ร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ ในพื้นที่ตามแนวคิดการทำงานจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” รมว.ศธ. กล่าว

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ปลดล็อกข้อจำกัดจัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784333

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ปลดล็อกข้อจำกัดจัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ปลดล็อกข้อจำกัดจัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 09.48 น.

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ย้ำเร่งยกระดับการศึกษาให้ทัดเทียมนานาชาติ ตั้งเป้านำ‘อววน.’หนุนนโยบายรัฐบาล ต่อยอดนวัตกรรม เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในงานวิจัย-นวัตกรรม ปลดล็อกข้อจำกัดหลักเกณฑ์จัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

ในการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 2/2567 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุม และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (มท.) รองประธานคนที่หนึ่ง และ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รองประธานคนที่สอง พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายด้านการอุดมศึกษา ใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ปรับปรุงหลักสูตรมหาวิทยาลัยให้ทันสมัย มีมาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่และเทคโนโลยีใหม่ 2. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning) ให้เหมาะกับบริบท ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย 3. สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคการผลิต และมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ 4. บริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Put the right man on the right job) โดยอาจารย์ที่สอนเก่งให้เน้นทำหน้าที่สอน อาจารย์ท่านไหนที่ทำวิจัยเก่งให้เน้นการทำวิจัย 5. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในมหาวิทยาลัยให้ทันสมัย เพื่อให้นักศึกษาได้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชั้นสูงต่าง ๆ

ขณะที่ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย โดยเน้นประเด็นด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (ววน.) 4 ด้าน ได้แก่ 1. สนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหา สร้างนวัตกรรม สร้างอุตสาหกรรมใหม่ 2. กำหนดสัดส่วนการลงทุน ววน. ในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งที่เป็นส่วนวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) หรือ งานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) โดยขอให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล แต่ไม่ปิดกั้นโอกาสให้นักวิจัยค้นพบเรื่องใหม่ ๆ 3. ส่งเสริมสตาร์ทอัพโดยให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นแหล่งบ่มเพาะและสนับสนุนกลไก Matching Fund และ 4. พัฒนาคน พัฒนานักวิจัย ไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรม

รมว.อว. กล่าวต่อว่าเป้าหมายของการนำ อววน. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล 4 ปี ว่า ในด้านความสามารถทางนวัตกรรมและคุณภาพมหาวิทยาลัย ได้ตั้งเป้าหมาย อาทิ การขยับอันดับความสามารถทางการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ที่จัดอันดับโดยสถาบัน IMD ให้อยู่ใน 25 อันดับแรก ดัชนีนวัตกรรมโลก ตั้งเป้าให้อยู่ใน 30 อันดับแรก ยกระดับสถาบันอุดมศึกษาของไทยจำนวน 2 แห่ง ให้อยู่ใน 200 อันดับแรกจากการจัดอันดับของ Times Higher Education (THE) โดยให้มีสถาบันอุดมศึกษาภูมิภาคอย่างน้อย 1 แห่งอยู่ในอันดับระหว่าง 601 – 800 รวมถึงพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยจำนวน 8 แห่ง ให้อยู่ใน SDG Impact Ranking ส่วนความสามารถกำลังคนทักษะสูง ตั้งเป้าผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์หรือ STEM ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 55% และกำลังคนทักษะสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 40%

ที่สำคัญ ยังตั้งเป้าให้มูลค่าการลงทุนด้าน R&D ของประเทศไม่ต่ำกว่า 2% ต่อจีดีพี โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) จากการลงทุนด้าน ววน. ไม่ต่ำกว่า 5 เท่า และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอื่น เช่น สิทธิบัตรที่มีผลบังคับใช้ต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้นเป็น 50 รายการ มูลค่าอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลที่ใช้องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม 5.8 แสนล้านบาท ในส่วนของผลกระทบการลงทุน R&D ต่อความสามารถทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ Startup, SME และเกษตรกร รัฐตั้งเป้าหมายในการปั้นให้เกิด Unicorn Startup 7 บริษัท ธุรกิจฐานนวัตกรรมที่เป็น SMEs มีรายได้รวมทุกบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 7.5 หมื่นล้านบาท เกษตรกรที่ใช้ Smart Farming มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า ซึ่งที่ประชุมฯ ได้ให้ความเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อน อววน. ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีและมอบหมายให้ สอวช. ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานความก้าวหน้าต่อสภานโยบายต่อไป

นอกจากนี้ สภานโยบายยังมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา และเพื่อการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา ที่ไม่สามารถดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา และเพื่อการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษามีกลไกการบริหารจัดการพัสดุด้านการวิจัย การบริการวิชาการ และการสร้างนวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้านำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม

“หลักเกณฑ์ที่สภานโยบายเห็นชอบฉบับนี้ จะมีส่วนช่วยให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสมกับการวิจัยพัฒนาและการบริการวิชาการสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงวงเงินและเหตุผลที่ซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง การปลดล็อกให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถซื้อพัสดุที่มีคุณลักษณะพิเศษ หรือการจ้างผู้มีทักษะความชำนาญสูงได้ การกำหนดข้อยกเว้นให้จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากต่างประเทศ รวมทั้งการปลดล็อกให้สามารถโอนพัสดุให้เอกชน วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพ สหกรณ์ มูลนิธิ วัด องค์กรการกุศล ตามข้อตกลงความร่วมมือหรือสัญญาได้ ทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้มอบนโยบายให้เสนอคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ขอให้สถาบันวิจัยได้ใช้ประกาศฉบับนี้ กับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนาด้วย” นางสาวศุภมาส กล่าว

ภาครัฐ-การีนา เปิดตัว ‘กางเกงแมวโคราช’ แฟชั่นไอเทมใหม่ในเกม Free Fire

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784229

ภาครัฐ-การีนา เปิดตัว ‘กางเกงแมวโคราช’ แฟชั่นไอเทมใหม่ในเกม Free Fire

ภาครัฐ-การีนา เปิดตัว ‘กางเกงแมวโคราช’ แฟชั่นไอเทมใหม่ในเกม Free Fire

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) พร้อมคณะผู้บริหารจาก Sea (ประเทศไทย) ร่วมเปิดตัว “กางเกงแมวโคราช” ในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลก

Sea (ประเทศไทย) เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เนตแพลตฟอร์ม ได้แก่ การีนา (Garena) ช้อปปี้ (Shopee) และซีมันนี่ (SeaMoney) ได้นำ “กางเกงแมวโคราช” เข้าสู่โลกดิจิทัล คอนเทนต์ในฐานะแฟชั่นไอเทมใหม่ล่าสุดภายในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลกจากการีนา ที่เข้าถึง ผู้เล่นทั่วโลกกว่า 160 ตลาด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ไทยในเวทีโลก ณ อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้

FWD ประกันชีวิต-มูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ จัดกิจกรรมเสริมความรู้ทางการเงินนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784237

FWD ประกันชีวิต-มูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์  จัดกิจกรรมเสริมความรู้ทางการเงินนักเรียน

FWD ประกันชีวิต-มูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ จัดกิจกรรมเสริมความรู้ทางการเงินนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต นำโดย อาสาสมัครพนักงาน ร่วมกับมูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ ประเทศไทย หรือ JA Thailand ในฐานะครูพี่เลี้ยง ลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงินในโครงการ JA SparktheDream แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จำนวน 243 คน ที่โรงเรียนชุมชนบึงบา ถนนเลียบคลองสิบ บ้านบึงบาพัฒนา ตำบลบึงบาอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

กิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงินในโครงการ JA SparktheDream จัดขึ้นเพื่อส่งต่อความรู้ทางการเงิน ทักษะทางสังคม และทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็นพื้นฐานให้แก่นักเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการเงินได้อย่างรอบคอบ ตลอดจนสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ตัวเองและครอบครัว

โดยนำเสนอความรู้ทางการเงินใน 3 บทเรียนหลัก ได้แก่บทเรียนที่ 1) การหารายได้ การเก็บออมและการใช้จ่าย บทเรียนที่ 2)การวางแผนทางการเงิน บันทึกรายรับ รายจ่าย และบทเรียนที่ 3)แรงบันดาลใจและความมั่นคงทางการเงิน ผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบของเกมจำลองสถานการณ์ แบบทดสอบ และกิจกรรมประเภทต่างๆ โดยใช้เนื้อหาที่เข้าใจง่าย และออกแบบให้สามารถปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ JA SparktheDream สามารถดูได้ที่ https://jasparkthedream.org/

ผอ.บางบอนรุดตรวจถ.กาญจนาฯ กวดขันแก้ไขความเดือดร้อนปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784252

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เขตบางบอน ห่วงใยใส่ใจทุกพื้นที่ ตรวจพื้นที่ประจำสัปดาห์ พร้อมแก้ไขทันที 

นายณันทพงศ์ สินมา ผู้อำนวยการเขตบางบอน พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ตั้งเอี่ยมสกุล นางพัสพงค์ นิ่มสำลีผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางบอนนายธนกร เปรมัษเฐียร์ หัวหน้าฝ่ายโยธา นางสาวกนกอร ขวัญพงษ์ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ นางนันทิกร เกตุเลขา หัวหน้าฝ่ายปกครอง นายยุทธนา ศรีแย้มวงษ์ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจพื้นที่ประจำสัปดาห์บริเวณถนนกาญจนาภิเษก เริ่มจากบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองบางโคลัดจนถึงบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองบางพราน โดยดำเนินการกวดขันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ในเบื้องต้น ได้แก่ ปัญหาการตั้งวางสิ่งของบนทางสาธารณะ จัดระเบียบสายสื่อสาร ตัดแต่งกิ่งไม้ จัดระเบียบป้ายโฆษณากีดขวางทางเท้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนทันที

ม.ศรีปทุม อาสาเป็นผู้ประสานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784234

ม.ศรีปทุม อาสาเป็นผู้ประสานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024

ม.ศรีปทุม อาสาเป็นผู้ประสานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้แก่ คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะดิจิทัลมีเดีย, คณะนิเทศศาสตร์, คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU และศิลปินนักออกแบบอีกมากมาย อาสาเป็นผู้ประสานจัดงานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024 ย่าน Kaset- Bang Bua ใน Theme “Bang Bua The Third Place” ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2567

งาน Bangkok Design Week 2024 (BKKDW2024) หรือเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษาองค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใน 15 ย่านทั่วกรุงเทพฯ โดยมีนักสร้างสรรค์นักออกแบบ นักพัฒนาเมือง ผู้ประกอบการรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ร้านค้าท้องถิ่นในพื้นที่ ตลอดจนนิสิตนักศึกษา ร่วมกันจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ดูดียิ่งขึ้นกว่าเดิม มีการนำเสนอผลงานมากกว่า 500 โปรแกรมภายใต้คอนเซ็ปต์ Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่ น่าลงทุน และน่าท่องเที่ยว สำหรับทุกคน ผ่าน 3 มิติ คือ Hard Matters เมืองดีต่อกาย, Heart Matters เมืองดีต่อใจ และ Design Matters เมืองออกแบบดี

นอกจากประสานงานแล้ว นักศึกษา SPU ได้ร่วมงานใน ธีม(Theme) “Bang Bua The Third Place” พื้นที่หย่อนใจ ปล่อยกาย… kore lab studio โดยคณะนิเทศศาสตร์ คณะสร้างเจ้าของธุรกิจเปิด ฟู้ดทรัคศิลปะแนวกราฟิตี้ผลงานของคณะดิจิทัล เป็นต้น

สจล. ปี ’67 มุ่งบริหารองค์กรยั่งยืน สำเร็จทั้งงานวิจัย และนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784232

สจล. ปี ’67 มุ่งบริหารองค์กรยั่งยืน  สำเร็จทั้งงานวิจัย และนวัตกรรม

สจล. ปี ’67 มุ่งบริหารองค์กรยั่งยืน สำเร็จทั้งงานวิจัย และนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ปี 2567 มุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีภารกิจสำคัญคือให้การศึกษาและการวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม สังคม รวมทั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับแผนระดับชาติในมิติต่างๆ โดยกำหนดเป็นดัชนี 5 Global Index เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การเป็น “ผู้นำนวัตกรรมระดับโลก (The World Master of Innovation)” ภายในปี 2569

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงทิศทางการบริหารงานปี 2567 ว่า การวางแผนงานที่เป็นระบบ มีตัวชี้วัดและเป้าหมายชัดเจน จะนำมาซึ่งกระบวนการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ โดยสจล. กำหนดเป็นแผนกลยุทธ์ตัวชี้วัด 5 Global Index ในการขับเคลื่อนงานของสถาบันในด้านวิชาการ งานด้านวิจัยและนวัตกรรม งานบริการสังคม ซึ่งประกอบด้วย Index ที่ 1 Global Citizen คือ สร้างนักศึกษาที่มีศักยภาพ และมีความสามารถในการแข่งขัน โดยสร้างหลักสูตรทันสมัยตรงความต้องการของตลาดและปรับได้ตลอดเวลา สนับสนุนการเรียนการสอน พัฒนาทักษะ เน้นการปฏิบัติจริง ผลักดันให้นักศึกษาเริ่มทำโปรเจกท์ตั้งแต่ปี 1 เน้นทักษะการปฏิบัติ การแก้ปัญหาและการทำงาน สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของทุกคณะ สร้างหลักสูตร Transdisciplinaryบูรณาการร่วมระหว่างคณะที่มีความแตกต่างของศาสตร์และศิลป์ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถด้านภาษาให้กับนักศึกษา จัดตั้งสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KMITL Life Long Learning Center : KLLC) เพื่อจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น เพื่อสะสมเครดิต และเพิ่มทักษะแก่ผู้สนใจทุกช่วงวัยและสร้างโอกาสนักเรียน นักศึกษาสู่การเป็นนวัตกร เป็นผู้ประกอบการ มีศักยภาพสามารถแข่งขันได้ในระดับโลกได้

Index ที่ 2 Global Innovation จากการเรียนรู้ สู่นวัตกรรมเพื่อให้ประเทศแข่งขันเวทีโลกสนับสนุนและยกระดับคุณภาพงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ระดับแนวหน้า นำไปใช้ได้จริงหรือแก้ไขปัญหาของสังคม และประเทศ ซึ่งจะมีการผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ทำวิจัยทำผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ไปสู่การได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในระดับนานาชาติ ได้รับการอ้างอิงในระดับนานาชาติ ผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์หรือผลงานนวัตกรรมหรืองานสร้างสรรค์ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา รวมไปถึงได้รับรางวัลในระดับชาติและนานาชาติ นำไปสู่การพลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน”

Index ที่ 3 Global Learning วิทยาเขตชุมพรฯ ด่านช้าง ที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ครบวงจรร่วมกับชุมชน ด้านเกษตรอัจฉริยะด้านพลังงาน โดยใช้โมเดล BCG เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรชีวภาพ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าหรือยาวนานที่สุด โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรมมาพัฒนาพื้นที่เกษตรอัจฉริยะ สร้างงานและอาชีพให้ชุมชนได้ด้วย

Index ที่ 4 Global Infrastructure เพิ่มคุณภาพชีวิตบุคลากรและนักศึกษา สร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนและการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการอำนวยความสะดวก รวมทั้งปรับปรุงอาคารและสภาพแวดล้อมไปสู่ Green University ด้วยการเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดเช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงการปรับภูมิทัศน์สถาบันให้ดียิ่งขึ้นเพิ่มระบบความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี เข้าถึงง่าย รวดเร็ว แม่นยำ โดยสำนักวิจัยเมืองอัจฉริยะ และให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรทางกายภาพให้เกิดความคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งห้องเรียน ห้องปฏิบัติการและห้องประชุม ส่งเสริมกิจกรรมกีฬา และการออกกำลังกาย

Index ที่ 5 Global Management คนพร้อม ระบบพร้อม วิ่งไปด้วยกัน ด้วยธรรมาภิบาล มุ่งให้มีระบบการบริหารจัดการภายในสถาบันที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยการบริหารงานด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ตั้งสำนักบริหารจัดการข้อมูลดิจิทัล (KMITL Data management center : KDMC) ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อการตัดสินใจและการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและการเงินที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาศักยภาพของบุคลากร พัฒนาระบบประเมินศักยภาพพนักงาน DPBP ส่งเสริมโครงการผู้บริหารพบประชาคมและนักศึกษา และแชร์ทรัพยากรบุคลากรร่วมกัน เช่น ด้านการเรียนการสอนข้ามคณะ วิทยาลัย เพื่อดึงศักยภาพบุคลากรมาร่วมกันพัฒนาสถาบัน

ทั้งนี้ แผนบริหารทั้ง 5 Global Index ได้กำหนดกระบวนการที่เรียกว่า KMITL Readiness Level (KRL) เป้าหมายระยะปี พ.ศ.2567-2569 เพื่อเป็นการทบทวน และปรับปรุงแผนการดำเนินงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสังคมโลก โดยจะมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ระบบ และกระบวนการทำงานออกเป็นระดับตามเป้าหมายในแต่ละปี และวิธีการนี้ยังจะเป็นการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมจากบุคลากรทุกคน เป็นการพัฒนาคนและองค์กรไปพร้อมกันอย่างมีเป้าหมาย มีทิศทางที่ชัดเจน สู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย The World Master of Innovation ได้ในอนาคต

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ ที่สาขา Stand Alone เปิดใหม่ จ.พัทลุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784235

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้  ที่สาขา Stand Alone เปิดใหม่ จ.พัทลุง

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ ที่สาขา Stand Alone เปิดใหม่ จ.พัทลุง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ เปิดตัวสาขารูปแบบ Stand Alone สาขาใหม่ล่าสุด “ซีเอ็ด สาขาพัทลุง” เพื่อเป็นแหล่งความรู้แห่งใหม่ของชาวพัทลุง และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการ จังหวัดพัทลุง จำนวนรวมทั้งสิ้น 10 แห่งมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท

การมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ในครั้งนี้ มีนางสาวภัสสรัชต์ สุกแก้ว ผู้อำนวยการกองการศึกษา สำนักงานเทศบาลเมืองพัทลุง นายกิตติพิชญ์ กลับคุญ ประธานหอการค้าจังหวัดพัทลุง นพ.สุทธิรักษ์ บัวแก้ว ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพัทลุง นายสุรพล สงณรงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดพัทลุง นายฐิติปกรณ์ ภคุโล รองผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง นายณรงค์ ศรีละมุล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง นายอำนาจ สุทิน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1ร่วมมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษา และองค์กรในท้องถิ่น จังหวัดพัทลุง ในครั้งนี้อีกด้วย

สายไหมต้องรอดร้อง ศธ. ช่วยนักเรียน ม.5 ถูกตำรวจย่ำยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784170

สายไหมต้องรอดร้อง ศธ. ช่วยนักเรียน ม.5 ถูกตำรวจย่ำยี

สายไหมต้องรอดร้อง ศธ. ช่วยนักเรียน ม.5 ถูกตำรวจย่ำยี

วันพุธ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.45 น.

วันที่ 31 มกราคม 2567 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เข้าพบนายสุรศักดิ์  พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)  เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.5 ขับรถจักรยานยนต์ ไปเรียนกับน้อง ถูกตำรวจเรียกตรวจ พบไม่มีใบขับขี่ ตร.จึงเรียก 2,000 บาท แต่น้องไม่มีจ่าย จึงถูกพาไปข่มขืนข้างโรงพัก ซึ่งเบื้องต้นผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ยศ ร.ต.อ. พื้นที่ สภ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร นั้น 

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า  กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นความไม่สบายใจอย่างยิ่ง โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ก็มีความกังวลและห่วงใยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าไปดูแลช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น รวมถึงประสานงานกับพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ทราบว่าหลังเกิดเหตุ  มีเหตุการณ์ภายในโรงเรียนที่ไม่เหมาะสมของครูและบุคลากรการศึกษาภายในโรงเรียน โดยมีครูรายหนึ่งนำข้อความจากสื่อ ส่งไปถามเด็กในไลน์กรุ๊ปโรงเรียน ว่านักเรียนคนใดถูกกระทำดังกล่าว เหมือนเป็นการกระทำซ้ำกับเด็ก ซึ่ง ศธ.เองมีความไม่สบายใจ และต้องขอความร่วมมือบุคลากรในโรงเรียน ให้หยุดการกระการทำดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบกับจิตใจของน้อง ขณะที่ สพฐ. จะส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ความปลอดภัย สพฐ.เข้าไปช่วยดูแล 

“ส่วนการเยียวยาการเรียนเบื้องต้น ศธ. จะพยายามให้การเรียนของน้องไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการเรียนด้วยระบบออนไลน์ การส่งงาน เพื่อให้สามารถเรียนได้ปกติ  ขณะเดียวกันทราบว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ได้ส่งนักจิตวิทยาเข้าไปช่วยดูแลเบื้องต้นแล้ว และเร็ว ๆ นี้ศธ.ก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเสริมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ สพฐ.จะลงพื้นที่ปรับความเข้าใจกับโรงเรียนและครู ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรกระทำ เพื่อไม่ให้กระทบกับเด็ก เพราะผมเห็นแล้วก็ไม่สบายใจ และไม่เหมาะสมกับการเป็นบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเราสมควรให้ความสำคัญมากกว่านี้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน  อย่างไรก็ตาม ผมได้คุยกับแม่ของนักเรียนรายดังกล่าว ซึ่งก็มีความห่วงใยเรื่องการเรียน เพราะสภาพจิตใจของเด็กยังไม่พร้อมที่จะมาเรียน ซึ่งศธ.จะหาวิธีเพื่อไม่ให้เด็กเสียการเรียน และหากผู้ปกครองและเด็กอยากย้ายโรงเรียนทางกระทรวงศึกษาฯและสพฐ.ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือในการย้าย” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า  ส่วนบุคลากรทางการศึกษา หากพบว่ามีการขอไลน์และมีการส่งข้อความหรือภาพที่สือไปในเชิงคุกคามทางเพศ กับเด็กนักเรียน จะถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงให้ออกหรือไล่ออกทันที  ซึ่งวันนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ก็ได้ย้ำในที่ประชุมผู้บริหารศธ. ว่า กรณีนี้เป็นปัญหาที่สำคัญ เพราะหากครู เป็นที่ไว้ใจของเด็ก เรื่องคงไม่เกิดขนาดนี้  ซึ่งหมายความว่า ถ้าวันนั้นนักเรียนโดนตำรวจจับแล้วโทรศัพท์มาหาครู เพื่อขอความช่วยเหลือ เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น  ดังนั้น ศธ. เองคงต้องมาพูดคุยเรื่องนี้ ครูต้องใกล้ชิด เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับเด็กนักเรียนเหมือนลูกของตัวเอง  

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า ทางคดีได้ประสาน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) และทราบว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และได้ประสานกับ พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  เข้าไปดูแล ทราบว่า มีการตั้งกรรมการสอบ และให้ตำรวจที่ก่อเหตุออกจากราชการไปแล้ว  ส่วนคดีความก็มีการนำส่งศาลในหลายข้อหา ซึ่งศาลก็ไม่ได้มีการให้ประกันตัว เพราะถือเป็นการกระทำอุกอาจอย่างไรก็ตาม มิติของการดำเนินคดีคงต้องติดตามอย่างไกล้ชิด เพราะส่วนตัวเชื่อว่า ตำรวจรายดังกล่าวไม่ได้ก่อเหตุเป็นครั้งแรก  จึงไม่แน่ใจว่า จะมีผู้เสียหายเพิ่มเติมหรือไม่ หากมีผู้เสียหายก็สามารถแจ้งมาได้ที่ศธ. หรือเพจสายไหมต้องรอด เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป 

“จากการสอบถามนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าวพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยเป็นตัวแทนของโรงพักไปสอนเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด การป้องกันภัยทางเพศตามโรงเรียนต่าง ๆ และมีข้อมูลในเชิงลึกว่า มีการไปขอไลน์กับนักเรียนที่หน้าตาดี และมีการพูดคุยเชิงชู้สาวกับนักเรียน แต่ทั้งหมดต้องตรวจสอบก่อนว่ามีเด็กรายอื่นที่ถูกกระทำอีกหรือไม่ การกระทำลักษณะดังกล่าว ถือว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงมาก“ นายเอกภพ กล่าว

นายเอกภพ กล่าวด้วยว่า อยากฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าไม่ควรเอาผิดแค่รองสารวัตรคนก่อเหตุเพียงคนเดียว ควรตรวจสอบผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปด้วย ว่าปล่อยให้เหตุการแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร การตั้งด่านวันนั้นเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่มีผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตรอยู่ด้วยหรือไม่ ถ้ามีแล้วนายด่านไม่เห็นหรือที่ตำรวจคนดังกล่าวพาน้องนักเรียนไปตรงนั้น ทำไมถึงไม่เห็น หรือเห็นแล้วเพิกเฉยได้อย่างไร จนเกิดเหตุการแบบนี้ขึ้น เหตุเกิดช่วง 10.00 น. และถ้าวันดังกล่าวมีการตั้งด่านจริง ก็ต้องมีตำรวจคนอื่นๆด้วย แล้วทำไมถึงปล่อยให้ตำรวจพานักเรียนคนหนึ่งไปถูกกระทำย่ำยีได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องมีการสอบสวน